<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75772</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2020 06:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2020 06:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขยี้ซ้ำ!&#039;นิพิฏฐ์&#039;กางรธน.ฟันธง&#039;นาที&#039;ลงสมัครส.ส.ไม่ได้หลังศาลฎีกาตัดสิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

28 ส.ค.63 - นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตส.ส.พัทลุง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ความเห็นบนเฟซบุ๊กส่วนตัว เรื่อง คำพิพากษาศาลฎีกา กรณี นางนาที รัชกิจประการ มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
-วันนี้ ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่มีคำพิพากษา สั่งจำคุกนางนาที รัชกิจประการ 1 เดือน ปรับ 4,000 บาท โทษจำคุกรอไว้มีกำหนด 1 ปี กรณีแจ้งบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ ผลจะเป็นว่า
1.นางนาที รัชกิจประการ พ้นจากการเป็นส.ส. ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101(13) ที่บัญญัติว่าสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงเมื่อ ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกแม้จะมีการรอการลงโทษ เว้นแต่ เป็นการรอการลงโทษในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท ความผิดลหุโทษ หรือความผิดฐานหมิ่นประมาท
-ปัญหาว่า นางนาที ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหรือไม่ ศาลไม่ได้วินิจฉัยส่วนนี้ แต่ศาลวินิจฉัย ห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีกำหนด 5 ปี และดูเหมือนเวลา 5 ปี ได้ผ่านไปแล้ว เอาเถอะ อันนี้ ไม่ใช่สาระอะไร เพราะเขาต้องพ้นตำแหน่งไปแล้วตามม.101(13)
-ที่ถามกันมากคือ นางนาที จะสมัครส.ส.ได้อีกหรือไม่ กรณีนี้ รัฐธรรมนูญมาตรา 98( 9 ) บัญญัติว่า บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (9) เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอันถึงที่สุดให้ทรัพย์สินตกเป็นของเป็นของแผ่นดิน เพราะร่ำรวยผิดปกติ หรือ เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกเพราะกระทำความผิดตามกฏหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
-กล่าวโดยสรุป สมัครไม่ได้แล้ว
ตามรธน.มาตรา 98(9)
*นี่เป็นความเห็นทางกฎหมายครับ/&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75772</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง, นางนาที รัชกิจประการ, นายนิพิฏฐ์  อินทรสมบัติ, เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200323/image_big_5e780f1810158.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75733</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2020 17:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2020 17:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสั่งจำคุก 1 เดือนให้รอลงอาญา ตัดสิทธิการเมือง 5 ปี &#039;นาที รัชกิจประการ&#039; ยื่นบัญชีเท็จ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ส.ค.63 -&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่ศาลฎีกา สนามหลวง ศาลฎีกาได้อ่านคำพิพากษา (ชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์) คดีหมายเลขดำที่ อม.อธ.5/2562 ระหว่างคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้ร้อง นางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย 2 สมัย ผู้ถูกกล่าวหา เรื่องการแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2562 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาว่า ผู้ถูกกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ กรณีเข้ารับตำแหน่งและพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ห้ามมิให้ผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเวลาห้าปี นับแต่วันพ้นจากตำแหน่ง และลงโทษจำคุก 1 เดือน ปรับ 4,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 34 วรรคสองและมาตรา 119 นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ถูกกล่าวหาอุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์พิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ร้องมีคำขอท้ายคำร้องขอให้ลงโทษผู้ถูกกล่าวหาตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 81 และมาตรา 167 แม้ขณะยื่นคำร้องมีการยกเลิกพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ขณะกระทำความผิด แต่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ยังกำหนดให้การจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบยังคงเป็นความผิดอยู่เช่นเดิม จึงเป็นกรณีกฎหมายที่บัญญัติในภายหลังไม่แตกต่างกับกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิด กรณีจึงต้องใช้กฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำผิดมาบังคับแก่คดีนี้ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 2 วรรคหนึ่ง อันเป็นการปรับบทกฎหมายให้ถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมาตรการบังคับทางการเมืองตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 เป็นมาตรการบังคับทางการเมืองที่ใช้ในขณะกระทำความผิด และเป็นคุณแก่ผู้ถูกกล่าวหายิ่งกว่ามาตรการบังคับทางการเมืองตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 81 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ภายหลังกระทำความผิด ศาลย่อมมีอำนาจกำหนดมาตรการบังคับทางเมืองผู้ถูกกล่าวหาตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 34 วรรคสอง เมื่อผู้ถูกกล่าวหายื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้อง กรณีพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2557 โดยเป็นการยื่นตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 ซึ่งผู้ร้องมีมติเมื่อวันที่ 21 พ.ย. 2561 อันเป็นเวลาหลังจากพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มีผลใช้บังคับแล้ว ผู้ร้องจึงมีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ถูกกล่าวหาและยื่นคำร้องเป็นคดีนี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ทรัพย์สินและหนี้สินที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่แสดงในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องกรณีพ้นจากตำแหน่ง ได้แก่ ที่ดิน 2 แปลงพร้อมสิ่งปลูกสร้าง 2 หลังมูลค่ารวม 2,000,000 บาท และหนี้สินของคู่สมรส 4 รายการรวม 93,039,949 บาท ซึ่งเป็นทรัพย์สินจำนวนมากที่ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงต่อผู้ร้องว่า ไม่ทราบถึงการทำธุรกรรมของคู่สมรสและเป็นความผิดพลาดของเลขานุการนั้น แสดงให้เห็นว่าผู้ถูกกล่าวหาไม่ตระหนักถึงหน้าที่ที่ตนซึ่งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จึงต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ทำให้กลไกการตรวจสอบการทุจริตประพฤติมิชอบของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ไม่เกิดประสิทธิผลต่อการตรวจสอบ ข้อแก้ตัวตามอุทธรณ์ของผู้ถูกกล่าวหาเป็นข้อที่ง่ายต่อการกล่าวอ้างเพื่อให้ตนเองพ้นผิดจึงฟังไม่ขึ้น ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองลงโทษจำคุกและปรับผู้ถูกกล่าวหา โดยโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 1 ปี เหมาะสมแก่พฤติการณ์การกระทำความผิดของผู้ถูกกล่าวหาแล้ว องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของผู้ถูกกล่าวหาข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ทั้งนี้ กรณีเข้ารับตำแหน่งขาดอายุความทางอาญาแล้ว จึงไม่อาจนำมาตรการจำกัดสิทธิทางการเมืองมาใช้บังคับแก่กรณีนี้ได้ จึงแก้ไขให้ถูกต้อง

พิพากษาแก้เป็นว่า นางนาที รัชกิจประการ ผู้ถูกกล่าวหา จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบเฉพาะกรณีพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 32, 33, 34 วรรคสอง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนางนาทีนั้น ครอบครัวเป็นเจ้าของธุรกิจสถานีบริการน้ำมันเครือพีที ซึ่งนางนาทีเคยได้รับเลือกเป็นประธานสภาพัฒนาสตรีจังหวัดพัทลุง และประธานสโมสรฟุตบอลจังหวัดพัทลุง เอฟซี

ด้านการทำงานทางการเมืองนั้น นางนาทีเคยเป็น ส.ว.พัทลุง ในการเลือกตั้ง ส.ว. ปี 2549 แล้วต่อมาได้เข้าร่วมงานการเมืองกับกลุ่มเพื่อนเนวิน เคยได้รับมอบหมายหน้าที่เลขานุการประธานรัฐสภายุคนายชัย ชิดชอบ) ปี 2551-2554 ด้วย โดยนางนาที&amp;quot;ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคภูมิใจไทย ครั้งแรกปี 2554

โดยการยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ ครั้งแรกต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อเข้ารับตำแหน่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อสมัยแรก วันที่ 3 ก.ค. 2554 นั้น นางนาที แจ้งว่ามีทรัพย์สิน 90,109,472.45 บาท โดยนายพิพัฒน์ คู่สมรส มีทรัพย์สิน 214,379,539.25 บาท รวมทรัพย์สิน 304,489,011.70 บาท และมีหนี้สิน จำนวน 2,310,028.19 บาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75733</URL_LINK>
                <HASHTAG>นางนาที รัชกิจประการ, ยื่นบัญชีเท็จ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190702/image_big_5d1aec6958150.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55870</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2020 12:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2020 12:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แหกตาประชาชน คำร้องส.ส.รัฐบาล-ฝ่ายค้านไม่ชงชื่อ &#039;นาที&#039; เสียบบัตรแทนกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ม.ค.63 -&amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องจากทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ให้สอบกรณีเสียบบัตรแทนกันในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 โดยศาลกำหนดให้บุคคลที่เกี่ยวข้องยื่นคำชี้แจงเป็นหนังสือภายในวันที่&amp;nbsp;4 ก.พ.&amp;nbsp;ว่า ได้รับทราบเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องวินิจฉัยกรณีดังกล่าวแล้ว โดยศาลรับ 2 คำร้องของ ส.ส.ฝ่ายค้านและรัฐบาล แต่ตีตก 1 คำร้องของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย พร้อมกันนี้ศาลยังได้ส่งคำสั่งไปให้บุคคลที่เกี่ยวข้องชี้แจงภายในวันที่ 4 ก.พ. นี้ ซึ่งในส่วนของนายสรศัก่ดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ให้อำนาจทางเลขาธิการสภาฯไปดำเนินการชี้แจง โดยไม่ต้องกำชับอะไรเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ศาลไม่มีชื่อของนางนาที&amp;nbsp;รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ให้เป็นบุคคลที่ไม่ต้องชี้แจงข้อมูลทั้งที่ถูกตรวจสอบและพบว่าให้บุคคลอื่นใช้สิทธิ์ลงคะแนนแทน ทั้งที่เจ้าตัวลาไปต่างประเทศ นายชวนปฏิเสธที่จะตอบคำถามนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสรศักดิ์ กล่าวเพียงสั้นๆว่า สาเหตุที่ยังไม่ตรวจสอบนางนาทีนั้น เป็นเพราะเรื่องเพิ่งส่งมาถึงตน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการตรวจสอบคำร้องของกลุ่มส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลและส.ส.กลุ่มพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่ยื่นต่อนายชวน เพื่อส่งต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนั้น พบว่ามีการระบุชื่อนายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย เพียงบุคคลเดียวในการเสียบบัตรแทนกัน ทั้งนี้ ผลการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญที่เรียกบุคคลให้ชี้แจงเป็นหนังสือ ประกอบด้วย นายสรศักดิ์&amp;nbsp;,&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายฉลอง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;น.ส.ภริม พูลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ และ นายสมบูรณ์ ซารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์​ พรรคภูมิใจไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่า สาเหตุที่ศาลให้นายสมบูรณ์และน.ส.ภริมส่งคำชี้แจงด้วยนั้น เป็นไปได้ว่าในการยื่นคำร้องฝ่ายค้านได้ยื่นหลักฐานประกอบเป็นคลิปที่ปรากฎภาพของน.ส.ภริม และนายสมบูรณ์ ที่มีพฤติกรรมเสียบบัตรแทนบุคคลอื่นด้วย ทำให้ศาลรัฐธรรมนูญเรียกน.ส.ภริม และนายสมบูรณ์ ยื่นคำชี้แจง ส่วนกรณีของนางนาทีนั้นเป็นชื่อที่อยู่ในคำร้องของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญตีตกคำร้อง เนื่องจากมีการลงลายมือชื่อส.ส.ซ้ำกับคำร้องอื่น&amp;nbsp;30&amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55870</URL_LINK>
                <HASHTAG>นางนาที รัชกิจประการ, พรบ.งบประมาณ, ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง, เสียบบัตรแทนกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190702/image_big_5d1aec6958150.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55122</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2020 14:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2020 14:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิพิฎฐ์&#039;กัดไม่ปล่อย!ขุดบ่อล่อภูมิใจไทย เช็คชื่อ&#039;นาที&#039;ร่วมโหวตงบฯหรือไม่ เพราะตัวอยู่จีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ม.ค.63- นายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตส.ส.พัทลุง โพสต์เฟสบุ๊คว่า &amp;ldquo;คุณศุภชัย ใจสมุทร พรรคภูมิใจไทย พูดว่า ผมเหมือนสุนัขพันธุ์บูลด็อคที่กัดไม่ปล่อย ผมว่าท่านไม่สุภาพ พูดไม่ให้เกียรติกัน แต่ไม่เป็นไร สันดานของท่านอาจเป็นคนอย่างนั้น ผมเพียงทำหน้าที่ตรวจสอบนักการเมืองซึ่งเป็นบุคคลสาธารณะ แต่เอาเถอะ ไหนๆ ท่านก็ว่าผมกัดไม่ปล่อยแล้ว ผมก็จะขอให้ท่านศุภชัย ใจสมุทร ช่วยตรวจสอบการกดบัตรของส.ส.ให้ผมอีกสักราย ดูซิว่าข้อมูลในมือของผมกับข้อมูลในมือของท่านจะตรงกันไหม วันที่ 11 ม.ค.2563 ขณะที่มีการประชุมงบประมาณ ผมได้ข่าวว่า นางนาที รัชกิจประการ ส.ส.พรรคภูมิใจ เดินทางไปประเทศจีน ลองตรวจดูหน่อยสิครับว่า หลังจาก check in(เช็คอิน) ที่สนามบินสุวรรณภูมิแล้ว บัตรของคุณนาที รัชกิจประการ ยังมีการกดโหวตอยู่ที่สภาหรือเปล่า อย่าว่าใครผิดใครถูกเลย ถือว่า งานนี้ ผมท้าให้ท่านเปิดเผยข้อมูลก็แล้วกันครับ แล้วมาดูกันว่าข้อมูลในมือของท่านกับข้อมูลในมือของผมตรงกันหรือเปล่า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายนิพิฏฐ์ ได้โพสต์แสดงรูปถ่ายเป็นภาพหมู่ของกรุ๊ปทัวร์ดูงานตามโครงการพัฒนาความสัมพันธ์ด้านการศึกษาการท่องเที่ยว การค้า และการลงทุนระหว่างจังหวัดระนองกับเมืองซานเหมินเซียะ มณฑลเหอหนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่11-15 มกราคม 2563อีกรวม 3 ภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพิฏฐ์ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า &amp;nbsp;ข้อมูลที่ได้เป็นเรื่องที่ชาวบ้านในพื้นที่ส่งมาให้ และฝากให้ตนทำหน้าที่ตรวจสอบการทำหน้าที่ของส.ส. เป็นปากเป็นเสียงกับชาวบ้าน เพราะวันที่เขาเดินทางไปจีน ยังมีการประชุมพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี2563 จนถึงช่วงเย็นเกือบค่ำของวันที่ 11 ม.ค. ที่ผ่านมา วันนี้ไม่อยากพูดอะไรมาก เพราะจะเบียดพื้นที่ข่าวของการประชุมครม.สัญจร ที่จ. นราธิวาส ขอเอาเป็นว่าตนยังมีข้อมูลในเรื่องนี้อีก แต่ขอให้นายศุภชัยที่บอกสื่อว่าตนกัดไม่ปล่อยนั้นไปตรวจสอบดูว่าบุคคลที่ตนระบุถึงได้อยู่โหวตและอยู่ร่วมประชุมสภาฯในนัดพิจารณาร่างงบฯปี63 จริงหรือไม่ แล้วค่อยมาว่ากัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีของนายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง เขต2 &amp;nbsp;พรรคภูมิใจไทย ที่เจ้าตัวออกมายอมรับผ่านสื่อแล้วว่า เขาขาดการประชุมสภาฯจริง โดยเสียบบัตรประจำตัวส.ส.ทิ้งไว้ที่เครื่องลงคะแนน &amp;nbsp;นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องแยกเป็นสองส่วนคือ 1. กรณีความไม่สมบูรณ์ของร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ตั้งแต่มาตรา 31 ที่มีการเสียบบัตรเพื่อโหวตลงคะแนนในรายมาตราไปจนถึงปิดการประชุมในวาระที่3 ถ้ามีคนไปร้องศาลรัฐธรรมนูญก็อาจจะขัดรัฐธรรมนูญตามแนวทางคำวินิฉัยคดีที่3-4/2557ของศาลรัฐธรรมนูญในคดีร่างพ.ร.บ.เงินกู้ 2ล้านล้านบาท และ2.นายฉลองจะมีความผิดทางอาญาหรือไม่นั้น ต้องดูว่าเจ้าตัวรู้เห็นเป็นใจหรือไม่ ในการให้ผู้อื่นเสียบบัตรลงคะแนนแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่านายฉลองอ้างว่าเสียบบัตรคาทิ้งไว้ที่เครื่องลงคะแนน &amp;nbsp;นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า ก็ต้องดูว่าเมื่อเสียบบัตรคาไว้ ตามปกติเจ้าหน้าที่สภาฯจะเก็บบัตรทั้งหมดที่เสียบคาไว้หลังจากปิดการประชุมในแต่ละวัน เพื่อรีเซ็ตเครื่องใหม่สำหรับการประชุมเช้าวันต่อไป แต่ในการประชุมสภาฯวันที่ 11 ม.ค. ใครเอาบัตรส.ส.ของนายฉลองไปเสียบและกดโหวตผ่านร่างกฎหมายงบฯให้นายฉลอง เป็นเรื่องที่ทางสภาฯต้องตรวจสอบ &amp;nbsp;ทั้งนี้ ส่วนตัวเห็นว่าโดยหลักแล้วการที่ส.ส.จะเอาบัตรประจำตัวของส.ส.คนอื่น ที่ไม่ใช่ของตัวเองกลับไปบ้าน และเช้าวันรุ่งขึ้น ก็นำบัตรประจำตัวของส.ส.คนอื่นมาเสียบที่เครื่องบะคะแนนเพื่อกดโหวตในการประชุมสภาฯผ่านร่างกฎหมายสำคัญ โดยที่เจ้าของยัตรตัวจริงไม่รู้เรื่องนั้น เป็นเรื่องที่ทำได้ยากมาก เรื่องนี้ก็ให้ไปสู้กันในชั้นศาลและดูว่าศาลท่านจะเชื่อหรือไม่ และจะพิจารณาตัดสินอย่างไร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55122</URL_LINK>
                <HASHTAG>นางนาที รัชกิจประการ, นายนิพิฏฐ์  อินทรสมบัติ, ประชาธิปัตย์, ภูมิใจไทย, เสียบบัตรแทน, โหวตงบประมาณฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200121/image_big_5e26aa77c180f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47996</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2019 10:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2019 10:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แม่ทัพหญิงภาคใต้ปลื้ม&#039;ภูมิใจไทยสัญจร จ.พัทลุง&#039;สร้างมิติใหม่การเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค.62-นางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ในฐานะแม่ทัพหญิงภาคใต้ &amp;nbsp;กล่าวสรุปถึงการกิจกรรม&amp;ldquo;ภูมิใจไทย สัญจร&amp;rdquo; ครั้งที่ 1 ที่จังหวัดพัทลุง ระหว่างวันที่ 10-12 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณุสข ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท. ซึ่งเป็นผู้นำพรรคการเมืองยุคใหม่ ได้พลิกประวัติศาสตร์ การทำงานทางการเมืองโดยนำ 7 รัฐมนตรี 51 ส.ส.ลงพื้นที่พัทลุง และได้สร้างเอกภาพผลักดันงานตามนโยบายที่ได้หาเสียงไว้กับประชาชน โดยเฉพาะการสร้างทุกๆเมืองในภาคใต้ให้เป็นเมืองท่องเที่ยว สร้างอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ ให้ประชาชนได้รับอานิสงค์ตรงๆ ด้วยการประสานงานและขับเคลื่อนของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และตนเองในฐานะแม่ทัพหญิงภาคใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางนาที กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ดังกล่าวได้ผลักดันโครงการสำคัญต่าง ๆ เข้าสู่พื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ รวม 98 โครงการ/แผนงาน งบประมาณรวม 2.2 หมื่นล้านบาท หลังจากพื้นที่ปักษ์ใต้ไร้การดูแลจากพรรคการเมืองอื่นๆมานาน โดยมีโครงการน่าสนใจประกอบไปด้วย แผนงานนำกัญชาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ มหาวิทยาลัยสงสขลานครินทร์ ,โครงการยกระดับอสม.เป็น อสม.หมอประจำบ้าน ,โครงการสิ่งก่อสร้าง ปรับปรุง ซ่อมแซม สถานพยาบาล ,ปรับปรุง และขยายช่องจราจร ถนนเส้นทางหลักภาคใต้ จากปาดังเบซาร์ถึง กทม.ช่วง พัทลุง - อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ระยะทาง 15 กม. , โครงการสร้างสะพานข้ามไป อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ ระยะทางประมาณ 1 กม. ,โครงการสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา ช่วง อ.กระแสสินธ์ จ.สงขลา ถึง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ระยะทาง 6 กม. ,โครงการก่อสร้างเส้นทางริมทะเลสาบลำปำ (อ.เขาชัยสน &amp;ndash; อ.เมือง &amp;ndash; อ.ควนขนุน) ,โครงการก่อสร้างถนนสาย สตูล &amp;ndash; พัทลุง , โครงการพัฒนาลูกเสือมัคคุเทศก์และลูกเสือจิตอาสา พัฒนาศูนย์ กศน. ให้เป็นศูนย์ดิจิทัลชุมชน และพัฒนาการจัดการศึกษา กศน. ออนไลน์ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จุดเด่นยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคใต้ ของพรรคภูมิใจไทย ที่ดำเนินการให้กับพี่น้องประชาชน เป็นการนำการท่องเที่ยว มาแก้ปัญหาปากท้องประชาชนได้บนสมมุติฐานที่ว่าสถิตินักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ เดินทางเข้ามาพื้นที่ภาคใต้ คิดเป็น 1 ใน 3 ของทั้งประเทศ จะสร้างงาน สร้างรายได้ เพิ่มมากขึ้น และกำหนดเป้าหมายให้มีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นอีก 5 แสนคน นับเป็นการคุ้มค่ากับเม็ดเงินที่นำมาพัฒนาตามยุทธศาสตร์ อย่างมาก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม่ทัพหญิงภาคใต้ พรรค ภท.กล่าวว่า &amp;nbsp;การแบ่งสายลงพื้นที่ของ รัฐมนตรี ทั้ง 7 คนพร้อมกับ สส.พรรคภูมิใจไทย ทั้ง51คน เพื่อรับทราบข้อมูล ข้อเท็จจริงจากประชาชนชาวพัทลุงและจังหวัดภาคใต้ โดยตรงนั้น ถือเป็นจุดที่แปลกใหม่สำหรับการเมืองไทย &amp;nbsp;ไม่เคยมีพรรคการเมืองใดเคยทำมาก่อน &amp;nbsp; และเป็นจุดที่แสดงให้เห็นถึงความเป็น เอกภาพ ในการทำงานทางการเมือง ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย อีกทั้งยังเป็นจุดที่จะแสดงผลงานแบบ รวดเร็ว ไม่ เชื่องช้า ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคใต้ 14 จังหวัด ให้เห็นผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว ภายหลังจากการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งที่เพิ่งผ่านพ้นมา และรัฐมนตรีเข้ามาทำหน้าที่ฝ่ายบริหารในเวลาเพียงแค่ 3 เดือน จะมีผลงานที่เป็นรูปธรรมออกมาให้ประชาชนเห็น ส่วน ส.ส.ทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ ทำให้มีพลังการขับเคลื่อนไปได้อย่างคล่องตัวเพราะแบ่งหน้าที่กันทำงานอย่างชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถือเป็นการเดิมพัน หากทำงานประสบความสำเร็จย่อมหมายถึงโอกาสในการเข้าสู่สนามเลือกตั้งในครั้งต่อไป จากเดิมได้ส.ส.เขตภาคใต้จำนวน8คน &amp;nbsp;โดยตั้งเป้าเพิ่มขึ้นอย่างน้อย100% และเราไม่ได้แข่งกับพรรคไหนแต่แข่งกับงานเพื่อปากท้องประชาชนโดยไม่เล่นการเมืองและพิสูจน์ว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคการเมืองที่แตกต่าง และเป็นพรรคการเมืองเชิงปฏิบัติการอย่างแท้จริง&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47996</URL_LINK>
                <HASHTAG>นางนาที รัชกิจประการ, นายอนุทิน ชาญวีรกูล, พรรคภูมิใจไทย, แม่ทัพหญิงภาคใต้, “ภูมิใจไทย สัญจร” ครั้งที่ 1 ที่จังหวัดพัทลุง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191014/image_big_5da3e878b19dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40564</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นาทีเซ่นปกปิดทรัพย์ ศาลสั่งคุก1เดือนปรับ4พันห้ามนั่งรัฐมนตรีตลอดชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศาลฎีกาตัดสินจำคุก 1 เดือน ปรับ 4 พัน &amp;quot;นาที&amp;quot; ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ไม่ยื่นบัญชีหนี้สินสามี &amp;nbsp;โทษจำคุกให้รอลงอาญา 1 ปี พร้อมตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี &amp;quot;ศักดิ์สยาม&amp;quot; ชี้หากคำพิพากษาทำพ้นเก้าอี้ ส.ส. เลื่อน &amp;quot;พ.อ.เศรษฐพงค์&amp;quot; ขึ้นเป็น ส.ส.แทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง วันที่ 9 ก.ค. นายธงชัย เสนามนตรี ผู้พิพากษา พร้อมองค์คณะผู้พิพากษา 9 คน นัดพิจารณาครั้งแรก เพื่อสอบคำให้การจำเลย คดีหมายเลขดำ อม.346/2561 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้ร้อง ยื่นฟ้องนางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย 2 สมัย ผู้ถูกกล่าวหา กระทำความผิด ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 32, 33, 34 กรณีนางนาที ผู้ถูกกล่าวหา ไม่ยื่นบัญชีหนี้สินของนายพิพัฒน์ คู่สมรส เมื่อครั้งที่นางนาทีต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์-หนี้สินต่อ ป.ป.ช. เมื่อเข้ารับตำแหน่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ เมื่อวันที่ 3 ก.ค.2554 และเมื่อพ้นตำแหน่ง ส.ส.วันที่ 9 ธ.ค. 2556 โดยนางนาทีไม่ได้ยื่นบัญชีหนี้สินเงินกู้ของสามี จำนวน 8,575,079 บาท และ 25 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยวันนี้ นางนาทีเดินทางมาพร้อมกับนายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความ ซึ่งมีผู้ติดตามมาให้กำลังใจร่วม 20 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เมื่อเริ่มพิจารณาคดี ศาลได้สอบถามนางนาทีว่ามีทนายความแล้วหรือไม่ นางนาทีตอบว่า มี พร้อม ขอให้การรับสารภาพข้อกล่าวหาดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์คณะพิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ พยานหลักฐานเพียงพอที่จะมีคำพิพากษาได้แล้วโดยไม่ต้องไต่สวน จึงงดการไต่สวน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์คณะพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ในการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินส่วนที่เข้ารับตำแหน่งนั้นหมดอายุความแล้ว จึงมีประเด็นวินิจฉัยเฉพาะการไม่ยื่นบัญชีหนี้สินหลังพ้นตำแหน่ง ซึ่งการกระทำนั้นเป็นความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ฐานจงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินฯ มาตรา 32, 33 พิพากษาห้ามนางนาที ผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี นับจากวันที่ 9 ธ.ค.2556 จำคุก 2 เดือน ปรับ 8,000 บาท ตามมาตรา 119 ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกเป็นเวลา 1 เดือน ปรับ 4,000 บาท แต่ผู้ถูกกล่าวหาไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังฟังคำพิพากษาแล้ว เมื่อจะเดินทางกลับ นางนาทีมีอาการคล้ายเป็นลม ต้องมีผู้ช่วย 2 คนเดินประคอง ซึ่งคนใกล้ชิดแจ้งกับผู้สื่อข่าวว่า ขอยังไม่ให้สัมภาษณ์ เนื่องจากนางนาทีมีอาการคล้ายความดันขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความของนางนาที กล่าวว่า วันนี้นางนาทีไม่ค่อยสบาย แต่ก็ได้ฝากขอบคุณสื่อมวลชนทุกคน และยังฝากขอบคุณศาลที่ให้ความเมตตา ซึ่งทุกอย่างก็ได้จบลงด้วยดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงผลจากคำพิพากษาของศาลจะทำให้นางนาทีพ้นจากตำแหน่ง ส.ส.หรือไม่ ตามกฎหมายใหม่ ทนายความ กล่าวว่า ต้องไปว่ากันอีกทีหลังจากนี้ ตนเพียงได้รับมอบหมายให้ดูเฉพาะในส่วนของคดีความเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าจะอุทธรณ์คดีหรือไม่ นายนรวิชญ์ระบุว่า จะต้องมีการพูดคุยปรึกษากันอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนางนาทีนั้น ครอบครัวเป็นเจ้าของธุรกิจสถานีบริการน้ำมันเครือพีที ซึ่งนางนาทีเคยได้รับเลือกเป็นประธานสภาพัฒนาสตรีจังหวัดพัทลุง และประธานสโมสรฟุตบอลจังหวัดพัทลุง เอฟซี ส่วนการทำงานทางการเมืองนั้น นางนาทีเคยเป็น ส.ว.จังหวัดพัทลุง ในการเลือกตั้ง ส.ว.ปี 2549 แล้วต่อมาได้เข้าร่วมงานการเมืองกับกลุ่มเพื่อนเนวิน เคยได้รับมอบหมายหน้าที่เลขานุการประธานรัฐสภา ยุคนายชัย ชิดชอบ ปี 2551-2554 ด้วย โดยนางนาทีได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคภูมิใจไทยครั้งแรก ปี 2554&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยการยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ ครั้งแรกต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อเข้ารับตำแหน่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อสมัยแรก วันที่ 3 ก.ค.2554 นั้น นางนาทีแจ้งว่ามีทรัพย์สิน 90,109,472.45 บาท โดยนายพิพัฒน์ คู่สมรส มีทรัพย์สิน 214,379,539.25 บาท รวมทรัพย์สิน 304,489,011.70 บาท และมีหนี้สินจำนวน 2,310,028.19 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ สามีนางนาทีปฏิเสธที่จะตอบคำถาม กรณีอาจถูกสังคมครหาหรือไม่หากรับตำแหน่ง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ทั้งที่นางนาที คู่สมรส ถูกศาลฎีกาพิพากษาว่ามีความผิด จงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเป็นเท็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 ระบุว่า รัฐมนตรีต้อง (1) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด (2) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปี (3) สําเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า (4) มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ (5) ไม่มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง (6) ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 98 (7) ไม่เป็นผู้ต้องคําพิพากษาให้จําคุก แม้คดีนั้นจะยังไม่ถึงที่สุด หรือมีการรอการลงโทษ เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทําโดยประมาท ความผิดลหุโทษ หรือความผิดฐานหมิ่นประมาท (8) ไม่เป็นผู้เคยพ้นจากตําแหน่งเพราะเหตุกระทําการอันเป็นการต้องห้ามตามมาตรา 186 หรือมาตรา 187 มาแล้วยังไม่ถึงสองปีนับถึงวันแต่งตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาสั่งจำคุกนางนาทีเป็นเวลา 1 เดือน โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญาเป็นเวลา 1 ปี ปรับเงิน 4,000 บาท จากกรณียื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ว่า หากคำพิพากษานี้มีผลให้นางนาทีขาดคุณสมบัติ ส.ส. ตามกระบวนการแล้ว ก็ต้องเลื่อนลำดับบัญชีรายชื่อของพรรคขึ้นมา 1 ลำดับ ซึ่งคือลำดับที่ 13 ของ พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรค ภท.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้ผมยังไม่เห็นคำพิพากษา จึงขอพิจารณาโดยละเอียดอีกครั้งหนึ่งว่าคำพิพากษาดังกล่าวจะมีผลอย่างไรต่อสมาชิกภาพ ส.ส.ของนางนาทีหรือไม่ อย่างไร&amp;quot; เลขาฯ พรรค ภท.กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40564</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี, ตัดสินจำคุก 1 เดือน, นางนาที รัชกิจประการ, พรรคภูมิใจไทย, ศาลฎีกา, หนังสือพิมพ์, ไม่ยื่นบัญชีหนี้สินสามี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190709/image_big_5d249e8b53fd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40527</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2019 16:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2019 16:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เศรษฐพงค์&#039;จ่อส้มหล่นเลื่อนลำดับปาร์ตี้ลิสต์เป็นส.ส.แทน&#039;นาที&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ค.62-จากกรณีศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาสั่งจำคุก นางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเหรัญญิกพรรคภท. เป็นเวลา 1 เดือน โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญาเป็นเวลา 1 ปี ปรับเงิน 4,000 บาท จากกรณียื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ส่งผลให้นางนาทีต้องถูกห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เป็นเวลา 5 ปี นับจากวันที่ 9 ธันวาคม 2556&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าวว่า หากคำพิพากษานี้มีผลให้นางนาทีขาดคุณสมบัติส.ส. ตามกระบวนการแล้วก็ต้องเลื่อนลำดับบัญชีรายชื่อของพรรคขึ้นมา 1 ลำดับ ซึ่งคือลำดับที่ 13 ของ พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรคภท.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เนื่องจากขณะนี้ตนยังไม่เห็นคำพิพากษา จึงขอพิจารณาโดยละเอียดอีกครั้งหนึ่งว่าคำพิพากษาดังกล่าวจะมีผลอย่างไรต่อสมาชิกภาพส.ส.ของนางนาที.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40527</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตัดสิทธิ์การเมือง, นางนาที รัชกิจประการ, พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โ, เลื่อนลำดับส.ส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190202/image_big_5c54fc6b47565.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
