<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113353</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2021 14:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2021 14:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสส. – มูลนิธินวัตกรรมทางสังคม เปิดตัว ชุมชนต้นแบบ &quot;บ้านยางชุม-วังศิลาโมเดล&quot; จ.สุรินทร์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 ที่ยังแพร่ระบาดเป็นวงกว้างส่งผลกระทบต่อทุกคนจำนวนมาก โดยเฉพาะปัญหาแรงงานถูกเลิกจ้างงาน สถานประกอบการบางแห่งต้องปรับลดอัตรากำลังการจ้างงานให้น้อยลง ลดเวลาการทำงาน ส่งผลกระทบต่อรายได้ลดลง โดยเฉพาะกลุ่มคนพิการที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตนี้ จากรายงานข้อมูลสถานการณ์ด้านคนพิการในประเทศไทย กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ปี 2564 พบคนพิการวัยทำงานที่ยังไม่มีอาชีพ จำนวน 72,466 คน จากจำนวนคนพิการวัยทำงานทั้งหมดที่มีอยู่ในระบบ 857,253 คน สสส. ได้ร่วมกับมูลนิธินวัตกรรมทางสังคม ดำเนินโครงการส่งเสริมอาชีพความมั่นคงทางอาหารสู่การพัฒนาชุมชนต้นแบบด้านสุขภาวะ เพื่อพัฒนาการจ้างงานคนพิการระยะยาวในวิกฤตโควิด-19 โดยใช้กลไกชุมชนด้านความมั่นคงทางอาหารมาจ้างงานเชิงสังคม ให้คนพิการทำงานที่บ้านและในท้องถิ่นของตัวเองได้ เช่น เกษตรกรรม เลี้ยงสัตว์ เพราะการจ้างงานลักษณะนี้คนพิการมีความรู้พื้นฐานเป็นทุนเดิม ทำให้ไม่ต้องปรับตัวจากการทำงานมาก และเป็นอาชีพที่สามารถทำงานที่บ้านและไม่ขาดแคลนอาหารในการบริโภค โดยโมเดลความมั่นคงทางอาหารและสนับสนุนอาชีพคนพิการมีเป้าหมาย 3 อย่าง คือ 1. พัฒนาทักษะคนพิการให้มีความรู้ความสามารถในการประกอบอาชีพที่ท้องถิ่นของตัวเองในภาวะวิกฤต 2. พัฒนาให้คนพิการทำงานตามแผนการประกอบอาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ 3.พัฒนาเป็นพื้นที่นำร่องเพื่อถอดบทเรียนการทำชุมชนต้นแบบด้านสุขภาวะ ระดับหมู่บ้าน ตำบล และอำเภอ ในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ในวิกฤตโควิด-19 นี้ ถือเป็นโอกาสสร้างอาชีพแก่คนพิการซึ่งเป็นอีกกลุ่มประชากรที่ควรได้รับความเป็นธรรมทางสุขภาพในทุกมิติ ทั้งกาย จิต ปัญญา และสังคม การที่คนพิการสามารถประกอบอาชีพ และมีรายได้จากการทำงานเหมือนคนทั่วไป ทำให้เกิดความภูมิใจในตัวเอง และช่วยให้คนพิการมีพฤติกรรมทางสุขภาพที่ดีขึ้น เกิดการยอมรับจากสังคม โดยที่ผ่านมา สสส. ได้สนับสนุนเรื่องการส่งเสริมโอกาสการมีงานทำ ทั้งเรื่องการเตรียมความพร้อมของทั้งคนพิการ สถานประกอบการ และการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการผ่านการมีส่วนร่วมในชุมชนอยู่แล้ว&amp;rdquo; นางภรณี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอภิชาติ การุณกรสกุล ประธานมูลนิธินวัตกรรมทางสังคม กล่าวว่า โครงการส่งเสริมอาชีพความมั่นคงทางอาหารสู่การพัฒนาชุมชนต้นแบบด้านสุขภาวะ สนับสนุนโดย สสส. จะเป็นการร่วมกันพัฒนาอาชีพไปยังคนพิการและครอบครัวในต่างจังหวัด ที่ตั้งใจพัฒนาเรื่องอาชีพและต้องการมีรายได้ในช่วงโควิด-19 ที่ได้รับผลกระทบจากการถูกเลิกจ้างหรือมีรายได้น้อยลง โดยบริษัทที่จ้างงานจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายเรื่องวัตถุดิบอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ และประสานเรื่องการจัดทำเอกสารและติดตามส่งรายงานให้บริษัทที่เข้าร่วมการจ้างงานเชิงสังคม ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ.2550 โดยคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องมีบัตรคนพิการ อายุ 20 &amp;ndash; 70 ปี และผู้ดูแลจะต้องมีชื่อหลังบัตรคนพิการให้สามารถใช้สิทธิแทนคนพิการ เพื่อนำเงินไปเตรียมพื้นที่สำหรับการประกอบอาชีพ ซึ่งครอบครัวคนพิการส่วนใหญ่จะนิยมปลูกผัก สมุนไพร ผลไม้ และเลี้ยงสัตว์ และหลังจากผลผลิตถึงเวลาเก็บเกี่ยวก็จะถูกจำหน่ายหรือมีผู้ค้าเข้ามารับซื้อ และผลผลิตส่วนที่เหลือหรือแบ่งเก็บไว้ครอบครัวคนพิการจะนำมาบริโภคเป็นอาหาร ซึ่งเป็นการช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในภาวะวิกฤตโควิด-19 โดยผลกำไรหรือรายได้ทั้งหมดที่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงของคนพิการและครอบครัว บริษัทจะไม่เรียกรับเงินคืน เพราะต้องการสร้างอาชีพให้คนพิการในระยะยาวและสามารถต่อยอดไปถึงอนาคตได้ ปัจจุบันได้จัดทำนำร่องไปแล้วตั้งแต่โควิด-19 ระลอกแรกเมื่อปี 2563 ที่บ้านยางชุม และบ้านวังศิลา อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ และเตรียมขยายพื้นที่เพิ่มไปยังจังหวัดต่างๆ ในอนาคตโดยมีโมเดลนำร่องจากที่นี่เป็นแบบอย่าง ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่แฟนเพจเฟซบุ๊ก คนพิการต้องมีงานทำ-มูลนิธินวัตกรรมทางสังคม หรือโทรศัพท์สอบถามได้ที่ 02 279- 9385&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113353</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กลุ่มคนพิการ, ชุมชนต้นแบบ, นางภรณี ภู่ประเสริฐ, นายอภิชาติ การุณกรสกุล, บ้านยางชุม-วังศิลาโมเดล, ปัญหาแรงงานถูกเลิกจ้างงาน, มูลนิธินวัตกรรมทางสังคม, สร้างอาชีพแก่คนพิการ, สสส., สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, สำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ, โครงการส่งเสริมอาชีพความมั่นคงทางอาหารสู่การพัฒนาชุมชนต้นแบบด้านสุขภาวะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210815/image_big_6118bdeb635c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67052</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2020 10:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2020 10:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสส. รับฟังปัญหาแรงงานในระบบ/นอกระบบที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ช่วยเหลือหนุนเสริมอาชีพทางเลือก ร่วมมือภาคีพัฒนาโครงการใหม่รองรับ พร้อมแนะคู่มือ &quot;ชีวิตวิถีใหม่...ในตลาด&quot; ป้องกันการระบาดของโควิด-19 หลังคลายล็อกดาวน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ร่วมรับฟังปัญหา&amp;ldquo;แรงงานในระบบและนอกระบบ ภายใต้สถานการณ์โควิด-19&amp;rdquo; ที่สภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย และสมาคมส่งเสริมสิทธิชุมชนเพื่อการพัฒนา พร้อมมอบชุดคู่มือดูแลตนเอง &amp;ldquo;สู้!โควิด-19 ไปด้วยกัน&amp;rdquo; อุปกรณ์ป้องกัน อาทิ หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางภรณี กล่าวว่า สสส.ดำเนินงานร่วมกับภาคีเครือข่ายแรงงานในระบบและแรงงานนอกระบบอย่างต่อเนื่องทำให้ สสส.ทราบถึงปัญหาและผลกระทบจากโควิด-19 ทั้งด้านเศรษฐกิจ และชีวิตความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก ปัจจุบันมีแรงงานในระบบที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เกือบ 2 แสนคน จาก 6 หมื่นสถานประกอบการ แจ้งเลิกประกอบกิจการแล้วกว่า 1,000 แห่ง แรงงานในระบบตกงานกว่า1 หมื่นคน รวมถึงแรงงานนอกระบบ เช่น พ่อค้า แม่ค้า หรือผู้ประกอบอาชีพอิสระไม่สามารถประกอบกิจการได้ ข้อมูลจากกระทรวงแรงงานเมื่อวันที่ 17 เมษายน และข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติปี 2562 พบว่ามีแรงงานนอกระบบประมาณ 20.34 ล้านคน ที่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคมมาตรา 39 และมาตรา 40 ซึ่งทั้งหมดเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 สสส. ให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือนร้อนในระยะเร่งด่วน พร้อมพัฒนาชุดความรู้ในการป้องกัน การดูแลตนเอง และการสนับสนุนอุปกรณ์ป้องกันอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้หนุนเสริมการจ้างงานกลุ่มแรงงานนอกระบบโดยการผลิตหน้ากากผ้า เวชภัณฑ์อื่นๆ และร่วมกับภาคีเครือข่ายพัฒนาโครงการใหม่ๆ เพื่อรองรับสถานการณ์ เช่น รวมกลุ่มหาทางเลือกอาชีพใหม่ๆ นวัตกรรมเพื่อดำเนินชีวิตในชีวิตวิถีใหม่ ล่าสุดสสส. ผลิตสื่อชุด &amp;quot;ชีวิตวิถีใหม่&amp;quot; ที่เข้าใจง่าย และนำมาปฏิบัติได้ทันที ชิ้นแรกที่เผยแพร่แล้วคือ &amp;quot;ชีวิตวิถีใหม่...ในตลาด&amp;quot; พื้นที่สาธารณะที่มีประชาชนทุกเพศทุกวัยใช้บริการ มีแนวทางการปรับสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อแนวทางเว้นระยะห่างทางสังคม (social distancing) เพื่อให้เกิดความปลอดภัยทั้งกับผู้ใช้บริการ และพ่อค้า แม่ค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตลอดกว่า 10 ปี สสส.ร่วมกับภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน พัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานในระบบและแรงงานนอกระบบ พัฒนศักยภาพแรงงานให้มีความเข้มแข็ง มีความรอบรู้ทางสุขภาพ พัฒนาความรู้ที่สอดคล้องกับบริบทเรื่องเหล้า บุหรี่ สิ่งเสพติด และความปลอดภัยในการทำงาน มีผลงานเชิงประจักษ์มากมาย อาทิ พื้นที่ต้นแบบการจัดบริการเชิงรุกแบบครบวงจรด้านอาชีวอนามัย ในพื้นที่ดำเนินการ 20 จังหวัด ใน 5 เขตสุขภาพ ขับเคลื่อนให้เกิดแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการแรงงานนอกระบบของกระทรวงแรงงาน เกิดปฏิบัติการเพื่อลดปัญหาความไม่ปลอดภัย และความเสี่ยงจากการทำงานใน 5 กลุ่มอาชีพ ได้แก่ แท็กซี่ เกษตรกร แกะสลักหิน ตัดเย็บผ้า เก็บขยะ และพร้อมที่จะทำงานเพื่อคุณภาพชีวิตของแรงงานทั้งในระบบและนอกระบบให้ดีขึ้น&amp;rdquo; นางภรณีกล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมนัส โกศล ประธานสภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย กล่าวว่า มีแรงงานได้รับผลกระทบมาตั้งแต่ปลายปี 2562 เดิมมีคนว่างงานจากปัญหาเศรษฐกิจอยู่ที่ประมาณ 1.4 แสนคน สถานการณ์โควิดได้มาซ้ำเติม ขณะนี้ตัวเลขผู้ได้รับผลกระทบยังไม่นิ่ง ข้อมูลจากการขึ้นทะเบียนว่างงานจากเหตุสุดวิสัยและว่างงานจากปัญหาเศรษฐกิจอยู่ที่ประมาณ 1.2 ล้านคน ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มมากกว่านี้ สภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทยมีเครือข่ายจากสหภาพแรงงาน สมาพันธ์ และสมาคมต่างๆ 93 เครือข่ายมีสมาชิกเกือบ 3 หมื่นคน ตั้งแต่เกิดสถานการ์โควิด-19 ได้มีการส่งข้อมูลข่าวสารในการดูแล ป้องกันตนเองที่ได้รับจาก สสส. ให้กับเครือข่าย มีการประชุมแลกเปลี่ยนสถานการณ์ แนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกัน และคุ้มครองสิทธิแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อย่างต่อเรื่อง โดยมีแรงงานจำนวนไม่ร้อยที่ไม่รู้สิทธิของตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอรุณี ศรีโต ประธานสมาคมส่งเสริมสิทธิชุมชนเพื่อการพัฒนา กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 พ่อค้า แม่ค้า ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซด์รับจ้าง และผู้ประกอบอาชีพอิสระอื่นๆ ได้รับผลกระทบต่อการประกอบอาชีพ และการดำเนินชีวิตเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงการระบาดแรกๆ เพราะมีความวิตกกังวัล เข้าไม่ถึงข้อมูลข่าวสาร และอุปกรณ์ป้องกัน ส่งผลถึงความเสี่ยงต่อการรับเชื้อ ที่ผ่านมาสมาคมฯ ได้รับการสนับสนุนข้อมูล และอุปกรณ์ป้องกันจาก สสส. เพื่อแจกจ่ายให้กับกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ หารือกับกลุ่มแรงงานนอกระบบเพื่อประเมินสถานการณ์ สอบถามความต้องการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง และร่วมมือกับอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) เพื่อจัดบริการตรวจคัดกรองเบื้องต้นให้กับประชาชนในพื้นที่ นอกจากแรงงานนอกระบบแล้ว ในพื้นที่มีแรงงานในระะบบที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ไม่ได้ทำงานเพราะโรงงานปิดชั่วคราว ทางสมาคมฯ ประสานงานไปยังกระทรวงแรงงาน หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือให้ได้รับประโยชน์ตามสิทธิของตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ&amp;ldquo;ชีวิตวิถีใหม่...ในตลาด&amp;rdquo; จัดทำออกมาในรูปแบบของโปสเตอร์ดิจิตอลที่สามารถดาวน์โหลดฟรีได้ที่ http://llln.me/i6xvZgf&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67052</URL_LINK>
                <HASHTAG>นางภรณี ภู่ประเสริฐ, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.), โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200527/image_big_5ecddf846449c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62526</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2020 14:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2020 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสส. เสนอจัดเวลาให้ผู้สูงวัย-คนพิการซื้อของลดเสี่ยงติดเชื้อโควิด19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สสส.-เครือข่ายผู้สูงอายุ-คนพิการเสนอมาตรการจัดเวลาพิเศษให้ผู้สูงอายุ-คนพิการใน กทม.เกือบ 2 ล้านคน ซื้อของจำเป็นในซูเปอร์มาร์เก็ต ลดโอกาสเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 ย้ำหากออกจากบ้านต้องเตรียมตัวให้พร้อมซื้อแล้วรีบไปรีบกลับห่างไกลเชื้อโรค &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส (Covid-19) ว่า สสส.และเครือข่ายผู้สูงอายุ และคนพิการ ได้แก่ เครือข่ายสมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย เครือข่ายผู้สูงอายุ Young Happy เครือข่ายขับเคลื่อนนโยบายรองรับสังคมสูงวัย มูลนิธิพระมหาไถ่การพัฒนาคนพิการ เครือข่าย COVID-19 Fighter เพื่อคนพิการและผู้สูงอายุ เครือข่ายบริษัท กล่องดินสอ จำกัด เห็นตรงกันว่าหลายพื้นที่โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครมีการปิดศูนย์การค้า และเปิดให้บริการซูเปอร์มาร์เก็ต บางช่วงมีผู้เข้าไปซื้อของจำนวนมาก อาจมีความเสี่ยงรับเชื้อโควิด-19 ได้ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้สูงอายุใน กทม. ราว 1.1 ล้านคน ในจำนวนนี้มี 1 แสนคน หรือร้อยละ 10.8 ที่อาศัยอยู่คนเดียวตามลำพัง หรืออยู่ลำพังกับคู่สมรส รวมถึงผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 70 ปี ที่อาจไม่สะดวกในการสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์ได้ รวมถึงคนพิการ 88,000 คน ใน กทม.ที่มีความจำเป็นต้องซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ตเช่นกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;จึงอยากขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการซูเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ พิจารณาจัดช่วงเวลาให้บริการพิเศษสำหรับผู้สูงอายุ และคนพิการก่อนเวลาทำการปกติ รวมถึงช่องทางอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อลดความเสี่ยงจากความแออัดของผู้ใช้บริการทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;อย่างออสเตรเลีย เปิดให้บริการผู้สูงอายุและคนพิการเข้ามาจับจ่ายซื้อของได้ในช่วงเวลาพิเศษ ตั้งแต่เวลา 07.00-08.00 น. หรือในสหรัฐอเมริกาห้าง Costco เปิดให้บริการผู้สูงอายุเข้าไปซื้อของได้ตั้งแต่เวลา 08.00-10.00 น. ทุกวันอังคารกับวันพฤหัสบดี ก่อนที่จะเปิดบริการให้คนทั่วไปตั้งแต่ 10.00 น. อย่างไรก็ตาม ผู้สูงอายุ และคนพิการควรพิจารณาถึงความจำเป็น รีบซื้อรีบกลับบ้านและปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขในการป้องกันตัวเองจากเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างเคร่งครัดด้วย&amp;rdquo; ภรณีกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ธิดา ศรีไพพรรณ์ เลขาธิการสมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ฯ กล่าวว่า มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ควรมีการเปิดช่วงเวลาพิเศษสำหรับผู้สูงอายุ โดยหาช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุในการออกมาซื้อสิ่งของ อาจจะเป็นก่อนห้างเปิดปกติ เช่น ห้างเปิดเวลา 10.00 น. ก็ควรเปิดให้ผู้สูงอายุมาซื้อของในเวลา 09.00 น. เพราะคนจะน้อยกว่าเวลาปกติ และต้องช่วยเหลือ ดูแล ผู้สูงอายุให้มีความรวดเร็วมากขึ้น นอกจากนี้ต้องย้ำกำหนดเวลาให้ผู้สูงอายุทราบให้ชัดเจน เพื่อให้ซื้อสินค้าเสร็จก่อนห้างเปิดตามเวลาปกติ เพื่อลดเวลาผู้สูงอายุในการอยู่รวมกับคนทั่วไป สิ่งสำคัญคือ ผู้สูงอายุต้องเข้าใจในเรื่องของการป้องกันตนเอง เพราะส่วนมากจะมีโรคประจำตัว ทำให้ติดกันง่ายและหายยาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;กาญจนา พันธุเตชะ เจ้าของเพจ ป้าแบ็กแพ็ก หรือป้าแป๋ว อดีตข้าราชการ วัย 67 ปี กล่าวว่า แม้ว่าปกติตนเองจะสามารถไปใช้บริการซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ตในช่วงเวลาปกติได้ แต่หากซูเปอร์มาร์เก็ตพิจารณาเพิ่มช่วงเวลาพิเศษเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุ คนพิการที่มีความจำเป็นต้องไปเลือกซื้อของเอง ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดี เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการได้รับเชื้อไวรัสโควิด-19 จากการต้องไปเจอคนจำนวนมาก&amp;nbsp; รวมถึงหากมีบริการส่งของให้สำหรับผู้สูงอายุ คนพิการได้ด้วยก็จะช่วยเหลือผู้สูงอายุและคนพิการได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ผู้สูงอายุและคนพิการที่ต้องมีการป้องกันสุขภาพตัวเองโดยสวมหน้ากาก และใช้แอลกอฮอล์ล้างมือ หรือล้างมือบ่อยๆ ตามคำแนะนำจากกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะรับผิดชอบคนที่ได้รับความเหลื่อมล้ำในสังคม ไม่ว่าจะเป็นคนไร้บ้าน คนสูงอายุ แรงงานนอกระบบ แรงงานข้ามชาติ มุสลิม คนไร้สถานะ ผู้หญิง ผู้ต้องขัง คนพิการ ประชากรกลุ่มเฉพาะก็คือกลุ่มคนที่ต้องประสบกับภาวะความไร้ตัวตนในสังคม ถูกมองข้าม ละเลย เข้าไม่ถึงทรัพยากร ถูกผลักภาระให้รับผิดชอบชีวิตและชะตากรรมไปตามที่ต้องประสบ มีความเสี่ยงในการใช้ชีวิตสูง โดยเฉพาะความเสี่ยงทางด้านสุขภาพ ขาดอำนาจในการต่อรอง ทำให้จิตสำนึกที่จำยอม หรือต้องยอมจำนนให้กับความไม่เที่ยงธรรม หรือตามคำนิยามของสำนัก 9&amp;nbsp; &amp;ldquo;ประชากรกลุ่มเฉพาะ&amp;rdquo; คือประชากรบางกลุ่มที่มีทั้งความเปราะบาง มีความเสี่ยง หรือต้องการกระบวนการพิเศษในการเข้าถึงการสร้างเสริมสุขภาพ สุขภาวะอันเป็นปัจจัยทางสังคมที่กำหนดสุขภาพที่ทำให้สูญเสียงสุขภาวะ เข้าไม่ถึงบริการ และไม่ได้รับประโยชน์จากการส่งเสริมสุขภาพตามนโยบายในภาพรวม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ประชาชนกลุ่มเฉพาะหรือกลุ่มคนชายขอบคือบุคคลหรือกลุ่มคนส่วนน้อยซึ่งสังคมไม่รับรู้ ไม่สนใจ เป็นผู้ที่ถูกทำให้มีความสำคัญ และมีชีวิตอยู่ตามชายแดน หรือริมขอบของพื้นที่ในสังคม ทั้งพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ การเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ชาติพันธุ์ ศาสนา การศึกษา ภาษา วิถีชีวิตทางเพศ การจัดสรรทรัพยากร รวมทั้งการเท่าทันกระแสความทันสมัยในยุคโลกาภิวัตน์ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความเป็นธรรมแล้ว คนชายขอบยิ่งอยู่ห่างไกลจากสิ่งที่เรียกว่าความเป็นธรรม ไม่ถูกนับรวมไว้เป็นพวกเดียวกันกับคนส่วนใหญ่ของสังคม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สถานการณ์ประชากรโลกปี 2558 จำนวน 7,349 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นผู้สูงอายุ 901 ล้านคน หรือร้อยละ 12 ของประชากรทั้งหมด อายุ 60 ปีขึ้นไป 901 ล้านคน หรือ 12% อายุ 15-19 ปี 4,533 ล้านคน (62%) อายุ 0-14 ปี 1,916 ล้านคน หรือ 26% ทั้งนี้ประชากรผู้สูงวัยในอาเซียนในปี 2558 อาเซียนมีประชากรทั้งหมด 633 ล้านคน ในจำนวนนี้มีผู้สุงอายุ 59 ล้านคน (ร้อยละ 9) จำนวน 3 ประเทศที่เข้าเกณฑ์สังคมผู้สูงวัยคือ 1.ประเทศสิงคโปร์ 18% 2.ประเทศไทย 16% 3.ประเทศเวียดนาม 10% ส่วนประเทศที่มีแนวโน้มสังคมผู้สูงวัย มาเลเซีย, เมียนมา 9% บรูไน อินโดนีเซีย 8% ฟิลิปปินส์ ติมอร์เลสเต กัมพูชา 7% ลาว 6%&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ประชากรสูงวัยในประเทศไทยปี 2548 ประเทศไทยเริ่มเข้าสู่สังคมสูงวัย โดยมีสัดส่วนประชากรผู้สูงวัยถึงร้อยละ 10 ปี 2558 ประเทศไทยมีประชากรทั้งหมด 65.1 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นผู้สูงอายุ 11 ล้านคน หรือร้อยละ 16 ปี 2564ประเทศไทยจะกลายเป็นสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ 20%&amp;nbsp; ปี 2574 ประเทศไทยจะกลายเป็นสังคมสูงวัยระดับสุดยอด 28% &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62526</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมคุณภาพ (สสส.), นางภรณี ภู่ประเสริฐ, ผู้สูงวัย, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200408/image_big_5e8d819cf3fab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51906</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/12/2019 10:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/12/2019 06:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชูพลังครอบครัวทำลายกำแพงปิดกั้น’คนข้ามเพศ’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;วันรำลึกถึงคนข้ามเพศที่ถูกฆ่าสังหาร (Transgender Day of Remembrance) ที่จัดกิจกรรมรณรงค์ขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ในประเทศไทยเมื่อค่ำวันที่ 3 ธันวาคมที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ไม่ใช่เพียงการรวมกลุ่มของคนข้ามเพศเพื่อร่วมกันจุดเทียนรำลึกถึงคนที่มีความหลากหลายทางเพศ ไม่ว่าจะกะเทย ตุ๊ด เกย์ ทอม ดี้ เลสเบี้ยน ที่จากโลกนี้ไปเพราะถูกฆ่าด้วยความเกลียดชัง แม้ทุกวันนี้ภาพของคนข้ามเพศดูเปิดกว้างมากขึ้น  โดยปีนี้เปลี่ยนแนวคิดการจัดกิจกรรมแทนที่จะฉายภาพความน่าสงสารของกลุ่มคนเหลานี้กลายเป็นการชูมุมบวกเชียร์ให้ครอบครัวเป็นจุดเริ่มต้นของพลังการยอมรับและทลายกำแพงความชิงชังต่อคนข้ามเพศแทน เพราะมั่นใจว่าเป็นทางออกช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวใจของงานเป็นกิจกรรมเวทีเสวนาในปีนี้ ซึ่งสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ร่วมกับมูลนิธิเครือข่ายเพื่อนกะเทยเพื่อสิทธิมนุษยชนมูลนิธิเพื่อนพนักงานบริการ(SWING) และคณะสาธารณสุขศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดวงเสวนาเรื่องครอบครัวจุดเริ่มต้นของพลังการยอมรับและทลายความเกลียดชังต่อคนข้ามเพศและคนที่มีความหลากหลายทางเพศ โดยมีสองแม่ลูก รณิศร ปิยะปภากรกูล กับเต็งหนึ่ง &amp;ndash;คณิศ ปิยะปภากรกูล , อารี ระมิงค์วงศ์ คุณพ่อของลูกสาวข้ามเพศและตัวแทนจากเครือข่ายผู้ปกครองที่มีบุตรหลานข้ามเพศและหลากหลายทางเพศ และมณฑา สาช่อฟ้า ผู้ปกครองหญิงข้ามเพศหูหนวก ตลอดจนอัจฉราภรณ์ ทองแฉล้ม ผู้ประสานงานโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเครือข่ายครอบครัวที่มีบุตรหลานหลากหลายเพศ พูดคุยแลกเปลี่ยนจุดประกายให้ครอบครัวอื่นๆ เข้าใจและไม่เหยียดผู้เป็นคนข้ามเพศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.ดร. รณภูมิ สามัคคีคารมย์ ประธานมูลนิธิเครือข่ายเพื่อนกะเทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและอาจารย์ประจำคณะสาธารณสุขศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า สำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส. มีพันธกิจชัดเจนสนับสนุนสุขภาวะกลุ่มประชากรกลุ่มเฉพาะ หนึ่งในนั้น คือ กลุ่มคนหลากหลายทางเพศ ด้วยเห็นว่า กลุ่มคนเหล่านี้เป็นคนหนึ่งในสังคม แม้คนในครอบครัวหรือคนใกล้ชิดไม่ได้อยู่ในกลุ่มนี้ แต่หากเกิดอะไรขึ้นก็กระทบกับคนในสังคม นำสู่การสนับสนุนโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเครือข่ายครอบครัวที่มีบุตรหลานเป็นบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ ซึ่งมูลนิธิฯ ดำเนินการมามากว่า 6 เดือน พบข้อมูลน่าสนใจ ครอบครัวปัจจุบันที่มีบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศยังอึดอัดคับข้องใจ เพราะสังคมไทยยังขาดแคลนข้อมูลให้แสวงหา เมื่อถึงเวลาพ่อแม่สงสัยลูกตัวเองจะนิยามตนเองว่า บุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศต้องปฏิบัติอย่างไร เป็นความกังวลด้วยความรัก ยิ่งกว่านั้น พบว่า บุคคลที่มีอิทธิพลอย่างมากในการที่ครอบครัวจะปฏิบัติอย่างไรต่อลูกตัวเอง คือ คนแถวบ้านคนในสังคม หลายครอบครัวทุกข์จากครอบครัวรอบข้างพยายามชี้แนะในสิ่งที่เขารู้ แต่อาจจะถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง โครงการนี้ต้องการสร้างเครือข่ายครอบครัวขึ้นมา พูดคุย และแสวงหาช่องทางของครอบครัวเอง บนฐานการมีสุขภาวะและเคารพสิทธิทางเพศ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; เมื่อเครือข่ายเกิดขึ้นนำมาสู่กิจกรรมครั้งนี้ รำลึกถึงการฆ่าสังหารบุคคลข้ามเพศ รำลึกคนที่แต่งตัวข้ามเพศ ใช้ชีวิตข้ามเพศ ถูกฆ่าสังหารเป็นจำนวนมาก วัน แคมเปญเกิดขึ้นในสหรัฐ จุดเทียนในโลกโซเชียลรำลึก นำมาสู่ทั่วโลก 150 ประเทศรำลึกถึงคนถูกฆ่า ไม่ได้ด้วยเหตุไปกระทำคนอื่น แต่ถูกฆ่าเพราะเราต่างจากคนอื่น มูลนิธิฯ เก็บข้อมูลร่วมกับเครือข่ายคนข้ามเพศยุโรป พบว่า ปี 2560 ปีเดียว คนข้ามเพศและคนที่มีความหลากหลายทางเพศทั่วโลกถูกฆ่า 2,064 คน เพราะถูกเกลียดชัง เป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นมาก เฉลี่ย 20 คนต่อเดือน ในประเทศไทยมีตัวเลขการฆ่าสังหารเพศที่แตกต่าง พบจากข่าว 21 คน ถูกฆ่าเพราะอัตลักษณ์ทางเพศที่แตกต่าง สะท้อนเมืองไทยเมืองพุทธยอรับได้แค่ไหน สอดคล้องกับรายงาน UNDP ระบุผลสำรวจว่า สังคมไทยรับได้ แต่ไม่อยากสุงสิงด้วย ขณะที่ข้อมูลมูลนิธิฯ สำรวจคนที่ทำให้คนหลากหลายทางเพศ รู้สึกทุกข์ใจที่สุดจากคำพูดและการปฏิบัติ คือ ครอบครัว มากกว่า 30% เหตุนี้ ครอบครัวจะเป็นคานงัดสำคัญก้าวพ้นการถูกเลือกปฏิบัติหรืออคติ ครอบครัวคือ ที่ๆ ล้มแล้วจะโดนฟูกหรือล้มไปเจอไม้กระดาน เพราะคนที่มีความหลากหลายทางเพศ เผชิญกับความรุนแรงในสังคม ประสบการรังแกกันสูงสุดในบรรดาอัตลักษณ์อื่นๆ &amp;quot; ย้ำครอบครัวเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส.  (สำนัก 9)  กล่าวว่า สสส.ยินดีร่วมทำงานขับเคลื่อนกับเครือข่ายเพื่อสาธารณะทุกเครือข่าย ภารกิจ สสส. ทำเรื่องสร้างเสริมสุขภาพเป็นหลัก แต่มักจะมีกลุ่มที่ถูกละเลยหรือถูกมองเป็นคนอื่น บุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศมีความเปราะบางและมีความเสี่ยงต่อการเข้าไม่ถึงสุขภาวะที่ดี จึงออกแบบงานให้ละเอียดและรองรับกลุ่มที่ถูกละเลย ตัวแปรสำคัญที่ทำให้เข้าไม่ถึงสุขภาวะ หรือโอกาสทางสิทธิ คือ ครอบครัวและเพื่อน หากขาดความเข้าใจจะส่งผลต่อปัญหาการใช้ชีวิตร่วมกัน อุปสรรคนี้ สสส.อยากร่วมขับเคลื่อนแก้ปัญหาด้วย บทบาท สสส. ไม่ใช่พระเอก แต่เป็นผู้สนับสนุน เราเห็นตรงกันครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ อยากลดภาวะสุ่มเสี่ยง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; จากข้อมูลชี้ว่า บุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศเสี่ยงฆ่าตัวตายกว่าเด็กทั่วไป 8 เท่า และเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า 6 เท่า แนวทางลดปัญหาเรื่องนี้ คือ การสนับสนุนจากครอบครัวและเพื่อน จะช่วยลดอาการซึมเศร้า เพิ่มการมองเห็นคุณค่าในตัวเอง ครอบครัวจะเข้ามาร่วมแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร การปรับทัศนคติวิธีคิดของพ่อแม่ การเติมความรู้ความเข้าใจเป็นส่วนสำคัญที่ สสส.สนับสนุนมูลนิธิด้านเครื่องมือการสื่อสาร โดยอยู่ระหว่างจัดเวทีถอดชุดประสบการณ์ในการดูแลบุตรหลานที่มีความหลากหลายทางเพศในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อทำในรูปแบบคู่มือคำแนะนำครอบครัวที่มีบุตรหลานเป็นบุคคลที่มีความหลกาหลายทางเพศ เป็นแนวทางให้ครอบครัวอื่นประสบปัญหาเดียวกันได้ ชุดประสวบการณ์ต่างๆ เป็นผลผลิตจากเวทีในกรุงเพทฯ และต่างจังหวัด เป็นคำแนะนำที่ผ่านการตรวจสอบความถูกต้องและเหมาะสมในบริบทไทย แต่ไม่มีคู่มือไหนสมบูรณ์แบบต้องนำไปประยุกต์ใช้ ทำให้บุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น คาดว่าจะแล้วเสร็จเมษายน 2563 นอกจากทำงานสร้างความเข้มแข็งให้ครอบครัว สสส. ให้ความสำคัญเรื่องความรอบรู้ทางสุขภาพเฉพาะของกลุ่ม การใช้ฮอร์โมน ต้องสำรวจ หาจุดอ่อน ทบทวน เพื่อแก้ปัญหา &amp;quot; ภรณี กล่าว  &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากวงเสวนาสะท้อนปัญหาที่คนข้ามเพศต้องเผชิญในสังคม การถูกปิดกั้น หรือค่านิยมในสังคมไทย เต็งหนึ่ง &amp;ndash;คณิศ ปิยะปภากรกูล  ดารานักแสดงชื่อดังผู้ประกาศตัวเองว่าเป็นเกย์เมื่อปีที่ผ่านมา กล่าวว่า ไม่เคยมองว่า การเป็นเกย์หรือมีแฟนเป็นผู้ชายผิดปกติ เพราะเราทำทุกอย่างได้ปกติ ทั้งการเรียน อาชีพการงาน ได้คุยกับที่บ้านมาตลอดเรื่องความเป็นตัวเรา อยากสบายตัว ถ้ามีโอกาสอยากจะเปิดเผยตัวเอง เล่นละครมา 18 เรื่อง คำถามที่เจอตลอดพระเอกเป็นเกย์หรือเปล่า พระเอกหน้าสวยขนาดนี้ อยากให้คนดูที่ผลงานมากกว่า เมื่อรู้สึกพร้อมก็ประกาศผ่านยูทูปส่วนตัว ซึ่งโชคดีที่คุยกับครอบครัวได้ทุกเรื่อง รู้สึกมีทัพหลังคอยช่วยเหลือในบ้าน ปัญหาใหญ่กว่านี้เคยผ่านมาได้ ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; ผมคุยกับคุณแม่เรื่องนี้ตอนอายุ 25 ปี ปัจจุบันอายุ 32 ปี แม่อยากให้เปิดเผย เพราะไม่อยากตอบคำถาม แต่ผมยังทำงานในวงการบันเทิง สุดท้ายเมื่อหนีการเป็นคนสาธารณะไม่ได้ และรู้สึกว่าในประเทศไทยไม่มีต้นแบบของคนหลากหลายทางเพศ คนชอบมองภาพของคนข้ามเพศเป็นเรื่องความตลก ภาพเป็นแบบนั้น ผมก็ขอเป็นต้นแบบของคนที่มีความหลากหลายทางเพศ สามารถปฏิบัติตัวเป็นสุภาพบุรุษได้เช่นเคย ดูแลผู้หญิง และยังเป็นเพื่อนกับผู้ชาย ผมได้รับข้อความขอบคุณ ครบ 1 ปี คลิปวีดีโอเผยแพร่ ก็ยังถูกถามเมื่อไหร่จะเป็นลูกสาวให้สุดไปเลย เมื่อไหร่จะแต่งหญิง ท้ายสุดอยากให้ทุกคนเคารพความแตกต่างทางเพศ เห็นด้วยที่จะเริ่มต้นจากพ่อแม่ที่มีลูกเป็นคนข้ามเพศ ความเข้าใจจะสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ไม่ถูกเลือกปฏิบัติ &amp;ldquo;เต็งหนึ่ง &amp;ndash;คณิศ ศิลปินชื่อดัง พูดคุยแลกเปลี่ยนในวงเสวนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายในงานมีการอ่านแถลงการณ์ทางตัวแทนจากคนข้ามเพศโดยมีข้อเรียกร้องต่อสถาบันทางสังคมเพื่อสร้างความเป็นธรรมทางเพศดังนี้ 1. สถาบันการแพทย์จะต้องหยุดระบุว่าเด็กข้ามเพศเด็กที่มีความหลากหลายทางเพศเป็นภาวะของการเบี่ยงเบนทางเพศ ภาวะความเจ็บป่วยทางจิต การปรับเปลี่ยนร่างกายการทำศัลยกรรมไม่ใช่การบำบัดรักษาเป็นการสนับสนุนทางการแพทย์ เพราะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่พึงได้รับ 2. สถาบันทางการศึกษาต้องเปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้และเติบโตให้สอดคล้องตามอัตลักษณ์ทางเพศของเด็ก 3. องค์กรที่ทำงานด้านการพัฒนาเด็กและครอบครัวจะต้องทำให้เด็กข้ามเพศรู้เท่าทันเพื่อเข้าถึงสิทธิและโอกาสที่ทัดเทียมกับเด็กคนอื่นๆ 4. รัฐบาลจะต้องเห็นถึงช่องว่างทางนโยบายที่ขาดระบบข้อมูลความรู้ระบบบริการที่มีการสนับสนุนครอบครัวที่มีบุตรหลานข้ามเพศหลากหลายเพศ 5. รัฐบาลไทยต้องผลักดันกฎหมายพิทักษ์คุ้มครองสิทธิมนุษยชนของกลุ่มคนข้ามเพศในเรื่องกฎหมายรับรองเพศสภาพกฎหมายเปลี่ยนคำนำหน้านามบุคคลกฎหมายจดทะเบียนสมรสเป็นต้นเพื่อลดความกังวลของพ่อแม่ผู้ปกครองที่มีบุตรหลานหลากหลายเพศ หลังแถลงการณ์มีการจุดเทียนและยืนสงบนิ่งเพื่อรำลึกถึงเพื่อนคนข้ามเพศคนที่มีความหลากหลายทางเพศที่เสียชีวิต ด้วยหวังว่าจะหยุดความชังที่ฝังรากลึกและไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51906</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนข้ามเพศ, ครอบครัว, นางภรณี ภู่ประเสริฐ, ผศ.ดร. รณภูมิ สามัคคีคารมย์, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191206/image_big_5de9c8216cb0f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49663</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2019 15:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/11/2019 06:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสส.-พอช.พม.ยกเสาเอกศูนย์ฟื้นฟูฯบางพูนวันที่อยู่อาศัยสากล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;Live With Dignity 1 ต.ค. วันประวัติศาสตร์ วันที่อยู่อาศัยสากล (World Habitat Day) สสส.สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ร่วมภาคประชาสังคมยกเสาเอกศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพคนไร้บ้านแห่งที่ 3 บางพูน ปทุมธานี ให้เป็นศูนย์ตั้งหลักชีวิตมาฟื้นฟูก่อนสงกรานต์ ได้ฉลองเป็นศูนย์พูนสุขที่บางพูน พูนสุขสุขเกษม วางกลไกพัฒนาศักยภาพคนไร้บ้าน สร้างความสัมพันธ์กับชุมชน เตรียมความพร้อมกลับคืนสู่สังคม ผุดโมเดลการพัฒนทุนทางจิตใจคนไร้บ้าน ป้องกันกลับมาไร้บ้านซ้ำอีก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ข้อความด้วยลายมือบนกระดานดำในงานพิธียกเสาเอกศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพคนไร้บ้านแห่งที่ 3 บางพูน ปทุมธานี ด้วยการวางกลไกพัฒนาศักยภาพคนไร้บ้านสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน....&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ยินดีที่วันนี้มีบ้านที่อบอุ่น สสส.พร้อมเป็นกำลังใจให้นะคะ&amp;rdquo; ภรณี ภู่ประเสริฐ สสส.สำนัก 9 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ไร้บ้านไร้ชีวิต มีแต่พัฒนาคุณภาพ ชีวิตคนไร้บ้าน&amp;rdquo; นรินทร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ที่นี่...ไม่ไร้บ้าน แต่ที่นี่คือ วิมานของเรา&amp;rdquo; ไมตรี อินทุสุต ประธาน พอช. 1 ต.ค.62 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คือข้อความด้วยลายมือของพันธมิตรทั้ง 3 ที่ช่วยกันสร้างประวัติศาสตร์ 1 ต.ค. วันที่อยู่อาศัยสากล (World Habitat Day) &amp;ldquo;เมืองจะเจริญไม่ได้ ถ้าปราศจากคนจน สิทธิที่อยู่อาศัยคือสิทธิมนุษยชน&amp;rdquo; เครือข่ายสลัม 4 ภาค &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เราเป็นคนจนจัด ไม่ใช่คนจรจัด&amp;rdquo; &amp;ldquo;เราต้องรู้เกี่ยวกับคนไทยไร้สิทธิ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สสส. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พอช. เครือข่ายสลัม 4 ภาค ร่วมกับภาคี 9 หน่วยงาน และอีก 180 องค์กร Kick Off พร้อมกันทั่วประเทศ สำรวจพื้นที่ในเมืองใหญ่เห็นตัวเลขที่เป็นจริง เป็นนิมิตหมายที่ดี ตอบโจทย์ในการสร้างศูนย์ฯ 3 หลัง ประเดิมที่กลางเมืองเชียงใหม่ เป็นที่ดินในสนนราคา 19 ล้านบาท สร้างศูนย์ฟื้นฟูฯ สนนราคา 7 ล้านบาท มีพื้นที่อยู่อาศัย 3 คูณ 3 ตารางเมตร เป็นเงินค่าเช่าเดือนละ 350 บาท มีพื้นที่ร่วมเป็นสวนผัก บริหารจัดการร่วมกัน ขอนแก่นแห่งที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ปทุมธานีแห่งที่ 3 &amp;ldquo;มีที่อยู่ที่ถูกหลักอนามัย มีที่นอน ที่ทำมาหากิน มีใจช่วยเหลือกันและไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง&amp;rdquo; มีแปลงปลูกพืชผักปลอดสารพิษไม่ใช้ยาฆ่าแมลง &amp;ldquo;นกกินเป็นบุญ คนกินเป็นทาน&amp;rdquo; แปลงเกษตรรังสิต-ปทุมธานี เพื่อให้สมาชิกมีส่วนในการดูแลแปลงเกษตรคนละ 1 แปลง และปลูกผักสวนครัวคนละ 5 ต้น ผลผลิตที่ได้ลดค่าใช้จ่าย สร้างรายได้ให้ยั่งยืน เพราะเราคือ Homeless ปทุมธานี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ (สำนัก 9) สสส. กล่าวว่า สสส.ให้การสนับสนุนพัฒนาศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพคนไร้บ้านแห่งที่ 3 ร่วมมือกับกระทรวง พม.หนุนศักยภาพแกนนำเข้าใจพี่น้องคนไร้บ้าน ระบบสวัสดิการในการอยู่ร่วมกันของคนไร้บ้าน พัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อได้โอกาสพึ่งพาตัวเองกลับไปอยู่ในสังคมปกติได้ ที่ จ.ปทุมธานีมีคนไร้บ้านอยู่ในพื้นที่สาธารณะ 46 คน ถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงมาก (เพศชายร้อยละ 87 เพศหญิงร้อยละ 9) ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงแรงงาน (อายุ 40-59 ปี) หากนำคนเหล่านี้เข้ามาอยู่ในบ้านชั่วคราว อยู่ในพื้นที่ปลอดภัย เสริมพลังให้เกิดความมั่นใจด้วยการพัฒนาศักยภาพ ประกอบอาชีพ อยู่ร่วมกับคนอื่น ชุมชน แล้วกลับไปเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว อยู่ในสังคมที่อยู่กันอย่างเกื้อกูล มีการปลูกผักมาขายในชุมชน &amp;ldquo;ไม่ใช่ทุกคนจะชอบทำเบเกอรี่ ใครชอบอะไรก็ส่งเสริมให้ฝึกฝนทำเป็นอาชีพพึ่งพาตัวเองได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ที่อยู่อาศัยถือเป็นปัจจัยทางสังคมที่กำหนดสุขภาพของคนไร้บ้าน การมีบ้านเป็นส่วนหนึ่งของการมีคุณภาพชีวิตที่ดีเบื้องต้น การมีศักดิ์ศรีของตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ สสส.จึงร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคประชาสังคม มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย เครือข่ายคนไร้บ้าน สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขับเคลื่อนนโยบายด้านที่อยู่อาศัยสำหรับคนไร้บ้าน จนเกิดมติ ครม.โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มคนไร้บ้าน 2 ปี (2559-2560) เมื่อวันที่ 8 มี.ค.2559 สนับสนุนการสร้างศูนย์พักคนไร้บ้าน และพัฒนาศักยภาพของกลุ่มคนไร้บ้านใน 3 เมืองใหญ่ เชียงใหม่ ขอนแก่น ปทุมธานี เพื่อรองรับกลุ่มเป้าหมายกว่า 698 คน ขณะนี้ได้สร้างศูนย์พักคนไร้บ้านแล้วเสร็จ 2 แห่ง (เชียงใหม่ ขอนแก่น) อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 1 แห่ง (ปทุมธานี) เป็นศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพคนไร้บ้านที่มาจากเขตจตุจักร เขตดอนเมือง หลักสี่ เทศบาลเมืองปทุมธานี ศูนย์คนไร้บ้านบางกอกน้อยมีจำนวน 80 คน มีเด็กจำนวนหนึ่ง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;การทำงานของ สสส.ในการทำให้คนไร้บ้านได้เข้าถึงที่พักอาศัยทั้งแบบชั่วคราวและถาวร เป็นแนวทางการทำงานที่สอดคล้องกับแนวทางการทำงานระดับสากล คือ &amp;ldquo;Housing First&amp;rdquo; เป็นแนวทางที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถช่วยให้คนไร้บ้านสามารถกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีอีกครั้ง เมื่อร่วมกับกระบวนการพัฒนาศักยภาพและสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน เพื่อเตรียมความพร้อมกลับคืนสู่สังคม ป้องกันการกลับมาไร้บ้านซ้ำ การพัฒนาระบบบริหารจัดการศูนย์พักฯ การสนับสนุนให้เกิดการจัดระเบียบ การจัดสวัสดิการ ระบบการดูแลช่วยเหลือและพึ่งตนเอง รวมทั้งการหนุนเสริมทักษะด้านอาชีพที่ทำให้คนไร้บ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;วิธีทำงานต้องสร้างความคุ้นเคยกับคนไร้บ้าน ให้เขารู้สึกว่าเราเป็นมิตร ไม่เป็นอันตราย ในประเทศฟิลิปปินส์ใช้กาแฟผูกมิตร ของไทยก็นำอาหารไปให้ ทำให้เขาไว้เนื้อเชื่อใจ ไม่ให้เกิดความหวาดกลัว ให้เห็นพ้องต้องกันว่าไม่ควรอยู่ในพื้นที่สาธารณะ เป็นการเสี่ยงต่อคุณภาพชีวิต ถูกทำร้าย อาหารไม่สะอาด ขออาหารในพื้นที่สาธารณะ บางครั้งก็หยิบกินจากกองขยะเพื่อประคับประคองชีวิต เราต้องพูดให้เขาเห็นอนาคตมีความหวัง เพราะคนกลุ่มนี้เป็น Loser ผู้ที่พ่ายแพ้จากที่ทำงาน ในครอบครัวมีปัญหา ถูกทอดทิ้ง พ่ายแพ้ในระบบสังคม สิ่งเหล่านี้ต้องอาศัยเวลา ต้องทำงานจากข้างในเพื่อมองให้เห็นคุณค่า สิ่งเหล่านี้ต้องใช้ความประณีตในการออกแบบ เรื่องชีวิตเป็นงานยาก ต้องทำให้เขาอยู่ในครอบครัว ชุมชนได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;การสร้างศูนย์พักคนไร้บ้าน แม้จะเป็นการลดเงื่อนไขในการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขี้นของคนไร้บ้านแล้ว การพัฒนาศักยภาพและภาวะความมั่นคงภายในของคนไร้บ้านเป็นประเด็นสำคัญในการทำให้เขาสามารถลุกขึ้นมาดูแลจัดการตนเองได้ แผนการในระยะต่อไปของ สสส.ร่วมกับสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พัฒนาเครื่องมือและโมเดลการพัฒนาทุนทางจิตใจ (PsyCap) ของคนไร้บ้านในพื้นที่ปทุมธานี เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและศักยภาพคนไร้บ้านที่ยั่งยืน และการขยายผลในเชิงพื้นที่ต่อไปในอนาคต ศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพคนไร้บ้านได้รับอนุมัติงบประมาณสนับสนุน 30,108,420 บาท เพื่อดำเนินการซื้อที่ดินขนาด 2 ไร่ 2 งาน 42 ตารางวา และดำเนินการก่อสร้างศูนย์จากการออกแบบปรับปรุงตัวอาคารที่อยู่อาศัยเดิม &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ไมตรี อินทุสุต ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กล่าวว่า การทำงานของ 8 หน่วยงานอย่างมีบูรณาการ วางศิลาฤกษ์ลงเสาเข็ม เพื่อให้บ้านเป็นวิมานของคนในบ้าน สงกรานต์หน้าศูนย์พักพิงฯ แห่งนี้บนพื้นที่ 2 ไร่ครึ่ง จะเป็นที่พักและเป็นแหล่งชุมชนทางตอนเหนือของ กทม. ย่านจตุจักร ดอนเมือง สายไหม นนทบุรี ปทุมธานี ผู้ขาดโอกาสจะได้รับการพัฒนาทางสังคม มีเกียรติ โอกาส กำลังใจ คนจะมีศักยภาพ มีสัมมาอาชีวะ &amp;ldquo;ลุงดำ (สุชิน เอี่ยมอินทร์นายกสมาคมคนไร้บ้าน) และคณะจัดแหล่งที่อยู่ย่านบางกอกน้อย 70 ครัวเรือนขยายไปย่านตลิ่งชันริมทางรถไฟ และในวันที่ 12 เม.ย. ที่ศูนย์วัดหนู&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ขณะนี้ได้มีการสำรวจจะขยายไปยังนครราชสีมา อุบลราชธานี อุดรธานี นครปฐม คนไร้บ้านจะอยู่ร่วมกันได้ เป็นการสร้างเกียรติ โอกาส กำลังใจ &amp;ldquo;สสส.เป็นตัวตั้ง ทำดีสุขภาวะ กระทรวงสาธารณสุข ร่างกายใหญ่โต กระทรวงแรงงานมือเท้าโต กระทรวงศึกษาธิการ ผู้นำโชค รวมกันเป็นมนุษย์ที่มีศักดิ์ศรีมีเป้าหมาย คนตัวเล็กแต่ใจโต&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;พิธียกเสาเอกศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพคนไร้บ้าน จ.ปทุมธานี ไมตรี อินทุสุต ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), เบญจมาส สมศรี พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ปทุมธานี, ภรณี ภู่ประเสริฐ ผอ.สำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส., สุชิน เอี่ยมอินทร์ นายกสมาคมคนไร้บ้าน พิธียกเสาโทศูนย์ฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพคนไร้บ้าน จ.ปทุมธานี, อาวุธ วิเชียรฉาย นายอำเภอปทุมธานี, สมชาติ ภาระสุวรรณ ผอ.สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน, อำนวย นาคบุรินทร์ นายกเทศมนตรี ต.บางพูน, สมบุญ คงคา ประธานเครือข่ายสลัม 4 ภาค. &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49663</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมคุณภาพ (สสส.), นางภรณี ภู่ประเสริฐ, วันที่อยู่อาศัยสากล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191106/image_big_5dc2870ae5027.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48263</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2019 19:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2019 06:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ค่ายปิดเทอมสร้างสรรค์สนุกสนานเที่ยวบ้าน เด็กชาติพันธุ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ปิดเทอมเป็นช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้และเปิดโลกกว้างของเด็กไทยเหตุนี้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ร่วมกับบริษัทกล่องดินสอจำกัดได้ร่วมกันจัดกิจกรรมค่ายเที่ยวบ้านครั้งที่2 โดยเป็นชื่อภาษาไทยใหญ่ชื่อปิ้กจยองโมนเซอเหล่เฮินไตก๊อหมายความว่าปิดเทอมสนุกสนานเที่ยวบ้าน เมื่อวันที่7-9 ต.ค. ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ครั้งนี้สสส. เปิดพื้นที่ให้เด็กๆได้ร่วมกิจกรรมอย่างสร้างสรรค์ในช่วงปิดเทอมกับโครงการ&amp;ldquo;ปิดเทอมสร้างสรรค์&amp;quot; โดยเป็นการจัดค่ายเรียนรู้ชาติพันธุ์ที่นอกจากให้เด็กๆได้สนุกสนานร่วมกันผ่านกิจกรรมค่ายแล้วยังส่งเสริมการเรียนรู้สร้างความเข้าใจยอมรับแลกเปลี่ยนความสามารถและภาคภูมิใจในความสามารถของตัวเด็กๆในบริบทแบบที่เด็กเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะกล่าวว่าสสส.มีความมุ่งมั่นในการสนับสนุนให้เด็กๆได้ใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์ในช่วงปิดภาคเรียนโดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในกลุ่มประชากรเฉพาะทั้งเด็กพิการและเด็กชาติพันธุ์ซึ่งเข้าถึงกิจกรรมต่างๆได้น้อยนั้นนับว่าเป็นโอกาสดีเปิดโอกาสให้เด็กกลุ่มนี้ได้มีกิจกรรมทำในช่วงปิดเทอมและได้สร้างประสบการณ์ที่ดีในการเรียนรู้จักเพื่อนกลุ่มใหม่ผ่านกิจกรรมค่าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นายฉัตรชัย อภิบาลพูนผล ผู้จัดตั้งบริษัท กล่องดินสอ จำกัดกล่าวถึงประชากรกลุ่มเฉพาะว่าปกติแล้วประชากรกลุ่มนี้มักจะเป็นผู้รับหรือมีอาสาสมัครจากกลุ่มต่างๆในสังคมทำกิจกรรมหรือนำสิ่งของมามอบให้เท่านั้นในกิจกรรมค่ายปิ้กจยองโมนเซอเหล่เฮินไตก๊อครั้งนี้เป็นกิจกรรมค่ายที่ทำให้เด็กๆทั้งเด็กไทยใหญ่ที่เป็นตัวแทนเด็กชาติพันธุ์จากศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยาอ.ฝางจ.เชียงใหม่และเด็กตัวแทนเด็กเมืองจากรร.ศูนย์การศึกษาคนตาบอดจ.ลำปางผู้บกพร่องทางการเห็นได้แบ่งปันประสบการณ์ความรู้ความสามารถในแบบที่เด็กแต่ละคนมีผ่านกิจกรรมค่ายทั้งการเล่นเกมสันทนาการทำอาหารไทยใหญ่เกี่ยวข้าวและการทำความสะอาดวัดร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สำหรับโครงการปิดเทอมสร้างสรรค์ค่ายเรียนรู้ชาติพันธุ์เที่ยวบ้านเพื่อนครั้งที่2 ปิ้กจยองโมนเซอเหล่เฮินไตก๊อจัดขึ้นในระหว่างวันที่7-9 ตุลาคม2562 จำนวน3 วัน2 คืนณศูนย์การเรียนรู้ไร่ส้มวิทยาอ.ฝางจ.เชียงใหม่โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้รวม58 คนได้แก่เด็กจากศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยาจำนวน17 คนครูในศูนย์การเรียนรู้ไร่ส้มฯจำนวน6 คนเด็กจากรร.ศูนย์การศึกษาคนตาบอดลำปางจำนวน10 คนครูผู้ดูแลจำนวน4 คนทีมงานจากบ.กล่องดินสอจำนวน6 คนอาสาสมัครจากกรุงเทพฯและเชียงใหม่จำนวน9 คนทีมงานจากสสส. 1 คนและครอบครัวอาสาสมัครชาวเดนมาร์กจำนวน5 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;บรรยากาศภายในค่ายครั้งนี้มีการทำกิจกรรมค่ายร่วมกันพักค้างแรมด้วยกันเล่นเกมสันทนาการละลายพฤติกรรมกิจกรรมแนะนำให้รู้จักกันได้แก่รู้จักความเป็นมาของไร่ส้มวัฒนธรรมของเด็กไทยใหญ่รู้จักกับน้องผู้บกพร่องทางการเห็นมากขึ้นผ่านกิจกรรมจำลองสถานการณ์เพื่อช่วยเหลืออย่างเหมาะสม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ที่น่าสนใจมีกิจกรรมกลุ่มร่วมกันทั้งการสำรวจรอบชุมชนไร่ส้มออกกำลังกายกิจกรรมเข้าแถวหน้าเสาธงทำความสะอาดวัดเรียนรู้การทำอาหารท้องถิ่นของไทยใหญ่แบ่งปันความสามารถของแต่ละกลุ่มในกิจกรรมรอบกองไฟผูกรับขวัญข้อมือน้องๆโดยคุณครูทีมงานผู้เข้าร่วมค่ายและกิจกรรมกอดลากิจกรรมธรรมเนียมของทางเจ้าบ้านไร่ส้มส่งท้ายก่อนกลับอย่างอบอุ่นให้กับเด็กๆคุณครูทีมงานทุกคนทั้งเจ้าบ้านและเพื่อนผู้มาเยือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48263</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมคุณภาพ (สสส.), นางภรณี ภู่ประเสริฐ, ปิดเทอมสร้างสรรค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191017/image_big_5da85d2ac791e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16237</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2026 14:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2018 11:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปรับบ้านรับครอบครัวสูงวัย  มธ.เปิดศูนย์ให้คำปรึกษาฟรี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัวในปี 2568&amp;nbsp; การวางนโยบายและเตรียมความพร้อมรับมือจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะการเริ่มต้นปรับเปลี่ยนบ้านพัก ที่อยู่อาศัย รวมทั้งสภาพแวดล้อม สิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่สาธารณะให้เหมาะสมรับผู้สูงวัยสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกขึ้น เกิดความสุข และความสบายใจให้คนในครอบครัวอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ที่อาคารศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก เทศบาลนครรังสิต จังหวัดปทุมธานี มีพิธีเปิดศูนย์ออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อทุกคน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (Thammasat.UDC) อย่างเป็นทางการ เพื่อให้คำปรึกษา ให้ความรู้ ติดตาม และให้คำแนะนำ จัดอบรมหรือการเสวนาในประเด็นการออกแบบและปรับปรุงที่อยู่อาศัยให้เหมาะสมกับผู้สูงอายุและคนพิการ รวมถึงรวบรวมองค์ความรู้และวิจัยด้านนวัตกรรมของท้องถิ่น โดยพื้นที่ให้บริการของศูนย์ครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบน ผู้สนใจสามารถรับคำปรึกษาและแนะนำได้ฟรี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ผศ.ดร.ชุมเขต แสวงเจริญ หัวหน้าศูนย์ออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อทุกคน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ประเทศไทยมีผู้สูงอายุที่เสียชีวิตเพราะการพลัดตกหกล้มปีละ 900-1,000 คน หรือเฉลี่ยวันละ 2-3 คน และมีความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มเพิ่มสูงขึ้นตามอายุ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โดยผู้สูงอายุเพศหญิงมีการพลัดตกหกล้มสูงกว่าเพศชาย 1.5 เท่า และเกินครึ่งของผู้สูงอายุเพศหญิงที่หกล้มนั้น หกล้มในตัวบ้านและบริเวณรั้วบ้าน เช่น ห้องนอน ห้องครัว และห้องน้ำ ดังนั้นการปรับสภาพแวดล้อมในตัวบ้านให้มีความเหมาะสมและปลอดภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก และอยากเชิญชวนให้ทุกคนหันมาปรับปรุงบ้านให้เหมาะสมเพื่อเป็นของขวัญให้กับแม่ในปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า จากข้อมูลเมื่อปี พ.ศ.2557 พบว่ามีบ้านไม่ถึง 1 ใน 4 ที่มีการดัดแปลงสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับผู้สูงอายุ โดยมีเพียงร้อยละ 15.2 เท่านั้นที่มีการติดราวในห้องน้ำ และเพียงร้อยละ 5.8 เท่านั้นที่มีราวเกาะในห้องนอน ทำให้ผู้สูงอายุตกอยู่ในความเสี่ยงของการหกล้มในตัวบ้าน ทั้งนี้ หนึ่งในอุปสรรคของการปรับสภาพบ้านคือการขาดองค์ความรู้และกลไกในการสนับสนุนและให้คำปรึกษาแก่ประชาชน สสส.จึงร่วมขับเคลื่อนนโยบายประชารัฐเพื่อสังคมด้านที่อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อมเพื่อการอยู่อาศัย และได้สนับสนุนการพัฒนาศูนย์ออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อทุกคน เพื่อให้คำปรึกษาเรื่องการปรับสภาพที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัยต่อการเนินชีวิตของผู้สูงอายุ และเอื้อต่อการใช้งานของทุกคน ช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุของคนในบ้าน ทำให้บ้านอยู่สบาย ปลอดภัย ทั้งนี้ สสส.ได้สนับสนุนมีศูนย์ออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อทุกคนกระจายอยู่ทุกภาคทั่วประเทศ เพื่อการให้บริการที่ทั่วถึงครอบคลุมแก่ประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นางธนาภรณ์ พรมสุวรรณ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า แผนการขับเคลื่อนงานด้านผู้สูงอายุครอบคลุมการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในทุกมิติ ทั้งสุขภาพ สังคม เศรษฐกิจ สภาพแวดล้อม และนวัตกรรม โดยมีการจัดทำมาตรฐานการดูแลผู้สูงอายุและหลักสูตรผู้ดูแลผู้สูงอายุ เพื่อส่งเสริมให้การจัดสถานที่พำนักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุให้มีคุณภาพ มาตรฐานและพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ ด้านสภาพแวดล้อม ปรับสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกภายในบ้าน หรือที่สาธารณะ หรือสถานที่ที่ผู้สูงอายุทำกิจกรรมร่วมกันให้มีความเหมาะสม ปลอดภัยต่อการดำรงชีวิตของผู้สูงอายุ รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมการปรับสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะสม ปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุอีกด้วย&amp;nbsp;


fifa356&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ ผู้สนใจต้องการขอคำปรึกษาติดต่อได้ที่ ศูนย์ให้คำปรึกษา ถือว่ายกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในชุมชนแล้ว ยังกระตุ้นให้เกิดการขยายโอกาสทางธุรกิจและอุตสาหกรรมรองรับสังคมวัยเก๋าอีกด้วย ทั้งนี้ ครอบครัวใดสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์: 09-8696-2245 เฟซบุ๊ก: หน่วยวิจัยและออกแบบเพื่อคนทั้งมวล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อีเมล: thammasat.udc@gmail.com.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เสริมสุขภาวะเมืองพิจิตร-ศรีสะเกษ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เมื่อเร็วๆ นี้ นายเผด็จการ กันแจ่ม ทีมสนับสนุนวิชาการหน่วยจัดการระดับจังหวัด&amp;nbsp; 


bnk789&amp;nbsp;ในโครงการส่งเสริมให้ชุมชนขับเคลื่อนขนาดเล็กและโครงการทั่วไป เปิดเผยภายหลังร่วมถอดบทเรียนปัญหาของชุมชนในพื้นที่จังหวัดพิจิตร ที่ห้องประชุมโรงเรียนหลวงพ่อเพชร วัดท่าหลวง พระอารามหลวง ว่า โครงการดังกล่าวได้รับเงินทุนจาก สสส. เพื่อให้ชาวบ้านได้ร่วมกันแก้ปัญหาด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม โดยจังหวัดพิจิตรได้รับความสนใจจากกลุ่มแกนนำชุมชนที่เข้าร่วม 20 โครงการ ครอบคลุมพื้นที่ 12 อำเภอของจังหวัดพิจิตร ที่มุ่งแก้ปัญหาการลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในงานประเพณี, การจัดการขยะ, การส่งเสริมการปลูกผักในครัวเรือน, การส่งเสริมให้เด็กบริโภคผักผลไม้ในโรงเรียน, การสร้างเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ, การลด ละ เลิกบุหรี่, กิจกรรมทางกาย และการจัดการจุดเสี่ยงในชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โดยมีนายรุ่งเรือง กัลย์วงศ์ เป็นหัวหน้าจัดการร่วมกับ (สสส.) พื้นที่พิจิตร (Node) ซึ่งเป็นผู้เชื่อมต่อเครือข่ายต่างๆ ในพื้นที่พิจิตรในการปลุก กระตุ้น สร้างจิตสำนึก สร้างกรอบแนวคิดในการดำเนินการแบบเสริมพลัง โดยหน่วยจัดการที่เป็นทีมงานภาคประชาชนจะร่วมกันติดตามและประเมินความคืบหน้าของการแก้ไขปัญหาให้เป็นรูปธรรม เพื่อทำแผน ทำโครงการ ให้สอดคล้องกับการใช้งบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่คิดโดยชาวบ้าน ทำเพื่อชาวบ้าน แก้ไขปัญหาได้อย่างถูกจุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ปัญหาด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่จังหวัดพิจิตรที่กำลังเป็นปัญหาสำคัญ จำเป็นเร่งด่วน ที่ควรเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้เพื่อรับมือกับปัญหาและแนวทางแก้ไข นั่นคือเรื่องสังคมผู้สูงอายุ และปัญหาการจัดการขยะมูลฝอย&amp;rdquo; นายเผด็จการกล่าว&amp;nbsp;


save168&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ที่จังหวัดศรีสะเกษ นายธงชัย เจริญพานิชย์กุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้เดินทางไปเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการคนเมืองศรี อยู่ดีมีแฮง ตอนสานใจคนเมืองศรีฯ งดเหล้าครบพรรษา ร่วมกับเครือข่ายองค์กรงดเหล้า สสส.และองค์กรเครือข่ายได้ร่วมกันจัดงานนี้ขึ้น เพื่อต้องการให้ประชาชนมีการลด ละ เลิกการดื่มเหล้า-เบียร์ เพื่อให้ตนเองมีสุขภาพดี และลดผลกระทบจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ โดยปีนี้มีผู้ร่วมปฏิญาณตนที่จะมีการติดตามชวนให้งดดื่มครบพรรษาอย่างใกล้ชิด จำนวน 1,727 คน หากสามารถงดเหล้าครบพรรษาได้จะสามารถประหยัดเงินค่าเหล้าได้ถึง&amp;nbsp; 


สล็อต&amp;nbsp;&amp;nbsp;4,144,800 บาท ตนจึงขอเชิญชวนประชาชนชาวศรีสะเกษได้ร่วมกันงดเหล้าครบพรรษาเพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 แม่ของแผ่นดิน ในวันที่ 12 สิงหาคม 2561 อีกด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16237</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมกิจการผู้สูงอายุ, ธนาภรณ์ พรมสุวรรณ, นางภรณี ภู่ประเสริฐ, ผศ.ดร.ชุมเขต แสวงเจริญ, สสส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180827/image_big_5b83831066d18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
