<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92877</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2021 09:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2021 09:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ปกครองโวยครูตบหน้าลูกวัย 7 ขวบ จนต้องเข้ารพ.  ปลัดอำเภอ-ผอ.ร้อน!ตั้งกก.สอบข้อเท็จจริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.พ.64 - นายจักร์กฤษ ร่วมกูล ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วย นายจักรพงษ์ บุราสิทธิ์ ปลัดอำเภอฝ่ายความเป็นธรรม , ผู้อำนวยการกลุ่มการศึกษา ร่วมกับผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในตำบลหนองยายพิมพ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังจากมีผู้ปกครองรายหนึ่งโพสต์ภาพพร้อมข้อความว่าลูกสาวถูกครูตบหน้า จนต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีข้อความว่า &amp;ldquo;ให้โอกาสครูครั้งแรกมากราบขอโทษ แม่ก็ให้อภัยแล้วสัญญาว่าจะไม่ทำอีก แล้วมาขอร้องให้ลูกไปโรงเรียนเพราะเห็นว่าแม่แก่มากแล้วมันลำบากหลายอย่างเลยให้อภัยไป แต่มาวันนี้ยังตบอีกจนรอบนี้เข้าโรงพยาบาลนางรองแล้วต้องไปเอ็กซเรย์สมองที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์อีก เห็นเป็นคนจนๆ แล้วไม่ช่วยเหลือแล้ว รังแกยังไงก็ได้ ถึงชีวิตแม่คนนี้จะไม่มีเงินทองมากมาย แต่แม่จะช่วยลูกถึงที่สุด...เดี๋ยวจะได้รู้กัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการลงพื้นที่ตรวจสอบยังบ้านของผู้ปกครองที่โพสต์ คือ น.ส.แวว (นามสมมติ) อายุ 30 ปี ให้ข้อมูลว่า ด.ญ.เอ (นามสมมติ) ลูกสาวของตนเองอายุ 7 ขวบ เรียนอยู่ชั้น ป. 1 โรงเรียนแห่งหนึ่งในตำบลหนองยายพิมพ์ ปัจจุบันอยู่กับยาย ส่วนตนเองไปทำงานที่จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ที่ผ่านมา แม่ได้โทรศัพท์ไปบอก ว่าลูกสาวถูกครูที่โรงเรียนตบหน้าอย่างแรง จนหน้าบวมแดง ตาข้างขวาปิด และมีอาการปวดศีรษะ จนต้องนำตัวส่งไปตรวจรักษาที่โรงพยาบาลนางรอง นอนรักษาอยู่ 1 คืน หมอให้ยากลับมาพักฟื้นต่อที่บ้าน ซึ่งตนตกใจและเป็นห่วงลูกมากจึงรีบเดินทางกลับมาที่บ้าน พอมาเห็นสภาพลูกซึ่งยังอยู่ในอาการหวาดกลัวพอสอบถามก็บอกว่าถูกครูตบหน้า ไม่อยากจะไปโรงเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.แวว บอกด้วยว่า ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ลูกถูกครูทำร้ายด้วยการใช้มือตบหน้า เพราะเมื่อประมาณวันที่ 5 ก.พ. ที่ผ่านมา ลูกสาวถูกครูคนดังกล่าวตบหน้าจนต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลมาแล้วครั้งหนึ่ง โดยไม่รู้ว่าเพราะสาเหตุอะไร หรืออาจจะเป็นเพราะลูกสาวของตนเป็นเด็กที่พัฒนาการช้าอาจจะทำอะไรไม่ทันเพื่อนอาจทำให้ครูโมโหหรือไม่ เพราะตนไม่อยากคาดคั้นลูกมาก แต่ครูได้มาขอโทษ และรับปากว่าจะไม่ให้เกิดขึ้นอีก ซึ่งตนให้โอกาสและไม่อยากให้เป็นเรื่องเป็นราว เพราะตนเองเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนนี้ แต่พอมาเกิดครั้งที่สองซ้ำอีกตนยอมรับว่าเสียใจและสงสารลูกมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากปลัดอำเภอ และ ผอ.โรงเรียน ลงมาเยี่ยมน้องที่บ้านและสอบถามรายละเอียดด้วยตัวเอง โดย ผอ.ได้กล่าวขอโทษพร้อมยืนยันจะตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง และจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย และรับปากว่าจะไม่ให้เกิดกรณีแบบนี้ขึ้นอีก เมื่อทาง ผอ.รับปากด้วยตัวเอง ตนก็จะให้โอกาสทางโรงเรียนอีกครั้งจะยังไม่เอาเรื่องกับครูคนดังกล่าว เพราะยังอยากให้ลูกไปเรียนเหมือนเด็กคนอื่นๆ และไม่อยากให้เรื่องบานปลาย แต่อยากฝากให้ทางโรงเรียนดูแลลูกให้ดีกว่านี้ อย่าให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก ไม่อย่างนั้นคงจะไม่ให้อภัยอีกเป็นครั้งที่สามแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ปลัดอำเภอ และ ผอ.โรงเรียน จะได้นำเรื่องรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นและดำเนินการตามขั้นตอน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92877</URL_LINK>
                <HASHTAG>นางรอง, บุรีรัมย์, ลงโทษนักเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210213/image_big_602735c85cedd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23271</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2018 10:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2018 10:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนังวัว-ควายเค็มเมนูเด็ดอีสานรับลมหนาว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;02 ธ.ค.2561 - &amp;nbsp;ในช่วงนี้สภาพอากาศหนาวเย็นลง หลังอุณหภูมิลดลงต่อเนื่อง พ่อค้าแม่ค้าหลายรายในตำบลหัวถนน อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้นำหนังวัว หนังควายเส้น หรือหนังวัว หนังควายเค็ม มามัดเป็นกำวางขายตามริมถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 24 สายโชคชัย-เดชอุดม ช่วง บ.โคกน้ำทรัพย์ ต.หัวถนน อ.นางรอง ซึ่งตั้งเป็นเพิงร้านค้ามากกว่า 10 ร้าน เนื่องจากชาวอีสานส่วนใหญ่ในช่วงฤดูหนาวขณะก่อไฟผิงจะนิยมนำหนังวัว หนังควายเส้นตากแห้งมาเผาไฟแล้วทุบกินกับข้าวเหนียว โดยเชื่อว่าการเคี้ยวหนังเค็มจะเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายอบอุ่น เนื่องจากหนังเค็มจะเคี้ยวยาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยแต่ละวันจะมีพ่อค้าแม่ค้านำหนังวัว หนังควายเค็มมาวางขายเกือบ 10 ราย ซึ่งหนังวัว หนังควายเค็มขายในราคามัดละ 20 บาท หากซื้อ 3 มัด ขายในราคา 50 บาท และซื้อ 7 มัด ขายในราคา 100 บาท ทำให้ได้รับความสนใจจากประชาชน และผู้ที่ขับรถสัญจรผ่านไปมาต่างแวะมาอุดหนุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม่ค้าขายหนังวัว หนังควายเค็ม อยู่บ้านโคกน้ำทรัพย์ ต.หัวถนน อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ รายหนึ่ง บอกว่า ในช่วงที่มีสภาพอากาศหนาวเย็นได้ไปรับหนังวัว หนังควายเค็มจาก อ.พล จ.ขอนแก่น มาวางขายริมถนน เนื่องจากหนังวัว หนังควายเค็มถือเป็นเมนูเด็ดสำหรับชาวอีสานที่ชอบนำไปเผารับประทานในช่วงก่อไฟผิงคลายหนาว ทำให้มีทั้งประชาชน และนักท่องเที่ยวที่ขับรถสัญจรผ่านไปมาแวะซื้อไม่ขาดสาย ส่งผลให้มีรายได้วันละ 1,000-2,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนวิธีการรับประทานก็จะนำไปเผาไฟให้ไหม้พอประมาณ ก่อนนำมาทุบเอาคราบไหม้ออกรับประทานได้ และยังนำไปปรุงแต่งเป็นเมนูอาหารได้หลายชนิด เช่น ยำหนังเค็ม ต้มซุปหนังเค็ม หรือนำไปแกง แล้วแต่ความชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับหนังเค็มที่นำมาขายมีจุดเด่นคือ มีรสชาติอร่อย นุ่มไม่แข็ง สามารถเผาไฟแรงได้ไม่ไหม้ และสามารถนำไปเผากับเตาแก๊สได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะไหม้เพราะมีการผลิตเส้นขนาดใหญ่เผื่อลูกค้าที่ไม่ถนัดในการเผาไฟ ที่สำคัญยังมีความสะอาดปลอดภัย ไร้สารเจือปน เพราะส่วนผสมมีเพียงเกลือ และรำอ่อนเท่านั้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23271</URL_LINK>
                <HASHTAG>นางรอง, บุรีรัมย์, พ่อค้าแม่ค้า, หนังควาย, หนังวัว, อากาศหนาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181202/image_big_5c0354e5754c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5395</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2018 12:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2018 12:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผวาพิษสุนัขบ้า!ปศุสัตว์ต้อนควายระดมฉีดวัคซีนสกัดเชื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มี.ค. 61 - นายอัมพล &amp;nbsp;พัวพัฒนกุล &amp;nbsp;ปศุสัตว์อำเภอนางรอง &amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์ &amp;nbsp;ได้นำเจ้าหน้าที่พร้อมอุปกรณ์และวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า &amp;nbsp;ไปฉีดให้กับควายจำนวน 11 ตัว &amp;nbsp;ซึ่งอยู่ในคอกเดียวกันกับควายเพศเมียอายุกว่า 10 ปี ของชาวบ้านบ้านโคกหลุมเงิน ม.7 ต.สะเดา อ.นางรอง &amp;nbsp; ที่ถูกสุนัขกัดเมื่อปลายเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา แล้วเกิดอาการคุ้มคลั่งหงุดหงิดก่อนจะล้มตายลงเมื่อวันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา &amp;nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรค &amp;nbsp;ถึงแม้จะยังไม่สามารถยืนยันได้ชัดเจนว่าควายที่ตายติดเชื้อพิษสุนัขบ้าหรือไม่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่พบว่าควายทั้ง 11 ตัวมีอาการผิดปกติแต่อย่างใด แต่ก็กำชับให้เจ้าของแยกเลี้ยงต่างหาก &amp;nbsp;ห้ามนำไปเลี้ยงปะปนกับสัตว์เลี้ยงตัวอื่น &amp;nbsp;จนกว่าจะได้รับการฉีดวัคซีนครบ 4 เข็มหรือพ้นระยะการเฝ้าระวัง &amp;nbsp;ส่วนสุนัขและแมวในพื้นที่รัศมี 1 กิโลเมตร &amp;nbsp;ก็ได้แจกจ่ายวัคซีนให้กับอาสาสมัครปศุสัตว์ในพื้นที่ไปฉีดให้กับสุนัขและแมวที่ยังตกหล่นให้ครบทุกตัว &amp;nbsp; เพื่อป้องกันการระบาดของโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนายสมบัติ &amp;nbsp;ประสิทธิกุล &amp;nbsp;เจ้าของควาย &amp;nbsp;และพ่อตา &amp;nbsp; ซึ่งสัมผัสกับควายที่ถูกสุนัขกัดตายอย่างใกล้ชิด วันนี้หมอโรงพยาบาลนางรองได้นัดไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเป็นเข็มที่ 2 และจะต้องฉีดให้ครบ 4 เข็ม &amp;nbsp;ขณะที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็กังวลหลังมีข่าวว่า ด.ญ.14 ปี เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัมพล &amp;nbsp;พัวพัฒนกุล &amp;nbsp;ปศุสัตว์อำเภอนางรอง &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;ถึงแม้จะยืนยันไม่ได้ว่าควายที่ถูกสุนัขกัดตายติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าหรือไม่ &amp;nbsp;เนื่องจากไม่สามารถผ่าซากตรวจพิสูจน์ได้ แต่เพื่อความไม่ประมาทก็จะต้องทำการฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนับข้าและกักควายทั้ง 11 ตัว ที่เลี้ยงในคอกเดียวกันกับควายที่ถูกสุนัขกัดตาย &amp;nbsp; เพื่อป้องกันการระบาดของเชื้อ แต่ขณะนี้ก็ยังไม่พบควายที่มีอาการผิดปกติแต่อย่างใด &amp;nbsp;จึงไม่อยากให้ชาวบ้านตื่นตระหนกเพียงเฝ้าระวังป้องกันไว้เท่านั้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5395</URL_LINK>
                <HASHTAG>ควาย, ฉีควัคซีน, นางรอง, บุรีรัมย์, ปศุสัตว์, พิษสุนัขบ้า, อัมพล  พัวพัฒนกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180320/image_big_5ab09c22b0b4c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
