<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>17435</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซัดสหพันธรัฐไทแดงเก๊!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลให้ประกันตัวสาวเสื้อดำสหพันธรัฐไท &amp;nbsp;ขณะที่แกนนำ นปช.มามุกเดิม &amp;quot;ก่อแก้ว&amp;quot; ลั่นจุดยืนไม่เหมือนกัน เป็น &amp;quot;แดงปลอม&amp;quot; มีพวกหนีไปต่างประเทศอยู่เบื้องหลัง แดงแท้ต้องเชียร์การปกครองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวนกองปราบปรามได้ควบคุมตัวนางวรรณภา คำพิพจน์ อายุ 30 ปี ภูมิลำเนาหมู่ 9 ต.สำโรงเหนือ อ.เมืองฯ จ.สมุทรปราการ ผู้ต้องหาคดีแจกเสื้อสหพันธรัฐไท ในข้อหายุยงปลุกปั่นและเป็นอั้งยี่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, 209 มาขออำนาจศาลฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 12-23 ก.ย.นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบพยานอีก 4-5 ปาก รอผลตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร ประกอบกับเป็นความผิดอาญาร้ายแรง เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำร้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อประมาณปี 2557 เจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้รับคำสั่งจาก คสช. ให้ติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่อต้านรัฐบาล และการก่อความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยพบว่ามีบุคคลหลายกลุ่มที่มีพฤติการณ์ในการต่อต้านรัฐบาลและ คสช. ซึ่งก็ได้มีการร้องทุกข์ดำเนินคดีเรื่อยมา ต่อมาเมื่อวันที่ 20 ส.ค.2561 ฝ่ายข่าวคณะรักษาความสงบแห่งชาติสืบทราบว่า นายกฤษณะ อาษาสู้ กับพวกรวม 3 คน (ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้แล้ว) มีพฤติการณ์ต่อต้านรัฐบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีการรวมกลุ่มในชื่อกลุ่มสหพันธรัฐไท ทำการเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยมีการวางแผนและแบ่งหน้าที่กันทำ โดยพยายามโน้มน้าวประชาชนให้เห็นด้วยในการเปลี่ยนระบอบการปกครองของประเทศไทยจากระบอบประชาธิปไตยฯ ให้เปลี่ยนไปปกครองในระบอบสหพันธรัฐ โดยมีการเคลื่อนไหวในเชิงสัญลักษณ์ เช่น การทำเสื้อ, สติกเกอร์ แจกจ่ายให้สมาชิกในกลุ่มและเผยแพร่ใบปลิวไปตามสถานที่ต่างๆ ในลักษณะเผยแพร่แนวคิดของกลุ่มสหพันธรัฐ โดยนำไปปิดและแจกจ่ายในสถานที่ต่างๆ และยังมีการวางแผนที่จะทำกิจกรรมต่างๆ ที่สนับสนุนแนวคิดของกลุ่ม ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงอาศัยอำนาจตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ลงวันที่ 1 เม.ย.2558 เชิญตัวนายกฤษณะกับพวกรวม 3 คน มาซักถามที่ มทบ.11 ซึ่งผลการซักถาม นายกฤษณะกับพวกยอมรับว่าได้รวมกลุ่มกันในชื่อกลุ่มสหพันธรัฐไท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำการเปลี่ยนแปลงการปกครองฯ จึงได้รายงานพฤติการณ์และการกระทำของกลุ่มผู้ต้องหาให้รัฐบาลทราบ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งเห็นว่าการกระทำของนายกฤษณะกับพวกผิดกฎหมาย จึงมอบหมายให้ผู้กล่าวหามาร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนเพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย และฝ่ายข่าวสืบสวนขยายผลทราบว่า แกนนำองค์กรสหพันธรัฐไทยซึ่งอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ได้จัดทำเสื้อดำติดธงสัญลักษณ์ และมีนางวรรณภา ผู้ต้องหา เป็นบุคคลที่รับเสื้อดังกล่าวจากนางสมพิศ สมบัติหอม มารดาผู้ต้องหา ซึ่งเป็นแนวร่วมกลุ่มสหพันธรัฐไทที่หลบหนีจากประเทศไทย เข้าไปเคลื่อนไหวอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน มาแจกจ่ายให้กับสมาชิกเพื่อขยายแนวร่วม โดยเดินทางเข้าไปทาง จ.หนองคาย ได้รับเสื้อมาแล้ว 3 ครั้ง จำนวน 60 ตัว แล้วนำมาส่งที่ไปรษณีย์หนองคาย เพื่อส่งให้กับแนวร่วมตามที่อยู่ต่างๆ ส่วนเสื้อที่เหลือนำมาไว้ที่ห้องตัวเองเพื่อรอให้ส่งสมาชิกตามคำสั่งของนางสมพิศ จนเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบพบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน อนุญาตให้ฝากขัง ต่อมาญาติของผู้ต้องหายื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดขอปล่อยชั่วคราวระหว่างการฝากขัง ศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้นางวรรณภา ผู้ต้องหาได้รับการประกันตัวไป โดยตีราคาประกัน 200,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายก่อแก้ว พิกุลทอง อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ในฐานะแกนนำ นปช. หรือคนเสื้อแดง กล่าวว่า นปช.เป็นกลุ่มคนที่จุดยืนชัดเจนว่าเราเรียกร้องประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตรงนี้คือจุดยืนของนปช. หากใครที่ไม่มีจุดยืนตรงนี้เหมือนกับเรา ก็ถือว่าเขาไม่ใช่ นปช. ส่วนใครจะมาอ้างว่าเป็นเสื้อแดง เสื้อสีอะไร ก็อ้างได้ แต่มันไม่ใช่ เพราะ นปช.เรามีจุดยืนตรงกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เวลาผ่านไป ก็ได้พิสูจน์ตัวเองว่าใครคือ นปช. ใครไม่ใช่ ดังนั้นคนที่เป็น นปช. ก็ยืนยันอยู่ในประเทศ เราไม่ไปไหน แล้วเราก็เรียกร้องระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ซึ่งเป็นระบอบที่เหมาะสมที่สุดกับประเทศไทย ดังนั้นคนอื่นที่ไม่ได้อยู่เมืองไทยแล้วมาอ้างเสื้อแดงนั้น ก็อ้างไป แต่มาอ้างเป็นนปช.ไม่ได้ ต้องเข้าใจว่าฝ่ายที่ยืนตรงข้ามกับฝ่ายประชาธิปไตย เขาเองก็พยายามดิสเครดิตฝ่ายประชาธิปไตย เพื่อให้ความน่าเชื่อถือมันลดน้อยลง&amp;quot; &amp;nbsp;นายก่อแก้วกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิสิต สินธุไพร แกนนำ นปช. กล่าวว่า ไม่รู้เรื่องสหพันธรัฐไทเลย ก็เพียงแต่ได้ทราบจากข่าว ซึ่งตนไม่ได้สนใจกลุ่มนี้เลย ซึ่งก็คงมีหลายกลุ่ม หลายพวก ที่ความคิดต่างกัน แต่สำหรับเราแล้วจุดยืนเราชัดเจนคือการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยโดยสันติวิธี ไปสู่การเลือกตั้ง มีหลักนี้เท่านั้น หลักอื่นไม่ใช่ของเรา เราไม่เห็นด้วย และไม่ไปยุ่งเกี่ยวด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เพิ่งเห็นเรื่องสหพันธ์เหล่านี้จากข่าว แล้วก็คิดว่าการจะรวมกลุ่มกันเพื่อแบ่งแยกรัฐนั้นเป็นไปไม่ได้ และยิ่งบอกว่าคนแดนไกลเข้ามาเกี่ยวโยงกับเรื่องนี้ยิ่งเป็นไปไม่ได้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไม่อยากให้คนที่ไม่ชอบนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ พยายามผูกโยงเรื่องแบบนี้ นายทักษิณเองก็เป็นคนไทยคนหนึ่งที่รักประเทศไทยไม่น้อยไปกว่าใคร&amp;quot; นายสมคิดกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากหน่วยงานความมั่นคงระบุว่า &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเหล่านี้ ที่เดิมหลังจากหลบหนีออกจากประเทศไทย ก็ก่อตัวในนาม 7 ประจัญบาน ประกอบด้วย ลุงสนามหลวง ( ชูชีพ ชีวสุทธิ์), โกตี๋ นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ, สหายยังบลัด (สหายเลือด), สหายเผด็จ, สหาย 112, แยม-ขุนทอง วงไฟเย็น, ข้าวเหนียวมะม่วง ซึ่งอยู่บ้านเดียวกัน จนกระทั่งการหายไปของโกตี๋ หรืออย่างมีเงื่อนงำ พร้อมกระแสข่าวไส้ศึก ที่ชี้เป้าให้หน่วยงานความมั่นคงเข้าจับกุม ทำให้เกิดการแยกตัวของขุนทองและแยม ไฟเย็น ไปจับมือกับสุรชัย แซ่ด่าน ในประเทศเพื่อนบ้าน วิพากษ์วิจารณ์สถาบันฯ และรัฐบาล คสช. ในช่องทางสถานีของตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนช่วงปลายปี 2559 ลุงสนามหลวง, สหายยังบลัด, สหายข้าวเหนียวมะม่วง ยังเคลื่อนไหวจัดวิทยุทางช่องทางลุงสนามหลวง และมีการจัดตั้งรายการชื่อ &amp;ldquo;สหพันธรัฐไทกับสามทหารเสือ&amp;rdquo; ออกอากาศทางช่องทางยูทูบ เคลื่อนไหวปลุกระดมให้สมาชิกเคลื่อนไหวแตกหักในช่วงเดือนตุลาคม 2560 จนช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา มีการรณรงค์และเชิญชวนให้สมัครเป็นสมาชิกของสหพันธรัฐไท มีการจัดทำระบบสมาชิก มีรหัสประจำตัวเป็นเลข 10 หลัก ซึ่งบ่งชี้ความเป็นสมาชิกประจำรัฐในประเทศไทย แบ่งการปกครองออกเป็น 10 เขต ใช้แนวคิดการกระจายอำนาจ ที่ให้ประชาชนระดับชุมชน รากหญ้า สามารถใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ปกครอง ไม่ใช่การปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขผ่านระบบตัวแทนตามรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวยังระบุว่า ฝ่ายความมั่นคงยังคงติดตามและขยายผลการจับกุม เนื่องจากมีการขายเสื้อดำเพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการต่อต้านวันสำคัญของสถาบันฯ ในช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค.ที่ผ่านมา โดยมีการใช้กลยุทธ์ก่อนขายเสื้อในการเรียกร้องความสนใจจากคนที่ไม่ได้เป็นสมาชิก ให้เข้ามาติดตาม เริ่มจากการทำสติกเกอร์ภายใต้สัญลักษณ์ธงขาว-แดง การแจกใบปลิวในโรงอาหารที่สถาบันการศึกษา สร้างความสงสัยให้กับคนที่พบเห็น ซึ่งฝ่ายความมั่นคงกำลังติดตาม มองว่า การเคลื่อนไหวเหล่านี้เป็นกลุ่มเสื้อแดงสายล้มสถาบัน &amp;nbsp;จากมีอยู่ทั้งหมด 4 เฉด ได้แก่ กลุ่มแดงสนับสนุนทักษิณ, กลุ่มแดงไม่เอาพรรคประชาธิปัตย์, แดงต้านเผด็จการทหาร และแดงล้มเจ้า ซึ่งในสถานการณ์สู้รบ ทั้ง 3 กลุ่มจะมาร่วมกับกลุ่มต่อต้านสถาบันที่กำลังเคลื่อนไหวในช่องทางโซเชียลมีเดียในขณะนี้. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17435</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อแก้ว พิกุลทอง, นางวรรณภา คำพิพจน์, นิสิต สินธุไพร, พรรคเพื่อไทย, สมคิด เชื้อคง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180912/image_big_5b99259d34cd4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17410</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2018 17:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2018 17:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลให้ประกันตัว &#039;วรรณภา&#039; หญิงวัย 30 ถูกหาปลุก &#039;สหพันธรัฐไท&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย. 61 - &amp;nbsp;ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวนกองปราบปรามได้ควบคุมตัว นางวรรณภา คำพิพจน์ &amp;nbsp;อายุ 30 ปี ภูมิลำเนา หมู่ 9 ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ผู้ต้องหาคดีแจกเสื้อสหพันธรัฐไท ในข้อหายุยงปลุกปั่นและเป็นอั้งยี่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, 209 มาขออำนาจศาลฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 12-23 ก.ย.นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบพยานอีก 4-5 ปาก รอผลตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร ประกอบกับเป็นความผิดอาญาร้ายแรง เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำร้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อประมาณปี 2557 เจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้รับคำสั่งจาก &amp;nbsp;คสช. ให้ติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่อต้านรัฐบาล และการก่อความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยพบว่ามีบุคคลหลายกลุ่มที่มีพฤติการณ์ในการต่อต้านรัฐบาลและ คสช.ซึ่งก็ได้มีการร้องทุกข์ดำเนินคดีเรื่อยมา ต่อมาเมื่อวันที่ 20 ส.ค.2561 ฝ่ายข่าวคณะรักษาความสงบแห่งชาติสืบทราบว่านายกฤษณะ อาษาสู้ กับพวกรวม 3 คน (ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้แล้ว) มีพฤติการณ์ต่อต้านรัฐบาล โดยมีการรวมกลุ่มในชื่อกลุ่มสหพันธรัฐไท ทำการเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยมีการวางแผนและแบ่งหน้าที่กันทำ โดยพยายามโน้มน้าวประชาชนให้เห็นด้วยในการเปลี่ยนระบอบการปกครองของประเทศไทยจากระบอบประชาธิปไตยฯ ให้เปลี่ยนไปปกครองในระบอบสหพันธรัฐ โดยมีการเคลื่อนไหวในเชิงสัญลักษณ์ เช่น การทำเสื้อ, สติ๊กเกอร์ แจกจ่ายให้สมาชิกในกลุ่มและเผยแพร่ใบปลิวไปตามสถานที่ต่างๆ ในลักษณะเผยแพร่แนวคิดของกลุ่มสหพันธรัฐ โดยนำไปปิดและแจกจ่ายในสถานที่ต่างๆ และยังมีการวางแผนที่จะทำกิจกรรมต่างๆ ที่สนับสนุนแนวคิดของกลุ่ม ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จึงอาศัยอำนาจตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ลงวันที่ 1 เม.ย.2558 เชิญตัวนายกฤษณะกับพวกรวม 3 คน มาซักถามที่ มทบ.11 ซึ่งผลการซักถาม นายกฤษณะกับพวกยอมรับว่าได้รวมกลุ่มกันในชื่อกลุ่มสหพันธรัฐไท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำการเปลี่ยนแปลงการปกครองฯ จึงได้รายงานพฤติการณ์และการกระทำของกลุ่มผู้ต้องหาให้รัฐบาลทราบ &amp;nbsp;ซึ่งเห็นว่าการกระทำของนายกฤษณะกับพวกผิดกฎหมาย จึงมอบหมายให้ผู้กล่าวหามาร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนเพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย และฝ่ายข่าวสืบสวนขยายผลทราบว่า แกนนำองค์กรสหพันธรัฐไทยซึ่งอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ได้จัดทำเสื้อดำติดธงสัญลักษณ์และมีนางวรรณภา ผู้ต้องหา เป็นบุคคลที่รับเสื้อดังกล่าวจากนางสมพิศ สมบัติหอม มารดาผู้ต้องหา ซึ่งเป็นแนวร่วมกลุ่มสหพันธรัฐไทที่หลบหนีจากประเทศไทย เข้าไปเคลื่อนไหวอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านมาแจกจ่ายให้กับสมาชิกเพื่อขยายแนวร่วม โดยเดินทางเข้าไปทาง จ.หนองคาย ได้รับเสื้อมาแล้ว 3 ครั้ง จำนวน 60 ตัว แล้วนำมาส่งที่ไปรษณีย์หนองคาย เพื่อส่งให้กับแนวร่วมตามที่อยู่ต่างๆ ส่วนเสื้อที่เหลือนำมาไว้ที่ห้องตัวเองเพื่อรอให้ส่งสมาชิกตามคำสั่งของนางสมพิศ จนเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบพบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และจากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหา ยังพบว่ามีการถ่ายภาพใบปลิวข้อความปลุกระดมตามสถานที่ต่างๆ หลายแห่ง ต่อมาเมื่อวันที่ 11 ก.ย. เวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม (กก.1บก.ป.) ได้ร่วมกันจับกุมนางวรรณภา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2067/2561 ลงวันที่ 11 ก.ย.2561 จากการสอบถามผู้ต้องหารับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริงและไม่เคยถูกจับตามหมายจับดังกล่าวมาก่อน จึงดำเนินคดีข้อหา &amp;ldquo;ร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใดอันมิใช่การกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญหรือไม่ใช่เพื่อแสดงความเห็นโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักรหรือให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน และเป็นอั้งยี่ฯ&amp;rdquo; เหตุเกิดที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และ ต.สำโรงใต้ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ซึ่งผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาในชั้นสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน อนุญาตให้ฝากขัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาญาติของผู้ต้องหายื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดขอปล่อยชั่วคราวระหว่างการฝากขัง ศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้นางวรรณภา ผู้ต้องหาได้รับการประกันตัวไป โดยตีราคาประกัน 200,000 บาท
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17410</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต่อต้านคสช., นางวรรณภา คำพิพจน์, สหพันธรัฐเถื่อน, สหพันธรัฐไท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180912/image_big_5b98ef02260eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
