<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>22969</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2026 15:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2018 07:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>10 มหาวิทยาลัยราชภัฏ วิจัยปิดจุดอ่อน สร้างสุขภาวะชุมชนยั่งยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;การให้การศึกษาที่ดีนั้นเป็นงานที่ละเอียดลึกซึ้งมาก จำเป็นต้องใช้ความรอบรู้อันกว้างขวาง ใช้ความสุขุมรอบคอบ ประกอบด้วยความตั้งใจและความเพียรพยายามอย่างแรงกล้าจึงจะทำได้สำเร็จ&amp;hellip;&amp;rdquo; พระบรมราโชวาทในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตวิทยาลัยวิชาการศึกษา ประสานมิตร 28 พฤศจิกายน 2515&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;เพราะการศึกษาเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญกำหนดแนวทางหล่อหลอมคน เป็นการเรียนรู้ทุกช่วงชีวิต อีกทั้งสามารถเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตของคนในสังคมได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;เหตุนี้ เครือข่ายร่วมสร้างท้องถิ่นน่าอยู่ โดยสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) ภายใต้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเวทีนำเสนองานวิจัยเชิงพื้นที่ โดยสถาบันวิชาการคู่ความร่วมมือกับชุมชนท้องถิ่นเพื่อเป็นการเผยแพร่แนวทางการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นด้วยงานวิจัยที่นำสู่การแก้ปัญหาความเป็นอยู่ของคนในชุมชนจาก 10 มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) ประกอบด้วย มรภ.อุตรดิตถ์ มรภ.สุราษฎร์ธานี มรภ.พิบูลสงคราม มรภ.นครปฐม มรภ.บุรีรัมย์ มรภ.วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ มรภ.เพชรบุรี มรภ.มหาสารคาม มรภ.เลย และ มรภ.ลำปาง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นางสาวดวงพร เฮงบุณยพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน สสส. กล่าวว่า ในแต่ละพื้นที่ย่อมมีจุดเด่น จุดด้อย ปัญหา และอุปสรรคต่างๆ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชากร ในปี 2558 สสส.จึงเข้าไปสนับสนุนให้เกิดสถาบันวิชาการคู่ความร่วมมือกับชุมชนท้องถิ่นจาก 3 ชุดความคิด คือ 1.ชุมชนท้องถิ่นยังต้องการความรู้และมุมมองจากคนภายนอก เพราะลำพังเพียงท้องถิ่นเองไม่สามารถจัดการแก้ไขได้หมดทุกเรื่อง ต้องการการกระตุ้นหรือสะกิดจากคนภายนอกชุมชน 2.สถาบันวิชาการต้องพิสูจน์องค์ความรู้จากหลักวิชาการหรืองานวิจัยว่า เมื่อนำหลักดังกล่าวไปใช้ในพื้นที่จะสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างไร และ 3.นำความรู้จากหลักวิชาการและการปฏิบัติมาวิเคราะห์ร่วมกัน โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมเป็นตัวเชื่อมโยง&amp;nbsp;


fifa356 ให้เกิดเป็นความรู้ใหม่ที่เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคนในชุมชนท้องถิ่นที่อยู่ร่วมกันเพื่อเป็นการสร้างสุขให้ชุมชนท้องถิ่น เป็นการพัฒนาประเทศ เป็นเส้นทางการพัฒนาท้องถิ่นให้ยั่งยืน เพราะสิ่งที่ทำคือการลดช่องโหว่ของฐานรากให้แคบลง ช่วยสร้างท้องถิ่นอุดมปัญญา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ผศ.ดร.เรืองเดช วงศ์หล้า ประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ และอธิการบดี มรภ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า มรภ.เป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น โดย สสส.เข้ามาสนับสนุนการขับเคลื่อนงานเชิงพื้นที่ภายใต้ชุดโครงการวิจัยและพัฒนาชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ เพื่อสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ด้วยการขับเคลื่อนงานวิจัยและนำไปประยุกต์ใช้กับชุมชนท้องถิ่นในการแก้ปัญหาและค้นหาแนวทางในการจัดการสุขภาวะชุมชนให้ดีขึ้น เช่น การจัดทำชุดโครงการวิธีแก้ไขความยากจนของชุมชนด้วยการยกระดับมาตรฐานสินค้า OTOP การเสริมพลังชุมชนจัดการตนเองที่ อบต.เจดีย์ชัย และ อบต.บัวใหญ่ การจัดการแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายที่ ต.เข็กน้อย ศูนย์เรียนรู้เกษตรกรรมยั่งยืนที่เมืองจัง ศูนย์เรียนรู้การจัดการขยะเพื่อสุขภาวะและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่ ต.ป่าคา จ.น่าน รวมถึงการแก้ปัญหาทักษะการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียน เพิ่มทักษะการเรียนรู้ภาษาอังกฤษของเยาวชน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ผศ.ดร.เรืองเดชกล่าวถึงกลยุทธ์ 3 ขั้นตอนที่ใช้ว่า ระยะต้นทาง การสร้างระบบและกลไกกระบวนการทำแผนที่ทิศทางการทำวิจัยร่วมกับ อปท. (Research Mapping) ระหว่างทาง เป็นกระบวนการสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่เหมาะสมกับ อปท.แบบมีส่วนร่วม&amp;nbsp;


bnk789 ทั้งนักศึกษา อาจารย์ ชุมชน และองค์กรภาคีสนับสนุน (Research Project) และปลายทาง นำผลวิจัยไปใช้ในการแก้ปัญหาของชุมชนท้องถิ่นและพัฒนาเป็นนโยบายสาธารณะร่วมกัน (Public Policy)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;จากการร่วมคิด ร่วมทำ เกิดผลประโยชน์ร่วมกันของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เป็นกุญแจความสำเร็จของสถาบันอุดมศึกษาเพื่อท้องถิ่นที่เปลี่ยนจากระบบการให้บริการวิชาการแก่ชุมชน มาเป็นพันธกิจสัมพันธ์มหาวิทยาลัยกับสังคม เป็นการสร้างคน สร้างงาน สร้างเครือข่ายสนับสนุนให้มหาวิทยาลัยเป็นหุ้นส่วนกับสังคมอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ความร่วมมือระหว่าง สสส., มรภ. 10 แห่งจาก 4 ภูมิภาค และ อปท. 414 แห่ง ทำให้เกิดการเปลี่ยนกระบวนทัศน์งานวิจัยเป็นแบบอย่างสำคัญในการพัฒนาท้องถิ่น เช่น เปลี่ยนจากการทำวิจัยตามความต้องการของตนเองเป็นการทำวิจัยตามความต้องการของท้องถิ่นและประเทศ&amp;nbsp;


สล็อต เปลี่ยนจากการวิจัยเพื่อการเผยแพร่ตีพิมพ์เป็นการวิจัยเพื่อตอบสนองการพัฒนาตามนโยบายประเทศ และสร้างความเชื่อมโยงของงานวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์เข้าด้วยกัน ทั้งยังคาดหวังว่าผลงานที่เกิดขึ้นจะเป็นต้นแบบสู่ มรภ. 38 แห่งทั่วประเทศ เพื่อสนองแนวทางการทรงงานของในหลวง ร.9 และ ร.10 ที่ต้องการให้ มรภ.มีบทบาทในการรับใช้ชุมชนท้องถิ่นอย่างแท้จริง&amp;rdquo; อธิการบดี มรภ.อุตรดิตถ์ กล่าวสรุป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;สำหรับตัวแทนนักวิจัยอย่าง ผศ.ดร.ยุวดี ตรงต่อกิจ นักวิจัย มรภ.พิบูลสงคราม จ.พิษณุโลก เล่าแนวทางการขับเคลื่อนงานว่า ในปี 2559 ต.เข็กน้อย จ.พิษณุโลก มีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกถึง 491 ราย ทำให้ อบต.เข็กน้อยต้องใช้งบในการควบคุมการระบาดถึงล้านกว่าบาท ทีมงานนักวิจัย นักศึกษา ร่วมกับ อบต. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น รพ.สต. ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อนำโดยแมลงที่ 2.2 เพชรบูรณ์ อสม. และแกนนำชุมชนลงพื้นที่ ณ โรงเรียนบ้านเข็กน้อย เพื่ออบรมให้ความรู้แก่นักเรียน โดยใช้ฐานข้อมูลความสำเร็จจากปี 2542 ที่สามารถจัดการยุงลายได้ด้วยความร่วมมือจากนักเรียนมาประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ ด้วยการติดตามจากครูประจำชั้นและแจ้งผลการดำเนินงานให้เครือข่ายรับทราบผ่านทาง Line และนักวิจัยจะพบนักเรียนทุกสัปดาห์เพื่อพูดคุยปัญหาและอุปสรรค เนื่องจากเด็กและเยาวชนเป็นผู้ที่อยู่บ้านมากกว่าเจ้าหน้าที่ ทำให้รู้ทุกซอกมุมในบ้าน และการกำจัดจากผู้ที่อยู่อาศัยจะเป็นการแก้ปัญหาได้ยั่งยืน โครงการนี้เปิดโอกาสให้นักวิจัยรับรู้สถานการณ์ปัญหาของชุมชน ได้ร่วมค้นหาและแก้ปัญหาไปพร้อมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ด้าน ผศ.ดร.ฉัตรนภา พรหมมา ที่ปรึกษาศูนย์บูรณาการพันธกิจสัมพันธ์ มรภ.อุตรดิตถ์ กล่าวถึงปัจจัยสู่ความสำเร็จของมหาวิทยาลัยคู่ชุมชนท้องถิ่นว่า ต้องมีกลไกการสนับสนุนที่เข้มแข็งทั้ง 2 ฝั่ง ทั้ง มรภ.และ อปท. ในการขับเคลื่อนงาน รวมถึงการมีแหล่งทุนจาก สสส. ทำให้การขับเคลื่อนงานกับชุมชนท้องถิ่นเชื่อมโยงกับภาคีเครือข่ายต่างๆ ได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้แต่ละฝ่ายต้องมีความชัดเจนในเป้าหมาย วิสัยทัศน์ และนโยบายในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นร่วมกัน มีความมุ่งมั่นทำงานของทีมนักวิจัย ส่วนคนในพื้นที่ต้องมีความเข้มแข็ง ตลอดจนการสนับสนุนให้กำลังใจในการเคลื่อนงานทั้งองค์คาพยพ เช่น การยกบทเรียนความสำเร็จของแต่ละพื้นที่มาถอดบทเรียนและเล่าสู่กันฟัง ที่สำคัญกว่าความสำเร็จคือ การกำหนดทิศทางในการเชื่อมโยงให้เกิดการขยายผลระดับประเทศต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;เห็นได้ว่าทั้งในอดีตและปัจจุบัน การสานพลังเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศ หากทุกฝ่ายมีเป้าหมายใหญ่ ร่วมมือกันทำด้วยการ &amp;lsquo;เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา&amp;rsquo; ช่องโหว่ของปัญหาจะค่อยๆ เล็กลง เช่น การสร้างสุขภาวะชุมชนให้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของ สสส., มรภ., อปท. และภาคีเครือข่ายชุมชน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22969</URL_LINK>
                <HASHTAG>การศึกษา, นางสาวดวงพร เฮงบุณยพันธ์, มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.), สสส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181128/image_mid_5bfe0c3a36e31.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
