<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110235</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2021 20:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุนปลูกฟ้าทะลายโจร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้าขับเคลื่อนปลูกฟ้าทะลายโจรป้อนแพทย์แผนไทย กรมวิชาการเกษตรชง 2 สายพันธุ์มีสารแอนโดรกราโฟไลด์สูง เตรียมจับมือกรมส่งเสริมสหกรณ์ปลูก หนุนการเติบโตสมุนไพรไทยป้องโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้เตรียมขับเคลื่อนการปลูกสมุนไพรฟ้าทะลายโจรเพื่อป้อนเป็นวัตถุดิบให้กับกระทรวงสาธารณสุข โดยกรมแพทย์แผนไทยพัฒนาเป็นยาต้านไวรัสโควิด-19 ทั้งนี้ได้ให้กรมวิชาการเกษตรและกรมส่งเสริมสหกรณ์ทำโครงการส่งเสริมการปลูกฟ้าทะลายโจรในสถาบันเกษตรกร ซึ่งกรมวิชาการเกษตรจะสนับสนุนพันธุ์ที่มีสารแอนโดรกราโฟไลด์สูงให้กับสหกรณ์ที่ร่วมโครงการ ซึ่งจะทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มและอนาคตอาจจะกลายเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โครงการนี้จะเริ่มทยอยปลูกตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นไปถึงเดือนธันวาคม 2564 คาดจะได้ครบจำนวน 100 ไร่ ในพื้นที่สหกรณ์ 5 แห่ง และปี 65 จะเริ่มอีก 400 ไร่ใน 20 สหกรณ์ ซึ่งตลาดคือกรมแพทย์แผนไทย โดยจะคัดเลือกสหกรณ์ที่มีความพร้อมและพื้นที่เหมาะสม จากนั้นกรมวิชาการเกษตรจะเป็นพี่เลี้ยงแนะนำการปลูก เพื่อให้ได้ผลผลิตตามที่กรมแพทย์แผนไทยต้องการ และอนาคตคาดหวังว่าสหกรณ์จะเป็นแหล่งผลิตสมุนไพรให้กับประเทศ&amp;quot; รมช.เกษตรฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กรมวิชาการเกษตรได้วิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ต้นฟ้าทะลายโจร ซึ่งมีปริมาณสารสำคัญคือ สารแอนโดรกราโฟไดล์ มากกว่าที่มาตรฐานยาสมุนไพรไทยกำหนดว่าควรมีสารแอนโดรกราโฟไลด์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 1 โดยน้ำหนักแห้ง แต่พบว่าสายพันธุ์ที่กรมวิชาการเกษตรพัฒนาสำเร็จคือ สายพันธุ์พิจิตร 4-4 มีปริมาณสารแอนโดรกราโฟไลด์มากถึง 12.20 กรัมต่อน้ำหนักแห้ง 100 กรัม และสายพันธุ์พิษณุโลก 5-4 มีปริมาณแอนโดรกราโฟไลด์มากถึง 8.89 กรัมต่อน้ำหนักแห้ง 100 กรัม ดังนั้นกรมจะร่วมมือกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ในการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกเพื่อป้อนให้กับกระทรวงสาธารณสุข สำหรับนำไปผลิตยาเพื่อต่อสู้กับการระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 รวมถึงการพัฒนาสมุนไทยยาไทยเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาโรค และอนาคตจะสามารถส่งเสริมการขยายตัวของวงการสมุนไพรไทยได้อีกทางหนึ่งตามนโยบายของนางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ โดยกรมวิชาการเกษตรจะสนับสนุนพันธุ์และเมล็ดพันธุ์เพื่อใช้ในโครงการนี้ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้งนี้ในเบื้องต้นกรมจะสนับสนุนกล้าเพื่อให้สหกรณ์ที่เข้าโครงการได้เริ่มเพาะปลูกก่อนเพื่อจะได้ช่วยกันขยายพันธุ์ พร้อมกับเป็นวัตถุดิบทางยาในสถานการณ์การแพร่ระบาด ซึ่งอายุในการปลูกและเก็บเกี่ยวจะเฉลี่ย 80 วันนับแต่วันที่ปลูก ทั้งนี้กรมวิชาการเกษตรจะมีเจ้าหน้าที่ลงไปแนะนำและเป็นพี่เลี้ยงให้กับสหกรณ์ที่ประสงค์เข้าโครงการ เพื่อตรวจสอบดินและแนะนำการปลูกที่ถูกต้อง ปลอดการปนเปื้อน พร้อมกันนี้กรมวิชาการเกษตรจะเร่งผลิตเมล็ดพันธุ์ ซึ่งคาดว่าจะมีเมล็ดพันธุ์ได้อย่างเพียงพอในช่วงประมาณเดือนมีนาคม 2565&amp;quot; นายพิเชษฐ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับทั้ง 2 สายพันธุ์นี้ กรมได้มีการคัดจากการปรับปรุงสายพันธุ์ฟ้าทะลายโจรตั้งแต่ปี 2547-2548 โดยการรวบรวมฟ้าทะลายโจรจาก 9 แหล่งเพาะปลูกของไทย ประกอบด้วย ชัยนาท เชียงใหม่ นครปฐม ประจวบคีรีขันธ์ พิจิตร พิษณุโลก ราชบุรี สระแก้ว และสระบุรี มาปลูกในแปลงทดลองศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตร ผสมตัวเองแยกต้น จำแนกความต่างทางพันธุกรรมด้วยวิธี HAT-RAPD คัดเลือกสายพันธุ์แท้ และวิเคราะห์หาความแตกต่างของปริมาณสาระสำคัญแอนโดรกราโฟไลด์ และเก็บรักษาพันธุ์ จากนั้นในปี 2552-2553 ได้มีการประเมินผลผลิตเบื้องต้นในแปลงทดลองศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สายพันธุ์พิจิตร 4-4 จะให้ผลผลิตเฉลี่ย 3,880 กิโลกรัมต่อไร่ มากกว่าพันธุ์การค้าร้อยละ 14.1 มีปริมาณแอนโดรกราโฟไลด์ 12.20 กรัมต่อน้ำหนักแห้ง 100 กรัม อายุเก็บเกี่ยวที่ระยะออกดอก 50 เปอร์เซ็นต์ 82 วัน สายพันธุ์พิษณุโลก 5-4 ให้ผลผลิตเฉลี่ย 4,187 กิโลกรัมต่อไร่ มากกว่าพันธุ์การค้าร้อยละ 20.4 มีปริมาณแอนโดรกราโฟไลด์ 8.89 กรัมต่อน้ำหนักแห้ง 100 กรัม อายุเก็บเกี่ยวที่ระยะออกดอก 50 เปอร์เซ็นต์ 77 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เกษตรกรหรือประชาชนผู้สนใจต้องการปลูกฟ้าทะลายโจรและมีพันธุ์อยู่แล้ว สามารถที่จะเข้าไปศึกษาการปลูกที่ถูกต้องได้ทางเว็บไซต์ของกรมวิชาการเกษตร เพื่อที่จะได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและไม่มีการปนเปื้อน โดยกรมจะจัดทำคู่มือการปลูกเพื่อแจกจ่ายให้กับเกษตรกรได้นำไปใช้ประโยชน์ประมาณสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110235</URL_LINK>
                <HASHTAG>นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์, ปลูกฟ้าทะลายโจรป้อนแพทย์แผนไทย, มนัญญา ไทยเศรษฐ์, รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200825/image_big_5f44dfacf0c57.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103697</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2021 14:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2021 14:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหกรณ์โคนมสระบุรีรวมน้ำใจสนับสนุนนมพร้อมดื่มให้โรงพยาบาลสนามบุษราคัม เมืองทองธานี รมช.มนัญญาเป็นตัวแทนมอบนมกล่องให้ผู้ป่วยโควิด พร้อมจัดอาหารให้บุคลากรทางการแพทย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์&amp;nbsp; รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และผู้แทนสหกรณ์โคนมจากจังหวัดสระบุรี เดินทางไปมอบนมพร้อมดื่ม ให้กับโรงพยาบาลสนามบุษราคัม ที่ตั้งอยู่ภายในอาคารชาเลนเจอร์ 3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา เพื่อเป็นการสนับสนุนและส่งมอบกำลังใจกับประชาชนที่เข้ารับการรักษาโรคไวรัสโควิด 19 ที่โรงพยาบาลสนาม พร้อมกันนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังได้จัดอาหารเพื่อมอบให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ที่มาปฏิบัติหน้าที่รักษาผู้ป่วยในพื้นที่ดังกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นมพร้อมดื่มที่นำมามอบให้ในครั้งนี้ เป็นการแสดงถึงพลังความสามัคคีและความร่วมมือร่วมใจของขบวนการสหกรณ์ที่ต้องการมีส่วนร่วมในการส่งกำลังใจให้กับผู้ป่วยที่มาพักรักษาตัว และบุคลากรทางการแพทย์ ที่กำลังทำหน้าที่อย่างหนักในขณะนี้&amp;nbsp; โดยนมพร้อมดื่มนี้ได้รับการสนับสนุนจากสหกรณ์โคนมในจังหวัดสระบุรี 7 แห่ง ร่วมกันบริจาค จำนวน 270 ลัง หรือจำนวน 9,720 กล่อง ซึ่งในแต่ละลังจะมีนมกล่องขนาด 200 มิลลิลิตร 36 กล่อง&amp;nbsp; พร้อมน้ำดื่ม 300 โหล สหกรณ์ที่ร่วมบริจาคในครั้งนี้ประกอบด้วย สหกรณ์โคนมไทยมิลค์ จำกัด สหกรณ์โคนมมวกเหล็ก จำกัด สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค (พระพุทธบาท) จำกัด สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค (ซับกระดาน) จำกัด&amp;nbsp; สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค (มิตรภาพ) จำกัด สหกรณ์โคนมในเขตปฏิรูปที่ดินซับสนุ่น จำกัด สหกรณ์โคนมไทย- เดนมาร์ค (ลำพญากลาง) จำกัด ประกอบกับวันที่ 1 มิถุนายน ถือเป็นวันดื่มนมโลกในแต่ละปีจะมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการดื่มนม ทางรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์) จึงเล็งเห็นว่าในปีนี้ควรจัดโครงการสนับสนุนนมพร้อมดื่มให้กับโรงพยาบาลสนามด้วย ซึ่งนอกจากจะเป็นการส่งเสริมการดื่มนมให้กับคนไทยแล้ว ยังเป็นการให้กำลังใจกับผู้ปฏิบัติหน้าที่และผู้ป่วยที่พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลสนามบุษราคัม เพื่อทุกคนจะได้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงต่อสู้กับโรคภัยในภาวะสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด 19 อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ขบวนการสหกรณ์ในหลายพื้นที่ ก็ยังได้ร่วมกันมอบผลผลิตทางการเกษตร เช่น ข้าวสาร ผัก ผลไม้&amp;nbsp; ให้กับโรงพยาบาลสนามในแต่ละจังหวัด เพื่อช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วยในแต่ละพื้นที่ หากมีหน่วยงานใดหรือผู้ที่สนใจจะสั่งซื้อนมพร้อมดื่มจากสหกรณ์โคนมเพื่อนำไปมอบให้กับผู้ป่วยหรือบุคลากรทางการแพทย์ตามโรงพยาบาลทั่วไปหรือโรงพยาบาลสนามในจังหวัดต่างๆ สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่&amp;nbsp; โทร.0 2281 0032 , 084 643 0430 เพื่อเป็นการช่วยอุดหนุนผลิตภัณฑ์นม UHT ของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมได้โดยตรง และเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมได้อีกทางหนึ่งด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103697</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมสหกรณ์, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นมพร้อมดื่ม, นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์, นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์, วันดื่มนมโลก, สหกรณ์โคนมจากจังหวัดสระบุรี, สหกรณ์โคนมมวกเหล็ก จำกัด, สหกรณ์โคนมในเขตปฏิรูปที่ดินซับสนุ่น จำกัด, สหกรณ์โคนมไทย- เดนมาร์ค (ลำพญากลาง) จำกัด, สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค (ซับกระดาน) จำกัด, สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค (พระพุทธบาท) จำกัด, สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค (มิตรภาพ) จำกัด, สหกรณ์โคนมไทยมิลค์ จำกัด, อิมแพค, โรงพยาบาลสนามบุษราคัม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210521/image_big_60a766e087f85.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96091</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2021 10:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2 สหกรณ์เพชรบูรณ์ โชว์คุณภาพ คนตัวเล็กสร้างงานสร้างเงิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์&amp;nbsp; รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของสหกรณ์ผู้ผลิตผักน้ำดุกใต้ จำกัด&amp;nbsp; อ.หล่มสัก และสหกรณ์ผู้ผลิตผักปลอดภัยภูทับเบิก จำกัด&amp;nbsp; อ.หล่มเก่า ทั้งสองแห่งเป็นสหกรณ์ที่เพิ่งตั้งใหม่เมื่อปี 2558 และ 2559 มีเกษตรกรที่เป็นสมาชิกจำนวนไม่มาก แต่มีการรวมตัวกันเพื่อสร้างระบบการผลิตแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำคือเชื่อมโยงเป็นธุรกิจส่งพืชผลทางการเกษตรไปค้าขายกับห้างขนาดใหญ่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;รมช.เกษตรฯ ได้หารือกับนายกฤษณ์ คงเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งทางจังหวัดได้รายงานว่านอกจากมะขามหวานเพชรบูรณ์แล้ว ผลผลิตผักโดยเฉพาะกลุ่มผักอินทรีย์กระแสตอบรับดีมาก ปัจจุบันยังไม่พอจำหน่ายในพื้นที่ จึงเห็นตรงกันว่าโอกาสของเกษตรกรผู้ปลูกผักอินทรีย์นั้นยังมีอีกมาก&amp;nbsp; โดยเฉพาะรองรับนักท่องเที่ยวและผู้บริโภคที่รักสุขภาพต้องการพืชผักปลอดภัย&amp;nbsp; โดยสหกรณ์ทั้งสองแห่งนี้สามารถเป็นต้นแบบของจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่สหกรณ์อื่นๆ สามารถเข้ามาศึกษาและนำไปเป็นแบบอย่างของการสร้างระบบการผลิตสินค้าเกษตรที่ดี ปลูกพืชผักและผลผลิตการเกษตรเพื่อจำหน่ายในพื้นที่ และขยายไปในจังหวัดใกล้เคียง รองรับกับตลาดและกระแสบริโภคผักปลอดภัยที่ขยายตัวเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;เพชรบูรณ์เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีความได้เปรียบด้านอากาศเย็นและใกล้กรุงเทพฯ นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวเกือบตลอดทั้งปี&amp;nbsp; นอกจากมะขามหวานแล้ว พืชผักที่จังหวัดนี้ก็มีรสชาดที่ดีเช่นกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งปัจจุบันกรมส่งเสริมสหกรณ์พร้อมสนับสนุนการผลิตผ่านระบบสหกรณ์ จะเห็นจากตัวอย่างคือ&amp;nbsp; 2&amp;nbsp; สหกรณ์เพิ่งร่วมตัวเมื่อ ปี 2558-59&amp;nbsp; และแม้จะมีขนาดเล็ก แต่สามารถสร้างระบบการผลิตที่ดี ได้มาตรฐานและครบวงจรตั้งแต่การผลิตต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำได้ทั้งหมด&amp;nbsp; มีเกษตรกรปลูกผักแปลง GAP มีโรงคัดบรรจุ ทำให้สามารถส่งขายยังห้างโมเดิร์นเทรด สหกรณ์ทั้งสองแห่งเป็นตัวอย่างว่าหากสมาชิกช่วยกันผลิตของดี ลำพังการปลูกผักแบบสบายๆ แต่เน้นคุณภาพ ก็สามารถทำให้ตลาดวิ่งเข้ามาหาและสมาชิกมีรายได้ที่ดีขึ้นเรื่อยๆ&amp;rdquo; รมช.เกษตรฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp; กล่าวว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์พร้อมสนับสนุนสหกรณ์ที่ทำโครงการดีๆ สร้างอาชีพให้กับสมาชิกเพื่อความอยู่ดีกินดี โดยได้จัดสรรเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ (กพส.) เข้ามาสนับสนุนเป็นทุนให้สหกรณ์นำไปให้สมาชิกกู้ยืมเพื่อนำไปลงทุนปลูกผักได้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งสหกรณ์ใดที่สนใจสามารถประสานมายังสหกรณ์จังหวัดเพื่อขอใช้เงินก้อนนี้ได้ นอกจากนั้นยังพร้อมที่จะสนับสนุนในด้านวิชาการต่างๆ อีกด้วย เช่น การค้าออนไลน์ เป็นต้น เพื่อสร้างโอกาสทางตลาดให้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระศักดิ์ แซ่เถา ประธานสหกรณ์ผักปลอดภัยภูทับเบิก จำกัด กล่าวว่าสหกรณ์ตั้งเมื่อ 2559 ปัจจุบันมีสมาชิก 73 คน จากเมื่อแรกตั้งมีเพียง 32 คน สหกรณ์ได้รวบรวมผักส่งจำหน่ายให้ห้างท๊อปซุปเปอร์มาร์เก็ตแต่ละวันประมาณ&amp;nbsp; 700-800 กก. เป็นผักอินทรีย์และผักปลอดภัย ได้แก่ ผักสลัด เรดโอ๊ค กรีนโอ๊ค บัตเตอร์เฮด และผักกาดหอม&amp;nbsp; ผักกาดขาวปลี กะหล่ำปลี เบบี้แครอท ซูกินี มะเขือเทศเชอรี่ ถั่วแขก ถั่วหวาน เป็นต้น โดยสหกรณ์จะรับซื้อผักจากสมาชิกในราคานำตลาดประมาณ&amp;nbsp; 1-2 บาทต่อกก. ในปีที่ผ่านมา สหกรณ์มีปริมาณธุรกิจรวบรวมผัก 3.7 ล้านบาท&amp;nbsp; ซึ่งก่อนหน้านี้สหกรณ์ได้รับงบประมาณจากเงินอุดหนุนโครงการพัฒนาศักยภาพการดำเนินการธุรกิจสหกรณ์ภาคการเกษตรและกลุ่มเกษตรกร ปี 2562 และได้รับรถบรรทุกห้องเย็น 6 ล้อ จำนวน 1 คัน งบประมาณ 2.2 ล้านบาท ทำให้สามารถส่งผักให้ศูนย์รวบรวมผักของคู่ค้าที่จังหวัดสมุทรสาครได้อย่างต่อเนื่องทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นายสันติ สายทอง ผู้จัดการสหกรณ์ผู้ผลิตผักน้ำดุกใต้ จำกัด&amp;nbsp; กล่าวว่า มีสมาชิก137 ราย สมาชิกร่วมโครงการปลูกผักส่งให้กับท๊อป ซูเปอร์มาร์เก็ต จำนวน&amp;nbsp; 25 รายประมาณ 200 ไร่&amp;nbsp;&amp;nbsp; มูลค่าธุรกิจประมาณ&amp;nbsp; 13 ล้านบาทต่อปี โดยจะส่งผักไปที่ศูนย์รวบรวมสมุทรสาคร ในการบริหารจัดการจะเริ่มจากรับออเดอร์ว่าลูกค้าต้องการผักอะไรบ้างเพื่อนำมาวางแผนการปลูกให้กับสมาชิก ทุกแปลงจะต้องผ่านการตรวจสอบและเป็นแปลง GAP&amp;nbsp; โดยทางทางสหกรณ์จะมีศูนย์ตัดแต่งผักที่ได้มาตรฐาน&amp;nbsp; มีการตรวจสารตกค้าง และมีถุงบรรจุของลูกค้าภายใต้แบรนด์ &amp;ldquo;ผักน้ำดุกใต้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96091</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมสหกรณ์, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, จังหวัดเพชรบูรณ์, นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์, นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604ed3705a4aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
