<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108421</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2021 17:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2021 05:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“อยุธยาโมเดล” ต้นแบบรถโรงเรียนวิถีใหม่ ปลอดอุบัติเหตุ ไกลห่างโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค จัดเสวนาในหัวข้อ &amp;quot;วิถีชีวิตใหม่ รถรับ-ส่งนักเรียน อย่างไร ให้ปลอดภัยห่างไกลโควิด&amp;rdquo; เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2564 ที่โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อหาแนวทางป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 จากการใช้บริการรถรับ-ส่งนักเรียน รวมถึงการหามาตรการป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดกับรถรับ-ส่งนักเรียนที่พบสถิติการเกิดอุบัติเหตุ และเด็กนักเรียนเสียชีวิตจำนวนมาก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส. กล่าวว่า สสส. ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการเดินทางไปโรงเรียนของเด็ก เยาวชน เนื่องจากมีสถิติทุก 1 ชั่วโมง จะมีคนเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุบนท้องถนน 2 ราย โดยกลุ่มที่มีความเสี่ยงนั้นเป็นเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของชาติและเป็นที่รักของครอบครัว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ข้อมูลจากระบบบูรณาการการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 3 ฐาน โดยกองป้องกันการบาดเจ็บ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ในปี 2561 พบว่า มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนมากที่สุดอยู่ในช่วงอายุ 10-24 ปี ซึ่งเป็นวัยเรียนมากถึง 5,131 คน หรือคิดเป็นภาพรวมมากถึงร้อยละ 25.7 ในจำนวนนี้พบว่ารถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะอันดับ 1 ที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ซึ่ง สสส.ได้เจาะลึกลงไปถึงอุบัติเหตุที่เกิดนั้น เนื่องจากไม่ตอบโจทย์ความจำเป็นในการเดินทาง เช่น รถรับ-ส่งนักเรียนที่ไม่สะดวก ส่งผลให้ทางเลือกในการเดินทางมีอย่างจำกัด บางครอบครัวจึงซื้อจักรยานยนต์ สำหรับใช้ในการเดินทาง โดยส่วนใหญ่อุบัติเหตุจะเกิดขึ้นระหว่างการใช้รถจักรยานยนต์เดินทางไป-กลับโรงเรียน ปัญหานี้จำเป็นต้องช่วยกันแก้ไขด้วยการจัดหารถโรงเรียนที่มีมาตรฐาน ซึ่งจะช่วยลดอุบัติเหตุ และการเสียชีวิตลงได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รุ่งอรุณกล่าวต่อว่า จากสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในปี 2561 พบว่า ภาคตะวันออกเป็นภาคที่มีสถิติอุบัติเหตุมากที่สุด รองลงมาคือ ภาคกลาง โดยจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็น 1 ใน 4 อันดับแรกที่มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุมากที่สุดในภาคกลาง สสส.และภาคีเครือข่ายจึงดำเนินงาน &amp;ldquo;โครงการส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนที่ปลอดภัยและเป็นธรรม&amp;rdquo; ในการหาทางออกร่วมกัน โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อลดการสูญเสียจากการใช้บริการรถรับ-ส่งนักเรียน ซึ่งหลังจากนี้จะขยายวงกว้างพูดคุยแก้ปัญหาเข้าไปในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;จังหวัดพระนครศรีอยุธยาถือเป็นต้นแบบในการสร้างเครือข่ายลดอุบัติเหตุ จึงได้เลือกให้เป็นต้นแบบสำหรับการขยายผล เพื่อให้เป็นโมเดลสำคัญในการทำงาน ซึ่งสามารถเชื่อมประสานกับภาคีเครือข่ายที่ทำงานด้วยจิตอาสา จนประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ&amp;rdquo; รุ่งอรุณกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รุ่งอรุณกล่าวด้วยว่า ในการแก้ไขอุบัติเหตุที่เกิดจากพฤติกรรมของคน สภาพรถ ท้องถนน ของรถโรงเรียน จะต้องสร้างความปลอดภัยในช่วงเดินทางไป-กลับ ผู้ประกอบการจะต้องยกระดับมาตรฐานตัวรถเพื่อให้เกิดความปลอดภัย หากเกิดอุบัติเหตุก็ต้องให้ลดการบาดเจ็บ ลดความรุนแรงให้ได้มากที่สุด &amp;ldquo;ที่นั่งในตัวรถเกาะติดกับตัวรถ เด็กไม่กลิ้งกระดอนออกจากที่นั่ง ในช่วงโควิด-19 ระบาด ไม่สามารถจัดที่นั่งเว้นระยะห่างได้ ก็ต้องดูแลใช้มาตรการเข้มข้นเพื่อชดเชย ป้องกันเด็กและเยาวชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เรื่องนี้ต้องใช้ความตั้งใจและจริงใจในการแก้ไขปัญหา ปฏิบัติอย่างต่อเนื่องด้วยการเชื่อมประสานทุกฝ่าย พ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กก็ต้องสร้างความเข้าใจร่วมกัน การให้ความสำคัญกับรถรับ-ส่งนักเรียนจอดรับเด็กขึ้น-ลง เพื่อลดอุปสรรคเด็กขึ้น-ลงไม่เรียบร้อย ทำให้เกิดอุบัติเหตุ ขณะเดียวกันต้องรู้เท่าทันปัญหาเป็นหัวใจสำคัญ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นตัวอย่างที่ดี นำวิธีปฏิบัติในทุกมิติ พฤติกรรมการป้องกันโควิด-19 เพื่อเป็นตัวอย่างให้โรงเรียนต่างๆ ในจังหวัดอื่นๆ ในการทำงาน ลดจำนวนผู้เสียชีวิตที่อยู่ในวัย 10-24 ปี ซึ่งเป็นเยาวชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้ ในสถานการณ์การระบาดของโควิด ยังต้องให้ความสำคัญกับมาตรการการป้องกันโรคและความปลอดภัย ด้วยการจำกัดผู้โดยสาร ใส่หน้ากากทุกครั้ง ลดการพูดคุย ไม่รับประทานอาหารในรถ ช่วยป้องกันและลดการแพร่ระบาดโควิด-19 ได้&amp;rdquo; รุ่งอรุณกล่าวพร้อมยกตัวอย่าง สังคมเมืองหลายๆ พื้นที่มีทางเลือกอื่นให้เลือกใช้ รถไฟฟ้า รถใต้ดิน รถประจำทาง แต่ในต่างจังหวัดหลายพื้นที่รถโดยสารเป็นรถดัดแปลง ความปลอดภัยไม่มีมากนัก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ศุภกร การสมบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อ.ศุภกร การสมบัติ หัวหน้าฝ่ายกิจการนักเรียนและงานบุคคล โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย กล่าวว่า โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัยเป็นตัวแทนของ รร.ขนาดใหญ่ มีนักเรียน 4,200 คน การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เป็นประโยชน์ต่อการรับ-ส่งนักเรียน ในหลายๆ ปีที่ผ่านมา การจัดรถรับ-ส่งของโรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย ถือเป็นรถต้นแบบของจังหวัด&amp;nbsp; พัฒนาระบบต่างๆ ด้วยมาตรการเรื่องรถรับ-ส่งนักเรียน รถเอกชนไม่ได้มีลักษณะเป็นรถรับ-ส่งจากโรงเรียน แต่เดิมเราไม่ได้มีหน้าที่เข้าไปดูแลรถรับ-ส่ง เครือข่ายผู้บริโภคเข้ามาทำโครงการ ทำให้ทาง รร.เห็นว่าเป็นภาระหน้าที่ของผู้บริหาร รร.ที่จะเข้ามาดูแลร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การดูแลรถรับ-ส่งนักเรียนกลายเป็นภารกิจหนึ่งในงานที่ครูจะต้องดูแลโดยตรง ด้วยการประสานงานกับผู้ประกอบการตั้งเป็นชมรมรถรับ-ส่งนักเรียน รร.อยุธยาวิทยาลัย มีกลุ่มไลน์ให้ความรู้หรือประชาสัมพันธ์ผ่านกลุ่ม ปีที่แล้วนักเรียนใช้บริการรถรับ-ส่ง 1,200 คน จากนักเรียน 4,200 คน หรือ 28% นักเรียนจาก 16 อำเภอและจังหวัดใกล้เคียงเข้ามาเรียน ทางเลือกในการใช้รถรับ-ส่งนักเรียนสะดวกที่สุดสำหรับผู้ปกครอง เมื่อเปรียบเทียบนักเรียนใช้รถประจำทางต้องใช้เวลานาน รถนักเรียนจะมารับถึงบันไดบ้าน ส่งกลับถึงบันไดบ้าน ทาง รร.ขึ้นทะเบียนรับรองเป็นรถรับ-ส่งนักเรียนเพื่อไปตรวจสภาพรถ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ผ่านมาอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับนักเรียนทั้งหมดเกิดขึ้นกับเด็กที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ โดยปัจจัยหลักยังมาจากการขับรถเร็ว ส่วนอุบัติเหตุที่เกิดจากรถรับ-ส่งนักเรียนยังไม่พบ แต่ทางโรงเรียนยังเล็งเห็นถึงความสำคัญ ได้ออกมาตรการร่วมกันกับผู้ประกอบการรถรับ-ส่งนักเรียนและผู้ปกครอง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ โดยมีเด็กนักเรียนขี่รถจักรยานยนต์มาโรงเรียนประมาณ 200 คน โดยในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา พบว่ามีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับเด็กกลุ่มนี้กว่า 10 กรณี ทางโรงเรียนจึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจมาให้ความรู้กับนักเรียนหน้าเสาธง พร้อมตั้งกลุ่มไลน์เพื่อพูดคุยกับผู้ประกอบการรถรับ-ส่งนักเรียนทุกคัน เพื่อเป็นการป้องกันและหาทางออกร่วมกันหากเกิดปัญหาขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ชลดา บุญเกษม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ชลดา บุญเกษม หัวหน้าศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ขนส่งจัดรถรับส่งนักเรียนที่ไม่ถูกต้องเข้าสู่ระบบ เป็นไปตามมาตรฐานด้วยหลักการพ่อแม่ผู้ปกครองฝากลูกหลานเดินทาง เราเป็นศูนย์เชื่อมประสานแต่ละหน่วยงานแบบบูรณาการ การจัดรถรับส่งนักเรียนให้ปลอดภัย การขึ้นทะเบียน ขอใบรับรองจาก รร.เชื่อมระหว่าง รร. ขนส่ง การตรวจสภาพรถยนต์เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ เหตุการณ์ที่คนขับรถลืมเด็กไว้ในรถโรงเรียน และเสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจ เหตุการณ์นี้ไม่ควรเกิดขึ้น ถ้ามีระบบที่ดีจะตรวจสอบได้ว่ามีเด็กตกหล่นอยู่ในรถหรือไม่ กลไกลดความเสี่ยงมีการขับเคลื่อนขนส่งจังหวัดให้การรับรองดูแลเรื่องความปลอดภัย มาตรฐานรถ การบังคับใช้ กม.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เด็กนักเรียนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีปัญหาการเข้าถึงรถโดยสารสาธารณะ เนื่องจากการเดินรถยังไม่ครอบคลุมทั้งจังหวัด ทำให้เกิดธุรกิจรถรับส่งนักเรียนในพื้นที่มีจำนวนมาก ที่ผ่านมาจากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่ารถที่ผู้ประกอบการนำมาใช้ ส่วนหนึ่งไม่ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด ดังนั้น ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงตั้งกลไกคุ้มครองสิทธิประกอบด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ขนส่งจังหวัด ตำรวจ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) โรงเรียน เขตพื้นที่การศึกษา ตลอดจนพนักงานขับรถ เป็นต้น ให้ปรับปรุงรถรับส่งนักเรียนเป็นไปตามข้อกำหนด พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือประชาชนหากเกิดปัญหาจากการใช้รถรับส่งนักเรียน เสนอให้ภาครัฐออกนโยบายให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของการใช้รถรับส่งนักเรียนในทุกประเด็น เพราะจะทำให้ทุกโรงเรียนตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สุเทพ กุมุท หัวหน้ากลุ่มวิชาการขนส่ง สำนักขนส่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า รถรับส่งนักเรียนมีมานานแล้ว มีการจัดระเบียบรถโรงเรียนตั้งแต่ปี 2546 แต่อยู่ในบรรยากาศล้มลุกคลุกคลาน เนื่องจากรถรับส่งนักเรียนเป็นรถนอกระบบ เป็นรถผู้ปกครอง รถของชาวบ้านว่างก็นำมารับส่งเด็กนักเรียน ในช่วงแรกๆ ขนส่งมีความลำบากใจมาก เนื่องจากรถที่นำมารับส่งนักเรียนนั้นมีปัญหากับรถโดยสารประจำทาง แต่เมื่อมีรถโรงเรียนจำนวนมากขึ้น ขนส่งต้องเข้าไปจัดการด้านนโยบาย การออกแบบให้รถมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น นำมารับส่งนักเรียนได้อย่างถูกต้อง&amp;nbsp; เมื่อเปิดเทอมขนส่งออกตรวจดำเนินการเพื่อให้ได้รับใบอนุญาต &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ต่อมาในปี 2560 มูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภค เข้ามาร่วมประสานงานกับทางโรงเรียน ในช่วงแรกทาง รร.มีข้อจำกัดในความรับผิดชอบรถจากที่ไหนก็ไม่รู้นำเด็กมาส่งที่ รร. ขอดูแลเฉพาะเด็กอยู่ใน รร. ถ้านอก รร.ไม่ขอรับผิดชอบ เกิดเป็นช่องว่างของโรงเรียนในภาพการขนส่ง ถ้าจะเปรียบเทียบโรงเรียนเสมือนกับตลาดหลักทรัพย์ รับส่งนักเรียนก็เหมือนกับนักเล่นหุ้น ต้องเข้ามา โรงเรียนในตลาดหลักทรัพย์สร้างเงื่อนไขเพื่อให้ผู้ประกอบการรถโรงเรียนได้ปฏิบัติทั้งหมด ทำอย่างไรให้โรงเรียนมีบทบาทเหมือนในตลาดหลักทรัพย์ จึงได้มีการหารือกันให้รถอยู่ในระบบ ให้ทางขนส่งดำเนินการให้ถูกต้องตาม กม. ถ้าโรงเรียนยื่นเงื่อนไขรถกลุ่มนี้ก็ต้องทำตามทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภค โรงเรียนเครือข่ายนำทีมดูงานที่สุพรรณบุรี ประสบความสำเร็จ เพื่อให้ รร.เกิดแนวคิดเรื่องความปลอดภัย ใช้บริบทวิชาการ มีการคัดเลือกโรงเรียนต้นแบบ เมื่อ รร.ขนาดใหญ่เข้าร่วมบริหารจัดการและเห็นความสำคัญของรถรับส่งนักเรียน ทุกอย่างเข้ารูปเข้ารอย สำนักงานขนส่งจังหวัดของบประมาณจากกองทุนความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน การใช้สื่อถึงพนักงานที่ทำหน้าที่ขับรถส่งนักเรียนมีการจัดอบรม รวบรวมรถรับส่งนักเรียนทั่วทั้งจังหวัด จัดตั้งเป็นกลุ่มไลน์ การสร้างเครือข่าย มี 5 กลุ่ม มีประธาน เลขาฯ บริหารจัดการกลุ่ม รร. มูลนิธิ ขนส่ง มีการนำเสนอปัญหาต่อผู้ว่าราชการจังหวัด สั่งการดูแลรถรับส่งนักเรียนเป็นกรณีพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ระบาดในช่วง 2 ปีนี้ ตัวรถรับส่งนักเรียนต้องมีการปรับปรุงให้เกิดความปลอดภัย มีการตรวจโรคคนขับจำนวน 382 คน เพื่อให้เกิดความมั่นใจกับผู้ปกครอง โรงเรียน เมื่อส่งเด็กนักเรียนแล้วพนักงานขับรถจะต้องทำความสะอาดเบาะรถ ราวประตูจับ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค และเมื่อส่งเด็กกลับถึงบ้านแล้ว หลังจากนั้นก็ต้องทำความสะอาดภายในและนอกรถ และห้ามพนักงานนำสินค้ามาขายให้กับเด็กรับประทานบนรถ ดูแลเด็กทุกคนให้สวมหน้ากากอนามัย มีเจลแอลกอฮอล์ ขณะนี้บาง รร.เปิดสลับวันเพื่อลดความแออัดภายในห้องเรียน ดังนั้น เด็กที่มารถโรงเรียนก็จะมาสลับวันก็ลดความแออัดภายในรถโรงเรียนได้ ขนส่งก็ต้องตรวจตรารถโรงเรียนห้ามเสริมเบาะนั่ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ผมขอการันตีตลอด 10 ปีที่ผ่านมานี้ ไม่เคยมีรถโรงเรียนชนกันบนท้องถนนที่ จ.อยุธยา ยกเว้นเป็นรถโรงเรียนจากจังหวัดอื่นเข้ามาประสบอุบัติเหตุในจังหวัดอยุธยา ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นเรานำมาเป็นบทเรียนเพื่อแก้ไขทุกปัญหา&amp;rdquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;รถรับส่งนักเรียนส่วนใหญ่ไม่ได้ตามมาตรฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;คงศักดิ์ ชื่นไกรลาศ&amp;nbsp;ผู้ประสานงานโครงการขนส่งมวลชนที่ปลอดภัยและเป็นธรรม มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคใน 6 ภาค ร่วมกับมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ได้รวบรวมข้อมูลความปลอดภัยของรถรับส่งนักเรียนทั่วประเทศ พบว่า ส่วนใหญ่สภาพรถรับส่งนักเรียนไม่ได้ตามมาตรฐานตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดไว้ดังนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 1.มีการดัดแปลงเพื่อรับเด็กนักเรียนให้ได้จำนวนมากขึ้น เช่น โครงสร้างรถไม่แข็งแรง มีการต่อเติมท้ายรถยื่นออกมา หรือไม่มีเหล็กกั้นกันตกในตอนท้ายของรถสองแถว เพราะส่วนใหญ่ให้บริการรับส่งนักเรียนครั้งละหลายโรงเรียนในละแวกเดียวกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 2.ขาดอุปกรณ์ความปลอดภัยที่ควรมีในรถ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3.พฤติกรรมเสี่ยงและประมาทของคนขับรถ เช่น ขับรถเร็ว การลืมเด็กไว้ในรถ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 4.กลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทั้งโรงเรียน ผู้ปกครอง นักเรียน หรือคนขับรถ ไม่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องการป้องกัน หรือมาตรการความปลอดภัยต่างๆ ซึ่งการพัฒนาให้รถรับส่งนักเรียนมีมาตรฐาน จำเป็นต้องมีการลงทุนในการปรับปรุงสภาพรถ จึงทำให้เป็นข้ออุปสรรคสำคัญในการยกระดับและพัฒนาคุณภาพรถรับส่งนักเรียนของผู้ประกอบการในปัจจุบัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108421</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขับขี่รถจักรยานยนต์, คงศักดิ์ ชื่นไกรลาศ, จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, ชลดา บุญเกษม, ต้นแบบรถโรงเรียนวิถีใหม่, นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ, ผู้ประสานงานโครงการขนส่งมวลชนที่ปลอดภัยและเป็นธรรม, ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม, มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค, รถรับ-ส่งนักเรียน, รถโรงเรียน, วิถีชีวิตใหม่ รถรับ-ส่งนักเรียน อย่างไร ให้ปลอดภัยห่างไกลโควิด, สร้างเครือข่ายลดอุบัติเหตุ, สสส., สำนักขนส่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, สุเทพ กุมุท, หัวหน้ากลุ่มวิชาการขนส่ง, หัวหน้าฝ่ายกิจการนักเรียนและงานบุคคล, หัวหน้าศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค, อ.ศุภกร การสมบัติ, อยุธยาโมเดล, เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน, โครงการส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนที่ปลอดภัยและเป็นธรรม, โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210702/image_big_60dee9e24be3e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104026</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2021 20:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2021 20:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สตช.-สสส.-ภาคีเครือข่าย เร่งรณรงค์ป้องกันภัยโควิด-19 หลังมีกฎหมายให้ใส่หน้ากากอนามัย  พร้อมชวนประชาชนเฝ้าระวังแจ้งเบาะแส มั่วสุมตั้งวงเหล้า-พนัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ชัยณรงค์ เจริญไชยเนาว์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และ พล.ต.ต.ฐายุฏฐ์ จันทร์ถาวร ผู้บังคับการอำนวยการตำรวจภูธร ภาค 1 รับมอบป้ายรณรงค์ป้องกันภัยโควิด-19 จาก นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับนางสาวเครือมาศ ศรีจันทร์ ผู้ประสานงานเครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต และมูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว เพื่อสนับสนุนรณรงค์ประชาสัมพันธ์ สร้างความตระหนัก เคร่งครัดต่อชีวิตวิถีใหม่ในสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp; โดยมอบป้ายไวนิลจำนวน 768 ผืน และป้ายพีพีบอร์ด 1,280 แผ่น กระจายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 88 สถานี และจังหวัดใกล้เคียง อีก 3 จังหวัดในพื้นที่เสี่ยง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นางสาวรุ่งอรุณ&amp;nbsp; ลิ้มฬหะภัณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส. กล่าวว่า ในสถานการณ์โควิด&amp;ndash;19 ระลอกสามนี้ ถือว่ารุนแรงและยาวนานที่สุด เมื่อเทียบกับสองระลอกที่ผ่านมา สสส. ได้ร่วมกับภาคีองค์กรภาคประชาชนหนุนเสริมการทำงานเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเต็มกำลัง และภายหลังที่ทุกจังหวัดได้มีมาตรการกำหนดให้ทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า เมื่อออกจากบ้าน ส่งผลให้ภาพรวมการสวมหน้ากากดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตามในหลายๆ คลัสเตอร์ยังคงอยู่ในระดับที่ที่น่าเป็นห่วง ทั้งตลาด แคมป์คนงานก่อสร้าง ชุมชน &amp;nbsp;ซึ่งต้องให้ความสำคัญกับมาตรการคัดกรอง&amp;nbsp; การล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ การรักษาระยะห่าง&amp;nbsp; ก็ยังคงต้องรณรงค์ให้ยึดถือปฏิบัติกันอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;วันนี้ สสส. ร่วมกับภาคีเครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต และมูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว&amp;nbsp; ได้สนับสนุนสื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์ ในรูปแบบป้ายไวนิล 768 ผืน และแผ่นพีพีบอร์ด 1,280 แผ่น เพื่อให้สถานีตำรวจในพื้นที่ กทม.ทั้ง 88 &amp;nbsp;สถานี และในสามจังหวัดใกล้เคียง ได้แก่ ปทุมธานี&amp;nbsp; นนทบุรีและสมุทรปราการ ใช้ประชาสัมพันธ์เพื่อตอกย้ำในพื้นที่ กับมาตรการต่างๆ ที่ต้องเข้มข้นกันต่อไป รวมไปถึงขอความร่วมมือ การ์ดอย่าตก เว้นระยะห่าง ล้างมือ งดปาร์ตี้ ตั้งวงเหล้า วงพนัน ซึ่งกำลังกลายเป็นจุดเสี่ยงการแพร่เชื้อตามที่เป็นข่าวมาแล้วหลายพื้นที่ และควรใช้โอกาสนี้ลด ละ เลิกเหล้า-บุหรี่ จะดีที่สุดเพราะเหล้า บุหรี่จะลดภูมิคุ้มกันของร่างกาย มีโอกาสติดเชื้อโควิด-19 ได้มากกว่าผู้ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และอยากขอวิงวอนประชาชนช่วยกันเฝ้าระวังการรวมกลุ่มมั่วสุม ตั้งวงดังกล่าว&amp;nbsp; ช่วยกันแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp; นางสาวรุ่งอรุณ&amp;nbsp; กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104026</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจภูธร ภาค 1, นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ, นางสาวเครือมาศ ศรีจันทร์, ป้ายรณรงค์ป้องกันภัยโควิด-19, พล.ต.ต.ฐายุฏฐ์ จันทร์ถาวร, พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย, พล.ต.ท.ชัยณรงค์ เจริญไชยเนาว์, มูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว, สตช., สสส, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, สำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส., หน้ากากอนามัย, เครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210524/image_big_60abaa29ab02c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97372</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2021 16:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> โพลหนุนเมาแล้วขับขาประจำทำผิดซ้ำสอง ไม่รอลงอาญาติดคุกสถานเดียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; Zero Accident เปิดเวทีสะท้อนปัญหาดื่มแล้วขับ โพล 93% หนุนเมาแล้วขับขาประจำทำผิดซ้ำสอง ต้องเพิ่มโทษหนัก ไม่รอลงอาญา ติดคุกสถานเดียว ส่วนผู้ขายต้องมีส่วนร่วม &amp;ldquo;ขายอย่างรับผิดชอบ&amp;rdquo; ลดความสูญเสียบนถนน มั่นใจ &amp;ldquo;โทษหนักบังคับเข้ม&amp;rdquo; สร้างความตระหนัก ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสังคม วิทยากรชี้เป้า กฎหมายบ้านเราไม่ศักดิ์สิทธิ์ แต่เรามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่บันดาลได้ด้วยคำพูดที่ว่าขับรถอย่างไรให้รอดพ้นจากด่านตรวจของตำรวจ คนเมายังขับรถ สังคมต้องใส่ใจ เหยื่อเมาแล้วขับพุ่งชนถึงในบ้านลูกชาย 1 ขวบดับทันที&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เราสูญเสียจากน้ำเมามากเกินพอแล้ว &amp;ldquo;Our life lost to alcohol is one too many&amp;rdquo; ข้อความขนาดใหญ่ด้านหน้าเวทีเสวนา &amp;ldquo;อุบัติเหตุดื่มแล้วขับกับความผิดซ้ำ และการขายอย่างรับผิดชอบ&amp;rdquo;จัดโดยเครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ที่โรงแรมแมนดาริน สามย่าน มีวิทยากร ดร.ณัฐพล แย้มฉิม ประธานสวนดุสิตโพล ม.ราชภัฏสวนดุสิต นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผจก.ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ เภสัชกรสงกรานต์ ภาคโชคดี ผอ.สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า สนั่น สุทธิประภา พ่อผู้สูญเสียลูกชายวัย 1 ขวบ จากดื่มแล้วขับ ดำเนินรายการโดย นฤบดี จันทรส เครือข่ายสื่อสร้างสรรค์เพื่อการขับเคลื่อนสังคม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส. กล่าวว่า ข่าวสารที่พบเห็นการสูญเสียบนท้องถนนมากมาย และยังมีอีกที่ไม่ปรากฏเป็นข่าว เทศกาลสงกรานต์มีทั้งความสุขและความสูญเสียเหมือนกับทุกเทศกาล สสส.เริ่มดำเนินการป้องกันแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนตั้งแต่ปี 2546 โดยสนับสนุนภาคีเครือข่ายเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนอย่างต่อเนื่อง และร่วมส่งเสริมการสร้างมาตรการองค์กรและมาตรการชุมชนเพื่อความปลอดภัยทางถนน ก่อนหน้านี้มูลนิธิเมาไม่ขับรณรงค์คนที่เมาไม่ขับรถบนท้องถนนเป็นการทำงานในลักษณะบุคคล สสส.ให้กลุ่มคนที่สนใจจัดตั้งเป็นองค์กรหน่วยงานด้วยการหนุนให้เข้มแข็ง เห็นเป้าหมายร่วมกัน &amp;ldquo;7 วันระวังอันตราย&amp;rdquo; กระตุ้นภาคีทุกภาคส่วนให้ช่วยกันตระหนักเพื่อลดความสูญเสียในช่วงเทศกาลต่างๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากข้อมูลคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติจากกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม ในเดือนเมษายน ปี 2562 ซึ่งเป็นช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มีจำนวน 17,584 คน ลดลงเหลือเพียง 550 คน ในปี 2563 ของเดือนเดียวกัน หรือคิดเป็นลดลงร้อยละ 96.8 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ สาเหตุสำคัญมาจากการประกาศเคอร์ฟิว การห้ามจำหน่ายสุรา รวมถึงการปิดผับบาร์ ซึ่งส่งผลโดยตรงทำให้มีผู้ที่มีพฤติกรรมดื่มแล้วขับลดลง สะท้อนให้เห็นว่าการเอาจริงเอาจังของการบังคับใช้กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการตรวจจับดื่มแล้วขับ เป็นปัจจัยสำคัญในการลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนได้ ดังนั้นการสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีจะยิ่งช่วยให้ลดการสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การเพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยให้มากยิ่งขึ้น การใช้ฐานข้อมูลความผิดซ้ำทำให้ทุกคนระมัดระวังปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้มากยิ่งขึ้นด้วย ภาคีเครือข่ายสนับสนุนเจ้าหน้าที่ การบังคับใช้ กฎหมายอย่างจริงจังและต่อเนื่อง การสวมหมวกนิรภัยเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ อย่าให้การสูญเสียเกิดขึ้นในสังคมหรือเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ชมวีดิทัศน์ &amp;ldquo;อุบัติเหตุดื่มแล้วขับ ซ้ำๆ ใครผิด&amp;rdquo; ไทยรัฐทีวีช่อง ๓๒ นำเสนออุบัติเหตุบนท้องถนน 11,997 ราย มีการทำผิดซ้ำ 277 ราย ปีใหม่ 2564 มี 4,435 คดี มีผู้ทำความผิดซ้ำ 203 ราย ใกล้เคียงกับปีก่อนแสดงว่ามาตรการบังคับใช้ยังเอาไม่อยู่ หรือ กฎหมายยังไม่หนักพอที่จะทำให้ผู้กระทำความผิดหลาบจำได้ กล้าที่จะทำผิดซ้ำแล้วซ้ำอีก ส่วนใหญ่ผู้ขับขี่จะบอกว่าตัวเองไม่ได้เมาแต่อย่างใด ในขณะที่ผู้ผลิตผู้ขายแอลกอฮอล์ต่างก็โยนความผิดไปให้กับผู้ดื่ม มีใครบางคนลอยนวล ผู้ผลิตผู้ขายในผับในบาร์ล้วนส่ายหน้าไม่รับผิดชอบ อีกทั้งยังมีวาทกรรมที่ว่า &amp;rdquo;ดื่มแบบรับผิดชอบ&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.ณัฐพล แย้มฉิม ประธานสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เสวนา &amp;ldquo;อุบัติเหตุดื่มแล้วขับกับความผิดซ้ำและการขายอย่างรับผิดชอบ&amp;rdquo; กล่าวว่า เมื่อดูจากคลิปวิดีโอจะเห็นว่าบ้านเราเรื่องเมาแล้วขับเป็นหัวข้อถกเถียงความผิดและความรับผิดชอบ 7 วันอันตรายเทศกาลสงกรานต์ เทศกาลปีใหม่ 7 วันแห่งความสุข แต่เป็นเรื่องการสูญเสียเข้ามาแทนที่ ปกติการดื่มแอลกอฮอล์เมื่อมีการตรวจเป่าแอลกอฮอล์ถ้าปล่อยให้เนิ่นนานเกินกว่า 3 ชั่วโมงก็จะหายไป ยิ่งปล่อยให้ข้ามวันไปแล้วการเป่าตรวจแอลกอฮอล์ก็จะไม่พบสารแอลกอฮอล์แต่อย่างใด ยิ่งมีคำสั่งให้ตรวจย้อนหลังก็จะไม่พบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พ.ศ.2561-2563 มีการสำรวจ 2,152 ตัวอย่าง จากคนที่อายุ 18 ปีขึ้นไป จนถึง 45 ปี รวม 16 จังหวัด ระหว่างวันที่ 16-19 ก.พ. พบว่าเด็กที่อยู่ในวงเหล้ากินเหล้าตั้งแต่เด็กๆ เนื่องจากมีสมาชิกในครอบครัวดื่มเหล้าและพาลูกหลานเข้ามาอยู่ในวงเหล้าด้วย เมื่อสำรวจแล้ว 17-20% การรับรู้ กฎหมายและบทลงโทษ 82.57% ที่มีทั้งบทปรับและจำคุก อีก 17% ไม่รู้และไม่แน่ใจว่าบทลงโทษปรับเท่าไหร่ 56.37% รู้แล้วว่าเมาแล้วขับมีผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อครอบครัวญาติพี่น้อง 36.31% การรับรู้ กฎหมายบังคับใช้ถ้าเมาขับรถแล้วไม่มีสติ ไม่ใส่หมวกกันน็อก โอกาสเกิดอุบัติเหตุสูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) กล่าวว่า ผลกระทบจากความรุนแรงเมาแล้วขับส่งผลกระทบต่อครอบครัวหลายพันหลายหมื่นครอบครัว 25% มักจะพูดว่าตัวเองไม่เมา เราทำอะไรกันได้บ้าง ได้แต่พูดกันว่าขอให้เป็นคนสุดท้าย แล้วสังคมไทยก็วนเวียน เราต้องส่งสัญญาณถึงคนที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องเข้ามารับผิดชอบ เรามาช่วยกันตั้งโจทย์ดื่มแล้วขับมีเรื่องราวหลายมิติ อยากเห็นผู้รับผิดชอบทั้งต้นน้ำ โดยเฉพาะผู้จำหน่าย กลางน้ำเป็นกลุ่ม A ปลายน้ำ ตำรวจตั้งชุดตรวจจับแอลกอฮอล์ในช่วงเทศกาลปีใหม่ปี 2562 ตรวจแล้วนำส่งฟ้องภายใน 24 ชั่วโมงเป็นความผิด ศาลแขวงสั่งคุมประพฤติ 1.2 หมื่นคน จำนวนนี้มีขาประจำมีความผิดซ้ำ 300 กว่าครั้ง เป็นเพียงเทศกาลเดียวยังทำความผิดซ้ำมากขนาดนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มูลนิธิแห่งเอเชียนำข้อมูลจากหลายแหล่งมาวิเคราะห์ ปี 2557-2558 คนทำผิดซ้ำ 2-3 ครั้งเกือบพันคน จะเห็นได้ว่าบทลงโทษไม่หนักพอทำให้ผู้ทำผิดกล้าทำผิดซ้ำอีกโดยไม่กลัวโทษของ กฎหมาย หนุ่มขับรถหรูมาจอดในที่คนพิการในสนามบินสุวรรณภูมิ มีกล้องวงจรปิดจับภาพอยู่ก็ยังจอดค้างคืน 2 วัน เสียค่าปรับ 500 บาท บทลงโทษไม่หนัก ต้องมีการตั้งด่านตรวจอย่างเข้มข้นหรือกระจายสุ่มตรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ใน New South Wales เพิ่มการตั้งด่านตรวจเข้มให้มากขึ้น กระจายด่านตรวจให้ทั่วถึง เพราะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากคนเมาแล้วขับเกือบครึ่งหนึ่งคือ 40% จะทำให้อัตราการตายลดลงได้ 15% หลายประเทศใช้มาตรการลงโทษหนัก ญี่ปุ่นเมาแล้วขับเกิดอุบัติเหตุโทษจำคุก สิงคโปร์ครั้งแรกใช้โทษปรับรุนแรง ครั้งที่ 2 ปรับเป็นเงิน 4.5 แสนบาท นอร์เวย์ถ้าทำความผิดซ้ำภายใน 5 ปี โทษยึดใบขับขี่ตลอดชีพ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แต่ละประเทศมีบทลงโทษที่แตกต่างกัน ผู้ประกอบการที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะต้องรับผิดต่อบุคคลที่ 3 อย่างจำกัด เฉพาะกรณีที่ได้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้แก่บุคคลที่มึนเมาเป็นอาจิณและผู้เยาว์ บุคคลดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่น ทั้งยังมีมาตรการทาง กฎหมาย มีการอบรมแก่ผู้มีใบอนุญาต รวมถึงพนักงานให้มีความเข้าใจถึง กฎหมายและความรับผิดที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการดูลักษณะของความมึนเมาและวิธีจัดการกับสถานการณ์นั้น อบรม ABC&amp;rsquo;s Licensee Education on Alcohol and Drugs (LEAD) program อบรม 4 ชั่วโมง เป็นการอบรมที่เกิดจากความสมัครใจ ไม่ใช่การบังคับ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในมลรัฐนิวยอร์กและมลรัฐอิลลินอยส์กำหนดหลักการก่อช่องแห่งภัยที่ถือว่าผู้ประกอบการนั้นเป็นผู้ก่อที่สร้างเงื่อนไขนำไปสู่เหตุละเมิดได้ ผู้ก่อไม่ใช่ผู้กระทำละเมิดโดยตรงแก่โจทก์ แต่การกระทำของผู้ก่อเป็นเงื่อนไขหนึ่งที่ทำให้เกิดการละเมิดของจำเลย แต่เพื่อป้องกันความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้นแก่ผู้ประกอบการที่อาจจะมีความรับผิดเกินสมควร จึงกำหนดให้ผู้ประกอบการที่จะต้องรับผิดนั้น ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุที่ใกล้เคียงก่อความเสียหายแก่บุคคลอื่น ทำให้บุคคลที่ได้รับความเสียหายมีสิทธิ์ที่จะฟ้องให้ผู้ประกอบการรับผิดจากการกระทำของบุคคลที่มึนเมา ซึ่งเป็นลูกค้าของผู้ประกอบการ คือ กฎหมายแดรมชอปกล่าวถึงความรับผิดของผู้ประกอบการ กรณีใดที่ผู้เสียหายสามารถฟ้องผู้ประกอบการได้ รวมถึงค่าเสียหายที่ผู้เสียหายจะสามารถเรียกได้จากผู้ประกอบการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในประเทศฝรั่งเศสมีระบบการออกใบอนุญาตที่เข้มงวดมาก ผู้ประกอบการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตาม กฎหมายในฝรั่งเศสได้จะต้องผ่านการอบรมก่อน ซึ่งขึ้นอยู่กับประเภทที่ได้รับใบอนุญาต ทั้งยังมีการแจกคู่มือในเรื่องวิธีการสังเกตอาการเมา รวมถึงวิธีการรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในกรณีที่ลูกค้าเมาไว้ให้แก่ผู้ประกอบการด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ประเทศไทยควรกำหนดนิยามเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไว้ใน พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551ให้มีความละเอียดเหมือนประเทศฝรั่งเศสที่แยกประเภทและชื่อเรียกของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แตกต่างกันตามปริมาณแอลกอฮอล์ในเครื่องดื่มนั้น ทำให้เกิดประสิทธิภาพในการบังคับใช้ กฎหมายกรณีที่ผู้ประกอบการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างผิด กฎหมาย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะเดียวกันประเทศไทยควรจัดทำคู่มือในการดูลักษณะของบุคคลที่มีอาการมึนเมา รวมถึงวิธีการรับมือในสถานการณ์นั้นแก่ผู้ประกอบการ มีแบบประเมินความเมาก่อนซื้อ แบบประเมินนี้จะใช้เฉพาะกรณีที่ผู้ประกอบการสงสัยว่าลูกค้ามีอาการมึนเมาจนครองสติไม่ได้เท่านั้น อีกทั้งการเพิ่มมาตรการในการประชาสัมพันธ์หรือการโฆษณาตามโทรทัศน์และสื่อต่างๆ ที่ให้ความสำคัญในเรื่องการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้แก่บุคคลที่มีอาการมึนเมาจนครองสติไม่ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากข้อมูลผลสำรวจของสวนดุสิตโพลต่อมาตรการเพิ่มโทษและห้ามการรอลงอาญาในความผิด &amp;ldquo;ดื่มแล้วขับ&amp;rdquo; ในกลุ่มตัวอย่าง 2,152 ราย เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาพบว่า กว่าครึ่งร้อยละ 56.37 เคยพบเห็นหรือตกอยู่ในเหตุการณ์เมาแล้วขับ โดยเกือบทั้งหมดร้อยละ 93.96 เห็นด้วยว่าควรมีการเพิ่มโทษ สำหรับผู้ที่ทำผิดซ้ำ ในข้อหาขับรถขณะเมาสุรา และร้อยละ 87.45 เห็นด้วยหากผู้ที่กระทำผิดซ้ำในข้อหาขับรถในขณะเมาสุราเป็นครั้งที่ 2 ควรถูกตัดสินโทษจำคุกอย่างเดียวโดยไม่รอลงอาญา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้กลุ่มตัวอย่างยังเห็นด้วยว่า การบังคับใช้กฎหมายจราจรที่มีประสิทธิภาพ เคารพกฎหมาย จะช่วยลดอุบัติเหตุได้ ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้การ &amp;ldquo;เมาขับ&amp;rdquo; กลับมาสร้างความสูญเสียอีก จึงเสนอข้อพิจารณาให้กับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนได้มีมาตรการที่ไปพร้อมๆ กัน ตั้งแต่ต้น-กลางและปลายน้ำ แต่ในระยะเร่งด่วนนี้ ให้มีมาตรการบังคับใช้กฎหมาย &amp;ldquo;โทษหนักบังคับเข้ม&amp;rdquo; เพื่อสร้างความตระหนักและปรับเปลี่ยนสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:center&quot;&gt;&amp;ldquo;ธุรกิจเหล้าปีหนึ่งๆ ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 5 หมื่นคน&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:center&quot;&gt;เป็นสาเหตุให้เกิดโรคมากกว่า 200 โรค&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:center&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;เภสัชกรสงกรานต์ ภาคโชคดี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การรณรงค์ของธุรกิจน้ำเมาให้ &amp;ldquo;ดื่มอย่างรับผิดชอบ&amp;rdquo; Responsible Drinking ฟังดูดี บางคนเห็นคล้อยตามธุรกิจ แต่ถือว่าเป็นการพูดอย่างไร้ความรับผิดชอบ และไร้ความละอาย โยนความผิดให้ลูกค้าว่า เพราะดื่มไม่รับผิดชอบ จึงเกิดปัญหา ทั้งๆ ที่ธุรกิจน้ำเมาไม่มีสิทธิ์บอกว่า ให้คนดื่มรับผิดชอบ แต่ต้องพูดว่า &amp;ldquo;ขายอย่างรับผิดชอบ&amp;rdquo; จึงจะถูกต้อง มีงานวิจัยต่างประเทศระบุว่า การรณรงค์ให้ดื่มอย่างรับผิดชอบ ไม่ได้ลดปัญหาจากการดื่ม แต่เป็นเพียงวิธีทางการตลาดของธุรกิจน้ำเมาที่ทำให้ยอดขายสูงขึ้น โดยทำให้คนทั่วไป โดยเฉพาะเยาวชน เกิดความประมาท เข้ามาเป็นนักดื่มหน้าใหม่มากขึ้น และอายุของนักดื่มลดต่ำลง ทำให้เกิดการเสพติดมากขึ้น ธุรกิจน้ำเมาจึงได้ลูกค้าระยะยาว สิ่งนี้ส่งผลกระทบต่อสังคม เพิ่มความรุนแรงในครอบครัว ทำลายอนาคตเยาวชน เกิดอาชญากรรม และสร้างปัญหาเศรษฐกิจในสังคมทุกระดับ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ธุรกิจการตลาดส่งเสริมการขายทำให้คนประมาท กลายเป็นนักดื่มเยาวชน นักดื่มหน้าใหม่มีแนวโน้มที่จะเป็นลูกค้าระยะยาว บุหรี่ก็ใช้วิธีการนี้เช่นกัน มีการฟ้องร้องในศาลถูกบังคับให้เอาหลักฐานในศาล &amp;quot;อนาคตบุหรี่อยู่ได้ต้องทำให้เยาวชนเป็นนักสูบ&amp;quot; ขณะนี้ บ.เหล้าต่างประเทศลงทุนตั้งชมรมรักกันเตือนภัยในมหาวิทยาลัยรณรงค์ให้เด็กดื่มและรับผิดชอบต่อตัวเอง เป้าหมายให้เด็กดื่มเร็วขึ้นด้วยเหตุผลที่ว่าดื่มไวน์วันละแก้วเป็นประโยชน์ต่อระบบเลือดและหัวใจ ทำให้งานวิจัยได้รับสปอนเซอร์จาก บ.ไวน์และเหล้า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มีการเก็บข้อมูลจากงานวิจัย 600 งาน ใน 200 ประเทศ ใช้เวลา 26 ปี ได้ข้อสรุปว่า ไม่มีขนาดแอลกอฮอล์ปลอดภัยแม้ดื่ม 1 แก้ว แต่เพิ่มโอกาสการเป็นมะเร็ง แม้จะไม่เป็นโรคหัวใจ การดื่มน้อยรับผิดชอบสุขภาพตัวเองไม่ได้ การดื่มเหล้าเพียง 1 แก้ว ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ส่งผลให้การตัดสินใจช้าหลายวินาที อุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์ เยาวชนดื่มแอลกอฮอล์อันตรายมากที่สุด เพราะการตัดสินใจไม่ดีพอคือเมา บางคนแม้ไม่เมาก็ตัดสินใจช้าอยู่แล้วก็ยังเกิดอุบัติเหตุได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในต่างประเทศมี กฎหมายบังคับ รถกระบะห้ามคนจำนวนมากขึ้นรถกระบะ ร้านขายเหล้าในต่างประเทศต้องมีใบอนุญาต ถ้าทำผิดต้องยึดใบอนุญาต เป็นเรื่องความรับผิดชอบร่วมกัน สิ่งเหล่านี้สังคมไทยต้องเรียนรู้ เพราะคน 70% เป็นเหยื่อเมาแล้วขับ &amp;ldquo;ผมขอเรียกร้องให้สังคมไทยสนใจปัญหา ธุรกิจเหล้าร่ำรวยมหาศาล ติดอันดับสร้างปัญหาให้สังคม ปีหนึ่งๆ ทำให้คนเสียชีวิตมากถึง 5 หมื่นคน และยังเป็นสาเหตุให้เกิดโรคมากกว่า 200 โรค เกิดปัญหาสร้างความรุนแรงในครอบครัว อุบัติเหตุบนท้องถนน มาตรการควบคุมยังไม่ดีพอ สังคมไทยจะต้องมีมาตรการให้ผู้ประกอบการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคม กฎหมายควบคุมการโฆษณา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:center&quot;&gt;&amp;ldquo;มนุษย์คนเดียวกันกล้าที่จะเมาและขับรถในเมืองไทย&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:center&quot;&gt;เพราะสภาพแวดล้อมที่มีบทลงโทษไม่สูง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กฎหมายบ้านเราไม่มีความศักดิ์สิทธิ์ แต่เรามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่บันดาลได้ด้วยคำพูดที่ว่าขับรถอย่างไรให้รอดพ้นจากด่านตรวจของตำรวจ ถ้ามีปัญหาจะเคลียร์กับตำรวจได้ไหม ดังนั้นเราจะเห็นคนขับแล้วเมาก็ยังกล้าขับรถโดยไม่ยอมใช้รถสาธารณะ มนุษย์คนเดียวกันกล้าที่จะเมาและขับรถในเมืองไทย เพราะสภาพแวดล้อมที่มีบทลงโทษไม่สูง มีการซื้อ license ในการทำความผิด อย่างที่เรียกว่า เสียเงินไม่ว่า เสียหน้าไม่ยอม ด้วยพฤติกรรมของคนที่คิดว่าไม่คุ้ม แต่ไม่กล้าเมาและขับในประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ เนื่องจากบทลงโทษสูงมาก ถ้าเมาแล้วขับรถให้รับผิดชอบตัวเอง ไม่มีใครกล้าเสี่ยงด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ใน club house มีการพูดกันผมว่าผมรอดตลอด แต่คนที่ถูกตำรวจจับถือว่าเป็นความซวย เพราะเจอตำรวจไม่ยอม ประสบการณ์ของคนเป็นไกด์จะให้ข้อมูลอย่างละเอียดในการขับรถถูกต้องตาม กฎหมายในประเทศต่างๆ พร้อมกับสำทับด้วยว่า ถ้าเมาแล้วขับเกิดอุบัติเหตุ ไกด์ก็ช่วยเหลือไม่ได้ หลายประเทศต้องมีใบอนุญาตขับรถสากลจึงจะขับรถในประเทศของเขาได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เกิดเหตุทุกครั้งมีคนบาดเจ็บและตาย ให้อำนาจหมอตรวจแอลกอฮอล์ การที่ปล่อยให้คนเมาขับรถเป็นการละเมิดสิทธิ์คนปกติ เราต้องออก กฎหมายให้ร้านค้ามีความรับผิดชอบในการขายแอลกอฮอล์ให้กับผู้ซื้อที่มีอาการเมามายแล้วเท่ากับเป็นการเพิ่มความเสี่ยงเมาแล้วขับรถ ส่วนใหญ่แล้วคนเมาขับรถจะอ้างว่าตัวเองไม่ได้เมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;คนทำธุรกิจก็คือคนทำธุรกิจ แต่ธุรกิจน้ำเมาเป็นธุรกิจที่ไม่ปกติ เพราะตัวสินค้าทำให้เกิดปัญหาขึ้นในสังคม ทั้งจากปัญหาอุบัติเหตุ ความรุนแรงในครอบครัว การทะเลาะวิวาท ฯลฯ สิ่งสำคัญทำอย่างไรให้คนไทยรู้ถึงพิษภัยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งในการทำงานของมูลนิธิเมาไม่ขับ ตนเห็นด้วยกับการรณรงค์ให้คนไทยลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่สำหรับกลุ่มคนที่ยังไม่สามารถลด ละ เลิกได้ มูลนิธิเมาไม่ขับขอวิงวอน อย่าได้ออกมาขับรถอย่างเด็ดขาด เพราะมีความผิดตามกฎหมาย โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับ 5,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนั้นแล้วยังมีภาวะเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนทั้งกับตนเองและผู้อื่น เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;&amp;ldquo;ชีวิตครอบครัวเปลี่ยนไปเหมือนตกนรกทั้งเป็น เรียกอะไรกลับคืนมาไม่ได้&amp;rdquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;สนั่น สุทธิประภา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การสังสรรค์ดื่มเหล้ากันอย่างมีความสุข แต่กลับไปก่อทุกข์ให้กับคนอื่น ไม่ใช่ความสุขแน่ๆ อนาคต 7 วันแห่งความสุข 365 วันแห่งความสุขของทุกคน ไม่มีใครสูญเสียจากความไม่รับผิดชอบจากคนไทยด้วยกันเอง ครอบครัวสุทธิประภานอนอยู่ภายในบ้านตัวเอง แต่มีโชเฟอร์เมาแล้วขับพุ่งเข้ามาถึงในบ้าน ทำให้ครอบครัวต้องสูญเสียบุตรชาย 1 คน ภริยาและบุตรสาวบาดเจ็บได้รับการรักษา&amp;rdquo; เป็นประเด็นสำคัญที่ สนั่น สุทธิประภา พ่อผู้สูญเสียลูกชายวัย 1 ขวบ จากดื่มแล้วขับ นับเป็นความสูญเสียที่ไม่เคยลืม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สนั่นเล่าถึงบรรยากาศเหตุการณ์เมื่อ 2 ปีก่อน ที่เกิดขึ้นรวดเร็วมาจนตั้งตัวไม่ทัน เพราะกำลังนอนหลับอยู่ รถยนต์พุ่งเข้าชนในบ้าน ทำให้บุตรชายวัย 1 ขวบ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันทีในบ้านย่านปทุมธานี ส่วนลูกสาวบาดเจ็บต้องผ่าตัด ส่วนภริยาอีกปีหนึ่งได้รับการผ่าตัด เพราะมีผลกระทบต่อสมองและสายตา ส่วนผู้ที่ขับรถยนต์เสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา และทราบว่ามีอาการเมาสุราด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ชีวิตครอบครัวเปลี่ยนไปเหมือนตกนรกทั้งเป็น เรียกอะไรกลับคืนมาไม่ได้ &amp;ldquo;ตอนนั้นผมทำอะไรไม่ถูก ทุกอย่างมาไวเกินไปไม่ทันได้ตั้งตัว เพื่อนข้างบ้านมาช่วยเอารถยนต์ออกจากบ้านและนำศพลูกชายออกมา อยากฝากว่าเมาแล้วขับขนาดนอนอยู่ในบ้านยังทำให้เกิดความสูญเสียได้ ต้องแก้ไขที่ต้นเหตุคือ สถานบริการควรปิดให้เร็ว เพื่อไม่ให้คนมีเวลาดื่มนาน รวมถึงโทษที่เกิดจากเมาแล้วขับควรเพิ่มมากขึ้น เพราะจะได้เกิดความกลัวกฎหมายไม่กล้าทำผิดซ้ำอีก&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97372</URL_LINK>
                <HASHTAG>Zero Accident, ขายอย่างรับผิดชอบ, ดร.ณัฐพล แย้มฉิม, ดื่มแล้วขับ, นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์, นพ.แท้จริง ศิริพานิช, นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ, มูลนิธิเมาไม่ขับ, ศวปถ., ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.), สคล., สนั่น สุทธิประภา, สสส., สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.), สำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส., เภสัชกรสงกรานต์ ภาคโชคดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605da079d3ed4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79875</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2020 18:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2020 17:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสส. ลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต จัดนิทรรศการ” นักสืบจราจร” พร้อมมอบบอร์ดความรู้ มุ่งความปลอดภัยบนท้องถนน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;สำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดโครงการรณรงค์สร้างความตระหนักและเสริมความรู้ความเข้าใจในการสัญจรบนท้องถนนอย่างปลอดภัย ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต สนับสนุนการสื่อสารและสร้างความตระหนักประเด็นการสัญจรบนท้องถนนอย่างปลอดภัยผ่าน &amp;ldquo;นิทรรศการนักสืบจราจร&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส. เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นอันดับ 9 ของโลก และความสูญเสียจากอุบัติเหตุบนท้องถนนส่วนมากจะเกิดขึ้นในกลุ่มเด็กและเยาวชนที่ใช้รถจักรยานยนต์ อายุระหว่าง 10 - 24 ปี จากสติถิพบว่าเด็กเสียชีวิตเฉลี่ยวันละ 14 คน และกลายเป็นผู้พิการวันละ 7 คน ซึ่งเด็กๆ เหล่านี้กำลังจะเป็นอนาคตสำคัญของชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;นิทรรศการนักสืบจราจรสัญจร ได้ร่วมกับศูนย์เรียนรู้สุขภาวะภูมิภาคจำนวน 10 แห่ง ในการกระจายองค์ความรู้ นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งบอร์ดนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยทางถนน ภายในโรงเรียนเครือข่ายอีก 50 แห่งทั่วประเทศ และวันนี้ได้มาจัดแสดงที่&amp;nbsp; อุทยานการเรียนรู้นครภูเก็ต จ.ภูเก็ต ระหว่างวันที่ 22 กันยายน ถึง 11 ตุลาคม 2563 เพื่อเชิญชวนผู้สนใจเข้ามาเรียนรู้ และร่วมทำภารกิจไขปริศนา สืบหาข้อเท็จจริงจากสถานการณ์จำลองการเกิดอุบัติเหตุ ว่าอะไรคือสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ เพื่อสื่อสาร และส่งเสริมการสร้างความตระหนักถึงความสำคัญเรื่องจราจร ปลูกฝังความยับยั้งชั่งใจในเรื่องวินัยจราจร&amp;nbsp;&amp;nbsp; อันจะช่วยส่งผลต่อการมีพฤติกรรมการขับขี่ที่ดี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;โดยคาดหวังว่าว่าผู้ที่เข้าชมนิทรรศการนักสืบจราจร จะจำหลัก 4 ห้าม 3 ต้อง ได้แก่ ห้ามโทร ห้ามเล่น ห้ามเร็ว ห้ามดื่มแล้วขับ ต้องมอง ต้องสวม ต้องคาด ซึ่งสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อการสัญจรอย่างถูกต้อง ปลอดภัย ของตนเอง และนำไปบอกต่อกับคนใกล้ตัว ครอบครัว เชื่อว่าจะช่วยลดจำนวนการเกิดอุบัติเหตุและลดการสูญเสียในพื้นที่ จ.ภูเก็ต &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;นอกจากนี้ สสส. ยังมอบบอร์ดความรู้ สำหรับใช้ในการเรียนการสอน ใน 5 โรงเรียน เพื่อให้เกิดเครื่องมือการเรียนการสอนแบบใหม่ให้นักเรียนได้เข้าใจเรื่องจราจรมากขึ้น หวังให้เป็นการสร้างลักษณะนิสัยทางจราจรในกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งได้เรียนรู้ตั้งแต่เด็กและเกิดเป็นพฤติกรรมใส่ใจท้องถนน และลดอุบัติเหตุได้ในอนาคต ผู้สนใจสอบถามการเข้าชมนิทรรศการนักสืบจราจรได้ที่ 02-343-1500&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79875</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมคุณภาพ (สสส.), นักสืบจราจร, นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201008/image_big_5f7eef7d52f64.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57071</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2020 11:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2020 06:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วาเลนไทน์ปีนี้มอบสุขภาพดีๆ แด่คนรัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;วาเลนไทน์ปีนี้แฟนหรือคู่รักส่วนหนึ่งเลือกใช้โอกาสนี้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ไม่ชวนกันไปปาร์ตี้กินเหล้าสูบบุหรี่ หรือมีเซ็กส์เพื่อแสดงความรัก แต่หันมาใส่ใจรักษาสุขภาพ ชวนกันไปออกกำลังกาย ลดความเสี่ยงสารพัดโรค แถมยังช่วยให้อารมณ์ดีมีความสุข&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เพื่อตอกย้ำเทรนด์ความรักแบบสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ กลุ่มเยาวชนจากเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ เครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน เครือข่ายปกป้องเด็กและเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยงทางสังคม ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน(ชาย)บ้านกาญจนาภิเษก ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) จัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในโอกาสวันวาเลนไทน์ 2563 ภายใต้แนวคิดหวานๆ &amp;ldquo;Love Me,Love Your Health รักฉันต้องรักตัวเองด้วย&amp;rdquo; ณ เกาะพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิภายในงานตกแต่งด้วยไอเดียสุดสวีทรับวาเลนไทน์ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 100 คน จัดแสดงดนตรีด้วยเพลงรักเพลงสร้างสรรค์ ต่อด้วยกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์&amp;ldquo;วอร์มอัพ ก่อนออกกำลังกาย&amp;ldquo; ให้ผู้ร่วมงานสดชื่นกระปรี้กระเปร่ายิ่งขึ้นโดยมีรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ รักษาการผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) เป็นประธานเปิดกิจกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมค่านิยมเชิงบวกสร้างสรรค์ความรักในวัยรุ่นนอกจากนี้ สสส. ยังสนับสนุนรณรงค์ให้เยาวชนห่างไกลจากปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพไม่ยุ่งเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ การพนันและยาเสพติดทุกชนิด ใช้ชีวิตอย่างมีสติและหันมาดูแลตัวเอง ออกกำลังกาย รักษาสุขภาพ ต้องยอมรับว่า ความรักเป็นส่วนสำคัญต่อการเลิกเหล้า เลิกสิ่งมอมเมาอย่างมาก จากข้อมูลแบบสอบถามความคิดเห็นเนื่องในโอกาสวันวาเลนไทน์ 2563 จะเห็นว่า วัยรุ่นส่วนใหญ่จะไม่เลือกคนที่ดื่มเหล้าสูบบุหรี่มาเป็นแฟน หรือถ้าดื่มและสูบเมื่อแฟนขอให้เลิกก็จะต้องเลิก เพราะไม่ดีต่อสุขภาพ ไม่อยากคนรักให้เจ็บป่วย อยากให้อยู่กันไปนานๆ หรือบ่อยครั้งที่ต้องทะเลาะกันก็มีโอกาสใช้ความรุนแรงเพราะปัญหาเหล้า สูบบุหรี่ ติดพนันหรือยาเสพติด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;quot; เทศกาลวันแห่งความรักนี้ อยากให้วัยรุ่นยุคใหม่ หากรักแฟนก็ต้องรักตัวเองด้วยไม่ยุ่งเกี่ยวกับอบายมุข ลดละเลิกเป็นของขวัญให้กับตัวเองและคนที่เรารักชวนกันมาออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรง ดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน เป็นความรักอย่างสร้างสรรค์และมีคุณค่ามากกว่าการให้สิ่งของราคาแพง เพราะยิ่งเราเปลี่ยนแปลงดูแลตัวเองด้วยมากเท่าไหร่ยิ่งทำให้เรามีชีวิตอยู่เคียงข้างคนที่เรารักได้นานมากขึ้นเท่านั้น ข้อสำคัญ คือการให้กำลังใจ ไม่ต่อว่า ตำหนิ ประชดประชัน การกล่าวชื่นชม แสดงความรักความภูมิใจ เป็นสิ่งที่จำเป็น&amp;rdquo; รุ่งอรุณกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับน้องๆเยาวชน ตลอดจนหนุ่มสาวยุคโซเชียลได้ลึกซึ้งถึงคุณค่าคำว่า&amp;ldquo;รัก&amp;rdquo; กิจกรรมครั้งนี้เปิดวงเสวนาแลกเปลี่ยนในหัวข้อ &amp;ldquo;Love Me,Love Your Health &amp;ldquo; นำเสนอผลสำรวจความคิดเห็นของวัยรุ่นเกี่ยวกับคู่รักที่ใฝ่ฝัน แถมชวนคู่รักตัวอย่างอย่างภัทรธิรา ลีลเศรษฐพร และอธิวัฒน์ อภิเลิศรุ่งรัตน์ มาพูดคุย เพราะสองคนนี้เปลี่ยนแปลงตัวเองด้วยความรัก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ปาลิณี ต่างสี ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ กล่าวว่า เทรนด์รักสุขภาพกำลังเป็นที่นิยมาก วาเลน์ไทน์นี้เป็นจุดเริ่มต้นให้คนรักชวนกันดูแลสุขภาพให้แข็งแรง จิตใจแจ่มใส ไม่ใช่แค่การออกกำลัง แต่ลดปัจจัยเสี่ยงอย่างแอลกอฮอล์ ต้นเหตุการเจ็บป่วย หรือมีพฤติกรรมรุนแรง เพราะขาดสติ ยับยั้งชั่งใจไม่ได้ด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ มีข้อมูลเยาวชนในสถานพินิจกว่า 5 หมื่นคน ก่อคดีหลังดื่มเหล้า ยังไม่พูดถึงมูลค่าความสูญเสียจากเหล้าของประเทศไทย 2 แสนล้านบาทต่อปี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;วาเลนไทน์ปีนี้มีผลสำรวจความคิดเห็นของคู่รักต่อประเด็นวันวาเลนไทน์น่าสนใจโดยสำรวจกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,500 รายพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑลเป็นผู้หญิงร้อยละ 50 เพศชายร้อยละ37 และเพศทางเลือกร้อยละ11 ช่วงอายุ 19-23 ปีและ 15-18 ปี ผู้ประสานงานเครือข่ายฯ บอกว่า พบกลุ่มตัวอย่าง 1 ใน3 มองนิยามของความรักว่าความรักคือความเข้าใจรองลงมารักทำให้เปลี่ยนแปลงตัวเองในทางที่ดีขึ้น รักคือการให้ รักคือสวยงาม ตามลำดับ หากให้เลือกแฟนหรือคู่รัก กลุ่มตัวอย่างจะเลือกที่นิสัยใจคอเข้ากันได้ ถัดมาเทคแคร์ดูแลเอาใจใส่ หน้าที่การงานดี มีความมั่นคงในชีวิต ที่น่าสนใจกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 11 เลือกคนรักไม่ดื่มเหล้าสูบบุหรี่ ไม่ข้องแวะอบายมุข สอดคล้องกับพฤติกรรมของแฟนที่กลุ่มตัวอย่างระบุว่าไม่ชอบในลำดับต้น คือ ใช้ความรุนแรงร้อยละ 16 ดื่มเหล้า ใช้สารเสพติดเล่นการพนัน เจ้าชู้ สูบบุหรี่ ตามลำดับ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo; คู่รักส่วนใหญ่ร้อยละ 69 มองว่าพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สุ่มเสี่ยงกับการมีเพศสัมพันธ์ อีกทั้งร้อยละ47 ยังไม่เห็นด้วย หากจะใช้โอกาสวันวาเลนไทน์เพื่อขอมีเพศสัมพันธ์ และเมื่อถามว่าวาเลนไทน์ปีนี้อยากได้อะไรเป็นของขวัญ ส่วนใหญ่ร้อยละ27 อยากให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดูแลตัวเอง หันมาออกกำลังกาย ไม่ข้องเกี่ยวกับอบายมุขเหล้า บุหรี่ การพนัน ยาเสพติด สอดรับกับการจัดกิจกรรมรณรงค์ครั้งนี้สำหรับกิจกรรมที่คิดจะทำกับแฟนหรือคู่รักในวันวาเลนไทน์คือกินข้าวด้วยกัน ดูหนัง ฟังเพลงเที่ยว ต่างจังหวัด เริ่มต้นเปลี่ยนพฤติกรรมหันมาออกกำลังกายรักสุขภาพกัน&amp;rdquo; ปาลิณี กล่าวด้วยรอยยิ้ม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;มาฟังมุมมองคู่รักต้นแบบ ภัทรธิราลีลเศรษฐพร กล่าวว่า ตนทำงานประจำ จะใช้เวลาว่างกับเพื่อนๆ สังสรรค์หรือปาร์ตี้กับลูกค้า เคยดื่มหนัก ดื่มจนภาพตัด ทั้งที่มีโรคประจำตัวป่วยผนังหัวใจรั่วตั้งแต่เกิดเหนื่อยง่าย เดินขึ้นบันไดไม่กี่ขั้นจะเหนื่อยแล้ว  ช่วงที่ดื่มหนักรู้เลยว่า สุขภาพแย่มาก ไม่ได้ออกกำลังกายประจำ เมื่อมีแฟนด้วยความที่เขาเป็นนักวิ่งรักสุขภาพชอบออกกำลังกาย มีวินัย ไม่ดื่มเหล้า เขาชวนให้ออกไปวิ่งจากรายการ 3 กิโล เป็น 4 กิโล ขยับเป็นมินิฮาร์ฟมาราธอน 21 กิโล จนตอนนี้ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปมาก ยิ่งเจอกลุ่มเพื่อนนักวิ่ง ยิ่งส่งเสริมและผลักดันกัน ทำให้ขยันออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo; ด้วยความรักความเอาใจใส่ที่แฟนมีให้เราทำให้การใช้ชีวิตเปลี่ยนไปหันมารักสุขภาพออกกำลังกายแทนการดื่มเหล้าได้สุขภาพที่ดีกลับคืนมา หุ่นเฟิร์มรูปร่างดีขึ้นมีเวลาให้กันได้อยู่ด้วยกันมากขึ้น ส่วนปาร์ตี้ลดลงไปเยอะ รู้จักลิมิต เอาเวลาไปวอร์มร่างกายเพื่อไปวิ่งดีกว่า และชวนคนรอบข้างออกมาวิ่งวาเลนไทน์ปีนี้คงทานข้าวกับแฟนและวอร์มร่างกายเพื่อเตรียมวิ่งในวันเสาร์หรืออาทิตย์ อยากฝากถึงคู่รักหลายๆคู่ให้มองมุมใหม่ หันมารักสุขภาพแลกเปลี่ยนสิ่งดีๆให้กัน ทำในสิ่งที่สร้างสรรค์ชีวิตคู่ต้องมีอนาคตและครอบครัวไม่ควรมีแอลกอฮอล์เข้ามาเกี่ยวข้อง &amp;ldquo; ภัทรธิดา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ด้าน อธิวัฒน์ อภิเลิศรุ่งรัตน์ แฟนหนุ่ม กล่าววว่า เจอกับแฟนในสนามวิ่ง ก่อนจะทำความรู้จักกันมากขึ้น ชวนให้เขาลงรายการวิ่ง จนทุกวันนี้แฟนวิ่ง 21 กิโล สามารถทำสถิติที่ดีที่สุดของตัวเอง ภูมิใจกับเขาด้วย วาเลนไทน์นี้อยากให้ชวนคนที่เรารักมาดูแลสุขภาพเหมือนเรา ใช้เวลากับการออกกำลังกาย กีฬาชนิดไหนก็ได้ส่วนวิ่งก็สนุกมีเพียงรองเท้าแค่หนึ่งคู่แลกกับสุขภาพที่ดี ขอสนับสนุนให้คู่รักทุกคนหันมาใส่ใจสุขภาพ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57071</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมคุณภาพ (สสส.), คนรัก, นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ, สุขภาพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200213/image_big_5e44d112a38fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22996</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/11/2018 13:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2018 07:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชูความสำเร็จ&quot;งดเหล้าเข้าพรรษาโพธิ์ศรีสุวรรณ&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;จากการทำงานแบบมีส่วนร่วมอย่างเป็นรูปธรรมในการแก้ปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของ ต.เสียว อ.โพธิ์ศรีสุวรรณ จนเกิดคนต้นแบบงดเหล้าเข้าพรรษา มีเทศกาลงานบุญประเพณีปลอดเหล้าต้นแบบมากถึง 13 งาน ปีใหม่ สงกรานต์ บั้งไฟ ทอดกฐิน ทอดผ้าป่า งานศพ งานบวช งานแต่ง งานบุญข้าวประดับดิน งานลอยกระทงไม่มีน้ำเมามาเกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;อีกผลงานน่าภาคภูมิใจ 10 ปีของการขับเคลื่อนงานบุญปลอดเหล้า ช่วยประหยัดเม็ดเงินกว่าร้อยล้านบาท ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่หยุดขยายผล เพราะมีเป้าหมายชวนตำบลและอำเภออื่นร่วมลดพฤติกรรมดื่มเหล้ามากขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานในพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ความสำเร็จในการดำเนินงานงดเหล้าของชาวศรีสะเกษ ส่งผลให้ได้รับรางวัลเลิศรัฐ ประเภทรางวัลสัมฤทธิผลประชาชนมีส่วนร่วม (Effective Change) ระดับชมเชย จากโครงการพัฒนาเครือข่ายเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงงดเหล้าเข้าพรรษาพื้นที่ อ.โพธิ์ศรีสุวรรณ จ.ศรีสะเกษ โดยนางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ รักษาการผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส. พร้อมด้วยนายจันทร์ โต๊ะสิงห์ ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า จ.ศรีสะเกษ นายบำรุง เป็นสุข ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนล่าง และนายวิษณุ ศรีทะวงษ์ ผู้จัดการแผนนโยบายสาธารณะ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ร่วมรับรางวัลในงานสัมมนาวิชาการและมอบรางวัลเลิศรัฐ (GOOD GOVERNANCE FOR BETTER LIFE) ประจำปี พ.ศ.2561 &amp;quot;ภาครัฐ เพื่อประชาชน&amp;quot; จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อวันก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ กล่าวว่า สสส.เริ่มโครงการงดเหล้าเข้าพรรษาตั้งแต่ปี 2546 ถือว่าประสบความสำเร็จ ปัจจุบันมีหลายหน่วยงาน บริษัทห้างร้านที่ สสส.ไม่ได้สนับสนุนงบประมาณ แต่ดำเนินงานงดเหล้าเข้าพรรษาผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย กลายเป็นวัฒนธรรมที่สังคมไทยปฏิบัติเมื่อถึงวันเข้าพรรษา อีกทั้งประชาชนงดเหล้าเข้าพรรษาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ในปี 2561 นี้ สสส.ขยายผลปฏิบัติการในระดับพื้นที่ 155 อำเภอ ใน 74 จังหวัด โดยนำพื้นที่ต้นแบบ อ.โพธิ์ศรีสุวรรณ จ.ศรีสะเกษ มาดำเนินงาน เพื่อให้เกิดชุมชนปลอดเหล้าเข้าพรรษาที่ไม่แพ้ตำบลเสียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;quot;จุดเด่นของ อ.โพธิ์ศรีสุวรรณ ทำงานมา 10 ปีจนสำเร็จ มีกระบวนการทำงานตั้งแต่ก่อนเข้าพรรษา เตรียมพร้อมชุมชน เตรียมร้านค้าส่งเสริมคนลด ละ เลิกดื่มสุรา ระหว่างพรรษา มีกิจกรรมช่วย ชม เชียร์ต่อเนื่องให้ผู้ปฏิญาณตนงดเหล้าครบพรรษาเพื่อสุขภาพและสังคม หลังออกพรรษา มีกิจกรรมเชิดชูคนหัวใจหินเพื่อยกย่องให้กำลังใจที่งดเหล้าครบ 3 เดือน และชวนงดต่อตลอดชีวิต หรือลดปริมาณการดื่มลง ซึ่งจากการทำงานอย่างเข้มแข็งของ ต.เสียว เกิดชุมชนปลอดเหล้าเข้าพรรษา ไม่มีการดื่ม ร้านค้าชุมชนงดขายแอลกอฮอล์อย่างเคร่งครัด&amp;quot; นางสาวรุ่งอรุณกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;สำหรับรางวัลเลิศรัฐ ประเภทรางวัลสัมฤทธิผลประชาชนมีส่วนร่วม นางสาวรุ่งอรุณกล่าวว่า เป็นบทพิสูจน์ชัดเจนการมีส่วนร่วมของประชาชนสำคัญมาก ทำให้สังคมเกิดการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ที่ดีขึ้น ทั้งด้านสุขภาพ การศึกษา ครอบครัว ชุมชน พื้นที่ตัวอย่างอำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณนี้เริ่มจากขับเคลื่อนบุญประเพณีปลอดเหล้า แม้หยุดการสนับสนุนจากหน่วยงานภายนอก ชุมชนก็ยืนได้ด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตาม สสส.เห็นว่าเครือข่ายสุขภาวะอำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณเป็นพันธมิตรสำคัญ สามารถค้นหาและพัฒนานวัตกรรมลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใหม่ๆ โดยใช้ฐานคิดของวัฒนธรรมชุมชน ก็ยินดีสนับสนุนการจัดการลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาแอลกอฮอล์ของศรีสะเกษต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;งานในพื้นที่แก้ปัญหาแอลกอฮอล์เข้มข้นจริงจังแค่ไหน เชื่อมประสานทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนงานอย่างไรจนสามารถคว้ารางวัลมาครอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นายจันทร์ โต๊ะสิงห์ กล่าวว่า จากการค้นหาสภาพปัญหาที่แท้จริงในพื้นที่ พบเรื่องเหล้าส่งผลกระทบใหญ่มาก ชาวตำบลเสียวพูดคุยและตัดสินใจเอาเรื่องเหล้าออกจากงานบุญประเพณี ต่อมาได้พัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้งานบุญประเพณีปลอดเหล้า มีการถอดบทเรียนเป็นคู่มือทำงานงดเหล้าชื่อว่า &amp;quot;คนพันธุ์เสียว งดเหล้าเข้ากระดูกดำ&amp;quot; และ &amp;quot;ชุมชนคนสู้เหล้าตำบลเสียว&amp;quot; การทำงานมีชุมชน แกนนำชุมชน นายอำเภอ กำนันผู้ใหญ่บ้าน วัด โรงเรียน ร้านค้า สถานประกอบการ เข้ามามีส่วนร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;quot;ความสำเร็จที่ได้เกิดงานบุญประเพณีปลอดเหล้า 5 หมู่บ้าน ไม่มีการดื่ม และขายเหล้าทุกชนิดตลอดเข้าพรรษา 10 ปี ประหยัดค่าใช้จ่ายได้กว่า 109 ล้านบาท เรามีเป้าหมายจะขยายผลทั้ง 17 หมู่บ้านเต็มพื้นที่ตำบลเสียว ขยายบุญปลอดเหล้าให้ครอบคลุมงานฮีต 12 คลอง 14 รวมถึงส่งต่อแนวคิดไปตำบลส้มป่อย ตำบลโคกเพช และตำบลสร้างปี รวมถึงขยายสู่ระดับจังหวัด ซึ่งมีงานงดเหล้าขับเคลื่อนอยู่แล้ว ศรีสะเกษเคยติดอันดับ 5 จังหวัดที่มีความถี่ในการดื่ม ผลจากการทำงานเวลานี้ขยับลงมาอันดับ 35 แล้ว&amp;quot; นายจันทร์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ปัญหาและอุปสรรคในการทำงานมีไว้ให้ฝ่าฟัน ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า จังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า การเคลื่อนงานงดเหล้าในระยะแรกยากมาก คนในชุมชนติดปากการดื่มเหล้าเป็นวัฒนธรรมเก่าแก่ แต่เมื่อเราเริ่มงาน มีการศึกษา วิเคราะห์ ตีความแล้ว วัฒนธรรมเป็นสิ่งดีงามและพัฒนาให้งอกเงย ขณะที่เหล้าก่อผลกระทบต่อครอบครัว ทรัพย์สิน เป็นตัวการทะเลาะเบาะแว้ง จากนั้นทำงานยึดโยงวัฒนธรรมชุมชน สร้างต้นแบบ มีการประเมินผล จนยืนยันว่างดเหล้าลดรายจ่ายครัวเรือนได้จริงๆ และทำให้ชุมชนสามัคคีปรองดอง ส่วนอุปสรรคตอนนี้เป็นเรื่องเด็กและเยาวชนที่มีสิ่งเร้าชักจูงให้ดื่มเหล้า-เบียร์ รวมถึงการทำงานร่วมกับร้านค้าระดับจังหวัดยังไม่ประสบผลสำเร็จมากขึ้น แต่ก็สู้อยู่ตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;quot;เหนือกว่ารางวัลที่ได้รับ อยากถ่ายทอดประสบการณ์ทำงานในพื้นที่สู่ชุมชนและจังหวัดอื่น อย่าท้อถอย งานบุญปลอดเหล้าทำไม่ง่ายเหมือนทวนกระแสตลอดเวลาจนทุกวันนี้ ฝากชุมชน คนศรีสะเกษ รวมถึงเครือข่ายงดเหล้าทั่วประเทศ เชื่อมประสานพลังกัน และภาคภูมิใจกับสิ่งที่ทำเพื่อลดพิษภัยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงขอบคุณ สสส.มีส่วนช่วยสนับสนุนทั้งงานวิชาการและงบประมาณเพื่อเสริ่มศักยภาพงานในชุมชนท้องถิ่น&amp;quot; นายจันทร์กล่าวให้กำลังใจ พร้อมย้ำชัดความสำเร็จเกิดจากกลไกการมีส่วนร่วมของชุมชนและหน่วยงานต่างๆ เป็นสำคัญ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22996</URL_LINK>
                <HASHTAG>งดเหล้าเข้าพรรษา, นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), อ.โพธิ์ศรีสุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181128/image_big_5bfe38467c072.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
