<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117921</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2021 18:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2021 18:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เยอรมนีจัดเลือกตั้ง ลุ้นนายกฯคนใหม่แทนที่&#039;อังเกลา แมร์เคิล&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เยอรมนีจัดการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันอาทิตย์ โดยกลุ่มพันธมิตรพรรคอนุรักษนิยมของนายกฯ อังเกลา แมร์เคิล และพรรคโซเชียลเดโมแครตแนวทางกลาง-ซ้ายมีคะแนนขับเคี่ยวกันสูสี ผู้นำรัฐบาลชุดใหม่จะทำหน้าที่ต่อจากแมร์เคิลที่อำลาตำแหน่งหลังจากทำหน้าที่นาน 16 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี และอาร์มิน ลาเชต ระหว่างหาเสียงที่เมืองอาเคินเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2564 (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 กันยายน กล่าวว่า การเลือกตั้งทั่วไปของเยอรมนีครั้งนี้มีชาวเยอรมนีมีสิทธิเลือกตั้ง 60.4 ล้านคน โดยเปิดหีบลงคะแนนเวลา 13.00 น.วันอาทิตย์ตามเวลาไทย และปิดหีบเวลา 23.00 น. ผลสำรวจชี้ว่าชาวเยอรมนีราวร้อยละ 40 บอกว่ายังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกพรรคใด และสัดส่วนเดียวกันได้ลงคะแนนล่วงหน้าทางไปรษณีย์แล้ว ซึ่งรวมถึงนางแมร์เคิล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์นี้จะนำพาเยอรมนีเข้าสู่ยุคใหม่ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีคนใหม่หลังจากนางแมร์เคิล ในวัย 67 ปี ที่ครองตำแหน่งมาตั้งแต่ปี 2548 ยุติการดำรงตำแหน่งไว้ที่ 4 สมัย ผลสำรวจความคิดเห็นชี้ว่า การชิงชัยครั้งนี้จะเป็นการต่อสู้กันอย่างสูสีที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยกลุ่มพันธมิตรพรรคอนุรักษนิยม ซีดียู-ซีเอสยู ของแมร์เคิล ได้คะแนนราว 23% ตามหลังพรรคโซเชียลเดโมแครต (เอสพีดี) ที่ได้ 25% แต่ยังอยู่ภายในค่าความคลาดเคลื่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิโก ซีเกิล ผู้บริหารของบริษัทจัดทำโพล อิสฟราเทสต์ไดแม็ป กล่าวว่า ผลคะแนนในวันอาทิตย์อาจมีเซอร์ไพรส์ และถึงแม้ว่าเอสพีดีจะมีคะแนนนำในโพล แต่ก็ไม่สามารถตัดความเป็นไปได้ที่ขั้วอนุรักษนิยมจะชนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีคนใหม่เป็นการต่อสู้กันระหว่างโอลาฟ ชอลซ์ รัฐมนตรีคลังและรองนายกฯ วัย 63 ปี ผู้นำพรรคเอสพีดี กับอาร์มิน ลาเชต วัย 60 ปีจากซีดียู-ซีเอสยู แต่เชื่อว่าทั้งสองพรรคจะได้ที่นั่งไม่มากพอที่จะจัดตั้งรัฐบาลโดยลำพัง และคงต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ หรืออาจหลายเดือน ในการเจรจาต่อรองจัดตั้งรัฐบาลผสมกับพรรคอื่นๆ ที่ทำให้นางแมร์เคิลต้องรักษาการในตำแหน่งต่อไปก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่แล้วของเยอรมนีเมื่อเดือนกันยายน 2560 กว่าที่พรรคซีดียู-ซีเอสยูจะจัดตั้งรัฐบาลผสมกับเอสพีดีได้ต้องรอข้ามปีถึงเดือนกุมภาพันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลาเชต นักการเมืองสายกลางที่เป็นพันธมิตรยาวนานของนางแมร์เคิล เคยเป็นตัวเต็งที่จะสืบทอดเก้าอี้ของนางแมร์เคิลนับแต่นางประกาศจะอำลาการเมือง แต่หลังจากทำเรื่องผิดมารยาทหลายครั้ง รวมถึงการหัวเราะเล่นหัวระหว่างงานรำลึกผู้ประสบอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา ทำให้คะแนนนิยมของเขาตกฮวบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนชอลซ์ ซึ่งเคยเป็นม้ามืดนอกสายตา ค่อยๆ สะสมคะแนนนิยมเพิ่มขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการสร้างความผิดพลาด เขามักถูกกล่าวถึงว่าเป็นคนทำงานเป็นแต่น่าเบื่อ ชอลซ์วางสถานะตนเองว่าเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งที่ปลอดภัย และเป็นตัวแทนที่จะสืบสานงานของนางแมร์เคิลได้อย่างแท้จริง ถึงแม้ว่าจะอยู่ต่างพรรคกันก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากประเด็นความยุติธรรมทางสังคมแล้ว ภาวะโลกร้อนก็เป็นปัญหาที่ชาวเยอรมนีให้ความสนใจ&amp;nbsp; พรรคกรีนซึ่งได้ผู้นำคนใหม่คือ อันนาเลนา แบร์บอก วัย 40 ปี ได้เสียงสนับสนุนเพิ่มขึ้นช่วงต้นปีนี้และเคยมีคะแนนนิยมขึ้นอันดับหนึ่งด้วย แต่ความผิดพลาดของแบร์บอกหลายอย่าง รวมถึงเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการขโมยผลงาน ทำให้พรรคกรีนมีคะแนนลดลงอยู่อันดับ 3 ที่ 17% แต่พรรคนี้น่าจะมีบทบาทสำคัญตัดสินว่า ระหว่างซีดียู-ซีเอสยูกับเอสพีดี พรรคใดจะได้เป็นผู้นำรัฐบาลผสมชุดใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชอลซ์เคยกล่าวไว้ก่อนหน้าวันเลือกตั้งว่า เขาอยากจับมือเป็นพันธมิตรกับพรรคกรีน และขอให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้เขาเพื่อจัดตั้งรัฐบาลผสม 2 พรรค แต่หากได้ที่นั่งไม่พอ ชอลซ์อาจต้องขอความสนับสนุนจากพรรคเสรีนิยม เอฟดีพี ซึ่งโดยธรรมชาติไม่ได้ผูกสมัครรักใคร่กับสองพรรคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลาเชตก็เคยส่งสัญญาณว่า เขาอาจพยายามจัดตั้งรัฐบาลผสม ถึงแม้ว่าซีดียู-ซีเอสยูไม่ได้คะแนนเป็นอันดับหนึ่งก็ตาม โดยน่าจะดึงเอฟดีพีและพรรคกรีนมาร่วมรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคซีดียู-ซีเอสยูครองการเมืองเยอรมนีมานับแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 และไม่เคยได้คะแนนในการเลือกตั้งระดับประเทศน้อยกว่า 30%.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117921</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีดียู-ซีเอสยู, นางอังเกลา แมร์เคิล, พรรคโซเชียลเดโมแครต, ยุคหลังแมร์เคิล, อาร์มิน ลาเชต, เยอรมนีเลือกตั้งทั่วไป, โอลาฟ ชอลซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210926/image_big_615058706e435.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104835</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2021 20:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2021 20:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยุโรปเต้นจี้สหรัฐแจงข่าวจับมือเดนมาร์กล้วงตับพันธมิตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลหลายชาติในยุโรปเรียกร้องให้สหรัฐและเดนมาร์กชี้แจงข่าวจากสื่อเดนมาร์ก ที่เปิดโปงว่าสหรัฐลอบจารกรรมข้อมูลพันธมิตรในยุโรป รวมถึงนายกฯ อังเกลา แมร์เคิล ผ่านการดักฟังจากสายเคเบิลใต้น้ำของเดนมาร์ก ฝรั่งเศสระบุ &amp;quot;ร้ายแรงที่สุด&amp;quot; หากเป็นจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ นางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีหญิงของเยอรมนี หนึ่งในเหยื่อการสอดแนมของสหรัฐตามข่าว (Photo by Sean Gallup/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานสืบสวนสอบสวนของสถานีวิทยุเดนมาร์ก (ดีอาร์) สถานีกระจายเสียงสาธารณะของเดนมาร์กเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เปิดโปงร่วมกับสำนักข่าวในยุโรปหลายแห่ง ว่าสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ (เอ็นเอสเอ) ลอบดักฟังข้อมูลจากเคเบิลอินเทอร์เน็ตใต้น้ำของเดนมาร์กระหว่างปี 2555-2557 เพื่อสอดแนมนักการเมืองระดับสูงในเยอรมนี, สวีเดน, นอร์เวย์ และฝรั่งเศส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดีอาร์กล่าวว่า เอ็นเอสเอสามารถเข้าถึงข้อความ, การสนทนาทางโทรศัพท์ และการเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ต รวมถึงการค้นหา, สนทนา และบริการส่งข้อความ ของบุคคลเช่น นายกรัฐมนตรีหญิงของเยอรมนี, แฟรงก์-วอลเตอร์ สไตน์ไมเออร์ รัฐมนตรีต่างประเทศของเยอรมนีในเวลานั้น และเพียร์ สไตน์บรูก ผู้นำฝ่ายค้านเยอรมนีขณะนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เคลมองต์ บูน รัฐมนตรีกระทรวงยุโรปของฝรั่งเศส กล่าวกับวิทยุ France Info เมื่อวันจันทร์ว่า มันร้ายแรงที่สุด เราต้องดูว่าหุ้นส่วนของเราในอียู ซึ่งก็คือเดนมาร์ก ได้กระทำผิดพลาดหรือทำผิดด้วยการให้ความร่วมมือกับอเมริกาหรือไม่ กระนั้นจำเป็นต้องมีการพิสูจน์ข้อเท็จจริงก่อน แล้วจึงค่อยสรุปในแง่ของความร่วมมือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สวีเดนและนอร์เวย์ เพื่อนบ้านของเดนมาร์ก ก็เรียกร้องแบบระมัดระวังท่าทีให้รัฐบาลเดนมาร์กอธิบายเช่นกัน ส่วนโฆษกรัฐบาลเยอรมนีกล่าวว่า เยอรมนีกำลังติดต่อกับคู่สนทนาที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและนอกประเทศเพื่อขอความชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดีอาร์กล่าวว่า เอ็นเอสเออาศัยความได้เปรียบจากความร่วมมือด้านการสอดแนมกับหน่วยข่าวกรองทหาร เอฟอี ของเดนมาร์กเพื่อดักฟังสายเคเบิล แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าเวลานั้นเดนมาร์กรู้ตัวหรือไม่ว่าสหรัฐกำลังใช้สายเคเบิลใต้น้ำของเดนมาร์กในการลอบจารกรรมเพื่อนบ้านของเดนมาร์ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลอบดักฟังของสหรัฐต่อผู้นำยุโรปนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ เมื่อปี 2556 เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน อดีตลูกจ้างด้านการวิเคราะห์ข่าวกรองของเอ็นเอสเอ เคยเผยแพร่เอกสารลับที่เปิดโปงการลอบสอดแนมอย่างมโหฬารของสหรัฐภายหลังวินาศกรรม 11 กันยายน 2544 ว่ารัฐบาลสหรัฐกำลังสอดแนมพลเมืองของตนเอง และลอบดักฟังอย่างกว้างขวางทั่วโลก รวมถึงโทรศัพท์มือถือของนางแมร์เคิล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากการลอบสอดแนมของสหรัฐ-เดนมาร์กได้รับการยืนยัน ก็ชี้ว่าสหรัฐยังคงสอดแนมต่อไปทั้งระหว่างและหลังโดนสโนว์เดนเปิดโปง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104835</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวกรองทหารเดนมาร์ก, ดักฟังเคเบิลใต้น้ำ, นางอังเกลา แมร์เคิล, สหรัฐสอดแนม, สอดแนมยุโรป, สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ, เดนมาร์ก, เอ็นเอสเอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210531/image_big_60b4df6647d81.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20977</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2018 22:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2018 22:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แมร์เคิล&#039; ประกาศวางมือหลังครบวาระปี 2564</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีหญิงเหล็กแห่งเยอรมนี โดนกดดันหนักภายหลังเกิดวิกฤติการเมืองหลายครั้ง รวมถึงความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งท้องถิ่น ประกาศจะวางมือจากตำแหน่งผู้นำประเทศเมื่อดำรงตำแหน่งครบเทอมในปี 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี แถลงเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แมร์เคิลประกาศข่าวนี้ ณ ที่ทำการพรรคสหภาพประชาธิปไตยคริสเตียนแห่งเยอรมนี (ซีดียู) เมื่อวันจันทร์ที่ 29 ตุลาคม 2561 ภายหลังนางได้แจ้งต่อพรรคแนวทางกลาง-ขวาของเธอถึงการตัดสินใจว่า นางจะไม่ลงสมัครชิงตำแหน่งประธานของพรรคอีกสมัยในการประชุมใหญ่พรรคเดือนธันวาคม เพื่อเปิดทางให้พรรคได้มีผู้นำคนใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้คือเวลาที่จะเริ่มต้นบทใหม่&amp;quot; นายกฯ เยอรมนียาวนาน 13 ปี กล่าวกับผู้สื่อข่าว โดยนางยืนยันด้วยว่าจะไม่เลือกทายาททางการเมืองเพื่อสืบทอดตำแหน่งประธานพรรค &amp;quot;ดิฉันจะยอมรับการตัดสินใจแบบประชาธิปไตยที่พรรคตัดสิน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตัดสินใจวางมือจากตำแหน่งผู้นำพรรค แม้ว่านางจะยังดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศต่อไปจนครบเทอมของนายกฯ สมัยที่ 4 นี้ในปี 2564 ถือเป็นความคิดที่เปลี่ยนจากที่แล้วมาที่นางเคยยืนกรานมาโดยตลอดว่า ตำแหน่งผู้นำพรรคและผู้นำประเทศควรเป็นของบุคคลคนเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางแมร์เคิลได้รับการยกให้เป็นสตรีที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก และเป็นผู้นำโดยพฤตินัยของยุโรป แต่สถานะของนางสั่นคลอนไปมากนับแต่ปี 2558 ที่นางตัดสินใจเปิดพรมแดนของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของยุโรปแห่งนี้ต่อไป ซึ่งทำให้ผู้อพยพมากกว่า 1 ล้านคนพากันหลั่งไหลเข้าเยอรมนี นโยบายเปิดรับผู้อพยพนี้ถูกมองว่าปลุกให้เกิดกระแสขวาจัดขึ้นในเยอรมนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคทางเลือกเพื่อเยอรมนี (เอเอฟดี) ซึ่งชูนโยบายต้านคนเข้าเมือง กลายเป็นพรรคฝ่ายค้านพรรคใหญ่ที่สุดในสภาผู้แทนราษฎรในปัจจุบัน และเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ในการเลือกตั้งสภาท้องถิ่นรัฐเฮสส์ พรรคก็ได้คะแนนเพียงพอที่จะมีสมาชิกนั่งในสภาแห่งนี้ และเป็นครั้งแรกที่เอเอฟดีมีผู้แทนอยู่ในสภาของทุกรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะที่พรรคซีดียูของแมร์เคิลสูญเสียที่นั่งไปเช่นเดียวกับพรรคประชาธิปไตยสังคมแห่งเยอรมนี (เอสพีดี) พรรคร่วมรัฐบาล สองพรรคนี้เพิ่งจะสูญเสียที่นั่งจำนวนมากในการเลือกตั้งสมาชิกสภารัฐบาวาเรียในเดือนนี้เช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20977</URL_LINK>
                <HASHTAG>นางอังเกลา แมร์เคิล, นายกฯ เยอรมนี, พรรคสหภาพประชาธิปไตยคริสเตียนแห่งเยอรมนี, วางมือ, เยอรมนี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181029/image_big_5bd71f8165002.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
