<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>31508</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟัน‘แม้ว-ปู-เจ๊แดง’ ป.ป.ช.เริ่มจีทูเจี๊ยะล็อต2สมุนเพ้อเอาทักษิณกลับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป.ป.ช.ฟัน 3 พี่น้องตระกูลชิน &amp;quot;แม้ว-ปู-แดง&amp;quot; สังเวยจีทูเจี๊ยะข้าวล็อตสอง &amp;quot;จตุพร&amp;quot; ยัน &amp;quot;ทักษิณ&amp;quot; ควรได้รับการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเท่าเทียม แต่ 12 ปีมาแล้วพานายใหญ่กลับบ้านไม่สำเร็จเสียที แต่คนที่น่าจะกลับบ้านก่อนคือ &amp;quot;ลุงตู่&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แจ้งว่า เมื่อไม่นานมานี้ คณะอนุกรรมการไต่สวนคดีทุจริตการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ล็อตสอง ได้แจ้งคำสั่งไต่สวนของอนุกรรมการฯ ส่งเป็นหนังสือไปยังผู้ถูกกล่าวหาในคดีดังกล่าวรวม 71 ราย โดยมีชื่อนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี, น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) รวมอยู่ด้วย เพื่อแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาได้ทราบว่ากำลังจะถูกสอบสวนในเรื่องดังกล่าว ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นกระบวนการไต่สวนผู้ถูกพาดพิง หรือพยานเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการส่งหนังสือแจ้งคำสั่งไต่สวนครั้งนี้ เป็นผลสืบเนื่องมาจากการการขยายผลสอบสวนการระบายข้าวแบบจีทูจี ล็อตแรก ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาต้องโทษจำคุกนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ 42 ปี ซึ่ง ป.ป.ช.ได้ขยายผลในการสอบสวนอย่างต่อเนื่อง กระทั่งโยงไปถึง 3 พี่น้องกระกูลชินวัตร ซึ่งเป็น 1 ใน 71 ผู้ถูกกล่าวหาด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อชาติ ให้สัมภาษณ์ระหว่างเดินสายหาเสียงที่จังหวัดกาญจนบุรี ถึงเรื่องที่พรรคเพื่อชาติแถลงต้องการนำนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีกลับบ้านว่า ตนได้เคยอธิบายความถึงกระบวนการยุติธรรมตั้งต้น เช่น คณะกรรมการที่ตั้งโดยคณะรัฐประหาร ซึ่งตั้งเพื่อที่จะดำเนินการเล่นงานบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือดำเนินการกับนายกรัฐมนตรีเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น แค่กระบวนการตั้งต้นก็ไม่มีความยุติธรรมแล้ว ไม่ต้องไปคิดถึงปลายทาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ปัญหาต่างๆ ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กัน อาทิ การเลือกปฏิบัติของบรรดาองค์กรอิสระต่าง ๆ อดีตนายกฯ ทักษิณก็เป็นบุคคลหนึ่งที่ควรได้รับการปฏิบัติ พิจารณาตามกฎหมายอย่างเท่าเทียม มีมาตรฐานเดียวกับบุคคลอื่น อย่างไรก็ตาม 12 ปีมานี้ มีความพยายามในการพาอดีตนายกฯ ทักษิณกลับมาเสมอ แต่ก็ยังไม่สำเร็จเสียที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมเชื่อว่าคนที่จะได้กลับบ้านก่อนอดีตนายกฯ ทักษิณคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในวันที่ 24 มีนาคมนี้ ถ้าพี่น้องเลือกพรรคการเมืองซีกฝั่งประชาธิปไตย ซึ่งในระบบบัตรใบเดียว เป็นเรื่องที่ยากที่พี่น้องประชาชนจะทำใจ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพรกล่าวว่า ถ้าพี่น้องประชาชนไม่เข้าใจว่าในระบบบัตรใบเดียวการเลือกพรรคใดพรรคหนึ่งจำนวนมากคะแนนจะติดเพดาน พรรคที่ใหญ่ที่สุด คะแนนเต็มที่ได้ 175 เสียง ยังขาดอีก 201 เสียง จึงจะเกิน 376 เสียง เพราะฉะนั้นการเลือกพรรคเพื่อชาติจึงเป็นคะแนนที่ไม่สูญเปล่า จะเป็นการเพิ่มเสียงให้กับฝ่ายประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายยงยุทธ ติยะไพรัช กองเชียร์พรรคเพื่อชาติ ปราศรัยที่จังหวัดเชียงรายว่า นโยบายพาอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณกลับบ้านเพื่อต่อสู้คดีภายใต้กระบวนการยุติธรรมที่ไม่ใช่ระบบ 2 มาตรฐาน ซึ่งพรรคมีนโยบายจะปฏิรูปส่งเสริมให้กระบวนการยุติธรรมเป็นไปตามหลักสากล นานาชาติยอมรับ เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นต่อประเทศในทุกๆ ด้าน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวถึงกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย ระบุว่าจะมีการปราศรัยปลุกมวลชนให้เห็นความเลวร้ายของระบอบทักษิณ และต่อต้านการกลับมาของระบอบทักษิณนั้น ในฐานะที่ตนมีความสนิทสนมกับนายสุเทพตั้งแต่สมัยอยู่พรรคประชาธิปัตย์ อยากเรียกร้องให้นายสุเทพหยุดหาเสียงบนซากปรักหักพังของประเทศ เพราะกระแสนี้จุดไม่ติดแล้ว 5 ปีที่ผ่านมาประชาชนได้รู้ความจริงแล้ว เลิกนำประเด็นนี้มาสร้างความเกลียดชัง หันมาใช้กระบวนการพูดคุยเพื่อหาทางออก ซึ่งเป็นแนวทางของอารยชน ที่ใช้ยุติปัญหาความขัดแย้งมาแล้วทั่วโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวกรณีผลโพลของมหาวิทยาลัยรังสิต ที่ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์มีคะแนนนิยมมาเป็นอันดับ 1 และพรรคพลังประชารัฐจะได้ที่นั่ง ส.ส.ประมาณ 100 ที่นั่งขึ้นไปนั้น นายอุตตมกล่าวว่า เป็นที่น่ายินดี เป็นกำลังใจให้พวกเราทุกคน แต่เราฟังโพลเป็นข้อมูลประกอบ สุดท้ายพวกเรายึดมั่นตัวพวกเราเอง ต้องทำงานเต็มที่ ทำยังไงให้พี่น้องคนไทยให้ความไว้วางใจเรา เพื่อเราจะได้เข้าไปทำงาน และมั่นใจว่าเราจะได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลอย่างแน่นอน&amp;nbsp;
จากการที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้วันที่ 24 มีนาคม 2562 เป็นวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เป็นการทั่วไป กรุงเทพโพล โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ จึงสำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง &amp;ldquo;โค้งสุดท้าย ส.ส.แบบไหนคนไทยจะเลือก&amp;rdquo; โดยเก็บข้อมูลประชาชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 1,794 คน พบว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 96.9 ระบุว่าตั้งใจว่าจะไปเลือกตั้ง มีเพียงร้อยละ 1.6 เท่านั้นที่ระบุว่าตั้งใจว่าจะไม่ไป ที่เหลือร้อยละ 1.5 ระบุว่ายังไม่แน่ใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับปัจจัยที่ใช้ในการตัดสินใจเลือกพรรคการเมือง/ส.ส. เข้ามาบริหารประเทศนั้น ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 55.9 ระบุว่าตัดสินจากนโยบายที่ใช้ในการหาเสียง รองลงมาร้อยละ 39.7 ระบุว่าดูจากความรู้ความสามารถ วิสัยทัศน์ก้าวไกล, ร้อยละ 39.3 ระบุว่าดูจากผลงานในอดีต, ร้อยละ 38.7 ระบุว่าต้องไม่มีประวัติด่างพร้อยด้านการทุจริต และร้อยละ 35.9 ระบุว่าเป็นคนทำงานช่วยเหลือชุมชนแก้ปัญหาชุมชน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31508</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีทูเจี๊ยะ, น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์, นายทักษิณ ชินวัตร, ป.ป.ช., หนังสือพิมพ์, เอาทักษิณกลับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190316/image_big_5c8ce1a960fdd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26647</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2019 18:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2019 18:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดคำฟ้อง&#039;เจ๊แดง-เป๊ปซี่&#039;จำนำข้าววินาศสันตะโร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ม.ค.62- &amp;nbsp;ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ หรือเจ๊แดง แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) น้องสาวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้มอบอำนาจให้นายธนากร แหวกวารี ทนายความเป็นโจทก์ฟ้องนายเสริมสุข กษิติประดิษฐ์ หรือเป็ปซี่ นักข่าวชื่อดัง เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจทก์ระบุคำฟ้องความผิดสรุปว่า เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2561 &amp;nbsp;จำเลยได้บังอาจกระทำผิดหลายกรรมต่างกันโดยหมิ่นประมาทใส่ความโจทก์ ด้วยการโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊คของจำเลย ชื่อ Sermsuk Kasitipradit มีข้อความว่า &amp;quot;เจ๊แดงยังเคลียร์เสบียงที่ กพช.ไม่ลงตัว หายไปตั้งแต่เดือน พ.ย. ทีเสียงกระซิบมาว่า ลูกสาวเห็นผัวดีกว่าแม่ ที่บอกว่าหย่าแล้วน่าจะเป็นเรื่องมโน สนข.หัวเขียวออนไลน์รายงานก่อนหน้านี้เหมือนกับรับงานใครมา อ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดเจ๊บอกยังอยู่เชียงใหม่ แต่เจ๊ไม่ขอเปิดตัว อยากอยู่เงียบๆชิวๆ ยิ่งช่วยกระพือข่าวลือเตรียมหนีซุกอกพี่ชาย และไม่น่าเดินทางกลับไทย เพราะสายข่าวเจ๊นอนยันนายบุญทรง ที่เคยเป็นเด็กในคาถาเจ๊แดง หัวหน้าแก๊งวังบัวบาน ยอมเปิดปากเบื้องหลังการถ่ายทำจำนำข้าว ที่&amp;quot;แดรก&amp;quot;กันวินาศสันตะโรรวยกันเละเทะ เวียนเทียนข้าวเพื่อนบ้านมาเข้าโครงการอิ่มท้องกันถ้วนหน้า คนคิดโครงการโคตรสุดยอด rayam &amp;nbsp;ราคาทั่วโลกข้าวตันละ 8,000 หาเสียงรับจำนำ 15,000 &amp;nbsp;ประกาศอย่างมั่นใจไทยเป็นผู้ผลิตข้าวรายใหญ่ ต้องกำหนดราคาข้าวทั่วโลกได้ เสียหายกันทั่วประเทศ &amp;nbsp;สำนวน ป.ป.ช.คดีจำนำข้างล็อต 2 จำนวน 14 ล้านตันอาจมีชื่อเจ๊แดงเป็นจำเลยคนสำคัญเลยต้องรีบเคลียร์ทาง พท.ออกไปแล้วไม่กลับแล้ว ถ้ากลับคือโดนหลอกให้ตายใจ มันโง่&amp;quot; และข้อความอื่นๆ ล้วนเป็นเท็จ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
การกระทำของจำเลยทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ทำให้เข้าใจ และหลงเชื่อว่า โจทก์มีส่วนร่วมกระทำผิดกับผู้กระทำผิดในคดีรับจำนำข้าว และโจทก์ร่วมกันทุจริตโกงกิน โจทก์จึงขอให้ศาลออกหมายเรียกจำเลยมาแก้ต่างคดี และพิพากษาลงโทษจำเลยตามความผิด ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 ด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ศาลรับคำฟ้องไว้พิจารณาและนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ในวันที่ 4 มี.ค.นี้ เวลา 13.30 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26647</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำฟ้อง, นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์, นายเสริมสุข กษิติประดิษฐ์, ศาลอาญา, เจ๊แดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190115/image_big_5c3dbec529845.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26644</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2019 18:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2019 18:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เป๊ปซี่&#039;เผยไร้กังวลหลัง&#039;เจ๊แดง&#039;ฟ้อง ตอกย้ำคำพูด&#039;บุญทรง&#039;กูพูดไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ม.ค.62- &amp;nbsp;นายเสริมสุข กษิติประดิษฐ์ หรือเป๊บซี่ นักข่าวอาวุโส &amp;nbsp;โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sermsuk Kasitipradit &amp;nbsp;หลังนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ฟ้องหมิ่นประมาท ว่า ออกไปหาแหล่งข่าวตั้งแต่ช่วงเช้า ช่วงสายๆได้รับแจ้งใน inbox และโทรศัพท์จากเพื่อนในเฟสส่งข่าวแจ้งให้ทราบถูกนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ เจ๊แดง น้องสาวนักโทษหนีคดี นายทักษิณ ชินวัตร ฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาท ศาลนัดไต่สวนต้นมีนา 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนากร แหวกวารี ทนายความของนางเยาวภา อ้างถึงข้อความที่เขียนในเฟสบุ๊คมีลักษณะ &amp;ldquo;กล่าวให้ร้ายนางเยาวภาได้ร่วมกระทำความผิดในคดีจำนำข้าว และมีชื่อเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีจำนำข้าวจีทูจี ล๊อตสอง ซึ่งอยู่ระหว่างการฟ้องศาลของปปช. และจะถูกอายัดรัพย์สิน ได้ประกาศขายบ้าน และหนีไปต่างประเทศ ซึ่งไม่เป็นความจริงทำให้ได้รับความเสียหาย เสียชื่อเสียง จึงมอบหมายให้ทนายฟัองต่อศาล&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงเดือนธ.ค.ถึงต้นม.ค. ได้เขียนข้อความตั้งข้อสังเกตในหน้าเฟสถึงการหายตัวไปของนางเยาวภา นับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ไม่เดินทางไปร่วมงานแต่งงานบุตรสาวของนายพงศกร อรรณนพพร อดีตรมช.ศึกษา ซึ่งเป็นนักการเมืองในแก๊งค์วังบัวบานของนางเยาวภา ซึ่งได้รับเป็นเจ้าภาพในงานแต่งงานดังกล่าว แต่กลับไม่เดินทางไปร่วมงานสร้างความแปลกใจอย่างมากต่อแขกที่มาร่วมงาน ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่านางเยาวภา เป็นผู้เสนอแต่งตั้งให้นายพงศกรเป็นรมช.ศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากช่วงปลายเดือนพย.ไม่มีข่าวคราวของเจ๊แดงอีกเลย ตามมาด้วยข่าวสะพัดเดินทางออกนอกประเทศ หลังมีข่าวนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ คนสนิทของเจ๊แดง ยอมเปิดปากให้ข้อมูล โยงใยบุคคลที่อยู่เบื้องหลังการทุจริตในโครงการจำนำข้าว หนึ่งในผู้ต้องสงสัยคือนางเยาวภา ตามมาด้วยข่าวบุตรชายของนายบุญทรง เดชนัฐวิทย์ เตริยาภิรมย์ ได้ ย้ายพรรคจากเพื่อไทยมาสังกัดพลังประชารัฐ พร้อมให้สัมภาษณ์ถึงความไม่เป็นธรรมที่บิดาได้รับจากพรรคเพื่อไทย ทำให้ตัดสินใจมาช่วยงานการเมืองในพรรคพลังประชารัฐ ข่าวย้ายพรรคของนายเดชนัฐวิทย์ ถูกตั้งข้อสังเกตอาจเป็นจุดพลิกเปลี่ยนของคดีจำนำข้าวล๊อตสองที่ทำให้นายบุญทรงยอมเปิดปากพูดในเรื่องที่เคยบอกว่า &amp;ldquo;กูพูดไม่ได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากข่าวการหายตัวไปของนางเยาวภา มีข่าวเตรียมขายบ้านในหมู่บ้านเบวเวอรี่ฮิล ในราคา 300 ล้านบาท ซึ่งอดีตข้าราชการระดับสูงได้รับการติดต่อจากนายหน้า สนใจจะซื้อบ้านหลังดังกล่าวหรือไม่ หลังมีข่าวป.ป.ช.อาจฟ้องนางเยาวภาเป็นจำเลยในคดีจำนำข้าว โดยการกันนายบุญทรงเป็นพยานในคดีจีทูจี ล๊อตสอง 14 ล้านตัน และอาจตามมาด้วยคำสั่งอายัดทรัพย์นางเยาวภา หากนายบุญทรงให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์นำไปสู่การฟ้องร้องในศาลฏีกาแผนคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลอดช่วงของการทำงานเป็นสื่อมวลชน ได้ใช้พื้นที่ในหน้าเฟสบุ๊ครายงานข่าวตลอดช่วงที่ผ่านมา รวมถึงการแสดงความเห็นส่วนตัวประกอบ ในสมัยรัฐบาลนางแดะแดะ เคยถูกกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิด เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท.ตั้งข้อกล่าวหาปล่อยข่าวลือปฏิวัติ แต่ไม่มีการฟ้องร้องดำเนินคดีใดๆเนื่องจากข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นอย่างที่ถูกกล่าวหา ต่อข้อความทุกถ้อยคำในหน้าเฟส พร้อมรับผิดชอบกับทุกข้อความที่เขียน รวมถึงข้อสังเกตที่เจ๊แดง ระบุว่าเป็นการกล่าวหาให้ร้าย หมิ่นประมาทและทำให้เสียชื่อเสียง การรายงานข่าวในหน้าเฟสตลอดช่วงที่ผ่านมา ถือเป็นการทำหน้าที่ของคนทำสื่อ ตรวจสอบนักการเมืองที่ถูกตั้งข้อสังเกตอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตในโครงการจำนำข้าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอขอบคุณในข้อความให้กำลังใจที่เพื่อนๆส่งมาให้ใน inbox ได้ปรึกษากับทนายความในเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ได้มีความกังวลใดๆ เคยต่อสู้กับความไม่เป็นธรรมที่นักโทษหนีคดีกดดันนสพ.บางกอกโพสต์ให้เลิกจ้างหลังเสนอข่าวรันเวย์ร้าว #มั่นใจในกระบวนการยุติธรรมของศาลสถิตยุติธรรม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26644</URL_LINK>
                <HASHTAG>นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์, นายเสริมสุข กษิติประดิษฐ์, ฟ้องหมิ่นประมาท, เป๊บซี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190115/image_big_5c3dbd2309644.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26626</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2019 15:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2019 14:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เจ๊แดง&#039;ส่งทนายฟ้อง&#039;เป๊ปซี่&#039;หมิ่นประมาท&#039;โกงข้าว-เผ่นไปนอก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ม.ค.62- นายธนากร แหวกวารี ทนายความผู้รับมอบอำนาจ จากนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า วันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมาได้รับมอบอำนาจจากนางเยาวภา ให้ยื่นฟ้องนายเสริมสุข กษิติประดิษฐ์ ในฐานะเจ้าของผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า &amp;quot;Sermsuk kasitipradit&amp;quot;ให้ตกเป็นจำเลย ต่อศาลอาญา &amp;nbsp;เป็นคดีหมายเลขดำที่ &amp;nbsp;97/2562 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาหลายกรรมต่างกัน &amp;nbsp;ซึ่งศาลได้นัดไต่สวนในวันที่ 4 มี.ค.เวลา 13.30 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขากล่าวว่า เป็นการฟ้องในกรณีที่ นายเสริมสุข ได้พิมพ์หรือโพสต์เผยแพร่ข้อความในเฟซบุ๊กของ นายเสริมสุข ต่อบุคคลที่สามหลายครั้ง นับตั้งแต่วันที่ 20 - 29 ธ.ค. 2561 กล่าวหา ใส่ร้าย ยืนยันข้อเท็จจริงโดยสรุปว่า นางเยาวภาได้ร่วมกับผู้กระทำความผิดในคดีจำนำข้าว และขณะนี้มีชื่อเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีจีทูจีลอตสอง อยู่ระหว่างคณะกรรมการ ป.ป.ช.กำลังจะส่งฟ้องศาล และจะทำการอายัดทรัพย์สิน ได้ประกาศขายบ้านและหนีไปต่างประเทศ ซึ่งไม่เป็นความจริง ทำให้ นางเยาวภา ได้รับความเสียหาย เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น เกลียดชัง จึงได้มอบหมายให้ยื่นฟ้อง นายเสริมสุข ต่อศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นอกจากฟ้องนายเสริมสุขแล้ว นางเยาวภายังให้ตรวจสอบสื่อออนไลน์ต่างๆ ด้วยว่า &amp;nbsp; มีใครกล่าวหา ใส่ร้ายอีกหรือไม่ หากพบก็ให้ดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลทันทีด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26626</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีทุจริตจำนำข้าว, ทนายความเจ๊แดง, ธนากร แหวกวารี, นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์, นายเสริมสุข กษิติประดิษฐ์, พรรคเพื่อไทย, ฟ้องหมิ่นประมาท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190115/image_big_5c3d922c717f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25217</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2018 12:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2018 12:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ป้อม&#039; บอก &#039;เจ๊แดง-โอ๊ค&#039; อาจยังอยู่ที่บ้านก็ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ธ.ค.61 - พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ ภายหลังการประชุม สภาองค์การทหารผ่านศึก ถึงกรณีที่มีข่าวสะพัด นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้หนีออกนอกประเทศจากคดีเงินกู้ธนาคารกรุงไทย ว่าตนไม่ทราบ เพราะไม่มีการการประทับตราตรงจุด ตรวจคนเข้าเมือง เช่นเดียวกับกรณีนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์&amp;nbsp; เขาอาจจะอยู่บ้านเขาก็ได้&amp;nbsp; ส่วนจะเดินทางออกไปตามเส้นทางธรรมชาติหรือไม่นั้น ตนไม่รู้&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25217</URL_LINK>
                <HASHTAG>นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์, บิ๊กป้อม, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พานทองแท้ ชินวัตร, หนีคดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181227/image_big_5c2466105bd6f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24520</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2018 15:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2018 15:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯเผยตรวจสอบแล้วไม่พบตัว&#039;เจ๊แดง&#039; ลั่นไม่ผิดอย่ากลัว ทำไมต้องหลบหนี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ธ.ค.61- พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกระแสข่าวการตรวจสอบทุจริตจำนำข้าวล็อต 2 รวมถึงกระแสข่าวที่ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ อดีตแกนนำพรรคเพื่อไทย อาจมีส่วนเกี่ยวข้องและหลบหนีไปต่างประเทศแล้ว ว่า หลังจากที่มีข่าวออกไป เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการตรวจสอบอยู่ และเท่าที่ตรวจสอบก็ยังไม่พบตัว แต่ตนก็ไม่ทราบว่าไปอยู่ที่ไหน ก็คิดแต่เพียงว่ายังคงหลบอยู่ในประเทศไทย แต่ถามว่าทำไมต้องหลบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เมื่อยังไม่มีการดำเนินการอะไรทั้งสิ้น ไม่ต้องไปกลัว ถ้าคิดว่าตัวเองทำถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมาย ก็สู้คดีไป ทุกอย่างก็จบ ต้องมีความมั่นใจในตรงนี้&amp;quot;นายกฯกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24520</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุจริตจำนำข้าวล็อต2, นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์, นายกรัฐมนตรี, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, เจ๊แดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181218/image_big_5c18a8ad56605.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24259</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช.เมินเจ๊แดงหนีตปท. ลุยฟัน‘จีทูเจี๊ยะ’ล็อตสอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;วัชรพล&amp;quot; เดินหน้าไต่สวนเพิ่มเติมแก๊งจีทูจีล็อต 2 ยันไร้ปัญหาหาก &amp;quot;เจ๊แดง&amp;quot; เผ่นหนีออกนอกประเทศ ระบุถ้าไปจริงถือว่าเสียโอกาสแก้ข้อกล่าวหา &amp;quot;วรวัจน์&amp;quot; &amp;nbsp;รีบชิ่งอ้างไม่ได้ติดต่อ &amp;quot;เยาวภา&amp;quot; มากว่า 2-3 เดือน &amp;quot;ป.ป.ช.&amp;quot; เตรียมเชิญผู้เกี่ยวข้องถกปมร้อนยื่นบัญชีทรัพย์สิน 4 ม.ค.62 &amp;quot;เลขาฯ องค์กรต้านคอร์รัปชัน&amp;quot; จับตาอุ้ม กก.มหาวิทยาลัยไม่ต้องแจงบัญชีต้องมีเหตุผลอธิบาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ &amp;nbsp; ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาคดีทุจริตการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี ล็อต 2 &amp;nbsp;ว่า ป.ป.ช.ได้แจ้งผู้ถูกไต่สวนแล้วตามกระบวนการ ซึ่งผู้ถูกไต่สวนมีสิทธิ์คัดค้านได้ ขณะเดียวกันก็ได้สั่งไต่สวนผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมด้วย รวมถึงการสอบถามผู้ที่ถูกดำเนินคดีเพื่อพิจารณาว่าจะแจ้งข้อกล่าวหาหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกระแสข่าวนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ผู้ที่มีชื่อจะถูกกล่าวหาในคดีนี้ได้หลบหนีออกนอกประเทศ พล.ต.อ.วัชรพลกล่าวว่า ตามกระบวนการของกฎหมายใหม่ แม้ผู้ถูกกล่าวหาจะหลบหนีออกนอกประเทศ คดีก็จะไม่สะดุดหยุดลง สามารถเดินหน้าสอบปากคำและรวบรวมพยานหลักฐานได้ตามกฎหมาย แต่ผู้ถูกกล่าวหาจะไม่มีโอกาสชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา โดยกระบวนการหลังจากนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช.จะพิจารณาอย่างรอบคอบ แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดในสำนวนคดีได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ในฐานะคนสนิทนางเยาวภา กล่าวว่า ตนเองไม่ได้พบคุณแดง (นางเยาวภา) มาประมาณ 2-3 เดือนแล้ว และไม่ได้คุยกันเลย ไม่ได้โทร.หากันเลย เนื่องจากทางคุณแดงเขาถอยออกไปจากการเมืองไประยะหนึ่งแล้ว ตนเลยไม่ทราบข่าวว่าไปไหนอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่ได้คุยเขาก็ถอยออกจากการเมือง เขาถอยมาตลอด ไม่ได้มายุ่งกับเรื่องในพรรคเลย แกบอกว่าจะไม่ยุ่ง จึงถอยออกไป แล้วเมื่อเขาขอว่าเขาไม่ยุ่ง ผมก็ไม่ได้คุยเลย ไม่รู้ว่าอยู่ไหนเหมือนกัน ไม่ได้ถาม ไม่ได้พบ ไม่ได้ตามด้วย&amp;rdquo; คนสนิทนางเยาวภากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีมีคำสั่งหัวหน้า คสช.เกี่ยวกับการแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วย ป.ป.ช. และประกาศ ป.ป.ช. กรณีการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินว่า คำสั่ง คสช.เรื่องดังกล่าว ถือเป็นคำสั่งที่ช่วยคลายล็อกการทำงานให้กับ ป.ป.ช. ให้สามารถใช้ดุลพินิจในการกำหนดตำแหน่งเฉพาะหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งที่ต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินได้ ซึ่งในวันที่ 4 ม.ค.62 ป.ป.ช.จะเชิญหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้องมาหารือ เพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับรายละเอียดตามมาตรา 102 ที่กำหนดให้กรรมการและผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานรัฐทุกแห่งต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลังจากการหารือแล้วจะมีการแก้ไขประกาศ ป.ป.ช.เพื่อให้มีผลบังคับใช้ต่อไป ซึ่งเมื่อมีการแก้ไขประกาศ ป.ป.ช.แล้ว ก็จะส่งผลให้กรรมการสภามหาวิทยาลัยและกรรมการกองทุนบางหน่วยงานไม่ต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน&amp;quot; ประธาน ป.ป.ช.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) กล่าวว่า สุดท้ายถ้ามีการยกเลิกไม่ให้ตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยต้องแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ป.ป.ช.จะต้องมีเหตุผลที่หนักแน่น ไม่ให้ประชาชนเข้าใจได้ว่า ป.ป.ช.กำลังเอาใจใคร ต้องรักษาจุดยืนที่ต้องทำงานอย่างเที่ยงตรง ยึดหลักโปร่งใส มีธรรมาภิบาล และป้องกันคอร์รัปชัน เพราะปัญหาใหญ่ที่คนกำลังสงสัยคือ ถ้าเกิดเป็นชนชั้นนำ คนที่มีอำนาจและคนรวย ป.ป.ช.ก็ไม่กล้าที่จะเกี่ยวข้องหรือเข้าไปตรวจสอบ จะทำให้ประชาชนไม่ให้การสนับสนุนในการแก้ไขปัญหาทุจริตที่เป็นปัญหาของประเทศ และจะแก้ไขปัญหาทุจริตไม่ได้ จะทำให้ปัญหาทุจริตอยู่ในจุดที่วิกฤติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีคนเคยเปรียบเปรยไว้ว่า 100 คนคิด 1 คนแก้ แล้วคนแก้ก็เหมือนว่าจะรอบรู้และเข้าใจไปหมดทุกอย่าง ทั้งที่จริงอาจเป็นการทำลายระบบนิติรัฐ สำหรับประกาศ ป.ป.ช. เรื่องการยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ นั้น ผ่านคนทำมาเป็นร้อยคน ทั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.), สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และป.ป.ช. ต้องผ่านขั้นตอนที่มีอยู่เยอะ แต่ คสช.ที่เหมือนคนเดียวกลับใช้วิธีการแก้ไขที่ไม่ธรรมดา&amp;quot; นายมานะกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาฯ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันกล่าวว่า องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ จะติดตามประกาศ ป.ป.ช.ฉบับใหม่ที่กำลังแก้ไขกันอยู่ว่าจะออกมาอย่างไร เพราะเป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจและคำนึงกันมาก ซึ่งไม่ว่าจะมีการยกเลิกตำแหน่งใดนอกเหนือจากกรรมการสภามหาวิทยาลัย ป.ป.ช.จะต้องมีเหตุผลที่มีน้ำหนัก ประชาชนฟังและเข้าใจได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าคดีนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ว่าล่าสุดเมื่อวันที่ 13 ธ.ค. ตนได้รับรายงานสรุปจากคณะทำงานตรวจสอบเรื่องดังกล่าวแล้ว และเตรียมจะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ของ ป.ป.ช.ภายในสิ้นเดือน ธ.ค.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า ผู้ตรวจการแผ่นดิน ร่วมกับ ป.ป.ช. ได้มีมติเห็นชอบ 3 แนวทางปฏิบัติงานร่วมกัน เพื่อลดความซ้ำซ้อน มุ่งรักษาสิทธิเสรีภาพประชาชน ขจัดปัญหาเรื่องร้องเรียนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม รวมถึงประเด็นทุจริตประพฤติมิชอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย 1.เรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวกับการทุจริตและมีประชาชนได้รับความเดือดร้อนเสียหาย กรณีคำร้องเรียนระบุชัดเจนว่าเป็นการทุจริต ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ดำเนินการตั้งแต่ชั้นของการรับคำร้องไว้พิจารณา ส่วนกรณีผู้ตรวจการแผ่นดินแสวงหาข้อเท็จจริงแล้วพบว่าเป็นการทุจริต ผู้ตรวจการแผ่นดินจะส่งเรื่องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ดำเนินการต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีผู้ตรวจการแผ่นดินหยิบยกปัญหาความเดือดร้อนเสียหายขึ้นพิจารณา แล้วพบว่ามีปัญหาการทุจริตด้วย ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในส่วนของการทุจริต และดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจในส่วนที่ขจัดความเดือดร้อนให้กับประชาชน และกรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช.เห็นว่าเป็นเรื่องทุจริต แต่เป็นเรื่องที่มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนเสียหายด้วย คณะกรรมการ ป.ป.ช.จะส่งเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินดำเนินการต่อไป&amp;quot; พล.อ.วิทวัสกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินกล่าวว่า แนวทางที่ 2 การเปิดเผยข้อมูลระหว่างกันในการปฏิบัติหน้าที่ และการเชื่อมโยงระบบข้อมูล ให้มีการเชื่อมโยงระบบข้อมูลร่วมกัน พร้อมตั้งคณะผู้ประสานงานด้านข้อมูลของทั้งสองหน่วยงาน เพื่อให้ความรวดเร็วในการติดต่อแลกเปลี่ยนข้อมูล เช่น ระบบอิเล็กทรอนิกส์ และ 3.การส่งเสริมธรรมาภิบาลและต่อต้านการทุจริต กำหนดแนวทางปฏิบัติการร่วมกันเกี่ยวกับการส่งเสริมธรรมาภิบาลและต่อต้านการทุจริตระหว่างองค์กรอิสระทุกองค์กร เช่น จัดโครงการรณรงค์ส่งเสริมธรรมาภิบาล และป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบในพื้นที่ต่างๆ การจัดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกับภาคประชาชนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของภาครัฐในมิติต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หัวใจหลักสำคัญคือการมุ่งขจัดความเดือดร้อน โดยกำหนดกรอบแนวปฏิบัติให้เกิดความชัดเจน และเกิดการบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ร้องเรียนอย่างเต็มที่ เพื่อมุ่งรักษาสิทธิเสรีภาพของประชาชน หากเรื่องไหนเป็นเรื่องทุจริต ผู้ตรวจการแผ่นดินจะส่งประเด็นดังกล่าวให้ ป.ป.ช. เพื่อใช้อำนาจและกฎหมายของ ป.ป.ช.ในการนำไปสู่กระบวนการไต่สวนและลงโทษเจ้าหน้าที่ที่กระทำความผิดทุจริตและประพฤติมิชอบดำเนินการต่อไป&amp;quot; ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24259</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีทูจีล็อต 2, นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์, ป.ป.ช., พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ, ยื่นบัญชีทรัพย์สิน 4 ม.ค.62, หนังสือพิมพ์, องค์กรต้านคอร์รัปชัน, เจ๊แดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181214/image_big_5c13b6c108834.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
