<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102315</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2021 17:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2021 17:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซากชิ้นส่วนจรวดลองมาร์ชตกมหาสมุทรอินเดีย นาซาจวกจีนไม่โปร่งใส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทำให้ลุ้นหลายวัน ซากชิ้นส่วนท่อนหลักของจรวดลองมาร์ชน้ำหนัก 18 ตันของจีน พุ่งผ่านชั้นบรรยากาศถูกเผาไหม้แตกกระจายลงสู่มหาสมุทรอินเดียแล้วเมื่อวันอาทิตย์ นาซายังไม่วายวิจารณ์จีนขาดความโปร่งใสในด้านการพัฒนาอวกาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ จรวดลองมาร์ช 5บี วาย2 ของจีน นำโมดูลอวกาศเทียนเหอขึ้นสู่วงโคจรเพื่อสร้างสถานีอวกาศของจีน เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2564 (Photo by Hua Jiajun/VCG via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่รัฐบาลจีนกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า มีความเสี่ยงต่ำมากที่ชิ้นส่วนจรวดลองมาร์ช 5บี ของจีนที่นำส่งโมดูลอวกาศโมดูลแรกขึ้นไปประกอบเป็นสถานีอวกาศจีนบนวงโคจรโลกเมื่อวันที่ 29 เมษายน และจะตกลงมาอย่างไร้การควบคุมนั้น จะก่ออันตรายต่อการบินหรือกิจกรรมของมนุษย์บนพื้นโลก หลังจากมีกระแสคาดเดามานานหลายวัน และคำเตือนจากผู้เชี่ยวชาญในสหรัฐว่าชิ้นส่วนที่มีน้ำหนักถึง 18 ตันนี้อาจตกใส่เขตที่อยู่อาศัยช่วงสุดสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลังการสังเกตการณ์และการวิเคราะห์ เมื่อเวลา 10.24 น. (0224 จีเอ็มที) ของวันที่ 9 พฤษภาคม 2564 ซากชิ้นส่วนขนาดใหญ่ชิ้นสุดท้ายของจรวดลองมาร์ช 5บี เหยา-2 ได้กลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลกแล้ว&amp;quot; สำนักงานวิศวกรรมอวกาศที่มีมนุษย์ควบคุมของจีน กล่าวในแถลงการณ์โดยชี้ว่า ซากชิ้นส่วนเกือบทั้งหมดเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศ พร้อมกับระบุพิกัดตกที่ลองจิจูด 72.47 องศาตะวันออก และละติจูด 2.65 องศาเหนือ หรือทางตะวันตกของมัลดีฟส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองบัญชาการอวกาศของสหรัฐยืนยันเช่นกันว่า จรวดกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศเหนือคาบสมุทรอาหรับเมื่อเวลาประมาณ 09.15 น.ของวันอาทิตย์ตามเวลาไทย แต่กล่าวว่า ณ เวลานั้นยังไม่รู้ว่าซากชิ้นส่วนตกบนพื้นดินหรือในน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลองมาร์ชลูกนี้เป็นจรวดลองมาร์ชรุ่น 5บี ลูกที่ 2 ที่จีนใช้ นับแต่ประเดิมลูกแรกเมื่อเดือนพฤษภาคม 2563 เมื่อปีที่แล้วชิ้นส่วนหลายชิ้นของลองมาร์ช 5บี ลูกแรก ตกในไอวอรีโคสต์ สร้างความเสียหายต่ออาคารหลายหลัง แต่ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โจนาธาน แม็กดาวน์ นักดาราศาสตร์จากฮาร์วาร์ด กล่าวไว้ว่า ชิ้นส่วนจรวดที่ตกลงมาเมื่อวันอาทิตย์ รวมถึงลูกที่ตกในไอวอรีโคสต์ ถือเป็นวัตถุอวกาศขนาดใหญ่อันดับ 4 ในประวัติศาสตร์ที่กลับคืนสู่โลกแบบไร้การควบคุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม็กดาวล์กล่าวด้วยว่า นับแต่ชิ้นส่วนขนาดใหญ่ของสถานีอวกาศสกายแล็บของนาซาร่วงลงมาจากวงโคจรในเดือนกรกฎาคม 2522 และตกในออสเตรเลีย ประเทศส่วนใหญ่พยายามออกแบบอวกาศยานของตนให้หลีกเลี่ยงการกลับคืนสู่โลกแบบไร้การควบคุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความไม่แน่นอนและความเสี่ยงจากชิ้่นส่วนนี้ทำให้จีนถูกกล่าวหาว่าไม่รับผิดชอบ สัปดาห์ที่แล้วรัฐมนตรีกลาโหม ลอยด์ ออสติน ของสหรัฐ วิจารณ์จีนว่าประมาทเลินเล่อ และภายหลังชิ้นส่วนจรวดตกลงมาแล้ว บิล เนลสัน ผู้อำนวยการองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐ (นาซา) ก็ตอกย้ำคำกล่าวหาจีนอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีต ส.ว.และนักบินอวกาศที่ได้รับเลือกมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการนาซาเมื่อเดือนมีนาคม กล่าวในแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ว่า ประเทศที่เดินทางไปอวกาศต้องลดความเสี่ยงต่อผู้คนและทรัพย์สินบนพื้นโลก ที่เกิดจากวัตถุอวกาศกลับคืนสู่โลก ให้เหลือน้อยที่สุด และมีความโปร่งใสมากที่สุดเกี่ยวกับปฏิบัติการเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เห็นได้ชัดเจนว่าจีนล้มเหลวในการปฏิบัติตามมาตรฐานความรับผิดชอบเกี่ยวกับขยะอวกาศของพวกเขา&amp;quot; ผู้อำนวยการนาซากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจากผิวโลกเป็นน้ำถึง 70% ผู้เชี่ยวชาญจึงกล่าวกันว่า โอกาสที่ชิ้นส่วนจรวดจะตกบนเขตที่มีประชากรอาศัยนั้นมีน้อยมาก และความเป็นไปได้ถึงขั้นทำให้คนบาดเจ็บยิ่งน้อยกว่านั้น แต่ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการสลายของวงโคจร และการที่จีนไม่ให้คำรับประกันที่หนักแน่นก่อนหน้านี้ ทำให้เกิดความวิตกกังวลไปทั่ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนลสันกล่าวว่า มีความสำคัญยิ่งที่จีน และประเทศและหน่วยงานพาณิชย์ที่เดินทางในอวกาศทั้งหมด ต้องดำเนินการด้วยความรับผิดชอบและโปร่งใสในด้านอวกาศ เพื่อรับประกันความปลอดภัย, เสถียรภาพ, ความมั่นคง และความยั่งยืนในระยะยาวของกิจกรรมอวกาศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102315</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยะอวกาศ, จรวดลองมาร์ช, จรวดลองมาร์ช 5บี วาย2, ชิ้นส่วนจรวดตก, นาซา, สถานีอวกาศจีน, สำนักงานวิศวกรรมอวกาศที่มีมนุษย์ควบคุมของจีน, เทียนเหอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210507/image_big_60955c43c239c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100105</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2021 17:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2021 17:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชมคลิป เฮลิคอปเตอร์จิ๋วของนาซาบินบนดาวอังคาร</HEADLINE>
                <CONTENT>



&lt;p&gt;ภาพ NASA&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซา) ของสหรัฐเผยแพร่ภาพถ่ายและวิดีโอที่ถ่ายโดยอากาศยานปีกหมุนหรือเฮลิคอปเตอร์ลำจิ๋วน้ำหนัก 1.8 กิโลกรัมลำนี้ และภาพจากยานสำรวจเพอร์เซเวียแรนซ์ ที่ถูกส่งไปลงจอดบนดาวอังคารเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ เพื่อค้นหาสัญญาณของสิ่งมีชีวิตระดับจุลชีพในอดีต &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อินจินิวอิตีมีน้ำหนัก 1.8 กิโลกรัมถูกติดตั้งไว้ใต้ท้องของเพอร์เซเวียแรนซ์ และถูกหย่อนลงที่ &amp;quot;ลานบิน&amp;quot; เมื่อวันที่ 3 เมษายน วันที่ทำการบินนี้ตรงกับวันดาวอังคารวันที่ 16 จาก 30 วันดาวอังคาร (เท่ากับ 31 วันบนโลก) ที่เป็นหน้าต่างเปิดสำหรับการบิน โดยเดิมนั้นภารกิจการบินเที่ยวแรกของอินจินิวอิตีกำหนดไว้วันที่ 11 เมษายนแต่มีปัญหาด้านซอฟท์แวร์ นาซาทำการแก้ไขและสั่งให้อินจินิวอิตีขึ้นบินในวันจันทร์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า อินจินิวอิตีเริ่มบินขึ้นจากพื้นผิวของดาวอังคารเมื่อเวลา 03.34 น.ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐวันจันทร์ที่ 19 เมษายน ซึ่งตรงกับ 14.34 น.วันเดียวกันของไทย โดยยานปีกหมุนลำนี้บินขึ้นจากพื้นแล้วลงแตะพื้นอย่างนุ่มนวล ใช้เวลาลอยตัว 39.1 วินาที แต่ด้วยระยะทางที่ไกลจากโลกถึง 278 ล้านกิโลเมตร ภาพความสำเร็จและข้อมูลจากเที่ยวบินประวัติศาสตร์ที่ส่งมาถึงโลกผ่านสัญญาณวิทยุและผ่านกระบวนการวิเคราะห์ต้องใช้เวลา 3 ชั่วโมงครึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิศวกรในห้องปฏิบัติการแรงขับเคลื่อนไอพ่นของนาซาในแคลิฟอร์เนียต่างยินดีกับความสำเร็จของภารกิจซึ่งวางแผนนาน 6 ปี หนึ่งในทีมงานประกาศว่า &amp;quot;อินจินิวอิตีทำการบินเที่ยวบินแรก เป็นเที่ยวบินแรกของอากาศยานที่ใช้เครื่องยนต์บนดาวเคราะห์ดวงอื่น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อากาศยานปีกหมุนลำนี้ส่งภาพสเกลสีเทากลับมายังโลกอย่างรวดเร็วจากกล้องนำทางที่ชี้จากบนลงล่างเป็นภาพเงาของยานรูปร่างคล้ายแมลงทาบบนพื้นผิวของดาวอังคาร จากนั้นเป็นวิดีโอสีที่ภาพขาดๆ หายๆ ที่ถ่ายจากยานเพอร์เซเวียแรนซ์เผยภาพอินจินิวอิตีบนพื้น ขณะบินขึ้น และลงจอด อีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมาจึงมีภาพวิดีโอที่ต่อเนื่องลื่นไหลขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Photo by NASA/JPL-Caltech via Getty Images&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;เราเคยคุยกันมานานเกี่ยวกับช่วงเวลาของพี่น้องตระกูลไรต์บนดาวอังคารสำหรับพวกเขา และนี่ไงช่วงเวลาที่ว่า&amp;quot; มิมี อ่อง ผู้จัดการโครงการอินจินิวอิตี กล่าวกับทีมงานของเธอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สองพี่น้องตระกูลไรต์เป็นผู้สร้างประวัติศาสตร์การบินด้วยเครื่องยนต์ครั้งแรกบนโลกที่นอร์ทแคโรไลนาเมื่อปี พ.ศ. 2466 บุกเบิกยุคสมัยแห่งการบินของมนุษย์ นาซาได้นำเศษผ้าจากเครื่องบินของพี่น้องไรต์มาผูกไว้รอบเคเบิลใต้แผงเซลล์แสงอาทิตย์ของอินจินิวอิตีด้วย เพื่อเป็นเกียรติแก่ภารกิจดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีมงานจะรับและวิเคราะห์ของมูลที่ส่งมาจากอินจินิวอิตีต่อไป แล้วจะวางแผนสำหรับการบินครั้งที่ 2 ซึ่งวางกำหนดไว้ในวันที่ 22 เมษายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า การบินบนดาวอังคารมีความท้าทายมากเนื่องจากสภาพที่แตกต่างจากโลกอย่างมาก โดยเฉพาะบรรยากาศที่มีออกซิเจนไม่ถึง 1% ของความหนาแน่นของออกซิเจนบนโลก ซึ่งหมายความว่าใบพัดของอินจินิวอิตี ซึ่งมีขนาดเมื่อกาง 1.2 เมตร ต้องหมุนด้วยความเร็วถึง 2,400 รอบต่อนาที จึงจะบินขึ้นได้ หรือเร็วกว่าเฮลิคอปเตอร์บนโลกประมาณ 5 เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเนื่องจากระยะทางที่ไกลจากโลกมาก ภารกิจนี้จึงไม่สามารถควบคุมบังคับโดยมนุษย์ได้ การบินจึงต้องโปรแกรมไว้ล่วงหน้า และยานต้องตัดสินใจแบบเรียลไทม์เอง โดยใช้ข้อมูลจากเซ็นเซอร์และกล้องของยาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป้าหมายของภารกิจของอินจีนิวอิตีคือการพิสูจน์เทคโนโลยีการบินบนดาวเคราะห์ดวงอื่น โดยนาซาหวังว่าสักวันหนึ่ง อากาศยานในอนาคตจะสามารถปฏิวัติการสำรวจเทหวัตถุอื่นๆ ด้วยยานที่ไปได้ไกลและเร็วขึ้น และสามารถไปถึงพื้นที่ที่ยากต่อการเข้าถึงทางบก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นาซากำลังเตรียมแผนส่งยานดรากอนฟลาย ซึ่งเป็นยานลงจอดแบบใบพัดขนาดใหญ่กว่ามาก ไปลงบนดวงจันทร์ไททันของดาวเสาร์ในปี 2577 ที่ซึ่งยานลำนี้จะขึ้นบินหลายเที่ยวเพื่อค้นหาชีวิตนอกโลก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100105</URL_LINK>
                <HASHTAG>นาซา, บินบนดาวอังคาร, ยานเพอร์เซเวียแรนซ์, อากาศยานใบพัด, อินจินิวอิตี, เฮลิคอปเตอร์จิ๋ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210420/image_big_607ea5ba77a8e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95887</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2021 19:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2021 19:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นาซาเผยดาวเคราะห์น้อยขนาดใหญ่ผ่านใกล้โลก21มี.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;องค์การนาซาของสหรัฐเผยว่า ดาวเคราะห์ขนาดใหญ่ที่สุดที่โคจรผ่านโลกในปีนี้จะโคจรใกล้โลกที่สุดในวันที่ 21 มีนาคม โดยห่างจากโลกเพียง 1.25 ล้านไมล์ (2 ล้านกิโลเมตร) เปิดโอกาสอันหาได้ยากยิ่งที่นักดูดาวจะได้สำรวจดาวเคราะห์น้อยดวงนี้อย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ภาพจำลองดาวเคราะห์น้อยโคจรใกล้โลก องค์ประกอบของภาพนี้ตกแต่งโดยนาซา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นาซากล่าวว่า ดาวเคราะห์น้อย 2001 FO32 ถูกค้นพบเมื่อ 20 ปีก่อน โดยประเมินว่ามีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3,000 ฟุต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอล โชดาส ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาวัตถุใกล้โลกของนาซา กล่าวว่า เรารู้เส้นทางโคจรรอบดวงอาทิตย์ของ 2001 FO32 ที่แม่นยำมาก &amp;quot;ไม่มีโอกาสที่ดาวเคราะห์น้อยดวงนี้จะเข้าใกล้โลกมากกว่า 1.2 ล้านไมล์&amp;quot; เขายืนยัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระยะทางดังกล่าวไกลว่าระยะห่างระหว่างโลกกับดวงจันทร์ 5.25 เท่า แต่ก็ยังใกล้พอที่ทำให้ 2001 FO32 ถูกจัดให้เป็น &amp;quot;ดาวเคราะห์น้อยที่อาจเป็นอันตราย&amp;quot; นาซากล่าวว่า ดาวเคราะห์น้อยดวงนี้จะโคจรผ่านโลกด้วยความเร็วประมาณ 77,000 ไมล์/ชั่วโมง ซึ่งเร็วกว่าดาวเคราะห์น้อยส่วนใหญ่ที่ผ่านใกล้โลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นาซากล่าวด้วยว่า มากกว่า 95% ของดาวเคราะห์น้อยใกล้โลกที่มีขนาดเท่ากับ 2001 FO32 หรือใหญ่กว่าได้รับการจัดทำบัญชีรายชื่อไว้แล้ว และไม่มีดวงใดที่มีโอกาสส่งผลกระทบต่อโลกของเราภายในศตวรรษหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การโคจรเข้ามาใกล้โลกในครั้งนี้ นาซากล่าวว่า นักดาราศาสตร์หวังว่าจะเข้าใจขนาดของดาวเคราะห์น้อยดวงนี้ได้ดีขึ้น รวมถึงความคิดคร่าวๆ เกี่ยวกับองค์ประกอบของมัน โดยการศึกษาจากแสงที่สะท้อนจากพื้นผิว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักดาราศาสตร์สมัครเล่นในบางพื้นที่ของโลกก็สามารถทำการสังเกตได้ด้วยตนเอง ดาวเคราะห์น้อยดวงนี้จะสว่างที่สุดเมื่อโคจรผ่านท้องฟ้าทิศใต้ โชดาสแนะนำว่า นักดาราศาสตร์สมัครเล่นในซีกโลกใต้และเขตละติจูดต่ำของซีกเหนือสามารถเห็นดาวเคราะห์น้อยดวงนี้ได้โดยใช้กล้องโทรทรรศน์ขนาดกลางที่มีรูรับแสงอย่างน้อย 8 นิ้ว ในคืนที่ดาวเคราะห์น้อยเข้าใกล้โลกที่สุด แต่พวกเขาอาจต้องใช้แผนภูมิดาวในการค้นหา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95887</URL_LINK>
                <HASHTAG>2001 FO32, ดาวเคราะห์น้อย, นาซา, โคจรใกล้โลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210312/image_big_604b6375d099b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93593</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2021 19:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2021 19:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยาน&#039;เพอร์เซเวียแรนซ์&#039;ของนาซาลงจอดบนดาวอังคารสำเร็จ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;องค์การนาซาของสหรัฐประสบความสำเร็จในการส่งยานสำรวจ &amp;quot;เพอร์เซเวียแรนซ์&amp;quot; ลงจอดบนดาวอังคารเมื่อวันพฤหัสบดี หลังจากใช้เวลาเดินทางจากโลกนาน 7 เดือน เตรียมเริ่มภารกิจค้นหาสัญญาณของสิ่งมีชีวิตในอดีตบนดาวเคราะห์เพื่อนบ้านของโลกดวงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากนาซา ทีมงานในห้องควบคุมภารกิจมองดูภาพพื้นผิวดาวอังคารชุดแรกที่ยานเพอร์เซเวียแรนซ์ส่งกลับมายังโลกเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 (Photo by Bill Ingalls/NASA via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพีรายงานว่า ยานเพอร์เซเวียแรนซ์ (Perseverance) เป็นห้องปฏิบัติการทดลองชีวดาราศาสตร์ที่ก้าวหน้าที่สุดที่มนุษย์ส่งไปยังดาวเคราะห์ดวงอื่น ยานหุ่นยนต์สำรวจตัวนี้ถูกส่งขึ้นไปเมื่อ 7 เดือนก่อน โดยเดินทางเป็นระยะทาง 472 ล้านกิโลเมตร ก่อนจะพุ่งผ่านชั้นบรรยากาศของดาวอังคารด้วยความเร็ว 19,000 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพื่อลงสู่พื้นผิวของดาวแดงเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ตามเวลาสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บรรดาผู้จัดการภารกิจนี้ที่ห้องปฏิบัติการแรงขับเคลื่อนไอพ่น (เจพีแอล) ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐ (นาซา) ต่างเฝ้าลุ้นระทึกว่ายานลำนี้จะรอดพ้นช่วงเวลาวิกฤติ 7 นาทีแห่งความหวาดหวั่นของการลงสู่พื้นผิวดาวอังคารหรือไม่ และทันทีที่คลื่นวิทยุส่งสัญญาณกลับมาถึงโลก พวกเขาพากันโห่ร้องปรบมือหรือชูกำปั้นด้วยความดีใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยัน ทัชดาวน์แล้ว&amp;quot; สวาตี โมฮัน ผู้นำปฏิบัติการนี้ประกาศในห้องควบคุมเมื่อเวลา 15.55 น.ตามเวลาท้องถิ่นฝั่งตะวันออกของสหรัฐ &amp;quot;เพอร์เซเวียแรนซ์ปลอดภัยบนพื้นผิวของดาวอังคาร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจากความล่าช้า 11 นาที กว่าที่คลื่นวิทยุที่ส่งจากดาวเทียมหลายดวงที่โคจรรอบดาวอังคารจะเดินทางจากดาวแดงมายังโลก ช่วงเวลาที่สัญญาณมาถึงโลกนั้น ยานหุ่นยนต์ 6 ล้อขนาดรถเอสยูวีลำนี้แตะพื้นผิวดาวเรียบร้อยแล้วและเริ่มต้นถ่ายภาพบริเวณนั้น แล้วส่งภาพขาว-ดำหลายภาพกลับมา ภาพหนึ่งเห็นเงาของยานหุ่นยนต์ทาบบนพื้นแห้งแล้งที่เต็มไปด้วยก้อนหิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จุดที่ยานลงจอดคือบริเวณปล่องเจเซโร ที่เชื่อว่าเคยเป็นก้นทะเลสาบที่อันตรธานไปนานมากแล้ว จุดที่ยานหยุดอยู่นี้อยู่ห่างราว 2 กิโลเมตรจากหน้าผาสูงตรงปลายของสามเหลี่ยมปากแม่น้ำรูปพัดที่หลงเหลืออยู่ในมุมหนึ่งของปากปล่องภูเขาไฟลูกนี้เมื่อ 3,500 ล้านปีก่อน และถือเป็นจุดที่ดีที่สุดสำหรับการศึกษาชีวภูมิศาสตร์บนดาวอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในอีกหลายปีนับจากนี้ เพอร์เซเวียแรนซ์ ที่เดินทางไปพร้อมกับโดรนเฮลิคอปเตอร์ขนาดเล็กซึ่งมีชื่อเรียกว่า อินเจนูอิตี (Ingenuity) จะรวบรวมตัวอย่างดินและหินเก็บใส่ท่อปิดผนึก ซึ่งจะส่งกลับมายังโลกภายในทศวรรษปี 2030 เพื่อวิเคราะห์ในห้องแล็บหาสัญญาณของจุลชีพดึกดำบรรพ์ในรูปฟอสซิลที่อาจมีชีวิตอยู่บนดาวอังคารเมื่อราว 3,000 ล้านปีก่อน เมื่อดาวเคราะห์ดวงที่ 4 ของระบบสุริยะดวงนี้ยังมีความอบอุ่นกว่านี้ เปียกชื้นกว่านี้ และมีสภาพที่เอื้อต่อสิ่งมีชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพอร์เซเวียแรนซ์เป็นยานหุ่นยนต์สำรวจลำที่ 5 ที่แล่นบนพื้นผิวของดาวอังคาร ทั้งหมดเป็นยานของนาซา โดยยานลำแรกที่ทำสำเร็จคือเมื่อปี 2550 ส่วนลำล่าสุดก่อนหน้านี้คือยานคิวริออสซิตี (Curiosity) ที่ลงจอดเมื่อปี 2555 และยังปฏิบัติงานอยู่ นอกจากยานหุ่นยนต์ นาซายังเพิ่งส่งยานสำรวจอินไซต์ (InSight) ที่เป็นยานลงจอดอยู่ประจำที่ ไปดาวอังคารเมื่อปี 2561 เพื่อศึกษาโครงสร้างส่วนลึกของดาวอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐยังกำลังเตรียมแผนสำหรับภารกิจส่งมนุษย์ไปดาวอังคารในท้ายที่สุด ภายในทศวรรษ 2030 ถึงแม้ว่าแผนนี้ยังอยู่ในขั้นเริ่มต้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93593</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดาวอังคาร, นาซา, ยานเพอร์เซเวียแรนซ์, ลงจอดบนดาวอังคาร, สำรวจดาวอังคาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210219/image_big_602fae5b04f35.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67206</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2020 18:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2020 18:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟ้าไม่เป็นใจ &#039;ทรัมป์&#039;มาเสียเที่ยว สเปซเอ็กซ์เลื่อนส่งจรวดนำนักบินนาซาสู่ ISS</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สเปซเอ็กซ์และนาซาเลื่อนปล่อยจรวดฟอลคอน 9 เพื่อส่งนักบินอวกาศนาซา 2 คนขึ้นไปประจำการบนสถานีอวกาศนานาชาติเมื่อวันพุธ เนื่องจากสภาพอากาศไม่อำนวย สร้างความผิดหวังให้กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ยกคณะมาชมการปล่อยจรวดครั้งประวัติศาสตร์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากซ้ายสุด คาเรน เพนซ์, รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์, นางเมลาเนีย ทรัมป์ และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เยี่ยมชมศูนย์อวกาศเคนเนดีโดยมีเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ก่อนที่การส่งจรวดฟอลคอน 9 จะถูกยกเลิกกะทันหัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สเปซเอ็กซ์และนาซากำหนดยิงจรวดฟอลคอน 9 ขึ้นจากฐานปล่อยจรวดที่ศูนย์อวกาศเคนเนดี รัฐฟลอริดา ในเวลา 16.33 น.วันพุธตามเวลาในสหรัฐ หรือ 03.33 น.วันพฤหัสบดีตามเวลาไทย จรวดลำนี้จะนำยานแคปซูล &amp;quot;ครูว์ ดรากอน&amp;quot; พร้อมนักบินอวกาศนาซา 2 คน คือ บ็อบ เบห์นเคน และดัก เฮอร์ลีย์ ไปประจำการที่สถานีอวกาศนานาชาติ (ไอเอสเอส)&amp;nbsp; โดยจรวดฟอลคอน 9 จะยิงขึ้นจากฐานปล่อยจรวด 39 เอ ฐานปล่อยจรวดเดียวกับที่นำยานอพอลโล 11 ที่นักบินอวกาศนีล อาร์มสตรอง และเพื่อนนักบินอวกาศ เดินทางสำรวจดวงจันทร์ครั้งประวัติศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไมค์ เทย์เลอร์ ผู้อำนวยการส่งจรวดครั้งนี้ แถลงว่า โชคร้ายที่เราไม่สามารถส่งจรวดในวันนี้ได้ โดยยกเลิกส่งจรวดก่อนถึงเวลาปล่อยราว 17 นาที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จิม ไบรเดนสไตน์ ผู้บริหารนาซา กล่าวว่า จำเป็นต้องเลื่อนการส่งจรวดในวันนี้เพราะมีกระแสไฟฟ้าในชั้นบรรยากาศมากเกินไป มีความกังวลว่าถ้าส่งจรวดในสภาพอากาศเช่นนี้ หลังจากนั้นอาจจะทำให้เกิดฟ้าผ่าขึ้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในอดีตเคยเกิดฟ้าผ่าขึ้น 2 ครั้ง ไม่นานหลังการส่งยานอพอลโล 12 สร้างความเสียหายให้กับอุปกรณ์บางอย่าง แต่ไม่เป็นอุปสรรคต่อการส่งยานอพอลโล 12&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลื่อนส่งนักบินอวกาศนาซาสู่สถานีอวกาศนานาชาติเมื่อวันพุธสร้างความผิดหวังให้แก่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และเมลาเนีย ทรัมป์ สตรีหมายเลข 1 รวมถึงรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ และคาเรน ภริยาของเขา ที่เดินทางมาชมการส่งจรวดที่ศูนย์อวกาศเคนเนดี ซึ่งจะเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปี ที่จะส่งนักบินอวกาศนาซาจากแผ่นดินสหรัฐ และเป็นครั้งแรกที่ดำเนินการโดยบริษัทเอกชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบรเดนสไตน์กล่าวว่า เขาทราบดีว่าการเลื่อนส่งจรวดวันนี้สร้างความผิดหวังมาก แต่สภาพอากาศเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เป็นวันที่ดีสำหรับนาซาและสเปซเอ็กซ์ ทีมงานของเราทำงานร่วมกันได้อย่างน่าประทับใจ โดยจะเลื่อนส่งจรวดไปเป็นวันเสาร์นี้ ถ้าสภาพอากาศยังไม่เอื้ออำนวยอีกก็จะเลื่อนส่งจรวดเป็นวันอาทิตย์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67206</URL_LINK>
                <HASHTAG>นาซา, สเปซเอ็กซ์, เลื่อนส่งจรวด, โดนัลด์ ทรัมป์, ไอเอสเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200528/image_big_5ecfa5268de92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67134</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2020 22:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2020 22:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระทึก! นาซาจับมือสเปซเอ็กซ์ ส่งนักบินชาวอเมริกันขึ้นสถานีอวกาศนานาชาติครั้งแรกในรอบ 9 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค.63 - เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ&amp;quot; โพสต์ข้อความว่า นาซาจับมือสเปซเอ็กซ์&amp;nbsp;(SpaceX) ส่งนักบินอวกาศขึ้นสู่สถานีอวกาศนานาชาติจากแผ่นดินอเมริกาครั้งแรกในรอบ 9 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์การบริหารการบินอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NASA) กับบริษัท SpaceX บริษัทเอกชนด้านเทคโนโลยีอวกาศของสหรัฐฯ ร่วมมือกันส่งนักบินอวกาศชุดแรกขึ้นสู่สถานีอวกาศนานาชาติ (ISS)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภารกิจนี้ นับเป็นครั้งแรกที่ใช้จรวดและยานอวกาศจากภาคเอกชน แทนจรวดและยานจากองค์การอวกาศของรัฐบาล และถือเป็นการกลับมาส่งนักบินอวกาศชาวสหรัฐฯ จากแผ่นดินมาตุภูมิสู่สถานีอวกาศนานาชาติครั้งแรกในรอบ 9 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภารกิจครั้งนี้มีชื่อว่า Demo-2 เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Commercial Crew Program มีนักบินอวกาศชาวสหรัฐฯ 2 คน คือ โรเบิร์ต เบห์นเคิน และดักลาส เฮอร์ลีย์ ไปกับยาน Crew Dragon ที่ติดบนยอดจรวดฟัลคอน 9 (Falcon 9) และกำหนดปล่อยขึ้นสู่อวกาศในช่วงเช้ามืดของวันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ.2563 เวลา 03:33 น. (ตามเวลาประเทศไทย) จากฐานปล่อยจรวด 39A ของศูนย์อวกาศเคนเนดี รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักบินอวกาศทั้งสองคนนี้จะขึ้นไปปฏิบัติภารกิจต่อในสถานีอวกาศนานาชาติ ร่วมกับทีมนักบินอวกาศชุด Expedition 63 ที่ประจำสถานีอวกาศแห่งนี้อยู่แล้ว คาดว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจและกลับสู่พื้นโลกไว้ว่าไม่เกินปลายเดือนกันยายน พ.ศ.2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภารกิจ Demo-2 จะช่วยปูพื้นฐานให้กับทางบริษัท SpaceX ทดสอบระบบการส่งมนุษย์ขึ้นสู่อวกาศ ตั้งแต่ฐานยิงจรวด ตัวจรวด ตัวยานบรรทุกนักบินอวกาศ และขีดความสามารถการปฏิบัติภารกิจในโครงการอวกาศ และยังเป็นครั้งแรกที่นักบินอวกาศของทาง NASA จะได้ทดสอบและฝึกใช้งานระบบยานอวกาศภาคเอกชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภารกิจ Demo-2 ถือเป็นก้าวสำคัญก้าวต่อไปในวงการอวกาศสหรัฐฯ เนื่องจากการนำนักบินอวกาศขึ้นไปปฏิบัติภารกิจในอวกาศเที่ยวล่าสุดที่ใช้จรวดและยานของสหรัฐฯ เป็นภารกิจ STS-135 ของยานขนส่งอวกาศแอตแลนติส เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2554 นับเป็นภารกิจครั้งสุดท้ายในการปฏิบัติงานของโครงการยานขนส่งอวกาศ (Space Shuttle) ของสหรัฐฯ ที่มีมาอย่างยาวนานถึง 30 ปี และดักลาส เฮอร์ลีย์ นักบินอวกาศในโครงการ Demo-2 ก็เคยเข้าร่วมภารกิจ STS-135 ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้น สหรัฐฯ ต้องร่วมมือกับรัสเซียมากขึ้น จากการใช้ยานอวกาศและจรวดโซยุซ (Soyuz) พานักบินอวกาศชาวสหรัฐฯ ไปปฏิบัติภารกิจในสถานีอวกาศนานาชาติ หากโครงการ Commercial Crew Program สำเร็จ จะทำให้วงการอวกาศสหรัฐฯ พึ่งพาตนเองได้มากขึ้น ลดการพึ่งพาทางรัสเซีย และเพิ่มบทบาทภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในกิจการอวกาศของประเทศ อีกทั้งสหรัฐฯ สามารถกลับมาเป็นคู่แข่งของรัสเซีย ในการเป็นตัวเลือกเพื่อพามนุษย์ขึ้นสู่อวกาศ ทั้งจากกลุ่มประเทศในยุโรป เอเชีย หรือแม้แต่การท่องเที่ยวอวกาศ (Space tourism) ของมหาเศรษฐี ที่กำลังผูกขาดโดยรัสเซียในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร่วมติดตามและนับถอยหลังภารกิจครั้งนี้ ได้ที่ https://www.nasa.gov/&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรียบเรียง : พิสิฏฐ นิธิยานันท์ - เจ้าหน้าที่สารสนเทศดาราศาสตร์ชำนาญการ สดร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ้างอิง : https://www.nasa.gov/specials/dm2/&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67134</URL_LINK>
                <HASHTAG>NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ, นักบินอวกาศ, นาซา, สถานีอวกาศนานาชาติ, สเปซเอ็กซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200527/image_big_5ece82543f760.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52938</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2019 21:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2019 21:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โบอิ้งทดสอบส่งแคปซูลอวกาศ &#039;สตาร์ไลเนอร์&#039; ไปไอเอสเอส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;บริษัทโบอิ้งที่กำลังเผชิญปัญหารุมเร้ากรณีเครื่องบิน 737 แมกซ์ ปล่อยจรวดส่งแคปซูลอวกาศ &amp;quot;สตาร์ไลเนอร์&amp;quot; พร้อม &amp;quot;โรซี&amp;quot; หุ่นจำลอง ขึ้นไปยังสถานีอวกาศนานาชาติแล้วเมื่อวันศุกร์ ประเดิมการทดสอบภารกิจตามแผนของนาซาเพื่อยุติการพึ่งพายานนำส่งของรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากนาซา เจ้าหน้าที่บริหารของโบอิ้ง, นาซา และยูไนเต็ดลอนช์อัลลายแอนซ์ เดินอยู่ด้านหน้าจรวดแอตลาส 5 ที่ฐานปล่อยจรวด เมื่อวันพฤหัสบดี&amp;nbsp; / NASA / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัท โบอิ้ง ยักษ์ใหญ่ด้านอากาศ-อวกาศของสหรัฐ ได้รับมอบหมายจากองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซา) พร้อมกับบริษัท สเปซเอ็กซ์ ในการพัฒนายานที่ &amp;quot;ผลิตในสหรัฐ&amp;quot; เพื่อนำนักบินอวกาศเดินทางไป-กลับสถานีอวกาศนานาชาติ (ไอเอสเอส) ซึ่งอยู่สูงเหนือระดับน้ำทะเล 400 กิโลเมตร โดยสเปซเอ็กซ์ประสบความสำเร็จในการทดสอบภารกิจไปและกลับจากไอเอสเอสเมื่อเดือนมีนาคม ยาน &amp;quot;ครูว์ดรากอน&amp;quot; พร้อมหุ่นจำลอง &amp;quot;ริปลีย์&amp;quot; กลับถึงโลกอย่างปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามข้อตกลงมูลค่ารวม 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่นาซาจะจ่ายให้โบอิ้งและสเปซเอ็กซ์ ทั้งสองบริษัทนี้จะต้องทำภารกิจนำนักบินอวกาศไป-กลับไอเอสเอส 6 เที่ยว พร้อมนักบินอวกาศครั้งละ 4 คน จนถึงปี 2567 แต่ภารกิจนี้ล่าช้ากว่ากำหนดมาแล้ว 2 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า ภารกิจนี้ของโบอิ้งมีชื่อเสียงเป็นเดิมพัน หลังจากโบอิ้งประสบปัญหาวิกฤติด้านความปลอดภัยของเครื่องบินโบอิ้ง 737 แมกซ์ ที่สั่งระงับการผลิตตั้งแต่ต้นปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แคปซูลสตาร์ไลเนอร์ซึ่งติดตั้งบนหัวจรวดแอตลาส 5 ถูกส่งขึ้นจากแหลมคานาเวอรัลก่อนพระอาทิตย์ขึ้นเวลา 06.36 น. ของวันศุกร์ที่ 20 ธันวาคม ตามเวลาท้องถิ่น (18.36 น.วันเดียวกันของไทย) โดยแคปซูลแยกตัวจากจรวด 15 นาทีหลังจากนั้น เสียงประกาศจากนาซาทีวียืนยันว่า สตาร์ไลเนอร์ลอยในอวกาศด้วยตนเองเป็นครั้งแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บนยานลำนี้มีหุ่นจำลอง &amp;quot;โรซี&amp;quot; ติดยานไปด้วย โดยจะใช้เวลาเดินทางราว 25 ชั่วโมง จากนั้นจะเข้าเทียบไอเอสเอสโดยอัตโนมัติ แล้ววันที่ 28 ธันวาคม ยานจะกลับถึงโลกบริเวณตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่นาซายุติโครงการกระสวยอวกาศเมื่อปี 2554 ภายหลังภารกิจยาวนาน 30 ปี การนำนักบินอวกาศเดินทางไป-กลับระหว่างโลกกับไอเอสเอสต้องพึ่งพาจรวดโซยุซของรัสเซียเพียงอย่างเดียว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52938</URL_LINK>
                <HASHTAG>นาซา, สตาร์ไลเนอร์, สถานีอวกาศนานาชาติ, แคปซูลอวกาศ, โบอิ้ง, ไอเอสเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191220/image_big_5dfcd2e249586.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
