<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69025</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2020 08:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2020 08:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พงศกร รอดชมภู&#039; ติวเข้มตำราว่าด้วยประชาธิปไตย &#039;ฝ่ายซ้าย-ขวา&#039; ปะทะกัน ระบบราชการอย่าจุ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มิ.ย.63 - พล.ท.พงศกร รอดชมภู อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ และอดีตรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ตำราว่าด้วยประชาธิปไตย ธรรมชาติของประชาธิปไตยหากวัดกันแบบยุโรปคือซ้ายสุดเป็นคอมมิวนิสต์ ขวาสุดเป็นฟาสซิสต์ เป็นนาซี ประชาธิปไตยจะไม่ไปสุดทางทั้ง ๒ ด้าน คือจะไม่มีการใช้อำนาจรัฐมากในการบังคับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุดมการณ์ทางการเมืองซ้ายสุดจะเป็นความเห็นว่าให้รัฐควบคุมทุกอย่างเพื่อกระจายสินค้า และบริการให้เท่าเทียมกัน คำว่าเท่าเทียมกันหรือเสมอภาคเท่ากันเป๊ะ ๆ คือแนวคิดของมาร์กซิส เพื่อนใกล้ชิดกับคอมมิวนิสต์คือสังคมนิยมและยังคงต้องการให้รัฐบริหารทรัพยากรให้ประชาชนเช่นกัน ทั้งการกำหนดเวลาทำงาน อัตราภาษี ต่างๆ ที่สูงมาก เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุดมการณ์ทางการเมืองขวาสุดก็ใช้รัฐเช่นกัน แต่ให้ทำตามผู้นำ มีรัฐคอยชี้นำประชาชนให้เดินตาม เพื่อนใกล้ชิดกับฟาสซิสต์ที่สุดและไปไกลกว่ามาก ๆ คืออนาธิปไตย (anarchism) ที่ถือคติว่า พวกของตัวเองถูกต้อง เป็นที่ตั้ง อยากทำอะไรก็ได้เช่นทำจลาจล ทำลายข้าวของ บางกลุ่มอย่างเสรีแบบสุดขั้วจะพยายามหนีจากอำนาจรัฐไปสร้างชุมชนของตน สมัยก่อนเรียกกันว่าพวกฮิปปี้ (libertarianism) เพื่อนที่อยู่ใกล้ประชาธิปไตยเข้ามาคือ ระบอบกษัตริย์ เพราะแม้จะมีอำนาจเด็ดขาดเหมือนเผด็จการทหารหรือฟาสซิสต์ นาซี แต่จะถูกจำกัดไว้ด้วยประเพณีบางอย่าง เช่น ไม่โกหก ไม่คืนคำเป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาที่เราควรต้องรู้จักจริง ๆ คือประชาธิปไตย ตามแกนสองมิติ จะพบว่าขวาสุดหรืออนุรักษ์นิยม จะไม่นิยมให้รัฐเข้ามาครอบงำประชาชน ปล่อยให้ระบบทุนนิยมทำงานไปเองจะมีประสิทธิภาพที่สุด แนวทางนี้คือรีพับลิกันของสหรัฐฯที่เรียกว่าเศรษฐกิจแบบเสรีนิยม การเมืองแบบประชาธิปไตย มาตรงกลางคือรัฐมีการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจบางส่วนโดยไม่ทำให้กลไกตลาดบิดเบือน เรียกว่าระบบเศรษฐกิจแบบผสม การเมืองแบบประชาธิปไตย ด้านมาทางซ้ายเรียกว่า สังคมนิยมประชาธิปไตย ซึ่งไม่ใช่รัฐแบบสังคมนิยม ยังคงเป็นการเมืองแบบประชาธิปไตย ส่วนเศรษฐกิจนั้นรัฐจะเข้ามาจัดการเก็บภาษีแพงเพื่อสร้างสวัสดิการให้ประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การพูดถึงประชาธิปไตย ก็ต้องเข้าใจแนวทางเศรษฐกิจทั้ง ๓ แนวทางนี้ด้วย แต่หากเมื่อใดเรียกร้องให้รัฐเข้ามาจัดการประชาชน นั่นคือแนวคิดแบบไม่เผด็จการขวาจัดก็เผด็จการคอมมิวนิสต์แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นเราจะพบว่าฝรั่งจะไม่พยายามพึ่งพารัฐ บางคนสมัครใจเป็นผู้ไร้บ้าน แม้รัฐจะจัดการดี มีการขึ้นทะเบียน มีที่พักและอาหารให้ เขาก็ยังพยายามออกไปทำงานหาเงินเอง เพราะการไม่พึ่งพารัฐหมายถึงอิสรภาพด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทีนี้ลองมาดูความสัมพันธ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจแบบ ๓ มิติ เอามาวางไว้ ๒ รูป สรุปได้ว่า มีการถ่วงดุลระหว่างความมั่นคงและอิสรภาพ ทั้งในแง่การเมืองและเศรษฐกิจ อุดมการณ์ทางการเมืองจะเป็นแบบใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าต้องการอิสระทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจ ก็จะเป็น อนาธิปไตย ถ้าต้องการความมั่นคง (รัฐเข้ามามาก ๆ) ก็เป็นเผด็จการฟาสซิสต์หรือคอมมิวนิสต์ คือถ้าเน้นเศรษฐกิจให้รัฐจัดการมาก ๆ ก็เป็นคอมมิวนิสต์ ถ้าเน้นรัฐดูแลควบคุมคนมากกว่าเศรษฐกิจก็เป็นเผด็จการทหารหรือฟาสซิสต์ไป หรือหากคุมทั้งคน คุมทั้งเศรษฐกิจของทุกคนก็เป็นทรราช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนประชาธิปไตยอยู่ตรงกลาง ๆ ถ้าเน้นปล่อยเศรษฐกิจตามกลไกตลาดก็คือรีพับลิกัน ถ้าให้รัฐดูแลเศรษฐกิจมากหน่อยก็เป็นเดโมแครต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย จะดูแลเศรษฐกิจ ดูแลสวัสดิการของแรงงานมากหน่อย คนเสียภาษีมาก แต่ก็มีบำนาญและการดูแลที่ดีกว่าการปล่อยไปตามกลไกตลาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอเข้าใจกลไกทางการเมืองและเศรษฐกิจแล้ว ก็จะขอแนวการมองการเมืองแบบอเมริกันมาให้ศึกษาต่อกันเลยว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวอเมริกันมองว่าการเมืองวัดกันตรงที่รัฐเข้ามายุ่งกับเศรษฐกิจมากแค่ไหน ถ้าไม่ยุ่งเลยเป็นขวาสุดคือ อนาธิปไตย ใครใคร่ทำอะไรก็ทำไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซ้ายสุดคือการที่รัฐใช้อำนาจปกครองประชาชนเต็มรูป ซึ่งจัดให้คอมมิวนิสต์และฟาสซิสต์อยู่ในกลุ่มเดียวกันคือซ้ายสุด ไม่น่าเชื่อว่าพรรคนาซี ก็เป็นคำย่อมาจากพรรคสังคมนิยมชาตินิยมนั่นเองคือตั้งใจคุมการเมืองและเศรษฐกิจทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการมองการเมืองแบบอเมริกัน เราจะพบว่าด้านขวาสุดคือพวกอนาธิปไตยนั้นไร้กฎเกณฑ์ ไม่ถือว่าเป็นประชาธิปไตย พอ ๆ กับด้านซ้ายสุดที่อำนาจรัฐปกครองประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถัดจากขวาสุดมาคือแบบของสหรัฐฯ ที่เรียกว่าสาธารณรัฐเป็นแนวทางของพรรครีพับลิกัน ใช้คติแบบโปเตสแตนท์คือผู้ทำงานได้บุญ รัฐจะแทรกแซงกลไกต่าง ๆ ทางเศรษฐกิจน้อยมาก ถัดมาทางซ้ายคือเดโมแครตที่ชอบให้รัฐเข้ามาจัดสวัสดิการให้ผู้เสียโอกาส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถัดมาทางซ้ายคือ Oligarchy หมายถึงมีชนชั้นนำน้อยรายควบคุมระบบเศรษฐกิจไว้แทนคนทั้งประเทศ แนวทางนี้เห็นทีจะเหมาะสำหรับสังคม นายทุน-ขุนนาง-ขุนศึกแบบไทย ๆ เรา อย่างไรก็ตามแนวทางนี้ยังอยู่ในกรอบประชาธิปไตยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุปก็คือ วิถีทางประชาธิปไตยมีการให้เสรีภาพในการแสดงออก โดยมีแนวทางด้านเศรษฐกิจอยู่ใหญ่ๆ ๓ ทางคือ รัฐไม่ยุ่งปล่อยภาคเอกชนเดินหน้า หรือรัฐยุ่งบ้างไม่มากนักด้านเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นแนวทางของพรรคเดโมแครตของสหรัฐฯ หรือพรรคแรงงานของอีกหลายประเทศ และในสังคมนิยมประชาธิปไตยแบบของสแกนดิเนเวีย ซึ่งมีระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขที่เข้มแข็ง ประชาชนแม้ทำงานหนัก ภาษีแรง แต่สวัสดิการดีเยี่ยม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่เป็นปัญหาของไทยคือ ปากพูดว่าเป็นประชาธิปไตย แต่เนื้อหาที่เสนอไม่เป็นแบบคอมมิวนิสต์ก็เป็นแบบฟาสซิสต์หรือนาซีไป จะรู้ตัวหรือไม่เท่านั้น ซึ่งทั้ง ๒ แนวทางหมายถึงการใช้กำลังเข้าปะทะกันเสียมากกว่าจะได้ประชาธิปไตยจริงๆเกิดขึ้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะเห็นว่าการพึ่งพาระบบราชการรวมศูนย์ การขอให้รัฐเข้ามาช่วยจัดการโน่น นี่ นั่นนั้น อันตรายสำหรับประชาธิปไตยครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69025</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอมมิวนิสต์, นาซี, พล.ท.พงศกร รอดชมภู, ระบอบประชาธิปไตย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200107/image_big_5e13dfd7a45b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39434</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2019 17:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2019 17:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส้มหวาน&#039;เวอร์วังอลังการ!ปั่นคสช.น่ากลัวเทียบชั้น เกสตาโป-นาซี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มิ.ย.62- เพจพรรคอนาคตใหม่ - Future Forward Party เผยแพร่คำให้สัมภาษณ์ของพล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ประเด็นข้อกังวลเกี่ยวกับบทบาทของ คสช. และ กอ.รมน. ที่จะยังคงมีอำนาจตามประกาศและคำสั่ง คสช. อยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย พล.ท.พงศกรระบุว่าแม้ทุกวันนี้เราเชื่อกันว่าเมื่อมีรัฐบาลใหม่แล้ว มาตรา 44 ตามรัฐธรรมนูญและการใช้อำนาจของ คสช. จะหมดไป ทุกคนจะกลับสู่ชีวิตปกติ แต่นั่นไม่เป็นความจริง เพราะจะยังมีกฎหมายต่างๆ แฝงตัวเข้าไปอยู่ในร่างพระราชบัญญัติและระเบียบต่างๆ ของทางราชการมากมายไปหมด โดยในวันนี้ขอกล่าวถึงเรื่องของ กอ.รมน. โดยเฉพาะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.พงศกรกล่าวว่าในรอบสองสามวันที่ผ่านมานี้ มีความเคลื่อนไหวในส่วนของ กอ.รมน. ที่มีท่าทีว่าจะรับภารกิจต่อจาก คสช. และมีการเปลี่ยนแปลงเป็นไม่รับในเวลาต่อมา แสดงให้เห็นว่าความเคลื่อนไหวของทหาร โดยเฉพาะใน กอ.รมน.จะยังคงมีบทบาทต่อไปในการควบคุมประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนหนึ่งคืออำนาจหน้าที่ที่ กอ.รมน. ได้รับมาจากคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 51/60 ที่ให้อำนาจในการประเมินภัยคุกคามที่อาจจะเกิดขึ้น โดยในมาตรา 11 ที่มีการเพิ่มเติมให้แม่ทัพภาคเป็นผู้นั่งหัวโต๊ะประชุมร่วมกับส่วนราชการต่างๆ เช่นอัยการสูงสุด ตำรวจ ผู้ว่าราชการจังหวัด และข้าราชการพลเรือนจากภาคส่วนต่างๆ ซึ่งมีปัญหามาก เพราะปกติในการดำเนินกระบวนการยุติธรรม อำนาจต่างๆ ต้องแยกออกจากกัน เมื่อตำรวจและอัยการซึ่งควรจะแยกจากกันเพื่อตรวจสองถ่วงดุล กลับมาอยู่ด้วยกันภายใต้การดูแลของแม่ทัพภาค อาจจะเกิดการรวมศูนย์ความคิดขึ้นมาไปในทิศทางเดียวกัน โดยไม่มีการตรวจสอบถ่วงดุลกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เวลาอยู่ด้วยกันแล้วคนนั่งหัวโต๊ะเป็นแม่ทัพภาค อยู่เหนือผู้ว่าราชการจังหวัด อยู่เหนืออัยการ อยู่เหนือตำรวจ อันนี้ก็เป็นปัญหาแล้ว แต่เดิมเคยมีคณะกรรมการแบบนี้จริงแต่ไม่มีอำนาจมาก คือเป็นเรื่องการขอความร่วมมือ แต่ปัจจุบันนี้เป็นลักษณะการสั่งการ แล้วสิ่งที่มันจะเกิดปัญหาก็คือ ในมาตรา 13 ที่บอกว่าเชิญคนก็ได้เอาวัตถุสิ่งของเอกสารราชการก็ได้ บุคคลทั่วไปก็ได้ แปลว่าประชาชนธรรมดานั่งอยู่กับบ้านก็มีคนมาเยี่ยมได้ ซึ่งจริงๆไม่ควรมีเลย&amp;rdquo; พล.ท.พงศกรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นในมาตรา 13 ยังได้ถ่ายอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัด รับมอบนโยบายต่อจากแม่ทัพภาค ซึ่งในสถานการณ์ปัจจุบันที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอยู่ภายใต้การควบคุมของส่วนภูมิภาคไปแล้ว จะทำให้ประชาชนไม่มีที่พึ่ง และจะเห็นว่าโครงสร้างเครือข่ายในการควบคุมประชาชน ตั้งแต่รัฐบาล คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ เรื่อยลงไปจนถึงประชาชน อยู่ภายใต้การควบคุมของกลไกที่มาจาก คสช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้าจะให้ผมนิยามแบบง่ายๆ มันคือเกสตาโปในสมัยนาซี เข้าถึงได้ทุกบ้าน เข้าถึงได้ทุกแห่ง และถ้าประชาชนอยากจะเรียกร้องแก้ไขเปลี่ยนแปลง ก็ต้องไปร้องที่องค์กรอิสระ ซึ่งสุดท้ายองค์กรอิสระก็อยู่ภายใต้การกำกับของ ส.ว. อีกที ซึ่ง คสช.เป็นผู้แต่งตั้งมา ดังนั้นสิ่งต่างๆ เหล่านี้คือวงจรของคณะ คสช. ซึ่งไม่หมดไป&amp;rdquo; พล.ท.พงศกรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.พงศกรยังระบุต่อว่าในสิ่งที่พรรคอนาคตใหม่กำลังจะทำกับภาคประชาชนก็คือการเสนอกฎหมายที่จะถอนอำนาจ คสช.ร่วมกับพรรคการเมืองอื่นๆนั้น ตนเชื่อว่าในเวลา 3-6 เดือนข้างหน้า ถ้าเราทำได้อย่างแข็งขันจริงและพรรคฝ่ายรัฐบาลเห็นด้วยในฐานะที่เป็นพรรคการเมืองด้วยกันในการถอนอำนาจของ คสช. เสีย เราจะทำได้สำเร็จ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ถ้าขาดความร่วมมือจากประชาชนและการผลักดันร่วมไม้ร่วมมือจากทางภาคการเมือง เรื่องนี้จะไม่สำเร็จ และเราจะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดขององค์กรบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เป็นที่ปรารถนา และสุดท้ายสิทธิเสรีภาพของประชาชนจะมีปัญหาในที่สุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39434</URL_LINK>
                <HASHTAG>-พล.ท.พงศกร รอดชมภู, กอ.รมน., คสช., นาซี, อนาคตใหม่, เกสตาโป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190625/image_big_5d11f1602424a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27709</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2019 18:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2019 18:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จะสื่ออะไร!&#039;โบว์&#039;แชร์โพสต์&#039;เกิดไม่ทันยุคนาซีแต่จำขึ้นใจเจ้าชายสิทธัตถะเกิดมาเดินได้ 7 ก้าวทันที&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ม.ค.62- &amp;nbsp;ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง &amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้แชร์โพสต์ ของผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ สุรพศ ทวีศักดิ์ ที่โพสต์ข้อความว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ฉันเกิดไม่ทันยุคนาซี แต่ฉันจำขึ้นใจเสมอว่าเจ้าชายสิทธัตถะเกิดมาเดินได้ 7 ก้าว ทันที&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โบว์ ณัฏฐา แสดงความเห็นในโพสต์ดังกล่าวว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เออ.. อันนี้ เค้าให้เราเรียน&amp;quot;

&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27709</URL_LINK>
                <HASHTAG>นาซี, เจ้าชายสิทธัตถะ, เดินได้ 7 ก้าว, โบว์ อยากเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190128/image_big_5c4eea2f330e7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27605</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2019 14:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/01/2019 14:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;น้ำใส BNK48&#039;ร่ำไห้ขอโทษ เหตุใส่เสื้อสัญลักษณ์&#039;นาซี&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หลังจากที่เกิดประเด็นดราม่าของ น้ำใส-พิชญาภา นาถา หนึ่งในสมาชิกวง BNK48 ม่าใส่เสื้อที่มีสัญลักษณ์สวัสติกะของพรรคนาซีเยอรมนี ไปซ้อมคอนเสิร์ตใหญ่เมื่อวันก่อน จนถูกวิจารณ์ถึงความไม่สมควร ถึงขั้นเพจของ สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าว จนนักร้องสาวต้องขอโทษแฟนๆและประชาชนกลางคอนเสิร์ตทั้งน้ำตา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จนเมื่อคืนนี้เจ้าตัวได้โพสต์ข้อความขอโทษอีกครั้งผ่านเพจ Namsai BNK48 ว่า &amp;quot;สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หนูรู้สึกเสียใจและรู้สึกผิดเป็นอย่างมาก ทุกสิ่งเกิดขึ้นมาจากความผิดพลาดของหนูเอง ขอน้อมรับความผิดพลาดทั้งหมดที่เกิดขึ้นค่ะ บนโลกใบนี้มีสิ่งต่างๆที่หนูจะต้องเรียนรู้อีกมากมายโปรดให้คำชี้แนะและตักเตือน เพื่อให้หนูได้โตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในวันข้างหน้า หนูไม่อาจกลับไปแก้ไขความผิดพลาดนั้นได้ แต่หนูสัญญาว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก โปรดให้อภัยหนูด้วยนะคะ #BNK48 #NamsaiBNK48&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ซึ่งวันนี้ (27 มกราคม) ถือเป็นวันรำลึกถึงเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวสากล หรือ โฮโลคอสต์ โดยประชากรโลกจะร่วมไว้อาลัยให้ชาวยิว 6 ล้านคนที่ถูกสังหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจากเพจ&amp;nbsp;Namsai BNK48
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27605</URL_LINK>
                <HASHTAG>BNK48, ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว, ชาวยิว, นาซี, น้ำใส BNK48, น้ำใส-พิชญาภา นาถา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190127/image_big_5c4d59bc3ccad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
