<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>26500</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2019 14:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2019 12:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาซิ!&#039;ปลอด&#039;ยกปมฝุ่นละอองด่าทหารโง่บีบ&#039;ปู&#039;ปฎิเสธนาซ่าเข้าไทยทำวิจัยเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ม.ค.62- นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊คว่า ละอองลอยฝุ่นมหาภัย หนังสือพิมพ์เกือบทุกฉบับลงข่าวปริมาณฝุ่นละอองในอากาศใน กทม.มีมากเกินมาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม.) จนอาจเป็นอันตรายได้ ในฐานะเคยเป็นปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเป็นนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมมาก่อน จึงเห็นว่าจะให้ความรู้และข้อคิดเพื่อบรรเทาปัญหาดังกล่าว ละออองลอยนี้หากเป็นในเมืองมักเกิดจากฝุ่นละอองจากการก่อสร้าง ละอองการเผาไหม้ จากไอเสียรถยนต์ เป็นต้น เหตุที่เกิดมากในเมืองช่วงนี้เพราะเป็นฤดูหนาว ความกดอากาศสูงจากจีนซึ่งแห้งและหนักจะกดละอองลอยเหล่านี้ให้อยู่กับที่เป็นโดมคลุมเมืองเหมือนร่มใหญ่แถมบ้านเราอากาศชื้นตอนเช้าจึงเกิดเป็นหมอกและไปผสมกับละอองลอยจึงทวีปัญหาเข้าไปอีก ช่วงมกราคมและกุมภาพันธ์จะปรากฎในเมืองใหญ่แต่หลังเมษายนแล้ว จะไปเกิดตามป่าเขาเพราะเป็นเรื่องของไฟป่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปลอดประสพกล่าวว่า การทุเลาปัญหาในฐานะรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยขอแนะนำโดยสังเขป ดังนี้ 1.ระดมรถน้ำรถดับเพลิงล้างถนนทุกคืน 2.สถานที่ก่อสร้างให้มีการฉีดฝอยน้ำทำอย่างน้อยวันละสองครั้ง 3.ระงับการเผาทุกอย่างในที่โล่ง 4.รถยนต์เมื่อจอดหรือติดไฟแดงขอให้ดับเครื่อง 5.ปลูกหญ้าตามไหล่ถนนและอย่าให้รถวิ่งลงมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่จริงแล้วยังมีต้นกำเนิดของละอองลอยประเภทของเหลวอีกประเทหนึ่ง ซึ่งไทยเรามีความรู้น้อยมาก สิ่งนั้นคือ ไอน้ำเค็มจากทะเล แต่น่าเสียดายอย่างยิ่งความจริง NASA เขาเสนอเข้ามาทำการสำรวจและวิจัยพร้อมพัฒนาทำแผนที่การแพร่กระจายในอากาศระดับสูงให้ แต่อนิจจาประเทศไทยขอบริหารโดยทหารซึ่งคิดแต่เรื่องมั่นคงจนลืมหูลืมตาไม่ขึ้น บีบให้ท่านยิ่งลักษณ์ปฏิเสธข้อเสนอ ผมถูกปลุกให้ไปร่วมประชุมกับฝ่ายทหารแต่เช้ามืดที่พัทยา ยังจำได้ดี ผมและกระทรวงต่างประเทศได้ให้ข้อมูลว่าทางจีนเขาไม่ว่าอะไรเพราะทาง NASA เคยทำกับจีนมาแล้ว แต่ก็ไม่ยอมฟัง แล้วยังไงครับ ยังโง่เหมือนเดิมต่อไปอีกใช่ไหม ตอนนี้มีปัญหาแล้วพวกคุณช่วยอะไรได้ไหม กรรมของประเทศจริงๆ&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26500</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคเพื่อไทย, ทหาร, น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, นาซ่า, ปลอดประสพ สุรัสวดี, ฝุ่นละอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180210/image_big_5a7e9ef9ab5fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24742</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/12/2018 11:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/12/2018 11:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นาซาเผยดาวเสาร์จะไร้&#039;วงแหวน&#039;ที่กำลังหายไปอย่างช้าๆคาดว่าใช้เวลา300ล้านปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ:www.nasa.gov&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ธ.ค.61- เพจสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ Fan Page เผยแพร่ข้อมูลดาราศาสตร์ ระบุว่า วงแหวนของดาวเสาร์กำลังหายไป !!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นาซาเผย &amp;ldquo;วงแหวนดาวเสาร์&amp;rdquo; กำลังหายไปอย่างช้า ๆ คาดว่าอีก 300 ล้านปี ดาวเสาร์จะไร้ซึ่งวงแหวน !&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานวิจัยครั้งนี้นำทีมโดย James O&amp;#39;Donoghue นักวิจัยจากศูนย์การบินอวกาศก็อดดาร์ด ของนาซา วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากกล้องโทรทรรศน์เค็ก (Keck Telescope) เป็นกล้องคุณภาพสูงที่ติดตั้งอยู่บริเวณจุดสูงสุดของเมานาคี รัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 เมตร พบว่ามวลสารของวงแหวนกำลังตกลงสู่ชั้นบรรยากาศของดาวเสาร์ ในอัตรา 432 - 2870 กิโลกรัมต่อวินาที จึงคาดการณ์ว่าอีกประมาณ 300 ล้านปี วงแหวนของดาวเสาร์จะหายไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#เกิดอะไรขึ้นกับวงแหวนของดาวเสาร์ ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วงแหวนดาวเสาร์ประกอบด้วยน้ำแข็งเป็นส่วนใหญ่ มีหลายขนาด โคจรอยู่รอบดาวเสาร์ที่ระยะห่างตั้งแต่ 60,000 ถึง 480,000 กิโลเมตร เมื่อพลาสมาในอวกาศและรังสีอัลตราไวโอเลตจากดวงอาทิตย์ปะทะเข้ากับน้ำแข็งในวงแหวน โมเลกุลน้ำจะแตกตัวเป็นอนุภาคมีประจุ สนามแม่เหล็กของดาวเสาร์จะทำให้อนุภาคเหล่านี้หลุดออกจากวงแหวนและพุ่งเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของดาวเสาร์ตามเส้นสนามแม่เหล็ก ชั้นบรรยากาศบริเวณนั้นจึงเปล่งแสงในช่วงคลื่นอินฟราเรดออกมา มีลักษณะคล้าย &amp;ldquo;ฝนที่ตกลงมาจากวงแหวนของดาว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลการศึกษาครั้งนี้คำนวณได้ว่า #วงแหวนดาวเสาร์ ก่อตัวขึ้นมาประมาณ 100 ล้านปีที่แล้ว เป็นหนึ่งในหลักฐานที่บ่งชี้ว่า วงแหวนของดาวเสาร์ไม่ได้ก่อตัวขึ้นพร้อมกับดาวเสาร์ (ดาวเสาร์มีอายุประมาณ 3,000 ล้านปี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ทีมวิจัยยังพบแหล่งกำเนิดรังสีอินฟราเรดอื่นที่ไม่ได้เกิดจากน้ำแข็งของวงแหวน คือ อนุภาคมีประจุที่พ่นออกมาจากน้ำพุบนดวงจันทร์เอนเซลาดัส (Enceladus) แล้วถูกสนามแม่เหล็กดาวเสาร์ดึงดูดเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของตัวดาวเช่นเดียวกับฝนจากวงแหวน แต่ตกลงสู่ชั้นบรรยากาศในตำแหน่งที่แตกต่างกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานวิจัยชิ้นนี้วิเคราะห์ข้อมูลที่บันทึกไว้เมื่อ 7 ปีที่แล้ว และเมื่อนำข้อมูลที่ได้จากยานอวกาศแคสสินีมาวิเคราะห์เพิ่มเติมก็พบว่าวงแหวนของดาวเสาร์อาจจะมีอายุไม่ถึง 100 ล้านปี นับเป็นความโชคดีของมนุษย์ในยุคนี้ที่ยังได้เห็นความสวยงามของดาวเสาร์ ดาวเคราะห์ที่ได้ชื่อว่าเป็น #ราชาแห่งวงแหวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรียบเรียง : ธนกร อังค์วัฒนะ - เจ้าหน้าที่สารสนเทศดาราศาสตร์ สดร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ้างอิง :
[1] https://www.nasa.gov/press-release/goddard/2018/ring-rain
[2] https://www.sciencedirect.com/&amp;hellip;/arti&amp;hellip;/pii/S0019103518302999&amp;hellip;
[3] https://nssdc.gsfc.nasa.gov/plan&amp;hellip;/factsheet/satringfact.html&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24742</URL_LINK>
                <HASHTAG>300 ล้านปี, นาซ่า, วงแหวนดาวเสาร์กำลังหายไป, สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ Fan Page</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181221/image_big_5c1c693f235fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
