<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106615</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2021 22:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ให้1หมื่นแจ้งจับ ขายวัคซีนปลอม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โคราชบูรณาการ นายก อบจ.ตั้งค่าหัว 10,000 บาท แจ้งเบาะแสจับมิจฉาชีพหลอกขายวัคซีนโรคลัมปี สกิน หลังพบระบาดใน 23 อำเภอ พร้อมจัดกิจกรรมสกัดโรคลัมปี สกิน ในโค กระบือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2564 ที่ศาลาประชาคม บ้านตลิ่งชัน ต.จระเข้หิน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา นายกอบชัย บุญอรณะ ผวจ.นครราชสีมา เป็นประธานเปิดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันและควบคุมโรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ และกิจกรรมอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทย &amp;nbsp;โดยมี ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา และนายพศวีร์ สมใจ ปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมา กล่าวรายงาน และ ส.จ.ในพื้นที่ อ.ครบุรี, อ.เสิงสาง, อ.ปักธงชัย ร่วมงาน พร้อมกันนี้หลังจากพิธีเปิดงาน นายกอบชัย บุญอรณะ ผวจ.นครราชสีมา พร้อมด้วย และส่วนราชการร่วมมอบอุปกรณ์น้ำยาฉีดพ่นฆ่าพาหะนำโรคให้แก่เกษตรกรในพื้นที่บ้านตลิ่งชัน ต.จระเข้หินอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นาย กอบชับ บุญอรณะ ผวจ.นครราชสีมา กล่าวว่า ขณะนี้ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาได้พบการระบาดของโรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ ปัจจุบันพบการระบาดของโรคในพื้นที่ 23 อำเภอ โค-กระบือป่วยสะสม จำนวน 9,249 ตัว ตาย 105 ตัว และมีแนวโน้มที่จะแพร่กระจายไปในวงกว้าง ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ สูญเสียรายได้และมีภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลสัตว์เพิ่มขึ้น การจัดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันและควบคุมโรคลัมปี สกิน ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ หันมาให้ความสำคัญกับการสุขาภิบาลสัตว์หรือการเลี้ยงดูสัตว์ที่ดี ให้กินอิ่ม นอนอุ่น โดยเน้นการป้องกันและควบคุมโรคลัมปี สกิน กำจัดแมลงพาหะ ยุง เห็บ เหลือบและแมลงวัน ที่เป็นตัวกลางในการแพร่กระจายโรคที่สำคัญ ได้แก่การกำจัดแหล่งน้ำเพาะพันธุ์ยุง การทำความสะอาดคอก กางมุ้งให้สัตว์ ติดไฟไล่แมลง และการใช้พืชสมุนไพร จะทำให้การแพร่กระจายของเชื้อโรคจากสัตว์ที่ป่วยไปสู่สัตว์ตัวอื่นลดน้อยลง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม จากการระบาดของโรคพบว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพแอบอ้างว่ามีวัคซีนป้องกันโรคลัมปี สกิน ไปหลอกจำหน่ายให้กับกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งต้องบอกว่าวัคซีนดังกล่าวถือเป็นวัคซีนเถื่อน และไม่มีคุณสมบัติในการป้องกันโรคแต่อย่างใด มีแต่หน่วยงานของภาครัฐเท่านั้นที่มีวัคซีนป้องกันโรคนี้ได้ และจะดำเนินการฉีดให้กับเกษตรกรโดยไม่มีค่าใช้จ่าย หากเกษตรกรพื้นที่ใดพบกลุ่มบุคคลเข้ามาแอบอ้างจำหน่ายวัคซีนให้ จงอย่าหลงเชื่อและให้รีบแจ้งผู้นำชุมชน เจ้าหน้าที่ตำรวจทันที เพื่อจับกุมดำเนินคดี โดยทางจังหวัดร่วมกับ อบจ.นม พร้อมมอบเงินรางวัลนำจับให้จำนวน 10,000 บาท สำหรับประชาชนที่แจ้งเบาะแสไปสู่การจับกุมกลุ่มคนที่แอบอ้างจำหน่ายวัคซีนโรคลัมปี สกิน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นายพศวีร์ สมใจ ปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า สำหรับกิจกรรมอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทย จังหวัดนครราชสีมา ได้ดำเนินการในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบัวใหญ่ อำเภอคง อำเภอสีดา อำเภอเสิงสาง และอำเภอครบุรี มีเกษตรกรเข้าร่วมจำนวน 476 ราย แม่กระบือ 514 ตัว โดยสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ ศูนย์วิจัยการผสมเทียมและเทคโนโลยีชีวภาพนครราชสีมา และจิตอาสาพระราชทาน ได้ร่วมกันดำเนินการประชุมชี้แจงกิจกรรม อบรมให้ความรู้ ตรวจสุขภาพแม่กระบือ ถ่ายพยาธิ ทำบัตรประจำตัวสัตว์ และเหนี่ยวนำการเป็นสัตว์ เพื่อให้แม่กระบือพร้อมรับการผสมเทียมน้ำเชื้อพ่อพันธุ์คุณภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินการสนับสนุนน้ำเชื้อพ่อพันธุ์คุณภาพ ให้กับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอนำมาผสมเทียมให้กับแม่กระบือที่เข้าร่วมกิจกรรมทุกกลุ่มแล้ว ส่วนในพื้นที่บ้านตลิ่งชัน ตำบลจระเข้หิน อำเภอครบุรี กรมปศุสัตว์ได้เข้ามาส่งเสริมให้เกษตรกรมีการเลี้ยงกระบือเพิ่มขึ้น เมื่อปี 2560 ตามโครงการธนาคารโค-กระบือ เพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ จำนวน 239 ราย แม่กระบือ 239 ตัว ปัจจุบันในหมู่บ้านมีเกษตรกรที่เลี้ยงกระบือ จำนวน 264 ราย จำนวนกระบือประมาณ 1,000 ตัว เป็นหมู่บ้านที่มีการเลี้ยงกระบือจำนวนมากเป็นพิเศษ และเกษตรกรได้เลี้ยงกระบือสืบทอดกันมาเป็นระยะเวลานานมากกว่า 18 ปี มีพื้นที่แหล่งน้ำ และพืชอาหารสัตว์ที่เหมาะสมต่อการเลี้ยงกระบือ ชุมชนมีความเข้มแข็งและให้ความร่วมมือกับทางราชการเป็นอย่างดี และกลุ่มผู้เลี้ยงกระบือบ้านตลิ่งชันได้เข้าร่วมกิจกรรมอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทย เพื่อพัฒนาสายพันธุ์กระบือในพื้นที่ เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับกระบือที่เลี้ยงได้เป็นอย่างดี.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106615</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายก อบจ., วัคซีนปลอม, หลอกขายวัคซีนโรคลัมปี, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210616/image_big_60c9fdf388c0f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101346</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรัพย์สินนายกอบจ.อู้ฟู่ ตรังมึนเหตุเลือกตั้งใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ป.ป.ช.เปิดบัญชีทรัพย์สิน &amp;quot;นายก อบจ.&amp;quot; หลายจังหวัด &amp;quot;กำแพงเพชร&amp;quot; พี่ชายอดีต รมต.วราเทพ รวย 20.4 ล้านบาท &amp;quot;นครศรีธรรมราช&amp;quot; แม่ ส.ส.ปชป.อู้ฟู่ &amp;quot;เรืองไกร&amp;quot; ข้องใจ &amp;quot;รมต.วีรศักดิ์-ภรรยา&amp;quot; ยื่นบัญชี จี้สอบซ้ำ &amp;quot;ผู้ชนะเลือกตั้ง อบจ.ตรัง&amp;quot; โวย กกต.ประกาศเลือกตั้งใหม่ หลังมีบัตรเลือกตั้งหาย 1 ใบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 เม.ย. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของ น.ส.ศุภพานี โพธิ์สุ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม มีบัญชีทรัพย์สินทั้งสิ้น 63,430,233 บาท ได้แก่เงินสด 1,000,000 บาท เงินฝาก 2,165,808 บาท เงินลงทุน 780,000 บาท เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท ปานทองธุรกิจ จำกัด และบริษัท พารวย อินเตอร์ เทรด จำกัด เงินให้กู้ยืม 10,008,000 บาท โฉนดจำนวน 14 รายการ เกือบทั้งหมดอยู่ในจังหวัดนครพนม มีเพียงแห่งเดียวอยู่ในเขตจตุจักร กทม. ส่วนหนี้สินรวมทั้งสิ้น 4,418,698 บาท ซึ่งเป็นหนี้สินจากเงินเบิกเกินบัญชีและหนี้สินที่มีหลักฐานเป็นหนังสือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ป.ป.ช.ยังได้เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของนายสุนทร รัตนากร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร พี่ชายนายวราเทพ รัตนากร อดีตรัฐมนตรี แจ้งตนเองและนางอนงค์ รัตนากร คู่สมรส มีทรัพย์สินรวมกันทั้งสิ้น 20,411,836 บาท เป็นทรัพย์สินของนายสุนทร 18,196,506 บาท เป็นของนางอนงค์ 2,215,330 บาท ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นที่ดิน มูลค่ารวม 17,150,000 บาท มีปืน 4 กระบอก เป็นของนายสุนทร 3 กระบอก มีทั้งปืนพกและปืนยาว และเป็นปืนพกของนางอนงค์ 1 กระบอก มีหนี้สิน 1,500,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ป.ป.ช.เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของนายณัฐวุฒิ ทวีเกื้อกูลกิจ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตาก โดยแจ้งว่าตนเองและนางกฤตินี ทวีเกื้อกูลกิจ คู่สมรส และมีทรัพย์สินทั้งสิ้น 446,913,837 บาท มีที่ดินจำนวน 80 โฉนด มูลค่ารวมกัน 154,572,913 บาท ส่วนใหญ่อยู่ใน อ.เมืองฯ และแม่สอด จ.ตาก,&amp;nbsp; อ.คูคต และสามโคก จ.ปทุมธานี, อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน และย่านถนนทรงวาด เขตสัมพันธวงศ์ กทม. อย่างไรก็ตาม นายณัฐวุฒิแจ้งว่าตนเองและคู่สมรสไม่มีหนี้สิน มีบุตร 4 คน ได้แก่ นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ส.ส.ตาก พรรคพลังประชารัฐ, น.ส.ยศสยา ทวีเกื้อกูลกิจ, นายอนันท์ชัย ทวีเกื้อกูลกิจ และนายฑีฆะพล ทวีเกื้อกูลกิจ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ป.ป.ช.ยังได้เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้ของนางกนกพร เดชเดโช นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 22,774,963 บาท ที่ดินจำนวน 13 รายการ มูลค่ารวมกัน 13,010,000 บาท ส่วนใหญ่อยู่ใน อ.เมืองฯ ร่อนพิบูลย์ พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช หนี้สิน 5,107,742 บาท มีบุตร 4 คน ได้แก่ นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์, นายพิชิตชัย เดชเดโช, นายพิทักษ์เดช เดชเดโช และนายพงษ์ เดชเดโช &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงาน?คณะกรรมการ?การ?เลือกตั้ง (กกต.)? นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เดินทางมายื่นคำร้องต่อ กกต. หลังมีข้อพิรุธเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้สมัคร รับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลนาหนองไผ่ อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ บางรายว่าอาจเป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น 2562 และเหตุใดบุคคลดังกล่าวมีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง และผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติตามที่กฎหมายต้องห้ามได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการยื่นบัญชีทรัพย์สินของนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.คมนาคม ต่อ ป.ป.ช. ว่าติดตามข่าวหนี้หมื่นล้านบาทที่หายไปแล้วเห็นว่าเป็นประเด็นที่เกาไม่ถูกที่คัน บัญชีทรัพย์สินของนายวีรศักดิ์ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง ส.ส. มีความไม่สอดคล้องตามรูปบัญชี แต่ไม่ทราบว่า ป.ป.ช.มองเห็นหรือไม่ เมื่อนางยลดาภรรยาของนายวีรศักดิ์มายื่นบัญชีกรณีรับตำแหน่งนายก อบจ.โคราช ยิ่งเห็นความไม่สอดคล้องของตัวเลขทางบัญชีดังกล่าว แต่แปลกใจที่คนอื่นไปดูแต่เรื่องหนี้หมื่นล้านบาท ทั้งที่เป็นหนี้ค้ำประกัน ซึ่งไม่ติดใจเรื่องหนี้ก้อนนี้เท่าไรนัก เพราะถ้านำตัวเลขทรัพย์สินรวมทั้งสองครั้งมาเปรียบเทียบกัน ในทางบัญชีจะถือว่ามีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นกว่า 11,464 ล้านบาท แต่เมื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบในเชิงลึก จะสรุปได้ว่าการยื่นบัญชีทั้งสองครั้งไม่สอดคล้องสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ด้วยเหตุผลที่กล่าวผมจึงได้ยื่นหนังสือทาง EMS ให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของนายวีรศักดิ์และนางยลดาว่าเป็นไปตาม พ.ร.บ.ป.ป.ช.มาตรา 114 หรือไม่ โดยได้แนบตารางตัวเลขเปรียบเทียบบัญชีทรัพย์สินของทั้งสองคนไปให้ ป.ป.ช.ประกอบการพิจารณาด้วย&amp;quot; นายเรืองไกรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงาน กกต.ตรัง นายคารม ชูทวี หรืออดีต ส.ท.ต๊อก ว่าที่สมาชิกสภาเทศบาลตำบลทุ่งกระบือ เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 3 พร้อมทีมงานเดินทางไปพบกับ น.ส.อรพิน อาชีวะสุข ผอ.กกต.ตรัง หลัง กกต.มีคำสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ เหตุเพราะเขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 3 มีจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ตรงกับจำนวนบัตรเลือกตั้งที่ใช้ออกเสียงลงคะแนน โดยพบว่าบัตรเลือกตั้งหายไปจำนวน 1 ใบ เพื่อยื่นหนังสือคัดค้านขอให้พิจารณาทบทวนไม่ให้มีการเลือกตั้งใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคารมกล่าวว่า รู้สึกว่าไม่มีความเป็นธรรมกับพวกตนและเพื่อนผู้สมัครที่ได้รับเลือกตั้งจากเสียงศรัทธาของประชาชน ผลการเลือกตั้งได้ถูกประกาศขึ้นป้ายตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา จนวันที่ 27 เม.ย.64 ทาง กกต.ตรังได้มีการเรียกประชุมให้มารับทราบว่าให้มีการเลือกตั้งใหม่ในบางหน่วยคือ หน่วยที่ 3 เนื่องจากบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาฯ หายไปจำนวน 1 ใบ ก็สงสัยว่าทำไมถึงปล่อยให้มีการขึ้นป้ายผลการเลือกตั้งมาถึง 1 เดือน ไม่มีการสอบถามหาสาเหตุแต่อย่างใด และยังไม่ได้ส่งผลคะแนนสมาชิกลำดับอื่นๆ เพราะมันห่างไป 8 คะแนน จึงเดินทางมาเรียกร้องสิทธิเพื่อความถูกต้องที่ต้องเสียผลประโยชน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากให้ กกต.พิจารณาทบทวนคำสั่ง อย่าใช้แต่ข้อกฎหมายแต่อยากให้ใช้เหตุผลความเป็นจริงควบคู่กับหลักการความประนีประนอม ซึ่งประเด็นนี้อาจจะสร้างความแตกแยกให้กับสังคมด้วย เพราะทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งที่ผ่านมาก็สร้างความแตกร้าวให้กับชุมชน รวมถึงสถานการณ์โควิด-19 ที่กำลังระบาดอยู่ด้วยวันนี้ และให้เล็งเห็นถึงความเสียหายที่กำลังจะตามมา หลังจากมีการเลือกตั้งใหม่ช่วงวันที่ 16 พ.ค.นี้ ซึ่งกระชั้นชิดจนเกินไป&amp;quot; ผู้ชนะการเลือกตั้ง ส.ท.ตำบลทุ่งกระบือ จ.ตรัง กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101346</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายก อบจ., บัญชีทรัพย์สิน, ป.ป.ช., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลือกตั้งใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210430/image_big_608c18652469f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89872</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.เคาะ28มีค. เลือกตั้งเทศบาล ยังแขวน49อบจ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กกต.ไม่ประกาศรับรองนายก อบจ.เพิ่มอีก 8 จังหวัด ทำยอดว่าที่นายกฯ ถูกแขวน 49 จังหวัด เหตุถูกร้องแล้ว 517 เรื่อง เป็นสำนวนแล้ว 250 สำนวน เคาะแล้วเลือกตั้งสมาชิกเทศบาล-นายกเทศมนตรี 28 มี.ค.นี้ รับสมัคร 8-12 ก.พ. ฝ่ายค้านเร่งเวลายื่นซักฟอก อ้อนขอขยายเวลาเปิดประชุมสภา กลุ่มไทยภักดีเดินหน้ายื่นตั้งพรรคการเมืองแล้ว จองใช้ชื่อ &amp;ldquo;พรรคไทยภักดีประเทศไทย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ?การเลือกตั้ง? (กกต.) ?ได้มีการพิจารณาประกาศรับรองผลการเลือกตั้งนายกและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)? 8 จังหวัดสุดท้าย คือ นนทบุรี บุรีรัมย์ ระยอง สุมทรปราการ สระแก้ว อ่างทอง นราธิวาส และชุมพร ซึ่งปรากฏว่าในส่วนของนายก อบจ. กกต.มีมติไม่ประกาศรับรองทั้ง 8 จังหวัด เนื่องจากมีเรื่องร้องเรียน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ถือว่า กกต.ได้มีการพิจารณาผลการเลือกตั้งนายกและสมาชิก อบจ.ครบทั้ง 76 จังหวัดแล้ว และมีการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งในส่วนสมาชิกและนายกอบจ.ที่ไม่มีเรื่องร้องเรียน หรือมีเรื่องร้องเรียนแต่ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ได้รับเลือกตั้ง หรือเป็นเรื่องร้องเรียนที่ กกต.เห็นว่าไม่มีผลทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ภายในกรอบเวลา 30 วัน &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในส่วนของนายก อบจ.ราว&amp;nbsp; 49 จังหวัด และสมาชิกที่มีเรื่องร้องเรียนตามมาตรา 17 พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น 2562 กกต.ยังมีอำนาจในการพิจารณาอีก&amp;nbsp; 30 วัน ซึ่งจะครบในวันที่ 19 ก.พ. ถึงขณะนี้มีเรื่องร้องเรียนแล้ว 517 เรื่อง เป็นสำนวนแล้ว 250 สำนวน แต่ทั้งหาก กกต.ยังดำเนินการพิจารณาเรื่องร้องเรียนไม่แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าว ก็ต้องประกาศรับรองผลการเลือกตั้งไปก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน สำนักงาน กกต.เผยแพร่เอกสารข่าวว่า ตามที่สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้แจ้งต่อสำนักงาน (กกต.) ว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ประชุมปรึกษา เมื่อวันที่ 12 ม.ค.2564 ลงมติให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรีนั้น โดยวันที่ 14 ม.ค. กกต.ได้พิจารณาร่างแผนการจัดการเลือกตั้ง และประกาศกำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรีตามที่สำนักงาน กกต.เสนอแล้ว มีมติเห็นชอบในหลักการตามร่างแผนการจัดการเลือกตั้ง ซึ่งมีสาระสำคัญดังนี้ 1.วันที่ กกต.ประกาศกำหนดให้มีการเลือกตั้ง กกต.จะออกประกาศกำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี ในวันจันทร์ที่ 1 ก.พ.64 2.วันที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเทศบาลประกาศให้มีการเลือกตั้งและวันรับสมัครเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อ กกต.ได้ประกาศกำหนดให้มีการเลือกตั้งแล้ว ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเทศบาลโดยความเห็นชอบของผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด จะออกประกาศผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเทศบาลให้มีการเลือกตั้ง ในวันอาทิตย์ที่ 28 มี.ค.64 และวันรับสมัครเลือกตั้งระหว่างวันจันทร์ที่ 8-12 ก.พ.64 เพื่อให้เป็นไปตามแผนการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;FC ลุงป้อม&amp;quot; ซึ่งเป็นเพจสนับสนุนโพสต์ ข้อความเชียร์ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร. ลงชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.ว่า ยังไม่ได้ประชุมพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เรื่องนี้ต้องแล้วแต่ที่ประชุมของพรรค ต้องไปถาม พล.ต.อ.จักรทิพย์เอาเอง ก็ขึ้นอยู่กับตัวเขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำในนามหัวหน้าพรรค พปชร. พร้อมสนับสนุนหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ถ้าถามในนามหัวหน้าพรรคก็ต้องตอบว่าต้องรอให้มีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค แต่ประชุมเมื่อไหร่ยังไม่ทราบ ส่วน พล.ต.อ.จักรทิพย์จะเป็นหนึ่งในแคนดิเดตที่จะส่งลงสมัครในนามพรรคที่จะส่งชิงผู้ว่าฯ กทม.หรือไม่ ยังไม่รู้ และยังไม่ได้ดูรายละเอียด ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ยังไม่เคยมาปรึกษาตนในเรื่องดังกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่พรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ว่า เดิมจะยื่นเรื่องต่อประธานสภาฯ ในสัปดาห์ที่ 4 ของเดือน ม.ค. แต่เลขานุการประธานสภาฯ ประสานขอให้ยื่นเร็วขึ้น ตั้งใจว่าถ้าเป็นไปได้อาจยื่นภายในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน ม.ค. จะมีความชัดเจนวันที่ 15 ม.ค. ที่จะมีการหารือกันของพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อสรุปประเด็นครั้งสุดท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ในส่วนของพรรคเพื่อไทยจะอภิปรายรัฐมนตรีกี่คน นายประเสริฐกล่าวว่า ตอนนี้ข้อมูลมาจากหลายทาง ข้อมูลทุกอย่างคงเรียบร้อยในเร็ววันนี้ ส่วนจะเป็นใครบ้าง ต้องหารืออีกครั้ง หากข้อมูลพาดพิงไปถึงใครก็อภิปรายท่านนั้น แต่ตัวนายกฯ ที่เป็นหัวหน้ารัฐบาลอยู่ในประเด็นที่จะอภิปรายอยู่แล้ว ส่วนประเด็นอภิปรายมีหลายเรื่อง เรื่องโควิด-19 เรื่องหนึ่ง และมีเรื่องสภาวะเศรษฐกิจ เรื่องทุจริต หลายเรื่องประกอบกัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันว่าเรามีข้อมูลเพียงพอถึงขนาดที่จะดำเนินการต่อในการยื่นศาลรัฐธรรมนูญหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่วนผู้ทำหน้าที่นำอภิปรายจะมีนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้าน และนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ที่จะเป็นผู้อภิปรายหลัก และหากมีการขยายสมัยประชุมสภาฯ เกินกว่าวันที่ 28 ก.พ. จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง และไม่จำเป็นต้องไปเปิดประชุมสมัยวิสามัญ ทั้งนี้ การขยายเวลาเราสามารถที่จะมีเวลาที่มากขึ้นเพื่อชดเชยเวลาประชุมที่เสียไป 3 สัปดาห์แล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจปีที่ผ่านมาไม่มีชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ทำให้หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตมีการซูเอี๋ยกันหรือไม่ ปีนี้จะเกิดภาพเช่นนั้นอีกหรือไม่ นายประเสริฐ ตอบว่า เชื่อว่าภาพดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้น เพราะถ้าข้อมูลการอภิปรายเกี่ยวไปถึงรัฐมนตรีท่านไหน ก็จะนำมาอภิปรายอย่างแน่นอน เราไม่เอาเรื่องส่วนตัวมาปะปนเรื่องงาน ข้อมูลถึงใครเราไม่มีทางละเว้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกัน นายพิชัย นริพทะพันธุ์ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรค, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค, นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค, นายจักรพงษ์ แสงมณี นายทะเบียนสมาชิกพรรค, น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ให้การต้อนรับนายสุธรรม แสงประทุม อดีต รมช.มหาดไทย ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคไทยรักไทย และนายกิตติ ลิ่มสกุล นักวิชาการอิสระผู้ริเริ่มความคิดนโยบายหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์โครงการ OTOP และนายภูมิใจ แสงประทุม บุตรชายนายสุธรรมที่มาสมัครเป็นสมาชิกพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุธรรมกล่าวว่า การที่ตนต้องจากพรรคเพื่อไทยไปก่อนหน้านี้ เพราะความจำเป็น และข้อจำกัดของกติกาในรัฐธรรมนูญ จึงต้องไปไทยรักษาชาติ (ทษช.) เพื่อหาทางเพิ่มพูนทรัพยากรให้องคาพยพ แต่เมื่อ ทษช.ถูกยุบ ก็รอดูการเรียกร้องเพื่อให้มีการแก้ไขกติกา แต่ระหว่างรอก็จัดตัวเองให้พร้อมเพื่อทำงานให้กับพรรค วันนี้พรรคเพื่อไทยยังได้รับการสนับสนุนจากประชาชนอย่างกว้างขวาง ดีใจมากที่ได้กลับบ้านเก่าที่พี่ๆ น้องๆ ช่วยกันรักษาไว้ให้ในขณะที่ตนออกไปสู้รบจับศึก จากนี้ไม่มีอะไรหนักถ้าเราช่วยกันแบกไว้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; มีรายงานว่า กลุ่มไทยภักดี ที่นำโดย นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ได้มีการยื่นคำขอแจ้งเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมืองต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองสำนักงาน กกต.?แล้ว โดยนายวิชัย ล้ำสุทธิ เลขาธิการกลุ่มไทยภักดี ซึ่งเป็นอดีต ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะผู้แจ้งการเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมือง รวม 16 คน ได้ยื่นคำขอแจ้งเตรียมการจัดตั้งพรรคในชื่อ พรรคไทยภักดีประเทศไทย ต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง พร้อมหลักฐานซึ่งเป็นชื่อย่อ ภาพเครื่องหมายของพรรค (โลโก้) เมื่อช่วงต้นเดือน ธ.ค.63 ที่ผ่านมา และขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดหาสมาชิกผู้ก่อตั้งพรรคไม่น้อยกว่า 500 คน และทุนประเดิม 1 ล้านบาท ก่อนประชุมใหญ่ และยื่นคำขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองภายใน 180 วัน นับแต่วันที่นายทะเบียนพรรคการเมืองออกหนังสือรับแจ้งการเตรียมจัดตั้งพรรค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89872</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., นายก อบจ., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลือกตั้งเทศบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210114/image_big_60004cd43c565.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87387</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2020 09:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2020 09:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ่างทองประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งนายก อบจ. และสจ .อ่างทอง คึกคัก  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ธ.ค. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงาน บริเวณหน่วยเลือกตั้ง ในตำบลตลาดหลวง อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง พบว่ามีประชาชนได้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด &amp;nbsp;และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดอ่างทอง เป็นไปอย่างคึกคักแต่เช้า &amp;nbsp;โดยศึกชิงเก้าอี้นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอ่างทอง เป็นการต่อสู้กันระหว่างแชมป์เก่า เบอร์ 1 &amp;nbsp;นายสุรเชษ &amp;nbsp;นิ่มกุล อดีตนายก อบจ. 2 สมัย ที่มีตระกูลปริศนนันทกุล &amp;nbsp;ผลักดันสนับสนุน อย่างเต็มที่ &amp;nbsp; &amp;nbsp; และผู้ท้าชิง เบอร์ 2 นายโยธิน เปาอินทร์ หลานชาย ของ พล.ต.ต.ประจวบ เปาอินทร์ &amp;nbsp;ที่มีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ คณะก้าวหน้า &amp;nbsp;ส่งตัวแทนเข้าชิงชัย ผลจะลงเอยอย่างไร ประชาชนจะเป็นผู้ให้คำตอบในช่วงเย็นนี้ &amp;nbsp;โดยจังหวัดอ่างทองมีประชาชนที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง ทั้งหมด 7 อำเภอ &amp;nbsp;จำนวน 222,399 คน มีหน่วยเลือกตั้ง จำนวน 491 หน่วย มีสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดจำนวน 24 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87387</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายก อบจ., สจ .อ่างทอง, อ่างทอง, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201220/image_big_5fdebcdf0ced6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86752</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/12/2020 18:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/12/2020 18:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตรังเปิดเวทีสภากาแฟโชว์วิสัยทัศน์ว่าที่นายก อบจ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ธ.ค.63-ที่ร้านโรงคั่ว นายโกปี้ ต.บ้านควน อ.เมือง จ.ตรัง ได้จัดให้มีการเปิดเวทีดีเบตโชว์วิสัยทัศน์ว่าที่นายก อบจ.ตรัง โดยสภากาแฟเครือข่ายสมัชชาเพื่อสุขภาพ เครือข่าย เขา ป่า นา เล หลาด จ.ตรัง นำโดย นายชัยพร จันทร์หอม &amp;nbsp;และตัวแทนจากเครือข่ายเขา ป่า นา เล หลาด เข้าร่วมรับฟังและเสนอแนะ ซึ่งมี นายสาทร วงศ์หนองเตย ว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ. หมายเลข 2 ทีม ตรังพัฒนาเมืองตรัง &amp;nbsp;และนายภูผา ทองนอก ว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ. หมายเลข 3 ทีมตรังก้าวใหม่ &amp;nbsp;ซึ่งงานนี้ไร้เงาว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ. นายบุ่นเล้ง โล่สถาพรพิพิธ หมายเลข 1 ทีมกิจปวงชน หรือตัวแทน ส่งผลให้การเปิดเวทีช้าไปกว่ากำหนดเกือบครึ่งชั่วโมง พร้อมกับมีการไลน์สดการเปิดสภากาแฟในครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยประเด็นคำถามจากกลุ่มตัวแทนต่าง ๆ &amp;nbsp;เช่น ความมั่นคงทางด้านอาหาร อย่างการทำนาที่มีการผลิตแบบครบวงจร &amp;nbsp;ปัญหาแหล่งน้ำต้องขับเคลื่อนการสร้างฝายและระบบน้ำ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ เพื่อให้ตรังมีโอกาสทำนาได้ปีละ 2 ครั้ง จากที่เคยทำได้เพียงปีละครั้ง รวมทั้งการพัฒนาฟื้นฟูแหล่งน้ำคลองนางน้อย ที่ปัจจุบันน้ำตื้นเขิน สกปรกไม่สามารถนำมาใช้ในการอุปโภคบริโภค &amp;nbsp;นโยบายปี 60 ให้ประชาชนมีส่วนร่วมแต่ที่ผ่านมาแผนงานต่างๆ มาจากข้างบนประชาชนไม่สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมได้เลย &amp;nbsp;ความโปร่งใสของการจัดซื้อจัดจ้าง และโครงการต่างๆ ประชาชนต้องทราบ ซึ่งที่ผ่านมาหลายโครงการไม่โปร่งใส &amp;nbsp;แจ้ง สตง. ปปช. ก็บอกจะลงพื้นที่ติดตามแต่เรื่องไม่ขับเคลื่อน &amp;nbsp;ต้องเปิดเวทีขับเคลื่อนสภากาแฟเพื่อการขับเคลื่อนแก้ปัญหา ชี้แนะแนวทางร่วมกัน และปัญหาน้ำท่วมที่เกิดจากการสร้างถนนขวางทางน้ำ และงบประมาณของ อบจ. 90% ถูกวางไว้โครงสร้างพื้นฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายสาทร วงศ์หนองเตย ผู้สมัคร นายก อบจ.ตรัง หมายเลข 2 ทีมตรังพัฒนาเมืองตรัง กล่าวว่า การทำสภาเมืองเปิดรับความคิดเห็นของประชาชนในการพัฒนาท้องถิ่น ต้องมีสภาเมือง &amp;nbsp;ตรังมี 46 บ้านนา มีข้าวหลายสายพันธ์ที่เป็นของคนตรัง &amp;nbsp;อบจ.ต้องเข้าไปสนับสนุนการทำนาไม่เช่นนั้นที่ดินแปลงนาจะหลุดไปอยู่ในมือนายทุน &amp;nbsp;ทั้งนี้ต้องทำ อบจ.ดิจิตอล ดูปัญหาของเมืองตรังและการรวบรวมข้อมูลและร่วมหาแนวทางแก้ไขสร้างชุมชนเข้มแข็ง โดยมี อบจ.เป็นผู้สนับสนุน ซึ่งผู้นำชุมชนจะรู้มีความเข้าใจในพื้นที่มากกว่า &amp;nbsp;ไม่ใช่รอแต่ถุงยังชีพเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ ส.อบจ.เองเป็นเป็นฝ่ายนิติบัญญัติสามารถเสนอเข้าระบบบัญญัติได้ &amp;nbsp;โดยที่ถึงแม่จะลาออกไปแล้ว แต่บัญญัตินี้ก็ยังคงอยู่ &amp;nbsp;ความโปร่งใสความสุจริตประชาชนตรวจสอบได้ การพัฒนาจะต้องมีฝ่ายหนึ่งเสียผลประโยชน์แต่เมื่อเข้าสภาเมืองแล้วกระบวนการทุกอย่างเป็นไปอย่างเหมาะสม สมดุล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนทางด้านนายภูผา ทองนอก ผู้สมัคร นายก อบจ.ตรัง หมายเลข 3 ทีมตรังก้าวใหม่ กล่าวว่า &amp;nbsp;ต้องการให้ อบจ.เป็นพื้นที่ของทุกๆ คนที่ผ่านมาภาคประชาชน พ่อค้า นักธุรกิจ ไม่มีพื้นที่เสดงความคิดเห็นใน อบจ. &amp;nbsp;การเมืองเป็นของทุกคน ไม่ใช่เฉพาะคนรวย &amp;nbsp;รัฐต้องพัฒนาให้ทันสมัย และต้องพัฒนาพันธ์พืช ปัญหาประชาชนเป็นศูนย์กลางการพัฒนาเมืองตรัง การมองที่ปัญหาต้องมองที่ต้นตอและต้องตกผลึกเพื่อต่อยอดแก้ปัญหานั้น ๆ &amp;nbsp; ปัจจุบันท้องนาเริ่มหายไป &amp;quot;ชลประทานมา นายหายหมด&amp;quot; &amp;nbsp;มองว่าภาคใต้โดนละเลยจากภาคการเมืองมีแต่วาทะกรรม เท่านั้น &amp;nbsp; ซึ่งจะกลับมาเรียกร้องให้คนกลับมาทำนาคงยากและเป็นไปไม่ได้ &amp;nbsp;ควรส่งเสริมแปลงนาสาธิต เอาพันธ์ข้าวดีๆ มาปลูก เชิญพานิชลงมาให้มากที่สุด &amp;nbsp;ส่งเสริมงบประมาณลงไป &amp;nbsp;สร้างนาต้นแบบให้สอดคล้องกับความเป็นจริง ระบบน้ำต้องใช้เทคโนโลยี ชลประทานต้องมีการจัดระบบน้ำผ่านดิจิตอลให้หมด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนคลองนางน้อยต้องปรับปรุง การพัฒนาทั้ง 2 ฝั่งคลอง ส.อบจ.ถูกเลือกมาจากประชาชนแต่ไม่สามารถทำงานให้ประชาชนได้ อบจ. สามารถออกบัญญัติได้ แต่ต้องไม่ไปกระทบกฎหมายหลัก ด้านความโปร่งใส ประชาชนสามารถรับรู้การบริหารจัดการ โครงการ การก่อสร้าง การปรับปรุง การแก้ไข &amp;nbsp;จาก big data ทางสมาร์ทโฟน &amp;nbsp;และการขัยเคลื่อนคู่ขนานกับภาคประชาชน &amp;nbsp;อบจ.ต้องเป็นสภาเงา คู่ขนานกับสภาชุมชน &amp;nbsp;ที่ผ่านมาการเลือกตั้งหลายระดับสร้างความหวังให้กับประชาชนในเรื่องของสิทธิการทำกินแล้วก็ถูกทอดทิ้ง อบจ.ต้องมีวิสัยทัศน์ เข้าไปพบหน่วยงานเพื่อขอบริหารจัดการ ต้องเป็นเจ้าภาพในการเข้าไปหาหน่วยงานเพื่อแก้ปัญหา รวมถึงการสร้างโรงเรียน อบจ. ซึ่งทั้งหมดอยู่ในการตัดสินใจการบริหารของนายก อบจ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86752</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ตรัง, นายก อบจ., สภากาแฟ, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201213/image_big_5fd5ff22a1e3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84821</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร้องโกงเลือกอบจ.11จังหวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; กกต.สรุปยอดผู้สมัครนายก อบจ. 335 คน ผู้สมัครสมาชิก อบจ. 8,186 คน ไม่ประกาศรับรองคุณสมบัติ&amp;nbsp; 120 คน ผุด 2 แอปพลิเคชันและสายด่วนเลือกตั้ง 1444&amp;nbsp; รับแจ้งเหตุทุจริต พร้อมตั้งรางวัลจับซื้อเสียง 1 แสนบาท&amp;nbsp; &amp;quot;สุทิน&amp;quot; โวยขุดคลิปเก่าตัดคะแนนเพื่อไทย-ก้าวไกล&amp;nbsp; &amp;quot;ตรัง&amp;quot; เดือด! ทำลายป้ายคู่แข่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วันที่&amp;nbsp; 23 พ.ย. พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.แถลงข่าวเปิดตัวแอปพลิเคชัน &amp;quot;Smart Vote&amp;quot;, แอปพลิเคชัน &amp;quot;ตาสับปะรด&amp;quot;, สายด่วนเลือกตั้ง 1444 และศูนย์บริหารการหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ (E-War Room) เพื่อรองรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวยืนยันความพร้อม ในการอำนวยความสะดวกแก่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งสมาชิกและนายก อบจ.ในการออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งวันที่ 20 ธ.ค.นี้ว่า จากนี้อีก 26&amp;nbsp; วันก่อนถึงวันเลือกตั้งอยู่ในช่วงที่ผู้สมัครกำลังหาเสียง ซึ่งเป็นไปอย่างเข้มข้น แต่เนื่องด้วยกฎหมายใหม่เปิดให้มีการหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์&amp;nbsp; กกต.จึงอำนวยความสะดวกให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งด้วยแอปพลิเคชันต่างๆ ประกอบด้วย แอปพลิเคชันฉลาดเลือก ที่จะทำให้ทราบข้อมูลผู้สมัครรับเลือกตั้ง พรรคการเมือง รวมทั้งให้ความรู้ความเข้าใจในการเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหลังจากประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งภายในวันที่ 24 พ.ย. ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งสามารถตรวจสอบได้ว่าจะสามารถไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้ที่หน่วยเลือกตั้งใด ซึ่งไม่เกินวันที่ 27 พ.ย.นี้สามารถเข้าไปตรวจสอบข้อมูลได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในส่วนข้อมูลของผู้สมัครขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่&amp;nbsp; คาดว่าประมาณต้นเดือนธันวาคมจะสามารถเข้าไปดูรายละเอียดต่างๆ ได้&amp;quot; พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาฯ กกต.กล่าวว่า สำหรับแอปพลิเคชันตาสับปะรด เพื่อใช้ในการติดตามสถานการณ์และป้องปรามการทุจริตเลือกตั้ง ที่ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแจ้งเหตุทุจริตการเลือกตั้ง ได้ทั้งข้อความ ภาพ เสียง หรือวิดีโอ&amp;nbsp; ผ่านทางแอปพลิเคชันตาสับปะรด ซึ่งในกฎหมายใหม่จะมีการคุ้มครองพยานให้ผู้ที่แจ้งเบาะแสและผู้ที่ถูกข่มขู่หลังแจ้งเรื่องให้ กกต. รวมทั้งสินบนรางวัลนำจับให้แก่ผู้แจ้งเบาะแส&amp;nbsp; โดยหากพบผู้กระทำผิดจนนำไปสู่การดำเนินคดี&amp;nbsp; ผู้ที่ให้ข้อมูลหรือแจ้งเบาะแสจะได้รับรางวัลตอบแทน&amp;nbsp; 100,000 บาทขึ้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่การจัดตั้งศูนย์บริหารการหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ (E-War Room) ติดตาม ควบคุม ดูแล ตรวจสอบ และรับรายงานจากส่วนต่างๆ เมื่อได้รับข้อมูลก็ จะดำเนินการรวบรวม วิเคราะห์ และเสนอต่อคณะทำงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากเกิดมีการหาเสียงเลือกตั้งโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ถูกต้องจะเสนอเรื่องต่อ กกต.พิจารณา และมีคำสั่งให้ดำเนินการแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือลบข้อมูล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครสมาชิกและนายก อบจ. พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวว่า จากจำนวนผู้สมัครนายก อบจ. 76&amp;nbsp; จังหวัด 335 คน และผู้สมัครสมาชิก อบจ.&amp;nbsp; 8,186 คน พบมีผู้สมัครที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำ&amp;nbsp; อบจ.ไม่ประกาศรายชื่อแยกเป็นผู้สมัครนายก อบจ. 4 คน และผู้สมัครสมาชิก อบจ. 116 คน ส่วนใหญ่จะขาดคุณสมบัติเนื่องจากไม่ได้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในการเลือกตั้ง&amp;nbsp; ส.ส.เมื่อวันที่ 24 มี.ค.62 แล้วไม่ได้แจ้งเหตุจำเป็นต่อนายทะเบียนท้องถิ่น&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ในจำนวนผู้สมัครที่ไม่ได้รับการประกาศชื่อ มีจำนวน 23 คนยื่นคัดค้านการไม่ประกาศรายชื่อต่อ&amp;nbsp; กกต. โดย กกต.จะพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 3 วัน ซึ่งกฎหมายกำหนดให้คำวินิจฉัยของ กกต.ในกรณีคุณสมบัติของผู้สมัครเลือกตั้งท้องถิ่นเป็นที่สุด ส่วนที่มีผู้สมัครไม่ได้รับการประกาศรายชื่อเนื่องจากขาดคุณสมบัติเพราะถือครองหุ้นสื่อนั้น ขณะนี้สำนวนยังไม่ถึง กกต. แต่การวินิจฉัยก็จะยึดตามแนวคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องร้องเรียนทุจริตในขณะนี้ได้รับรายงานว่ามีทั้งหมด 21 เรื่องใน 11 จังหวัด เป็นเรื่องการซื้อเสียง 4 เรื่อง&amp;nbsp; แชร์ข้อมูลผิดกฎหมาย 1 เรื่อง จึงอยากฝากในเรื่องของการแชร์โพสต์ต่างๆ ว่าในการเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อ 24 มี.ค. 62 ศาลได้สั่งลงโทษผู้ที่โพสต์ข้อความเนื้อหาใส่ร้ายผู้สมัครผ่านไลน์ โดยสั่งจำคุก 1 ปี ปรับ 2 หมื่นบาท จำเลยรับสารภาพจึงสั่งจำคุก 6 เดือน ปรับ 1 หมื่นบาท โทษจำคุกให้รอลงอาญา 1 ปี และสั่งเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง 20 ปี ดังนั้นผู้สมัครหรือประชาชนทั่วไป การจะโพสต์หรือแชร์ข้อความจึงควรระมัดระวัง และแม้เนื้อหาถูกกฎหมาย แต่หากโพสต์ไม่ถูกเวลาก็ถือว่าผิดกฎหมาย โดยจะต้องไม่โพสต์หรือแชร์ข้อความตั้งแต่เวลา 18.00 น.ก่อนวันเลือกตั้งจนถึง 18.00 น.ของวันเลือกตั้ง&amp;quot; เลขาฯ กกต.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพรรคเพื่อไทย (พท.) นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) แถลงกรณีมีการแชร์คลิปและข้อความข่าวบิดเบือนในโซเชียล กล่าวหาว่าตัวเองเสนอลดเงินบำนาญข้าราชการว่า คลิปและข้อความมีการเผยแพร่ในโซเชียลมานานเกือบ 6 เดือนแล้ว เคยตักเตือนผู้ที่เผยแพร่ไปก่อนหน้านี้ หากไม่หยุดจะดำเนินคดี คลิปและข้อความดังกล่าวได้หายไปพักหนึ่ง มาวันนี้ก็กลับมาระบาดอีกครั้ง เมื่อเปิดเข้าไปดูคลิปที่ตนอภิปรายในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2563 จะเห็นว่าสาระตรงกันข้าม สาระที่เน้นคือ ไม่เห็นด้วยกับการต่ออายุราชการจากเกษียณ 60 ปีเป็น&amp;nbsp; 63 ปี เห็นควรเอาเงินมาจ้างเด็กจบใหม่ดีกว่า ช่วยให้เด็กไม่ตกงาน เมื่อคนเก่าเกษียณก็จะไม่ปิดกั้นโอกาสข้าราชการที่จะเจริญขึ้น พูดแค่นั้น แต่ข่าวกลับออกมาคนละทิศละทาง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทินกล่าวว่า คนที่ไม่ได้ดูคลิปโดยเฉพาะข้าราชการบำนาญอาจตกใจ และแชร์ต่อโดยไม่รู้สาระ แต่บางส่วนที่ตั้งใจโพสต์และแชร์เพื่อทำลาย ซึ่งเตือนแล้วก็เงียบไป แต่คราวนี้กลับมาใหม่ สงสัยว่าทำไมมาเผยแพร่ช่วงนี้&amp;nbsp; ใครเป็นตัวการ และได้คำตอบว่าขณะนี้กำลังจะมีการเลือกตั้ง อบจ.และ อบต. หวังผลไม่ให้เลือกพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล ซึ่งพวกท่านกำลังตกเป็นเครื่องมือ กำลังทำลายเครดิตการเลือกตั้งของทั้งสองพรรค คนที่ทำมุ่งเป้าไปที่พรรคเพื่อไทยและก้าวไกล แสดงว่าคนที่ทำไม่ใช่ฝ่ายประชาธิปไตย เมื่อย้อนไปดูโซเชียล ต้นตอที่ทำช่วงหกเดือนที่ผ่านมา เป็นนายทหารยศพลเรือโทที่เกษียณแล้ว และแชร์ข้อความในกลุ่มที่ตรงกันข้ามกับเรา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้มอบหมายทนายความแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่โพสต์และแชร์ข้อความที่บิดเบือนแล้ว เริ่มจากปลายทางก่อน เพราะถือว่าท่านเจตนาไม่บริสุทธิ์ จากนี้ใครโพสต์และแชร์ต่อจะแจ้งความดำเนินคดีไว้ก่อน ใครที่บริสุทธิ์เตรียมหลักฐานไว้แก้ต่าง หรือชี้ต้นตอเพื่อให้สาวไปถึงใครที่ตกเป็นเหยื่อการเมือง ขอให้หยุด ขณะนี้เกือบ 200 คนที่แชร์พร้อมดำเนินคดี ซึ่งขอยืนยันว่าผมไม่ได้พูด แค่ระบุว่าให้ข้าราชการเกษียณตามอายุราชการ เรื่องสวัสดิการเป็นเรื่องที่รัฐต้องดูแลให้เหมาะสมกับค่าครองชีพ วันนี้ทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยได้ศึกษาเรื่องนี้แล้ว เป็นห่วงว่า รัฐบาลจะหาเงินมาจัดการระบบนี้ไม่พอ ซึ่งเรามีวิธีการจัดการปัญหานี้โดยไม่กระทบกับสวัสดิการของทุกท่าน ซึ่งจะไม่มีความเสี่ยง&amp;quot; นายสุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ตรัง ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งนายก อบจ.และ ส.อบจ.เริ่มแข่งขันอย่างดุเดือดมากขึ้น โดยป้ายหาเสียงผู้สมัครหลายรายพบว่าถูกทำลายในหลายพื้นที่ ทั้งนี้ จ.ตรังมีทั้งหมด 30 เขตเลือกตั้ง โดยมีผู้สมัครชิงเก้าอี้นายก อบจ.จำนวน 3 คน คือ โกเล้ง-นายบุ่นเล้ง โล่สถาพรพิพิธ หัวหน้าทีมกิจปวงชน ซึ่งเป็นพี่ชายของโกหนอ-นายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์หลายสมัย และยังเป็นลุงของ น.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิพิธ ส.ส.ตรัง เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ 2.นายสาธร วงศ์หนองเตย หัวหน้าทีมตรังพัฒนาเมืองตรัง ซึ่งเป็นน้องชายนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง เขต 2&amp;nbsp; พรรคประชาธิปัตย์ และ 3.นายภูผา ทองนอก ในนามกลุ่มตรังก้าวใหม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84821</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., นายก อบจ., ผู้สมัครนายก อบจ., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลือกตั้งท้องถิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201123/image_big_5fbbc473a0f83.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84092</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/11/2020 12:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/11/2020 12:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศึกเลือกตั้ง นายก อบจ.ชุมพร วัดบารมี 3 ส.ส.ดัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สมัครนายก อบจ.ชุมพร ทั้ง 3 คน ร่วมจับมือแสดงความยินดีต่อกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ย.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเปิดรับสมัครเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.) ชุมพร และ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด(ส.อบจ.) ชุมพร ระหว่างวันที่ 2-6 พ.ย.63 มีผู้มาสมัครรับเลือกตั้ง นายก อบจ.ชุมพร 3 คน ผู้สมัคร ส.อบจ.ชุมพร จำนวน 103 คน&amp;nbsp;สำหรับผู้สมัครนายก อบจ.ชุมพร หมายเลข 1 นายลิขิต ศรีชาติ สังกัดทีมผึ้งงาน , หมายเลข 2 นายศิริศักดิ์ อ่อนละมัย สังกัดทีมชุมพรต้องเดินหน้า , หมายเลข 3 นายนพพร อุสิทธิ์&amp;nbsp; สังกัดทีมพลังชุมพร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผู้สมัคร ส.อบจ.ชุมพร ทั้ง 8 อำเภอ 30 เขตเลือกตั้ง แยกเป็นอำเภอเมืองชุมพร 9 เขตเลือกตั้ง มีผู้สมัคร ส.อบจ.ชุมพร จำนวน 34 คน อำเภอหลังสวน 4 เขตเลือกตั้ง มีผู้สมัคร 12 คน อำเภอท่าแซะ 5 เขตเลือกตั้ง มีผู้สมัครเลือกตั้ง 17 คน อำเภอสวี 4 เขตเลือกตั้ง มีผู้สมัคร 15 คน อำเภอปะทิว 3 เขตเลือกตั้ง มีผู้สมัคร 9 คน&amp;nbsp; อำเภอละแม มี 2 เขตเลือกตั้ง มีผู้สมัคร 6 คน&amp;nbsp; อำเภอทุ่งตะโก 2 เขตเลือกตั้ง มีผู้สมัคร 6 คน อำเภอพะโต๊ะ มี 1 เขตเลือกตั้ง มีผู้สมัคร 4 คน รวมผู้สมัคร ส.อบจ.ชุมพร 30 เขตเลือกตั้ง 8 อำเภอ จำนวน 103 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้สมัคร ส.อบจ.ชุมพร 30 เขตเลือกตั้ง 8 อำเภอ แยกเป็นผู้สมัครสังกัด &amp;ldquo;ทีมผึ้งงาน&amp;rdquo; ของนายลิขิต ศรีชาติ ผู้สมัคร นายก อบจ.ชุมพร จำนวน 10 คน&amp;nbsp; สังกัด &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทีมชุมพรต้องเดินหน้า&amp;rdquo; ของนายศิริศักดิ์ อ่อนละมัย ผู้สมัคร นายก อบจ.ชุมพร จำนวน 23 คน&amp;nbsp; สังกัด &amp;ldquo;ทีมพลังชุมพร&amp;rdquo; ของ นายนพพร อุสิทธิ์ ผู้สมัคร นายก อบจ.ชุมพร จำนวน 29 คน และผู้สมัครอิสระ จำนวน 41 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศึกสนามเลือกตั้งชิงตำแหน่ง นายก อบจ.ชุมพร ในครั้งนี้มีผู้สมัครเพียง 3 คน คือ นายลิขิต ศรีชาติ &amp;ldquo;ทนายลิขิต&amp;rdquo; อายุ 47 ปี หมายเลข 1 หัวหน้าทีม &amp;ldquo;ผึ้งงาน&amp;rdquo; โดยนายลิขิต มีอาชีพเป็นทนายความ อดีตเป็นนายก อบต.หินแก้ว และอดีต รองนายก อบจ.ชุมพร หากดูที่อายุนั้นถือว่ายังอยู่ในห้วงของคนรุ่นใหม่ไฟแรงวัยทำงาน และมีประสบการณ์ทางการเมืองทั้งระดับท้องถิ่นและระดับจังหวัดมายาวนานที่คู่ต่อสู้จะประมาทไม่ได้เลยแม้แต่น้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนายศิริศักดิ์ อ่อนละมัย อายุ 70 ปี หมายเลข 2 หัวหน้าทีม &amp;ldquo;ชุมพรต้องเดินหน้า&amp;rdquo; โดยนายศิริศักดิ์เป็นนักจัดรายการวิทยุ ใช้นามแฝงว่า &amp;ldquo; พร มาลัย&amp;rdquo; ที่โด่งดังในอดีต และเป็นยังอดีต ส.ส.ชุมพรหลายสมัย อีกทั้งยังเป็นบิดาของ นายสราวุธ อ่อนละมัย หรือ &amp;ldquo;ส.ส.เอก&amp;rdquo; ส.ส.ชุมพร เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์ อีกด้วย ก็ถือว่าเป็นนักการเมืองรุ่นเก๋าลายคราม คลุกคลีอยู่ในแวดวงการเมืองทั้งระดับจังหวัด ระดับประเทศมาทั้งชีวิต และยังมีแฟนคลับฐานเสียงดั้งเดิมเหนียวแน่นอยู่จำนวนไม่น้อย ก็ยังถือว่ามีฤทธิ์เดชทำให้คู่ต่อสู้ทางการเมืองหืดขึ้นคอได้เช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายพพร อุสิทธิ์ &amp;ldquo;ประธานโต้ง&amp;rdquo; อายุ 52 ปี หมายเลข 3 หัวหน้าทีม &amp;ldquo;พลังชุมพร&amp;rdquo; อดีตเป็น ส.อบจ.และประธานสภา อบจ.ชุมพร จนชาวบ้านเรียกติดปากว่า &amp;ldquo;ประธานโต้ง&amp;rdquo; บ้างก็เรียกว่า &amp;ldquo;นายกโต้ง&amp;rdquo; เพราะอดีตเคยเป็นนายกสมาคมกีฬาจังหวัดชุมพร และนายกสมาคมวิทยุสมัครเล่นจังหวัดชุมพร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนพพร อุสิทธิ์ ที่ผ่านมาได้เดินเกมปูทางเปิดตัวลงสมัครรับเลือกตั้ง นายก อบจ.ชุมพร มานานแรมปีแล้ว ถือว่าเป็นเต็ง 1 อยู่ในขณะนี้ และที่ถูกจับตามองมากที่สุดก็คือนายนพพรเป็นสามีของ &amp;ldquo;นายกเปรี้ยว&amp;rdquo; นางสุจิตรา อุสิทธิ์ นายก อบต.นาสัก อ.สวี&amp;nbsp; ซึ่งเป็นน้องเขยของนักการเมืองคนดังถึง 2 คนนั่นก็คือ &amp;ldquo;ลูกหมี&amp;rdquo; นายชุมพล จุลใส ส.ส.ชุมพร เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp; และ &amp;ldquo;ลูกช้าง&amp;rdquo; นายสุพล จุลใส ส.ส.ชุมพร เขต 3 พรรครวมพลังประชาชาติไทย อีกทั้งนายสุพล หรือ &amp;ldquo;ลูกช้าง&amp;rdquo; อดีตเคยเป็นนายก อบจ.ชุมพร ก่อนจะลาออกมาลงสมัคร ส.ส. จนได้รับการเลือกตั้งเข้าสภามาเป็นครั้งแรก ดังนั้นนายนพพรในฐานะ &amp;ldquo;น้องเขย&amp;rdquo; ส.ส.ลูกหมี -ส.ส.ลูกช้าง 2 ส.ส.ดังจังหวัดชุมพร จึงต้องถูกจับตามองจากคอการเมืองมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉะนั้นผู้สมัครรับเลือกตั้ง นายก อบจ.ชุมพร ทั้ง 3 คน ถือว่ามีดีกรีและประการณ์ทางการเมืองกันมายาวนาน แต่คู่ชิงที่ประชาชนจับตาดูมากที่สุดคือ &amp;ldquo;ประธานโต้ง&amp;rdquo; นายนพพร อุสิทธิ์ ที่มีดีกรีเป็นถึงน้องเขยของ 2 ส.ส.คนดัง คือ &amp;ldquo; ส.ส.ลูกหมี&amp;rdquo; นายชุมพล จุลใส ส.ส.ชุมพร เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp; และ &amp;ldquo;ส.ส.ลูกช้าง&amp;rdquo; นายสุพล จุลใส ส.ส.ชุมพร เขต 3 พรรครวมพลังประชาชาติไทย ที่ลงชนกับนักการเมืองใหญ่รุ่นพ่ออย่าง &amp;ldquo;พร มาลัย&amp;rdquo; นายศิริศักดิ์ อ่อนละมัย ซึ่งเป็นบิดาของ &amp;ldquo;ส.ส.เอก&amp;rdquo; นายสราวุธ อ่อนละมัย ส.ส.ชุมพร เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงถือได้ว่าศึกเลือกตั้งชิงเก้าอี้นายก อบจ.ชุมพร ในครั้งนี้เป็นศึกศักดิ์ศรีวัดบารมีทางการเมืองของ 3 ส.ส.ดัง ของจังหวัดชุมพร เลยทีเดียว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84092</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดชุมพร, นายก อบจ., อบจ., อบจ.ชุมพร, เลือกตั้งท้องถิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201117/image_big_5fb35aa1453ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
