<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>93276</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/02/2021 22:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/02/2021 22:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; เคลียร์ข้อกล่าวหาช่วย &#039;บอส วรยุทธ&#039; ลั่นรังเกียจพวกหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.พ.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า &amp;nbsp;เวลา 21.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกระทรวงโหม ได้ชี้แจงเกี่ยวกับ คดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ &amp;quot;บอส&amp;quot; ว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่น่าเศร้าสะเทือนใจของทุกคนในสังคม เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 ก.ย.2555 เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า คดีดังกล่าวมีการดำเนินการที่ล่าช้าผิดปกติ &amp;nbsp;มีข้อสงสัยจากกสาธารณชนว่า มีความช่วยเหลือเป็นกระบวนการทำลายความเชื่อมั่นและศรัทธา ต่อกระบวนการยุติธรรมอย่างร้ายแรง เป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมก็รับไม่ได้เหมือนกัน ท่านจะบอกว่าผมได้ประโยชน์อะไรจากตรงนี้ ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน ผมรังเกียจคนพวกนี้ หนีคดีอยู่ต่างประเทศ ออกหมายอะไรไปก็แล้ว ไม่เคยได้กลับมาสักคนเลย คดีอื่นก็เหมือนกัน ขอขอบคุณสำหรับข้อมูล&amp;quot;พล.อ.ประยุทธ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่ว่า อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง มีนายวิชา มหาคุณ เป็นประธานคณะกรรมการฯ กำหนดให้มีการรายงานผลการสอบสวนให้ทราบทุก 10 วัน มีการเชิญเจ้าหน้าที่ผู้ทรงคุณวุฒิ อัยการ ตำรวจ ผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจง ขอย้ำว่าได้อ่านเอกสารที่คณะกรรมการส่งมาทุกหน้า และรู้สึกว่าต้องมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเร่งด่วน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุเช่นนี้อีกในประเทศไทยไม่ว่ากับใครก็ตาม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สิ่งที่ทำได้ในฐานะนายกฯ คือเร่งรัดคดีนี้ให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้ถูกต้อง ต้องเอาผู้กระทำความผิดมาลงโทษ กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับนายวรยุทธ ในคดีที่ยังไม่ขาดอายุความภายใน 30 วัน พนักงานสอบสวนได้ดำเนินคดีอาญากับนายวรยุทธ ในข้อหาขับรถโดยประมาท เป็นเหตุเฉี่ยวชนให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และข้อหาเสพยาเสพติดโทษ มีการออกหมายจับ ประสานสานงานกับอินเตอร์โพลออกหมายแดง เพื่อติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ทางอินเตอร์โพลได้ออกหมายแดงไปแล้วตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย.2563 ขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กำลังประสานงานกับตำรวจสากล เพื่อนำผู้ต้องหาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามขั้นตอนตามกฎหมายต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และหน่วยงานกลาง กำกับติดตามผลการตรวจสอบของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง 5 หน่วยงาน ทั้งนี้ ป.ป.ท.สรุปรายงานมาว่า เมื่อตรวจสอบก็พบว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐ และบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องร่วมกับกระทำความผิด ช่วยเหลือนายวรยุทธ&amp;quot; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวว่า ไม่เคยนิ่งนอนใจ รังเกียจคนที่ทำผิดกฎหมายและหนีคดีและอยู่ต่างประเทศ จะดำเนินคดีตามกฎหมายเพื่อสร้างบรรทัดฐานที่ถูกต้อง และเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในสังคม ในส่วนของคดีที่ฟ้องไปในขณะนี้คดีจะหมดอายุความในวันที่ 4 ก.ย.2570 ยังมีเวลาอยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนความร่วมมือต่างประเทศ กองการต่างประเทศของตำรวจ ได้ทำถูกต้องตามกระบวนการความร่วมมือตำรวจสากล หมายแดงนั้นเป็นการขอความร่วมมือว่าบุคคลนั้นเป็นที่ต้องการตัว แต่ไม่มีผลที่จะให้ประเทศต่างๆเข้าจับกุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กรณีหมายแดงที่อ้างอิงหมายเลขพาสปอร์ตปลอมนั้น ไม่เป็นความจริง แม้ว่าเลขพาสปอร์ตจะเปลี่ยน แต่ภาพถ่าย และลายนิ้วมือยังอยู่ ไม่ส่งผลต่อเลขพาสปอร์ต แม้จะเปลี่ยนกี่เล่มก็ตาม ยืนยันว่า รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ และไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่เรื่องคดีต้องใช้เวลาพอสมควรผลีผลามไม่ได้ หลายคนหนีคดีและสู้คดีหลายปีก็ต้องให้ความเป็นธรรมด้วยกันทั้งสองฝ่าย แต่ต้องขึ้นอยู่กับหลักฐาน และวัตถุพยาน กับสิ่งที่เป็นข้อเท็จจริง&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล &amp;nbsp;ลุกขึ้นอภิปรายว่า นายกฯไม่ยอมตอบให้ชัดในสิ่งที่ ตั้งคำถามเกี่ยวกับคดีนายวรยุทธ เช่น เรื่องการไม่ตั้งคณะกรรมการสอบสวนผบ.ตร. กรณีการโยนเรื่องให้ อัยการสอบกันเอง กรณีเกี่ยวกับส.ว.เข้าไปแทรกแซง รวมถึงการตั้งกรรมการสอบตัวนายกฯ และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ อยากให้นายกฯกลับไปแก้ไขทำให้ได้ ถ้าไม่ทำ ท่านอย่าอยู่ในตำแหน่งนายกฯนี้เลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำให้นายกฯลุกขึ้นกล่าวสวนทันทีว่า &amp;ldquo;ท่านไม่เคยเป็นรัฐบาล จึงไม่เข้าใจว่ากระบวนการต่างๆเป็นอย่างไร ใช้เวลาอย่างไร ท่านพูดเสมอว่าผมเลือกส.ว.มาหมด 250 คน แต่ที่จริงมีอยู่ 50 คนที่เลือกมาจากประชาชน&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นที่น่าสังเกตว่า การอภิปรายของนายธีรัจชัย เป็นไปอย่างเรียบร้อย ไม่มีส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ลุกขึ้นประท้วงหรือโต้แย้ง ข้อมูลของนายธีรัจชัย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93276</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ซักฟอก, นายกรัฐฒนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210216/image_big_602be51e5f77a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89272</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2021 12:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2021 12:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯคุยกับเยาวชน &#039;รัฐฟังฉัน-ฉันฟังรัฐ&#039; เสียงสะท้อนเนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ม.ค.64 - เมื่อเวลา 10.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกรายการเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2564 เผยแพร่ผ่านสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) โดยในช่วงที่ 1 เป็นช่วง &amp;ldquo;ลุงตู่พาหลานชมห้องทำงานนายกรัฐมนตรี&amp;rdquo; และพานั่งเก้าอี้นายกฯ จากนั้นช่วงที่ 2 &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีสนทนากับผู้แทนเยาวชน โดยนายกฯกล่าวว่า ทุกคนคือบุคคลสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติ ขอให้เยาวชนไทยยึดมั่น คุณธรรม รักภักดี ต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ วันนี้เป็นงานวันเด็ก ที่ไม่เหมือนทุกปีทั่วไป เนื่องจากสถานการณ์โควิด -19 อยากให้ทุกคนช่วยกันดูแล ป้องกันตัวเอง วันเด็กแห่งชาติ เป็นวันที่สำคัญของเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นความหวังและความสวยงามที่ทุกคนสามารถดำเนินชีวิตไปในวันข้างหน้า &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวว่า ขออัญเชิญพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทาน เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2564 ความว่า &amp;ldquo;วัยเด็กเป็นวัยที่สำคัญ เพราะเป็นช่วงเวลาแห่งการวางรากฐานของชีวิต เด็กทุกคนควรตั้งใจศึกษาและฝึกฝนตนเอง ให้ถึงพร้อมทั้งความรู้และความดี แต่ละคนจะได้มีรากฐานที่มั่นคง เพื่อพัฒนาต่อยอด เป็นความสำเร็จ ความเจริญ และความสุขในชีวิตในวันข้างหน้า&amp;rdquo; จึงอยากเห็นเยาวชนสืบสานต่อยอดตามพระบรมราโชวาท เข้าใจซึ่งกันและกัน มีส่วนร่วมในการทำงาน การคิดนอกกรอบนั้นสามารถทำได้ แต่เมื่อลงมือทำก็ต้องให้เข้ามาในกรอบ การทำงาน จะลงมือทำคนเดียวไม่ได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนร่วมกันทำ รัฐบาลถือเป็นวาระแห่งชาติที่จะดึงทุกภาคส่วน ให้เข้ามามีส่วนร่วมและทำงานร่วมกัน แม้วันนี้ไม่ได้จัดงานในสถานที่จริง แต่ก็ยินดีที่จะจัดรายการผ่านระบบออนไลน์ เพื่อมอบสิ่งดี ๆ และความสุขให้กับลูกหลาน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวอีกว่า วันนี้ตั้งใจเปิดพื้นที่ สร้างเวที แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพ ซึ่งทุกคนคือบุคคลสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติ อยากให้เยาวชนไทยทุกคนมีคุณธรรม จงรักภักดีต่อชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ ขอชื่นชมการรวมกลุ่มของเยาวชนเพื่อทำกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ เช่น กลุ่มสม็อกกะธอน สนใจการแก้ปัญหาหมอกควันไฟป่า กลุ่มแฮกกะธอน ที่รวบรวมปัญหาของระบบราชการไทย หรือกลุ่ม ยูธอินชาร์จ ที่รวมเยาวชนที่เป็นพลังในด้านต่าง ๆ ซึ่งรัฐบาลกำลังดูว่าจะต่อยอดกิจกรรมเหล่านี้ ขอย้ำว่ารัฐบาลก็คำนึงถึงการดูแลกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะผู้พิการที่มีประมาณสองล้านคนทั่วประเทศ ให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติและมีความสุข ยกระดับทักษะและอาชีพคนพิการ ด้วยศูนย์พัฒนาศักยภาพและอาชีพคนพิการ ศูนย์บริการคนพิการจังหวัดที่มีอยู่ทั่วประเทศ ให้การดูแลทุกภาคส่วนอย่างเท่าเทียม นอกจากนี้ ยังให้มีการรวบรวม Big Data ชุมชนที่มีอยู่ในกรุงเทพกว่า 2,000 ชุมชน เพื่อนำมาวิเคราะห์เพื่อสนับสนุนให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายรวินท์ ชอบใช้ ตัวแทนเยาวชน ได้กล่าวถึงการทำงานในปัจจุบัน ได้ร่วมกับภาครัฐและหน่วยราชการ ที่เชื่อในพลังของคนรุ่นใหม่ ได้มีโอกาสทำงานช่วยเหลือสังคม โดยจัดทำโครงการ &amp;ldquo;รัฐฟังฉัน&amp;rdquo; เพื่อเป็นเครื่องมือในการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและเป็นช่องทางในการแสดงความคิดเห็น และโครงการของเยาวชนที่ต้องการจะเปลี่ยนแปลงและพัฒนาสังคมชุมชนให้ดีขึ้น และเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนอีกด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นางสาวนวรัตน์ แววพลอยงาม กล่าวถึงการทำงานพัฒนาชุมชนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 เริ่มต้นที่ชุมชนบ้านเกิดของตนเอง คือ ชุมชนนางเลิ้ง โดยทำงานกับผู้ด้อยโอกาสและงานพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กในชุมชนต่าง ๆ ปัจจุบันได้สร้างเข้มแข็งให้คนในชุมชน ยกตัวอย่างและในการรับมือกับสถานการณ์โควิด -19 โดยจัดตั้งกลุ่มศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ระดับชุมชน Community x Covid-19 เพื่อระดมสิ่งของ อาหาร น้ำอุปโภคบริโภคให้กับคนในชุมชนนางเลิ้ง นอกจากนี้ ยังมีแพลตฟอร์มออนไลน์รวบรวมอาหารของดีของนางเลิ้ง จึงอยากให้ภาครัฐช่วยส่งเสริมแพลตฟอร์มของชุมชน รวมทั้งการท่องเที่ยวชุมชน การใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือพัฒนาศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่นในชุมชน ตลอดจนสร้างเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนเพื่อสร้างการพัฒนาอย่างเป็นองค์รวมมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงหนึ่งในรายการ นายกรัฐมนได้แสดงความชื่นชมกิจกรรม &amp;ldquo;รัฐฟังฉัน&amp;rdquo; โดยขอให้เยาวชน &amp;ldquo;ฉันฟังรัฐ&amp;rdquo; ด้วย พร้อมฝากให้ผู้แทนเยาวชนช่วยเสนอแนะที่จะทำให้คนรุ่นใหม่กับคนรุ่นเก่าสามารถผสานแนวคิดเพื่อพัฒนาไปด้วยกัน รวมทั้งการเรียนรู้เท่าทันเทคโนโลยีและโซเซียลมีเดีย ทั้งนี้จะได้นำความคิดเห็นของทุกคน ปรับให้สอดคล้องกับการทำงานและเชื่อมต่อกับสภาเด็กและเยาวชน โดยนายกรัฐมนตรียังกล่าวตอนท้ายรายการว่า พร้อมรับเป็นที่ปรึกษาให้กับกลุ่มเยาวชนและยินดีสนับสนุน เพราะอยากเห็นสิ่งดีๆ เกิดขึ้นมาตามที่เยาวชนเสนอมาด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89272</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำเนียบรัฐบาล, นายกรัฐฒนตรี, พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา, วันเด็กแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210109/image_big_5ff9310e45085.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87879</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/12/2020 11:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/12/2020 11:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ เสียใจปีใหม่ควรเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนมีความสุข แต่ต้องเพิ่มความเข้มงวดในระดับสูงสุดป้องกันโควิด19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ธ.ค.63 - เมื่อเวลา 09.30 น. &amp;nbsp;ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 (ศบค.)​ ชุดใหญ่ พร้อมกล่าวในช่วงต้นการประชุม ว่า หากเปรียบเทียบสถานการณ์ covid 19 ในประเทศและต่างประเทศ ยังมีความแตกต่างกันอยู่มาก ขอให้รัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนให้ชัดเจน พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่และประชาชนทุกคนที่ร่วมกันเสียสละ อดทน ซึ่งไทยเคยทำสำเร็จกันมาแล้ว จึงขอให้กำลังใจให้ทุกคนทำให้สำเร็จอีกครั้ง แต่อย่าประมาทหรือชะล่าใจ ต้องพิจารณาจากบทเรียนครั้งก่อน หากเราไม่ประมาท และ ปรับปรุงมาตรการให้มีประสิทธิภาพ ก็จะไม่พ่ายแพ้ ดังนั้น ถ้าทุกคนร่วมมือร่วมใจด้วยความสามัคคี เราจะสามารถก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สิ่งที่นายกรัฐมนตรีเสียใจ คือช่วงเวลาปีใหม่ควรจะเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนมีความสุข แต่กลับต้องเพิ่มความเข้มงวดในระดับสูงสุด อีกประเด็นสำคัญ คือ มีแรงงานต่างด้าวกระจายทั่วประเทศ ทั้งสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของแรงงานเหล่านี้ ก็เอื้อต่อการแพร่ระบาดของโรคได้ง่าย จึงต้องเฝ้าระวังและตรวจตราอย่างเข้มข้น การ์ดอย่าตก สวมหน้ากากอนามัยเว้นระยะห่าง และในสถานการณ์เช่นนี้ ปัจจัยที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจตกต่ำ จะต้องถูกพิจารณาควบคู่กับการรักษาความปลอดภัยในชีวิตของประชาชน ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญด้วย&amp;quot;นายกรัฐมนตรี กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87879</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐฒนตรี, ปีใหม่, พล.อ.ประยุทธ์, ศบค., โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201217/image_big_5fdb6a1aedfab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78611</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2020 15:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2020 15:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ : ถ้าไม่มีชาติ ศาสน์ กษัตริย์ จะอยู่กันอย่างไร ในประเทศไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ย.63 &amp;nbsp;- พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการชุมนุมของคณะประชาชนปลดแอก ที่นัดชุมนุมและเชิญให้หยุดงาน ในวันที่ 14 ต.ค.63 ว่า คงไม่ต้องกำชับอะไร เพราะว่าทุกคนมีสิทธิ์คิดและทำอะไรก็ได้ ตามกระบวนการประชาธิปไตย แต่ต้องเครพกฎหมาย ซึ่งสถานการณ์ในขณะนี้ ก็มีปัญหามากมาย ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ สังคม โรคระบาด จึงอยากถามว่า สมควรทำหรือไม่ ทำเพื่ออะไร เพื่อใคร ใครได้รับประโยชน์ ก็ฝากให้คนไทยทั้งประเทศรวมกันคิดด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;กล่าวต่อว่า ประเทศไทยเรามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง และการทำความดีของทุกคน จะช่วยเป็นกุศลให้กับบ้านเมืองสงบสุข เมื่อวานนี้ได้ไปพบประชาชนที่ จ.เชียงราย ก็พบว่าประชาชนให้ความร่วมมือดีกับรัฐบาล ปัญหาที่พวกเขาสนใจกว่าในกรุงเทพฯ ก็คือเรื่องปากท้องของเขา อาชีพ รายได้ ซึ่งรัฐบาลก็ทำเต็มที่ในการดูแล ก็สิ่งที่อยากฝากให้ทุกคนดูแลบ้านเมืองด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ &amp;nbsp;กล่าวว่า ฝากกับคนไทยทุกคน ช่วยกันแก้ปัญหาร่วมกับภาครัฐและเจ้าหน้าที่เพราะที่ผ่านมาถือว่ามีงานหนัก และพยายามประคับประคองสถานการณ์ให้อยู่ในความสงบมากที่สุด ซึ่งเราไม่ได้นิ่งนอนใจ ในการดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการรวบรวมหลักฐาน วัตถุพยาน หากไม่เคารพกฎหมายจะอยู่กันอย่างไร อย่าลืมว่าความมั่นคงของประเทศเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของประเทศเวลานี้ ประชาชนอีก 60 กว่าล้านคนจะว่าอย่างไร เขาเดือดร้อนและยากลำบากอยู่ในขณะนี้ เราต้องให้ความสนใจกับทุกด้านและสร้างการเรียนรู้กับประชาชนให้บ้านเมืองสงบ มีความสามัคคีเราจะแบ่งแยกกันไม่ได้ เพราะอันตรายต่อประเทศชาติในเรื่องความเชื่อมั่นจากต่างประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้งมีการบิดเบียนจากโลกโซเชียลฯ ขอประชาชนเลือกที่จะเสพจะเชื่อ ตัดสินใจให้ถูกต้องบนพื้นฐานภูมิกันที่ดี อย่าเชื่อมากจนเกินไป และควรตรวจสอบข้อมูลต่างๆก่อน ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการใช้ถ้อยคำ หยาบคาย ผรุทสวาท ว่า เกิดขึ้นจากอะไร ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นในฐานะที่เราเป็นคนไทยด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้าไม่มีชาติ ศาสน์ กษัตริย์ สจะอยู่กันอย่างไร ในประเทศไทย ผมไม่รู้ หรือใครเห็นด้วยก็แล้วแต่ แต่ผมคิดว่าเราคงอยู่กันอย่างนั้นไม่ได้ วันหน้าหากเกิดขึ้นมาจริงๆ แล้วใครจะเอาอยู่ ถ้าสู้กันไปกันมาอยู่แบบนี้ ไม่มีคนร้อยเปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว ก็ฝากคนไทยทั้งประเทศ 60 กว่าล้านคน ช่วยกันดูแลด้วย&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78611</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, นายกรัฐฒนตรี, บิ๊กตู่, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200925/image_big_5f6dac13ee444.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33483</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2019 09:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2019 09:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ลุงตู่&#039;อวยพรสงกรานต์ พ่อแม่ พี่น้อง ลุงป้าน้าอา ปู่ย่าตายาย ให้เกียรติซึ่งกันและกัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 เม.ย.62-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเพจ ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha ระบุว่า สวัสดีวันสงกรานต์และวันปีใหม่ของไทยประจำปี2562 ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่สมาชิกในครอบครัวได้กลับมาใช้เวลาอยู่ร่วมกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา สร้างขวัญ สร้างกำลังใจ และสร้างความสุขให้แก่กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากเป็นวันสงกรานต์ของไทยแล้ว วันที่ 13 เมษายน ยังถือเป็นวันผู้สูงอายุ อีกทั้งวันที่ 14 เมษายน ยังเป็นวันครอบครัวด้วย ผมขอให้ทุกครอบครัวเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน ทั้งพ่อแม่ พี่น้อง ลุงป้าน้าอา ปู่ย่าตายาย ให้ความเคารพรักรวมถึงให้เกียรติซึ่งกันและกัน อันแสดงถึงความกตัญญูกตเวที ซึ่งถือเป็นเสน่ห์แบบไทยที่หาไม่ได้อีกแล้วในโลกนี้ จึงอยากให้คนไทยทุกคนรักษาประเพณีอันดีงามแบบนี้เอาไว้ตลอดไปจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และที่สำคัญ ผมอยากฝากถึงคนไทยให้ใช้โอกาสนี้หลอมรวมความรักให้เข้มแข็ง ส่งต่อเป็นพลังสร้างประเทศ ให้เดินหน้าเติบโตอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายผมขอให้ทุกคนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาหรือไปท่องเที่ยว ให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ....สวัสดีครับ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33483</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐฒนตรี, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สงกรานต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190412/image_big_5caff2dcf29fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
