<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118988</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 18:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 18:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; ส่งหนังสือแสดงความยินดี &#039;ฟูมิโอะ คิชิดะ&#039; รับตำแหน่งนายกฯใหม่ญี่ปุ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค.64 - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มีหนังสือแสดงความยินดีถึง นายคิชิดะ ฟูมิโอะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง ว่า ในนามของรัฐบาลและประชาชนไทยขอแสดงความยินดีที่ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานพรรค LDP และนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น การเลือกตั้งสะท้อนถึงความไว้วางใจและความเชื่อมั่นว่า นายคิชิดะจะนำญี่ปุ่นไปสู่ความก้าวหน้าและความเจริญรุ่งเรืองอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับการมีบทบาทในประชาคมระหว่างประเทศอย่างสร้างสรรค์ในช่วงเวลาแห่งความท้าทายต่อความมั่นคงของมนุษย์สันติภาพและเศรษฐกิจโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชื่นชมมิตรภาพที่แน่นแฟ้นและความร่วมมือระหว่างไทยกับญี่ปุ่นที่เจริญรุ่งเรืองมาตลอดหลายปี โดยในปี 2565 จะครบรอบ 135 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการระลึกถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและยาวนาน รวมถึงมิตรภาพระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ มุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเพื่อเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านระหว่างไทยกับญี่ปุ่น เพื่อประโยชน์ร่วมกันในความร่วมมือที่มีศักยภาพและเสริมสร้างความเข้มแข็งของภูมิภาค ตลอดจนความร่วมมือระหว่างประเทศต่อไป พร้อมขออวยพรให้ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งทั่วไปที่จะจัดขึ้นในเดือน พ.ย. 2564&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118988</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ฟูมิโอะ คิชิดะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211006/image_big_615d854897854.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118752</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 18:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 18:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาญี่ปุ่นลงมติเลือก &#039;ฟูมิโอะ คิชิดะ&#039; เป็นนายกฯคนที่100</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ฟูมิโอะ คิชิดะ ได้รับการลงมติจากสภาผู้แทนราษฎรเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่และคนที่ 100 ของญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการเมื่อวันจันทร์ พร้อมเปิดตัวคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ทันที รัฐมนตรีต่างประเทศและกลาโหมยังคนเดิม มีรัฐมนตรีหญิงด้วย 3 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ฟูมิโอะ คิชิดะ ภายหลังชนะการเลือกตั้งผู้นำพรรคแอลดีพี เมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2564 (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า สภาผู้แทนราษฎรของญี่ปุ่นเปิดให้มีการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ภายหลังโยชิฮิเดะ ซูกะ ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อเช้าวันจันทร์ที่ 4 ตุลาคม คิชิดะในฐานะผู้นำพรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) ที่เพิ่งชนะการเลือกตั้งภายในพรรคแกนนำรัฐบาลแห่งนี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผ่านการลงมติด้วยเสียงข้างมากในสภาอย่างง่ายดาย และได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่คนที่ 100 ของญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คิชิดะ วัย 64 ปี โค้งคำนับสมาชิกสภาภายหลังผลการลงมติ แต่เขาไม่ได้กล่าวสุนทรพจน์ใดๆ เขากล่าวกับผู้สื่อข่าวก่อนหน้านี้ว่า เขาพร้อมทำงาน และต้องการรับมือกับปัญหาท้าทายด้วยเจตจำนงที่หนักแน่นและความตั้งใจที่แน่วแน่เพื่อเผชิญหน้ากับอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาดกันว่าเขาคงไม่เปลี่ยนแปลงทิศทางนโยบายที่มีอยู่เดิมของรัฐบาลแอลดีพี ทั้งด้านการฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบของโรคระบาด และการเผชิญภัยคุกคามทางทหารจากเกาหลีเหนือและจีน นอกจากนี้ เขายังต้องนำพาพรรคสู้ศึกเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งสื่อของญี่ปุ่นรายงานว่า จะจัดขึ้นในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ เร็วกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ 2 สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รายชื่อคณะรัฐมนตรีที่คิชิดะประกาศในเวลาไม่นานหลังจากนั้น มีรัฐมนตรีหน้าใหม่มากกว่า 12 คน แต่กระทรวงสำคัญ อย่างกระทรวงการต่างประเทศ ยังคงเป็นโตชิมิตสึ โมเตงิ ว่าการ และกระทรวงกลาโหม โนบุโอะ คิชิ ว่าการตามเดิม ส่วนรัฐมนตรีคลัง เขาแต่งตั้งชูนิชิ ซูซูกิ ทำหน้าที่แทนทาโร อาโสะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีชุดนี้มีผู้หญิง 3 คน โดยเซโกะ โนดะ อดีตคู่แข่งของคิชิดะในการชิงเก้าอี้ผู้นำพรรค ได้รับแต่งตั้งให้ดูแลด้านอัตราการเกิดที่ลดลง อีก 2 คนดูแลด้านวัคซีนและดิจิทัล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118752</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น, ฟูมิโอะ คิชิดะ, โยชิฮิเดะ ซูกะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211004/image_big_615ae66e98514.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77651</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2020 18:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2020 17:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ญี่ปุ่นเลือก&#039;โยชิฮิเดะ ซูกะ&#039;นั่งเก้าอี้นายกฯ สานต่องาน&#039;อาเบะ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สภาผู้แทนราษฎรญี่ปุ่นซึ่งพรรครัฐบาลแอลดีพีครองเสียงข้างมาก เลือก &amp;quot;โยชิฮิเดะ ซูกะ&amp;quot; เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่แทนที่ &amp;quot;ชินโซ อาเบะ&amp;quot; ที่ลาออกอย่างเป็นทางการเมื่อวันพุธ เจ้าตัวให้คำมั่นสานต่อนโยบายของอาเบะโดยเก็บรัฐมนตรีจากรัฐบาลเก่าไว้ราวครึ่งหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โยชิฮิเดะ ซูกะ ชนะการเลือกตั้งผุ้นำพรรคอย่างถล่มทลายเมื่อวันจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซูกะ วัย 71 ปี ซึ่งทำหน้าที่มือขวาของอาเบะมายาวนาน ชนะการเลือกตั้งในพรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) อย่างถล่มทลาย ได้เป็นผู้นำพรรคคนใหม่แทนที่อาเบะเมื่อวันจันทร์ที่่ 14 กันยายน และในวันพุธ สภาผู้แทนราษฎรซึ่งแอลดีพีครองเสียงข้างมาก จัดการลงมติเลือกเขาเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ตามความคาดหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาเบะ ซึ่งลงจากเก้าอี้ผู้นำญี่ปุ่นด้วยปัญหาสุขภาพจากโรคลำไส้อักเสบโดยเหลือวาระดำรงตำแหน่งอีก 1 ปี เพิ่งยื่นลาออกอย่างเป็นทางการพร้อมกับคณะรัฐมนตรีของเขาเมื่อเช้าวันพุธ โดยเขาจะยังคงปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง ส.ส.ต่อไป ส่วนสมาชิกในคณะรัฐมนตรีของเขาหลายคนได้กลับมาดำรงตำแหน่งเดิม และบางรายโยกย้ายหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซูกะให้คำมั่นไว้ว่า เขาจะสานต่อนโยบายของอาเบะให้ลุล่วง รวมถึงยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ &amp;quot;อาเบะโนมิกส์&amp;quot; และจะก้าวต่อไปข้างหน้าด้วยการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง ที่รวมถึงการผ่อนคลายกฎระเบียบและยุติข้อพิพาทรุนแรงในระบบราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตเลขาธิการคณะรัฐมนตรีรายนี้ ซึ่งทำหน้าที่โฆษกรัฐบาลและผู้ประสานงานนโยบายต่างๆ มีงานท้าทายมากมายรออยู่เบื้องหน้า รวมทั้งการรับมือการแพร่ระบาดของโควิด-19 พร้อมกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจของญี่ปุ่นที่เข้าสู่ภาวะถดถอยมาตั้งแต่ก่อนวิกฤติไวรัส ไปจนถึงการจัดการกับปัญหาสังคมสูงวัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์กล่าวว่า ซูกะซึ่งไม่มีประสบการณ์ทำงานโดยตรงทางการทูต ยังต้องรับมือกับการเผชิญหน้าที่รุนแรงขึ้นระหว่างสหรัฐกับจีน, ต้องเตรียมประสานความสัมพันธ์กับผู้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐวันที่ 3 พฤศจิกายน และต้องพยายามรักษาความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นกับจีนให้อยู่ในรูปในรอย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราวครึ่งหนึ่งของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ของซูกะเป็นหน้าเดิมจากรัฐบาลอาเบะ โดยมีรัฐมนตรีหญิงเพียง 2 ราย และอายุเฉลี่ยของคณะรัฐมนตรีที่รวมถึงตัวเขาด้วย อยู่ที่ 60 ปี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77651</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชินโซ อาเบะ, นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น, โยชิฮิเดะ ซูกะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200914/image_big_5f5f20a925656.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75841</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2020 19:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2020 19:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯอาเบะประกาศลาออก อ้างปัญหาสุขภาพรุมเร้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นที่ครองตำแหน่งยาวนานที่สุด ประกาศลาออกจากตำแหน่งเนื่องจากปัญหาสุขภาพ ภายหลังโรคลำไส้อักเสบกลับมาเล่นงานอีกครั้งทำให้กระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ โดยเขาจะรั้งเก้าอี้ไว้จนกว่าพรรคจะเลือกผู้นำคนใหม่มาเป็นนายกฯ แทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นวัย 65 ปีก่อกระแสคาดเดาเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพของเขาในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ภายหลังเขาเข้าตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลซ้ำถึง 2 ครั้ง แต่คำประกาศลาออกเมื่อวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม ก็ยังคงสร้างความประหลาดใจ และทำให้ตลาดหุ้นโตเกียวดิ่งลงมากกว่า 2% ก่อนปิดตลาดช่วงบ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาเบะแถลงว่า สุขภาพของเขากลับมาแย่ลงอีกเนื่องจากโรคลำไส้อักเสบหวนกลับมาอีกครั้งประมาณกลางเดือนกรกฎาคม และขณะนี้เขากำลังรับการรักษาใหม่ซึ่งต้องได้รับยาอย่างสม่ำเสมอ ทำให้เขาไม่มีเวลาเพียงพอปฏิบัติงานในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรคลำไส้อักเสบซึ่งอาเบะเคยเป็นตั้งแต่สมัยยังเป็นวัยรุ่น เคยทำให้เขาต้องลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในการดำรงตำแหน่งสมัยแรกเมื่อปี 2550 อาเบะกล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า เขาไม่อาจทำผิดพลาดในการตัดสินใจที่สำคัญๆ ฉะนั้นเขาจึงตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำแถลง อาเบะกล่าวว่า เขาอยากขอโทษจากใจจริงต่อประชาชนชาวญี่ปุ่น ที่ลาออกจากตำแหน่งโดยยังเหลือเวลาในการทำหน้าที่อีก 1 ปี และในขณะที่ประเทศกำลังประสบกับการระบาดของไวรัสโคโรนา แต่เขายืนยันว่าจะปฏิบัติหน้าที่อย่างหนักแน่นต่อไปจนกว่าจะมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ซึ่งน่าจะได้จากการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) คนใหม่ โดยสมาชิกพรรคและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามวาระการดำรงตำแหน่งนั้น อาเบะจะเป็นนายกรัฐมนตรีไปจนกว่าจะครบวาระการเป็นผู้นำพรรคแอลดีพีในเดือนกันยายน 2564 โดยมีหลายคนอยู่ในข่ายสืบทอดเก้าอี้ต่อจากเขา อาทิ ทาโร อาโสะ รัฐมนตรีคลัง, โยชิฮิเดะ ซูกะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, ชิเงรุ อิชิบะ อดีตรัฐมนตรีกลาโหม และฟูมิโอ คิชิดะ หัวหน้าฝ่ายนโยบายของแอลดีพี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีข่าวลือว่าคิชิดะเป็นบุคคลที่อาเบะเลือกให้สืบทอดตำแหน่ง แต่อาโสะก็คุมกลุ่มก๊วนที่แข็งแกร่งอยู่ภายในพรรครัฐบาลพรรคนี้ อย่างไรก็ดี ผู้ที่อยู่ในข่ายเหล่านี้ส่วนใหญ่คงจะไม่เปลี่ยนนโยบายต่างจากของอาเบะอย่างมีนัยสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาเบะไม่ยอมแพลมว่าเขาอยากให้ใครรับไม้ต่อจากเขา โดยบอกว่าเขาไม่มีความตั้งใจโน้มน้าวการเลือกตั้งของพรรค และผู้ที่มีชื่อเป็นแคนดิเดตทั้งหลายล้วนแล้วแต่มีความสามารถสูงทั้งนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญกล่าวกันว่า กระบวนการเลือกตั้งน่าจะเกิดขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า และสภาผู้แทนราษฎรอาจจะเปิดสมัยประชุมใหม่ภายในเดือนตุลาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อครั้งเป็นนายกฯ สมัยแรก อาเบะสร้างประวัติศาสตร์เป็นนายกฯ ญี่ปุ่นที่อายุน้อยที่สุด และเมื่อปีที่แล้วเขาก็สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ในฐานะนายกฯ ที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดโดยมีนโยบายเศรษฐกิจอาเบะโนมิกส์เป็นผลงานสร้างชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาเบะกล่าวว่าหนึ่งในความสำเร็จที่เขาภูมิใจที่สุดคือการเชิญประธานาธิบดีบารัก โอบามา มาเยือนเมืองฮิโรชิมา ทำให้โอบามาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐที่ยังดำรงตำแหน่งคนแรกที่มาเยือนเมืองที่สหรัฐทิ้งระเบิดปรมาณูโจมตี และสิ่งที่เขาผิดหวังที่สุดคือไม่สามารถพาชาวญี่ปุ่นที่โดนเกาหลีเหนือลักพาตัวเมื่อหลายสิบปีก่อน กลับประเทศได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75841</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชินโซ อาเบะ, นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น, โรคลำไส้อักเสบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200828/image_big_5f48fd36b940c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49526</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2019 21:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2019 21:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มุน แจอิน&#039; คุย &#039;ชินโซ อาเบะ&#039; นอกรอบอาเซียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีมุน แจอิน ของเกาหลีใต้ และนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่น พบปะพูดคุยกันนอกรอบการประชุมอาเซียนที่กรุงเทพฯ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เป็นการเจรจากันโดยตรงครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปีนับแต่ความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติร้าวฉานอย่างหนักทั้งด้านการเมืองและการค้าสืบเนื่องจากความขัดแย้งกรณีการบังคับใช้แรงงานสมัยอดีต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีมุน แจอิน (ที่ 2 จากขวา) พูดคุยกับนายกฯ ชินโซ อาเบะ (ที่ 2 จากซ้าย) เมื่อวันจันทร์ / YONHAP / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันจันทร์ที่ 4 กันยายน 2562 อ้างคำแถลงของโค มินจุง โฆษกหญิงของทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ว่า ประธานาธิบดีมุนและนายกฯ อาเบะ ประชุมหารือกันนอกรอบการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนบวกสามที่กรุงเทพฯ วันเดียวกันนี้ การพูดคุยที่จริงจังและเป็นมิตรอย่างมากใช้เวลา 11 นาที แต่เธอไม่ได้บ่งบอกว่าการหารือระหว่างผู้นำทั้งสองครั้งแรกในรอบ 13 เดือน ได้ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผู้นำทั้งสองเห็นด้วยกับทัศนะที่ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีกับญี่ปุ่นมีความสำคัญ และย้ำการยืนยันหลักการที่ว่าประเด็นทวิภาคีควรหาทางออกผ่านการเจรจา&amp;quot; เธอกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โกกล่าวว่า มุนเสนอให้ทั้งสองฝ่ายทบทวนการประชุมระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงหากจำเป็น ซึ่งผู้นำญี่ปุ่นตอบรับว่า ประเทศเพื่อนบ้านทั้งสองควรพยายามหากทางออกด้วยการใช้ &amp;quot;หนทางทุกทางที่มีอยู่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสถานีเอ็นเอชเคของญี่ปุ่นกล่าวเช่นกันว่า ผู้นำทั้งสองเห็นพ้องกันว่าความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศมีความสำคัญ และควรหาทางออกของความขัดแย้งผ่านการเจรจา เอ็นเอชเคบอกอีกว่า อาเบะได้แสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของมารดาประธานาธิบดีมุนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกาหลีใต้และญี่ปุ่นต่างเป็นชาติพันธมิตรของสหรัฐที่กำลังเผชิญปัญหาท้าทาย 2 ด้านเหมือนๆ กัน ทั้งภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือซึ่งมีอาวุธนิวเคลียร์ กับท่าทีดึงดันมากขึ้นของจีน ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองถึงจุดตกต่ำเมื่อปีที่แล้ว สืบเนื่องจากความขัดแย้งประเด็นญี่ปุ่นเคยบังคับใช้แรงงานชาวเกาหลีในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่นำไปสู่การตอบโต้กันด้วยการคว่ำบาตรทางการค้าและบานปลายถึงความร่วมมือด้านความมั่นคง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความขัดแย้งนี้ทำให้อาเบะและมุนไม่ได้จัดซัมมิตกันอีกเลย แม้ว่าทั้งคู่จะจับมือทักทายกันที่การประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศจี 20 ที่ญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพเมื่อเดือนมิถุนายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะที่กรุงโตเกียวเมื่อเดือนที่แล้ว มุนก็ไม่ได้มาร่วมด้วยตนเอง แต่ส่งนายกรัฐมนตรี ลี นักยอน เป็นผู้แทน พร้อมกับแนบจดหมายส่วนตัวของเขาเพื่อเรียกร้องให้สองประเทศปรับปรุงความสัมพันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ประเด็นที่เป็นชนวนเหตุของความขัดแย้งครั้งนี้ยังไม่คลี่คลาย เอ็นเอชเครายงานว่า อาเบะยังคงย้ำกับมุนว่า ประเด็นการบังคับใช้แรงงานช่วง 35 ปีที่ญี่ปุ่นยึดครองคาบสมุทรเกาหลีระหว่างปี 2453-2488 นั้นได้รับการแก้ไขและชดใช้เรียบร้อยแล้วตามสนธิสัญญาปี 2508 ที่นำไปสู่การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างเกาหลีใต้กับญี่ปุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศใช้มาตรการทางการค้าหลายอย่าง เพื่อตอบโต้ที่ศาลเกาหลีใต้มีคำพิพากษาให้บริษัทของญี่ปุ่นจ่ายเงินชดเชยการบังคับใช้แรงงานในอดีต เช่นเมื่อเดือนกรกฎาคม ญี่ปุ่นควบคุมการส่งออกสารที่เป็นส่วนสำคัญสำหรับการผลิตสินค้าของบริษัทเกาหลีใต้ รวมถึงของซัมซุง ขณะที่เกาหลีใต้ก็ตอบโต้ด้วยมาตรการแบบเดียวกัน และประกาศจะระงับข้อตกลงความร่วมมือกับด้านการแบ่งปันข่าวกรองทางทหาร โดยข้อตกลงดังกล่าวจะหมดอายุในเดือนนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49526</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุยนอกรอบ, ชินโซ อาเบะ, นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น, ประธานาธิบดีเกาหลีใต้, มุน แจอิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191104/image_big_5dc0322e65b04.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38501</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2019 21:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2019 21:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ ชินโซ อาเบะ เข้าพบผู้นำสูงสุดของอิหร่าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เข้าพบอยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมนี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเมื่อวันพฤหัสบดี หวังผ่อนคลายความตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐ ภายหลังการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจที่ทำให้ญี่ปุ่นพลอยได้รับผลกระทบจากการห้ามซื้อน้ำมันอิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ ชินโซ อาเบะ พบกับอยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมนี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2562 / AFP PHOTO / HO / KHAMENEI.IR&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาเบะเป็นนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นคนแรกที่มาเยือนอิหร่านนับแต่การปฏิวัติอิสลามเมื่อปี 2522 ภายหลังเดินทางมาถึงกรุงเตหะรานเมื่อวันพุธที่ 12 มิถุนายน เขาได้พบประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี ทันทีในวันเดียวกัน แล้วตามด้วยการเข้าพบคาเมนีในวันพฤหัสบดี โดยบัญชีทวิตเตอร์อย่างเป็นทางการของคาเมนีในฉบับภาษาอังกฤษได้เผยแพร่ภาพถ่ายของทั้งสอง พร้อมคำบรรยายว่า &amp;quot;พบกับนาย @อาเบะชินโซ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาเบะมาเยือนภูมิภาคนี้ในช่วงเวลาที่กำลังตึงเครียด ทั้งจากการคุมเชิงกันระหว่างอิหร่านกับสหรัฐ สืบเนื่องจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถอนตัวจากความตกลงนิวเคลียร์ปี 2558 แล้วรื้อฟื้นมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านโดยฝ่ายเดียว ซึ่งบีบบังคับให้ญี่ปุ่นต้องระงับการซื้อน้ำมันจากอิหร่านเมื่อเดือนพฤษภาคม ทรัมป์ยังสั่งสร้างเสริมกำลังทางทหารในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน สัปดาห์นี้ภูมิภาคอ่าวก็กำลังร้อนระอุจากกรณีกบฏฮูตีในเยเมน ซึ่งอิหร่านหนุนหลัง ยิงมิสไซล์โจมตีสนามบินในซาอุดีอาระเบียทำให้พลเรือนบาดเจ็บ 26 คนเมื่อวันพุธ และรัฐบาลซาอุดีอาระเบียกล่าวเตือนอิหร่านว่าจะเจอกับผลลัพธ์ร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาเบะกล่าวขณะแถลงข่าวร่วมกับโรฮานีเมื่อค่ำวันพุธว่า จำเป็นที่อิหร่านต้องแสดงบทบาทอย่างสร้างสรรค์เพื่อสร้างสันติภาพและเสถียรภาพในตะวันออกกลาง &amp;quot;วันนี้ภูมิภาคตะวันออกกลางตึงเครียดมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญบางคนชี้ว่าความขัดแย้งอาจปะทุขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ&amp;quot; เขากล่าวพร้อมกับย้ำว่า ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกันด้วยอาวุธ และญี่ปุ่นปรารถนาจะแสดงบทบาทเต็มความสามารถเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านโรฮานีกล่าวว่า เขาคาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกมากๆ ในตะวันออกกลางและในโลก หากสหรัฐหยุดการกดดันอิหร่านทางเศรษฐกิจผ่านการแซงก์ชั่น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38501</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชินโซ อาเบะ, นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น, อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมนี, อิหร่าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190613/image_big_5d0259885cf3e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
