<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115442</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปัดแจกถุงขนม5ล. ‘บิ๊กตู่’โต้‘วิสาร’ไม่ทำบ้าๆบอๆหึ่ง!รับปากดูแลสส.พปชร.แลกลงมติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศึกซักฟอกวันที่สามยังพุ่งเป้าถล่ม &amp;ldquo;ลุงตู่&amp;rdquo; &amp;ldquo;จิราพร&amp;rdquo; ซัดผู้นำทำงานน้อยกว่าสัปเหร่อเสียอีก &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; แจงพร้อมสูดน้ำมูกว่าควรใช้วิจารณญาณและปัญญาให้มากเมื่อพูดเรื่องวัคซีน &amp;nbsp;ผงะ! วิสารมือกรีดแขนโพล่งนายกฯ แจกเงิน ส.ส. 5 ล้านบาทกลางสภา พปชร.รุมด่าเลวทรามต่ำช้า &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; โต้กลับ ไม่ทำบ้าๆ บอๆ ไม่แจกถุงขนมอยู่แล้ว หึ่ง! ส.ส.พปชร.แห่เข้าพบนายกฯ พร้อมรับปากดูแล ส.ส.ทั้งก่อนและหลังแลกกับการลงมติ &amp;nbsp; พปชร.ส่อร้าวหน้า &amp;quot;ธรรมนัส&amp;rdquo; ประกาศคุยแค่รองนายกฯ ที่เป็นหัวหน้าพรรค รอลุ้นท่าที &amp;ldquo;ลุงป้อม&amp;rdquo; เรื่องยกมือโหวต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน ถือเป็นวันที่สาม ที่สภาผู้แทนราษฎรมีการพิจารณาญัตติการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ขณะเดียวกันก็มีความต่อเนื่องและผลพวงจากการอภิปรายในรอบ 1-2 วันที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยก่อนประชุม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งเดินทางมาถึงอาคารรัฐสภา ได้ตอบคำถามถึงความมั่นใจแค่ไหนกับผลโหวตไว้วางใจว่า ก็ว่ากันไป จะเชื่อไม่เชื่ออะไรก็ไปว่ากันในสภา อย่าพูดนอกสภาเลย&amp;nbsp;
เมื่อถามว่า มั่นใจว่าจะได้รับการโหวตไว้วางใจหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่า ก็ขึ้นอยู่กับ ส.ส.เขา และเมื่อถามอีกว่า ถึงวันนี้สบายใจขึ้นหรือไม่ นายกฯ ตอบด้วยน้ำเสียงเนือยๆ ว่า สบายใจ ทั้งนี้นายกฯ ดูมีท่าทีอิดโรย โดยมีรายงาน พล.อ.ประยุทธ์ใช้เวลาเกือบตลอดทั้งคืนวันที่ 1 ก.ย.ติดตามความเคลื่อนไหวในทางการเมือง โดยเฉพาะในประเด็นกระแสข่าวมีความพยายามโค่นล้มนายกฯ ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า &amp;ldquo;ข่าวว่า!!! นายกรัฐมนตรีเซ็นคำสั่งปลด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ แล้ว ถึงเวลาสงครามของผู้แทนของประชาชน+ประชาชนแล้ว ลุงคนดี vs ประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ถึงเรื่องดังกล่าว นายกฯ ตอบเพียงสั้นๆ ว่า &amp;ldquo;เชื่อมันหรือ&amp;rdquo;
ด้าน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกระแสข่าวลาออกจากรัฐมนตรีว่า ไม่ทราบ ส่วนกรณีนายมงคลกิตติ์โพสต์เฟซบุ๊กนั้น ยังไม่เห็น ยังไม่ทราบข่าวดังกล่าว เมื่อถามย้ำว่าจะเอาผิดกับคนปล่อยข่าวดังกล่าวหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า &amp;ldquo;เต้เขาไม่ได้ประสงค์ร้ายอะไรกับผม จะไปเอาผิดเขาได้อย่างไร เรื่องนี้มีที่มาที่ไปหรือไม่ ไม่ทราบ ต้องไปถามจากเต้ว่าหมายความว่าอย่างไร&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้พูดคุยทำความเข้าใจกับ พล.อ.ประยุทธ์แล้วหรือยัง ร.อ.ธรรมนัสตอบทันทีว่า &amp;ldquo;ไม่คุยกับนายกฯ แต่คุยกับรองนายกฯ ที่เป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งเมื่อตอนกลางวันก็เพิ่งไปทานข้าวกับรองนายกฯ มา&amp;rdquo; ถามต่อเนื่องว่าแสดงว่ารอยร้าวที่เป็นปัญหาเรียบร้อยดีแล้วใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า &amp;ldquo;ยืนยันว่าคุยกับรองนายกฯ และเมื่อวานก็ได้พูดไปหมดแล้ว ที่แถลงข่าวไปนั้นชัดเจนหมดแล้ว ไม่มี ประเด็นอะไรใหม่&amp;rdquo;&amp;nbsp;
ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าจะกลับไปเป็น ส.ส.อย่างเดียวใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า มาจากประชาชน เราเข้าสู่การเมืองแล้ว อย่าไปคิดมากในการปกครองระบอบประชาธิปไตย เราคือตัวแทนของพี่น้องประชาชนชาวไทย เพราะฉะนั้นเมื่อคุณจะทำอะไรต้องคิดถึงประโยชน์ของประเทศชาติบ้านเมืองและพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง เสียงจากประชาชนคือเสียงสวรรค์ และในชีวิตก็ไม่ได้คิดจะมาเล่นการเมืองอยู่แล้ว จึงไม่ยึดติดตำแหน่ง
โหวตขึ้นอยู่หัวหน้าสั่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า กระแสข่าวถึงขณะนี้แสดงให้เห็นว่า ร.อ.ธรรมนัสขัดแย้งกับ พล.อ.ประยุทธ์ชัดเจนใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า มีแต่กระแสข่าว ยังไม่ได้คุยกับนายกฯ เลย ส่วนเรื่องการโหวตนั้น พูดเสมอว่าทุกอย่างอยู่ที่หัวหน้าพรรคที่จะให้นโยบายอย่างไร แต่ทุกอย่างก็อยู่ที่เอกสิทธิ์ เพราะเป็นสิทธิ์ของ ส.ส.แต่ละคนว่าจะตัดสินใจในเรื่องเสียงในสภาอย่างไร เราไปครอบงำเขาไม่ได้ เชื่อว่าส.ส.ทุกคนกว่าจะมาเป็น ส.ส.เขาก็ผ่านอะไรมาเยอะ&amp;nbsp;
เมื่อถามว่า สถานการณ์ที่รุมเร้าขณะนี้จะทำให้ ร.อ.ธรรมนัสถอดใจลาออกจากการเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า &amp;ldquo;ผมไม่ยึดติดกับตำแหน่งหน้าที่ ซึ่งผมพูดคำนี้เสมอ&amp;rdquo; และเมื่อถามอีกว่า มีคนระบุว่า ร.อ.ธรรมนัสแอบอ้างสถาบันเพื่อเปลี่ยนนายกฯ ใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า อย่าไปถามเรื่องประเด็นนี้ การเมืองเราต้องแยกให้ชัดเจน ว่าการเมืองคือการเมือง อย่าดึงสถาบันลงมายุ่งกับการเมือง ต้องรู้จักแยกแยะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวจากพรรค พปชร.แจ้งความเคลื่อนไหวของ​แกนนำและ ส.ส.พปชร.​อย่างต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อวันที่​ 1​ ก.ย.จนถึงปัจจุบัน มีความพยายามล็อบบี้เสียงสนับสนุน​ระหว่างกลุ่มที่ไม่พอใจ​ พล.อ.ประยุทธ์​กับกลุ่มที่ยังสนับสนุน​ พล.อ.ประยุทธ์ โดยมีรายงานว่ามีผู้ประสาน​จากฝ่าย​ พล.อ.ประยุทธ์มาประสาน ส.ส.แต่ละกลุ่มให้เข้าพบนายกฯ​ ที่ห้องรับรองรัฐสภาตลอดทั้งวัน​ ซึ่งที่ผ่านมานายกฯ ​แทบไม่เคยมานั่งพูดคุยกับ ส.ส.แบบเป็นกันเองลักษณะนี้เลย ซึ่งในการพูดคุย พล.อ.ประยุทธ์ยังมีการยืนยันที่จะดูแล​ ส.ส.​ทั้งก่อนและหลังเพื่อแลกกับการลงมติไว้วางใจ และ พล.อ.ประยุทธ์ยังได้ย้ำกับ ส.ส.ด้วยว่าขอให้มั่นใจว่าจะไม่มีการยุบสภา​ ไม่มีการปรับ ครม.​ ทั้งนี้กลุ่ม ส.ส.ที่เข้าพบนายกฯ​ มีกลุ่มของนายสันติที่นำ​ ส.ส.จาก ส.ส.นครสวรรค์,​ พิจิตร,​ พิษณุโลก​ และแม่ฮ่องสอน​ เกือบ​ 10​ คนเข้าพบ ส่วนกลุ่มที่ไม่พอใจ​ พล.อ.ประยุทธ์​ ก็เคลื่อนไหวลักษณะเดียวกัน โดยรับปากจะดูแลทั้งก่อนและหลังลงมติ​ พร้อมการันตีว่าจะส่งลงสมัครรับเลือกตั้งในสมัยหน้าในนามพรรคอีกด้วย​ แต่หากไม่มา​ จะหาผู้สมัครคนอื่นมาลงสมัครแทน&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ขณะนี้​ ส.ส.หลายคนยังรอดูท่าทีจาก​ พล.อ.ประวิตร​ วงษ์สุวรรณ​ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค​ พปชร. ที่จะเรียกประชุม​ ส.ส.เป็นครั้งสุดท้าย เวลา 13.00 น. ก่อนลงมติในวันที่​ 3​ ก.ย.นี้ก่อน​ แล้วจึงจะตัดสินใจว่าจะต้องลงมติอย่างไร​ โดยเริ่มมีการเช็กเสียงกันว่าหากต้องเลือกระหว่าง​ พล.อ.ประวิตร​กับ​ พล.อ.ประยุทธ์​ จะเลือกใคร​ ส.ส.ส่วนใหญ่ต่างระบุว่าจะเลือ​ก​ พล.อ.ประวิตร&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้​​ พรรค​ พปชร.มี​ ส.ส. 118 เสียง​ โดยมีกลุ่มการเมืองขนาดใหญ่​ อาทิ กลุ่ม​ ร.อ.ธรรมนัส​ และนายวิรัช​ รัตนเศรษฐ​ ส.ส.บัญชีรายชื่อ​ ประธานวิปรัฐบาล ที่มีประมาณ​ 40​ เสียง​,กลุ่มสามมิตร​ ที่มีเกือบ​ 30​ เสียง​ และกลุ่มนายสันติ​ &amp;nbsp;10​ เสียง​ ส่วนกลุ่มอื่นๆ​ กทม.​ ภาคใต้​ และกลุ่มอิสระอื่นๆ​ มีทั้งสนับสนุนและไม่สนับสนุน​ พล.อ.ประยุทธ์
ซัดแยก สธ.ออกจากการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับการอภิปรายนั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ระบุถึงกรณีฝ่ายค้านท้วงติงที่ให้ข้าราชการประจำมาชี้แจงแทนว่า วันอภิปรายในวันแรกได้ลุกขึ้นตอบชี้แจงไปแล้ว และเมื่อฝ่ายค้านอภิปรายครบก็จะได้ลุกขึ้นตอบทีเดียว ขืนไปตอบทุกครั้งๆ ก็คงหมดแรงแย่ ส่วนที่ข้าราชการที่มาตอบส่วนใหญ่เป็นแพทย์ทั้งนั้น เขาไม่ได้มาตอบฝ่ายค้าน แต่เอาความจริงที่มีความจำเป็นที่ต้องให้ประชาชนรับทราบ เพราะเป็นเรื่องของชีวิต สุขภาพ และความปลอดภัย
&amp;ldquo;ข้อมูลที่ฝ่ายค้านนำมาอภิปรายหลายข้อมูลเป็นเท็จ หลายข้อมูลตัดแปะ เรื่องแพทย์กับเรื่องการเมืองถ้าเกี่ยวข้องกันเมื่อไหร่ก็บรรลัยเมื่อนั้น เกี่ยวกันไม่ได้ เพราะเรื่องแพทย์ เรื่องการรักษาโรคระบาดเป็นสิ่งที่ต้องแยกออกจากกันอย่างเด็ดขาด ดังนั้นอย่าเอามายุ่งกับการเมือง อย่าไปซ้ำเติมประชาชน&amp;rdquo; นายอนุทินระบุ
ส่วนนายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานวอร์รูมนอกสภา ระบุว่า จะยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ตรวจสอบและดำเนินการเอาผิด ส.ส.ที่อภิปรายเข้าข่ายผิดประมวลจริยธรรมอย่างร้ายแรง และขอให้ส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบ 2 คน ได้แก่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) และนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม.พรรคก้าวไกล&amp;nbsp;
ด้านนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย​ (พท.) และประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงภาพรวมการอภิปรายว่า เราบริหารเวลาได้ดี แต่เป็นที่สังเกตว่ารัฐบาลตอบน้อยกว่าเดิมโดยไม่ทราบสาเหตุ มีเพียงนายกฯ ที่ตอบ ส่วนคนอื่นตอบน้อย ส่วนกรณีประท้วงประเด็นซ้ำนั้นเป็นกลยุทธ์ในการอภิปราย เป็นเรื่องที่เราต้องโฟกัส ต้องจัดคนมาพูดซ้ำ เพราะบางครั้งผู้ชมอาจฟังไม่ทันหรือตามไม่ทัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และในเวลา 09.00 น. ที่ได้เริ่มต้นการประชุม น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรค พท. อภิปรายว่า พล.อ.ประยุทธ์กล่าวในสภาว่าสวดมนต์ทุกวัน อยากถามว่ารู้จักสุภาษิตมือถือสาก ปากถือศีลหรือไม่ เพราะประชาชนทั้งประเทศกำลังรอฟังว่านายกฯ ทุจริตหรือไม่ ถ้าไม่ได้ทำก็ต้องแสดงหลักฐาน ไม่ใช่อ้างว่าสวดมนต์ทุกวัน โดยเฉพาะเรื่องการจัดซื้อวัคซีนซิโนแวคอย่างเดียว และไม่ต้องด่าฝ่ายค้านว่าด้อยค่าซิโนแวค แต่ท่านต่างหากที่กำลังด้อยค่าคนไทย ซึ่งวันนี้เขาสงสัยส่วนต่างการจัดซื้อซิโนแวคหายไปไหน เงินทอนมีหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สถานการณ์บ้านเราตอนนี้ สัปเหร่อทำงานเยอะกว่านายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ เวิร์กฟรอมโฮม ปิดทองหลังพระ แต่พระต้องใส่ชุดพีพีอี ใส่หน้ากากช่วยเหลือประชาชน ทุกอย่างกลับตาลปัตร&amp;rdquo; น.ส.จิราพรกล่าว&amp;nbsp;
เวลา 10.50 น. พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงว่า รัฐบาลมีการปรับกลยุทธ์เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโควิดมาตลอด ส่วนแผนการจัดหาวัคซีนเรามีแผนการดำเนินการมาตั้งแต่ต้นปี 2563 และปัจจุบันองค์การอนามัยโลกรับรองวัคซีนเพียง 7 ยี่ห้อเท่านั้น ตลาดวัคซีนเป็นตลาดของผู้ขาย ไม่ใช่ตลาดผู้ซื้อ ต้องระวังเวลาด้อยค่าวัคซีน สุดท้ายประเทศเขาไม่นำออกมาจะทำอย่างไร ส่วนราคาวัคซีนจัดซื้อเท่าไหร่ ก็เบิกงบประมาณเท่านั้น อย่าเอาทุกอย่างประมวลรวมมั่วไปหมด เพราะจะเกิดความเข้าใจผิด&amp;nbsp;
&amp;ldquo;การเข้าร่วมโครงการโคแวกซ์นั้น อาเซียนที่เข้าร่วมโคแวกซ์ถือว่าได้รับวัคซีนเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก บางประเทศได้รับแค่หลักแสนโดส แต่ไทยได้จองวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 38 ล้านโดส ถือว่าสูงกว่าหลายประเทศ ยืนยันว่าจะได้ครบ 61 ล้านโดสภายในเดือน ธ.ค.นี้&amp;rdquo; นายกฯกล่าว และว่า ที่เราใช้วัคซีนซิโนแวค เพราะเป็นเชื้อตายที่ชาวโลกใช้มาเนิ่นนาน ผลข้างเคียงน้อยอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ เราสั่งซื้อได้ในจำนวนที่เราต้องการเพื่อให้มีวัคซีนหลักให้เร็วที่สุด การด้อยค่าวัคซีนถือว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน การพูดอะไรที่ไม่เป็นข้อเท็จจริง กระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ขอให้ใช้วิจารณญาณ ใช้ภูมิปัญญาอย่างมากในคำพูดทุกคำพูด ท่านต้องรับผิดชอบ
ก.ก.ว่างนับนายกฯ สูดน้ำมูก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างชี้แจง พล.อ.ประยุทธ์มีสภาพอิดโรย มีอาการคัดจมูกน้ำมูกไหล ทำให้นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ลุกขึ้นประท้วงว่า นายกฯ คอยสูดน้ำมูกตลอดเวลานับได้ 98 ครั้ง จึงขอประท้วงประธานในที่ประชุม ว่าเหตุใดปล่อยให้คนเป็นหวัดเข้ามาห้องประชุม อาจแพร่เชื้อได้ จากนั้น นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ กล่าวว่า เห็นด้วยกับผู้ประท้วง ถ้าเป็นไปได้อยากให้นายกฯ ถอดหน้ากากอนามัยแล้วเข้าไปชี้แจงยังโพเดียมที่เตรียมไว้ให้ ซึ่งนายกฯ ก็ไม่ได้ชี้แจงต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะทำงานนายกฯ ชี้แจงในเรื่องนี้ว่า &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์มีอาการปกติดี ไม่ได้ไม่สบาย เพียงแต่พักผ่อนน้อย และมีอาการแพ้อากาศ&amp;nbsp;
ต่อมาการประชุมช่วงบ่ายก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จนถึงคิวนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรค พท. โดยก่อนจบการอภิปราย นายวิสารระบุว่า คนที่อยู่ในตำแหน่งนายกฯ วันนี้สง่างามหรือไม่ เพราะ ณ ขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์จ่ายเงินให้ ส.ส. 5 ล้านบาทที่ชั้น 3 การทำแบบนี้เป็นการกระทำที่อุกอาจ ส.ส.ไปรับเงินนายกฯ 5 ล้านบาท เป็นไปได้อย่างไร จะอยู่กันเช่นนี้หรือ น่าไม่อาย ทำแบบนี้ในสภาได้อย่างไร ทำให้นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรค พปชร. ลุกขึ้นประท้วงว่า สิ่งที่นายวิสารพูดไม่ได้อยู่ในญัตติ และสงสัยว่าเป็นการพูดเท็จในสภาหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวน ซึ่งทำหน้าที่ประธานควบคุมการประชุม ระบุว่า เห็นด้วยว่าสิ่งที่นายวิสารพูดไม่ได้อยู่ในญัตติ แต่เมื่อพูดไปแล้วก็ไม่ต้องถอน นายกฯ จะได้มีโอกาสชี้แจงต่อไป ไม่เป็นไร แต่ ส.ส.พรรค พปชร.ก็ยังลุกขึ้นประท้วงต่อเนื่อง พร้อมเรียกร้องให้ถอนคำพูด แต่นายชวนยืนยันในคำวินิจฉัยเดิมว่าไม่ต้องถอนคำพูดจะได้ให้นายกฯ ชี้แจง ถ้าจริงก็เสียหาย ถ้าไม่จริงผู้พูดก็โกหก เสื่อมเสียต่อผู้พูดเอง จากนั้น ก็ได้เชิญนายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย อภิปรายตามคิวที่กำหนดไว้ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยหลังนายครูมานิตย์อภิปรายเสร็จเรียบร้อย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรค พท. ขอหารือกรณีที่นายวิสารอภิปรายว่านายกฯ แจกเงินให้ ส.ส. 5 ล้านบาท เป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรง และขณะนี้กำลังมีบุคคลเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับห้องโสตทัศนูปกรณ์ กลัวว่ากล้องวงจรปิดของสภาจะกลายเป็นกล้องดัมมี่ไป จึงขอให้ให้ประธานสภาฯ ช่วยดูแลด้วย หากหลักฐานโดนลบไป ซึ่งนายชวนวินิจฉัยให้อภิปรายต่อไป ส่วนประเด็นที่มีการกล่าวหานั้น ได้รับแจ้งว่านายกฯ จะมาชี้แจงในสภาต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรค พปชร. กล่าวว่า เป็นหนึ่งคนที่เข้าไปพบนายกฯ พร้อมๆ กับเพื่อน ส.ส. ไม่ได้มีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเงินทอง การที่ฝ่ายค้านกล่าวหาเพื่อนสมาชิกด้วยกัน มันเลวทรามต่ำช้า และถ้าหากจะไปเปิดกล้องวงจรปิดก็เชิญ แต่ต้องให้ฝ่ายค้านถอนคำพูด ซึ่งนายชวนกล่าวว่า สาเหตุที่บอกว่าไม่ให้ถอน เพราะเป็นเรื่องที่พาดหัวไปแล้ว หากจะขจัดข้อสงสัยต้องชี้แจง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 14.10 น. นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ก.ก. อภิปรายโดยใช้เวลากว่า &amp;nbsp;70 นาที ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องกระทรวงกลาโหม และม็อบ ตั้งแต่เรื่องหลักเกณฑ์การสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารจนถึงการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ของในสมัย พล.อ.ประวิตรเป็น รมว.กลาโหม&amp;nbsp;
&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot;ปัดแจกถุงขนม5ล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 16.20 น. น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า โครงการจัดซื้อยุทโธปกรณ์กองทัพอากาศ 3 โครงการ คือ โครงการพัฒนาและปรับปรุงระบบป้องการทางอากาศ ระยะที่ 7 ( N-SOC C2), โครงการพัฒนาการป้องกันฐานที่ตั้งทางทหารของกองทัพอากาศ (GBAD) และโครงการจัดหาทดแทนวิทยุพื้นดิน-อากาศ มูลค่ากว่า 3,000&amp;nbsp;
&amp;nbsp;ล้านบาท พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงทีโออาร์เรื่องนี้ กรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติผิดมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร เคยเชิญตัวแทนจากกองทัพอากาศมาชี้แจงในรายละเอียดของโครงการ ถึงแม้กองทัพอากาศที่เป็นหน่วยรับงบประมาณ จะสามารถรื้อโครงการ เปลี่ยนแปลงทีโออาร์ได้ แต่ทำได้อย่างจำกัด ต้องอยู่ภายใต้อำนาจ ขอบเขตตามกฎหมาย ที่เป็นการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณมีประสิทธิภาพ และต้องไม่ให้กระทบต่อวัตถุประสงค์ จากการให้ถ้อยคำของประธานคณะกรรมการปรับปรุงเปลี่ยนทีโออาร์บอกชัดเจนว่า ฝ่ายเสธ.ของ ผบ.ทอ.เข้ามาสั่งการ ตนสงสัยว่าฝ่ายเสธ.คนนี้ใหญโตแค่ไหน เมื่อไปตรวจสอบดู เสธ.คนนี้ไม่ได้อยู่ในกองทัพอากาศ เป็นทหารอากาศที่รับราชการอยู่นอกหน่วยกองทัพแต่มาช่วยราชการ ที่สำคัญใครส่งมาก็ไม่รู้ แต่การมาสั่งการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ทำสิ่งที่ขัดกับกฎหมาย จากเรื่องดังกล่าว จึงไม่อาจไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี ในฐานะ รมว.กลาโหม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม ยังคงอภิปรายเนื้อหาเดิมๆที่เคยแถลงข่าวไปก่อนหน้านี้ อาทิ การเดินหน้าจัดซื้อโครงการเรือดำน้ำของกองทัพเรือ ที่เป็นจีทูจีเก๊ ไม่ได้ลงนามกับรัฐบาลจีน แต่ลงนามกับตัวแทนบริษัท เอกชนจีน มีการเร่งรีบทำสัญญา แม้การจัดซื้อเรือดำน้ำลำที่ 2-3 ถูกกระแสสังคมต่อต้านหนัก จนต้องถอนวาระการจัดซื้อออกไป แต่ยังเหลือโครงการที่เกี่ยวเนื่องอยู่ อาทิ โครงการเรืออเนกประสงค์ยกพลขึ้นบก 6,200 ล้านบาท, โครงการโรงซ่อมเรือดำน้ำ 995 ล้านบาท, โครงการทดสอบคลังเก็บตอร์ปิโด รวมมูลค่าโครงการเรือดำน้ำทั้งหมด 44,222 ล้านบาท โดยเฉพาะโรงซ่อมเรือดำน้ำ ที่บริษัท CSOC ที่เป็นบริษัทประเทศจีนชนะประมูลนั้น เป็นบริษัทนายหน้ามาทำจีทูจีเก๊ มีความเชื่อมโยงกับบริษัทแห่งหนึ่งที่บริจาคเงินให้มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;2 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของทั้งคู่ ขอให้ พล.อ.ประวิตร บิดาแห่งเรือดำน้ำมาตอบด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 18.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ชี้แจงว่า ไม่เคยเรียกผลประโยชน์จากใคร พยายามลดการทุจริต ถ้ามีหลักฐานเพียงพอก็ให้ไปว่ากันในชั้นศาล เรื่องคำถามในคัดเลือกนักเรียนเตรียมทหารนั้น ต้องมีการตรวจสอบทัศนคติ เป็นคำถามธรรมดา ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ ยืนยันไม่เคยเอากฎหมาย ทหาร ตำรวจ มาปกป้องตัวเอง ตนปกป้องตัวเองได้ ใครที่จะมาทำอะไร เห็นขู่กันจังข้างนอก ก็ลองมาแล้วกัน ไม่ได้ท้าทาย คิดว่าป้องกันตัวเองได้ การบอกว่าเอากำลังมาปิดกั้นที่สามเหลี่ยมดินแดงเพื่อปกป้องบ้านตนนั้น เป็นการชักชวนให้คนไม่เข้าใจหรือไม่ บริเวณดังกล่าวเป็นเส้นทางคมนาคม ทำให้การจราจรติดขัด แฟลตดินแดงเดือดร้อน แล้วจะทำไปทำไม จะมาจับตนได้หรือไม่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังจากนายกฯ ชี้แจงจบ นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทยลุกขึ้นสอบถามอีกครั้งว่า เรื่องที่ พูดไปเมื่อสักครู่ ขณะนี้ได้ย้ายจากชั้น 3มาชั้น 2 ประเทศจีนมีเกมเปลี่ยนหน้า แต่ประเทศไทยมีเกมเปลี่ยนหัว ไม่อยากให้เป็นเรื่องจริง สงสารประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ลุกขึ้นชี้แจงทันทีว่า ที่กล่าวหามีคนมาพบ ไม่ใช่คนแบบนั้น มีคนมาพบเพราะไม่ค่อยได้เจอกัน มาคารวะ ให้กำลังใจ ผมไม่ทำบ้าๆ บอๆ ไม่ทำถุงขนมอยู่แล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115442</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ศึกซักฟอกวันที่สามยังพุ่งเป้าถล่ม “ลุงตู่”, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210902/image_big_6130c18215e9f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110768</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ห้ามมีคนตายริมถนน ‘บิ๊กตู่’สั่งทุกฝ่ายเร่งแก้ไข นิวไฮอีกป่วย13,655ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ทุบโต๊ะต้องไม่เกิดภาพคนป่วยโควิดนอนตายข้างถนน หรือติดเชื้ออยู่บ้านอีก สั่งทุกหน่วยงานเร่งคิดและแก้ไข &amp;ldquo;กทม.-ทหาร-ตำรวจ&amp;rdquo; &amp;nbsp;ประสานเสียงเร่งผุด รพ.สนาม ศบค.เปิดตัวเลขติดเชื้อใหม่ทำนิวไฮอีกแล้ว 13,655 ราย ส่งผลไทยขึ้นอันดับ 50 ของโลกในจำนวนผู้ติดเชื้อ คลัสเตอร์ใหม่โผล่พรึ่บรายวัน &amp;ldquo;ปากช่อง&amp;rdquo; ป่วนผู้ติดเชื้อใหม่กระฉูด ผวาคุมไม่อยู่ ส่วน &amp;ldquo;ปัตตานี&amp;rdquo; สถานะเตียงเริ่มวิกฤติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 กรกฎาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังคงปฏิบัติงานเวิร์กฟรอมโฮมที่บ้านพัก &amp;nbsp;โดยเมื่อเวลา 09.30 น. นายกฯ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบศ. ครั้งที่ 3/2564 ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอทุกหน่วยงานทำทุกวิถีทางลดจำนวนผู้ติดเชื้อที่รออยู่ที่บ้าน และผู้ที่คอยรถมารับต้องไม่ให้ไปอยู่ตามถนนหนทาง ต้องไม่ให้เห็นภาพนี้อีกต่อไปอีก ถือเป็นความรับผิดชอบของทุกหน่วยงาน ไม่ใช่แค่สาธารณสุขเพียงอย่างเดียว ให้ช่วยกันทำและคิด ว่าทำอย่างไรจะให้ผู้ป่วยเหล่านี้ได้เดินทางมายังโรงพยาบาลสนาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานอีกว่า นอกเหนือจากนายกฯ กำชับในที่ประชุม ศบศ.ต้องไม่มีภาพประชาชนมานอนรอความช่วยเหลือ ต้องไม่ให้มีภาพประชาชนนอนเสียชีวิตริมถนนอีก กทม.ทุกหน่วยที่รับผิดชอบต้องช่วยกันทำงานเชิงรุก ต้องบูรณาการ ต้องไม่โทษกันอีก ต้องนำผู้ป่วยออกจากบ้านไปยังศูนย์พักคอย เร่งจัดหาเตียง ส่งโรงพยาบาลสนาม หรือนำส่งโรงพยาบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. โพสต์เฟซบุ๊กถึงการเร่งขยายโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ว่า ได้ลงพื้นที่ดูความเรียบร้อยของอาคารไอซียูโมดูลาร์ 2 (Modular ICU 2) ที่ รพ.สนามราชพิพัฒน์ 2 เขตทวีวัฒนา ที่ได้รับความร่วมมือจาก SCG ซึ่งสามารถรองรับผู้ป่วยสีแดงได้จำนวนเพิ่มขึ้น ซึ่งตอนนี้ก่อสร้างเสร็จแล้ว 2 อาคาร จากทั้งหมด 4 อาคาร โดยอาคารแรก 10 เตียง เปิดรับผู้ป่วยเมื่อวันที่ 12 ก.ค.64 ที่ผ่านมา ขณะนี้มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาเต็มแล้ว นอกจากนี้ กทม.ยังได้เร่งขยายศักยภาพการรักษาภายใน รพ. ทั้งปรับเปลี่ยนเตียงรองรับผู้ป่วยเคสสีเขียว เป็นเตียงผู้ป่วยเคสสีเหลือง 150 เตียง และเร่งสร้าง Modular ICU อีก 2 อาคาร เพื่อจะได้รองรับผู้ป่วยสีแดงได้อีก 40 เตียง คาดว่าจะสร้างเสร็จครบ 40 เตียง ภายในเดือน ก.ค.64 และ กทม.ได้ขยายเตียงดูแลรักษาผู้ป่วยโควิดเคสสีแดงเพิ่มอีก 16 เตียง ที่ รพ.ผู้สูงอายุบางขุนเทียน คาดว่าจะเปิดบริการภายในสิ้นเดือน ก.ค.เช่นกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ รองเสนาธิการทหารบก ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 กองทัพบก (ผอ.ศบค.19 ทบ.) กล่าวว่า ในส่วนของ ทบ. มี รพ.สนามทั่วประเทศที่ได้ร่วมกับ สธ.จังหวัด รวม 19 แห่ง รองรับผู้ป่วยได้ 3,323 เตียง ซึ่งล่าสุด พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก ได้สั่งการให้หน่วยทหารทั่วประเทศใช้อาคารสโมสร หรืออาคารอเนกประสงค์ในค่ายทหารทั่วประเทศเป็น รพ.สนามศูนย์คัดกรอง เพื่อประเมินอาการและดูแลผู้ป่วยสีเขียวในเบื้องต้น ซึ่งในพื้นที่ กทม.จะใช้สโมสรทหารบก ถ.วิภาวดี จัดเตรียมตั้งเป็น รพ.สนามศูนย์คัดกรอง ซึ่งเมื่อเปิดดำเนินการจะรองรับผู้ป่วยได้ประมาณ 300-400 เตียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตร.มีความพร้อมจัดตั้ง รพ.สนามโดยใช้สโมสรตำรวจเป็นสถานที่รองรับ เบื้องต้นวางแผนที่จะเปิดรับผู้ป่วยที่ติดเชื้อกลุ่มสีเขียวได้ 40-50 เตียง ขณะนี้กำลังขยายการปรับปรุงพื้นที่ เมื่อเสร็จสิ้นคาดว่าจะรองรับได้ 200 เตียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสํานักนายกฯ กล่าวถึงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ที่มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ประสานกับรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำหนดแนวทางการดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ต้องการเดินทางกลับไปรักษาที่ภูมิลำเนา เพื่อลดความหนาแน่นในการรองรับผู้ป่วยใน กทม.และปริมณฑล ว่าล่าสุดสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กองทัพบก และกระทรวงคมนาคม ได้ประสานความร่วมมือจัดรถรับ-ส่งผู้ป่วยโรคโควิด-19 ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลที่ต้องการกลับไปรักษายังภูมิลำเนาแล้ว โดยประชาชนที่ป่วยด้วยโรคโควิด-19 อาการไม่รุนแรงในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลที่ต้องการกลับไปรักษาตัวยังภูมิลำเนา สามารถติดต่อได้ที่สายด่วน 1330 กด 15 &amp;nbsp;หรือลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ ht tps://crmdci.nhso.go.th/
สั่ง13จังหวัดปิด10กิจการเพิ่ม
ส่วนนายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ในฐานะประธานมูลนิธิประชาปลอดภัย ระบุข้อความผ่านเพจมูลนิธิประชาปลอดภัย ว่าขอสนับสนุนโครงการส่งผู้ป่วยโควิด-19 กลับไปดูแลรักษาที่ภูมิลำเนาของรัฐบาล แต่มีข้อเสนอแนะมาตรการ Refer back อย่างเป็นระบบ ดังนี้ 1.สธ.ต้องตั้ง NEOC (National emergency operation center) โดยด่วน ประมวลสถานการณ์ประจำวันคนติดเชื้อรายใหม่ทั้งผู้ป่วยสีเขียว เหลือง และแดง สถานภาพเตียง และ รพ.สนาม 2.Tele conference กับ ผอ.รพ., นพ.สสจ. 3.ทุกจังหวัดตั้ง PEOC รับแจ้งข่าว การส่งกลับ จาก กทม.และปริมณฑล และ 4.รายงานและติดตามประเมินผล และปรับยุทธวิธีตามสถานการณ์
ด้านนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัด มท.ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;ได้สั่งการให้ กทม.และผู้ว่าฯ นครปฐม, นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรปราการ, สมุทรสาคร, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, พระนครศรีอยุธยา, นราธิวาส, ปัตตานี, ยะลา และสงขลา หารือคณะกรรมการโรคติดต่อพิจารณามีคำสั่ง/ประกาศปิดสถานที่หรือกิจการให้เป็นไปตามมติ ศปก.ศบค.เพิ่มเติม 10 กิจการ ในขณะที่จังหวัดอื่นๆ นั้น ให้ผู้ว่าฯ คณะกรรมการโรคติดต่อใช้ดุลพินิจพิจารณาปิดสถานที่ 10 กิจการ หรือกิจการเพิ่มเติมได้ตามที่เห็นสมควร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ว่ามีรายใหม่ 13,655 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 13,099 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 9,254 ราย, มาจากการค้นหาเชิงรุก 3,845 ราย, มาจากเรือนจำและที่ต้องขัง 545 ราย, มาจากต่างประเทศ 11 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 453,132 ราย หายป่วยเพิ่มเติม 7,921 ราย หายป่วยสะสม 312,377 ราย อยู่ระหว่างรักษา 137,058 ราย อาการหนัก 3,856 ราย ใช้เครื่องช่วยหายใจ 889 ราย มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 87 ราย เป็นชาย 40 ราย หญิง 47 ราย โดยมากสุดอยู่ใน กทม. 44 ราย ทำให้ปัจจุบันมียอดผู้เสียชีวิตสะสม 3,697 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตัวเลขผู้ติดเชื้อของไทยที่เพิ่มขึ้นทำสถิตินิวไฮใหม่ที่ 13,655 ราย ทำให้ประเทศไทยขณะนี้มียอดผู้ติดเชื้ออยู่ในอันดับ 50 จาก 220 ประเทศและดินแดนที่มีผู้ติดเชื้อโควิด โดยมีผู้ติดเชื้อสะสม 453,132 ราย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่อันดับ 49 คือ ประเทศโบลิเวียมีผู้ติดเชื้อสะสม 465,351 คน เพิ่มขึ้น 1,174 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดได้แก่ กทม. 2,893 ราย, สมุทรสาคร 965 ราย, สมุทรปราการ 895 ราย, ชลบุรี 620 ราย, นนทบุรี 416 ราย, ปทุมธานี 365 ราย, นครราชสีมา 293 ราย, ปัตตานี 289 ราย, สุพรรณบุรี 274 ราย และระยอง 261 ราย พบคลัสเตอร์ใหม่ 7 แห่ง ได้แก่ โรงงานขึ้นรูปโลหะ อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร พบผู้ติดเชื้อ 15 ราย, บริษัทบรรจุภัณฑ์พลาสติก อ.เมืองฯ จ.ชลบุรี 18 ราย, คลังห้างสรรพสินค้า อ.สามโคก จ.ปทุมธานี 10 ราย, โรงงานแปรรูปไก่ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี 119 ราย, ที่ จ.ระยอง 2 แห่งคือ บริษัทอุปกรณ์สื่อสาร อ.ปลวกแดง 75 ราย แคมป์ก่อสร้าง อ.เมืองฯ 30 ราย และห้างวัสดุก่อสร้าง อ.เมืองฯ จ.ตราด 19 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถาน ว่า ณ วันที่ 21 ก.ค.2564 เวลา 16.00 น. พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 545 ราย โดยพบในเรือนจำสีแดง 455 ราย และพบในห้องแยกกักโรคผู้ต้องขังรับใหม่ 90 ราย หายป่วยเพิ่ม 50 ราย รวมยังมีผู้ต้องขังติดเชื้อที่อยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 4,320 ราย และไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตต่อเนื่องเป็นวันที่ 12 แต่วันนี้พบเรือนจำที่แพร่ระบาดเพิ่ม 1 แห่ง คือ เรือนจำจังหวัดกาญจนบุรี ส่งผลให้เรือนจำสีขาวที่ไม่พบการแพร่ระบาดลดลงอยู่ที่ 112 แห่ง และเรือนจำสีแดง 21 แห่ง
หญิงท้องต้องเร่งฉีดวัคซีน&amp;nbsp;
พล.ท.สันติพงศ์กล่าวถึงทหารกองประจำการผลัด 1/2564 ที่เพิ่งเข้าประจำการใน 1 ก.ค.ว่า ได้ตรวจ 34,822 นาย พบติดเชื้อมาก่อนเข้าประจำการจำนวน 69 นาย คิดเป็น 0.19% ของทหารใหม่ผลัดนี้ทั้งหมด โดยตรวจพบในวันแรกที่เข้าหน่วยจำนวน 41 นาย และตรวจพบเพิ่มระหว่างกักตัวสังเกตอาการอีก 28นาย โดยปัจจุบันมียอดทหารใหม่ที่ติดเชื้อและยังอยู่ระหว่างรับรักษา 54 นาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากข้อมูลการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.2563-20 ก.ค.2564 พบมีหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อ 898 ราย เสียชีวิต 16 ราย กรมอนามัยจึงให้ความสำคัญโดยร่วมกับภาคีเครือข่าย รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญ ผลักดันนโยบายให้หญิงตั้งครรภ์ได้รับการดูแลที่เหมาะสม ผ่านคลินิกฝากครรภ์ที่หญิงตั้งครรภ์ไปรับบริการอยู่ โดยให้หญิงตั้งครรภ์จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่ควรต้องได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เช่นเดียวกับกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค. สธ.ได้มีนโยบายที่จะใช้ชุดตรวจอย่างรวดเร็ว หรือ ATK มาตรวจคัดกรองกรณีผู้ป่วยสงสัยโควิด-19 และในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ร่วมกับ กทม.และ สธ. ทดลองนำร่องในการตรวจในชุมชนกว่า 50,000 ราย พบว่าได้ผลบวกประมาณกว่า 10% เมื่อนำไปเทียบกับการตรวจมาตรฐาน RT-PCR ก็พบว่ามีการตรวจผิดพลาดไปไม่เกิน 3% ทำให้ชุดตรวจ ATK ใช้ได้ผลดี และในสัปดาห์นี้มีมติในการขยายเพิ่มชุดตรวจ ATK ไปยังประชาชนในกลุ่มเสี่ยงบางส่วนให้ตรวจเอง ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการจัดหา และกรมควบคุมโรคก็จะวางแผนในการกระจายชุดตรวจ ATK&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ ที่ปรึกษา สธ. และโฆษก สธ. กล่าวว่า เมื่อใช้ชุดตรวจ ATK ในกรณีพบผลเป็นบวกจากการตรวจเอง ต้องประสานสายด่วน 1330 กด 15 อาการรุนแรงโทร. 1669 เพื่อเข้าสู่ระบบการรักษา รวมไปถึงการดูแลตัวเองในเบื้องต้น หรือในกรณีมีทีมแพทย์เชิงรุกเข้าไปตรวจ ผลเป็นบวก ก็จะประเมินอาการว่ามีความจำเป็นในการเร่งเข้าสู่สถานพยาบาลหรือไม่ และแม้ว่าจะมีการตรวจด้วยชุดตรวจ ATK แล้วเป็นลบ ก็ยังต้องปฏิบัติตนและป้องกันตนเองอย่างเข้มงวดตามมาตรการเช่นเดิม เพราะสถานการณ์การแพร่เชื้อก็ยังมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอยู่ และอาจตรวจซ้ำอีกโดยเว้นระยะเวลา 3-5 วัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ชี้แจงว่า ขณะนี้ อย.ได้อนุมัติทะเบียนยาฟาวิพิราเวียร์ที่องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ได้วิจัย พัฒนา และผลิตเองแล้ว เมื่อวันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยจะเริ่มกระจายยาให้ผู้ป่วยได้ภายในต้นเดือน ส.ค. ตามแนวทางเวชปฏิบัติ การวินิจฉัย ดูแลรักษา และป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ในโรงพยาบาล สำหรับแพทย์และบุคลากรสาธารณสุข ฉบับปรับปรุง วันที่ 21 ก.ค. พ.ศ.2564 ได้กำหนดให้ใช้ยาฟาวิพิราเวียร์โดยเร็วที่สุดเมื่อมีอาการ&amp;nbsp;
2 คลัสเตอร์ปากช่องป่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์โควิดในจังหวัดต่างๆ นั้น นพ.พรณรงค์ ศรีม่วง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการเผยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวน 895 &amp;nbsp; ราย และเสียชีวิต 2 ราย รวมเสียชีวิตสะสม 278 ราย ส่วนผู้ป่วยสะสมระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.ถึงปัจจุบันมี 29,927 ราย&amp;nbsp;
ขณะที่นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าฯ ปทุมธานี พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจความพร้อม รพ.สนามชุมชนหรือศูนย์พักคอย 100 เตียงของเทศบาลตำบลบ้านใหม่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ จ.บุรีรัมย์นั้น ล่าสุดพบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่อีก 151 ราย กระจายใน 16 อำเภอ แยกเป็นผู้ติดเชื้อพบในจังหวัด 1 ราย ติดเชื้อมาจากนอกพื้นที่ 150 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสม 1,937 ราย เสียชีวิตสะสม 5 ราย รักษาหายกลับบ้านแล้ว 335 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่โครงการอุ้มลูกหลานเซราะกราวกลับบ้านมารักษาที่บ้านเกิด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค.นั้น ล่าสุดคนบุรีรัมย์ที่ทำงานต่างจังหวัดติดเชื้อโควิดไม่มีที่รักษา ติดต่อขอรับบริการกลับบ้านแล้ว 276 คน ในจำนวนนี้ได้รับกลับบ้านแล้ว 162 ราย&amp;nbsp;
จ.นครราชสีมา คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพบมีผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงกว่าทุกวันถึง 146 ราย กระจายในพื้นที่ทั้ง 32 อำเภอทุกพื้นที่สีแดงหมด ไม่มีอำเภอใดเป็นสีเหลือง สีส้ม สีเขียว รวมผู้ป่วยระลอกใหม่สะสมของ 3,739 ราย รักษาหายแล้ว 1,588 ราย ยังรักษาตัวอยู่ 2,112 ราย และผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย รวมสะสมผู้เสียชีวิต 39 ราย ซึ่งจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ทั้งหมดพบว่าส่วนใหญ่ติดเชื้อจากสัมผัสผู้ป่วยรายก่อนหน้า&amp;nbsp;
นายกอบชัย บุญอรณะ ผู้ว่าฯ นครราชสีมา กล่าวว่า 2 คลัสเตอร์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ อ.ปากช่อง ถือว่ามีความน่าเป็นห่วงอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นคลัสเตอร์แคมป์คนงานก่อสร้าง ในพื้นที่ บ.ถนนโค้ง ม.8 ต.พญาเย็น อ.ปากช่อง ซึ่งพบผู้ติดเชื้อ 47 คน และต้องกักตัวคนงานทั้งหมด 336 คน รวมทั้งคลัสเตอร์ตลาดสดเทศบาลเมืองปากช่อง ที่มีพ่อค้าแม่ค้าติดเชื้อแล้วมากถึง 169 คน เฉพาะ 2 คลัสเตอร์นี้มีผู้ติดเชื้อจำนวนมากถึง 216 ราย ซึ่งได้สั่งการให้อำเภอเร่งสอบสวนโรคนำกลุ่มเสี่ยงทั้งประชาชนและรถพุ่มพวงที่รับสินค้าไปจำหน่ายต่อต้องรีบตรวจหาเชื้อโดยเร็ว ป้องกันการแพร่เชื้อในวงกว้าง &amp;nbsp;เนื่องจากคลัสเตอร์นี้ยังไม่สามารถควบคุมได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ จ.อำนาจเจริญ มีผู้ป่วยยืนยันรายใหม่เพิ่ม 49 ราย ในขณะที่นายทวีป บุตรโพธิ์ ผู้ว่าฯ จังหวัดอำนาจเจริญ ได้เป็นประธานประชุมเตรียมความพร้อมรับผู้ป่วยโควิด-19 กลับบ้าน ในโครงการอำนาจเจริญ &amp;ldquo;เบิ่งแยงกัน&amp;rdquo; (ดูแลกัน) ตามมติ ครม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้นั้น จ.ปัตตานี ตัวเลขผู้ติดเชื้อยังพุ่งต่อเนื่อง พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 263 คน ยอดสะสม 6,935 คน รักษาหาย 3,833 คน แต่ไม่มีผู้ผู้เสียชีวิตรายใหม่ ซึ่งยอดผู้เสียชีวิตยังคงอยู่ 74 ราย แต่ที่มีปัญหาคือจำนวนเตียงที่ไม่เพียงพอ ล่าสุด รพ.หนองจิกไม่มีเตียงรองรับผู้ป่วยรายใหม่แล้ว เช่นเดียวอีกหลาย รพ.ในอำเภออื่นๆ เริ่มมีผู้ป่วยรุนแรงครองเตียงเป็นจำนวนมาก และเริ่มรองรับไม่ไหว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่คณะกรรมการโรคติดต่อ จ.สงขลา ระบุว่า พบติดเชื้อใหม่ 253 ราย เสียชีวิต 3 คน ติดเชื้อสะสม 9,879 ราย เสียชีวิตสะสม 54 คน นอนโรงพยาบาล 2,763 ราย รักษาหายแล้ว 7,062 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110768</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต้องไม่เกิดภาพคนป่วยโควิดนอนตายข้างถนน, นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, เชื้อใหม่ทำนิวไฮอีกแล้ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210722/image_big_60f957586588b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
