<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>32626</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2019 14:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2019 14:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;วันรณรงค์และเก็บเกี่ยวข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูแล้งหลังนา  จ.นครสวรรค์&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันรณรงค์และเก็บเกี่ยวข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูแล้งหลังนา โครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา ณ แปลงปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์บ้านวัดใหม่สามัคคี หมู่ที่ 5 ตำบลศาลเจ้าไก่ต่อ อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ โดยมีผู้บริหารจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภาคเอกชน ตลอดจนเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ และเกษตรกรผู้สนใจ เข้าร่วมงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประกาศเจตนารมณ์ของภาครัฐและเอกชน ที่จะสานพลังร่วมมือในการส่งเสริมและพัฒนาระบบการผลิตข้าวให้ถูกต้อง พร้อมทั้งสร้างความมั่นใจให้กับเกษตรกรว่า ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สามารถปลูกในพื้นที่นาทดแทนการปลูกข้าวรอบสอง&amp;nbsp; หรือนาปรังได้เป็นอย่างดี และนำไปสู่ระบบการปลูกข้าวที่ถูกต้องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32626</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, ข้าวโพด, นายกฤษฎา บุญราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190331/image_big_5ca06a3c1a2fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25236</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2018 16:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2018 16:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>9 หน่วยงานร่วมลงนามพัฒนาที่ดิน ส.ป.ก. เผยยึดคืนที่ดินจากนายทุนแล้ว 4 แสนไร่ ขณะที่ พอช.หนุนเกษตรกรสร้างบ้านในปีนี้ 1,300 หลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;กระทรวงเกษตรฯ / 9 หน่วยงานร่วมลงนาม MOU พัฒนาที่ดิน ส.ป.ก.ที่ยึดคืนจากนายทุนให้เกษตรกรที่ยากไร้&amp;nbsp; และพื้นที่โครงการจัดการที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล&amp;nbsp; เนื่องจากที่ผ่านมา ส.ป.ก.ดำเนินการเพียงหน่วยงานเดียวทำให้เกิดความล่าช้า&amp;nbsp; อีกทั้งที่ดินยังขาดความสมบูรณ์&amp;nbsp; ขาดน้ำ&amp;nbsp; ไฟฟ้า&amp;nbsp; ขาดการสนับสนุนต่างๆ ทำให้เกษตรกรใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่&amp;nbsp; ด้านเลขาธิการ ส.ป.ก.เผยใช้ ม.44 ตามคำสั่ง คสช.ยึดที่ดินคืนจากผู้ครอบครองไม่ถูกต้องแล้วกว่า 400,000 ไร่ จัดสรรให้เกษตรกร&amp;nbsp; 13&amp;nbsp; จังหวัด รวม 35,000 ไร่&amp;nbsp; ขณะที่ พอช.สนับสนุนการสร้างบ้านเพิ่มในปีนี้อีก 1,300 หลัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้ใช้อำนาจตามมาตรา 44&amp;nbsp;&amp;nbsp; ออกคำสั่งที่ 36/2559 (ลงวันที่ 5 กรกฎาคม 2559) เพื่อยึดคืนที่ดิน ส.ป.ก.ทั่วประเทศที่มีการครอบครองไม่ถูกต้อง&amp;nbsp; แล้วนำมาจัดสรรให้แก่เกษตรกรที่ยากไร้ไม่มีที่ดินทำกิน&amp;nbsp; โดยในช่วงที่ผ่านมาสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) สามารถยึดที่ดินคืนในพื้นที่&amp;nbsp; 28 จังหวัด&amp;nbsp; รวมเนื้อที่ประมาณ&amp;nbsp; 400,000 ไร่เศษ &amp;nbsp;และนำมาจัดสรรให้เกษตรกรไปแล้วประมาณ&amp;nbsp; 35,000 ไร่&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกันการจัดสรรที่ดินทำกินให้แก่เกษตรกรในช่วงที่ผ่านมาประมาณ&amp;nbsp; 35 ล้านไร่&amp;nbsp; ยังมีปัญหาต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การชลประทานยังไม่ทั่วถึง&amp;nbsp; ขาดสาธารณูปโภค&amp;nbsp; ดินขาดความสมบูรณ์&amp;nbsp; เกษตรกรขาดทุนและความรู้&amp;nbsp; ปัญหาด้านการตลาด&amp;nbsp; ขาดการประสานระหว่างหน่วยงานรัฐ&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ล่าสุดวันนี้ (27 ธันวาคม) เวลา 10.00 น.&amp;nbsp; ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp; ถนนราชดำเนินนอก&amp;nbsp; กรุงเทพฯ &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การบูรณาการพัฒนาพื้นที่ในเขตปฏิรูปที่ดิน&amp;nbsp; พื้นที่ยึดคืนตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 36/2559 และพื้นที่โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาและอุปสรรคต่างๆ&amp;nbsp; ให้เกษตรกร&amp;nbsp; โดยมีนายกฤษฎา&amp;nbsp; บุญราช&amp;nbsp; รมว.เกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน&amp;nbsp; มีผู้แทน 9 หน่วยงานร่วมลงนาม&amp;nbsp; คือ ส.ป.ก.&amp;nbsp; กรมชลประทาน&amp;nbsp; การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค&amp;nbsp; กรมทรัพยากรน้ำ&amp;nbsp; กรมทรัพยากรน้ำบาดาล&amp;nbsp; กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์&amp;nbsp; กรมพัฒนาที่ดิน&amp;nbsp; กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น&amp;nbsp; และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายกฤษฎา&amp;nbsp; บุญราช&amp;nbsp; รมว.เกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.)ได้นำที่ดินมาจัดสรรให้เกษตรกรที่ขาดแคลนที่ดินทำกินทั่วประเทศไปแล้วประมาณ 35&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล้านไร่&amp;nbsp; จนถึงปัจุบันเป็นเวลากว่า 40 ปี&amp;nbsp; แต่พบว่าบางพื้นที่ยังไม่มีเกษตรกรเข้าไปทำกิน&amp;nbsp; หรือเข้าไปแล้วแต่ใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่&amp;nbsp; ตนจึงให้เลขาธิการ ส.ป.ก.ไปตรวจสอบ&amp;nbsp; พบว่าส่วนใหญ่ที่ดินขาดความอุดมสมบูรณ์&amp;nbsp; ขาดสาธารณูปโภค&amp;nbsp; แหล่งน้ำ&amp;nbsp; ไฟฟ้า&amp;nbsp; เกษตรกรขาดทุนในการตั้งต้น&amp;nbsp; ดังนั้น ส.ป.ก.จึงประสาน&amp;nbsp; 8 หน่วยงานให้มาทำงานร่วมกัน&amp;nbsp; เป็นการบูณาการแผนงานการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคที่จำเป็นในเขตปฏิรูปที่ดิน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;หลังจากลงนามทั้ง 9 หน่วยงานแล้ว&amp;nbsp; แต่ละหน่วยงานก็จะร่วมมือกันลงไปสำรวจ&amp;nbsp; ดูพื้นที่ร่วมกัน&amp;nbsp; เพื่อกำหนดแผนงานที่จะทำเพื่อพัฒนาที่ดิน ส.ป.ก.&amp;nbsp; เพื่อให้เกษตรกรได้เข้าไปทำมาหากิน&amp;nbsp; เป็นการแก้ไขปัญหาเกษตรกรเอาที่ดิน ส.ป.ก.ไปให้คนอื่นเช่า&amp;nbsp; หรือขายโดยไม่มีเอกสารสิทธิ์&amp;nbsp; รวมทั้งแก้ปัญหาการใช้ประโยชน์ที่ดินไม่เต็มที่ด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp; รมว.เกษตรฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายวิณะโรจน์&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทรัพย์ส่งสุข&amp;nbsp; เลขาธิการ&amp;nbsp; ส.ป.ก.&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; การลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การบูรณาการพัฒนาพื้นที่ในเขตปฏิรูปที่ดินพื้นที่ยึดคืนตามคำสั่ง คสช.ที่ 36/2559&amp;nbsp; และพื้นที่โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาลในวันนี้&amp;nbsp; มีเป้าหมายเพื่อบูรณาการการวางแผนงานร่วมกัน&amp;nbsp; เพื่อแก้ไขปัญหาระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ถนน&amp;nbsp; แหล่งน้ำ&amp;nbsp; ไฟฟ้า&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ&amp;nbsp; สร้างรายได้&amp;nbsp; ส่งเสริมสวัสดิการ&amp;nbsp; พัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp; เพื่อให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดี&amp;nbsp; และใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โดยแต่ละหน่วยงานจะมีหน้าที่และแผนปฏิบัติการต่างๆ&amp;nbsp; เข้าไปในเขต ส.ป.ก.&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กรมชลประทาน&amp;nbsp; กรมทรัพยากรน้ำ&amp;nbsp; กรมทรัพยากรน้ำบาดาล&amp;nbsp; พัฒนาแหล่งน้ำและกระจายน้ำให้เกษตรกรอย่างทั่วถึง&amp;nbsp; การฟ้าส่วนภูมิภาค&amp;nbsp; ขยายเขตไฟฟ้าเข้าไป&amp;nbsp; กรมพัฒนาพลังงานทดแทนฯ จัดหาพลังงานทดแทนและระบบโซล่าร์เซลล์&amp;nbsp; กรมพัฒนาที่ดิน&amp;nbsp; สำรวจ&amp;nbsp; วิเคราะห์&amp;nbsp; ปรับปรุงและพัฒนาดินให้เกิดความอุดมสมบูรณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น&amp;nbsp; สนับสนุนการพัฒนาสาธารณูปโภค&amp;nbsp; และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; พัฒนาความเข้มแข็งของกลุ่ม&amp;nbsp; องค์กรชุมชน&amp;nbsp; และพัฒนาที่อยู่อาศัยให้ประชาชนที่เข้าไปอยู่ในที่ดิน ส.ป.ก.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เลขาธิการ ส.ป.ก.กล่าวด้วยว่า&amp;nbsp; ตามคำสั่ง คสช.ที่ 36/2559&amp;nbsp; ให้ยึดคืนที่ดิน ส.ป.ก.ที่มีผู้ครอบครองไม่ถูกต้องเพื่อนำมาจัดสรรให้แก่เกษตรกรที่ขาดแคลนที่ดินทำกิน&amp;nbsp; ซึ่ง ส.ป.ก.ได้ดำเนินการมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2559&amp;nbsp; นั้น&amp;nbsp; ปัจจุบัน ส.ป.ก.ได้ยึดคืนพื้นที่แล้วใน 28&amp;nbsp;&amp;nbsp; จังหวัด&amp;nbsp; รวมพื้นที่ประมาณ 400,000 ไร่เศษ&amp;nbsp; และนำมาจัดสรรให้เกษตรกรได้เข้าไปทำกินแล้วประมาณ&amp;nbsp; 35,000&amp;nbsp; ไร่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0cm; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้คำสั่ง คสช. ตามมาตรา 44&amp;nbsp; ที่&amp;nbsp; 36/2559&amp;nbsp; ลงวันที่ 5 กรกฎาคม&amp;nbsp; 2559&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องมาตรการในการแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยมิชอบกฎหมาย&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีสาระสำคัญคือ&amp;nbsp; ให้ ส.ป.ก. นำที่ดินในเขต ส.ป.ก.ทั่วประเทศที่มีการครอบครองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย &amp;nbsp;&amp;nbsp;คือ 1. ที่ดินที่ยังไม่เข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมที่มีเนื้อที่ตั้งแต่ 500 ไร่ขึ้นไป&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2. ที่ดินที่คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดมีมติให้เกษตรกรผู้ได้รับการจัดที่ดินสิ้นสิทธิเข้าทําประโยชน์แล้วและครอบครองโดยบุคคลที่มิใช่ผู้ได้รับการจัดที่ดิน&amp;nbsp; มีเนื้อที่ตั้งแต่ 100 ไร่ขึ้นไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และ&amp;nbsp; 3. ที่ดินที่ศาลมีคําพิพากษาถึงที่สุดให้ส่งมอบแก่สํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมแล้วและมีเนื้อที่ตั้งแต่ 500 ไร่ขึ้นไป&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยนำมาจัดสรรให้เกษตรกรทั่วประเทศที่ยากไร้และไม่มีที่ดินทำกิน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; พอช.ได้เข้าไปสนับสนุนเกษตรกรที่ได้รับการจัดสรรที่ดิน ส.ป.ก.ในด้านต่างๆ &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; สนับสนุนการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อเป็นทุนในการสร้างบ้านหรือประกอบอาชีพ&amp;nbsp; การสนับสนุนให้เกษตรกรได้ร่วมออกแบบบ้าน&amp;nbsp; วางผังชุมชน&amp;nbsp; โดย พอช.สนับสนุนงบประมาณการสร้างบ้าน&amp;nbsp; การพัฒนาสาธารณูปโภค&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ประมาณครัวเรือนละ&amp;nbsp; 72,000 บาท&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังสนับสนุนการจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp; และพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ตั้งแต่ปี 2560 พอช.ได้สนับสนุนเกษตรกรในที่ดิน ส.ป.ก.ไปแล้ว&amp;nbsp; ใน 8&amp;nbsp; จังหวัด&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;รวม 16 ตำบล&amp;nbsp; 16 โครงการ&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 1,510&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; งบประมาณรวม 77 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; สนับสนุนการสร้างบ้านเสร็จไปแล้ว&amp;nbsp; 651&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; และในปี 2562 นี้มีเป้าหมายสนับสนุนอีก 1,300 ครัวเรือนในพื้นที่ 10&amp;nbsp;&amp;nbsp; จังหวัด&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายสมชาติกล่าว&amp;nbsp; และว่า&amp;nbsp; จังหวัดที่ดำเนินการไปแล้ว&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กาญจนบุรี&amp;nbsp; กาฬสินธุ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชลบุรี&amp;nbsp; นครราชสีมา&amp;nbsp; มหาสารคาม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สระแก้ว&amp;nbsp; สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp; อุทัยธานี&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ที่ดิน ส.ป.ก.ที่จัดสรรให้แก่เกษตรกร&amp;nbsp; แบ่งเป็นที่ดินเพื่อสร้างบ้านจำนวน 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไร่&amp;nbsp; ที่ดินทำกินประมาณ&amp;nbsp; 5 ไร่&amp;nbsp; เกษตรกรส่วนใหญ่จะปลูกผักสวนครัว&amp;nbsp; ปลูกข้าวโพด&amp;nbsp; มันสำปะหลัง&amp;nbsp; เลี้ยงไก่&amp;nbsp; เป็ด&amp;nbsp; ปลาดุก&amp;nbsp; กบ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; แต่บางพื้นที่ที่ดินไม่มีความเหมาะสมในการปลูกพืช&amp;nbsp; หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสนับสนุนให้เลี้ยงสัตว์&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ที่ดิน ส.ป.ก.ตำบลสิงห์&amp;nbsp; อ.ไทรโยค&amp;nbsp; จ.กาญจนบุรี&amp;nbsp; สนับสนุนให้เกษตรกรเลี้ยงแพะเนื้อ&amp;nbsp; โดยมอบแม่พันธุ์และพ่อพันธุ์แพะ&amp;nbsp; อบรมการเลี้ยง&amp;nbsp; การให้อาหาร&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25236</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมพัฒนาที่ดิน, กระทรวงเกษตรฯ, กษตรกร, นายกฤษฎา  บุญราช, นายวิณะโรจน์   ทรัพย์ส่งสุข, นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ, พอช., สปก.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181227/image_big_5c2498f6aa9e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22130</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อึ้ง!แผนเพิ่ม‘ราคายาง’ ร่วมมือหยุดกรีด1เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรฯ ช่างฉลาดล้ำ ปิ๊งแผนฉุดราคายาง ขอแรงเกษตรกรหยุดกรีดยางทั่วประเทศ 1 เดือน มั่นใจไทยมีกำลังผลิตเกือบ 1 ใน 3 ของตลาดโลก เมื่อส่วนนี้หายไป จะทำให้พ่อค้าซื้อขายล่วงหน้ามาออดอ้อน ล้วงเงินแผ่นดินชดเชยให้ไร่ละ 2 พัน ส่วนจะเตะหมูเข้าปากประเทศผู้ผลิตอื่นหรือไม่ ขอไปตายเอาดาบหน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วันศุกร์ที่ผ่านมา &amp;nbsp;นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรฯ ประชุมร่วมกับผู้แทนเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยาง นำโดยนายมนัส บุญพัฒน์ จากสมาคมคนกรีดยางและชาวสวนยางรายย่อย, นายทศพล ขวัญรอด ภาคีเครือข่ายชาวสวนยางและปาล์ม, นายเรืองยศ เพ็งสกุล กลุ่มวิสาหกิจชุมชนชาวสวนยางรายย่อย, นายทวี ขวัญศรีสุทธิ์ สมาคมผลิตยางแผ่นลุ่มน้ำทะเลใต้ และนายนิวัฒน์ ท่องวิถี กลุ่มรับซื้อน้ำยางหน้าสวน หารือถึงแนวทางแก้ปัญหาราคายางตกต่ำ ก่อนที่นายกฤษฎาจะเปิดเผยว่า ทุกฝ่าย ทั้งกระทรวงเกษตรฯ ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) และผู้แทนเกษตรกร เห็นตรงกันว่ามาตรการที่จะยกระดับราคายางพาราได้อย่างรวดเร็วที่สุด คือการหยุดกรีดยางพร้อมกันทั้งประเทศ &amp;nbsp;ซึ่งได้ให้ทางเครือข่ายไปสอบถามชาวสวนยางทั่วประเทศว่าเห็นด้วยหรือไม่ เนื่องจากขณะนี้ทั่วโลกใช้ยางพาราเดือนละ 1.4 ล้านตัน เป็นผลผลิตยางจากประเทศไทย 400,000 ตัน หากไทยหยุดกรีดยาง ยางพาราจะหายจากตลาดโลกไป 400,000 ตัน ใน 1 เดือน ทำให้ผู้ที่ทำสัญญาซื้อขายตลาดล่วงหน้าเมื่อถึงกำหนดต้องส่งสินค้าจะหาสินค้าไม่ได้ต้องมาซื้อยางของไทย จึงจะฉุดให้ราคาสูงขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า จากการสอบถามผู้แทนเกษตรกรถึงรายได้จากการกรีดยาง 1 เดือนต่อไร่ อยู่ที่ประมาณ 1,800 บาท รัฐจะชดเชยค่าเสียรายได้ให้ 2,000 บาทต่อไร่ เป็นมาตรการที่ต้องรับฟังความคิดเห็นของเกษตรกรไม่มีการบังคับ หากเห็นด้วยและกำหนดมาตรการดูแลกันเองไม่ให้มีผู้แอบกรีดยางขายได้แล้ว จะนำเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อของบประมาณมาดำเนินตามมาตรการนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบริษัทผู้ส่งออกยางพารารายใหญ่ 5 บริษัท ได้แก่ บริษัท ไทยฮั้วรับเบอร์, บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี, บริษัท เซาท์แลนด์รับเบอร์, บริษัท วงศ์บัณฑิต และบริษัทไทยรับเบอร์ ลาแท็คซ์กรุ๊ป นายกฤษฎากล่าวว่า ได้ร่วมมือรับซื้อน้ำยางดิบที่กิโลกรัมละ 37 บาท ยางก้อนถ้วยกิโลกรัมละ 37 บาท และยางแผ่นดิบรมควันกิโลกรัมละ 40 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาหน้าสวน ส่วนมาตรการจูงใจทางภาษีนั้น กำลังหารือกับกระทรวงการคลังว่าหากซื้อล้อยางที่ผลิตจากยางในประเทศ แล้วให้นำใบเสร็จมาลดหย่อนภาษีเงินได้ ซึ่งขณะนี้เป็นช่วงปลายปี ทุกปีกรมสรรพากรจะเก็บภาษีตั้งแต่เดือนมกราคม จึงเป็นจังหวะที่เหมาะสม หากทำได้โดยไม่ขัดกับกฎหมายภาษี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฤษฎากล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้แทนเกษตรกรทวงถามถึงความคืบหน้าการใช้ยางพาราของหน่วยงานภาครัฐเพื่อดูดซับยางออกจากตลาด ขณะนี้นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการ โดยเริ่มจากการจัดทำและประกาศราคากลางสำหรับถนนยางพาราดินซีเมนต์ เพื่อให้ทุกหน่วยงานจัดซื้อจัดจ้างได้โดยไม่ขัด พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ซึ่งจะทราบผลต้นสัปดาห์หน้า ส่วนการจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกร กำลังพิจารณาว่าจะให้ไร่ละ 1,500 บาท หรือ 1,800 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 15 ไร่ ซึ่งต้องดูความเหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผู้แทนเกษตรกรยังเสนอให้ชดเชยกรณีภาคเอกชนรับซื้อยางแผ่นดิบรมควันราคาต่ำกว่าราคา FOB หากต่ำกว่าเท่าใด ให้ กยท.ชดเชยให้เท่ากัน ซึ่งจะเป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรรายย่อยที่ขายน้ำยางดิบ แปรรูปเป็นยางแผ่นดิบรมควัน ซึ่งได้ราคาสูงกว่า อีกทั้งจะดึงให้ราคาน้ำยางดิบสูงขึ้นด้วย จึงมอบหมายให้ กยท.นำไปพิจารณา&amp;rdquo; นายกฤษฎากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล อดีต ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รู้สึกช็อก ระคนเจ็บปวดและเสียใจแทนเกษตรกรชาวสวนยาง เมื่อรู้ความจริงจาก รมว.เกษตรฯ ว่าสต๊อกยางพาราของรัฐบาล 100,000 ตัน หรือยางแผ่น 100 ล้านกิโลกรัม ยังอยู่ในโกดังรัฐ โดยไม่เคยเอาออกมาใช้ ซ้ำต้องเสียค่าเช่าโกดังเก็บยางเหล่านี้อีกปีละ 120 ล้านบาท น่าเศร้าที่ กยท.ซื้อยางเก็บไว้ตั้งแต่ ปี 2556-2557 สมัยใครเป็นรัฐบาล ใครเป็นรัฐมนตรีเจ้าของนโยบายซึ่งคงรวยกันไปแล้ว ทุกคนคงรู้ว่าเป็นใคร จนมาถึงรัฐบาลนี้ ทั้งที่พวกตนเคยเสนอรัฐบาลให้สั่งส่วนราชการเอามาแปรรูปเพื่อใช้ในประเทศ ทั้งทำถนนยางพารา ทำเขื่อนยาง อ่างเก็บน้ำ สนามกีฬา สนามเด็กเล่น ห้องเรียนเด็กเล็ก สารพัดที่สามารถนำมาใช้ทำได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ผมทำนายว่า ถ้ามีการตรวจยางในโกดังต่างๆ ที่รัฐบาล คสช.เช่าเก็บไว้ขณะนี้ จะพบมหากาพย์เรื่องยางอีกแน่นอน ทั้งยางเน่า ยางหาย หรือยางขาดไม่เท่าจำนวน หรือยางลม ที่มีแต่ยอด แต่ไม่มีของ เสียแต่ค่าโง่จากค่าเช่าโกดัง&amp;quot; &amp;nbsp;นายสมบูรณ์กล่าว และว่า &amp;nbsp;ขอเรียกร้องให้รัฐมนตรีเกษตรฯ เปิดเผยถึงการตรวจสอบยางในสต๊อกรัฐว่ามีอยู่เท่าไร ครบเต็มจำนวน 100 ล้านกิโลกรัม หรือ 100,000 ตันหรือไม่ และมียางที่สามารถใช้ได้ปริมาณเท่าไร ขอให้เร่งเอามาใช้ อย่าเสียค่าโง่อีกต่อไปเลย.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22130</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นายกฤษฎา บุญราช, ราคายางพารา, ร่วมมือหยุดกรีด1เดือน, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181116/image_big_5beec32debd59.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18401</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2018 15:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2018 15:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมว.เกษตรฯจ่อห้ามโฆษณาสารเคมีปราบศัตรูพืชเหมือนเหล้า-บุหรี่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ย.61- นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงข้อเรียกร้องให้ยกเลิกการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูงว่า เราพร้อมปฏิบัติตามกฎหมายที่สามารถใช้สารเคมีได้ เพราะได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการวัตถุอันตราย จนเมื่อคณะกรรมการฯให้ทำแผนจำกัดการใช้ จึงได้จัดทำแผนตามมติดังกล่าว โดยทำตามขั้นตอนกฎหมายทุกประการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยืนยันว่ากระทรวงเกษตรฯ จะมีมาตรการจำกัดการใช้ ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับการจำกัดการโฆษก การทำการตลาด ตามข้อเสนอของภาคประชาชน โดยจะพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องอีกครั้งว่าสามารถทำได้ในระดับใด จะห้ามโฆษกตามร้านค้า เหมือนเหล้า บุหรี่ได้หรือไม่ เบื้องต้นกระทรวงเกษตรฯ ได้เสนอมาตรการจัดอบรมทั้งผู้ค้าและเกษตรกร พร้อมรณรงค์สร้างการรับรู้เกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์ และเห็นด้วยในมาตรการควบคุมการโฆษณา เพื่อลดแรงจูงใจของเกษตรกร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18401</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฤษฎา บุญราช, รมว.เกษตรและสหกรณ์, เลิกโฆษณาสารเคมีกำจัดศัตรูพืช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180925/image_big_5ba9f79555054.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17368</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2018 09:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2018 09:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>องค์กรต่อต้านโกงร่อนจม.ถึงรวม.เกษตรฯหนุน&#039;อ.ยักษ์&#039;กระทุ้งเปิดชื่อบริษัทสารพิษที่ฉ้อฉล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย.61-เมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ได้ทำจดหมายเปิดผนึกถึง นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ &amp;nbsp; เรื่อง การใช้สารพิษในการเกษตรที่เป็นอันตรายร้ายแรงต่อประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในจดหมายเปิดผนึกระบุว่า เนื่องจากมีความวิตกกังวลในหมู่ประชาชนอย่างมากในขณะนี้ว่า รัฐจะปกป้องชีวิตและสุขภาพของประชาชนอย่างไร เมื่อพบว่าทุกวันนี้อาหารและพืชผลการเกษตรมีสารพิษตกค้างจำนวนมาก อันเป็นผลจากการใช้พาราควอตและสารพิษเพื่อการเกษตรอื่น แต่ก็ยังปล่อยให้มีการจำหน่ายและใช้ทั่วไปในปริมาณมหาศาล &amp;nbsp; &amp;nbsp; แม้นักวิชาการด้านการแพทย์ นักวิจัย กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงเกษตรฯ จะออกมาให้ข้อมูลคัดค้านอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ ขอสนับสนุนท่าทีของนายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ , &amp;nbsp;ศ.นพ. ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา นักวิจัยอาวุโส รวมทั้งองค์กรภาคประชาสังคมและนักวิจัยอีกจำนวนมาก ที่ต้องการเห็นคนไทยมีสุขภาพดี แผ่นดินไทยปราศจากสารพิษ ด้วยการหยุดใช้สารเคมีเพื่อการเกษตรที่เป็นอันตรายร้ายแรงทั้งหมดในทันที &amp;nbsp;และขอเสนอแนวทางต่อรัฐบาล 3 ข้อ ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ในการพิจารณาของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการใช้สารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2561 ขอให้ยึดเอาสุขภาพที่ดีของประชาชน สำคัญกว่าผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจการค้า และให้นำผลการศึกษาและข้อเสนอแนะของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศคณะต่างๆ ทั้งด้านสังคม ด้านสาธารณสุข ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะทำงานสารที่มีความเสี่ยงสูง ของกระทรวงสาธารณสุข มาใช้ประกอบการตัดสินใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ควรเปิดเผยรายชื่อเอกชนที่มีผลประโยชน์ทางการค้าไม่ว่าจะเป็นไทยหรือต่างชาติ เพื่อความโปร่งใส และสนับสนุนให้หน่วยงานของรัฐ เช่น ดีเอสไอ ได้สอบสวนเชิงลึกเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของบุคคลในคณะกรรมการวัตถุอันตราย อนุกรรมการ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการอนุญาตให้ต่อทะเบียนกับนักธุรกิจสารพิษ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เพื่อการเกษตร ว่ามีพฤติกรรมที่ฉ้อฉล หรือมีการเอื้อประโยชน์กันหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ควรแก้ไขพระราชบัญญัติวัตถุอันตรายฯ โดยเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของคณะกรรมการ &amp;nbsp;ให้มีตัวแทนภาคประชาชนและหน่วยงานที่ดูแลด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม อีกทั้งควรให้กระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยงานหลักในการพิจารณาตัดสินใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในตอนท้ายของจดหมายเปิดผนึก ยังระบุว่า องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ เห็นว่า เพื่อปกป้องชีวิตและสุขภาพของประชาชน รัฐบาลควรให้ยุติการใช้งานสารพิษร้ายแรงเหล่านี้ จนกว่าผู้จำหน่ายจะสามารถหาข้อพิสูจน์ให้เห็นชัดว่า ไม่เป็นพิษกับประชาชน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17368</URL_LINK>
                <HASHTAG>จดหมายเปิดผนึก, นายกฤษฎา บุญราช, รมว.เกษตรและสหกรณ์, สารพิษ, องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180912/image_big_5b987f42ef4ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17046</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2018 20:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2018 20:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมว.เกษตรฯเปิดโรงคัดแยกผักผลไม้แห่งแรกของไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ย.61 - ที่บ้านโนนเขวา ตำบลดอนหัน อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดโรงคัดบรรจุพืชผักผลไม้สด ( Packing House) จ.ขอนแก่น ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับเทสโก้โลตัส ได้จัดตั้งขึ้นตามนโยบายการตลาดนำการผลิตและการทำการเกษตรแปลงใหญ่ โดยมีประชาชนในพื้นที่ร่วมรับมอบโรงคัดบรรจุพืชผักผลไม้ดังกล่าวนี้เป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฤษฎา กล่าวว่า การขับเคลื่อนนโยบายตลาดนำการผลิต เป็นสิ่งที่รัฐบาลและกระทรวงฯ ได้เน้นย้ำและกำหนดแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม โดยมีการนำแนวทางการดำเนินงานในรูปแบบของประชารัฐมาใช้ในทุกพื้นที่ ซึ่งที่บ้านโนนเขวา หรือที่เราเรียกว่า โนนเขวาโมเดล เป็นการดำเนินการร่วมกันระหว่างชุมชน ราชการและภาคธุรกิจเอกชนที่ชัดเจนและบรรลุวัตถุประสงค์ของการดำเนินงาน เพราะมีการจับคู่ภาคการผลิตของเกษตรกรที่เป็นไปตามความต้องการของตลาด โดยมีเทสโก้โลตัสรับซื้อผลผลิตโดยตรงจากกลุ่มเกษตรกรของชุมชนแห่งนี้มากถึงสัปดาห์ละ 11.6 ตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กระบวนการดำเนินงานว่าด้วยการเกษตรแปลงใหญ่และการตลาดนำการผลิต ชุมชนโนนเขวา เป็นต้นแบบที่สำคัญและมีการดำเนินงานที่ชัดเจน โดยมีการรับซื้อผักจากเกษตรกรตั้งแต่เดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ใน 9 ชนิดผัก ทั้งนี้กลุ่มเกษตรกรบ้านโนนเขวาเข้าร่วมโครงการมีทั้งหมด 110 ราย มีพื้นที่สำหรับการปลูกผักทั้งหมด 450 ไร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยผักที่ทำการปลูกนั้นจะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบและได้รับการการันตีว่าเป็นเกษตรกรภายใต้มาตรฐาน GAP อีกทั้งโรงคัดแยกแห่งนี้ได้ผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในภาพรวมทั้งหมดแล้ว จากนี้ไปคือกระบวนการผลิตที่ขึ้นตรงกับความต้องการของตลาด ซึ่งเทสโก้โลตัสได้เข้ามากำกับ และร่วมกันสร้างองค์ความรู้ให้กับเกษตรกรแห่งนี้ให้สามารถผลิตผักได้ตรงความต้องการของตลาด และผักที่ชุมชนแห่งนี้จะถูกส่งจำหน่ายในร้านค้าของเทสโก้โลตัส ทั้ง 98 สาขาทั่วทั้งภาคอีสานอีกด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวต่ออีกว่า จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่าการดำเนินงานดังกล่าวนี้จะทำให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการมีรายได้มากกว่า 15 ล้านบาทต่อปี ด้วยปริมาณการสั่งซื้อที่มากถึง 558.79 ตันในปี 2561 อย่างไรก็ตามจากจุดเริ่มต้นดังกล่าวที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานร่วมกันในรูปแบบประชารัฐ จะส่งต่อการต่อยอดรูปแบบการดำเนินงานในลักษณะเช่นนี้ขยายเป็นวงกว้างมากขึ้น โดยเฉพาะกับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่มีมากกว่า 2 ล้านไร่ทั่วทั้งประเทศ ดังนั้นการปรับเปลี่ยนรูปแบบนาข้าว จากเดิมทำนาปีละ 2-3 ครั้ง ทำอย่างไรให้การทำนาในครั้งที่ 2 และ 3 นั้นมีการปรับเปลี่ยนมาเป็นการปลูกพืชตระกูลถั่ว ผักปลอดสารพิษ หรือการทำการเกษตรที่เป็นไปตามความต้องการของตลาด เพื่อให้เกษตรกรของไทยนั้นมีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนตามนโยบายของรัฐบาลต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17046</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, ขอนแก่น, นายกฤษฎา บุญราช, บ้านโนนเขวา, ระบบเกษตรแปลงใหญ่, โรงคัดบรรจุพืชผักผลไม้สด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180907/image_big_5b927931b37ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10948</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2018 12:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2018 10:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวนา&#039;กองหนุนลุงตู่-เอฟซีสมคิด&#039;เข้าเยี่ยมคารวะนายกฯในทำเนียบฯบอกรัก&#039;บิ๊กตู่&#039;ตั้งแต่ยศพันเอกชมเปาะปากกับใจตรงกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มิ.ย.61 - เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ นำคณะผู้นำชาวนา องค์กรชาวนา ที่ได้รับรางวัลเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรดีเด่นด้านข้าว ประจำปี 2561 และตัวแทนชาวนารุ่นใหม่ เข้าเยี่ยมคารวะและรับฟังนโยบายด้านข้าวจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. &amp;nbsp;เนื่องในโอกาสวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ คณะผู้นำชาวนา ได้สวมเสื้อคอปกสีฟ้าสกรีนข้อความบริเวณหน้าอกด้านขวาว่า &amp;ldquo;ชีวิตนี้เพื่อชาติ ศาสตร์ กษัตริย์&amp;rdquo; และข้อความ &amp;quot;สนับสนุนลุงตู่&amp;quot; ขณะที่หน้าอกด้านซ้ายสกรีนอักษรย่อภาษาอังกฤษ &amp;ldquo;FOS&amp;rdquo; ส่วนด้านหลังเสื้อสกรีนข้อความว่า &amp;quot;กองหนุนลุงตู่ By FOS&amp;quot; ซึ่ง FOS เป็นอักษรย่อของคำว่า &amp;quot;Friend of Somkid&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายพูลพัชร พูลเจริญ ที่ปรึกษาสมาคมชาวนาข้าวไทย กล่าวว่า นายกฯ ให้โอกาสพวกเรามีทั้งแหล่งทุนทุกอย่าง ประเด็นที่พวกเรารักนายกฯไม่ใช่จะเพิ่งรัก แต่รักมาตั้งแต่ปี 2546 โดยชาวนาได้ไปทำข้าวที่กรมทหารราบที่21 รักษาพระองค์ กองพันทหารเสือ ปีนั้น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ได้พระราชทานเลี้ยงทุกคน คนที่มาเข้าเฝ้าใส่ชุดราตรีสโมสรทั้งหมด มีพันเอกพิเศษท่านเดียวที่ลาดตระเวนตลอดพระที่นั่ง ไม่ได้กินอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;เขาชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งตอนนั้นเป็นรองผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ เราประทับใจคนผู้นี้มาก เพราะจงรักภักดีต่อชาติและราชบัลลังก์ เวลาชาวนามีปัญหาก็ให้โอกาสเรา สนับสนุนแหล่งเงินทุน ชาวนาสามารถเข้าถึงได้ เราจึงรวมตัวกัน5สมาคมเป็นหนึ่งเดียว เป็นชาวนาประชารัฐ ในเมื่อเรารักเราก็ต้องแสดงออก และในปี 2554 มีการให้แหนบ ท่านบอกกับทุกคนว่าใครที่มาเสียเงิน 700 บาท ให้ไปรับคืนที่กรมทหารราบที่21&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพูลพัชร กล่าวด้วยว่า &amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เอาใจใคร ปากกับใจตรงกัน จึงเป็นที่มาของการสนับสนุน และตัวย่อ FOS ก็หมายถึง Friend of Somkid ที่จัดหาแหล่งเงินทุนให้เราในรูปแบบประชารัฐ พวกเรามีกันทั่วประเทศ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10948</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทหารราบที่21 รักษาพระองค์, นายกฤษฎา บุญราช, นายพูลพัชร พูลเจริญ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ, สถาบันเกษตรกรดีเด่นด้านข้าว, องค์กรชาวนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180608/image_big_5b19fc838f484.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
