<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54537</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2020 16:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2020 16:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;กฤษณพงศ์&quot;แนะครูปรับตัวให้ทันลูกศิษย์ยุคเจเนอเรชั่นแซด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14ม.ค.63-นายกฤษณพงศ์ กีรติกร ประธานมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี กล่าวว่า ในศตวรรษที่ 21 สิ่งครูทุกคนต้องเข้าใจตรงกัน คือ ความหลากหลายของเจเนอเรชั่นลูกศิษย์ ดังนั้นครูต้องรู้จักลูกศิษย์แบบใหม่ เพราะเด็กในแต่ละเจเนอเรชั่นจะไม่เหมือนกัน หากเราไม่เข้าใจลูกศิษย์เราก็คงสอนเด็กไม่ได้ และหากครูยังไม่เข้าใจและไม่พยายามปรับตัวในเรื่องนี้การศึกษาไทยก็จะล้มเหลวเป็นรอบที่ 2 อีกเป็นแน่ เพราะครูก็คงเป็นคนผู้สอนอยู่ฝ่ายเดียว อีกทั้งทุกวันนี้เด็กรุ่นใหม่โตมากับการมีปฏิสัมพันธ์กับคอมพิวเตอร์ กับสมาร์ทโฟน หาความรู้ได้จากสิ่งเหล่านี้ โดยไม่จำเป็นต้องฟังครู ดังนั้นเมื่อครูเข้าใจเด็ก และรู้วิธีการเรียนรู้ของเด็กครูก็จะสอนได้ตรงกับความสนใจของเขา ครูจะมีบทบาทในเรื่องของการสอนให้เด็กรู้จักการใช้สื่ออย่างฉลาด เพราะเวลานี้เด็กใช้สื่อสมัยใหม่ เด็กจะได้แต่สาระ แต่ไม่ฉลาดรู้สาระที่มากับเทคโนโลยี เพราะบางเรื่องบางสาระก็เชื่อไม่ได้ ไม่รู้ว่าสาระไหนจริงปลอม ดังนั้นครูในยุคปัจจุบันจึงต้องมีบทบาทหน้าที่คอยเป็นตะแกรงเพื่อร่อนสาระต่างๆ ที่มากับสื่อเทคโนโลยีสมัยใหม่ว่าอันไหนคือสาระแท้ อันไหนสาระเทียมที่เด็กควรจะได้เรียนรู้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฤษณพงศ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้เมื่อสังคมมีการพัฒนาขึ้น ย่อมมีปัญหาใหม่ๆ เกิดขึ้นตามมา เช่น ปัญหาเด็กที่โตมากับครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว ปัญหาเด็กที่ถูกเลี้ยงด้วยเงินจากพ่อแม่เพียงอย่างเดียวเพราะเอาแต่ทำงานไม่มีเวลาดูแลเอาใจใส่ลูก หรือแม้แต่เด็กที่ไม่มีแม้แต่พ่อและแม่ โตมากับปู่ ย่า ตา ยาย เลี้ยงมา ซึ่งเด็กในกลุ่มนี้บางส่วนเกิดปัญหาหลายๆ อย่างตามมา ซึ่งครูจะต้องตื่นตัวเพื่อเรียนรู้ และเข้าใจกับปัญหา เหล่านี้มากขึ้น เพราะครูจะไม่ได้เป็นแค่ผู้สอนสาระความรู้อย่างเดียวเหมือนแต่ก่อน แต่ครูต้องสอนสาระของความเป็นคน หรือทักษะมนุษย์ให้เด็กด้วย ครูจึงต้องเข้าใจทักษะมนุษย์ อย่างไรก็ตามนอกจากปัญหาใหม่ ๆ ที่มากับยุคสมัยใหม่ที่ครูจะต้องเรียนรู้แล้ว แน่นอนว่าปัญหาเก่า ๆ ที่ยังคงอยู่ เช่น จำนวนครูในบางโรงเรียนที่มากเกินไปจะแก้ปัญหาอย่างไรให้เหมาะสม หรือครูผู้สอนได้สอนในวิชาที่ไม่ได้จบมา เป็นต้น เหล่านี้ถือเป็นเรื่องที่จะต้องแก้ไขกันต่อไป ซึ่งก็คงต้องใช้เวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ไม่ว่าสังคมจะเปลี่ยนไปขนาดไหนก็ตาม ครูก็อยู่ต่อไป เพียงแต่ครูต้องปรับตัวเพื่อเปลี่ยนแปลงการสื่อสารไปยังเด็กให้มากกว่าที่เป็นอยู่ ครูจะเปลี่ยนบทบาท ครูจะทำหน้าที่คอยแนะนำให้เด็กไปหาสื่อ ไปอ่านจากสื่อที่เป็นสาระแท้ จากนั้นค่อยนำมาพูดคุยหาเหตุและผลกัน ซึ่งจะทำให้เกิดปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูและลูกศิษย์มากขึ้น ต่างจากเมื่อก่อนที่ครูจะใช้วิธีดาว์โหลดสาระความรู้ใส่ลูกศิษย์ผ่านทางกระดานดำ ผ่านไวน์บอร์ด ผ่านเพาเวอร์พอยท์ และส่งไฟต์งานให้เด็กอ่าน แต่ทุกวันนี้ไม่ใช่แล้ว เด็กประถมศึกษาสามารถค้นหาความรู้ได้เองผ่านคอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ทโฟนโดยไม่ต้องรอครูแล้ว จึงเป็นเรื่องที่คุณครูต้องปรับตัวเพื่อรู้เท่าทันเด็กให้ได้&amp;quot;ประธานมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54537</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฤษณพงศ์ กีรติกร, เด็กยุคใหม่เจนZ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191009/image_big_5d9d6f7d1f245.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34705</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2019 16:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2019 16:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนไทยมีการศึกษาต่ำกว่า 12ปี แย่กว่ามาเลเซีย อินโดฯฟิลิปปินส์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29เม.ย.62-ที่ห้องแกรนด์ไดมอนด์ บอลรูม อิมแพ็ค เมืองทองธานี - กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ). และสํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ร่วมกับ สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดประชุมวิชาการ &amp;quot;นวัตกรรมการจัดการโรงเรียนคุณภาพต่อเนื่องสู่การประกันคุณภาพ&amp;quot; ผลสำเร็จและบทเรียนจากโครงการวิจัยปฏิบัติการ &amp;quot;โรงเรียนพัฒนาคุณภาพต่อเนื่อง&amp;quot; (School Quality Improvement Program : sQip)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีนายกฤษณพงศ์ กีรติกร ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ประธานกรรมการนโยบาย สกว. และที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร กสศ. กล่าวเปิดงานพร้อมปาฐกถาพิเศษ &amp;quot;คุณภาพโรงเรียนกับการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา&amp;quot; ตอนหนึ่งว่า ระบบการศึกษาที่มีคุณภาพ ต้องให้มากกว่าความรู้ และไม่ใช่การเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องทำให้ผู้เรียนประสบความสำเร็จ เป็นการพัฒนาตลอดชีวิต และต้องเป็นไปตามบริบทของแต่ละพื้นที่ด้วย ซึ่งตอนนี้ระบบการเรียนการสอนมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก เมื่อก่อนเวลาคิดเลขยังใช้ลูกคิด เรียนเทคโนโลยีต้องใช้ไม้บรรทัดคำนวณ แต่ตอนนี้มีเครื่องคิดเลขพกพา มีคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นตัวที่บอกว่าการเรียนรู้จะต้องเปลี่ยนไป อีกทั้งในอนาคตจะมีคนวัยทำงาน คนสูงวัยมากขึ้น ขณะที่คนวัยเรียนลดลง และหากเรายังจัดการศึกษาเพื่อคนวัยเรียน อนาคตจะไม่มีใครมาเรียนหนังสือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฤษณพงศ์ กล่าวต่อว่า ในกลุ่มประเทศอาเซียน พบว่าคนไทยส่วนใหญ่มีการศึกษาต่ำกว่า 12 ปี แย่กว่าอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เราจะขึ้นไปข้างบนไม่ได้ เพราะคนการศึกษาสูงมีน้อย และถ้าลงไปข้างล่างก็ไม่ได้ เพราะแรงงานค่าแรงสูง ซึ่งโจทย์การศึกษาจะต้องทำการศึกษาที่ไม่ใช่มุ่งเน้นวิชาการอย่างเดียว แต่ต้องให้การศึกษา 12 ปี บวกกับการเรียนสายอาชีพ หรือได้เรียนประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และได้ค่าตอบแทนสูงกว่าคนเรียนการศึกษาจบขั้นพื้นฐาน 12 ปีอย่างเดียว รวมถึงการศึกษาต้องทำให้คนมีความเอื้อเฟื้อ คิดถึงซึ่งกันและกัน การศึกษาอย่าไปเน้นเรื่องเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ต้องเน้นเรื่องสังคมด้วย ซึ่งปัญหาความท้าทายของการศึกษาขณะนี้ คือ จะทำการศึกษาอย่างไร ที่ทำให้คนไทยมีความสามารถในการทำงานมากขึ้น ขณะเดียวกันทำให้คนสูงวัยอายุยืน และมีสุขภาพที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การศึกษาในยุคการเปลี่ยนแปลง มหาวิทยาลัย อาจารย์ ต้องมีการปรับ แต่ตอนนี้อาจารย์ในมหาวิทยาลัยไม่สามารถสอนคนในวัยทำงานได้ เพราะคนวัยทำงานมีประสบการณ์การทำงานจริงแต่อาจารย์ในมหาวิทยาลัยยังคงเปิดตำราสอน นอกจากนี้ระบบการศึกษาไม่เคยสอนเด็กเรื่องเนื้อหาเพื่อใช้ แต่เป็นการสอนเผื่อใช้ ขณะนี้ครูสอนคนทุกคนด้วยเรื่องเดียวกัน วิธีเดียวกัน ซึ่งตอนนี้สอนแบบนั้นไม่ได้ เพราะคนเรียนต้องการเรียนรู้ต่างกัน ดังนั้น ต้องมีระบบการศึกษาให้คนได้เรียนเมื่อไหร่ อย่างไร ตอบสนองความต้องการของแต่ละคน และการศึกษาที่มีความหมายต่อชีวิตการทำงาน จะกำหนดด้วยผู้เรียนและตลาด ไม่ได้ถูกกำหนดด้วยรัฐอีกแล้ว&amp;quot;นายกฤษณพงศ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34705</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ), นายกฤษณพงศ์ กีรติกร, สํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190429/image_big_5cc6bb647af5a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
