<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118353</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2021 17:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2021 17:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นายกลุงตู่ &#039;ลงพื้นที่รร.พิบูลย์อุปถัมภ์  ดูฉีดวัคซีนร.4ต.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30ก.ย.64- นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้นโยบายให้แก่ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ ในเรื่องการเตรียมความพร้อมฉีดวัคซีน Pfizer ให้กับนักเรียน ที่มีอายุระหว่าง 12-17 ปี โดยต้องประสานกับสาธารณสุขจังหวัดในการดำเนินการฉีดวัคซีนอย่างต่อเนื่อง และนักเรียนสามารถยื่นความประสงค์ขอฉีดวัคซีนนอกเขตบริการได้ ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคมเป็นต้นไป โดยในวันดังกล่าวพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) จะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการจัดการฉีดวัคซีนให้แต่นักเรียน ที่โรงเรียนพิบูลอุปถัมภ์ ถ.ลาดพร้าว ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สำหรับกรณีที่จังหวัดใดที่เกิดเหตุน้ำท่วมแล้วสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ผมได้มอบหมายให้ทางเขตฯ วางแผนการฉีดวัคซีนร่วมกับศึกษาธิการจังหวัดและสาธารณสุขจังหวัดอย่างใกล้ชิด รวมถึงให้คำแนะนำเกี่ยวกับปฏิบัติตนก่อนและหลังฉีดด้วย&amp;quot;เลขาฯ กพฐ.กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118353</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีนนักเรียน, นายกลุงตู่, อัมพร พินะสา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210303/image_big_603f4115d69c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97777</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2021 15:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2021 15:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ตรีนุช&quot;เผยจะเน้นจริยธรรมในสถานศึกษา หลังประชุมครม. นายกฯ ย้ำทุกกระทรวงต้องขับเคลื่อนเรื่องนี้  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30มี.ค.64-นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในที่ประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ย้ำทุกกระทรวงถึงเรื่องการขับเคลื่อนคุณธรรมและจริยธรรมให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในทุกหน่วยงาน โดยในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ตนจะนำเรื่องนี้มาต่อยอดในสถานศึกษาทุกแห่ง รวมถึงสอดแทรกให้อยู่ในการจัดการเรียนการสอนในห้องเรียนของครูผู้สอน โดยเร็วๆ นี้ตนจะประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือเรื่องดังกล่าวและนำไปสู่การปฏิบัติให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;
ส่วนประเด็นเรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษา ซึ่งเป็นนโยบายหลักสำคัญเร่งด่วนนั้น ตนจะต้องขับเคลื่อนให้นักเรียนปลอดภัยในโรงเรียน สำหรับประเด็นความปลอดภัยในสถานศึกษาต้องยอมรับว่า เป็นเรื่องที่มีความหลากหลาย โดยตนได้ตั้งข้อสังเกตเช่นกันว่าสาเหตุใดความไม่ปลอดภัยในสถานศึกษายังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นตนจะมาทบทวนมาตรการต่างๆ ของ ศธ.ในเรื่องนี้ทั้งหมด ขณะที่ปัญหาข้อร้องเรียนต่างๆ ของกลุ่มนักเรียนหากมีเรื่องใดที่ต้องการให้ ศธ.แก้ไขก็สามารถแจ้งข้อมูลมาได้ที่เพจเฟซบุกส่วนตัวของตนได้ตลอดเวลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการแบ่งงานของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) ทั้ง 2 คน ว่าจะแบ่งอย่างไรนั้น นางสาวตรีนุช กล่าวว่า ตนยังไม่สามารถตอบในเรื่องนี้ได้ เนื่องจากต้องขอเวลาหารือร่วมกับ รมช.ศธ.ทั้ง 2 คนก่อน ส่วนเรื่องปัญหาการแต่งตั้งตำแหน่งต่างๆ ภายใน ศธ.ที่มีการฟ้องร้องเกิดขึ้นนั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และมีความซับซ้อน ดังนั้นขอให้คณะทำงานของตนไปศึกษารายละเอียดให้รอบด้านก่อน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97777</URL_LINK>
                <HASHTAG>จริยธรรมนักเรียน, ตรีนุช เทียนทอง, นายกลุงตู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210330/image_big_6062e6bd423bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53102</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2019 16:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2019 16:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯห่วงการอ่านเด็กไทย หลังคะแนนPISAโชว์หรา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ธ.ค.62-นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในการประชุมชี้แจงการจัดทำงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2564 ตนได้พบกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มีความเป็นห่วงถึงผลการประเมินโครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ (PISA) ขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD ที่แม้ว่าในการประเมินรอบ PISA 2018 ที่ผ่านมาประเทศไทยจะมีคะแนนวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ที่สูงขึ้น แต่คะแนนในเรื่องการอ่านกลับลดลง ดังนั้นนายกฯ จึงได้ฝากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ให้ปรับมาตรฐานการอ่านของนักเรียนที่ไม่ใช่เป็นการอ่าน ออก เขียนได้เพียงอย่างเดียว แต่อยากให้การอ่านมุ่งไปสู่การคิดวิเคราะห์ของเด็กไทยด้วย เช่น เมื่อเด็กเขียนเรียงความในเรียงความนี้ที่เขียนขึ้นมีความหมายว่าอย่างไรและนำไปสู่อะไรบ้าง เป็นต้น ซึ่งขณะนี้ สพฐ.ต้องแบ่งการแก้ปัญหาการอ่านออกเขียนได้ตามบริบทของแต่ละพื้นที่ เช่น กลุ่มโรงเรียนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องการเรียนรู้ภาษาถิ่นมากกว่าภาษาไทยก็ต้องจัดนวัตกรรมการอ่านในรูปแบบทวิภาษา ส่วนโรงเรียนในกลุ่มภาคเหนืออยากเรียนรู้ภาษาไทยแต่ประสบปัญหาความหลากหลายทางชาติพันธุ์ รวมถึงในกลุ่มเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ดังนั้นตนจึงมอบโจทย์ไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ว่าต้องการยกระดับการอ่านให้ดีขึ้น แต่ให้อิสระในการเลือกใช้นวัตกรรมการอ่านให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้ในกิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้นายกฯ อยากให้ปรับกิจกรรมในชั่วโมงนี้ใหม่ โดยไม่เน้นการเรียนกิจกรรมดนตรี หรือทำอาชีพอย่างเดียว แต่อยากให้มีการจัดทำชมรมจิตอาสา กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ที่นำไปสู่การคิดวิเคราะห์ของเด็กมากขึ้นด้วย ส่วนประเด็นที่หลายฝ่ายมีความเป็นห่วงเรื่องการอ่านของเด็กไทยที่นิยมอ่านหนังสือไม่เกิน 8 บรรทัดนั้น ซึ่งในประเด็นนี้ตนมองว่าเป็นงานวิจัยที่พูดถึงกันมานานแล้ว และต้องชี้แจงว่าการอ่านในลักษณะนั้นของเด็กคงไม่ใช่ทั้งหมด&amp;rdquo;เลขาฯ กพฐ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53102</URL_LINK>
                <HASHTAG>PISA, การอ่านเด็กไทย, นายกลุงตู่, อำนาจ วิชยานุวัติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191115/image_big_5dce73edde2d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50890</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/11/2019 18:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2019 18:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;สุวิทย์&quot;รายงาน นายกฯ ทุนจีนฮุบ &quot;ม.เอกชน&quot;แล้ว 2-3แห่ง จับตาวีซ่า นศ.แดนมังกรกลัวลักลอบทำงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
22พ.ย.62-สุวิทย์&amp;rdquo; ทำหนังสือถึง &amp;ldquo;นายกฯ&amp;rdquo; รายงานกรณีกลุ่มทุนจีน เทคโอเวอร์กิจการมหาวิทยาลัยเอกชนไทย พบเช้าไปถือหุ้นแล้ว 2 - 3 แห่ง แต่ยังไม่ได้ถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้ทำหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรื่องที่มีกลุ่มทุนจีนเข้ามาซื้อกิจการสถาบันอุดมศึกษาเอกชนของไทย ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ามีทุนจีน เข้ามาถือหุ้นสถาบันอุดมศึกษาของไทย ประมาณ 2-3 แห่งเท่านั้น ซึ่งไม่ถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย เนื่องจากนิติบุคคลที่ขอรับใบอนุญาติจัดตั้งสถาบันการศึกษาเป็นบริษัทของไทย แต่จีนเข้ามาถือหุ้น ขณะเรื่องกรรมสิทธิ์การถือครองที่ดิน ยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ของมหาวิทยาลัย แต่อย่างไรก็ตาม อว.ไม่ได้นิ่งนอนใจได้มีการวางแผนรับมือกับเรื่องดังกล่าว โดยได้ร่วมกันตั้งคณะทำงานเฝ้าระวังฯ ซึ่งมีกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เช่น อว. กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ กรมที่ดิน สภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ตม.) ฯลฯ เป็นคณะทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวิทย์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ เบื้องต้นตนได้สั่งการให้คณะทำงานเฝ้าระวังฯ เน้นเรื่องของการกำกับดูแลเรื่องคุณภาพมาตรฐาน/การจัดการศึกษาภายใต้กฏหมายอุดมศึกษา เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค และมาตรฐานการจัดการศึกษาของไทย และกำชับให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ต้องเข้าไปกำกับดูแลเรื่องมาตรฐานการจัดการศึกษาของสถาบันเหล่านั้น&amp;nbsp; &amp;nbsp;และต้องประสานกระทรวงต่างประเทศเรื่องกระบวนการออกวีซ่านักศึกษาต่างชาติ และประสานกระทรวงแรงงาน เรื่องการลักลอบทำงาน เช่น ร้านขายอาหาร ขายของตามพื้นที่ต่างๆ หรือทำธุรกิจในไทย อย่างใกล้ชิด ปัญหาดังกล่าว ตนได้เสนอนายกรัฐมนตรี ว่า กระทรวงพาณิชย์ ต้องไปพิจารณาการถือหุ้นแบบนอมินี ว่ามีกฎหมายอะไรควบคุมอยู่ รวมทั้งการออกวีซ่า นักเรียน นักศึกษา ของกระทรวงต่างประเทศ ต้องมีความชัดเจน เหมือนสหรัฐอเมริกา (J1 visa) และกำหนดระยะเวลาที่อยู่ในไทยให้เหมาะสม ขณะที่ ตม. ต้องเข้มงวดการตรวจคนเข้าเมือง และ ตำรวจ ต้องกวดขันเรื่องการตรวจและรายงานผลกรณีพบนักศึกษาต่างชาติที่ลักลอบไปทำงาน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม อว. พร้อมจะเป็นเจ้าภาพเชิญประชุมทุกหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อประสานให้เป็นไปตาม กม.ที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50890</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อว., ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์, ทุนจีนฮุบมหาวิทยาลัยเอกชนไทย, นายกลุงตู่, เข้มงวดวีซ่านักศึกษาจีนในไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190610/image_big_5cfde6b4c4f84.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
