<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108657</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2021 12:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2021 12:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมาคมรถโดยสารฯบุกทำเนียบยื่น7 ข้อ ร้องนายกเยียวยาผลกระทบจากโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
5 ก.ค.2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 10.00 น. ณ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;ชั้น 1 อาคารสำนักงาน ก.พ. นายพิเชษฐ์ เจียมบุรเศรษฐ์ นายกสมาคมกิจการรถโดยสารประจำทางไทย &amp;nbsp;ได้นำผู้ประกอบการรถโดยสารจากบริษัท นครชัยแอร์ จำกัด, บริษัท เทพสมบัติ จำกัด (สมบัติทัวร์), บริษัท นครชัยทัวร์ จำกัด, บริษัท กิตติสุนทร จำกัด และบริษัท นครชัยขนส่ง จำกัด ฯลฯ เข้ายื่นหนังสือ ถึงท่านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี พร้อมติดตามข้อเรียกร้องเพื่อเยียวยาผู้ประกอบการรถโดยสารในสถานการณ์แพร่ระบาดโรคไวรัส Covid-19 โดยมี นายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้แทนเข้ารับมอบหนังสือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิเชษฐ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจภายในประเทศทั่วทุกภาคส่วนอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ประกอบการธุรกิจ SME ที่ต้องประสบปัญหาขาดทุน และหยุดกิจการไปหลายแห่ง ซึ่งผู้ประกอบการรถโดยสารเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการสาธารณะ ในรูปแบบโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญด้านการคมนาคมทั่วประเทศ ได้รับผลกระทบจากการต้องลดเที่ยววิ่งจากเดิม เหลือเพียง &amp;nbsp; &amp;nbsp;25-30% อัตราบรรทุกผู้โดยสารเฉลี่ยลดลงกว่า 50% ต่อเที่ยววิ่ง และผู้ประกอบการบางรายต้องหยุดเดินรถชั่วคราว เพราะทนต่อสู้กับค่าใช้จ่ายไม่ไหว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาสมาคมกิจการรถโดยสารประจำทางไทย ได้มีหนังสือขอความช่วยเหลือผู้ประกอบการรถโดยสารายังผู้เกี่ยวข้องตั้งแต่เดือนมกราคม,เมษายน &amp;nbsp;และพฤษภาคม &amp;nbsp;รวมจำนวน 3 ฉบับ ซึ่งพบว่าผลของความช่วยเหลือ ที่ได้รับอย่างชัดเจน และเป็นรูปธรรมเป็นเรื่องการเร่งฉีดวัคซีน ป้องกันCovid-19 ให้กลุ่มพนักงานบริการรถโดยสาร ส่วนข้อเรียกร้องอื่นๆ ที่ได้นำเสนอไปนั้น ยังไม่มีความคืบหน้า ดังนั้นสมาคมกิจการรถโดยสารประจำทางไทย จึงเดินทางมายื่นหนังสือติดตามและเยียวยาดังกล่าว กับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อพิจารณาแนวทางการช่วยเหลือตามข้อเสนอดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ตรึงราคาน้ำมันเชื้อเพลิง เฉพาะรถขนส่งผู้โดยสาร ดีเซลไม่เกินลิตรละ 20 บาท NGV ลดเหลือ 10.62 บาท กิโลเมตร รวมถึงตรึงราคา LPG ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ยกเว้นการเก็บภาษีรถโดยสารประจำปี 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ยกเว้นการทำประกันภัยรถโดยสารภาคสมัครใจประจำปี 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ให้บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) งดเว้น หรือลดการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายต่างๆที่เกี่ยวกับการเดินรถทั้งหมดให้ผู้ประกอบการรถร่วมเป็นระยะเวลา 1 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ขอจัดการเดินรถโดยสารประจำทาง ให้สามารถหมุนเวียนได้ทุกเส้นทาง เหมือนธุรกิจการบิน เพื่อให้สามารถใช้ตัวรถอย่างเต็มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนผู้ประกอบการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.ขอให้ช่วยเหลือผู้ประกันตนอยู่ในสิทธิ์ประกันสังคม ให้ได้รับสิทธิการช่วยเหลือเยียวยา จากสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ในอัตรา 50 เปอร์เซ็นต์ เป็นเวลาไม่เกิน 90 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.ขอให้ผ่อนคลายการจำหน่ายตั๋วโดยสารต่อรถ 1 คัน ได้ตามปกติ 100 เปอร์เซ็นต์ เมื่อการฉีดวัคซีนป้องกัน Covid-19 ในพื้นที่ควบคุมสีอแดงเข้มได้ระดับ 30% ของจำนวนประชากรเป้าหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สมาคมฯคาดว่า ข้อเสนอดังกล่าวจะได้รับการพิจารณาจากท่านนายกรัฐมนตรี เพื่อเยียวยาผู้ประกอบการที่ให้บริการขั้นพื้นฐานในด้านการขนส่งสารธารณะของประเทศไทยยังคงสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ โดยผู้ประกอบการทุกราย มีความมุ่งมั่นประกอบกิจการเดินรถโดยสาร พร้อมพัฒนา และปฏิบัติตามแนวทางและมาตรการของสาธารณสุขเพื่อช่วยควบคุม และป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ให้ร่วมกันผ่านพ้นภาวะวิกฤต และยังให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้ เพื่อให้บริการขั้นพื้นฐานแก่ประชาชนที่ยังมีความจำเป็นต้องเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ ให้เป็นบริการที่อยู่เคียงข้างการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศไทยตลอดไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108657</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกสมาคมกิจการรถโดยสารประจำทางไทย, ร้องนายกฯ, เยียวยาโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210705/image_big_60e29dbacdfac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18533</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2018 09:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2018 09:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคม ลั่นเตรียมปรับขึ้นค่าโดยสารรถเมล์ใหม่ทั้งระบบ ต.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-&amp;quot;อาคม&amp;quot; ลั่นเตรียมปรับขึ้นค่าโดยสารสาธารณะใหม่ ต.ค.นี้ รอผลการศึกษา ขบ. ก่อนส่งต่อขนส่งทางบกกลางฯ เคาะไฟเขียวต่อ หลังราคาน้ำมันปรับขึ้นต่อเนื่อง ฟากผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทางตบเท้าบุกคมนาคม โอดแบกรับต้นทุนไม่ไหว-ถึงภาวะทางตัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับสมาคมกิจการรถโดยสารประจำทางไทยว่า กระทรวงคมนาคมได้รับข้อเสนอของสมาคมฯไว้พิจารณา ในเรื่องของการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสาร เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง ซึ่งในขณะนี้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) อยู่ระหว่างรอผลการศึกษาของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ในเรื่องโครงสร้างค่าโดยสารสาธารณะใหม่ ก่อนส่งผลการศึกษาดังกล่าวมายังกระทรวงคมนาคม และเสนอไปให้คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางพิจารณาอนุมัติต่อไป อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารนั้น จะต้องสรุปให้แล้วเสร็จและมีผลบังคับใช้ภายใน ต.ค.นี้ ทั้งนี้ ตนได้กำชับผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะว่า หากมีการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารแล้วนั้น จะต้องเน้นเรื่องของความปลอดภัย และคุณภาพในการให้บริการด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายพิเชษฐ์ เจียมบุรเศรษฐ์ นายกสมาคมกิจการรถโดยสารประจำทางไทย กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการซึ่งเป็นสมาชิกของสมาคมฯกว่า 200 ราย ให้บริการรถโดยสารสาธารณะเป็นรถหมวด 1,2,3, และ 4 รวมกว่า 10,000 คันทั่วประเทศ ต้องแบกรับภาระต้นทุนที่สูงจากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ถึงภาวะที่จะไม่สามารถประกอบการต่อไปได้ได้ จึงได้ยื่นข้อเสนอให้ รมว.คมนาคมพิจารณาปรับขึ้นราคาค่าโดยสารรถประจำทาง เนื่องจากอัตราค่าโดยสารในปัจจุบันยังไม่รวมค่าธรรมเนียมเฉลี่ยอยู่ที่ 0.49 บาทต่อ กม.เท่านั้นนั้น และใช้มาตั้งแต่ปี 56 ซึ่งในขณะนั้นราคาน้ำมันอยู่ที่ลิตรละ 23.74 บาท แต่ขณะนี้ราคาน้ำมันอยู่ที่ลิตรละ 29.89 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราเดินทางมาพบท่าน รมว.คมนาคม เพื่อมาบอกความเดือดร้อนของผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะ เราทนไม่ไหวแล้ว และถึงภาวะที่จะประกอบการต่อไปไม่ได้ เราไม่ได้ปรับอัตราค่าโดยสารมาตั้งแต่ปี 59 ยังคงใช้อัตราค่าโดยสารเฉลี่ยเท่าเดิม ประกอบกับค่าแรงงานก็ปรับขึ้นเป็นวันละกว่า 300 บาทแล้ว ทำให้ปัจจุบันเราเดินต่อไปไม่ได้แล้ว&amp;rdquo; นายพิเชษฐ์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิเชษฐ์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาแม้ว่าได้แก้ปัญหาโดยการปรับลดเที่ยววิ่งลง 30% รวมถึงดูจำนวนผู้โดยสารให้คุ้มทุนจึงออกวิ่งรถ ไม่วิ่งตามระยะเวลาที่กำหนด แต่ยังเป็นเพียงแค่การประคองให้กิจการดำเนินไปได้เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ทางสมาคมฯ จะรอจนถึงสิ้นเดือน ต.ค.นี้ ตามที่ รมว.คมนาคมรับปากว่าจะใช้อัตราค่าโดยสารใหม่ ตามผลการศึกษาการปรับโครงสร้างอัตราค่าโดยสารใหม่ของ ขบ. ซึ่งมั่นใจว่าจะเป็นอัตราที่สมาคมฯยอมรับได้ และทำให้ผู้ประกอบการอยู่รอดได้แน่นอน แต่ทั้งนี้หากอัตราค่าโดยสารใหม่ยังกระทบต้นทุน จนทำให้ผู้ประกอบการเดินรถต่อไปไม่ได้ ทางสมาคมฯจะหารือกันอีกครั้งว่าจะเคลื่อนไหวอย่างไรต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18533</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงคมนาคม, ขึ้นค่าตั๋วรถเมล์, นายกสมาคมกิจการรถโดยสารประจำทางไทย, นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ, ปรับขึ้นค่าโดยสารรถสาธารณะ, พิเชษฐ์ เจียมบุรเศรษฐ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180216/image_big_5a86f5f69a8e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
