<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108142</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2021 12:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2021 12:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ธุรกิจรับสร้างบ้าน&#039;เดือดร้อนร่อนหนังสือถึง ศปก.ศบค.ขอความชัดเจนเรื่องสร้างบ้านพักอาศัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มิ.ย.2564 นายวรวุฒิ กาญจนกูล นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (Home Builder Association : HBA) เปิดเผยว่า สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (สมาคมฯ) เปิดเผยว่า จากการพิจารณาตามราชกิจจานุเบกษาออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๒๕)ดังกล่าวมิได้มีเป้าประสงค์เพื่อมีคำสั่งให้ปิดสถานที่ก่อสร้างประเภทอาคารบ้านพักอาศัยที่มิได้เป็นโครงการจัดสรร ซึ่งหมายถึงบ้านพักอาศัยของประชาชนทั่วไปที่สร้างบ้านที่ดินของตนเอง เนื่องจากมิได้เป็นโครงการขนาดใหญ่หรืออาคารสาธารณะที่ต้องใช้แรงงานจำนวนมากและมิได้ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ไปในวงกว้าง
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;นับตั้งแต่ราชกิจจานุเบกษาดังกล่าวเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันนี้ ยังมีความเข้าใจที่คาดเคลื่อนและตีความไม่ตรงกันทั้งทางฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ , เจ้าพนักงานท้องถิ่น รวมถึงประชาชนโดยทั่วไป ทำให้เกิดข้อโต้แย้งที่ยังไม่มีข้อสรุป&amp;rdquo; นายวรวุฒิ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านในฐานะตัวแทนของผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจรับสร้างบ้านบนที่ดินของประชาชน ที่ปัจจุบันมีงานก่อสร้างบ้านพักอาศัยสร้างเองกระจายอยู่ทั่วในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเป็นจำนวนหลายพันหลังต่อปี &amp;nbsp; ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบ้านพักอาศัยขนาดเล็ก &amp;nbsp; &amp;nbsp;มีแรงงานก่อสร้างเป็นหลักสิบคน &amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งไม่ก่อให้เกิดคลัสเตอร์ ของผู้ติดเชื้อจำนวนมากได้ อีกทั้งสมาชิกของสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านยังมีมาตรการในการป้องกันโควิดเป็นอย่างดี &amp;nbsp; ซึ่งจากที่ผ่านมาพบว่าไซต์งานก่อสร้างของสมาชิกสมาคมฯ &amp;nbsp;ยังไม่มีที่ใดติดเชื้อโควิด-19
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;ทั้งนี้ เพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศยังคงพอเดินไปได้ คนหลายหมื่นคนยังพอมีงานทำ ทางสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านจึงต้องการได้รับการยืนยันเพื่อความชัดเจนว่าการก่อสร้างบ้านพักอาศัยที่สร้างเองที่มิใช้โครงการจัดสรร สามารถดำเนินงานก่อสร้างต่อไปได้ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.​ตามราชกิจจานุเบกษามิได้รวมถึงการก่อสร้างและต่อเติมบ้านพักอาศัยเพื่ออยู่เอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.​กรณีแรงงานมิได้พักอาศัยในสถานที่ทำงาน สามารถเดินทางมาทำงานได้ตามปกติ
&amp;nbsp;
อนึ่ง ตามที่มีราชกิจจานุเบกษา ออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๒๕) ข้อ ๒.การควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดในกลุ่มแรงงานก่อสร้างเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อควบคุมโรคและป้องกันการแพร่ระบาดเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบอาชีพแรงงานก่อสร้างซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงและพบการระบาดแบบเป็นกลุ่มก้อน ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานครและผู้ว่าราชการจังหวัดในจังหวัดปริมณฑล อาศัยอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อพิจารณามีคำสั่งปิดสถานที่ก่อสร้าง ดัดแปลงหรือรื้อถอนอาคาร หรือพื้นที่ดำเนินการก่อสร้างหรือสถานที่ก่อสร้าง ดัดแปลงหรือรื้อถอนประเภทอาคารขนาดใหญ่พิเศษ อาคารสูง อาคารขนาดใหญ่ อาคารที่อยู่อาศัยรวม อาคารสาธารณะ ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารหรือโครงการจัดสรรทุกประเภท ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดิน หรือโรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน และให้มีคำสั่งปิดสถานที่พักอาศัยชั่วคราวสำหรับคนงาน ทั้งภายในและภายนอกสถานที่ก่อสร้าง ดัดแปลงหรือรื้อถอนอาคาร รวมทั้งมีคำสั่งให้หยุดงานก่อสร้าง และห้ามการเดินทางและเคลื่อนย้ายแรงงาน เป็นการชั่วคราวอย่างน้อยสามสิบวัน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108142</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน, ปิดแคมป์ก่อสร้าง, วรวุฒิ กาญจนกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210630/image_big_60dbfb38eeb89.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42984</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2019 09:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2019 09:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตลาดรับสร้างบ้านปี 62 จ่อฟื้นตัว หลังได้รัฐบาลใหม่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นางศิริพร สิงหรัญ นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านในปี 2562 นี้ โดยคาดว่า น่าจะได้รับผลดีเพิ่มขึ้น หลังจากการจัดตั้งรัฐบาลเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งคาดว่าจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคที่กำลังคิดจะปลูกสร้างบ้านมากยิ่งขึ้น โดยในช่วงครึ่งไตรมาสแรกที่ผ่านมา พบว่าการขยายตัวของตลาดยังมีอย่างต่อเนื่อง แต่ในไตรมาสที่ 2 ตลาดมีการชะลอตัวลงบ้างตามภาวะเศรษฐกิจของประเทศ และภาวะของเศรษฐกิจโลก แต่ผลจากที่ไตรมาสที่ 1 ที่ตลาดขยายตัวและมียอดขายที่ค่อนข้างดี ทำให้ภาพรวมในครึ่งปีแรกไม่มีผลกระทบมากนัก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
อย่างไรก็ตามในช่วงครึ่งปีหลังนี้ สมาคมเชื่อว่าจะเป็นช่วงที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่จะตัดสินใจปลูกสร้างบ้านคาดว่าจะทำให้มูลค่าการขายของแต่ละบริษัท รวมถึงภาพรวมของตลาดเองจะมีทิศทางที่ดีขึ้น โดยจากข้อมูลของสมาคมฯ พบว่า ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา มูลค่าตลาดรวมของธุรกิจรับสร้างบ้านเติบโตเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่มูลค่าตลาดรวมรับสร้างบ้านในปี 2562 คาดว่าน่าจะสามารถเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
สำหรับภาพรวมธุรกิจรับสร้างบ้านในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ตลาดได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวมพอสมควร โดยเฉพาะบ้านระดับราคา 2.5 &amp;ndash; 5 &amp;nbsp;ล้านบาทมีการขยายตัวที่น้อย ขณะที่บ้านระดับราคา 5 -10 ล้านบาท &amp;nbsp;และบ้านระดับราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป ยังถือว่าเติบโตได้ค่อนข้างดี เนื่องจากผู้บริโภคกลุ่มดังกล่าวไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจมากนัก คาดว่าในครึ่งปีหลังตลาดน่าจะเติบโตได้ดีขึ้น เนื่องจากรัฐบาลมีความชัดเจน ผู้บริโภคเริ่มมีความมั่นใจและจะเริ่มกลับเข้ามาปลูกสร้างบ้านมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อเป็นการกระตุ้นตลาดในช่วงครึ่งปีหลังสมาคมได้จัดงาน &amp;ldquo;รับสร้างบ้านและวัสดุ &amp;nbsp;Home Builder Expo 2019&amp;rdquo; ขึ้นในระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม &amp;ndash; 1 กันยายน 2562 ณ อิมแพค ฮอลล์ 6 เมืองทองธานี โดยภายในงาน จะเป็นการรวบรวมบริษัทรับสร้างบ้านระดับชั้นนำมาไว้ในงาน พร้อมด้วยแบบบ้านจากบริษัทต่าง ๆ มากกว่า 1,000 แบบ และภายในงานยังมีบ้านในทุกระดับราคาให้ผู้บริโภคได้เลือก อย่างไรก็ตามจากการจัดงานสมาคมคาดว่าจะสามารถสร้างยอดขายได้กว่า 3,000 ล้านบาท
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42984</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตลาดรับสร้างบ้านในปี 2562, นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน, ศิริพร สิงหรัญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180530/image_big_5b0e70a147d8d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21786</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2018 08:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2018 08:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ธุรกิจรับสร้างบ้านยังมีโอกาสเติบโตได้ต่อเนื่อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาคมธุรกิจสร้างบ้าน เผยตัวเลขเฉลี่ยมูลค่าสร้างบ้านเองทั่วประเทศต่อปีแตะ 1.2 แสนล้านบาท ยังคงเชื่อมีอัตราการขยายตัวได้ในทิศทางที่ดี พร้อมยันมาตรการ ธปท.ไม่กระทบตลาดสร้างบ้านเอง เชื่อมูลค่าหลักทรัพย์สูงและไม่มีหนี้เสีย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางศิริพร สิงหรัญ นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดสร้างบ้านเองในปัจจุบัน โดยมองว่าในแต่ละปีมีการเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในทำเล กทม.และปริมณฑล มีผู้ปลูกสร้างบ้านประมาณ 20,000 หลังต่อปี หากรวมทั่วประเทศคาดว่าจะมีการปลูกสร้างเองรวมกันประมาณ 40,000 หลังต่อปี ซึ่งหากมาคำนวนในระดับราคา 3 ล้านบาท จะทำให้ในแต่ละปีมีการปลูกสร้างบ้านเองทั่วประมาณมูลค่ารวมประมาณ 1.2 แสนล้านต่อปี อย่างไรก็ตามในปีนี้สมาคมยังคงคาดว่าภาพรวมตลาดรับสร้างยังคงมีอัตราการตัวได้ในทิศทางที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศ (ธปท.)ได้ออกหลักเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยใหม่ที่มีการกำหนดเงินดาวน์ขั้นต่ำหรืออัตราสินเชื่อมูลค่าหลักประกัน(LTV) นั้น เชื่อว่าไม่มีผลกระทบโดยตรงกับธุรกิจรับสร้างบ้าน เนื่องจากเป็นการปลูกสร้างเพื่อการอยู่อาศัยบนที่ดินของตนเองไม่ได้เป็นการสร้างเพื่อเก็งกำไร อีกทั้งการขอสินเชื่อใช้ทั้งที่ดินและบ้านที่จะปลูกสร้าง เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ดังนั้น วงเงินที่ให้ตัวบ้าน 100% และ วงเงินเพื่อสิ่งที่เกี่ยวเนื่องกับบ้านอีก 30% ซึ่งไม่ถึง 80% ของมูลค่าหลักทรัพย์รวมและที่ผ่านมาผู้กู้สินเชื่อเพื่อปลูกสร้างบ้านเองไม่พบการเกิดหนี้เสีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในช่วงเวลาที่ผ่านมาภาครัฐยังคงออกมาตรการเพื่อกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่ตลาดการปลูกสร้างบ้านบนที่ดินของตนเองเป็นอสังหาริมทรัพย์ และนำข้อมูลแบบรวมมาวิเคราะห์ โดยภาครัฐไม่แยกข้อมูลออกเป็นส่วนๆ ตามข้อเท็จจริง ทำให้การแก้ไขปัญหาที่ไม่ตรงจุด กลายเป็นการสร้างปัญหาให้กับผู้บริโภค และภาคธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง โดยกลุ่มผู้ปลูกสร้างบ้านบนที่ดินของตนเองไม่เคยได้รับประโยชน์จากการออกมาตรการมาเพื่อสนับสนุนกลุ่มอสังหาฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามสมาคมจึงมีข้อเสนอถึงหน่วยงานภาครัฐ ด้วยหากจะออกมาตรการใดๆ ควรระบุข้อความยกเว้น ผู้ปลูกสร้างบนที่ดินของตนเองเพื่อการอยู่อาศัย มิไช่เพื่อจำหน่ายนอกจากนี้ควรนำข้อมูลการปลูกสร้างบ้านบนที่ดินของตนเอง กลุ่มนี้แยกออกจากกลุ่มอสังหาฯ และ ควรนำข้อมูลการปลูกสร้างบ้านบนที่ดินของตนเองมาเป็นดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันภาครัฐควรเป็นเจ้าภาพในการจัดหา จัดสรรที่ดินเปล่าเพื่อให้ประชาชนมีโอกาสสร้างบ้านได้ง่ายขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21786</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธุรกิจรับสร้างบ้าน, นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน, ศิริพร สิงหรัญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180530/image_big_5b0e70a147d8d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
