<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112114</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2021 20:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2021 20:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดหนุนเบี้ยรับรวมประกันครึ่งแรกโต 3.13%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ส.ค. 2564 นายสาระ ล่ำซำ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า ครึ่งปีแรกขอกปี 2564 (มกราคม &amp;ndash; มิถุนายน) ธุรกิจประกันชีวิตมีผลงานเบี้ยประกันภัยรับรวมทั้งสิ้น 294,896.57 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 3.13% เมื่อเทียบกับระยะเวลาเดียวกันในปี 63 ซึ่งจำแนกเป็นเบี้ยประกันภัยรับรายใหม่ จำนวน 83,745.52&amp;nbsp; ล้านบาทด้วยอัตราเติบโตเพิ่มขึ้น 9.88% และเบี้ยประกันภัยรับปีต่อไปจำนวน 211,151.05 ล้านบาทด้วยอัตราเติบโตเพิ่มขึ้น 0.68% และมีอัตราความคงอยู่ของกรมธรรม์ประกันชีวิต 81%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่ได้รับความนิยมและมีการเติบโตสูงเป็นผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน ซึ่งมีเบี้ยประกันภัยรับรวมกว่า 21,598.72 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตที่สูงถึง 96.05 % ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตประเภทสัญญาเพิ่มเติมการประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง มีเบี้ยประกันภัยรับรวมประมาณ 46,549 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 7.54% และผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบบำนาญที่มีเบี้ยประกันภัยรับรวม 4,243.93 ล้านบาท ที่เติบโตเพิ่มขึ้น 5.74 แต่มีสัดส่วนการขายอยู่ในระดับค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตประเภทอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้จากการที่ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุนเติบโตขึ้น เนื่องจากสามารถให้ผลตอบแทนจากการลงทุนที่มีโอกาสได้รับอัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้นกว่าการลงทุนในรูปแบบอื่นและเรื่องความคุ้มครองของประกันชีวิต ส่วนผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตประเภทสัญญาเพิ่มเติมการประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง มีอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากค่ารักษาพยาบาลมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี รวมถึงสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และสถานการณ์การเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรงอื่นๆ ทำให้ประชาชนต้องตระหนักถึงความสำคัญของการวางแผนบริหารความเสี่ยงด้านสุขภาพเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแนวโน้มในครึ่งหลังของปี 2564 ภาคธุรกิจประกันชีวิตยังคงมองว่าธุรกิจจะเติบโตได้ตามที่คาดการณ์การเติบโตไว้ในระดับที่ใกล้เคียงกับเมื่อต้นปี 2564 เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ยังคงยื้อเยื้อและจำนวนผู้ติดเชื้อยังเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งการคาดการณ์ครั้งนี้ก็ยังสอดคล้องกับการคาดการณ์ GDP ของประเทศที่มีการฟื้นตัวช้า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามสมาคมประกันชีวิตไทยและภาคธุรกิจประกัน มีความพร้อมและมุ่งมั่นที่จะให้ความคุ้มครองตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัยไปจนครบกำหนดสัญญา และพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตให้มีความหลากหลายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ตลอดจนมีการพัฒนาช่องทางการขายและบริการผ่านระบบออนไลน์ รวมถึงการพัฒนาบุคลากรให้มีจรรยาบรรณและจริยธรรมในการประกอบอาชีพอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112114</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกสมาคมประกันชีวิตไทย, สาระ ล่ำซำ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210715/image_big_60efe9bd7a9c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
