<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>87803</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2020 15:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2020 15:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โควิด&#039;ดันประกันวินาศภัยปี63 โต 2.5-3.5 %  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ธ.ค. 2563 นายอานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผยถึงผลประกอบการธุรกิจประกันวินาศภัย ตั้งแต่เดือนมกราคม - เดือนกันยายน 2563 รวม 9 เดือนที่ผ่านมา มีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงรวม 184,368 ล้านบาท เติบโต 3.9% โดยคาดการณ์ทั้งปี 2563 เติบโต 2.5-3.5% มีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงรวม 250,000-252,600 ล้านบาท และคาดว่าปี 2564 จะมีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงรวม 250,000-253,000 ล้านบาท จะเติบโตราว 0-5.0% โดยการประกันภัยสุขภาพที่ไม่รวมส่วนของการประกันภัยโควิด-19 จะมีโอกาสเติบโตมากกว่าการประกันภัยประเภทอื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ช่องทางการขายประกันภัยผ่านอินเทอร์เน็ตเริ่มเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมแนะบริษัทสมาชิกปรับตัวให้ทันกับยุควิถีใหม่ในการดำเนินธุรกิจ พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและสามารถปรับเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสเพื่อความอยู่รอดภายใต้สถานการณ์ที่ไม่แน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอานนท์ กล่าวว่า ในปี 63 ถือว่าเป็นปีที่ธุรกิจประกันวินาศภัยต้องฝ่าฟันกับภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยจากปัจจัยต่างๆ ทั้งผลกระทบจากการระบาดของโควิดและความไม่แน่นอนทางการเมือง แต่ช่วงเบี้ยรวม 9 เดือน(ม.ค.-ก.ย.63) ยังคงมีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงรวม 184,368 ล้านบาท เติบโต 3.9% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน โดยการประกันภัยแต่ละประเภทยังคงมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี ในขณะที่การประกันภัยการเดินทางหดตัวลง เนื่องจากได้รับผลกระทบทางลบจากการระบาดของโควิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามสิ้นปีนี้คาดการณ์ว่าเบี้ยประกันของธุรกิจประกันวินาศภัยทั้งระบบจะอยู่ที่ 250,000-252,600 ล้านบาท เติบโต 2.5-3.5% ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่จะทำให้มีเงินหมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย เกิดการใช้จ่าย การผลิต การจ้างงานและสร้างรายได้ให้กับประชาชน การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ส่งผลให้มีการขยายตัวของการนำเข้าและส่งออก รวมทั้งกำลังซื้อรถยนต์บางส่วนในช่วงปลายปีจากโปรโมชั่นในงานมหกรรมยานยนต์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่การอุปโภคและการลงทุนของภาครัฐที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น การส่งเสริมการประกันภัยของภาครัฐในการนำระบบประกันภัยมาใช้เป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงในโครงการประกันภัยพืชผล (โครงการประกันภัยข้าวนาปีและโครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์) ผลกระทบจากการระบาดของโควิดซึ่งส่งผลกระทบทั้งทางบวกและลบต่อธุรกิจประกันวินาศภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามโดยผลกระทบจากการระบาดของโควิด ในปีนี้เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การประกันภัยสุขภาพเติบโตเพิ่มขึ้น 60% ในขณะที่การประกันภัยการเดินทางเติบโตติดลบ 61.4% ทั้งนี้จากข้อมูล 10 เดือนแรก(ก.ค.-ต.ค.63) พบว่า ยอดขายประกันภัยโควิดมีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรง 4,102.5 ล้านบาท หรือเท่ากับ 1.6% ของเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงรวมของการประกันภัยทุกประเภท และมีจำนวนกรมธรรม์รวมทั้งสิ้น 7.5 ล้านกรมธรรม์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนโครงการประกันภัยพืชผลนั้น มีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงรวม 4,084.32 ล้านบาท คิดเป็น 1.6% ของเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงรวมของการประกันภัยทุกประเภท แบ่งเป็นเบี้ยประกันภัยข้าวนาปีรับรวม 3,758.64 ล้านบาท และเบี้ยประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รับรวม 325.68 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในส่วนของช่องทางการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัยโดยรวม พบว่าช่องทางขายผ่านนายหน้า (Broker) ยังคงเป็นช่องทางที่ทำรายได้ให้กับธุรกิจประกันวินาศภัยมากที่สุด โดยมีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงจากช่องทางนี้สูงถึง 109,097 ล้านบาท สัดส่วน 58% รองลงมาคือ ช่องทางขายผ่านตัวแทน (Agent) 25,711 ล้านบาท สัดส่วน 14% ช่องทางขายผ่านธนาคาร (Bancassurance) 22,230 ล้านบาทสัดส่วน 12% ที่เหลือเป็นการขายผ่านช่องทางอื่น ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปี 64 คาดการณ์ว่าธุรกิจประกันวินาศภัยจะเติบโต 0-5% เบี้ยประกันรวมอยู่ที่ 250,000-253,000 ล้านบาท เป็นอัตราที่เพิ่มขึ้นตามแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปีหน้า ที่คาดว่าจะเติบโต 3.5-4.5% โดยมีแรงสนับสนุนจากการฟื้นตัวของอุปสงค์ภายในประเทศ การปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้นของเศรษฐกิจและปริมาณการค้าโลกแรงขับเคลื่อนจากภาครัฐจากการเบิกจ่ายภายใต้กรอบงบประมาณและมาตรการทางเศรษฐกิจ และฐานการขยายตัวที่ต่ำผิดปกติในปี 63 ซึ่งมาจากผลกระทบจากโควิด ที่ส่งผลให้การเติบโตของเศรษฐกิจไทยลดลงแต่ปัจจุบันเริ่มฟื้นตัวขึ้นภายใต้แนวโน้มการฟื้นตัวของอุปสงค์ภายในประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามการเติบโตดังกล่าวจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ ด้าน อาทิ สถานการณ์การระบาดของโควิดในประเทศและต่างประเทศ (มีการระบาดลดลง หรือมีการระบาดระลอกใหม่) ความสำเร็จในการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคโควิดและการเข้าถึงวัคซีน มาตรการการเปิดประเทศเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ ศบค.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87803</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย, อานนท์ วังวสุ, เบี้ยประกันภัย, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201223/image_big_5fe300889cc04.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
