<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>41904</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2019 10:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2019 10:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ห่วงบาทแข็ง-ภัยแล้ง ฉุดส่งออกข้าวไทยวูบ ครึ่งปีลดไปแล้ว 19% </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ค. 2562 ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกยังคงมีความผันผวน และค่าเงินบาทยังคงแข็งค่าขึ้นอยู่ที่ประมาณ 5% และแข็งค่ากว่าประเทศคู่แข่งที่สำคัญ ส่งผลให้ราคาข้าวไทยแพงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกข้าวของไทย นอกจากนี้ยังมีปัจจัยที่น่าเป็นห่วงจากภาวะภัยแล้งอาจส่งผลให้ผลผลิตข้าวมีปริมาณลดลง และทำให้ราคาสูงขึ้น ส่วนตลาดข้าวหอมภายในประเทศขยายตัวมากขึ้นและมีผู้ประกอบการในตลาดมากขึ้น ทำให้เหลือข้าวที่สามารถส่งออกได้ลงดลงและส่งผลให้ราคาข้าวหอมยังคงอยู่ในระดับสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่จีนมีปริมาณสต๊อกข้าวปริมาณมาก ทำให้ความต้องการนำเข้าลดลง ขณะเดียวกันยังมีการระบายข้าวเก่าในสต๊อกที่เก็บสำรองไว้ออกมาอย่างต่อเนื่องส่งผลให้อุปทานข้าวในตลาดมีมากขึ้น ขณะที่ข้าวบางส่วนถูกส่งออกไปยังตลาดแอฟริกา ทำให้ไทยสูญเสียส่วนแบ่งตลาดในแอฟริกา ส่วนประเทศผู้นำเข้าข้าวที่สำคัญมีการปรับนโยบายในการนำเข้าข้าวจากประเทศ เช่น ฟิลิปปินส์มีการปรับนโยบายการนำเข้าข้าวโดยให้เอกชนมีบทบาทในการนำเข้ามากยิ่งขึ้น ทางด้านอินโดนีเซียยังคงมีสต๊อกข้าวจำนวนมาก ทำให้มีแนวโน้มที่ลดการนำเข้าลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สมาคมจึงได้ปรับการคาดการณ์ปริมาณส่งออกข้าวของไทยในปี 2562 นี้อยู่ที่ 9 ล้านตัน มูลค่า 4,700 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นค่าเงินบาทอยู่ที่ 145,000 ล้านบาท จากเดิมที่มีการคาดการณ์ว่าการส่งออกของไทยจะมีปริมาณการส่งออกในปีนี้อยู่ที่ 9.5 ล้านตัน มูลค่า 4,800 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นค่าเงินบาทอยู่ที่ 155,000 ล้านบาท สำหรับภาพรวมการส่งออกข้าวไทยในช่วง 6 เดือนแรกที่ผ่านมา (ม.ค.-มิ.ย.) มีอัตราการส่งออกหดตัวลดลง 19.6% หรือมีปริมาณการส่งออกที่ 4.36 ล้านตัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในปี 2563 สมาคมคาดการณ์ว่า ประเทศไทยจะมีการส่งออกข้าวอยู่ที่ประมาณ 9.7 ล้านตัน เติบโต 5.43% อินเดีย 12 ล้านตัน ส่วนเวียดนามซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญของไทยคาดว่าจะมีปริมาณการส่งออกอยู่ที่ 6.5 ล้านตัน ปากีสถาน 4 ล้านตัน ลดลง 2.44% จีน 3.5 ล้านตัน เติบโตเพิ่มขึ้น 16.67% สหรัฐ 3.18 ล้านตัน เติบโต 5.83% เมียนมา 2.6 ล้านตัน ลดลง 7.14% และ กัมพูชา 1.3 ล้านตัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41904</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย, ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์, ส่งออกข้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190725/image_big_5d391b72693c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15346</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2018 09:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2018 09:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนดอดขึ้นภาษีนำเข้าข้าวพรวดจาก 5% เป็น 50% </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พาณิชย์&amp;rdquo;แจ้งข่าว จีนปรับอัตราภาษีใหม่ปี 61 ทำภาษีนำเข้าข้าวและผลิตภัณฑ์ข้าว 5 รายการ ภายใต้เอฟทีเออาเซียน-จีน ขึ้นพรวดจาก 5% เป็น 50% เผยกำลังตรวจสอบเป็นการขึ้นภาษีขัดพันธกรณีเอฟทีเอหรือไม่ พร้อมขอหารือทันที หากทำผิด ส่วนการส่งออกข้าวจีทูจีไทย-จีน ไม่กระทบ เหตุคอฟโกมีโควตานำเข้าและเสียภาษีแค่ 1% &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า เมื่อเร็วๆ นี้ รัฐบาลจีน ได้ปรับอัตราภาษีศุลกากรปี 2561 โดยได้ปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าข้าวและผลิตภัณฑ์จากข้าว จากอัตรา 5% เป็น 50% มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.2561 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ภาษีนำเข้าข้าวและผลิตภัณฑ์ รวม 5 รายการ ภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) อาเซียน-จีน เพิ่มขึ้นจาก 5% เป็น 50% ได้แก่ ข้าวเปลือกเหมาะสำหรับทำพันธุ์ของข้าวอื่นๆ , ข้าวเปลือกอื่นๆ ของข้าวอื่นๆ , ข้าวกล้องของข้าวอื่นๆ , ข้าวที่ผ่านหรือไม่ผ่านกระบวนการขัดสีและขัดมันที่เป็นข้าวอื่นๆ และแป้งข้าวเจ้าอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสินค้าข้าวจากไทยที่จะได้รับผลกระทบ ต้องถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มขึ้นจาก 5% เป็น 50% ได้แก่ ข้าวกล้องของข้าวอื่นๆ , ข้าวที่ผ่านหรือไม่ผ่านกระบวนการขัดสีและขัดมันที่เป็นข้าวอื่นๆ และแป้งข้าวเจ้าอื่นๆ ซึ่งในปี 2560 จีนนำเข้าจากไทย รวมถึงเวียดนาม เมียนมา สหรัฐฯ และญี่ปุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ (สพต.) ณ กรุงปักกิ่ง รายงานว่า ที่ปรึกษาการพาณิชย์ของเวียดนาม ณ กรุงปักกิ่ง ได้สอบถามเพื่อขอความชัดเจนในเรื่องนี้แล้ว เพราะเวียดนามเห็นว่าการปรับอัตราภาษีดังกล่าว ส่งผลให้ข้าวและแป้งข้าวที่ทำจากข้าวอื่นๆ ที่ไม่ใช่ข้าวเมล็ดยาวตามมาตรฐานขนาดเมล็ดข้าวของจีน รวมถึงข้าวเหนียว ที่สมาชิกอาเซียนส่งออกไปจีนถูกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มขึ้นเป็น 50%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า การที่จีนปรับอัตราภาษีดังกล่าว เป็นการปรับให้สอดคล้องกับองค์กรศุลกากรโลก (ดับบลิวซีโอ) ที่จะต้องปรับทุกๆ 5 ปี เพราะอาจมีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้สินค้าข้าวและผลิตภัณฑ์บางรายการที่อยู่ภายใต้กรอบเอฟทีเออาเซียน-จีน ต้องปรับขึ้นตาม โดยกรมฯ ได้หารือกับกรมศุลกากรของไทย เพื่อให้ช่วยตรวจสอบกรณีดังกล่าวแล้ว เพราะเป็นเรื่องทางเทคนิค ขณะเดียวกัน กรมฯ อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าการปรับขึ้นภาษีข้าวและผลิตภัณฑ์ภายใต้กรอบเอฟทีเออาเซียน-จีน ขัดกับพันธกรณีที่จีนได้ตกลงไว้ในความตกลงหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรากำลังดูพันธกรณีที่จีนตกลงในกรอบเอฟทีเออาเซียน-จีนว่าผูกพันภาษีข้าวและผลิตภัณฑ์ไว้อย่างไร จะทยอยลดภาษีจนเหลือภาษีสุดท้ายที่เท่าไร เพราะข้าวและผลิตภัณฑ์เป็นสินค้าในกลุ่มอ่อนไหวและอ่อนไหวสูง ที่จีนยังคงภาษีในอัตราสูง เพื่อไม่ให้กระทบกับเกษตรกรในประเทศ แต่ถ้าการขึ้นภาษีครั้งนี้ขัดกับพันธกรณี ก็ต้องขอหารือเรื่องนี้&amp;rdquo;นางอรมนกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกีรติ รัชโน รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า การปรับขึ้นภาษีดังกล่าว จะไม่กระทบต่อการส่งออกข้าวของไทยตามสัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) กับรัฐบาลจีน เพราะสินค้าที่ขึ้นภาษีส่วนใหญ่ ไทยไม่ได้ส่งออก อีกทั้งบริษัท คอฟโก ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจในการซื้อขายข้าวของรัฐบาลจีนจะมีโควตานำเข้าให้ไทยอยู่แล้ว และเสียภาษีนำเข้าเพียง 1% ส่วนรายการที่จีนปรับขึ้นภาษี ไทยมีการส่งออกไปจีนน้อยมาก เช่น แป้งข้าวเจ้าอื่นๆ หรือข้าวกล้องของข้าวอื่นๆ เป็นต้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15346</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการค้าต่างประเทศ, ขึ้นภาษีนำเข้าข้าว, นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย, รัฐบาลจีน, อัตราภาษีศุลกากร, เอฟทีเออาเซียน-จีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180519/image_big_5aff610f4060f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14812</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2018 16:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2018 16:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ผู้ส่งออกข้าวไทย จัดโครงการ “พลังประชารัฐ พัฒนาข้าวไทย”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ประสานพลังกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าจัดโครงการ &amp;ldquo;พลังประชารัฐ พัฒนาข้าวไทย&amp;rdquo; ลงพื้นที่พบปะเกษตรกรผู้ปลูกข้าวพร้อมจัดสัมมนาเสริมสร้างความรู้และชี้แจงมาตรการข้าวของรัฐบาลในการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เพื่อพัฒนาและยกระดับข้าวไทยอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;06 ส.ค. 61 ร.ต.ท. เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯได้ร่วมมือกับ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จัดโครงการ พลังประชารัฐ พัฒนาข้าวไทย จัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี การก่อตั้งสมาคมฯ เป็นหนึ่งใน 4 มิติของการขับเคลื่อนพัฒนา&amp;rdquo;เพื่อข้าว &amp;ndash; เพื่อชาวนา &amp;ndash; เพื่อการค้า และเพื่อประชาสังคม&amp;rdquo;โดยเป็นการลงพื้นที่เพาะปลูกข้าวเพื่อรับฟังปัญหาและร่วมหาแนวทางแก้ไขอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมให้มีการพัฒนาการผลิตให้ตรงความต้องการของตลาด การให้ความช่วยเหลือด้านวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นแก่พี่น้องเกษตรกรชาวนาไทย ซึ่งดำเนินไปพร้อมกับขับเคลื่อนและพัฒนาด้านการค้าและการส่งออกข้าวไทยเพื่อให้ข้าวไทยเป็นหนึ่งในตลาดโลก สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้สมาคมได้จัดขึ้นที่ จ.พิษณุโลก มีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 200 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับภายใต้ โครงการ &amp;ldquo;พลังประชารัฐ พัฒนาข้าวไทย&amp;rdquo; กรมการค้าภายในและสมาคมฯจะร่วมกันจัดคณะลงพื้นที่ในภาคต่างๆ จนสิ้นเดือนก.ย.รวม 8 ครั้ง เพื่อพบปะผู้แทนเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน ตลอดจนผู้ประกอบการและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จาก 30 จังหวัด เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาข้าวไทยอย่างเป็นระบบและเป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14812</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการค้าภายใน, นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย, เจริญ เหล่าธรรมทัศน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180806/image_big_5b68138b6326b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
