<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120057</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 11:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 11:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯรำลึก&#039;ครูจูหลิง&#039;สดุดีครูวีรชนใต้ ส่ง&#039;ตรีนุช&#039;มอบเงินเยียวยาครอบครัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค. 64 -&amp;nbsp; ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มอบหมาย น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้แทนมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาครูและบุคลากรทางการศึกษา &amp;ldquo;ครูจูหลิง ปงกันมูล&amp;rdquo; ที่ อ.ดอยหลวง จ.เชียงราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายกฯยังได้วิดีโอคอนเฟอเรนซ์ จากห้อง PMOC ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ไปในงานดังกล่าว&amp;nbsp; พร้อมกล่าวเชิดชูครูจูหลิง และครูวีรชนผู้ล่วงลับจากสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า นับเป็นเวลากว่า 14 ปี ของการสูญเสียบุคลากรทางการศึกษา ที่เปรียบไปด้วยจิตวิญญาณและความรักในอาชีพของความเป็นครู ครูจูหลิงต้องออกจากบ้านเกิดของตนจากพื้นที่ตอนเหนือสุดของประเทศไปสู่พื้นที่ตอนใต้ เพื่ออุดมการณ์ที่จะช่วยเหลือเด็กๆ ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ได้รับความรู้เทียบเท่ากับกับเด็กในภูมิภาคอื่นๆ นับเป็นความเสียสละและสมควรได้รับการยกย่องให้เป็นแม่พิมพ์ของชาติอย่างแท้จริง ที่ผ่านมารัฐบาลได้เร่งรัดให้ส่วนราชการดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับผลกระทบ โดยกระทรวงศึกษาธิการได้มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาให้แก่นายสูน และนางคำมี ปงกันมูล บิดา มารดา ของครูจูหลิง ปงกันมูล จำนวน 2,742,000 บาท ในส่วนรายที่เหลือรัฐบาลและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจะเร่งดำเนินการมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาให้แก่ทายาทผู้เสียชีวิตต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกประจำสำนักนายกฯ&amp;nbsp; กล่าวด้วยว่า นายกรัฐมนตรียังชื่นชมและให้กำลังใจต่อเพื่อนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละและอดทน โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และแสดงความเสียใจต่อญาติของคุรุวีรชนผู้เสียชีวิตทุกคน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120057</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูจูหลิง, ตรีนุช, นายกฯ, บิ๊กตู่, เยียวยา, โฆษกรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211018/image_big_616cf0cd523c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120050</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 09:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 09:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลื้ม2โพลยก&#039;บิ๊กตู่&#039;เหมาะนั่งนายกฯมากสุด ลุยทำงานครบวาระแน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค. 64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จากสำนักวิจัยที่ประเมินภาพรวมสถานการณ์ความคิดเห็นของประชาชนต่อการเมืองและผู้นำ โดยทั้ง สำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) และ &amp;ldquo;สวนสุนันทาโพล&amp;rdquo;&amp;nbsp; ระบุว่าเสียงประชาชนส่วนใหญ่สะท้อนผลประเมินให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความเหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป&amp;nbsp; โดยความเหมาะสมบุคคลที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ประชาชนยังคงมีความเห็น 68.2 % จาก &amp;ldquo;SUPER POLL&amp;rdquo; และ 16.68%&amp;nbsp; จาก &amp;ldquo;สวนสุนันทาโพล&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนให้เหตุผลว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ อดทน อดกลั้น มุ่งมั่นทุ่มเททำงานให้ประเทศชาติและประชาชนต่อเนื่อง และกำลังทำงานต่อเนื่องฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศแก้ปัญหาปากท้องให้กลับมาเปิดประเทศได้ อีกทั้งยังไม่พบปัญหาทุจริตคอร์รัปชันที่รุนแรงเอื้อต่อผลประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้อง ไม่เหมือนอดีตนายกรัฐมนตรีที่มีปัญหาทุจริตคอร์รัปชันเอื้อผลประโยชน์ต่อครอบครัวและพวกพ้อง เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผลโพลล์เป็นส่วนหนึ่งของเสียงสะท้อนของสังคมส่วนใหญ่ว่า ท่านนายกฯ เป็นบุคคลที่ยังคงมีผลงานเชิงประจักษ์ และพร้อมเดินหน้าทำงานด้วยความสุจริต ซื่อสัตย์ จงรักภักดี ซึ่งท่านนายกฯ ให้คำมั่นว่าจะมุ่งมั่นตั้งใจทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนทุกกลุ่มจนกว่าจะครบวาระของรัฐบาลชุดนี้อย่างแน่นอน&amp;rdquo; โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120050</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนกร วังบุญคงชนะ, นายกฯ, บิ๊กตู่, โพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210816/image_big_6119f80906646.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120036</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 07:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 07:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯสั่งสอบเร่งแก้ปัญหาบัญชีแบงก์ปชช.โดนแฮก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค. 64 - นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรณีประชาชนร้องเรียนว่าถูกหักเงินจากบัญชีธนาคาร บัญชีบัตรเครดิต หรือบัญชีบัตรเดบิต อย่างผิดปกติเป็นจำนวนมาก หรือลักษณะผูกบัญชีไว้กับวิลเลจหรือสโตร์ออนไลน์ โดยจำนวนเงินที่หักไม่สูง แต่มีจำนวนหลายรายการติดๆ กันนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าไปตรวจสอบเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120036</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนกร วังบุญคงชนะ, นายกฯ, บัญชีโดนแฮก, บิ๊กตู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211005/image_big_615c106148a8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119401</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2021 13:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2021 13:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;สยบกระแสส.ส.พปชร.ขวาง&#039;พีระพันธุ์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค. 64 - พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกระแสภายในพรรคพลังประชารัฐคัดค้านนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค&amp;nbsp; ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคพปชร. ว่า ไม่มีอะไรหรอก เป็นที่ตัวบุคคล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าจะต้องทำความเข้าใจหรือไม่ พลเอกประวิตร ระบุว่า &amp;quot;เดี๋ยวบอกผม เป็นเรื่องของผม&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า แคนดิเดตพรรคพลังประชารัฐ ยังเป็นพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯเพียงคนเดียวหรือไม่ พลเอกประวิตร ไม่ตอบคำถามดังกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119401</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ, บิ๊กตู่, บิ๊กป้อม, พปชร., พีระพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211011/image_big_6163d9e262192.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119384</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2021 10:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2021 10:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.ทวง&#039;บิ๊กตู่&#039;คืนเงินกองทุนน้ำมัน2หมื่นล้าน เลิกขูดรีดปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค. 64 - นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า ตามที่ราคาน้ำมันได้เพิ่มขึ้นสูงมาก สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างมาก โดยตนได้เสนอให้ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลิตรละ 5 บาท และ ใช้กองทุนน้ำมันเข้าแทรกแซงเพื่อรักษาเสถียรภาพของราคา โดยตนได้ทวงให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คืนเงินจำนวนเป็นหมื่นล้านที่โอนไปจากกองทุนน้ำมันเข้าไปเป็นรายได้ของรัฐคืนมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบพบว่า รัฐบาลได้โอนเงินกองทุนน้ำมันที่เก็บจากผู้ใช้น้ำมันโดยมีจุดประสงค์เพื่อรักษาเสถียรภาพของราคาน้ำมันทั้งหมด 3 ครั้งดังนี้ ครั้งที่ 1 ในวันที่ 16 ธันวาคม 2558 จำนวนเงิน 8,529.42 ล้านบาท ครั้งที่ 2 ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 จำนวนเงิน 1,558 ล้านบาท ครั้งที่ 2 ในวันที่ 30 สิงหาคม 2561 จำนวนเงิน 10,000 ล้านบาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 20,087.42 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เงินกองทุนน้ำมันดังกล่าวถูกโอนไปให้รัฐในช่วงที่ราคาน้ำมันมีราคาลดลงและราคาอยู่ในระดับต่ำมาตลอด ทำให้มีการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันจนล้น รัฐบาลจึงถือโอกาสโอนไปเป็นรายได้ของรัฐ ซึ่งไม่น่าจะเป็นเรื่องที่ถูกต้อง เพราะเงินดังกล่าวเป็นของประชาชนที่เก็บจากผู้ใช้น้ำมันโดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อรักษาเสถียรภาพของราคาน้ำมันในช่วงที่ราคาผันผวนเช่นในภาวะปัจจุบัน แต่ในช่วงที่ราคาน้ำมันลดลง พลเอกประยุทธ์นอกจากจะขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลจำนวนที่สูงถึงลิตรละ 5.99 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วสูงถึง 6.41 บาท แถมยังถือวิสาสะโอนเงินกองทุนน้ำมันที่เป็นเงินของประชาชนไปเป็นรายได้ของรัฐกว่า 20,000 ล้านบาท ดังนั้นในภาวะปัจจุบันที่ราคาน้ำมันมีความผันผวนและมีแนวโน้มจะพุ่งขึ้นไปอีก รัฐบาลจึงต้องคืนเงินดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยให้กับกองทุนน้ำมันเพื่อนำไปใช้ในการแทรกแซงราคาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดเก็บกองทุนน้ำมันที่ไม่ได้จะให้เป็นรายได้ของรัฐ ทั้งนี้อยากให้องค์กรคุ้มครองสิทธิประชาชน องค์กรคุ้มครองผู้บริโภค iLaw และ องค์กรนอกภาครัฐ ได้ช่วยกันเรียกร้องและหากจำเป็นก็ควรฟ้องร้องเพื่อให้นำเงินนี้กลับคืนมาเพื่อช่วยแทรกแซงราคาน้ำมันให้กับประชาชนในช่วงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ การที่รัฐนำเงินไปสนับสนุนราคาก๊าซแล้วกว่า 17,000 ล้านบาท น่าจะเป็นแนวทางที่สับสนเพราะก่อนหน้านี้พลเอกประยุทธ์เคยประกาศลอยตัวราคาก๊าซและประกาศเองว่าเลิกการอุดหนุนข้ามประเภท (Cross Subsidies) โดยเอาเงินคนเติมน้ำมันมาสนับสนุนให้กับคนใช้ก๊าซซึ่งไม่ยุติธรรมสำหรับผู้ใช้น้ำมัน และน่าจะเป็นปัญหาทางข้อกฏหมายหากมีผู้ฟ้องร้องเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้หากมองย้อนหลังจะพบว่าสาเหตุที่ไทยใช้ก๊าซหุงต้ม (LPG) กันมาก เพราะในอดีต บมจ. ปตท. ผลิตก๊าซ LPG เหลือเป็นจำนวนมาก จากการกลั่นน้ำมัน และจากการแยกก๊าซธรรมชาติของโรงแยกก๊าซ จึงส่งเสริมให้ประชาชนนำไปใช้ในรถยนต์โดยมีรถยนต์ใช้ก๊าซ LPG กว่า 1 ล้านคัน และยังส่งเสริมในการใช้ในอุตสาหกรรมในภาคเหนือ จนมีปริมาณการใช้ก๊าซ LPG พุ่งสูงขึ้นมาก นอกเหนือจากการใช้ในการหุงต้มอาหาร ต่อมาก๊าซ LPG นี้สามารถนำไปใช้ในธุรกิจเปโตรเคมีได้ บมจ. ปตท จึงนำก๊าซ LPG เหล่านี้ไปใช้ในธุรกิจปิโตรเคมีในเครือ และให้รัฐบาลนำเข้าก๊าซ LPG มาทดแทนในราคาที่สูง โดยใช้เงินกองทุนน้ำมันที่เก็บจากประชาชนมาใช้สนับสนุนราคาก๊าซ LPG ที่ต้องนำเข้าในราคาสูง ซึ่งเป็นความไม่ยุติธรรมและเอาเปรียบ ซึ่ง บมจ. ปตท. ควรจะต้องร่วมรับผิดชอบในการส่งเสริมการใช้ก๊าซ LPG ในปริมาณที่มากตั้งแต่แรก โดยในสมัยที่ตนเป็น รมว. พลังงาน ได้สั่งให้ บมจ. ปตท. ได้จ่ายเงินเข้ากองทุนน้ำมัน ในปริมาณก๊าซ LPG ที่นำไปใช้ในธุรกิจปิโตรเคมี กิโลกรัมละ 1 บาท ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้น และควรต้องรับผิดชอบมากกว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความเข้าใจในเรื่องพลังงานและประวัติย้อนหลังเป็นเรื่องที่ซับซ้อน และการบริหารพลังงานต้องใช้ความรู้ความเข้าใจหลายด้านทั้ง ด้านเศรษฐศาสตร์ ด้านการเมือง และ ด้านเทคนิคทางพลังงานในแต่ละประเภท ซึ่งยากที่พลเอกประยุทธ์จะเข้าใจได้ พลเอกประยุทธ์อาจจะถูกบริษัทพลังงานหลอกได้ง่าย อีกทั้งยังนำคนจากบริษัทพลังงานมาร่วมรัฐบาลและนำมาสนับสนุนรัฐบาล ทำให้ไม่สามารถจะแก้ไขอะไรได้เลย ไม่ใช่เฉพาะแค่เรื่องพลังงาน เพราะตลอด 7 ปีพลเอกประยุทธ์บริหารยังทำประเทศไทยเสื่อมถอยทุกด้านได้ขนาดนี้ และ ถ้าพลเอกประยุทธ์จะอยู่ต่ออีก 5 ปีตามที่ประกาศเอง ประเทศจะเสื่อมถอยขนาดไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น นอกจากพรรคเพื่อไทย จะเสนอลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลิตรละ 5 บาท และ การใช้เงินกองทุนน้ำมันเพื่อแทรกแซงราคา รวมถึงการทวงคืนเงินกองทุนน้ำมันที่พลเอกประยุทธ์โอนไป 20,087.42 ล้านบาทแล้ว&amp;nbsp; พรรคเพื่อไทยยังจะขอเสนอนโยบายในการปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน และ ราคาพลังงานทั้งหมดเพื่อไม่ให้เอาเปรียบประชาชนจนมากเกินไป และ บริษัทพลังงานก็อยู่ได้ด้วย โดยจะเข้าไปแก้ไขราคาหน้าโรงกลั่นที่ต้องเท่ากับราคาหน้าโรงกลั่นที่ประเทศสิงคโปร์ และราคาเนื้อน้ำมันที่ขายในประเทศต้องไม่สูงกว่าราคาน้ำมันที่ส่งออก เพราะมีการขยายโรงกลั่นขนาดใหญ่เพื่อการส่งออก แสดงว่ากำไรมากอยู่แล้ว ค่าการตลาดที่สูงมากบางช่วงสูงกว่าลิตรละ 2 บาท และราคาพลังงานทดแทนที่ทำจากพืชพลังงานที่มีราคาสูงเกินทั้ง เอทานอล และ ไบโอดีเซล และ โครงสร้างราคาไฟฟ้าที่ตอนนี้ที่มีกำลังการผลิตไฟฟ้าเกินกว่า 40-50%&amp;nbsp; โดยค่าไฟฟ้ากำลังจะขึ้นตามมา ซึ่งเรื่องเหล่านี้ตนได้เคยเสนอให้กรรมาธิการพลังงาน สภาผู้แทนราษฏรแล้ว ตอนที่ถูกเชิญไปให้ข้อมูล แต่ยังไม่เห็นมีการนำไปแก้ไขแต่อย่างใด ซึ่งหากพรรคเพื่อไทยได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้มาบริหารประเทศ จะนำนโยบายนี้มาแก้ไขปรับปรุงเพื่อให้ประชาชนได้ใช้พลังงานในราคาที่ถูกลงและต้องเป็นธรรมกับทุกฝ่าย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119384</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ, นายพิชัย นริพทะพันธุ์, น้ำมัน, บิ๊กตู่, พท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210729/image_big_61021467d4943.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119377</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2021 08:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2021 08:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เย้ยเกิดไม่ทันน้ำท่วมปี54 &#039;แรมโบ้&#039;ไล่ลิ่วล้อพท.ย้อนดูผลงานรบ.ยิ่งลักษณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค. 64 - นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี ส.ส. และสมาชิกพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะเป็นนายยุทธพงษ์ จรัสเสถียรส.ส.มหาสารคาม นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ ส.ส.นนทบุรี นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรค นางสาวอรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรค ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่า อยากให้พรรคเพื่อไทยมองอย่างรอบด้านและใช้สมองคิดด้วยว่าที่ผ่านมาตั้งแต่ นายกฯประยุทธ์เข้ามาบริหารประเทศนั้น ได้แก้ไขปัญหาเรื่องใดไปบ้าง ผลงานมากมายกว่าในสมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทยและรัฐบาลพรรคเพื่อไทยในอดีตมากมายหลายเท่า เพราะรัฐบาลยุคนี้ไม่มีเวลามาคิดโกงกินเงินภาษีของพี่น้องประชาชน หรือมีเวลามาคิดที่จะหาเงินทอนจากโครงการอภิมหาโปรเจกต์ทั้งหลายเหมือนในอดีต ที่รัฐบาลไทยรักไทยและเพื่อไทยได้สร้างผลงานขี้โกงเอาไว้มากมาย จนผู้นำอดีตนายกฯทั้งสองต้องหอบผ้าหนีคุกหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศ จำไม่ได้เชียวหรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนปัญหาอุทกภัยถือเป็นเรื่องภัยธรรมชาติ ซึ่งเมื่อปี 54 สมัยนางสาวยิ่งลักษณ์ก็เกิดอุทกภัยใหญ่เช่นเดียวกัน หากเทียบกันแล้วรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์มีการประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินถึง 65 จังหวัด เสียหาย 69 ล้านไร่&amp;nbsp; แต่ปี 2564 ครบรอบ 10 ปี ข้อมูลจากจิสด้าพบว่า ปีนี้น้ำท่วมในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง 21 จังหวัด มีพื้นที่เสียหาย 1.33 ล้านไร่&amp;nbsp; และปริมาณน้ำใน 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปี 2554 รวม 23,605 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็น 95%&amp;nbsp; ปี 2564 รวม 11,969 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 48% ปี ทำให้ปริมาณน้ำรวม 4 เขื่อนน้อยกว่าปี 2554 อยู่ 11,636 ล้าน ลบ.ม.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ทันทีที่เกิดอุทกภัย นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทุกคนได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างทันที พร้อมสั่งการให้ดูแลประชาชนในทุกด้าน ทั้งเส้นทางการคมนาคมกำชับให้กระทรวงคมนาคม เร่งแก้ไขปัญหาเร่งสำรวจเส้นทางการคมนาคม ที่ได้รับความเสียหายจากสถานการณ์อุทกภัยและแก้ไขซ่อมแซมฟื้นฟูโดยเร็วเมื่อสถานการณ์อุทกภัยมีความคลี่คลายแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ นายกฯ และรมว.กลาโหม ได้สั่งการทุกเหล่าทัพกระจายกำลังลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนหมุนเวียนกว่า 10,000 นาย พร้อมยุทโธปกรณ์และเครื่องมือช่าง จัดสร้างพื้นที่พักหลบภัยชั่วคราว พร้อมห้องน้ำและห้องสุขา รถพยาบาล แจกจ่ายอาหาร&amp;nbsp; และอื่นๆ อีกมากมาย ขณะเดียวกันให้ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ผลกระทบจากร่องมรสุมพาดผ่านและผลกระทบจากพายุโซนร้อน &amp;ldquo;ไลออนร็อก&amp;rdquo;และ &amp;ldquo;คมปาซุ&amp;rdquo; โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัย โดยให้เสริมกำลังหมุนเวียนร่วมกับจิตอาสากระจายลงพื้นที่เข้าช่วยประชาชนให้ทั่วถึง&amp;nbsp; ส่วนการเยียวยา นายกฯสั่งการให้จังหวัดเร่งสำรวจความเสียหายที่อยู่อาศัย ที่ทำกิน เพื่อเยียวยาฟื้นฟูตามระเบียบของราชการ นายกฯได้สั่งการเตรียมแผนงานทั้งก่อนพายุจะเข้ามา และลงเยี่ยมช่วยเหลือประชาชนช่วงน้ำท่วมตลอดจนสั่งการช่วยเหลือทุกอย่างหลังน้ำท่วม ตรงกันข้ามในสมัยพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล ไม่เคยคิดเตรียมการแต่กลับปล่อยให้น้ำท่วมจนประเทศไทยแทบจะจมลงใต้บาดาลเกือบทั้งแผ่นดิน ประชาชนเดือดร้อนไปทั่วทุกหัวระแหง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสกสกล กล่าวว่า ก่อนที่บรรดาลิ่วล้อพรรคเพื่อไทยทั้งหลาย จะออกมากล่าวหา โจมตีนายกฯ และรัฐบาลหรือเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐ ขอให้ย้อนดูตัวเองก่อนว่าที่ผ่านมารัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ได้แก้ไขปัญหาประเทศ พัฒนาประเทศหรือบริหารจัดการน้ำอย่างไรบ้าง&amp;nbsp; ลิ่วล้อเพื่อไทยควรเอาเวลาทำตัวให้เป็นประโยชน์ลงพื้นที่เยี่ยมประชาชนดีกว่า เอาเวลามาพูดโจมตีคนอื่น เพราะประชาชนจะได้เห็นใจเผื่อจะได้เข้ามาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง เพราะเป็นฝ่ายค้านมานานเกือบจะ 8 ปี หัวอกคงใกล้จะระเบิดตายอยู่แล้ว จึงออกมาตีโพยตีพายรัฐบาลรายวันกันเป็นฝูงเช่นนี้ โดยไม่ย้อนกลับไปดูผลงานของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยปี 54&amp;nbsp; ถ้าไม่รู้ข้อมูล ไม่ไปศึกษาย้อนหลัง แสดงว่าลิ่วล้อเหล่านี้เกิดไม่ทันใช่ไหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมคิดเอาเองว่า ในรัฐบาลสมัยนางสาวยิ่งลักษณ์ คงจะคิดแต่เรื่องอภิมหาโปรเจกต์โครงการแก้ไขจัดการน้ำที่จะกู้มา 3.5 แสนล้าน และโครงการโคตรอภิมหาโปเจกต์เงินกู้ 2.2 ล้านล้าน ว่าจะได้เงินทอนกันกี่เปอร์เซ็นต์แบ่งกันยังไม่ลงตัวใช่ไหม จึงไม่มีเวลามาวางแผนเตรียมการป้องกันน้ำท่วมช่วยประชาชน&amp;nbsp; จึงทำให้เกิดน้ำท่วมสูงสุดในประวัติการณ์ของประเทศไทย และเกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์&amp;nbsp; บรรดาลิ่วล้อโปรดช่วยเอาสมองมาคิดย้อนอดีต ทบทวนให้ดีก่อนที่จะวิพากษ์วิจารณ์คนอื่น มันช่างหน้าอับอายขายขี้หน้าพี่น้องประชาชน และควรจะละอายปากตัวเองก่อนที่จะออกมาด่าทอต่อว่าคนอื่นบ้าง&amp;quot; นายเสกสกล ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119377</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ, น้ำท่วม, บิ๊กตู่, พท., ยิ่งลักษณ์, เสกสกล อัตถาวงค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210928/image_big_6152ded019023.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119314</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2021 16:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2021 16:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตา&#039;พีระพันธุ์&#039;สืบทอดภารกิจ&#039;3ป.&#039; ใครคือนายกฯตัวจริงพปชร.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ต.ค. 64 - นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า จับตา พปชร. เสนอชื่อนายก 3 คน!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานซืนนี้ นายพีระพันธุ์&amp;nbsp; สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้เปิดตัวแถลงข่าวครั้งสำคัญ และเรื่องสำคัญที่สุดคือการประกาศเป็นผู้สืบทอดภารกิจ 3 ป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งจะสืบทอดภารกิจ 3 ป. นั้น จะทำได้ต้องไม่ใช่ในฐานะที่ปรึกษาพรรค แต่จะต้องเป็นนายกรัฐมนตรี!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นการแถลงข่าวครั้งนี้จึงเปิดเผยร่องรอยชัดว่าจะมีการเสนอชื่อนายพีระพันธุ์ เป็นนายกรัฐมนตรีของ พปชร. ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และยังมีตัวเลือกอีก 2 คน!!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเสนอชื่อนายกหลายคน ใครจะเป็นตัวจริง ใครจะเป็นตัวหลอก? สถานการณ์จะบอกให้ทราบในไม่ช้านี้!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะ พปชร. ก็ต้องประเมินคุณภาพสินค้าที่เสนอขายว่าเป็นที่ต้องการของตลาดหรือไม่?&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่จากคำแถลงนั้นบอกนัยชัดว่า นายกรัฐมนตรีตัวจริงของ พปชร. นอกจากทำหน้าที่สืบทอดภารกิจของ 3 ป. ยังต้องทำหน้าที่&amp;quot;ปิดหลัง&amp;quot;ให้แก่การครองอำนาจที่ผ่านมาไม่ให้ถูกไล่ล่าเช็กบิลด้วย!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักกฎหมายหรือทหารหรือนักปกครอง? ใครจะเหมาะต่อหน้าที่ดียิ่งกว่ากัน!!!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119314</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ, บิ๊กป้อม, พีระพันธุ์, ไพศาล พืชมงคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210926/image_big_6150401c49c20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
