<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>9221</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2018 14:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2018 14:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่แปลกใจ&#039;ชวน&#039;คัมแบ็ค!&#039;ก่อแก้ว&#039;ดักคอปชป.อย่าหนุนนายกฯคนนอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
15 พ.ค.61-นายก่อแก้ว พิกุลทอง อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำนปช. กล่าวถึงกรณีสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่านายมหาเธร์ โมฮัมหมัด ในวัย92ปี กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรค ก็มีโอกาสกลับมาเป็นนายกฯได้ ว่า ไม่แปลกใจ ถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดีที่พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาระบุเหมือนทำนองว่าจะสนับสนุนนายชวน สู่ตำแหน่งนายกฯอีกครั้งในการเลือกตั้งหน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะชูใครหรือสนับสนุนใครมาเป็นนายกฯใน 3 รายชื่อ ไม่ว่า จะเป็นนายอภิสิทธิ์หรือนายชวนหรือใครก็ตาม อยากให้พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันให้ชัดว่า จะไม่สนับสนุนนายกฯที่ไม่ได้มาจากเสียงของประชาชน อยากให้พรรคประชาธิปัตย์ทำตามกติกาประชาธิปไตย รู้แพ้ รู้ชนะ อย่าเล่นนอกกติกาเหมือนที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;quot;อย่าไปเชิญทหารออกมายึดอำนาจอีก วันนี้น่าจะเป็นบทเรียนราคาแพงมากว่า ท้ายที่สุดแล้ว ก็ไม่มีใครได้ประโยชน์ มีแต่ประชาชนที่เสียประโยชน์ มีแต่ประเทศชาติที่เสียหาย ถ้าใครแพ้ก็เป็นฝ่ายค้านทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลและในการเลือกตั้งครั้งต่อๆไปประชาชนก็จะเป็นผู้ตัดสินเองว่าจะให้ใครเป็นตัวแทนมาบริหารประเทศต่อไป&amp;quot;นายก่อแก้วกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9221</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อแก้ว พิกุลทอง, ชวน หลีกภัย, นายกรัฐมนตรี, นายกฯ คนนอก, ประชาธิปัตย์, มหาเธร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180122/image_big_5a65bcc83ff9c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9057</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใกล้ครบ 4 ปีรัฐประหาร คสช.  กับเสียงวิจารณ์  เกือบสอบไม่ผ่าน-จุดอ่อนบิ๊กตู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เวลา 16.30 น. ณ สโมสรกองทัพบก ถนนวิภาวดีรังสิต..&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 1/2557 เรื่อง การควบคุมอํานาจการปกครองประเทศ ตามสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เขตปริมณฑล และพื้นที่ต่างๆ&amp;nbsp; ของประเทศในหลายพื้นที่ เป็นผลให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต ได้รับบาดเจ็บและเกิดความเสียหาย ต่อทรัพย์สินอย่างต่อเนื่อง และเหตุการณ์ดังกล่าวมีแนวโน้มขยายตัว จนอาจเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยรวมนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อให้สถานการณ์ดังกล่าวกลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว ประชาชนในชาติเกิดความรัก ความสามัคคีเช่นเดียวกับห้วงที่ผ่านมา ตลอดจนเพื่อเป็นการปฏิรูปโครงสร้างทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และอื่นๆ เพื่อให้เกิดความชอบธรรมกับทุกพวก ทุกฝ่าย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ซึ่งประกอบด้วย กองทัพบก กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และสํานักงานตํารวจแห่งชาติ จึงมีความจําเป็นต้องเข้าควบคุมอํานาจในการปกครองประเทศ ตั้งแต่วันที่ 22 เดือนพฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เวลา 16.30 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนทุกคนอยู่ในความสงบ ดําเนินวิถีชีวิต และประกอบอาชีพต่อไปตามปกติ ให้ข้าราชการทุกกระทรวง ทบวง กรม ปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบแบบแผนของทางราชการดังที่เคยปฏิบัติ สําหรับข้าราชการ ทหาร ตํารวจ อาสาสมัคร และเจ้าหน้าที่ส่วนราชการต่างๆ ที่มีอาวุธเพื่อใช้ในราชการของหน่วย ห้ามเคลื่อนย้ายกําลังและอาวุธโดยเด็ดขาด เว้นแต่จะได้รับคําสั่งจากหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติแต่เพียงผู้เดียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สําหรับคณะทูตานุทูต สถานกงสุล องค์กรระหว่างประเทศ รวมทั้งชาวต่างประเทศ ที่พํานักอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทย คณะรักษาความสงบแห่งชาติจะได้ให้ความคุ้มครอง และขอยืนยันว่า ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รวมทั้งความสัมพันธ์ระหว่างราชอาณาจักรไทยกับองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ ยังเป็นไปตามปกติ ตามที่รัฐบาลชุดเดิมได้ดําเนินการไว้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะรักษาความสงบแห่งชาติจะยึดมั่นในความจงรักภักดี และจะปกป้อง เทิดทูน ดํารงรักษาไว้ ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนชาวไทย และทรงอยู่เหนือความขัดแย้งทั้งปวง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ประกาศ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อความข้างต้น คือคำประกาศ รัฐประหาร-ยึดอำนาจ จากรัฐบาลรักษาการที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ เมื่อ 22 พ.ค.2557 ที่เป็นการทำปฏิวัติ-รัฐประหารครั้งที่ 13 ของประวัติศาสตร์การเมืองไทย และมีการจัดตั้งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. โดยมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก เวลานั้นเป็นหัวหน้า คสช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การทำรัฐประหาร ยึดอำนาจดังกล่าวเกิดขึ้นหลังการเจรจาหาทางออกที่สโมสรกองทัพบก ที่พลเอกประยุทธ์ใช้อำนาจตามกฎอัยการศึก เรียกตัวแทน 7ฝ่าย เช่น กปปส., นปช., พรรคเพื่อไทย, พรรคประชาธิปัตย์, วุฒิสภา และคณะกรรมการการเลือกตั้งมาร่วมประชุมหารือเพื่อหาทางออก แต่ก็หาทางออกไม่ได้ ทำให้พลเอกประยุทธ์ประกาศยึดอำนาจการปกครอง ทำรัฐประหาร แล้วเกิดเป็น คสช. นับตั้งแต่วันดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งนับจากนี้ไป ก็เหลือเวลาอีกไม่ถึง 10 วัน ก็จะครบรอบ 4 ปีการทำรัฐประหาร คสช.แล้ว ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ ในเรื่องผลงานของ คสช. ที่ผู้คนหลายแวดวงก็มีการประเมิน-ให้คะแนน ที่มีทั้งสอบผ่าน-สอบไม่ผ่าน, ผิดหวัง-ปานกลาง-ไม่สมหวัง กับ 4 ปีรัฐประหาร คสช. ภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ ที่ชัดแล้วว่า คสช.อาจจะอยู่ในอำนาจเข้าสู่ปีที่ 5 แน่นอน หากว่ามีการเลือกตั้งในเดือน ก.พ.ปีหน้า เพราะกว่าจะรอให้ตั้งรัฐบาลเสร็จ มีรัฐบาลเข้าไปทำงานเต็มรูปแบบ ก็น่าจะกินเวลาอีกร่วมเกือบ 2-3 เดือน เผลอๆ รัฐนาวา คสช.อาจไม่ได้อยู่แค่ 5 ปี แต่อาจยาวกว่านั้น ถ้าพลเอกประยุทธ์ตัดสินใจลงการเมือง ไม่ว่าจะลงสมัครแบบเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในบัญชีรายชื่อพรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่ง หรืออาจะเข้ามาเป็น นายกฯ คนนอก ที่รัฐธรรมนูญเปิดช่องไว้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะถึงตอนนี้ ใครต่อใคร แม้แต่ นักเลือกตั้งหลายค่าย ก็ประเมินตรงกันว่า ในหน้ากระดานการเมืองยามนี้ เหลียวซ้ายแลขวา โอกาสของ บิ๊กตู่-ประยุทธ์ มีมากกว่าทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นมีข่าวว่า รัฐบาล-คสช.ก็เตรียมการข้อมูลเรื่องผลงานของ คสช.ในรอบ 4 ปี ที่จะมีการนำมาเผยแพร่ แจ้งกล่าวกับประชาชนกันไว้แล้ว โดยมี บิ๊กจิน-พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกฯ และ รมว.ยุติธรรม เป็นแม่งานใหญ่ในการเตรียมงาน เพราะต้องไม่ลืมว่า ตัว พล.อ.อ.ประจินก็คืออดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ-รองหัวหน้า คสช. ที่อยู่ร่วมแถลงข่าวการทำรัฐประหารกับพลเอกประยุทธ์ที่สโมสรกองทัพบก เมื่อ 22 พ.ค.57 แต่รูปแบบการแถลงผลงาน 4 ปี คสช. ยังไม่แน่ชัดว่าจะทำออกมาแบบไหน จะมีการแถลงอย่างเป็นทางการหรือไม่จากบิ๊กตู่ ต้องรอติดตามต่อไป เพราะแม้บิ๊กตู่จะพยายามทำเส้นแบ่งระหว่างรัฐบาลกับ คสช. ไม่ให้ดูกลืนกันมากเกินไป แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า รัฐบาลกับ คสช.ก็คือเนื้อเดียวกัน เหมือนกับที่พลเอกประยุทธ์ใช้อำนาจทั้งการเป็นนายกฯ และอำนาจหัวหน้า คสช.ในการบริหารประเทศ โดยเฉพาะการออกมาตรา 44 ที่แม้จะมี รธน.ประกาศใช้แล้วก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เสียงวิพากษ์วิจารณ์ 4 ปี คสช. ที่คาดว่าจะเริ่มดังขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์หน้านี้ ประเมินได้ว่าคงมีออกมาหลากหลาย แน่นอนว่าฝ่ายการเมืองตรงข้าม คสช. ไม่ว่าจะกลุ่มไหน หรือแม้แต่ให้ฝ่ายที่สนับสนุน คสช. แต่ไม่ได้หนุนแบบสุดลิ่มทิ่มประตู ก็ย่อมต้องมี ประเมิน-วิพากษ์ 4 ปี คสช.ในสุ้มเสียง ผิดหวัง-สอบตก-สอบไม่ผ่าน ออกมาแน่นอนไม่มากก็น้อย แต่พวกฝ่ายการเมืองที่อยู่ตรงข้ามบิ๊กตู่-คสช. คงไม่พลาดที่จะใช้โอกาสนี้ดาหน้าถล่มบิ๊กตู่-คสช.อย่างหนัก โดยเฉพาะการย้ำประเด็นว่า 4 ปี คสช.ประเทศไทยเสียหาย-เสียโอกาสอะไรไปบ้าง เพื่อหวังดิสเครดิต-ถล่มคสช.แบบมันส์ๆ จัดหนัก ใส่เต็ม รัวเป็นชุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กระนั้น ความเห็นบางด้าน ว่าไปแล้ว หากวิจารณ์กันแบบเป็นกลาง ติเพื่อก่อ แม้อาจทำให้บิ๊กตู่ เคืองใจกันบ้าง แต่ถ้าเป็นความเห็น-ข้อเสนอแนะที่มีประโยชน์ ถ้าตัวพลเอกประยุทธ์รับฟัง กลั่นกรอง และนำไปใช้ เพื่อทำให้การทำงานของรัฐบาล คสช.ดีขึ้น มันก็น่าสนับสนุน กับเสียงสะท้อนที่จะออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมุมประเมิน 4 ปี คสช.ตอนนี้ก็เริ่มออกมาบ้างแล้ว เช่น ความเห็นของนักวิชาการ-นักคิด-นักเขียนชื่อดัง รองศาสตราจารย์วิทยากร เชียงกูล คณบดีกิตติคุณ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ที่มองว่า การทำรัฐประหารของ คสช.มีข้อจำกัด เพราะเป็นทหาร ไม่มีประสบการณ์เคยบริหารประเทศ บริหารเศรษฐกิจ การเมือง และรู้จักคนน้อย คสช.ช่วงแรกเลยเลือกแต่คนที่ตัวเองรู้จักมาทำงานให้ เลือกพรรคพวก เห็นได้จากการตั้งรัฐบาลตั้ง ครม.ช่วงแรกเลยตั้งทหารมาเป็นรัฐมนตรีมาก เช่นเดียวกับการตั้งคนในฝ่ายต่างๆ เช่น สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ คสช. ก็จะพึ่งพาแต่ทหาร พึ่งข้าราชการประจำมากเกินไป เลยทำอะไรไม่ได้มาก เพราะทำงานแบบข้าราชการประจำ ทำให้งานพวกการรักษาความสงบเรียบร้อย คสช.ก็ทำได้ แต่พอเรื่องการบริหารประเทศก็ไม่ประสบความสำเร็จมากนัก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จุดอ่อน คสช.ก็คือเป็นสังคมแบบเล่นพวก สังคมแบบพี่น้อง เกรงใจกัน ของพวกนายทหาร รุ่นพี่รุ่นน้องเกรงใจกัน เลยทำให้เหมือนกับว่าเขาเด็ดขาดกับฝ่ายอื่น แต่กับพวก คสช.เองกลับไม่เด็ดขาด เลยทำให้ คสช.ไม่สามารถปฏิประเทศได้จริงจัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อ คสช.ไม่ปฏิรูป มันก็แก้ปัญหาไม่ได้ ประชาชนก็เลยไม่มีทางออก ประชาชนก็ยังกลัวทักษิณจะกลับมาเมื่อมีการเลือกตั้ง เลยยังต้องเชียร์พลเอกประยุทธ์อยู่ เหมือนกับประชาชนไม่มีทางเลือก เพราะประยุทธ์ยังสามารถกันทักษิณไว้ได้ คนบางส่วนก็พอใจกันแค่นี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนจะให้คะแนน 4 ปี คสช.สอบผ่านหรือไม่ รศ.วิทยากร-นักวิชาการ บอกว่า ให้แค่ 50 คะแนน จาก 100 เกือบตกเกือบได้ เพราะไม่มีตัวเลือก เวลาที่เหลืออยู่ตอนนี้ คสช.น่าจะหาที่ปรึกษา ต้องฟังคนอื่นมากขึ้น คือไม่มีคนที่จะวิพากษ์วิจารณ์ ชี้ปัญหาให้เขาเห็นมากพอ ที่ผ่านมาไม่มีคนกล้าวิพากษ์วิจารณ์ที่เป็นคนหัวก้าวหน้าวิจารณ์ให้เขาฟัง แต่ตัวพลเอกประยุทธ์ ช่วงหลังก็ฟังคนมากขึ้น จากเดิมใครออกมาต่อต้านคสช. ก็ไปมองหมดว่าเป็นฝ่ายทักษิณ แต่ตอนหลังก็เริ่มแยกแยะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเห็นข้างต้น คือมุมมองของภาควิชาการ แต่มุมมองจากฝ่ายอื่น จะออกมาอย่างไร ช่วงสัปดาห์หน้าเมื่อใกล้ถึงวันครบรอบ 4 ปี คสช.เสียงวิจารณ์-การให้คะแนน คงออกมาอย่างถี่ยิบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ในช่วงก่อนวันครบรอบ 4 ปี คสช. แม้มองดูแล้ว กลุ่มเคลื่อนไหวการเมืองส่วนอื่นๆ จะสงบนิ่ง ต่างนับถอยหลังรอวันเข้าสู่ สนามเลือกตั้ง &amp;nbsp;ที่เห็นก็มีแค่ กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ที่เคลื่อนไหวมาร่วม 4 ปีแล้ว ในการต่อต้าน คสช. มีการจัดกิจกรรมหลายครั้งหลายหน แต่พบว่าส่วนใหญ่ก็เป็นลักษณะเชิงสัญลักษณ์ ไม่ได้มุ่งหวังอะไรมาก เพราะแกนนำกลุ่มก็รู้ดีหลังชุมนุมมาหลายครั้งว่า กระแสจุดไม่ติด อย่างที่คาดหวัง เพราะไม่มีแนวร่วมออกมามาก ชุมนุมแต่ละครั้ง ก็มีแต่คนกลุ่มเดิมๆ ไม่สามารถสร้างแรงสั่นสะเทือนให้ คสช.ได้มาก แต่เป้าหมายการนัดเคลื่อนไหวใหญ่ในช่วงครบรอบ 4 ปี คสช. ก็มีข่าวว่าทางกลุ่มคนอยากเลือกตั้งก็หวังผลในเชิงสัญลักษณ์ไว้พอสมควร กับการนัดหมายกันในวันที่ 22.พ.ค. ที่อาจจะเคลื่อนไปชุมนุมกันที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ซึ่งวันดังกล่าวตรงกับวันอังคาร ที่มีการประชุม ครม.กันพอดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเมินได้ว่า ทั้งฝ่ายแกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้งและฝ่ายรัฐบาล ต่างก็ไม่ต้องการให้เกิดการเผชิญหน้ากันอยู่แล้ว จึงไม่น่าจะมีสถานการณ์อะไรน่าเป็นห่วงมากนัก หากว่าไม่มีสถานการณ์แทรกซ้อนให้น่าหนักใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะเป้าหมายของ คสช.เวลานี้ เห็นได้ชัดว่าไม่ได้มองแค่ปฏิทินครบรอบ 4 ปีการยึดอำนาจเท่านั้น แต่มองไปอีกยาวๆ ว่าจะทำอย่างไรให้หลังการเลือกตั้ง เครือข่าย คสช.จะกลับมามีอำนาจได้เต็มที่อีกครั้ง ทั้งในฝ่ายนิติบัญญัติและบริหาร เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านจาก คสช.สู่รัฐบาลหลังเลือกตั้ง ตัวบิ๊กตู่-พลเอกประยุทธ์ ได้คัมแบ็กกลับมาเป็นนายกฯ อีกรอบ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9057</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปปส., กรองสถานการณ์, คสช., นปช., นักเลือกตั้ง, นายกฯ คนนอก, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคเพื่อไทย, พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง, พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา, รัฐประหาร-ยึดอำนาจ, วุฒิสภาสหรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180512/image_big_5af6f6c38cad3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7172</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จีบ-ทุบ&#039; เสริมแกร่ง &#039;บิ๊กตู่&#039; จับตา ‘มิ.ย.’ เปิดตัว ‘พรรคทหาร’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่อง &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ&amp;nbsp; (คสช.) จะเป็นนายกฯ คนที่ 30 ต่อ ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ในทางการเมืองไทยแล้ว เพราะที่ผ่านมาการดำเนินการหลายอย่างของแม่น้ำ 5 สาย ตั้งแต่การยกร่างรัฐธรรมนูญปี 2560 การยกร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญจำนวน 10 ฉบับ การออกกฎหมายยุทธศาสตร์ชาติ กฎหมายปฏิรูป ต่างเป็นเครื่องบ่งชี้เจตนาแล้วทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้แต่ตัว บิ๊กตู่ เองก็ไม่เคยปฏิเสธแบบ ปิดประตู ว่าจะไม่กลับมาเป็นนายกฯ ในการเลือกตั้งครั้งหน้า เพียงแทงกั๊กสงวนท่าทีว่าเป็นเรื่องอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเด็นสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าจะเป็นหรือไม่เป็นต่อ หากแต่อยู่ที่ว่า บิ๊กตู่ จะมาแบบปูพรมแดงคือ&amp;nbsp; นายกฯ คนนอก หรือจะสวมยูนิฟอร์มนักการเมืองลงไปลุย มีต้นสังกัดแบบ นายกฯ เลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แรกเริ่มเดิมที &amp;quot;นายกฯ คนนอก&amp;quot; ถูกมองว่าเป็นสูตรตายตัวที่ชัวร์สุด เพราะไม่ต้องไปเสี่ยงลงเลือกตั้งที่การปราชัยอาจทำให้เส้นทางนั่งนายกฯ อีกเทอมไม่ราบรื่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกทั้งยังดู มีคุณค่า ในแง่การเป็น ทางเลือก ให้บ้านเมือง ในเมื่อรัฐสภาไม่อาจสามารถหานายกฯ&amp;nbsp; ที่มาจากการเลือกตั้งได้ จึงต้องไป เชิญ มาเป็น เหมือนกับที่ครั้งหนึ่งในอดีตเคยมีการเชิญ ป๋าเปรม-พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษมาเป็นนายกฯ ยาวถึง 8 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากวันนั้นถึงวันนี้ภาพ ป๋า ยังดูสะอาด หมดจด ในฐานะนายกฯ เพราะไม่ต้องเปลืองตัวไปอยู่ในสถานะนักการเมืองไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากแต่ภายหลัง คสช.เปิดให้พรรคการเมืองใหม่จดจัดตั้งพรรค และสมาชิกพรรคการเมืองเก่าได้ยืนยันสมาชิกภาพ สูตร นายกฯ คนนอก กลับค่อยๆ สร่างซาลงไป ในขณะที่สูตร นายกฯ คนใน กลับมีแนวโน้มที่จะเป็นจริงมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะหลังจากนายชวน ชูจันทร์ หรือ ลุงชวน ประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรตลาดน้ำคลองลัดมะยม เพื่อนสนิทของ เฮียกวง-นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางไปยื่นจดจัดตั้งพรรค &amp;quot;พลังประชารัฐ&amp;quot; ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ผู้ก่อตั้งพรรคกลับปรากฏชื่อ ผู้การสุชาติ-พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เพื่อนนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 12 (ตท.12) ของ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; รวมอยู่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งตัวละครและชื่อพรรคมีความสอดรับหลายๆ อย่างกับรัฐบาลปัจจุบัน มันเลยทำให้สูตร &amp;quot;นายกฯ คนใน&amp;quot; ดูจะมีมูลความจริงมากขึ้นไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากนั้น ตัวละคร ในรัฐบาลที่น่าสนใจและมีความเคลื่อนไหวมากที่สุดเกี่ยวกับเรื่องการตั้งพรรครองรับ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; กลายเป็น &amp;quot;สมคิด&amp;quot; ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างที่รู้กันว่า สมคิด นั้นนอกจากเป็นนักเศรษฐศาสตร์ลำดับต้นๆ ของประเทศ ยังเป็นคนที่สายสัมพันธ์กว้างขวางไม่แพ้ บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม โดยเฉพาะกับภาคธุรกิจ เอกชน และภาคการเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลำพังทหารการจะทำ พรรคการเมือง เพื่อไม่ให้ล้มเหลวเฉกเช่นในอดีต จำเป็นต้องมีนักการเมืองที่มีประสบการณ์กับ รัฐบาลพลเรือน ที่ประสบความสำเร็จในสนามเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และหลายคนคงได้เห็นมาตลอดว่า อะไรหรือใครคือปัจจัยที่ทำให้ ไทยรักไทย ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังคงควบแน่นอยู่ในความนิยมของคนถึงทุกวันนี้ ถ้าไม่ใช่คนชื่อ สมคิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บิ๊กป้อม อาจมากด้วยบารมีที่ล้นเหลือ นั่งโต๊ะเจรจาต่อรองกับมุ้งการเมืองต่างๆ ได้ หากแต่&amp;nbsp; &amp;quot;ภาษาทหาร&amp;quot; คงไม่หวานเท่า &amp;quot;ภาษานักการเมือง&amp;quot; ที่มีในตัว &amp;quot;สมคิด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นักการเมืองด้วยกันย่อมรู้ดีว่าอีกฝั่งต้องการอะไร และควรจะคุยอย่างไรเพื่อให้เป็นที่ &amp;quot;พอใจ&amp;quot; กันทั้งสองฝ่าย และนี่ทำให้ &amp;quot;สมคิด&amp;quot; กลายเป็น ฟันเฟืองหลัก สำหรับพรรคที่จะมารองรับ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเปลี่ยนสูตรยอมเสี่ยงจาก นายกฯ คนนอก มาเป็น นายกฯ คนใน นั้น เหตุผลสำคัญคือ บิ๊กตู่ ต้องการพึ่งจมูกตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แน่นอนว่าอาจมี ส.ว. 250 ชีวิตเป็นกำลังหลักให้ในรัฐสภา แต่ในเวทีสภาผู้แทนราษฎรการไปแบบ&amp;nbsp; &amp;quot;นายกฯ คนนอก&amp;quot; ไม่ต่างอะไรจากคนที่ไปแบบตัวเปล่าเล่าเปลือย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้จะมีทั้งพรรคขนาดกลางและเล็กที่คอยหนุน แต่ในแวดวงการเมืองแล้ว การยืมจมูกคนอื่นหายใจ ไม่สามารถไว้วางใจอะไรได้ทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การมีพรรคของตัวเอง แล้วประสานกับบรรดาแนวร่วมที่ติดต่อทาบทามเอาไว้ น่าจะทำให้ บิ๊กตู่ ดูมีภูมิต้านทานมากขึ้น เมื่อต้องฟาดฟันกับนักเลือกตั้งอาชีพในสภาผู้แทนราษฎร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะพรรคที่สร้างขึ้นมาใหม่ไม่สามารถขับเคลื่อนได้ด้วยทหารเพียงอย่างเดียว หากต้องการเป็นพรรคที่มีเสถียรภาพและมีอำนาจต่อรอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดูเหมือน โมเดล ที่ &amp;quot;สมคิด&amp;quot; กำลังทำอยู่คือ การทำให้พรรคมีการผสมผสานกันระหว่างนายทหาร&amp;nbsp; นักธุรกิจ นายทุน และนักการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งภาคธุรกิจ สมคิด ได้ทำเอาไว้ตั้งแต่ต้น หากย้อนกลับไปดูรายชื่อกรรมการประสานพลังประชารัฐ ที่เต็มไปด้วยบรรดา เจ้าสัว เบอร์ต้นๆ ของเมืองไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตลอดระยะเวลา รัฐบาลบิ๊กตู่ ได้พยายามอำนวยความสะดวกทุกอย่างในแง่การประกอบธุรกิจเพื่อซื้อใจ เจ้าสัว เหล่านี้ เป็นการการันตีว่าถ้า บิ๊กตู่ ได้คัมแบ็กอีกรอบ พวกเขาจะสบายเหมือนในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในซีก ภาคการเมือง มีการเดินสายกวาดต้อนอดีตนักการเมือง มุ้งการเมืองที่มีฐานเสียงตัวเองเข้าร่วมก๊วนเพื่อผนึกกำลังพรรคนี้ให้แข็งแรงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตามที่มีการปรากฏตัวของ ตัวละครลับ มากมายเริ่มขยับเขยื้อน ไม่ว่าจะเป็น สุชาติ ตันเจริญ&amp;nbsp; แกนนำกลุ่มบ้านริมน้ำที่มีอดีต ส.ส.ในมืออยู่จำนวนหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หรือการ &amp;quot;ตามจีบ&amp;quot; อดีต ส.ส.ที่ยังขาลอย ไม่มีต้นสังกัดมาอยู่ในพรรค โดยเฉพาะล่าสุดที่นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์และแกนนำ กปปส. กับนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ อดีต ส.ส.สิงห์บุรี พรรคชาติไทย มาโผล่ที่ห้องทำงาน สมคิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนก่อนหน้านี้มีข่าวว่า บ้านใหญ่ นครปฐมของตระกูล สะสมทรัพย์ ก็เข้ามาอยู่ในขบวนการนี้เรียบร้อย หลังไม่ไปยืนยันสมาชิกภาพกับพรรคเพื่อไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และยังมีอีกหลายต่อหลายคนที่ไม่ไปยืนยันสมาชิกภาพกับพรรคต้นสังกัดเก่า ที่อยู่ในข่ายถูก&amp;nbsp; ดูด เข้ามาเสริมแกร่งให้ฐานที่มั่น บิ๊กตู่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากใช้วิธี จีบ แล้ว ยังมียุทธการทางทหารเพื่อใช้ บีบ บรรดา ส.ส.ที่มีชนักปักหลังในเรื่องคดีความให้ต้องสยบยอมย้ายค่ายมาเข้าร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พรรคที่จะรองรับ บิ๊กตู่ อาจไม่ได้มีขนาดใหญ่เท่ากับ เพื่อไทย และ ประชาธิปัตย์ ทว่าก็ไม่ใช่พรรคไก่กาที่ไม่มีราคาทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตามรายงานว่า ทุกอย่างจะมีความชัดเจนในเดือนมิถุนายนที่กำลังจะมาถึง รวมถึงตัว บิ๊กตู่ ที่อาจไปเปิดตัวอย่างเป็นทางการในฐานะประธานที่ปรึกษาของพรรคใดพรรคหนึ่งเมื่อถึงวันนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และอาจไม่ใช่แค่ บิ๊กตู่ เพียงคนเดียว แต่จะมีรัฐมนตรีในรัฐบาลปัจจุบันในก๊วนของ สมคิด ไปปรากฏตัวพร้อมกันอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สูตร &amp;ldquo;นายกฯ คนใน&amp;rdquo; ใกล้กระจ่างเป็นรูปธรรมในอีกไม่นาน.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7172</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., กรองสถานการณ์, คสช., ชวน, นายกฯ คนนอก, นายกฯ เลือกตั้ง, บิ๊กป้อม, ประชาธิปัตย์, พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ส.ส., สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, สุชาติ ตันเจริญ, เพื่อไทย, ไทยรักไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180415/image_big_5ad36bc0d8afb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
