<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>58606</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2020 21:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2020 21:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มูห์ยิดดิน&#039;เข้าพิธีสาบานตนแล้ว &#039;มหาเธร์&#039;จวกทรยศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;มูห์ยิดดิน ยัสซิน อดีตรัฐมนตรีมหาดไทยที่กษัตริย์มาเลเซียทรงเลือกรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่แทนที่มหาเธร์ โมฮัมหมัด เข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งแล้วเมื่อวันอาทิตย์ ด้านมหาเธร์โวยทรยศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มูห์ยิดดิน ยัสซิน นายกฯ คนใหม่ของมาเลเซีย โบกมือทักทายสื่อก่อนออกจากบ้านไปเข้าเฝ้าฯ เพื่อทำพิธีสาบานตนรับตำแหน่งเมื่อวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตรัฐมนตรีมหาดไทยวัย 72 ปีในรัฐบาลชุดที่แล้วก่อนที่มหาเธร์จะลาออกอย่างปุบปับเมื่อวันจันทร์ที่แล้ว เข้าพิธีสาบานตนต่อสมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลลาห์ สุลต่าน อาหมัด ชาห์ ที่พระราชวังในกรุงกัวลาลัมเปอร์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2563 โดยปฏิญาณว่าจะปฏิบัติหน้าที่ให้ลุล่วงในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิธีสาบานตนรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการของมูห์ยิดดิน ปิดฉากสัปดาห์อันสับสนวุ่นวายของการเมืองมาเลเซีย ที่ทำให้มหาเธร์วัย 84 ปีพ้นจากอำนาจ แม้เขาและอันวาร์ อิบราฮิม จะกลับลำหันมาจับมือกันด้วยความหวังว่าจะสกัดกั้นมูห์ยิดดินไม่ให้หยิบชิ้นปลามัน มหาเธร์โจมตีอดีตรัฐมนตรีในพรรคเบอร์ซาตูของเขาผู้นี้ว่า &amp;quot;ทรยศ&amp;quot; และต้องการให้สภาผู้แทนราษฎรเปิดประชุมเพื่อลงมติท้าทาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการลาออก มหาเธร์เสนอจัดตั้งรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติโดยไม่แบ่งแยกพรรค แต่พรรคพันธมิตรในกลุ่มข้อตกลงแห่งความหวังไม่เห็นด้วย แล้วพากันหนุนหลังอันวาร์เป็นนายกฯ คนใหม่ ระหว่างที่ทั้งสองฝ่ายงัดข้อกัน มูห์ยิดดินก็หันไปจับมือกับพรรคองค์การสหมาเลย์แห่งชาติ (อัมโน) พรรคฝ่ายค้านที่เคยเป็นรัฐบาลมายาวนานหลายทศวรรษ ในวันเสาร์ก่อนที่กษัตริย์จะทรงเลือกมูห์ยิดดิน อันวาร์ยอมถอยและหนุนหลังให้มหาเธร์เป็นนายกฯ ตามเดิม แต่ก็สายไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นี่เป็นเรื่องแปลกประหลาดมาก คนแพ้จะได้จัดตั้งรัฐบาล ส่วนคนชนะจะไปเป็นฝ่ายค้าน&amp;quot; มหาเธร์กล่าวก่อนหน้าพิธีสาบานตนถึงผลการเลือกตั้งเมื่อปี 2561 ที่เขาจับมือกับอันวาร์โค่นพรรคอัมโนลงได้ &amp;quot;ไม่มีการใช้หลักนิติธรรมอีกต่อไปแล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มหาเธร์ซึ่งเคยเป็นผู้นำพรรคอัมโนระหว่างเป็นนายกฯ รอบแรกช่วงปี 2524-2546 กล่าวอ้างว่า เขามี&amp;nbsp; ส.ส.สนับสนุน 114 คน จาก ส.ส.ทั้งหมดในสภา 222 คน แต่ก็ยอมรับว่าไม่มีสิ่งใดรับประกันได้ว่าคนเหล่านี้ทั้งหมดจะสนับสนุนเขาในสภา
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน มหาเธร์ตั้งคำถามว่า รัฐบาลชุดใหม่ที่มีอดีตพรรครัฐบาลซึ่งถูกกล่าวหาคอร์รัปชันดกดื่น จะพร้อมดำเนินคดีคอร์รัปชันกับนักการเมืองในสังกัดของตนหรือไม่ นั่นรวมถึงอดีตนายกฯ นาจิบ ราซัค ที่กำลังถูกศาลไต่สวนดำเนินคดียักยอกเงินจากกองทุนวันเอ็มดีบี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ประท้วงราว 200 คนชุมนุมกันที่กรุงกัวลาลัมเปอร์เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา เพื่อประท้วงการตัดสินพระทัยของกษัตริย์ที่เลือกมูห์ยิดดินเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่และให้จัดตั้งรัฐบาลผสมรวมกับพรรคอัมโน และรวมถึงพรรคอิสลามแห่งมาเลเซีย (ปาส) ขณะที่ตำรวจกล่าวว่า พวกเขากำลังสอบสวนโพสต์ทางทวิตเตอร์ที่ปลุกเร้าประชาชนมาร่วมการชุมนุม ที่ตำรวจกล่าวว่าผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ที่โกรธแค้นการโค่นอำนาจรัฐบาลผสมหัวปฏิรูปพากันระบายความไม่พอใจผ่านโลกออนไลน์ด้วย และทำให้แฮชแท็ก &amp;quot;NotMyPM&amp;quot; (ไม่ใช่นายกฯ ของฉัน) ติดเทรนด์ทางทวิตเตอร์ ขณะเดียวกัน ประชาชนอีกมากกว่า 130,000 คนลงนามคำร้องทุกข์ กล่าวหาว่าการตัดสินใจเช่นนี้ &amp;quot;ทรยศ&amp;quot; ต่อเสียงของประชาชนในการเลือกตั้งปี 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มูห์ยิดดินเคยดำรงตำแหน่งรองนายกฯ ในรัฐบาลของนาจิบ แต่โดนนาจิบปลดจากตำแหน่งเมื่อปี 2558 หลังจากเขาวิจารณ์รัฐบาลเรื่องการทุจริตในกองทุนวันเอ็มดีบี การขึ้นสู่อำนาจของเขาน่าจะทำให้รัฐบาลมาเลเซียส่งเสริมคนเชื้อสายมาเลย์อย่างเปิดเผยมากขึ้น ครั้งหนึ่งมูห์ยิดดินเคยลั่นวาจาอื้อฉาวไว้ว่าตัวเขาให้ความสำคัญกับ &amp;quot;คนมาเลย์อันดับแรก&amp;quot; และประชาชนชาวมาเลเซียเป็นอันดับถัดมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58606</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ คนใหม่, มหาเธร์ โมฮัมหมัด, มาเลเซีย, มูห์ยิดดิน ฮัสซัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200301/image_big_5e5bc22e0d43b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58525</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/02/2020 21:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/02/2020 21:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มหาเธร์-อันวาร์&#039;ชวดทั้งคู่ กษัตริย์ตั้ง&#039;มูห์ยิดดิน&#039;นั่งนายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;หักมุมตอนจบ เสือเฒ่ามหาเธร์ โมฮัมหมัด และอันวาร์ อิบราฮิม ชวดอำนาจทั้งคู่ เมื่อสมเด็จพระราชาธิบดีมีพระบรมราชโองการแต่งตั้ง &amp;quot;มูห์ยิดดิน ยัสซิน&amp;quot; อดีตรัฐมนตรีมหาดไทยเป็นนายกฯ คนใหม่เมื่อวันเสาร์ ดึงอัมโนและพรรคปาสกลับมาร่วมรัฐบาลอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มูห์ยิดดิน ยัสซิน (กลาง) ว่าที่นายกฯ คนใหม่ของมาเลเซีย พาครอบครัวพบกับสื่อเมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มูห์ยิดดิน ยัสซิน วัย 72 ปี กลายเป็นตาอยู่คว้าเก้าอี้นายกรัฐมนตรีตามพระบรมราชโองการของสมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลลาห์ สุลต่าน อาหมัด ชาห์ เมื่อวันเสาร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ เนื่องจากพระองค์มีพระบรมราชวินิจฉัยว่าเขาได้รับเสียงสนับสนุนจาก ส.ส.มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การขึ้นสู่อำนาจอย่างเซอร์ไพรส์ของอดีตรัฐมนตรีมหาดไทยในรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ไม่เพียงทำให้มหาเธร์วัย 94 ปีพ้นจากวงจรอำนาจเท่านั้น แต่ยังดับความหวังของอันวาร์ที่จะได้ขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำประเทศในเวลาอันใกล้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มหาเธร์ทำให้การเมืองมาเลเซียโกลาหลเมื่อเขาลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันจันทร์ที่แล้ว ภายหลัง ส.ส.ในพรรครัฐบาลผสม &amp;quot;ข้อตกลงแห่งความหวัง&amp;quot; และพรรคฝ่ายค้านพยายามจับมือกันตั้งรัฐบาลใหม่โดยไม่มีอันวาร์ ผู้ที่ทำข้อตกลงก่อนเลือกตั้งไว้กับมหาเธร์ว่าเขาจะได้ขึ้นครองอำนาจสืบต่อ กษัตริย์ทรงแต่งตั้งให้มหาเธร์ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีชั่วคราวไปก่อน แต่ต่อมามหาเธร์และอันวาร์ต่างแสดงความประสงค์ว่าต้องการเป็นนายกฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันวาร์อ้างว่าเขาได้รับเสียงสนับสนุนจาก 3 พรรคการเมืองฝ่ายปฏิรูป ขณะที่มหาเธร์ต้องการให้สภาลงมติเลือกนายกฯ คนใหม่ในวันจันทร์นี้ แต่กษัตริย์ทรงคัดค้านเมื่อวันศุกร์ ต่อมาในวันเสาร์ มหาเธร์และอันวาร์หันมาจับมือกันอีกครั้งเมื่อเห็นว่ามูห์ยิดดินระดมเสียงสนับสนุนจากพรรคฝ่ายค้านได้ โดยพรรคที่เหลือในรัฐบาลข้อตกลงแห่งความหวังประกาศหนุนหลังมหาเธร์เป็นนายกฯ ตามเดิม แต่ก็สายไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชัยชนะของมูห์ยิดดินและพันธมิตรพรรคมุสลิมส่วนใหญ่ของเขา ไม่เพียงเป็นการกำจัดรัฐบาลที่มาจากชัยชนะในการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยเท่านั้น แต่ยังส่งสัญญาณถึงการกลับสู่อำนาจขององค์การสหมาเลย์แห่งชาติ (อัมโน) พรรครัฐบาลเก่าของนาจิบ ราซัค ที่ถูกครหาว่ามีคอร์รัปชันดกดื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลผสมของมูห์ยิดดินยังรวมถึงพรรคอิสลามแห่งมาเลเซีย (ปาส) พรรคแนวทางแข็งกร้าวที่พยายามผลักดันกฎหมายอิสลามเคร่งครัดในมาเลเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มูห์ยิดดินกล่าวกับผู้สนับสนุนของเขานอกบ้านพักในกรุงกัวลาลัมเปอร์ เรียกร้องให้ชาวมาเลเซียทุกคนยอมรับการตัดสินของกษัตริย์ และอวยพรให้รัฐบาลของเขาประสบความสำเร็จเพื่ออนาคตที่ดีขึ้นของมาเลเซีย ขณะที่สำนักพระราชวังแถลงว่า การแต่งตั้งนายกฯ คนใหม่ไม่อาจปล่อยให้เนิ่นช้าไปกว่านี้ เพราะประเทศต้องการรัฐบาลมาดูแลสวัสดิภาพของประชาชน โดยมูห์ยิดดินจะสาบานตนรับตำแหน่งในวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่าที่นายกฯ คนใหม่ของมาเลเซียเคยเป็นสมาชิกพรรคอัมโนมายาวนานหลายทศวรรษ และดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง เขาเคยเป็นรองนายกฯ ในรัฐบาลของนาจิบ แต่โดนนาจิบสั่งปลด เมื่อเขาออกมาวิจารณ์เรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับวันเอ็มดีบีที่นาจิบพัวพันด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58525</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ คนใหม่, มหาเธร์ โมฮัมหมัด, มาเลเซีย, มูห์ยิดดิน ยัสซิน, อันวาร์ อิบราฮิม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200229/image_big_5e5a78a4edf8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54751</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2020 21:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2020 21:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัสเซียล้างไพ่ &#039;ปูติน&#039; ดันปฏิรูปการเมืองยืดอำนาจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน เดินเกมยืดอำนาจยาว ดันแก้ไขรัฐธรรมนูญปฏิรูปการเมือง โยกอำนาจประธานาธิบดีเข้าสภา แล้วขยายอำนาจสภาที่ปรึกษาที่อาจใช้รองรับการครองอำนาจต่อหลังพ้นเก้าอี้ในปี 2567 นายกฯ ดมิตรี เมดเวเดฟ รับลูกนำคณะรัฐมนตรีลาออกยกชุด ให้ปูตินตั้งเทคโนแครต &amp;quot;มิคาอิล มิชูสติน&amp;quot; เสียบแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน (ซ้าย) พบกับมิคาอิล มิชูสติน เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2563 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 มกราคม 2563 ว่าสภาดูมาหรือสภาผู้แทนราษฎรของรัสเซียลงมติอย่างท่วมท้นให้การรับรองมิคาอิล มิชูสติน ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อย่างทันควันไม่ถึง 24 ชั่วโมงภายหลังประธานาธิบดีปูตินประกาศปฏิรูปรัฐธรรมนูญ จนนำไปสู่การประกาศลาออกของรัฐบาลยกคณะ สั่นสะเทือนระบบระเบียบการเมืองของรัสเซียอย่างไม่ทันตั้งตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลงมติเมื่อวันพฤหัสบดีไม่มี ส.ส.ลงมติคัดค้านแม้แต่รายเดียว แม้ว่า ส.ส.พรรคคอมมิวนิสต์หลายคนจะงดออกเสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศที่สร้างความสะเทือนเลือนลั่นแก่การเมืองรัสเซียเกิดขึ้นระหว่างการแถลงนโยบายประจำปีของปูตินเมื่อวันพุธและผลที่ตามมาหลักจากนั้น ซึ่งทำให้เกิดการคาดเดาเกี่ยวกับบทบาทของปูตินภายหลังพ้นตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 4 ในปี 2567 บางฝ่ายชี้ว่าผู้นำวัย 67 ปีซึ่งครองอำนาจมานับแต่ปี 2542 อาจวางรากฐานสำหรับการครองอำนาจต่อไปโดยอยู่หลังฉากหรือผ่านตำแหน่งที่ตั้งขึ้นใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังไม่ชัดเจนว่ามิชูสติน นักวิชาการวัย 53 ปีที่ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานสรรพากรแห่งชาติ ถูกเลือกมาเป็นผู้นำขัดตาทัพ หรือจะถูกฟูมฟักเป็นทายาทสืบทอดอำนาจของปูติน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำแถลงนโยบาย ปูตินกล่าวว่า เขาต้องการให้ถ่ายโอนอำนาจจากประธานาธิบดีไปอยู่ในมือของสภาดูมามากขึ้น รวมถึงอำนาจในการเลือกนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายังเรียกร้องให้เพิ่มอำนาจแก่สภาแห่งรัฐ ซึ่งเป็นสภาที่ปรึกษา และให้กำหนดไว้ชัดเจนในรัฐธรรมนูญ เพิ่มการคาดเดาว่าปูตินอาจจะคุมสภาแห่งนี้เพื่อครองอำนาจต่อไปหลังพ้นตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อเสนอต่างๆ เหล่านี้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันซึ่งใช้มาตั้งแต่ปี 2536 โดยปูตินอ้างว่าชาวรัสเซียต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันพฤหัสบดี เขามีกำหนดพบปะกับคณะทำงานเตรียมการแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งจะได้รับการแต่งตั้งขึ้นใหม่ โดยรายชื่อมากกว่า 70 ชื่อที่ทำเนียบเครมลินเผยแพร่แล้วนั้น รวมถึงบุคคลที่มีชื่อเสียงในฝ่ายอนุรักษนิยม และคนดังเช่นนักแสดงและนักเปียโน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทันทีที่ปูตินแถลงนโยบายจบ ดมิตรี เมดเวเดฟ ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนับแต่ปี 2555 ประกาศว่า ตัวเขาและรัฐบาลลาออกจากตำแหน่งทั้งคณะ โดยอ้างว่ามีความจำเป็นเพื่อขจัดข้อจำกัดทั้งหลายทั้งปวงจากการขับเคลื่อนการปฏิรูปของปูติน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาเรีย ลิปแมน นักวิเคราะห์การเมืองอิสระกล่าวว่า คำประกาศนี้บ่งชี้ว่าปูตินต้องการเป็นเบอร์หนึ่งของประเทศนี้ต่อไป โดยปราศจากคู่แข่ง โดยปูตินอาจจงใจลดทอนอำนาจของประธานาธิบดีก่อนที่เขาจะพ้นจากตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อเล็กเซย์ นาวัลนี ผู้นำฝ่ายค้านก็มองแบบเดียวกันว่า เป้าหมายเดียวของปูตินคือความปรารถนาครองอำนาจเป็นผู้นำตลอดชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของรัสเซียรายนี้เคยเป็นผู้บริหารกลุ่มการลงทุน จบการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์ และเป็นผู้อำนวยการสำนักงานสรรพากรมาตั้งแต่ปี 2553 เขาชื่นชอบกีฬาฮอกกี้เหมือนกันกับปูติน และเคยแข่งขันกับเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานด้านความมั่นคงหลายแมตช์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มิชูสตินกล่าวต่อสภาก่อนการลงมติเมื่อวันพฤหัสบดี เรียกร้องให้สภาร่วมมือกับเขาเพื่อดำเนินโครงการปฏิรูปของปูตินอย่างเร่งด่วน ในการสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54751</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดมิตรี เมดเวเดฟ, นายกฯ คนใหม่, ปฏิรูปการเมือง, มิคาอิล มิชูสติน, รัสเซีย, วลาดิมีร์ ปูติน, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200116/image_big_5e206da35cb03.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16101</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2018 21:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2018 21:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ออสเตรเลียเปลี่ยนตัวนายกฯ &#039;สกอต มอร์ริสัน&#039; เสียบแทน &#039;มัลคอล์ม เทิร์นบูล&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สกอต มอร์ริสัน รัฐมนตรีคลังออสเตรเลีย สาบานตนเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่แทนที่มัลคอล์ม เทิร์นบูล เมื่อวันศุกร์ ภายหลังชนะการชิงชัยเก้าอี้ผู้นำพรรคเสรีนิยม ที่สมาชิกหัวอนุรักษนิยมก่อกบฏจนสามารถโค่นเทิร์นบูลพ้นอำนาจได้สำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สกอต มอร์ริสัน สาบานตนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของออสเตรเลีย ที่ทำเนียบรัฐบาลในกรุงแคนเบอร์รา เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2561 / AFP &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มอร์ริสันเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของออสเตรเลีย และเป็นคนที่ 7 ในรอบ 11 ปี ส่วนจอช ฟรายเดนเบิร์ก รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้รับเลือกเป็นรองหัวหน้าพรรคเสรีนิยม สาบานตนรับตำแหน่งรัฐมนตรีคลังแทนที่มอร์ริสัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลงคะแนนเลือกผู้นำคนใหม่ของพรรคเสรีนิยมเมื่อวันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม 2561 ปิดฉากสัปดาห์อันวุ่นวายภายในพรรครัฐบาลอนุรักษนิยมของออสเตรเลีย ที่ทำให้ผู้นำคนใหม่ยอมรับว่าสร้างความบอบช้ำแก่รัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์กล่าวว่า ปีเตอร์ ดัตตัน อดีตรัฐมนตรีมหาดไทยที่เป็นปีกนิยมขวาในพรรคเสรีนิยม เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงของการก่อกบฏภายในพรรคเพื่อโค่นเทิร์นบูล โดยอาศัยแรงต้านภายในพรรคที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายด้านพลังงานของนายกฯ สายกลางรายนี้ การท้าทายของเขาผ่านการลงมติเลือกผู้นำพรรคคนใหม่เมื่อวันอังคารพ่ายแพ้อย่างฉิวเฉียด แต่ก็ปลุกให้เกิดความขัดแย้งภายในพรรค
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เทิร์นบูลตัดสินใจเรียกประชุมพรรคในวันศุกร์เพื่อลงมติเลือกผู้นำพรรคคนใหม่แทนที่เขา ภายหลังสมาชิกส่วนใหญ่ของพรรคลงชื่อในจดหมายเรียกร้องให้เปลี่ยนตัวผู้นำพรรค โดยตัวเขาไม่ลงแข่งขันด้วย เปิดทางให้ดัตตันชิงชัยกับมอร์ริสัน รัฐมนตรีคลังซึ่งเป็นพันธมิตรของเทิร์นบูล และจูลี บิชอป รัฐมนตรีต่างประเทศ ที่พ่ายคะแนนในรอบแรก และสุดท้ายเป็นมอร์ริสันที่สามารถเอาชนะดัตตันได้ด้วยคะแนนสนับสนุน 45 ต่อ 40 คะแนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มอร์ริสันเคยเป็นรัฐมนตรีคนเข้าเมืองที่ผลักดันนโยบาย &amp;quot;หยุดเรือ&amp;quot; ที่หยุดยั้งไม่ให้ผู้อพยพทางเรือขึ้นฝั่งออสเตรเลียได้ เขามีแนวคิดเอียงขวากว่าเทิร์นบูล แต่ไม่แข็งกร้าวเท่าสมาชิกคนอื่นในพรรคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มัลคอล์ม เทิร์นบูล อดีตนายกฯ ออสเตรเลีย อุ้มหลานสาวออกจากวงแถลงข่าวหลังเสร็จสิ้นการแถลง ที่กรุงแคนเบอร์รา เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเทิร์นบูลกล่าวกับผู้สื่อข่าวภายหลังการลงมติของพรรคว่า เขาจะลาออกจากตำแหน่งผู้แทนราษฎรในเวลาไม่ช้าไม่นาน และได้กล่าวโทษว่า จุดจบของเขาเป็นผลจากความแตกแยกแบ่งฝักฝ่าย, การอาฆาตพยาบาท และความทะเยอทะยานส่วนตัวของสมาชิกในพรรค ที่นำโดยโทนี แอบบอตต์ อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งโดนเขาโค่นลงจากเก้าอี้ผู้นำเมื่อเดือนกันยายน 2558 ในชะตากรรมรูปแบบเดียวกับที่ย้อนมาเล่นงานเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ไม่มีนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียคนใดที่ดำรงตำแหน่งครบวาระ สิ่งที่เกิดขึ้นในเมืองหลวงสัปดาห์ที่ผ่านมาที่สะท้อนถึงความไร้เสถียรภาพทางการเมือง และกระตุ้นความรู้สึกรังเกียจพวกนักการเมืองขึ้นอีกครั้ง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มอร์ริสันยอมรับว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกระทบต่อรัฐสภาและพรรคเสรีนิยม งานของรัฐบาลชุดใหม่ที่เขาประกาศว่าจะประกาศรายชื่อภายในสัปดาห์หน้า คือการรับประกันว่าจะทำให้พรรคเสรีนิยมที่บอบช้ำอย่างหนักเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ กลับมาเป็นหนึ่งเดียวกันอีกครั้ง และรับประกันด้วยว่าจะทำให้รัฐสภากลับมาเป็นหนึ่งเดียวกันด้วย เพื่อที่รัฐบาลและรัฐสภาจะสามารถทำงานต่อไปเพื่อรับประกันว่าผู้คนในประเทศนี้จะสมัครสมานกลมเกลียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวด้วยว่า งานสำคัญลำดับแรกของเขาคือการช่วยเหลือเกษตรกรในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ที่กำลังประสบภัยแล้งครั้งรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในรอบครึ่งศตวรรษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลาออกจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเทิร์นบูลจะทำให้ต้องเลือกตั้งซ่อม และเสี่ยงที่รัฐบาลพรรคเสรีนิยมอาจสูญเสียที่นั่งข้างมากในสภา ซึ่งปัจจุบันเกินครึ่งสภาแค่ที่นั่งเดียว และอาจทำให้ต้องจัดการเลือกตั้งก่อนกำหนดที่จะครบวาระกลางปีหน้า แต่มอร์ริสันยืนยันแล้วว่า เขาจะยังไม่ยุบสภาเพื่อให้เลือกตั้งก่อนกำหนด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16101</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ คนใหม่, มัลคอล์ม เทิร์นบูล, สกอต มอร์ริสัน, ออสเตรเลีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180824/image_big_5b800acfb8ba1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
