<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>62448</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2020 22:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2020 21:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ ญี่ปุ่นได้ฤกษ์ประกาศภาวะฉุกเฉิน 7 พื้นที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;หวั่นโควิด-19 ระบาดใหญ่ระลอกสอง นายกฯ ชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่นประกาศภาวะฉุกเฉินเป็นเวลา 1 เดือนเมื่อวันอังคาร ครอบคลุม 7 พื้นที่ทั่วประเทศ รวมถึงกรุงโตเกียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ ชินโซ อาเบะ สวมหน้ากากอนามัย เตรียมแถลงข่าวที่กรุงโตเกียวเมื่อวัน 7 เมษายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ แถลงเมื่อวันอังคารที่ 7 เมษายนว่า ภาวะฉุกเฉินที่จะบังคับใช้ยาวนาน 1 เดือนนี้ จะครอบคลุมกรุงโตเกียวเมืองหลวง และอีก 6 พื้นที่ทั่วประเทศ ได้แก่ จังหวัดชิบะ, คานางาวะ และไซตามะ, นครโอซากาและจังหวัดเฮียวโงในภาคตะวันตก และเขตฟุกุโอกะในภาคตะวันตกเฉียงใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า ภาวะฉุกเฉินนี้จะให้อำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดของพื้นที่เหล่านี้ขอความร่วมมือประชาชนงดออกนอกบ้านและขอให้ธุรกิจปิดกิจการ โดยให้ยกเว้นซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าบางประเภท แต่ระบบขนส่งจะเปิดบริการเหมือนเดิม อย่างไรก็ดี มาตรการเหล่านี้ไม่มีกลไกบังคับใช้กฎหรือบทลงโทษผู้ที่ไม่ปฏิบัติตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาเบะกล่าวว่า แม้รัฐบาลจะประกาศภาวะฉุกเฉินแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีการล็อกดาวน์เมืองเหมือนที่ทำกันในต่างประเทศ &amp;quot;เราจะป้องกันการแพร่กระจายการติดเชื้อ ในขณะที่ยังรักษาเศรษฐกิจและบริการทางสังคมเช่นการขนส่งมวลชนให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้&amp;quot; เขากล่าวระหว่างการแถลงเมื่อวันอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ญี่ปุ่นมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมถึงวันอังคาร 3,906 คน เสียชีวิตแล้ว 91 คน แม้หากเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลกจะดูเหมือนจำนวนไม่มาก แต่ช่วงหลายวันมานี้มีความวิตกกังวลมากขึ้นเมื่อพบว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะที่กรุงโตเกียว ซึ่งมีผู้ติดเชื้ออีกประมาณ 80 คนเมื่อวันอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้คนในกรุงโตเกียวพากันสนับสนุนการประกาศภาวะฉุกเฉินนี้ บางคนบอกกับเอเอฟพีว่าควรจะประกาศเร็วกว่าด้วยซ้ำ &amp;quot;เมื่อคุณดูทีวีเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในนิวยอร์กที่ผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเท่าตัวภายใน 3 วัน 4 วัน มันทำให้ผมเสียวไปถึงสันหลัง&amp;quot; มิตซูโอะ โอชิยามา อายุ 76 ปีกล่าว &amp;quot;ผมไม่เข้าใจว่าทำไมรัฐบาบถึงรอนานขนาดนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62448</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญี่ปุ่น, นายกฯ ชินโซ อาเบะ, ประกาศภาวะฉุกเฉิน, โควิด-19, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200407/image_big_5e8c91cbc0c8e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52425</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/12/2019 21:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/12/2019 20:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อินเดียประท้วงเดือด &#039;อาเบะ&#039; ยกเลิกแผนเยือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สถานการณ์รุนแรงภายในอินเดียทำให้รัฐบาลอินเดียและญี่ปุ่นประกาศยกเลิกการประชุมสุดยอดระหว่างนายกฯ นเรนทรา โมดี และนายกฯ ชินโซ อาเบะ สุดสัปดาห์นี้ ขณะการต่อต้านกฎหมายให้สัญชาติคนเข้าเมืองที่ยืดเยื้อหลายวันมีผู้ประท้วงสังเวยชีวิตแล้ว 2 ศพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวมุสลิมอินเดียประท้วงต่อต้านร่างกฎหมายการให้สัญชาติ ที่เมืองอัมริตสาเมื่อวันศุกร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลชาตินิยมฮินดูภายใต้การนำของนายกฯ นเรนทรา โมดี ผ่านร่างกฎหมายแก้ไขการให้สัญชาติฉบับที่เป็นชนวนขัดแย้งนี้เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งจะอำนวยความสะดวกแก่การขอสัญชาติของคนเข้าเมืองชาวปากีสถาน, อัฟกานิสถานและบังกลาเทศที่นับถือศาสนาอื่นๆ และไม่ใช่อิสลาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 13 ธันวาคมว่า ชาวอินเดียนับหมื่นคนชุมนุมประท้วงกฎหมายฉบับนี้ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย ช่วงหลายวันที่ผ่านมา เกิดการปะทะกับตำรวจ รถยนต์ถูกวางเพลิง ท้องถนนเกลื่อนด้วยก้อนหินและเศษซากสิ่งของ หลายเมืองในพื้นที่อื่นก็มีการชุมนุมประท้วงแต่มีจำนวนน้อยกว่า ซึ่งรวมถึงที่กรุงนิวเดลี, รัฐคุชราตบ้านของโมดี, รัฐมหาราษฏระในภาคกลาง, รัฐเกรละและรัฐกรณาฏกะในภาคใต้ และในรัฐปัญจาบทางภาคเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมดีและอาเบะมีกำหนดจะพบเจรจากันในวันอาทิตย์นี้ ที่เมืองกูวาฮาตี เมืองหลักของรัฐอัสสัม ที่เป็นศูนย์กลางของการชุมนุมประท้วง แต่คำแถลงเมื่อวันศุกร์ของรัฐบาลอินเดียระบุว่า ทั้งสองฝ่ายตัดสินใจเลื่อนการเยือนของผู้นำญี่ปุ่น ส่วนคำชี้แจงของรัฐบาลญี่ปุ่นกล่าวว่า การตัดสินใจนี้เกิดภายหลังได้รับรายงานจากอินเดียเกี่ยวกับสถานการณ์ที่นั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวอินเดียในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นแหล่งรวมชนกลุ่มน้อยหลายเชื้อชาติและศาสนา กลัวกันว่ากฎหมายฉบับใหม่นี้จะให้สัญชาติแก่คนเข้าเมืองชาวบังกลาเทศจำนวนมาก ที่จะเข้ามาแย่งงานคนในพื้นที่และลดทอนความหลากหลายทางเชื้อชาติศาสนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประท้วงยาวนานหลายวัน ทำให้ตำรวจซึ่งได้รับการสนับสนุนจากทหารนับหมื่นนาย ต้องใช้แก๊สน้ำตาและไม้กระบองขับไล่ผู้ประท้วงที่ขว้างปาก้อนหิน, วางเพลิงยานพาหนะ และทำลายทรัพย์สิน หน่วยแพทย์เผยว่า เมื่อวันพฤหัสบดีมีคนเสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บประมาณ 20 ราย ภายหลังตำรวจใช้กระสุนจริงและกระสุนเปล่าสลายการชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันศุกร์ สำนักงานสิทธิมนุษยชนขององค์การสหประชาชาติเรียกร้องให้อินเดียเคารพสิทธิในการชุมนุมของประชาชน และปฏิบัติตามบรรทัดฐานและมาตรฐานสากลด้านการใช้กำลังเมื่อต้องรับมือกับการประท้วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันก่อนหน้านั้น กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐก็เรียกร้องให้อินเดียปกป้องสิทธิของชนกลุ่มน้อยทางศาสนา ภายหลังกฎหมายนี้ถูกกลุ่มอิสลาม, ฝ่ายค้านและองค์กรสิทธิ วิจารณ์ว่าเป็นแผนชาตินิยมของโมดีเพื่อลดความสำคัญของชาวมุสลิมเกือบ 200 ล้านคนในอินเดีย แต่โมดีปฏิเสธคำกล่าวหานี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52425</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายให้สัญชาติ, นายกฯ ชินโซ อาเบะ, นายกฯ นเรนทรา โมดี, ประท้วง, ยกเลิกการเยือน, อินเดีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191213/image_big_5df3983d5c123.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51880</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/12/2019 21:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/12/2019 21:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ญี่ปุ่นอัดงบกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.2 แสนล้าน$</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่นประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.2 แสนล้านดอลลาร์เมื่อวันพฤหัสบดี เพื่อบรรเทาผลกระทบจากนโยบายขึ้นภาษี, หายนภัยทางธรรมชาติ และเตรียมรับมือความเป็นไปได้ของเศรษฐกิจชะลอตัวภายหลังโอลิมปิกปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า นายกฯ อาเบะเปิดเผยว่ารัฐบาลเตรียมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า 13 ล้านล้านเยน (1.2 แสนล้านดอลลาร์ หรือราว 3.62 ล้านล้านบาท) สำหรับปีงบประมาณหน้า โดยแพ็กเกจนี้จะมีเป้าหมายเพื่อบรรเทาผลกระทบจากนโยบายขึ้นภาษีการบริโภคจาก 8% เป็น 10% ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม และช่วยบริษัทของญี่ปุ่นเตรียมพร้อมรับมือภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวเนื่องจากความขัดแย้งทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อญี่ปุ่นรายงานด้วยว่า ตามแผนนี้ รัฐบาลจะใช้เงินราว 6 ล้านล้านเยน (1.67 ล้านล้านบาท) ในการลงทุนภาครัฐเพื่อฟื้นฟูภายหลังหายนภัยทางธรรมชาติ ซึ่งรวมถึงไต้ฝุ่นฮากิบิส ที่สร้างความเสียหายมหาศาลต่อระบบโครงสร้างพื้นฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เศรษฐกิจของญี่ปุ่นปีนี้อยู่ในภาวะขยายตัว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการเตรียมการสำหรับจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนที่จะเปิดฉากในเดือนกรกฎาคมกระตุ้นอุปสงค์อย่างแข็งแกร่ง แต่นักวิเคราะห์บางรายเตือนว่าเศรษฐกิจของญี่ปุ่นอาจซบเซาลงภายหลังโอลิมปิก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลาดหุ้นโตเกียวตอบรับแผนกระตุ้นเศรษฐกิจที่อาเบะประกาศเมื่อวันพฤหัสบดี ดัชนีนิกเกอิเพิ่มขึ้น 0.71% ส่วนดัชนีราคาสินค้าในโตเกียว (TOPIX) เพิ่มขึ้น 0.48%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเกียวโดรายงานด้วยว่า แพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจยังรวมถึงมาตรการของรัฐบาลเพื่อช่วยเหลือด้านการขยายการส่งออกผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เมื่อความตกลงการค้าระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐมีผลบังคับใช้ในปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรการอื่นๆ ที่อยู่ในแพ็กเกจนี้ รวมถึงรัฐบาลจะช่วยเหลือประชากรช่วงอายุระหว่าง 30-50 ปี ที่ประสบปัญหาในการหางานทำในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวช่วงที่ผ่านมา ในการหางานใหม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51880</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระตุ้นเศรษฐกิจ, ญี่ปุ่น, นายกฯ ชินโซ อาเบะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191205/image_big_5de90c44509fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21242</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/11/2018 21:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/11/2018 21:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ญี่ปุ่นผ่านร่าง กม.รับแรงงานต่างชาติเพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นผ่านร่างกฎหมายอนุญาตให้รับแรงงานฝีมือต่างชาติเข้าประเทศได้มากขึ้น คาดจะผ่านสภาภายในปีนี้ และเริ่มมีผลกลางปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ที่ 2 พฤศจิกายน ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นผ่านร่างกฎหมายอนุญาตให้คนงานใช้แรงงานมีฝีมือชาวต่างชาติในบางสาขาอาชีพเข้ามาทำงานในประเทศได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในอาชีพที่กำลังขาดแคลนแรงงานอย่างรุนแรง โดยคนงานต่างชาติจะได้รับวีซาพำนักในญี่ปุ่นได้ 5 ปี แต่ไม่อนุญาตให้นำครอบครัวมาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนงานต่างชาติกลุ่มนี้ที่เข้ามาทำงานในญี่ปุ่นแล้วและมีคุณสมบัติครบถ้วน และสามารถผ่านการทดสอบภาษาญี่ปุ่นขั้นที่ยากขึ้น จะได้รับวีซาที่สามารถขยายการพำนักในญี่ปุ่นได้อย่างไม่จำกัดหรืออยู่อาศัยอย่างถาวร ซึ่งสามารถนำครอบครัวมาอยู่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ กล่าวเรื่องนี้ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ญี่ปุ่นจะรับแรงงานต่างชาติเฉพาะแรงงานฝีมือในบางสาขาอาชีพซึ่งสามารถทำงานได้ทันที เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานอย่างหนักในบางสาขาอาชีพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลญี่ปุ่นหวังว่าร่างกฎหมายนี้จะผ่านการเห็นชอบจากรัฐสภาภายในปีนี้ และออกวีซาให้แรงงานต่างชาติได้ตั้งแต่เดือนเมษายนปีหน้า แต่ร่างกฎหมายนี้ถูกตั้งคำถามว่า การไหลทะลักเข้ามาของแรงงานต่างชาติจะส่งผลให้ค่าจ้างแรงงานในญี่ปุ่นลดลงหรือไม่ และแรงงานต่างชาติเหล่านี้จะรวมเข้ากับระบบประกันสังคมของญี่ปุ่นด้วยหรือไม่ นอกจากนี้ ยังมีความกังวลเรื่องการหาประโยชน์กับแรงงานต่างชาติเหล่านี้ รวมถึงอาจมีการปะทะกันทางวัฒนธรรมระหว่างแรงงานต่างชาติกับชาวญี่ปุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันสาขาอาชีพที่ญี่ปุ่นขาดแคลนแรงงานมากที่สุด ได้แก่ งานด้านเกษตรกรรม, งานก่อสร้าง, งานบริการ/ท่องเที่ยว และพยาบาล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21242</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญี่ปุ่น, นายกฯ ชินโซ อาเบะ, ผ่านร่างกฎหมาย, รับแรงงานต่างชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181102/image_big_5bdc5a725be51.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
