<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>63148</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2020 20:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2020 20:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อินเดียขยายเวลาล็อกดาวน์ประชาชน 1,300 ล้านคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สถานการณ์ยังไม่น่าวางใจ นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดียประกาศขยายเวลาการล็อกดาวน์ทั่วประเทศเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัส ที่เดิมจะครบกำหนดวันอังคาร ออกไปถึงวันที่ 3 พฤษภาคมเป็นอย่างน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวอินเดียดูนายกฯ นเรนทรา โมดี แถลงเมื่อวันอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรการล็อกดาวน์ของอินเดียยาวนาน 3 สัปดาห์ ซึ่งครอบคลุมประชากรมากที่สุดในโลกถึง 1,300 ล้านคน จะครบกำหนดเวลาเที่ยงคืนของวันอังคารที่ 14 เมษายน 2563 แต่นายกฯ นเรนทรา โมดี แถลงต่อประชาชนทั่วประเทศว่าเขาตัดสินใจขยายเวลาต่อไปอีกอย่างน้อยถึงวันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากแง่มุมทางเศรษฐกิจ เราจ่ายค่าตอบแทนราคาแพง&amp;quot; โมดีกล่าว &amp;quot;แต่ชีวิตประชาชนของอินเดียมีค่ากว่านั้นมาก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำอินเดียกล่าวว่า เรื่องท้าทายคือการหยุดยั้งไม่ให้ไวรัสแพร่ไปยังพื้นที่ใหม่ของประเทศ แต่เขาหวังว่าสัปดาห์หน้าจะเริ่มผ่อนคลายมาตรการจำกัดบางอย่างในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด เพื่อให้สามารถดำเนินกิจกรรมที่จำเป็นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลของรัฐบาลอินเดียล่าสุด มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศนี้แล้วมากกว่า 10,000 คน เสียชีวิต 339 คน ตัวเลขนี้แม้จะดูว่าน้อยเมื่อเทียบกับหลายประเทศในโลกตะวันตก เช่น สหรัฐอเมริกา, อิตาลี และสเปน แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขหวั่นเกรงว่า จำนวนที่น้อยเมื่อเทียบกับขนาดของประชากรอินเดีย อาจเป็นเพราะเพิ่งมีการตรวจเชื้อน้อยราย และตัวเลขผู้ติดเชื้อจริงอาจสูงกว่านี้มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลท้องถิ่นหลายรัฐ เช่น รัฐมหาราษฏระ ซึ่งเป็นที่ตั้งของนครมุมไบและมีผู้ติดเชื้อมากที่สุดในประเทศ, รัฐทมิฬนาฑู และรัฐโอริสสา ต่างประกาศขยายเวลาการล็อกดาวน์ในรัฐของตนแล้วก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรการล็อกดาวน์ของอินเดียที่เริ่มบังคับใช้เมื่อวันที่ 25 มีนาคม ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของอินเดียอย่างหนัก โดยเฉพาะคนยากจน มีแรงงานรับจ้างรายวันตกงานหลายล้านคน แรงงานต่างถิ่นจำนวนมากไม่มีเงินยังชีพและจำเป็นต้องเดินทางกลับบ้านเกิดในชนบท และเนื่องจากการล็อกดาวน์ทำให้ระบบขนส่งมวลชนหยุดบริการ ผู้คนหลายแสนคนจึงต้องเดินเท้าระยะทางหลายร้อยกิโลเมตรกลับบ้าน บางคนเสียชีวิตระหว่างทาง บางคนถึงที่หมายแต่ถูกชาวบ้านในพื้นที่ตั้งข้อรังเกียจ มีวิดีโอคลิปส่งต่อกันมากชิ้นหนึ่งเผยภาพที่กลุ่มแรงงานต่างถิ่นถูกฉีดสารเคมีชำระล้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตัดสินใจขยายเวลาล็อกดาวน์ประเทศของอินเดียมีออกมาในช่วงที่หลายประเทศทั่วโลกกำลังถกเถียงกันว่าจะยกเลิกมาตรการควบคุมอย่างไรโดยต้องมั่นใจว่าจะไม่เกิดการแพร่ระบาดในประเทศรอบใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปากีสถานเพื่อนบ้านของอินเดียซึ่งมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 5,700 คน และเสียชีวิต 96 คน รัฐบาลก็กำลังตัดสินใจว่าจะขยายการล็อกดาวน์ที่จะสิ้นสุดวันพุธนี้ ออกไปอีกหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ธนาคารโลกเคยกล่าวไว้ว่า โรคระบาดนี้น่าจะทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจของอินเดียและประเทศอื่นๆ ในเอเชียใต้ ปีนี้ชะลอตัวที่สุดในรอบ 40 ปี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63148</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยายเวลาล็อกดาวน์, นายกฯ นเรนทรา โมดี, อินเดีย, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200414/image_big_5e95b736b05df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52425</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/12/2019 21:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/12/2019 20:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อินเดียประท้วงเดือด &#039;อาเบะ&#039; ยกเลิกแผนเยือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สถานการณ์รุนแรงภายในอินเดียทำให้รัฐบาลอินเดียและญี่ปุ่นประกาศยกเลิกการประชุมสุดยอดระหว่างนายกฯ นเรนทรา โมดี และนายกฯ ชินโซ อาเบะ สุดสัปดาห์นี้ ขณะการต่อต้านกฎหมายให้สัญชาติคนเข้าเมืองที่ยืดเยื้อหลายวันมีผู้ประท้วงสังเวยชีวิตแล้ว 2 ศพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวมุสลิมอินเดียประท้วงต่อต้านร่างกฎหมายการให้สัญชาติ ที่เมืองอัมริตสาเมื่อวันศุกร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลชาตินิยมฮินดูภายใต้การนำของนายกฯ นเรนทรา โมดี ผ่านร่างกฎหมายแก้ไขการให้สัญชาติฉบับที่เป็นชนวนขัดแย้งนี้เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งจะอำนวยความสะดวกแก่การขอสัญชาติของคนเข้าเมืองชาวปากีสถาน, อัฟกานิสถานและบังกลาเทศที่นับถือศาสนาอื่นๆ และไม่ใช่อิสลาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 13 ธันวาคมว่า ชาวอินเดียนับหมื่นคนชุมนุมประท้วงกฎหมายฉบับนี้ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย ช่วงหลายวันที่ผ่านมา เกิดการปะทะกับตำรวจ รถยนต์ถูกวางเพลิง ท้องถนนเกลื่อนด้วยก้อนหินและเศษซากสิ่งของ หลายเมืองในพื้นที่อื่นก็มีการชุมนุมประท้วงแต่มีจำนวนน้อยกว่า ซึ่งรวมถึงที่กรุงนิวเดลี, รัฐคุชราตบ้านของโมดี, รัฐมหาราษฏระในภาคกลาง, รัฐเกรละและรัฐกรณาฏกะในภาคใต้ และในรัฐปัญจาบทางภาคเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมดีและอาเบะมีกำหนดจะพบเจรจากันในวันอาทิตย์นี้ ที่เมืองกูวาฮาตี เมืองหลักของรัฐอัสสัม ที่เป็นศูนย์กลางของการชุมนุมประท้วง แต่คำแถลงเมื่อวันศุกร์ของรัฐบาลอินเดียระบุว่า ทั้งสองฝ่ายตัดสินใจเลื่อนการเยือนของผู้นำญี่ปุ่น ส่วนคำชี้แจงของรัฐบาลญี่ปุ่นกล่าวว่า การตัดสินใจนี้เกิดภายหลังได้รับรายงานจากอินเดียเกี่ยวกับสถานการณ์ที่นั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวอินเดียในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นแหล่งรวมชนกลุ่มน้อยหลายเชื้อชาติและศาสนา กลัวกันว่ากฎหมายฉบับใหม่นี้จะให้สัญชาติแก่คนเข้าเมืองชาวบังกลาเทศจำนวนมาก ที่จะเข้ามาแย่งงานคนในพื้นที่และลดทอนความหลากหลายทางเชื้อชาติศาสนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประท้วงยาวนานหลายวัน ทำให้ตำรวจซึ่งได้รับการสนับสนุนจากทหารนับหมื่นนาย ต้องใช้แก๊สน้ำตาและไม้กระบองขับไล่ผู้ประท้วงที่ขว้างปาก้อนหิน, วางเพลิงยานพาหนะ และทำลายทรัพย์สิน หน่วยแพทย์เผยว่า เมื่อวันพฤหัสบดีมีคนเสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บประมาณ 20 ราย ภายหลังตำรวจใช้กระสุนจริงและกระสุนเปล่าสลายการชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันศุกร์ สำนักงานสิทธิมนุษยชนขององค์การสหประชาชาติเรียกร้องให้อินเดียเคารพสิทธิในการชุมนุมของประชาชน และปฏิบัติตามบรรทัดฐานและมาตรฐานสากลด้านการใช้กำลังเมื่อต้องรับมือกับการประท้วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันก่อนหน้านั้น กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐก็เรียกร้องให้อินเดียปกป้องสิทธิของชนกลุ่มน้อยทางศาสนา ภายหลังกฎหมายนี้ถูกกลุ่มอิสลาม, ฝ่ายค้านและองค์กรสิทธิ วิจารณ์ว่าเป็นแผนชาตินิยมของโมดีเพื่อลดความสำคัญของชาวมุสลิมเกือบ 200 ล้านคนในอินเดีย แต่โมดีปฏิเสธคำกล่าวหานี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52425</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายให้สัญชาติ, นายกฯ ชินโซ อาเบะ, นายกฯ นเรนทรา โมดี, ประท้วง, ยกเลิกการเยือน, อินเดีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191213/image_big_5df3983d5c123.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48972</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2019 20:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2019 20:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปากีสถานไม่ให้เครื่องบินนายกฯ อินเดีย ใช้น่านฟ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลปากีสถานไม่อนุญาตให้เครื่องบินของนายกฯ นเรนทรา โมดี ของอินเดีย บินผ่านน่านฟ้าปากีสถาน ด้วยเหตุผลเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงที่กำลังเกิดขึ้นในเขตแคชเมียร์ที่อยู่ภายใต้การปกครองของอินเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ นายกฯ นเรนทรา โมดี ของอินเดีย / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคมว่า การตัดสินใจ ซึ่งเกิดช่วงยามที่ความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติอริที่ต่างมีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครองกำลังตึงเครียดเกี่ยวกับเขตแคชเมียร์ ถือเป็นครั้งที่ 3 ในรอบไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ที่รัฐบาลปากีสถานไม่อนุญาตให้พวกผู้นำของอินเดียใช้น่านฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนที่แล้ว คำขอของประธานาธิบดีราม นาก โกวินท์ และของนายกฯ โมดี ก็เคยถูกปฏิเสธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาห์ เมห์มูด กูเรชี รัฐมนตรีต่างประเทศของปากีสถาน กล่าวในแถลงการณ์ที่ออกเมื่อวันเสาร์ว่า นายกรัฐมนตรีอินเดียต้องการใช้น่านฟ้าของปากีสถาน แต่รัฐบาลปากีสถานไม่อนุญาต สืบเนื่องจากวันเดียวกันนี้เป็นวันทมิฬของชาวแคชเมียร์เพื่อประณามการยึดครองของอินเดียและการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงที่ยังเกิดอย่างต่อเนื่องในเขตแคชเมียร์ที่อินเดียยึดครอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กูเรชีกล่าวด้วยว่า ปากีสถานได้แจ้งไปยังเอกอัครราชทูตอินเดียให้ทราบถึงการตัดสินใจนี้แล้ว แต่เขาไม่ได้เปิดเผยว่าจุดหมายปลายทางของโมดีคือที่ใด กระนั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีอ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ปากีสถานระดับสูงรายหนึ่งว่า นายกฯ อินเดียขออนุญาตบินผ่านน่านฟ้าปากีสถานเพื่อเดินทางไปยังซาอุดีอาระเบีย เพื่อร่วมการประชุมสุดยอดด้านการลงทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปากีสถานเคยปิดน่านฟ้าไม่ให้อินเดียบินผ่านเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ ภายหลังเกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีสังหารทหารอินเดียหลายสิบนายในเขตแคชเมียร์ กระพือความตึงเครียดระหว่างสองฝ่ายและนำไปสู่การตอบโต้กันด้วยกำลังทางอากาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ปากีสถานยังจำกัดการใช้น่านฟ้าของเที่ยวบินพลเรือนซึ่งส่งผลกระทบต่อเส้นทางการบินระหว่างประเทศเส้นทางหลักๆ โดยเพิ่งกลับมาเปิดน่านฟ้าให้เที่ยวบินพลเรือนทั้งหมดเมื่อเดือนกรกฎาคม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48972</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ นเรนทรา โมดี, ปากีสถาน, อินเดีย, เครื่องบินนายกฯ อินเดีย, ใช้น่านฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191027/image_big_5db5984d3fefd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
