<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>37953</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2019 22:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2019 21:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข้อความอาลัยป๋าเป็นเหตุ &#039;ฮุน เซน&#039; ฉะ &#039;ลี เซียนลุง&#039; หนุนเขมรแดงล้างเผ่าพันธุ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ข้อความแสดงอาลัยและเชิดชูพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ โดยนายกฯ ลี เซียนลุง ของสิงคโปร์ เกี่ยวกับบทบาทผู้นำอาเซียนที่ต่อต้านการยึดครองกัมพูชาของเวียดนาม กลายเป็นประเด็นบานปลาย &amp;quot;ฮุน เซน&amp;quot; ผู้นำกัมพูชาตอกกลับลี การต่อต้านกองทัพเวียดนามบุกกัมพูชาเพื่อยุติระบอบเขมรแดงเมื่อปี 2521 เท่ากับลีสนับสนุนระบอบฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของพล พต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ ลี เซียนลุง ของสิงคโปร์ ขณะร่วมพิธีเปิดการประชุมไอไอเอสเอส แชงกรี-ลาไดอะล็อก เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ลงข้อความไว้อาลัยพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ที่ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อเดือนที่แล้ว เผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊กของเขาเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา แต่เนื้อหาบางส่วนที่กล่าวถึงบทบาทของพลเอกเปรม ในฐานะนายกรัฐมนตรีของไทย ซึ่งร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียนขณะนั้น ต่อต้าน &amp;quot;การรุกราน&amp;quot; และ &amp;quot;การยึดครอง&amp;quot; กัมพูชาของเวียดนาม เมื่อปี 2521 ทำให้ทั้งเวียดนามและกัมพูชาไม่พอใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พลเอกเปรมมีความแน่วแน่ที่จะไม่ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น และได้ร่วมมือกับเพื่อนสมาชิกอาเซียน ต่อต้านการยึดครองของเวียดนาม ในเวทีการประชุมระหว่างประเทศ&amp;quot; นายกฯ ลี เซียนลุง โพสต์ลงเพจเฟซบุ๊กของเขา &amp;quot;สิ่งที่กล่าวถึงนี้ป้องกันไม่ให้การรุกรานทางทหารและการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลเป็นเรื่องชอบด้วยกฎหมาย เป็นการปกป้องความมั่นคงของประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และทำให้ภูมิภาคนี้มีทิศทางที่แน่นอน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของรอยเตอร์เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน กล่าวว่า ลียังได้ให้ทัศนะแบบเดียวกันนี้ในที่ประชุมความมั่นคงระดับภูมิภาคที่สิงคโปร์เป็นเจ้าภาพเมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว โดยกล่าวถึงการรุกรานกัมพูชาของเวียดนามว่าเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อประเทศอื่นในภูมิภาคนี้ที่ไม่ได้ปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร กระทรวงการต่างประเทศของเวียดนามแถลงว่า เวียดนามได้หยิบยกประเด็นนี้หารือกับสิงคโปร์แล้ว เล ทิ ทู หั่ง โฆษกกระทรวงกล่าวว่า เวียดนามเสียใจที่เนื้อหาบางช่วงบางตอนในคำกล่าวของลีไม่ได้เป็นการมองประวัติศาสตร์แบบวัตถุวิสัย ซึ่งก่อผลกระทบเชิงลบต่อความคิดเห็นของผู้คนทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ฮุน เซน ของกัมพูชา ซึ่งเคยเป็นทหารชั้นผู้น้อยของระบอบเขมรแดง แต่หนีไปเข้าร่วมกับเวียดนามแล้วกลับเข้าประเทศพร้อมกับกองทัพเวียดนามที่เข้าแทรกแซงกัมพูชาเมื่อปลายปี 2521 เพื่อขับไล่พล พต และระบอบเขมรแดง ได้โพสต์ตอบโต้ลีด้วยถ้อยคำรุนแรงลงเฟซบุ๊กของเขาเมื่อคืนวันพฤหัสบดี โดยกล่าวหาผู้นำสิงคโปร์ว่าสนับสนุนการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของเขมรแดง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คำกล่าวของเขาสะท้อนจุดยืนของสิงคโปร์ในขณะนั้น ที่สนับสนุนระบอบฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และปรารถนาให้การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เกิดขึ้นในกัมพูชาอีกครั้ง&amp;quot; ฮุน เซนกล่าว พร้อมกับโจมตีอีกว่า สิงคโปร์มีส่วนต่อการสังหารหมู่ชาวกัมพูชาอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กัมพูชาผู้นี้ซึ่งได้ครองอำนาจสืบต่อมายาวนานกว่า 30 ปี กล่าวด้วยว่า ลีดูถูกการเสียสละของทหารอาสาเวียดนามที่ช่วยปลดปล่อยกัมพูชา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การบุกของกองทัพเวียดนามในคราวนั้นและการยึดครองกัมพูชายาวนาน 10 ปี ช่วยยุติระบอบของพล พต ที่ปกครองกัมพูชาระหว่างปี 2518 ถึงต้นปี 2522 และฆ่าหมู่เพื่อนร่วมชาติเกือบ 1 ใน 4 ของประชากรเวลานั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ช่วงนั้นมีความเป็นปฏิปักษ์กันชัดเจนในยุคสงครามเย็น สิงคโปร์และไทยเป็นสมาชิกอาเซียนที่มี 6 ชาติในสมัยนั้นและมีแนวทางฝ่ายนิยมตะวันตก แต่ระบอบเขมรแดงของกัมพูชามีจีนหนุนหลัง ส่วนเวียดนามได้รับการสนับสนุนจากสหภาพโซเวียต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวียดนามถอนกำลังจากกัมพูชาปลายปี 2532 นำไปสู่การทำสนธิสัญญายุติสงครามอย่างเป็นทางการในปี 2534 เวียดนามเข้าร่วมอาเซียนในปี 2538 ส่วนกัมพูชาเข้าร่วมในปี 2542.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37953</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพเวียดนาม, กัมพูชา, ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์, นายกฯ สิงคโปร์, รุกรานกัมพูชา, ลี เซียนลุง, ฮุน เซน, เขมรแดง, เวียดนาม, ไว้อาลัยป๋า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190607/image_big_5cfa7ac81a89f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25249</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2018 20:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2018 20:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บล็อกเกอร์สิงคโปร์ฟ้องกลับนายกฯ คดีหมิ่นประมาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;บล็อกเกอร์สิงคโปร์ฟ้องกลับนายกรัฐมนตรีลี เซียนลุง ละเมิดระบบศาล ตอบโต้ที่โดนลีฟ้องในคดีหมิ่นประมาทจากการแชร์บทความทางเฟซบุ๊ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ นายกฯ ลี เซียนลุง กล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมอาเซียนซัมมิต ที่สิงคโปร์ เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สิงคโปร์ถูกวิจารณ์มานานแล้วในเรื่องการห้ามแสดงความคิดเห็นและสิทธิทางการเมืองอื่นๆ ซึ่งผู้วิจารณ์จะโดนยื่นฟ้องหมิ่นประมาทที่ปรับเงินมหาศาล นักสังเกตการณ์ให้ความเห็นว่า รัฐบาลสิงคโปร์เพิ่มการปราบปรามผู้วิจารณ์รัฐบาลทางออนไลน์มากขึ้น โดยในเดือนธันวาคมนี้ได้ยื่นฟ้องหมิ่นประมาทบล็อกเกอร์ เหลียง ซื่อ เฮียน และเทอร์รี ซูบรรณาธิการเว็บไซต์ข่าว &amp;quot;ดิออนไลน์ซิติเซน&amp;quot; (พลเมืองออนไลน์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเดือนนี้นายกรัฐมนตรีลี เซียนลุง ของสิงคโปร์ ฟ้องหมิ่นประมาทเหลียงจากที่เขาโพสต์ลิงค์บทความที่หน้าเพจเฟซบุ๊กของเขา ซึ่งกล่าวหาว่าลีตกเป็นเป้าหมายการสอบสวนของมาเลเซียในคดีอื้อฉาวคอร์รัปชันกองทุนวันเอ็มดีบีด้วย ลีบอกว่าบทความดังกล่าวที่ตีพิมพ์ในเว็บไซต์ข่าวของมาเลเซียแห่งหนึ่ง รายงานข้อมูลเท็จที่ปราศจากมูลความจริง การที่เหลียงนำลิงค์ของบทความดังกล่าวมาโพสต์ทางเฟซบุ๊ก เป็นการใส่ร้ายป้ายสีทำลายชื่อเสียงของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธที่ 26 ธันวาคม เหลียง ซึ่งมักออกมาวิจารณ์นโยบายของรัฐบาลสิงคโปร์อยู่เป็นประจำ โพสต์ทางเฟซบุ๊กว่า เขาฟ้องกลับลีแล้ว โดยกล่าวหาลีว่าละเมิดระบบศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหลียงระบุว่า การยื่นฟ้องหมิ่นประมาทเขาของนายกรัฐมนตรีลี เป็นการกระทำของผู้มีอำนาจเหนือกว่าที่ใช้กระบวนการทางกฎหมายเพื่อปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นของประชาชนในสิงคโปร์ สิ่งที่เขาทำลงไปแค่ต้องการให้บทความดังกล่าวปรากฏในเพจเฟซบุ๊กของเขา โดยไม่มีการเติมแต่งข้อมูลหรือวิจารณ์ใดๆ แค่วลาไม่ถึง 3 วัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเทอร์รี ซู บรรณาธิการเว็บไซต์ข่าวดิออนไลน์ซิติเซน&amp;nbsp; โดนรัฐบาลสิงคโปร์ฟ้องหมิ่นประมาทในเดือนนี้ จากกรณีการเผยแพร่จดหมายที่กล่าวหามีการคอร์รัปชันอย่างร้ายแรงและเป็นระบบ ในหมู่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสิงคโปร์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25249</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีหมิ่นประมาท, นายกฯ สิงคโปร์, บล็อกเกอร์, ฟ้องกลับ, ลี เซียนลุง, สิงคโปร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181227/image_big_5c24c85605f63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22608</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/11/2018 20:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/11/2018 20:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พรรครัฐบาลสิงคโปร์เลือกว่าที่ผู้นำ รอถ่ายอำนาจตระกูล &#039;ลี&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;พรรครัฐบาลของสิงคโปร์เลือกผู้สืบทอดอำนาจต่อจาก &amp;quot;ลี เซียนลุง&amp;quot; แล้ว โดยมีเซอร์ไพรส์เมื่อเฮง สวีเกี๊ยต รัฐมนตรีคลัง ขึ้นเบอร์สองของพรรคที่คาดว่าจะนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีต่อจากลีภายหลังการเลือกตั้งที่คาดว่าจะจัดล่วงหน้าในปี 2562 และจะทำให้เขาเป็นนายกฯ คนที่ 2 ของสิงคโปร์ที่ไม่ได้แซ่ลี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เฮง สวีเกี๊ยต รัฐมนตรีคลังของสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคกิจประชาชน (พีเอพี) พรรครัฐบาลที่บริหารสิงคโปร์มายาวนานนับแต่ได้รับเอกราช ประกาศเมื่อวันศุกร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2561 ว่าพรรคได้เลือกเฮง สวีเกี๊ยต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังวัย 57 ปี ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขาธิการพรรคคนที่ 1 สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ตำแหน่งนี้เป็นรองเพียงเลขาธิการพรรค คือนายกฯ ลี เซียนลุง และคาดว่าเฮงจะสืบทอดอำนาจต่อจากลีในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ วัย 66 ปีผู้นี้ เป็นบุตรของลี กวนยู ผู้ก่อตั้งประเทศและพัฒนาเศรษฐกิจของสิงคโปร์รุดหน้าอย่างรวดเร็วระหว่างการครองอำนาจยาวนาน 3 ทศวรรษ หากเฮงได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของสิงคโปร์ภายหลังการเลือกตั้ง ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปีหน้า ก่อนครบวาระในปี 2564 เฮงจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 4 ของสิงคโปร์และเป็นคนที่ 2 ที่ไม่ได้แซ่ลี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การจัดวางตัวผู้สืบทอดอำนาจในพรรคครั้งนี้เป็นแผนการของนายกฯ ลี เพื่อส่งมอบอำนาจแก่ผู้นำรุ่นใหม่ที่อายุน้อย นอกจากการแต่งตั้งเฮงเป็นผู้ช่วยเลขาธิการพรรคคนที่ 1 แล้ว แถลงการณ์ของพีเอพีประกาศด้วยว่า ชาน ชุนซิง รัฐมนตรีพาณิชย์ อายุ 49 ปี ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเลขาธิการพรรคคนที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกรัฐมนตรีคลังผู้นี้ขึ้นในตำแหน่งว่าที่ผู้นำประเทศคนต่อไป แทนที่ชานซึ่งถูกยกให้เป็นตัวเก็ง ทำให้บางฝ่ายประหลาดใจ เฮงเพิ่งเข้าสู่การเมืองเมื่อปี 2554 ก่อนหน้านั้นเขาเป็นผู้ว่าการธนาคารกลางและเป็นรัฐมนตรีศึกษาธิการ และเคยมีปัญหาสุขภาพจากโรคหลอดเลือดสมองเมื่อปี 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ ลี เซียนลุง กล่าวสุนทรพจน์ในพิธีปิดการประชุมอาเซียนซัมมิต เมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ลี กล่าวผ่านเฟซบุ๊กภายหลังคำประกาศนี้ว่า การถ่ายโอนอำนาจอย่างราบรื่นแก่ทีมใหม่เพื่อนำพรรคก้าวผ่านการเลือกตั้งครั้งหน้า เป็นสิ่งสำคัญ ไม่เพียงต่อพีเอพีเท่านั้น แต่สำคัญต่ออนาคตของสิงคโปร์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อปีที่แล้ว ระหว่างการทะเลาะเบาะแว้งกันในหมู่พี่น้องตระกูลลีที่เป็นข่าวครึกโครม นายกฯ ลีต้องออกมาปฏิเสธคำกล่าวหาที่ว่า เขาต้องการฟูมฟัก ลี หงอี้ บุตรชายของเขา ขึ้นสืบทอดอำนาจ ความขัดแย้งนี้มีชนวนเหตุมาจากการจัดการเรือนเก่าของลี กวนยู ซึ่งสั่งเสียไว้ก่อนอสัญกรรมเมื่อปี 2558 ว่าให้รื้อทิ้งเพื่อไม่ให้เป็นมรดกสำหรับการเคารพบูชา แต่น้องๆ กล่าวโทษลีว่าพยายามขัดขวางคำสั่งของบิดา เพื่อหวังผลทางการเมือง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22608</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาน ชุนซิง, ถ่ายโอนอำนาจ, นายกฯ สิงคโปร์, พรรคกิจประชาชน, ลี เซียนลุง, สิงคโปร์, เฮง สวีเกี๊ยต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181123/image_big_5bf7fa0b22f89.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
