<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>62272</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2020 13:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2020 13:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ติดโควิดไข้ไม่ลด นายกฯอังกฤษเข้า รพ. เฝ้าอาการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของอังกฤษ ซึ่งติดโควิด-19 เมื่อปลายเดือนก่อน แอดมิดโรงพยาบาลแล้วเมื่อวันอาทิตย์ เพื่อตรวจอาการเพิ่มเติม หลังจากไข้ไม่ลด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันจันทร์ว่า คำประกาศของรัฐบาลอังกฤษเมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน 2563 ออกมาราว 1 ชั่วโมงคล้อยหลังสมเด็จพระราชินีนาถ เอลิซาเบธที่ 2 มีกระแสพระราชดำรัสต่อชาวสหราชอาณาจักรและเครือจักรภพ ว่าความอุตสาหะร่วมกันจะทำให้สามารถเอาชนะโรคระบาดครั้งนี้ได้ และพระราชทานขวัญกำลังใจแด่บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่เป็นกำลังหลักในการรับมือสถานการณ์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระราชดำรัสของสมเด็จพระราชินีอังกฤษจากพระราชวังวินด์เซอร์ครั้งนี้เป็นพระราชดำรัสครั้งที่ 4 ของพระองค์ในช่วงยามที่ประเทศเผชิญวิกฤติ โดยพระองค์ยังเท้าความถึงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่พระองค์และเจ้าหญิงมากาเร็ต พระขนิษฐา ต้องเสด็จมาหลบภัย ณ พระราชวังวินด์เซอร์แห่งนี้ แต่ครั้งนี้สมเด็จพระราชินีเสด็จมาประทับที่นี่ในช่วงยามที่เกิดโรคระบาด เช่นเดียวกับที่ประชาชนกำลังต้องเผชิญอยู่เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักพระราชวังบักกิงแฮมแถลงว่า สมเด็จพระราชินีทรงได้รับถวายรายงานเรื่องที่นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน เข้าเป็นคนไข้ในโรงพยาบาลแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จอห์นสัน วัย 55 ปี ตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เมื่อวันที่ 27 มีนาคม เขาเป็นผู้นำประเทศมหาอำนาจคนแรกที่ติดโรคนี้ จอห์นสันแยกกันกันตนเองนับแต่นั้น หลังผ่านไปครบ 1 สัปดาห์ เมื่อวันศุกร์เขาประกาศว่าจะกักตัวต่อไปเนื่องจากยังมีไข้ ส่วนแคร์รี ไซมอนด์ คู่หมั้นสาววัย 32 ซึ่งกำลังตั้งครรภ์ เปิดเผยว่าเธอมีอาการป่วยเล็กน้อยเช่นกัน แต่ไม่ได้ตรวจหาเชื้อไวรัส และเมื่อวันเสาร์เธอบอกว่าอาการดีขึ้นแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักนายกรัฐมนตรีอังกฤษกล่าวว่า จอห์นสันเข้าโรงพยาบาลเพื่อตรวจอาการเพิ่มเติม ไม่ได้เป็นเรื่องฉุกเฉิน แต่เป็นการป้องกันไว้ก่อนตามคำแนะนำของแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้หากนายกรัฐมนตรีอังกฤษไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โดมินิก ราบ จะทำหน้าที่รักษาการแทน แต่แหล่งข่าวในรัฐบาลอังกฤษเผยว่า จอห์นสันยังทำหน้าที่ได้อยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาไม่ใช่สมาชิกคนเดียวในรัฐบาลอังกฤษที่ติดโควิด-19 ก่อนหน้านี้ แมตต์ แฮนค็อก รัฐมนตรีสาธารณสุขก็ติดไวรัสและเพิ่งกลับมาทำงานเมื่อวันศุกร์ หลังจากแยกกักกันนาน 1 สัปดาห์ คริส วิตตี หัวหน้าเจ้าหน้าที่การแพทย์ที่ให้คำปรึกษาแก่รัฐบาล ก็มีอาการป่วยด้วยอีกราย แฮนค็อกกล่าวถึงอาการของจอห์นสันเมื่อวันอาทิตย์ว่า เขา &amp;quot;โอเค&amp;quot; และมีกำลังใจที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์กล่าวว่า หมอน่าจะตรวจประเมินการทำงานของตับ, ปอด, ไต และหัวใจของนายกรัฐมนตรี รวมถึงเฝ้าสังเกตสัญญาณชีพที่สำคัญ เช่น ความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือด และตรวจเลือดเพื่อดูว่าภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อไวรัสอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำนักงานบริการสาธารณสุขแห่งชาติของอังกฤษแถลงเมื่อวันอาทิตย์ว่า มีคนไข้โควิด-19 เสียชีวิตเพิ่ม 621 รายภายใน 24 ชั่วโมง ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตในสหราชอาณาจักรเพิ่มเป็น 4,934 ราย ผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 47,806 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ แสดงความห่วงใยต่อนายกฯ จอห์นสัน ผู้ที่เป็นเพื่อนของเขาและเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยม โดยเขาหวังและมั่นใจว่าจอห์นสันจะหายจากโรค.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62272</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ อังกฤษ, บอริส จอห์นสัน, เข้าโรงพยาบาล, โควิด-19, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200406/image_big_5e8ac7b349342.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45029</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2019 21:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2019 21:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ อังกฤษ แพ้โหวตต้านฮาร์ดเบร็กซิต ขู่เลือกตั้งใหม่เดือนหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นายกฯ บอริส จอห์นสัน พ่ายการลงมติในสภาสามัญอย่างเจ็บแสบเมื่อวันอังคาร เมื่อ ส.ส.ร่วมพรรค 21 คนแตกแถวไปลงคะแนนให้ฝ่ายค้านไม่เอาเบร็กซิตแบบไร้ข้อตกลง ขณะเจ้าตัวขู่ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ หากสภายังดึงดันผ่านกฎหมายขอเลื่อนเบร็กซิตหลังเส้นตาย 31 ตุลาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากรัฐสภาอังกฤษ นายกฯ บอริส จอห์นสัน (กลาง) กล่าวต่อที่ประชุมสภาสามัญ เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2562 / JESSICA TAYLOR / AFP / UK PARLIAMENT&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและบีบีซีเมื่อวันพุธที่ 4 กันยายน 2562 กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ซึ่งเพิ่งเข้ารับตำแหน่งต่อจากนางเทเรซา เมย์ เมื่อเดือนกรกฎาคม เผชิญความพ่ายแพ้ในสภาครั้งแรกในการประชุมเมื่อวันอังคาร ภายหลัง ส.ส. 21 คนท้าทายหัวหน้าพรรคของตนด้วยการลงมติให้ฝ่ายค้าน ซึ่งทำให้รัฐบาลแพ้โหวตกฎหมายขัดขวางการถอนตัวจากสหภาพยุโรป (อียู) โดยไม่มีข้อตกลงเบร็กซิตรองรับ (ฮาร์ดเบร็กซิต) ด้วยคะแนน 301 ต่อ 328 คะแนน ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น พรรคไล่ ส.ส.ขบถทั้ง 21 คนพ้นพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ส.งูเห่าของพรรคคอนเซอร์เวทีฟที่โดนขับออกจากพรรค รวมถึงอดีตรัฐมนตรีคลัง 2 คน ได้แก่ ฟิลิป แฮมมอนด์ และเคนเนธ คลาร์ก นอกจากนี้ยังรวมถึงนิโคลัส โซเมส หลานชายของวินสตัน เชอร์ชิล นายกรัฐมนตรีอังกฤษสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันพุธ จอห์นสันยังต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายในสภาอีกครั้ง เมื่อ ส.ส.เตรียมลงมติร่างกฎหมายบังคับให้รัฐบาลไปเจรจาต่อรองกับผู้นำอียู 28 ประเทศ เพื่อขอเลื่อนการถอนตัวจากอียูพ้นจากเส้นตายวันที่ 31 ตุลาคม ซึ่งคาดกันว่าจะเลื่อนไปเป็นวันที่ 31 มกราคมปีหน้า หากที่ประชุมสุดยอดผู้นำอียู วันที่ 17-18 ตุลาคมนี้ ยังไม่มียอมรับเงื่อนไขใหม่ในข้อตกลงเบร็กซิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จอห์นสันกล่าวก่อนเข้าประชุมสภาในวันพุธว่า เขาจะยุบสภาแล้วจัดให้มีการเลือกตั้งก่อนกำหนดวันที่ 15 ตุลาคม ถ้า ส.ส.ลงมติท้าทายเขาอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำอังกฤษรายนี้เคยลั่นวาจาว่า เขาจะนำอังกฤษถอนตัวจากอียูตามกำหนด ไม่ว่าจะมีข้อตกลงเบร็กซิตหรือไม่ก็ตาม แต่ฝ่ายคัดค้านเตือนว่า ฮาร์ดเบร็กซิตจะก่อหายนะทางเศรษฐกิจและเป็นสิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามพระราชบัญญัติวาระดำรงตำแหน่งในรัฐสภานั้น การเลือกตั้งใหม่ต้องใช้มติ 2 ใน 3 ของสภาสามัญ ซึ่งหมายความว่าพรรคเลเบอร์ต้องเห็นชอบด้วย เจเรมี คอร์บิน หัวหน้าพรรคนี้กล่าวไว้เมื่อวันอังคารว่า เขาสนับสนุนการเลือกตั้งใหม่โดยมีข้อแม้ว่าสภาต้องผ่านกฎหมายที่ห้ามการเบร็กซิตแบบไร้ข้อตกลง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45029</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ อังกฤษ, บอริส จอห์นสัน, เบร็กซิต, เลือกตั้งใหม่, แพ้โหวตสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190904/image_big_5d6fce92c9eb6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44513</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2019 21:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2019 20:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หักดิบเบร็กซิต ส.ส.โวยลั่นนายกฯ อังกฤษเลื่อนเปิดสภา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นายกฯ บอริส จอห์นสัน ของอังกฤษเรียกเสียงวิจารณ์ขรม เมื่อประกาศขยายเวลาการพักการประชุมสภาออกไปถึงวันที่ 14 ตุลาคม ทำให้เหลือเวลาที่ ส.ส.จะหารือประเด็นเบร็กซิตแค่ 2 สัปดาห์เศษ ก่อนถึงเส้นตายถอนตัวจากสหภาพยุโรป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ บอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ หลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าวด้านนอกสำนักงานนายกรัฐมนตรี เลขที่ 10 บนถนนดาวนิง ในวันแรกที่เข้ารับตำแหน่ง เมื่อ 24 กรกฎาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตามข้อตกลงที่รัฐบาลอังกฤษทำไว้กับสหภาพยุโรป (อียู) อังกฤษจะพ้นสมาชิกภาพในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ หลังจากเลื่อนเส้นตายมาแล้ว 2 รอบ และนายกฯ บอริส จอห์นสัน ซึ่งเพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนกรกฎาคม ยืนกรานจะไม่ขยายเส้นตาย และพร้อมจะนำอังกฤษถอนตัวออกจากอียู ไม่ว่าสภาจะอนุมัติข้อตกลงเบร็กซิตหรือไม่ก็ตาม ข้อตกลงที่รัฐบาลของนายกฯ เทเรซา เมย์ ตกลงไว้กับผู้นำอียูนั้นโดนสภาปฏิเสธมาแล้ว 3 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์กล่าวว่า จอห์นสันเปิดเผยเมื่อวันพุธที่ 28 สิงหาคม ว่าเขาได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากสมเด็จพระราชินีนาถ เอลิซาเบธ ที่ 2 ให้เสด็จมาเปิดประชุมสภาในวันที่ 14 ตุลาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กำหนดวันดังกล่าวหมายความว่า สภาสามัญชน หรือสภาผู้แทนราษฎรของอังกฤษ ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงปิดสมัยประชุมฤดูร้อนจนถึงวันที่ 3 กันยายน และยังขยายเวลาปิดประชุมให้การประชุมประจำปีของพรรคการเมืองใหญ่ 3 พรรคไปจนถึงวันที่ 2 ตุลาคม ยังจะต้องเลื่อนเวลาเปิดประชุมออกไปอีก 12 วัน และทำให้ ส.ส.ฝ่ายหนุนอียูที่คัดค้านเบร็กซิต เหลือเวลาแค่ 2 สัปดาห์เศษเท่านั้น ในการพยายามขัดขวางการเบร็กซิตแบบไร้ข้อตกลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวนี้ทำให้อัตราแลกเปลี่ยนเงินปอนด์อังกฤษอ่อนค่าลงทันทีเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐและยูโร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จอห์นสันกล่าวตอบคำถามที่ว่า เขากำลังพยายามขัดขวางไม่ให้นักการเมืองฝ่ายต่อต้านเบร็กซิตถ่วงเวลาการถอนตัวจากอียูหรือไม่ ว่า &amp;quot;ไม่จริงโดยสิ้นเชิง&amp;quot; ทั้งสองฝ่ายมีเวลาเหลือเฟือจนถึงวันที่ 17 ตุลาคม ที่ผู้นำอียูจะประชุมกัน และ ส.ส.ก็มีเวลามากพอที่จะอภิปรายเรื่องเบร็กซิตและอียู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความวุ่นวายที่สร้างความแตกแยกในสภาและในสังคมอังกฤษครั้งนี้เป็นผลจากประชามติเมื่อปี 2559 ที่ชาวสหราชอาณาจักร 52% เห็นด้วยกับการถอนตัวจากอียู ที่อังกฤษเข้าเป็นสมาชิกมาตั้งแต่ปี 2516 จนถึงขณะนี้ผ่านมา 3 ปีกว่า สภาอังกฤษและอียูยังไม่มีความตกลงที่ชัดเจนรองรับการถอนตัว และ ส.ส.พยายามป้องกันไม่ให้จอห์นสันนำอังกฤษถอนตัวโดยไร้ข้อตกลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร แกนนำพรรคฝ่ายค้าน 6 พรรคผนึกกำลังหาทางเปลี่ยนแปลงระเบียบขั้นตอนทางนิติบัญญัติ เพื่อบังคับให้จอห์นสันเลื่อนเวลาการเบร็กซิตออกไปหลังวันที่ 31 ตุลาคม กระทั่งจอห์นสัน ซึ่งรัฐบาลพรรคอนุรักษนิยมของเขามีเสียงเกินครึ่งแค่ 1 เสียง ใช้วิธีหักดิบแบบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จอห์น เบอร์คาว ประธานสภาสามัญชน กล่าวว่า เขาไม่ได้รับแจ้งจากรัฐบาลเกี่ยวกับการตัดสินใจขยายเวลาปิดสมัยประชุมฤดูร้อนออกไปอีก การปิดสภาผู้แทนราษฎรถือเป็นการทำลายรัฐธรรมนูญ เห็นได้ชัดว่าวัตถุประสงค์ของการปิดสมัยประชุมคือเพื่อหยุดยั้งสภาไม่ให้ทำหน้าที่และอภิปรายเรื่องเบร็กซิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาชิกพรรคฝ่ายค้านพากันโกรธแค้นการตัดสินใจของจอห์นสันครั้งนี้ ทอม วัตสัน รองหัวหน้าพรรคแรงงาน กล่าวว่า เป็นการดูถูกประชาธิปไตยที่ยอมไม่ได้, จอห์น แม็กดอนเนล โฆษกพรรคกล่าวว่า เป็นการก่อรัฐประหาร ขณะที่มาร์กาเร็ต เบ็กเคตต์ บอกว่าจอห์นสันกำลังทำลายรัฐธรรมนูญ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44513</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยายเวลาปิดสมัยประชุม, นายกฯ อังกฤษ, บอริส จอห์นสัน, อังกฤษ, เบร็กซิต, เลื่อนเปิดสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190828/image_big_5d66803570017.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26859</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2019 20:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2019 20:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ  เมย์ รอดมติไม่ไว้วางใจหวุดหวิด เดินหน้าเจรจาพรรคฝ่ายค้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นายกฯ เทเรซา เมย์ ของอังกฤษ เอาตัวรอดจากการลงมติไม่ไว้วางใจได้อย่างหวุดหวิดเมื่อวันพุธ พร้อมประกาศเดินหน้าเจรจากับพรรคการเมืองอื่นๆ รวมถึงฝ่ายค้าน เพื่อจัดทำแผนเบร็กซิตฉบับใหม่เสนอต่อสภาในวันจันทร์ หลังจากฉบับแรกพ่ายโหวตอย่างยับเยิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ เทเรซา เมย์ แถลงต่อสื่อที่ด้านหน้าสำนักนายกฯ เลขที่ 10 ถนนดาวนิงในกรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2562 ภายหลังรอดมติไม่ไว้วางใจ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีหญิงของอังกฤษประสบกับความพ่ายแพ้ในการลงมติของสภาผู้แทนราษฎรอย่างยับเยินที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองสมัยใหม่ของอังกฤษ ด้วยคะแนนผลต่างถึง 230 เสียง โดยร่างกฎหมายข้อตกลงเบร็กซิตที่นางบรรลุความเห็นพ้องกับสหภาพยุโรป (อียู) เมื่อปลายปีที่แล้ว มี ส.ส.ลงคะแนนคัดค้านถึง 432 คน แต่เห็นชอบเพียง 202 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคแรงงานที่เป็นฝ่ายค้านได้ยื่นญัตติเปิดอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจเมย์ทันทีในวันพุธ โดยหวังจะให้มีการเลือกตั้งใหม่ แต่ผลการลงมติช่วงค่ำวันพุธที่ตรงกับเช้ามืดวันพฤหัสบดีของไทย เมย์รอดการลงมติไม่ไว้วางใจได้ด้วยคะแนน 325 ต่อ 306 คะแนน โดย ส.ส.ที่เคยลงมติคัดค้านเมื่อวันอังคารกลับมาลงคะแนนให้เมย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการลงมติข้อตกลงเบร็กซิตนั้น ส.ส.ในพรรคอนุรักษนิยมของเมย์มากกว่า 1 ใน 3 ลงมติคัดค้าน รวมถึง ส.ส.จากพรรคสหภาพประชาธิปไตย (ดียูพี) พันธมิตรจากไอร์แลนด์เหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่นานภายหลังชนะโหวตอย่างหวุดหวิด ผู้นำหญิงรายนี้ได้ติดต่อเจรจากับพรรคการเมืองคู่แข่งทันทีเมื่อคืนวันพุธ ด้วยความหวังว่าจะสามารถคลี่คลายความเห็นต่าง เพื่อจัดแผนเบร็กซิตฉบับใหม่ที่สามารถยื่นต่อสภาได้อีกครั้งในวันจันทร์ที่ 21 มกราคม ก่อนที่อังกฤษจะถอนตัวออกจากอียูตามกำหนดในเดือนมีนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ เมย์เรียกร้องพรรคแรงงานและพรรคพันธมิตรขนาดเล็กที่นิยมอียูให้วางผลประโยชน์ส่วนตัวไว้ก่อน และพยายามหาทางออกเพื่อยุติทางตันนี้ ทว่า ส.ส.ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยได้ประกาศข้อเรียกร้องและเงื่อนไขหลายข้อ ซึ่งขัดแย้งกับจุดยืนในขณะนี้ของรัฐบาลนาง ซึ่งรวมถึงการขอให้รัฐบาลอังกฤษปฏิเสธความเป็นไปได้ที่อังกฤษจะออกจากอียูโดยปราศจากข้อตกลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจเรมี คอร์บิน หัวหน้าพรรคแรงงาน กล่าวว่า เขาจะยอมเจรจากับเมย์ก็ต่อเมื่อเมย์ปฏิเสธความเป็นไปได้ของ &amp;quot;การเบร็กซิตแบบไร้ข้อตกลง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สภาพการณ์ที่ว่านั้นจะทำให้อังกฤษเผชิญอุปสรรคทางการค้าทันทีเพียงชั่วข้ามคืนหลังวันที่ 29 มีนาคม ที่ความตกลงต่างๆ ที่อังกฤษเคยทำไว้กับอียูนั้นหมดอายุลงเมื่ออังกฤษถอนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน ส.ส.พรรคเสรีประชาธิปไตย ซึ่งนิยมอียู และพรรคชาตินิยมสกอตและเวลส์ ต่างก็ยื่นข้อเรียกร้องใหม่กับเมย์ระหว่างการพบเจรจากันเมื่อวันพุธ โดยพรรคแห่งชาติสกอตแลนด์ (เอสเอ็นพี) ต้องการให้ตัดความเป็นไปได้ของ &amp;quot;การไร้ข้อตกลง&amp;quot; และขอให้จัดลงประชามติครั้งใหม่ ซึ่งจะทำให้ต้องเลื่อนการถอนตัวออกไปก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26859</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ อังกฤษ, มติไม่ไว้วางใจ, รัฐสภาอังกฤษ, อังกฤษ, เทเรซา เมย์, เบร็กซิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190117/image_big_5c4080e42e22d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24188</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/12/2018 21:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/12/2018 21:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เทเรซา เมย์&#039; รอดมติไม่ไว้วางใจ แต่ร่างเบร็กซิตยังต้องลุ้นเหนื่อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นายกฯ เทเรซา เมย์ ของอังกฤษ รอดพ้นการลงมติไม่ไว้วางใจภายในพรรคอนุรักษนิยมได้เมื่อวันพุธ แต่ยังมีลูกพรรคถึง 1 ใน 3 โหวตไม่เอาผู้นำหญิงคนนี้ ส่งสัญญาณว่าร่างข้อตกลงเบร็กซิตยังเจองานหิน หากต้องการผ่านมติของสภาล่างต้นเดือนมกราคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์อังกฤษรายงานผลการลงมติของพรรคอนุรักษนิยม เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคอนุรักษนิยมของเทเรซา เมย์ จัดการลงมติแบบลับตามการยื่นจดหมายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 48 คนของพรรค เมื่อคืนวันพุธที่ 12 ธันวาคม 2561 ซึ่งผลปรากฏว่า นายกฯ เมย์ได้รับเสียงสนับสนุนจาก ส.ส.ของพรรค 200 คน แต่ยังมีอีก 117 คนที่ลงมติไม่ไว้วางใจเธอในตำแหน่งผู้นำพรรค การรอดพ้นจากการถูกโค่นเก้าอี้ผู้นำในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเมย์ให้สัญญาว่าเธอจะลงจากตำแหน่งก่อนการเลือกตั้งปี 2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมย์กล่าวด้านนอกสำนักงานนายกรัฐมนตรีบนถนนดาวนิงภายหลังประกาศผลมติ แสดงความยินดีที่ได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนร่วมพรรค แต่ก็ยอมรับว่ามีสมาชิกพรรคจำนวนไม่น้อยที่ลงมติคัดค้าน ซึ่งเธอจะรับฟังเสียงของคนกลุ่มนี้ จากนี้เธออยากจะทำหน้าที่นำอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (อียู) ให้สำเร็จลุล่วง และอยากเห็นนักการเมืองทุกฝ่ายร่วมมือกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ เมย์ตัดสินใจเลื่อนการลงมติรับหรือไม่รับร่างข้อตกลงฉบับนี้ในสภาล่างออกไปเป็นภายในวันที่ 21 มกราคม 2562 อันเป็นชนวนให้เกิดการลงมติในพรรคเมื่อวันพุธ รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า การที่ลูกพรรค 117 คนคัดค้านเมย์ ทำให้การลงมติในสภายากขึ้นไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ส.หลายคนของพรรคอนุรักษนิยมและพรรคสหภาพประชาธิปไตย (ดียูพี) แห่งไอร์แลนด์เหนือที่ค้ำจุนรัฐบาลของเมย์ หวั่นเกรงกันว่า เนื้อหาในร่างข้อตกลงที่กล่าวถึง &amp;quot;แบ็กสต็อป&amp;quot; ซึ่งจะเปิดพรมแดนไอร์แลนด์ไว้ภายหลังอังกฤษถอนตัวจากอียู ในวันที่ 29 มีนาคม จะส่งผลให้อังกฤษตัดอียูไม่ขาดและต้องติดกับอยู่ในระบบภาษีศุลกากรของอียูต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ เทเรซา เมย์ เดินทางถึงกรุงบรัสเซลส์ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ก่อนเข้าร่วมการประชุมผู้นำสหภาพยุโรป เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมย์กล่าวไว้เมื่อวันพุธว่า เธอจะเรียกคำรับประกันทางการเมืองและกฎหมายจากผู้นำอียู เพื่อความชัดเจนว่ามาตรการ &amp;quot;แบ็กสต็อป&amp;quot; จะใช้แค่ชั่วคราว แต่ผู้นำอียูหลายคนยืนกรานไว้แล้วว่าจะไม่เจรจาต่อรองร่างข้อตกลงนี้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมย์ออกเดินทางไปเยือนกรุงบรัสเซลส์ทันทีในวันพฤหัสบดี เพื่อร่วมประชุมผู้นำอียูที่วางกำหนดการไว้ล่วงหน้า โดยผู้นำอังกฤษคาดหวังว่าจะกดดันให้ผู้นำชาติอื่นยอมรอมชอม เพื่อให้เธอสามารถเอาชนะใจ ส.ส.ที่ยังไม่รับร่างข้อตกลงเบร็กซิต ซึ่งผ่านความเห็นชอบของอียูเมื่อเดือนที่แล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24188</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ อังกฤษ, พรรคอนุรักษนิยม, มติไม่ไว้วางใจ, เทเรซา เมย์, เบร็กซิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181213/image_mid_5c127236819db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
