<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71589</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2020 08:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2020 08:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิชัย&#039; ชี้ความจริง 9 ข้อ &#039;บิ๊กตู่&#039; เสื่อมหนักจนต้องเดินสายพบสื่อให้เขียนเชียร์ตัวเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค.63 - นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรมว.พลังงาน กล่าวว่า ตามที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และ 4 กุมาร คือ นาย อุตตม สาวนายน นาย สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ นายสุวิทย์ เมฆินทรีย์ ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง ตามกระแสกดดันจากพรรคพลังประชารัฐ จึงเปิดโอกาสให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รมว.กลาโหม และ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ได้ปรับคณะรัฐมนตรี ดังนั้นจึงอยากเรียกร้องให้พลเอกประยุทธ์ได้เร่งปรับ ครม.โดยเร็ว ต้องหาบุคคลที่มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง และ เป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ อีกทั้งมีความเข้าใจระบบการเมืองไทยเข้ามารับตำแหน่งโดยเร็ว เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจที่ย่ำแย่อยู่แล้ว ต้องย่ำแย่ลงไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัย กล่าวว่าถึงกระนั้นก็ยังมีโอกาสที่จะล้มเหลวสูงและอาจเสียคนได้ เหมือนที่นายสมคิดเสียคน จากปัญหาเศรษฐกิจที่สะสมมาตลอด 6 ปี แล้วยังมาเจอปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดซ้ำเติมให้หนักขึ้น อย่างไรก็ตาม การปรับ ครม.เศรษฐกิจครั้งนี้ ยังเท่ากับพลเอกประยุทธ์ยอมรับความล้มเหลวในการบริหารประเทศทางด้านเศรษฐกิจมาตลอด 6 ปี อีกทั้งการปรับ ครม. ครั้งนี้ น่าจะสร้างความขัดแย้งกันอย่างหนักในพรรคพลังประชารัฐ จากแกนนำที่ผิดหวังจากตำแหน่งที่คาดหมาย และอาจนำไปสู่ปัญหาเสถียรภาพของรัฐบาลได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การที่พลเอกประยุทธ์ได้เดินทางเข้าพบสื่อสำนักต่างๆ ทั้งที่ตลอด 6 ปีไม่เคยทำมาก่อน น่าจะเป็นเพราะทราบดีว่าความนิยมของตัวพลเอกประยุทธ์เองมีความเสื่อมถอยลงอย่างมาก ดังนั้นการเข้าพบสื่อสำนักต่างๆนี้ พลเอกประยุทธ์น่าจะได้รับข้อมูลจริงที่สำคัญ 9 ข้อดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ความนิยมในตัวพลเอกประยุทธ์เสื่อมถอยลงจริง และ เสื่อมถอยหนักมาก เพราะตลอด 6 ปีที่ผ่านมารัฐบาลไม่มีผลงานให้ประชาชนจับต้องได้ เศรษฐกิจฝืดเคืองอย่างมาก ประกอบกับการที่รัฐบาลอยู่มานานเป็นปกติที่ประชาชนจะเบื่อหน่ายอยู่แล้ว หากจำกันได้ในสมัยพลเอกเปรมก็มีลักษณะคล้ายกัน ทั้งที่ในสมัยรัฐบาลพลเอกเปรม มีผลงานมากกว่ารัฐบาลพลเอกประยุทธ์อย่างมาก แต่คนก็ยังเบื่อ ดังนั้น คนจะเบื่อพลเอกประยุทธ์มากกว่าหลายเท่า ขนาดพลเอกประยุทธ์ลงพื้นที่จังหวัดระยองคนยังไม่พอใจกันอย่างมาก รูปชายหนุ่ม 2 คนชูป้ายต่อว่า มีการกระจายกันในโซเชียลเป็นจำนวนมาก และเมื่อตำรวจไปจับก็ยิ่งเป็นประเด็นใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.เศรษฐกิจไทยย่ำแย่อย่างมาก ประชาชนเดือดร้อนทางเศรษฐกิจเลือดตาแทบกระเด็น ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารเศรษฐกิจที่ผิดพลาดตั้งแต่ก่อนมีการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส ทั้งนี้เพราะพลเอกประยุทธ์ไม่มีความรู้ความเข้าใจทางเศรษฐกิจเลย ขนาดนายสมคิดยังยอมรับเองว่าถอดใจมาหลายปีแล้ว น่าจะแสดงว่ารู้ตัวแล้วว่าบริหารเศรษฐกิจล้มเหลวมาตลอดแต่แก้ตัวแบบมั่วๆเพื่อเอาตัวรอดไปในแต่ละปี พอมาเจอวิกฤตการณ์โควิด สถานการณ์เลยยิ่งทรุดหนักจนเดือดร้อนกันไปทั่ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.การปรับ ครม. ที่จะเกิดขึ้น จะเป็นโอกาสสุดท้ายแล้วที่พลเอกประยุทธ์จะพิสูจน์ว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาประเทศได้หรือไม่ ถ้าหากประสบความล้มเหลวอีก ประชาชนคงไม่ให้โอกาสพลเอกประยุทธ์ในการบริหารประเทศอีกต่อไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ความผิดซ้ำซ้อน ตั้งแต่ครั้งแรกที่ปล่อยให้มีการแพร่ไวรัสที่สนามมวยที่เป็นต้นเหตุของการแพร่กระจายครั้งแรก ต้องล็อกดาวน์กัน ทำความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล และต่อมาก็ยังปล่อยให้มีการแพร่กระจายจากทหารอียิปต์ที่ใช้สิทธิพิเศษไม่ต้องกักตัว ซึ่งอาจจะเกิดการลุกลามของการแพร่กระจายไวรัสได้ สิทธิพิเศษต้องหมดไปและ ต้องไม่มีการยกเว้น เพราะไวรัสไม่ยกเว้นใคร ทุกคนมีโอกาสติดกันได้หมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.การข่มขู่ว่าจะล็อกดาวน์ ปิดเมือง ทั้งที่เป็นความผิดพลาดของภาครัฐในการปล่อยให้เกิดการกระจายไวรัสของอภิสิทธิ์ชน จะยิ่งสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชน และจะทำลายเศรษฐกิจให้ยิ่งย่อยยับได้ หลายคนถึงกับบอกว่าถ้าล็อกดาวน์อีกคงไม่มีการทำงานจากบ้าน (Work from Home) แล้ว เพราะคงไม่มีบ้านเหลือแล้ว ถ้าไม่ต้องขายบ้านก็คงถูกยึดบ้านแน่ เพราะคงไม่มีเงินจ่ายค่าบ้านแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.เศรษฐกิจไทยจะฟื้นได้ยากมาก เพราะไทยขาดการลงทุนภาคเอกชนมาตลอด 6 ปี เพราะรัฐบาลจากระบอบเผด็จการไม่สามารถสร้างความมั่นใจได้ ดังนั้นรัฐบาลจะพึ่งเครื่องจักรเศรษฐกิจใดที่จะฟื้นเศรษฐกิจ ในเมื่อการท่องเที่ยวปีหน้าก็คงยังไม่ฟื้นถึงครึ่งหนึ่งของก่อนมีการแพร่ระบาดของไวรัส การส่งออกก็ลดลงมาจากการลงทุนที่ลดลง อุตสาหกรรมที่ล้าสมัย และเศรษฐกิจโลกที่ย่ำแย่ &amp;nbsp; การบริโภคของประชาชนก็ลดลงตามรายได้ที่ลดลง แถมการใช้จ่ายภาครัฐยังสะเปะสะปะเหมือนการจัดงบประมาณปี 64 และ การใช้เงิน 4 แสนล้าน ที่ไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจจริง อีกทั้งการจะใช้เวลา 2-3 ปีถึงจะกลับมาสู่ที่เก่าได้ ทั้งๆที่ที่เก่าก็เป็นเศรษฐกิจที่ย่ำแย่อยู่แล้ว ประเทศไทยจะเดินหน้าต่อไปได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.ความไม่พอใจของนักศึกษาและคนรุ่นใหม่ที่มีต่อรัฐบาลจะทวีความรุนแรงมากขึ้น หลังจากแฟลชม็อบต้องเว้นไปหลังเกิดโควิด ซึ่งอาจจะนำมาสู่การแสดงออกถึงความไม่พอใจครั้งใหญ่ในไม่ช้า และจะมีแนวร่วมจากประชาชนที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจและคนตกงาน 8-10 ล้านคน ซึ่งรัฐบาลจะต้องหาทางแก้ไข และป้องกัน การคง พรก. ฉุกเฉิน ไม่ได้แก้ปัญหาแต่กลับจะยิ่งทำให้ปัญหาเพิ่มขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะปัญหาทางเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8.การหาจุดสมดุลระหว่างการป้องกันการระบาดไวรัสและการดำเนินการทางเศรษฐกิจ ในระยะแรกที่เรายังไม่รู้ลักษณะของไวรัสและการระบาด อาจจะมีความจำเป็นต้องล็อกดาวน์ แต่ในตอนนี้ที่มีข้อมูลของไวรัสและการระบาดค่อนข้างละเอียดแล้ว การต้องส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้เกิดขึ้นมากที่สุดเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนภายใต้ข้อจำกัดที่ต้องควบคุมการระบาดด้วย ทั้งนี้เพราะปัญหาเศรษฐกิจจะเป็นเรื่องใหญ่ และอาจจะฆ่าประชาชนในจำนวนที่มากกว่าไวรัสมาก หากรัฐบาลไม่สามารถฟื้นเศรษฐกิจได้ และจะมีคนตกงานกันหลายล้านคนตามที่คาดกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9.อย่าหลงเชื่อ คนเอาใจ สื่อเอียงข้าง หรือโพลที่ออกมาอวย โดยไม่ได้ดูความเป็นจริงว่าสถานการณ์เศรษฐกิจ การเมือง และ สังคม ของประเทศได้ทรุดโทรม เสื่อมถอยลงมากขนาดไหน ถ้ายังจะเข้าข้างตัวเองโดยไม่ลืมหูลืมตา สถานการณ์จะยิ่งแย่ลงไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความจริงทั้ง 9 ข้อนี้น่าจะเป็นข้อมูลที่ถูกต้องที่พลเอกประยุทธ์ควรจะต้องได้รับจากการพบสื่อมวลชน หากพลเอกประยุทธ์ไม่เลือกจะรับฟังเฉพาะเรื่องที่ตัวเองอยากฟังเท่านั้น หรือ ไปเพื่อจะขอให้สื่อช่วยเชียร์ตัวเองเท่านั้น ซึ่งสื่อเองคงไม่สามารถเชียร์สวนกับความเป็นจริงและสวนความรู้สึกของประชาชนที่มีต่อสภาวะการณ์ที่ย่ำแย่อย่างหนักที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้ โดยพลเอกประยุทธ์ควรนำไปพิจารณาปรับปรุงแก้ไข พร้อมไปกับการปรับ ครม. ครั้งนี้ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะสายเกินไปแล้วหรือไม่ เพราะความล้มเหลวอาจจะเกินเยียวยาแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71589</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯพบสื่อ, พิชัย นริพทะพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191231/image_big_5e0b57c82f475.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71426</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2020 16:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2020 15:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ ขอบคุณสื่อทุกสำนักพิมพ์หลังเดินสายรับฟังข้อเสนอขับเคลื่อนประเทศ พร้อมรีบทำให้ตรงความต้องการปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ค.63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ครม.ว่า ได้เดินทางและพบปะกับสื่อทุกสำนักพิมพ์มาแล้วได้รับฟังข้อเสนอแนะอันเป็นประโยชน์มากมายหลายประการสิ่งใดที่เราสามารถดำเนินการได้ก็จะรีบดำเนินการให้เกิดผลสัมฤทธิ์ให้ตรงกับความต้องการของประชาชน สื่อก็เป็นตัวกลางในการสร้างความเข้าใจอันดีและถูกต้องให้กับประชาชนให้ได้รับทราบว่ารัฐบาลกำลังทำอะไรอยู่ หลายเรื่องมีความก้าวหน้าไม่ใช่ว่าไม่มีอะไรเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอขอบคุณบรรดาสื่อ เจ้าของสื่อและสำนักพิมพ์ทุกคน ทั้งในส่วนของคอลัมน์นิสต์ต่างๆผมได้มีโอกาสพบกับพวกท่านหลายคนจากทุกๆสำนักพิมพ์ ยืนยันว่านายกฯไม่เคยหยุดนิ่ง ทั้งคิดทั้งเขียนต่างๆมาโดยตลอด ติดตามประเมินผล &amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้ได้สั่งการให้มีการประเมินผลข้าราชการให้ดีด้วย ทุกคนจะต้องทำงานให้เต็มที่ในขณะที่ประชาชนกำลังเดือดร้อนให้สมกับคำว่าเป็นข้าราชการของประชาชนเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต้องทำทุกอย่างไปสู่การปฏิบัติ วันนี้ก็เดินเรื่องแผนการจ้างงาน ทั้งนิสิต นักศึกษา ที่จะต้องมีการอบรมก่อนที่จะลงไปในพื้นที่เพื่อดูแลช่วยเหลือประชาชนและให้คำแนะนำต่างๆจำเป็นจะต้องรู้ข้อมูลในพื้นที่ไปด้วยไม่เช่นนั้นก็จะไม่มีข้อมูลที่จะลงไปช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมเห็นความสำคัญของคนรุ่นใหม่ นิสิตนักศึกษาที่จบใหม่ ผู้ที่ตกงาน ว่างงานกลุ่มคนเหล่านี้มีแรงขับเคลื่อนสูงทำอย่างไรจะให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดดังนั้นการใช้จ่ายงบประมาณในการจ้างงานจำเป็นต้องใช้จำนวนมากพอสมควรในส่วนของกระทรวงแรงงานก็ได้มีการเตรียมการไว้แล้ว และแต่ละกระทรวงก็มีเม็ดเงินที่จะจ้างงานส่วนของตัวเองสิ่งสำคัญที่สุดอยากให้มีการใช้งบประมาณไปใจงานให้เกิดประโยชน์กับพื้นที่ของตัวเองไม่ว่าจะเป็นการขุดลอกบ่อน้ำหรือการดูแลบ้าน วัด โรงเรียน ชุมชน ในท้องถิ่นและต่อไปจะมีการพิจารณาในเรื่องของกองทุนหมู่บ้านเป็นระยะๆ ซึ่งจะต้องมีเงินลงไป ซึ่งก็ต้องเตรียมโครงการที่เกิดประโยชน์ไม่ใช่โครงการที่ลงไปแล้วไม่เกิดประโยชน์อะไรดังนั้นถ้าทุกคนร่วมมือกันจากข้างบนถึงข้างล่างก็จะเกิด ผลเป็นรูปธรรม ถือเป็นการทำงานแบบใหม่ของรัฐบาลคือรวมไทยสร้างชาติ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงท้ายพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวกับสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลอย่างอารมณ์ดี ว่า &amp;ldquo;ช่วงนี้ขอให้ทุกคนระวังการไม่สบายเนื่องจากมีฝนตกมาเป็นระยะ พร้อมปรารภว่าทำไมผู้สื่อข่าวจึงมีผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย หรือเป็นเพราะให้ผู้ชายไปทำหน้าที่เป็นช่างภาพ ให้ผู้หญิงทำหน้าที่จดข่าว แต่ไม่ว่าจะถ่ายภาพหรือจดข่าว ก็ขอให้ตรงกันด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71426</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯพบสื่อ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200714/image_big_5f0d6fdd06fd6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71102</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2020 08:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2020 08:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เอี่ยม&#039; สลบเหมือด! &#039;แรมโบ้&#039; ศอกกลับตอแย &#039;นายกฯบิ๊กตู่&#039; ดีนัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ค.63 - นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมาระบุถึงการเดินทางไปพบสื่อของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นการกลบปัญหาจากการบริหารราชการที่ผิดพลาด ยื้อการสืบทอดอำนาจอีกรูปแบบหนึ่งหรือไม่ ว่า ในสถานการณ์วิกฤติของประเทศเช่นนี้ มั่นใจว่านายกฯไม่ได้คิดถึงเรื่องการเมืองหรือเรื่องที่ไร้สาระแบบฝ่ายค้าน แต่นายกฯมุ่งที่จะรับฟังปัญหาและสอบถามถึงความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อให้รัฐบาลขับเคลื่อนประเทศเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เฉกเช่นเดียวกัน กับที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็เคยเดินสายพบสื่อมวลชนเพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการตั้งสภาปฏิรูปประเทศ เมื่อปี 2557 และก็มีผู้นำรัฐบาลหลายๆคนก็เดินสายพบสื่อทุกรัฐบาลไม่เห็นมีปัญหาอะไร กับเป็นสิ่งที่ดีงามจะได้สื่อสารและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้นำที่มีความตั้งใจและความจริงใจมุ่งมั่น ยิ่งในยามที่ทั่วโลกเจอภาวะวิกฤตเศรษฐกิจจากภัยร้ายไวรัสเช่นนี้ ยิ่งจำเป็นต้องขอระดมความคิดและความร่วมมือจากทุกฝ่ายเป็นสิ่งที่ดีมิใช่หรือ ทำไมสติปัญญาของนายอนุสรณ์จึงคิดได้แค่นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุภรณ์ กล่าวว่า และการที่นายอนุสรณ์ระบุว่า การลาออกของ 4 กุมาร นายกฯไม่รู้ตัวมาก่อน และยังไม่ลา แต่กลับไปขออนุญาตนายสมคิดแทน สภาพพล.อ.ประยุทธ์ในขณะนี้กำลังเป็นศูนย์กลางพื้นที่รับปัญหานั้น ตนขอชี้แจงว่าการที่กลุ่ม 4 คนลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เป็นเรื่องภายในพรรคฯซึ่งนายกฯไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรค และทั้งนี้ทั้ง 4 คนยังทำงานในรัฐบาลปกติและยังเป็นรัฐมนตรีที่มีภารกิจที่จะต้องทำงานอยู่ ซึ่งไม่ได้ส่งผลอะไรกับการลาออกจากสมาชิกพรรคฯเพราะเป็นเรื่องภายในพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุภรณ์ กล่าวว่า ทั้งนี้แม้นายกฯจะไม่ได้ประชุม ครม.เศรษฐกิจ แต่ได้ประชุมร่วมกับคณะกรรมการ ที่ปรึกษาด้านแนวทางการช่วยเหลือและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดโควิด 19 โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคส่วนต่างๆมาหารือเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้ประเทศ และในที่ประชุมนั้นยังมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล เป็นการประชุมเตรียมข้อมูลกับคณะที่ปรึกษาฯเพื่อจะได้สรุปข้อมูลต่างๆเพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาในครม.เศรษฐกิจต่อไป ดังนั้นทั้ง4 คนยังตั้งใจทำงานอย่างปกติไม่ได้มีปัญหาตามที่นายอนุสรณ์กล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุภรณ์ระบุอีกว่า ที่บอกว่านายกฯเป็นศูนย์กลางพื้นที่รับปัญหา แต่เป็นปัญหาของประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ที่นายกฯและรัฐบาลจะต้องให้ความช่วยเหลือ เช่นเดียวกันกับ ส.ส.ฝ่ายค้านที่ถือเป็นผู้แทนของประชาชนก็ต้องให้ความช่วยเหลือประชาชนเช่นเดียวกัน อย่ามัวแต่ทะเลาะกันภายในพรรคเพื่อไทยจนลืมแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน พรรคเพื่อไทยยังแก้ปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคไม่ได้เลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายอนุสรณ์ชอบทำตัวเป็นโทรโข่งจ้อรายวันไม่เคยเปลี่ยนพฤติกรรม ชอบใช้วาทกรรมวิพากษ์วิจารณ์นายกฯและรัฐบาล แทนที่จะให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองร่วมกัน ผมอยากฝากเรียนถึงหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยว่า โฆษกพรรคที่ชอบจ้อรายวันเช่นนี้ ทำให้ภาพพจน์พรรคเพื่อไทยในสายตาประชาชนดีขึ้นหรือตกต่ำลง ฝากพิจารณาด้วยครับ&amp;quot;นายสุภรณ์ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71102</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, นายกฯพบสื่อ, สุภรณ์, อนุสรณ์ เอี่ยม, เพื่อไทน, แรมโบ้อีสาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200711/image_big_5f0912c78b6f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70851</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2020 18:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2020 15:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; ร่อนจดหมายถึง บก.นสพ. เดินสายพบสื่อรับฟังมุมมองขับเคลื่อนประเทศสู่ความสำเร็จ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ค.63 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่าหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี​ (ครม.) ในช่วงบ่ายวันนี้ (8 ก.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีกำหนดนัดพบบรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์ เพื่อรับฟังมุมมองในการขับเคลื่อนประเทศ 2 ประเด็น คือ ประเด็นที่คนไทยและประเทศไทยของเราควรให้ความสำคัญในสถานการณ์ปัจจุบัน และ ปัจจัยที่จะช่วยผลักดันและขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ความสำเร็จ ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้ให้ทีมงานทำจดหมายประสานไปยังถึงกองบรรณาธิการสื่อสิ่งพิมพ์ 10 ฉบับ เพื่อประสานเข้าพบ โดยประเดิมเริ่มต้นเดินสายพบกับบรรณาธิการสื่อในเครือโพสต์พับลิชชิ่งเป็นสื่อแรกในช่วงบ่ายวันนี้&amp;nbsp;ก่อนมีคิวพบกับ เดลินิวส์ ไทยรัฐ และ เนชั่นในวันที่​ 9​ ก.ค. ส่วนในวันศุกร์ จะเป็นคิวของสื่อในเครือมติชนกรุ๊ป ต่อเนื่องไปถึงสัปดาห์หน้า เปิดวันจันทร์มีคิวพบกับสื่อในเครือผู้จัดการตามลำดับ แต่ยังไม่มีกำหนดนัดพบสื่อมวลชนประเภทอื่น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70851</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯพบสื่อ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200212/image_big_5e43501a85af2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
