<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111814</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2021 12:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2021 12:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MEA ครบรอบ 63 ปี Stay Strong เข้มแข็ง แล้วไปต่อด้วยกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA เปิดเผยว่า ในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาการไฟฟ้านครหลวง ครบ 63 ปี วันที่ 1 สิงหาคม 2564 นี้ MEA มีภารกิจที่สำคัญในการขับเคลื่อนพลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร พร้อมสนับสนุนทุกภาคส่วนรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ในทุกมิติ ภายใต้แนวทาง &amp;ldquo;63 Year MEA Stay Strong เข้มแข็ง&amp;hellip;แล้วไปต่อด้วยกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง กล่าวต่อไปว่า MEA เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจประเภทสาธารณูปโภคสังกัดกระทรวงมหาดไทย ที่ได้รับการสถาปนาขึ้นในวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2501 ถือเป็นการไฟฟ้าแห่งแรกในประเทศไทย ดูแลรับผิดชอบในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ โดยในปีที่ 63 นี้ MEA พร้อมเดินหน้าพัฒนาระบบไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องให้มีความเพียงพอ มั่นคงปลอดภัย สอดรับกับความต้องการใช้ไฟฟ้าของเมืองมหานคร ทั้งภารกิจการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดิน พัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Metro Grid) ขับเคลื่อนการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ส่งเสริมโครงการ Solar Rooftop รวมถึงพัฒนาต่อยอดนวัตกรรมที่ทันสมัยในอนาคตรองรับการเป็นมหานครอัจฉริยะ &amp;quot;Smart Metro&amp;quot; สู่การเป็น Smart City ตามนโยบายรัฐบาล อีกทั้ง ยังให้ความสำคัญกับวิกฤตการณ์ COVID-19 โดยมีภารกิจเร่งด่วนออกแบบติดตั้งจัดการระบบไฟฟ้าให้เพียงพอต่อการใช้ไฟฟ้าของอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในโรงพยาบาลสนาม ทั้งในด้านระบบแสงสว่าง ระบบปรับอากาศ ระบบปั๊มน้ำและอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่าง ๆ และแผนรองรับการจ่ายไฟฟ้าในอนาคตอีกด้วย ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการให้กับโรงพยาบาลสนามต่าง ๆ เช่น รพ.สนามศูนย์กีฬาบางกอกอารีนา (เอราวัณ 2) รพ.สนามพลังแผ่นดิน รพ.สนามสมุทรปราการรวมใจ 5 (WHA) รพ.สนามราชพิพัฒน์ ศูนย์พักคอยตันปัน เป็นต้น นอกจากนี้ MEA ได้ให้ความช่วยเหลือแก่ทุกภาคส่วนโดยสนับสนุนงบประมาณการบริหารจัดการพลังไฟฟ้าให้กับ รพ.บุษราคัม ส่งมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์และสิ่งของจำเป็นให้กับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสนามในพื้นที่ต่าง ๆ ส่งมอบอาหารกล่องจำนวน 100,000 กล่อง ในโครงการ Food For Fighters รวมถึงการเร่งลงพื้นที่ส่งมอบถุงยังชีพและหน้ากากอนามัยจำนวนกว่า 300,000 ชิ้น ให้แก่ชุมชนในพื้นที่บริการ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ขณะเดียวกัน MEA ยังพร้อมสนับสนุนหน่วยงานฯ โรงพยาบาลสนามทุกแห่ง โดยเฉพาะในด้านระบบไฟฟ้า พร้อมจัดให้มีเจ้าหน้าที่ดูแลความมั่นคงของระบบไฟฟ้าและให้บริการแก้ไขไฟฟ้าขัดข้องตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าจากผลกระทบ COVID-19 นั้น ล่าสุด MEA ได้ดำเนินการตามมาตรการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานสำหรับประชาชน ตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 13 กรกฎาคม 2564 โดยให้ส่วนลดค่าไฟฟ้าประจำเดือนกรกฎาคม และสิงหาคม 2564 สำหรับบ้านอยู่อาศัยและกิจการขนาดเล็ก (ไม่รวมส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ) ซึ่งผู้ใช้ไฟฟ้าจะได้รับส่วนลดโดยอัตโนมัติ โดยสามารถตรวจสอบค่าไฟฟ้าและสิทธิ์ส่วนลดในแต่ละรอบเดือนได้ในใบแจ้งค่าไฟฟ้า MEA Smart Life Application หรือผ่าน Line : MEA Connect อีกทั้ง ยังมีมาตรการขยายระยะเวลายกเว้นการเรียกเก็บอัตราค่าไฟฟ้าต่ำสุด (Minimum Charge) สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 3 -7 ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ถึงเดือนธันวาคม 2564 อีกด้วย นอกจากนี้ MEA มีมาตรการผัดชำระค่าไฟฟ้าโดยขอให้ผู้ใช้ไฟฟ้าติดต่อเพื่อแจ้งความประสงค์ อีกทั้ง อำนวยความสะดวกให้ชำระค่าไฟฟ้าบางบิลผ่านระบบออนไลน์ผ่านช่องทาง MEA Smart Life Application หรือช่องทาง MEA e-Service เว็บไซต์ https://eservice.mea.or.th โดยนำรหัส QR Code/Barcode ไปชำระผ่านระบบ Internet Banking (ไม่จำกัดวงเงิน) หรือ ชำระได้ที่เคาน์เตอร์เซอร์วิส ในร้าน 7-Eleven (จำกัดวงเงินไม่เกิน 30,000 บาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในด้านงานบริการ MEA มุ่งมั่นพัฒนานำเทคโนโลยี มาปรับใช้ในการทำงานทั้งภายใน และให้บริการภายนอกแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่องด้วย MEA Smart Service โดยพัฒนาเว็บไซต์ www.mea.or.th รวมถึงแอปพลิเคชันต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน ไม่ว่าจะเป็น MEA Smart Life Application หรือ Line MEA Connect ที่สามารถตรวจสอบและชำระค่าไฟ แจ้งไฟฟ้าขัดข้อง อีกทั้งยังมีบริการด้านไฟฟ้าออนไลน์ ตอบโจทย์ทุกความต้องการด้วยระบบ MEASY รวมทุกบริการทั้งขอติดตั้งไฟฟ้าใหม่ ขอติดตั้งไฟฟ้าเพิ่มชั่วคราว ขอเพิ่ม-ลดขนาดเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า ตลอดจนการของดการใช้ไฟฟ้าชั่วคราวก็สามารถรับบริการได้ง่ายยิ่งขึ้น ที่สำคัญได้พัฒนาระบบให้เป็นช่องทางในการขอคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้าที่สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัยในช่วงสถานการณ์ COVID-19 อีกด้วย นอกจากนี้ MEA ยังได้ปรับเปลี่ยนงานบริการต่าง ๆ เพื่อให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงในเชิงเศรษฐกิจ และสังคมในรูปแบบ New Normal ทั้งในด้านการยกระดับคุณภาพงานบริการต่าง ๆ ในรูปแบบออนไลน์ เพื่อลดความเสี่ยงในการสัมผัสกระดาษ โดยเฉพาะบริการ MEA e-Bill ให้ผู้ใช้ไฟฟ้ารับเอกสารในรูปแบบออนไลน์ ผ่านทาง SMS หรือ Email เพื่อลดการใช้กระดาษ พร้อมช่องทางการติดต่อ ผ่านโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ได้แก่ Facebook : การไฟฟ้านครหลวง MEA, Line : MEA Connect, Twitter : @mea_news, Instagram : meafanclub และศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้าการไฟฟ้านครหลวง MEA Call Center 1130 ตลอด 24 ชั่วโมง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้ใช้ไฟฟ้ายุคใหม่อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในด้านความมั่นคงระบบไฟฟ้า MEA มีหน่วยพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าสะสม ปี 2564 เท่ากับ 50,558.43 ล้านหน่วย (คาดการณ์ ณ เดือน ก.ค. 2564) โดย MEA ได้ดำเนินการตามแผนปรับปรุงและขยายระบบจำหน่ายพลังไฟฟ้าให้เหมาะสมกับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น สามารถให้บริการครอบคลุมพื้นที่ร้อยละ 100 มีสถิติความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุด (Maximum Demand) ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2562 จำนวน 9,525.93&amp;nbsp;เมกะวัตต์ และได้พัฒนาระบบจำหน่ายพลังไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อเสริมความมั่นคงและความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้า ส่งผลให้มีจำนวนครั้งที่ไฟฟ้าขัดข้องเฉลี่ย (SAIFI) เท่ากับ 0.414 ครั้ง/ผู้ใช้ไฟฟ้า 1 ราย/6 เดือน และระยะเวลาที่ไฟฟ้าขัดข้องเฉลี่ย (SAIDI) เท่ากับ 13.349 นาที/ผู้ใช้ไฟฟ้า 1 ราย/6 เดือน (ข้อมูลสะสมถึงเดือน มิถุนายน 2564) นอกจากนี้ MEA ยังคงเดินหน้าโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินในพื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจตามแผนงาน โดยมีโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ รวมทั้งสิ้น 29 โครงการ ระยะทางรวม 187.5 กิโลเมตร ตัวอย่างเช่น โครงการตามแนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน-เหลือง-ส้ม-เขียว-ชมพู-ม่วง ถนนพระรามที่ 3 ถนนรัชดาภิเษก ถนนวิทยุ ถนนพหลโยธิน ถนนลาดพร้าว ถนนรามคำแหง ถนนสุขุมวิท ถนนเพชรบุรี ถนนอรุณอมรินทร์ ถนนพรานนก ถนนบรมราชนนี ถนนวงศ์สว่าง และถนนนครอินทร์ เป็นต้น เพื่อเพิ่มความมั่นคงของระบบไฟฟ้า รองรับความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในอนาคต เพิ่มความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอันเนื่องมาจากรถชน/เกี่ยวเสาไฟฟ้าล้ม หรือจากภัยธรรมชาติ พร้อมทั้งปรับปรุงทัศนียภาพให้เกิดความเป็นระเบียบ เรียบร้อยและสวยงาม อีกทั้ง ล่าสุด MEA ได้เปิดใช้งานสถานีต้นทางบางซื่อ พร้อมส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้ารองรับสถานีกลางบางซื่อและโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) รวมถึงรองรับการใช้ไฟฟ้าพื้นที่เมืองมหานครในอนาคต เพื่อร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รับเทรนด์การเดินทางด้วยยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อลดปัญหาการปล่อยมลพิษทางอากาศ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนการพัฒนาระบบไฟฟ้าไปสู่การเป็นมหานครอัจฉริยะนั้น MEA ได้ดำเนินโครงการ Smart Metro Grid ระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะสำหรับเมืองมหานคร ซึ่งเป็นโครงข่ายสำหรับการส่งข้อมูลการใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะแบบดิจิทัลครบวงจร โดยใช้เทคโนโลยีสมาร์ทมิเตอร์วัดพารามิเตอร์ด้านไฟฟ้าที่จ่ายให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าและหม้อแปลงจำหน่าย ร่วมกับระบบบริหารจัดการที่มีการรับส่งข้อมูลได้แบบสองทาง (Two-way Communication) มีคุณสมบัติในการ Monitor และแสดงผลได้ทันที (Real-time) ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ใช้ไฟฟ้าในภาวะวิกฤตด้านพลังงาน และเป็นเครื่องมือสนับสนุนการวิเคราะห์บริเวณที่เกิดเหตุไฟฟ้าขัดข้องเพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าแก้ไขได้อย่างตรงจุดและรวดเร็วมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนการขับเคลื่อนการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าให้เกิดขึ้นในประเทศ รวมถึงการสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด นั้น ล่าสุด MEA ได้ดำเนินการส่งมอบเครื่องอัดประจุไฟฟ้า MEA EV Chargerในโครงการศึกษาวิจัย MEA EV Smart Charging System จำนวน 50 เครื่อง โดยไม่มีค่าใช้จ่ายให้กับผู้ผ่านการคัดเลือกในเขตพื้นที่ให้บริการ โดยปัจจุบันได้ดำเนินการติดตั้งพร้อมใช้งานให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, MBK CENTER, CP Tower และ Riverine Place Condominium เป็นต้น รวมถึงมีความร่วมมือกับภาคเอกชน เช่น บริษัท พลังงานมหานคร จำกัด หรือ EA ในการพัฒนาระบบการให้บริการและขยายแผนการติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV Charging Station) ในพื้นที่ของ บริษัท บิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งสามารถชาร์จผ่าน QR Code ที่สถานีฯ หรือผ่าน MEA EV Application ได้ทันที นอกจากนี้ ยังร่วมมือกับ วิจิตรา ดิเวลลอปเม้นท์ ให้บริการออกแบบติดตั้งระบบไฟฟ้าใต้ดินโครงการ เธอ ลาดพร้าว 93 เป็นการให้บริการในรูปแบบเบ็ดเสร็จในจุดเดียว (One-Stop Service) รวมถึงติดตั้ง EV Charging Station ในโครงการฯ เพื่อยกระดับความมั่นคง ปลอดภัย ระบบไฟฟ้าหมู่บ้านจัดสรรแบบครบวงจร ซึ่งผู้ประกอบการหมู่บ้านจัดสรรที่สนใจ สามารถสอบถามข้อมูลและรับบริการในรูปแบบดังกล่าวได้&amp;nbsp; สำหรับด้านพลังงานสะอาด MEA พร้อมขับเคลื่อนนโยบายภาครัฐ ส่งเสริมให้ผู้ใช้ไฟฟ้าติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ภายในบ้านอยู่อาศัย อาคารหรือสถานประกอบการ ในเขตพื้นที่ให้บริการ ซึ่งหากต้องการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าต้องขออนุญาตเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าและติดตั้งอุปกรณ์ตามมาตรฐานของ MEA เพื่อความปลอดภัย ขณะเดียวกัน MEA ยังมีโครงการช่างไฟฟ้ามืออาชีพ ซึ่งผู้ที่ผ่านการอบรมยังมีโอกาสได้รับการอบรมการติดตั้งระบบชาร์จไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า EV Charger รวมถึงร่วมให้บริการด้านไฟฟ้าแบบครบวงจรผ่าน Application MEA e-Fix เสริมสร้างรายได้เป็นเครือข่ายตัวแทน MEA ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในด้านการบริหารองค์กร MEA ได้รับรางวัล Asia Pacific Enterprise Awards (APEA) 2021 Regional Edition ในสาขา Master Entrepreneur Award ในฐานะผู้นำองค์กรที่มีความมุ่งมั่นและสามารถสร้างความเติบโตทางธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง โดยคำนึงถึงการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และสาขา Inspirational Brand Award ที่มอบให้กับองค์กรชั้นนำที่มีความโดดเด่นในด้านการบริหารงานอย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรมจนได้รับการยอมรับในระดับภูมิภาคเอเชีย นอกจากนี้ MEA ยังได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กร ระดับ AAA แนวโน้มอันดับเครดิต Stable ซึ่งเป็นระดับที่ดีที่สุดอย่างต่อเนื่องโดยทริสเรทติ้ง สะท้อนถึงบทบาทที่สำคัญในฐานะรัฐวิสาหกิจที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนแสดงให้เห็นถึงนโยบายทางการเงินที่รอบคอบ โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ รวมถึงได้รับรางวัลสำนักงานสีเขียว (Green Office) ระดับประเทศ ตามโครงการส่งเสริมสำนักงานสีเขียว (Green Office) ประจำปี 2563 ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ MEA ได้รับต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ซึ่งตอกย้ำความสำเร็จในการดำเนินงานที่คำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันนี้ MEA ยังคงมุ่งมั่นภารกิจสร้างสรรค์นวัตกรรม ขับเคลื่อนระบบพลังงานอัจฉริยะเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร สร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับกับการเปลี่ยนของเทคโนโลยีในปัจจุบันและอนาคต ด้วยพลังงานไฟฟ้าที่เพียงพอ มั่นคง และปลอดภัย ซึ่ง MEA มีความพร้อมที่จะรับมือ และสนับสนุนหน่วยงานต่าง ๆ ตลอดจนประชาชนทุกคนให้สามารถผ่านวิกฤตการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในครั้งนี้ โดย MEA พร้อมที่จะให้บริการผู้ใช้ไฟฟ้าด้วยความสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ เพื่อมุ่งตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ไฟฟ้า ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Energy for city life, Energize smart living&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111814</URL_LINK>
                <HASHTAG>63 Year MEA Stay Strong เข้มแข็ง…แล้วไปต่อด้วยกัน, Asia Pacific Enterprise Awards (APEA) 2021 Regional Edition, Energize smart living, Energy for city life, EV Charging Station, Green Office, Maximum Demand, MEA, MEA EV Charger, MEA EV Smart Charging System, MEA Smart Life Application, MEA Smart Service, Minimum Charge, Smart City, Smart Metro, Smart Metro Grid, การไฟฟ้านครหลวง, ขับเคลื่อนพลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร, ครบ 63 ปี, นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์, พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร, พลังไฟฟ้าสูงสุด, ระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ, รางวัลสำนักงานสีเขียว, วันคล้ายวันสถาปนาการไฟฟ้านครหลวง, สถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า, สาขา Inspirational Brand Award, สาขา Master Entrepreneur Award, องค์กรที่มีความมุ่งมั่นและสามารถสร้างความเติบโตทางธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง, อัตราค่าไฟฟ้าต่ำสุด, โครงการ Food For Fighters, โครงการ Solar Rooftop</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210801/image_big_610628f0d1155.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108320</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2021 18:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2021 18:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MEA โชว์ศักยภาพรัฐวิสาหกิจไทย คว้า 2 รางวัลใหญ่ในงาน APEA 2021 Regional Edition</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (30 มิถุนายน 2564) นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA เข้ารับ 2 รางวัลในงานประกาศรางวัล Asia Pacific Enterprise Awards (APEA) 2021 Regional Edition ประกอบด้วยรางวัลในสาขา Master Entrepreneur Award ในฐานะผู้นำองค์กรที่มีความมุ่งมั่นและสามารถสร้างความเติบโตทางธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง โดยคำนึงถึงการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และสาขา Inspirational Brand Award ที่มอบให้กับองค์กรชั้นนำที่มีความโดดเด่นในด้านการบริหารงานอย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรมจนได้รับการยอมรับในระดับภูมิภาคเอเชีย โดยทั้ง 2 รางวัล ถือเป็นรางวัลที่สำคัญและตอกย้ำความเป็นองค์กรที่มีการพัฒนาและบริหารงานอย่างยั่งยืนตามหลักการสากล สะท้อนถึงผลสำเร็จในการขับเคลื่อนวิสัยทัศน์พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานครของ MEA ทั้งนี้ งานประกาศรางวัลดังกล่าว จัดขึ้นในระบบเสมือนจริง (Virtual Event) ถ่ายทอดสดผ่าน YouTube สามารถรับชมได้ทั่วโลกโดยมีผู้นำด้านธุรกิจจาก 14 ประเทศ รวมถึงบุคคลสำคัญจากสมาคมการค้าและองค์กรสนับสนุนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเป็นเกียรติในงานมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรางวัล Asia Pacific Enterprise Awards (APEA) 2021 Regional Edition นับเป็นรางวัลอันทรงเกียรติในระดับภูมิภาคเอเชีย ซึ่งจัดขึ้นโดย Enterprise Asia ตั้งแต่ปี 2550 เพื่อยกย่องเกียรติภูมิความเป็นเลิศของผู้ประกอบการและผู้นำทางธุรกิจทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่มีแนวคิด วิสัยทัศน์ และแนวทางในการบริหารงานที่โดดเด่น โดยในปี 2564 นี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด &amp;quot;The Great Reset: Towards A Sustainable Recovery&amp;quot; โดยคัดเลือกผู้นำทางธุรกิจและองค์กรจากกว่า 14 ประเทศในเอเชีย ที่แสดงผลงานโดดเด่นและมีความมุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจจนประสบความสำเร็จในระดับภูมิภาคและระดับโลก รวมทั้งตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวมเพื่อสร้างการเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รับชมคลิปการประกาศรางวัล Master Entrepreneur Award : https://youtu.be/W3WB1VN5EdQ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รับคลิปการประกาศรางวัล Inspirational Brand Award : https://youtu.be/ykA1GGiY4Q4&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Energy for city life, Energize smart living&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108320</URL_LINK>
                <HASHTAG>Asia Pacific Enterprise Awards (APEA) 2021 Regional Edition, Energize smart living, Energy for city life, Enterprise Asia, MEA, The Great Reset: Towards A Sustainable Recovery, ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม, งานประกาศรางวัล, นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์, ผู้นำองค์กรที่มีความมุ่งมั่นและสามารถสร้างความเติบโตทางธุรกิจ, ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง, พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร, ภายใต้แนวคิด, ระดับภูมิภาคเอเชีย, สาขา Inspirational Brand Award, สาขา Master Entrepreneur Award, องค์กรชั้นนำที่มีความโดดเด่นในด้านการบริหารงานอย่างยั่งยืน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210701/image_big_60dda6d35e822.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107212</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2021 16:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2021 12:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MEA จับมือ กฟผ. และ รฟท. ผนึกกำลังรองรับยานยนต์ไฟฟ้าสาธารณะ ช่วยลดมลภาวะ กระตุ้นเศรษฐกิจไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA พร้อมด้วย นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ นายอวิรุทธ์ ทองเนตร รองผู้ว่าการกลุ่มอำนวยการ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ร่วมพิธีเปิดสถานีต้นทางบางซื่อ การไฟฟ้านครหลวง และ สถานีไฟฟ้าแรงสูงจตุจักร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พร้อมส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้ารองรับสถานีกลางบางซื่อและโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) รวมถึงรองรับการใช้ไฟฟ้าพื้นที่เมืองมหานครในอนาคต เพื่อร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รับเทรนด์การเดินทางด้วยยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อลดปัญหาการปล่อยมลพิษทางอากาศ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ณ สถานีไฟฟ้าแรงสูงจตุจักร และ สถานีต้นทางบางซื่อ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์ ผู้ว่าการ MEA เปิดเผยว่า MEA เริ่มดำเนินการก่อสร้างสถานีต้นทางบางซื่อตั้งแต่เดือนธันวาคม 2560 รองรับปริมาณพลังงานไฟฟ้าสูงถึง 1,800 MVA (เมกะโวลต์แอมป์) เพื่อรองรับการจ่ายไฟฟ้าพื้นที่สถานีกลางบางซื่อ และโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) โดยผ่านการควบคุมบริหารจัดการระบบไฟฟ้าด้วยระบบ SCADA ที่ทันสมัย ทั้งยังออกแบบให้มีระบบสำรองไฟฟ้าในกรณีเหตุฉุกเฉินโดยบูรณาการร่วมกับ กฟผ. ในการเชื่อมโยงระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูงจากแหล่งจ่ายสถานีไฟฟ้าแรงสูงข้างเคียงของ กฟผ. ในพื้นที่โดยรอบ 3 สถานี (สถานีไฟฟ้าแรงสูงแจ้งวัฒนะ พระนครเหนือ และลาดพร้าว) รวมถึงการเชื่อมโยงจากสายส่งไฟฟ้าจากสถานีย่อยข้างเคียงของ MEA เอง ทำให้เสถียรภาพของระบบไฟฟ้ามีความมั่นคงยิ่งขึ้น โดย MEA มีความพร้อมในการจัดการควบคุมจ่ายไฟฟ้าให้กับทุกสถานีรถไฟฟ้าทั้งในปัจจุบัน นอกจากนี้ MEA ได้เตรียมความพร้อมรองรับการเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าสำหรับการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าที่จะมาทดแทนรถยนต์น้ำมันต่อไปในอนาคต เพื่อสร้างความสะดวกสบายให้กับประชาชน ลดปัญหามลพิษทางอากาศ ตลอดจนการติดตั้งและพัฒนาสถานีอัดประจุไฟฟ้าของ MEA เชื่อมต่อ Platform ระบบบริหารจัดการเครื่องอัดประจุไฟฟ้าอัจฉริยะ วิเคราะห์ข้อมูลการชาร์จ เชื่อมต่อกับ MEA EV Application รองรับการใช้งานและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าอย่างครบวงจรในพื้นที่ให้บริการได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ MEA จึงมีความพร้อมพัฒนางานบริการเทคโนโลยีด้านระบบไฟฟ้าที่ทันสมัยขับเคลื่อนระบบพลังงานอัจฉริยะเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่า กฟผ. ได้ดำเนินการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม ร่วมกับ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) โดยก่อสร้างสถานีไฟฟ้าแรงสูงจตุจักรเพื่อเตรียมความพร้อมในการส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้ารองรับการใช้ไฟฟ้าของสถานีกลางบางซื่อ และโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ - รังสิต และช่วงบางซื่อ - ตลิ่งชัน&amp;nbsp; ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางการคมนาคมระบบรางของไทยแห่งใหม่ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน เป็นเส้นทางการคมนาคมขนส่งระบบรางที่สำคัญในอนาคตและยังถือเป็นโอกาสที่ดีในการ Restart กระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งนี้ สถานีไฟฟ้าแรงสูงจตุจักร เริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อเดือนมีนาคม 2560 พร้อมส่งจ่ายไฟฟ้าให้สถานีต้นทางบางซื่อ MEA เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมา เป็นสถานีไฟฟ้าแรงสูงแบบใช้ฉนวนก๊าซ (Gas Insulated Substation: GIS ) โดยเชื่อมโยงกับสถานีไฟฟ้าแรงสูงลาดพร้าว แจ้งวัฒนะ และพระนครเหนือ ด้วยสายส่งไฟฟ้าแรงสูงระดับแรงดัน 230 kV (กิโลโวลต์) รวมทั้งสิ้นจำนวน 4 วงจร พร้อมออกแบบและติดตั้งเสาไฟฟ้าแรงสูงแบบพิเศษที่มีเพียงต้นเดียวในประเทศไทย ให้สามารถใช้งานในพื้นที่จำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และควบคุมความสูงของเสาไม่ให้ส่งกระทบต่อระบบการจ่ายกระแสไฟฟ้าเดิม โดยสามารถส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าได้สูงสุดถึง 2,400 MW (เมกะวัตต์) หรือเทียบเท่าโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ จำนวน 3 แห่ง รองรับการใช้ไฟฟ้าของสถานีกลางบางซื่อ และโครงการรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ - รังสิต และช่วงบางซื่อ - ตลิ่งชัน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรองรับการคมนาคมของประเทศไทยในอนาคต ซึ่งจะปรับเปลี่ยนเข้าสู่รูปแบบการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV มากยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบัน กฟผ. ได้พัฒนานวัตกรรมรถยนต์ EV รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า และเรือไฟฟ้า เพื่อเชื่อมต่อการเดินทาง &amp;ldquo;ล้อ ราง เรือ&amp;rdquo; สร้างความสะดวกสบายในการเดินทางให้กับประชาชน สามารถช่วยลดปัญหาการปล่อยมลพิษทางอากาศและฝุ่น PM 2.5 จากภาคการขนส่ง นับเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานตามแนวคิด EGAT for ALL&amp;nbsp;เพราะ กฟผ. เป็นของทุกคน ทำเพื่อทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายอวิรุทธ์ ทองเนตร รองผู้ว่าการกลุ่มอำนวยการ รฟท. กล่าวว่า พลังงานไฟฟ้าเป็นปัจจัยสำคัญยิ่งสำหรับสถานีกลางบางซื่อ สถานีรถไฟหลักแห่งใหม่ ซึ่งจะเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการในฐานะศูนย์กลางระบบรางที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ที่เชื่อมต่อทุกรูปแบบการเดินทางของระบบขนส่งมวลชนอื่น ๆ ได้อย่างสะดวกสบาย ทั้งทางราง ทางบก ทางอากาศ ซึ่งโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ถือเป็นโครงการระบบขนส่งมวลชนทางรางที่เป็นโครงข่ายเชื่อมโยงการเดินทางของประชาชนระหว่างพื้นที่ใจกลางเมืองของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เป็นศูนย์กลางการคมนาคมระบบรางของไทยแห่งใหม่ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน และยังเป็นศูนย์เปลี่ยนถ่ายการเดินทางที่เชื่อมต่อกับรูปแบบการเดินทางอื่น ๆ ได้อย่างสะดวกสบาย โดยคดว่าสามารถเปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการในเดือนกรกฎาคมนี้ และให้บริการเชิงพาณิชย์ได้ ประมาณปลายปี 2564 นี้ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ชานเมือง ได้เดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองด้วยระบบรางที่มีประสิทธิภาพ และช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารสามารถเข้าสู่โครงข่ายระบบรถไฟขนส่งมวลชนอื่นได้อย่างสะดวกรวดเร็ว สามารถรองรับรองรับประชาชนที่มาใช้บริการที่สถานีกลางบางซื่อ จำนวน 624,000 คน ต่อวัน และโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ - รังสิต และช่วงบางซื่อ - ตลิ่งชัน จำนวน 463,000 คน ต่อวัน ทำให้ทุกวันแห่งการเดินทางมีแต่รอยยิ้มแห่งความสุขที่เกิดจากคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นตลอดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107212</URL_LINK>
                <HASHTAG>EGAT for ALL, Energize smart living, Energy for city life, Gas Insulated Substation: GIS, MEA, MEA EV Application, Restart กระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ, กฟผ., การรถไฟแห่งประเทศไทย, การไฟฟ้านครหลวง, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, ฉนวนก๊าซ, นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์, นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร, นายอวิรุทธ์ ทองเนตร, ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง, ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, พระนครเหนือ, พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร, พิธีเปิดสถานีต้นทางบางซื่อ, ยานยนต์ไฟฟ้า, รฟท., ระบบ SCADA, ลดปัญหาการปล่อยมลพิษทางอากาศ, ลาดพร้าว, สถานีไฟฟ้าแรงสูงจตุจักร, สถานีไฟฟ้าแรงสูงแจ้งวัฒนะ, เพราะ กฟผ. เป็นของทุกคน ทำเพื่อทุกคน, โครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210622/image_big_60d1791cb481f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98118</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2021 16:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2021 16:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MEA จับมือ บี.กริม ลงนาม MOU ศึกษาแนวทางการสร้างโอกาสทางธุรกิจพลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการพร้อมต่อยอดเทคโนโลยีพลังงานทดแทนเพื่ออนาคต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันนี้ (2 เมษายน 2564) นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA พร้อมด้วย นายโชติ ชูสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ร่วมจัดพิธีบันทึกความเข้าใจ (MOU) โครงการศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างโอกาสทางธุรกิจพลังงาน โดยเน้นในเรื่อง การบริหารจัดการพลังงานทดแทน การบริหารจัดการระบบจำหน่ายไฟฟ้า การบริหารจัดการระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) รวมถึงระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System) และการพัฒนาระบบการซื้อขายพลังงานไฟฟ้า (Energy Trading) เพื่อยกระดับงานบริการ ตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์เทรนด์พลังงานแห่งอนาคต ณ ห้อง Auditorium อาคารวัฒนวิภาส การไฟฟ้านครหลวง สำนักงานใหญ่ คลองเตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้ว่าการ MEA เปิดเผยว่า MEA ในฐานะหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย มีความมุ่งมั่นในการส่งมอบพลังงานไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของภาคธุรกิจ และประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้า ควบคู่กับการใส่ใจต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้พลังงานทดแทนตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อขับเคลื่อนวิถีชีวิตเมืองมหานคร จึงได้ร่วมมือกับ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้าภาคเอกชนของประเทศไทย ในการศึกษาแนวทางในการสร้างโอกาสทางธุรกิจพลังงานไฟฟ้าและพลังงานทดแทน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่จะเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศ ความร่วมมือครั้งนี้จึงถือเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาธุรกิจด้านพลังงาน ซึ่งจะนำไปสู่การยกระดับการให้บริการที่มีความทันสมัยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานทุกรูปแบบให้แก่ผู้ใช้ไฟฟ้าในพื้นที่เมืองมหานครได้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายโชติ ชูสุวรรณ กล่าวว่า การร่วมมือกันศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างโอกาสทางธุรกิจด้านพลังงาน ระหว่าง บี.กริม เพาเวอร์ และ MEA ในครั้งนี้ เน้นไปที่ระบบกักเก็บพลังงาน การพัฒนาระบบการซื้อขายพลังงานไฟฟ้า (Energy Trading) การบริหารจัดการพลังงาน การบริหารจัดการระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) และการบริหารจัดการระบบจำหน่ายไฟฟ้า ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการพลังงานของประเทศ รวมถึงการสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับพลังงานทดแทน และพลังงานทางเลือกอื่น ๆ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีพลังงานเพื่ออนาคต ที่จะสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจ และหน่วยงานต่าง ๆ ในระยะยาว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับรูปแบบของ MOU ในครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายจะมีการตั้งคณะทำงานร่วมกัน ประกอบด้วยตัวแทนจาก MEA และ บี.กริม เพาเวอร์ เพื่อทำหน้าที่กำหนดขอบเขตงาน ศึกษาความเป็นไปได้และดำเนินงานโครงการต่าง ๆ ทั้งนี้ หากผลจากการศึกษาโครงการพบว่า มีความเป็นไปได้และเหมาะสมต่อการลงทุน ทั้งสองฝ่ายตกลงจะบริหารจัดการร่วมกัน ภายใต้ข้อตกลงของสัญญาที่จะทำร่วมกันต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98118</URL_LINK>
                <HASHTAG>MEA, การไฟฟ้านครหลวง, นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์, นายโชติ ชูสุวรรณ, บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน), โครงการศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างโอกาสทางธุรกิจพลังงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210402/image_big_6066e68c2e715.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95707</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2021 11:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2021 10:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MEA จับมือ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เตรียมพร้อมสถานีชาร์จไฟฟ้าส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าประเทศไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (11 มีนาคม 2564) นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA ร่วมกับ มร.โมะริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อสนับสนุนการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงอำนวยความสะดวกในการหาสถานีชาร์จทั่วประเทศผ่านแอปพลิเคชัน MEA EV Application สนองนโยบายภาครัฐบาลมุ่งส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้า(EV)-ยานยนต์ไฟฟ้าแบบปลั๊กอินไฮบริด(PHEV) เพื่อลดมลภาวะทางอากาศ ตอบโจทย์การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ว่าการ MEA กล่าวว่า MEA ในฐานะหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ เป็นผู้นำการขับเคลื่อนการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย มุ่งมั่นขับเคลื่อน วิสัยทัศน์พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร มีความยินดีที่ได้ร่วมมือกับ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญในการเตรียมความพร้อมรองรับการใช้ยานยนต์พลังไฟฟ้าทดแทนรถยนต์น้ำมันในอนาคตอันใกล้นี้ และขยายสถานีอัดประจุไฟฟ้าในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ให้มีเพิ่มมากขึ้น โดย MEA เป็นผู้ดูแลด้านระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องในการอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้าภายในบ้านอยู่อาศัย เพื่อสร้างความมั่นใจและสร้างความปลอดภัยในระบบไฟฟ้าให้แก่ลูกค้าของบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งความร่วมมือกับองค์กรภาคธุรกิจยังเป็นการตอบสนองนโยบายของภาครัฐบาลโดยให้มีการกระตุ้นให้เกิดการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย พร้อมแอปพลิเคชันที่รองรับการใช้งานสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าได้ทั่วประเทศ ผ่านนวัตกรรมด้านการบริการ MEA EV Application เพื่ออำนวยความสะดวกโดยรองรับเรื่อง การค้นหาจุดชาร์จ และสั่งจอง สถานีชาร์จ หรือ หัวชาร์จ แบบเรียลไทม์ ตอบโจทย์ App เดียวจบครบทุกเรื่องรถยนต์ไฟฟ้า MEA EV App ดาวน์โหลดฟรี ได้ที่ https://onelink.to/meaev&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ความร่วมมือในดังกล่าวยังรวมถึงการศึกษา พัฒนา และถ่ายทอดองค์ความรู้ร่วมกันเกี่ยวกับเทคโนโลยี V2X (Vehicle to Everything) ที่มีอยู่ในรถยนต์ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ที่สามารถใช้เป็นแหล่งจ่ายพลังงานได้ด้วยเทคโนโลยี V2H (Vehicle to Home) โดย EV หรือ PHEV จะทำการชาร์จไฟฟ้าเก็บไว้ และทำหน้าที่เป็นแหล่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าให้กับครัวเรือนได้เมื่อจอดพัก โดยมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้จัดแสดงระบบนิเวศพลังงานไฟฟ้าแห่งอนาคต &amp;ldquo;เดนโด ไดร์ฟ เฮ้าส์&amp;rdquo; (Dendo Drive House) ณ สถาบันการศึกษาและฝึกอบรมของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี ถือเป็นการเพิ่มคุณค่าของ EV หรือ PHEV และยังสร้างระบบเครือข่ายพลังงานในอนาคตต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Energy for city life, Energize smart living&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95707</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร, MEA, การไฟฟ้านครหลวง, นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์, บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด, มร.โมะริคาซุ ชกกิ, “MEA EV Application”</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210311/image_big_60499a0214527.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66363</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2020 18:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2020 18:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MEA ผนึก ออริจิ้น พัฒนาระบบอัจฉริยะ Smart Eco หนุน Origin Smart City Ramintra สู่เมืองพลังงานทดแทน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (19 พฤษภาคม 2563) นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA ร่วมกับ นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจโครงการร่วมมือด้านพลังงานไฟฟ้า เพื่อพัฒนาพื้นที่ภายใต้โครงการ ออริจิ้น สมาร์ท ซิตี้ รามอินทรา โดยการสร้างเมืองอัจฉริยะแบบ Smart Eco นำนวัตกรรมใหม่ประยุกต์ใช้หนุนพลังงานทดแทน วางระบบการบริหารจัดการพลังงานอย่างคุ้มค่า ร่วมนำร่องการพัฒนาสมาร์ทซิตี้ในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; ณ อาคารวัฒนวิภาส การไฟฟ้านครหลวง สำนักงานใหญ่ คลองเตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ว่าการ MEA กล่าวว่า MEA มุ่งมั่นขับเคลื่อนระบบพลังงานอัจฉริยะเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร ให้มีระบบไฟฟ้าที่มั่นคง มีประสิทธิภาพ และปลอดภัย ไปพร้อม ๆ กับการใส่ใจต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้พลังงานทดแทนที่มีประสิทธิภาพ โดยในครั้งนี้ MEA ได้ร่วมลงนามกับ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ในบันทึกความเข้าใจโครงการร่วมมือด้านพลังงานไฟฟ้า เพื่อพัฒนาพื้นที่ภายใต้โครงการ &amp;ldquo;ออริจิ้น สมาร์ท ซิตี้ รามอินทรา&amp;rdquo; ซึ่งถือเป็นโครงการนำร่องในการพัฒนาระบบเมืองอัจฉริยะ (Smart City) แห่งแรกในเขตเมืองของออริจิ้นฯ โดยบทบาทของ MEA ที่มีต่อความร่วมมือในครั้งนี้ คือ การสนับสนุนข้อมูลด้านระบบไฟฟ้าและข้อแนะนำทางเทคนิคเพื่อการบริหารจัดการพลังงานคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพทั้งภายในห้องพักอาศัยและพื้นที่ส่วนกลาง การติดตั้งระบบสายไฟฟ้าใต้ดินเพื่อเพิ่มความมั่นคงให้กับระบบไฟฟ้าและลดการสูญเสียพลังงานไฟฟ้า รวมถึงการใช้พลังงานทดแทนร่วมกับระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้าไฟฟ้า ความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสอันดีในการผลักดันเมืองต้นแบบอัจฉริยะในด้าน Smart Eco ให้เป็นจริง และต่อยอดสู่การพัฒนาโครงการอื่น ๆ ต่อไปในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เปิดเผยว่า หลังจากเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา บริษัทได้เปิดตัวโครงการออริจิ้น สมาร์ท ซิตี้ รามอินทรา (Origin Smart City Ramintra) แลนด์มาร์คใหม่ที่ประกอบด้วยคอนโดมิเนียม อาคารสำนักงาน โรงแรม เซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ คอมมูนิตี้ มอลล์ ฯลฯ&amp;nbsp; บนพื้นที่ประมาณ 13 ไร่&amp;nbsp; มูลค่าโครงการกว่า 6,000&amp;nbsp; ล้านบาท&amp;nbsp; ล่าสุด บริษัทได้จับมือกับการไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบเมืองอัจฉริยะในพื้นที่โครงการ ให้ตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะหรือ Smart Eco&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายจะร่วมกันพัฒนาและนำระบบต่างๆ เข้ามาใช้ในพื้นที่โครงการ อาทิ ระบบการจัดการพลังงานภายในอาคาร (BEMS)ระบบการจัดการพลังงานภายในที่อยู่อาศัย (HEMS) การทำระบบสายไฟฟ้าใต้ดิน การใช้ระบบกักเก็บไฟฟ้าร่วมกับพลังงานทดแทน เพื่อให้ทุกพื้นที่ภายในโครงการ ทั้งภายในที่อยู่อาศัย พื้นที่ส่วนกลาง ตลอดจนอาคารต่าง ๆ มีการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและการบริหารจัดการพลังงานอย่างยั่งยืน ถือเป็นหนึ่งในเรื่องที่เราให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เราในฐานะหนึ่งในผู้นำของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จึงได้ตัดสินใจร่วมมือกับ MEA เพื่อสร้างสรรค์ให้โครงการออริจิ้น สมาร์ท ซิตี้ รามอินทรา ของเรา กลายเป็นเมืองอัจฉริยะด้านสิ่งแวดล้อมแห่งแรกๆ ของกรุงเทพฯ ช่วยลูกบ้านให้ได้ประหยัดพลังงาน ไปพร้อมกับช่วยเมืองและประเทศ นำร่องการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพมากขึ้น&amp;rdquo; นายพีระพงศ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการออริจิ้น สมาร์ท ซิตี้ รามอินทรา เป็นโครงการเมืองอัจฉริยะที่พัฒนาขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ Beyond A Living Platform ประกอบด้วย 5 แกนสมาร์ท ได้แก่ 1.Smart Tech นำนวัตกรรมใหม่ๆ มาเอื้อต่อการอยู่อาศัยและใช้ชีวิตแบบไร้รอยต่อ 2.Smart Eco สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีต่อผู้อยู่อาศัย ผ่านการบริหารจัดการพลังงานด้วยเทคโนโลยีทันสมัย สร้างสังคมแห่งพลังงานทดแทน ใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า 3.Smart Community สร้างอาณาจักรมิกซ์ยูสพร้อมบริการครบวงจร ตอบโจทย์ทั้งการเป็นแหล่งบ่มเพาะสตาร์ทอัพสายพันธุ์ใหม่ และตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ 4.Smart Security เพียบพร้อมด้วยระบบรักษาความปลอดภัยที่มอบความอุ่นใจในการใช้ชีวิต 5.Smart Wellness นำนวัตกรรมอำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคเข้าถึงบริการสุขภาพ รับทราบข้อมูลที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ สร้างสมดุลชีวิต&amp;nbsp; ทั้งนี้ ตัวโครงการเริ่มก่อสร้างเฟสแรก ซึ่งประกอบด้วยคอนโดมิเนียม 8 ชั้น 8 อาคาร ส่วนเฟสสองและเฟสสามอยู่ในระหว่างช่วงพัฒนา ตั้งแต่เมื่อไตรมาส 4/2562 คาดว่าเฟสแรกจะก่อสร้างแล้วเสร็จในช่วงไตรมาส 1/2564&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66363</URL_LINK>
                <HASHTAG>การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA, นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200519/image_big_5ec3c49f3f900.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27349</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2019 20:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2019 20:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) จับมือ กนอ. ทีโอที ขับเคลื่อนระบบโครงสร้างพื้นฐานและพลังงานอัจฉริยะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) พร้อมด้วย ดร.สมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายมนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) (ทีโอที) และนายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Bank) ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบดิจิทัลและสื่อสารโทรคมนาคมอัจฉริยะ (Smart Digital/Telecommunication) และบันทึกความร่วมมือโครงการพัฒนาพลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy) ในนิคมอุตสาหกรรม โดยในครั้งนี้ ผู้ว่าการ กฟน. ได้ลงนามบันทึกความร่วมมือโครงการพัฒนาพลังงานอัจฉริยะ ในนิคมอุตสาหกรรม กับผู้ว่าการ กนอ. และ ลงนามบันทึกความร่วมมือโครงการเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางไฟฟ้าและการสื่อสาร เพื่อนำไปสู่เมืองอัจฉริยะ (Smart City) กับ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ทีโอที ณ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง เปิดเผยว่า การไฟฟ้านครหลวง หรือ กฟน. ในฐานะหน่วยงานรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมตอบสนองต่อนโยบายรัฐบาล โดยการเดินหน้าพลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร มุ่งเน้นการจำหน่ายพลังงานไฟฟ้า ให้มีประสิทธิภาพ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม และประชาชน โดยพิธีลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ กฟน. ถือเป็นส่วนสำคัญ ในโครงการเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อสารโทรคมนาคมอัจฉริยะ และโครงการพัฒนาพลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy) ในนิคมอุตสาหกรรม ร่วมกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) (ทีโอที) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ซึ่งบทบาทของ กฟน. จากพิธีลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ คือ การพัฒนาพลังงานอัจฉริยะร่วมกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พัฒนาพลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy) ในนิคมอุตสาหกรรม โดยศึกษาและพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่เกี่ยวข้องด้านพลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy) พลังงานทดแทน (Renewable Energy) การบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ (Energy Efficiency) อันเป็นพื้นฐานสำคัญในการนำไปสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ในพื้นที่ของนิคมอุตสาหกรรม ทั่วประเทศ มุ่งเน้นกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (New S-Curve) โครงการนิคมอุตสาหกรรม Smart Park ตามแนวนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งจะส่งเสริมให้นิคมอุตสาหกรรมมีความทันสมัย ชุมชนในนิคมอุตสาหกรรมมีคุณภาพชีวิตที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ในด้านของความร่วมมือกับ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) นั้น เป็นการร่วมกันพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางไฟฟ้าและการสื่อสาร เพื่อนำไปสู่เมืองอัจฉริยะ (Smart City) อันจะเป็นการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐในการจัดสร้างและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางไฟฟ้าและการสื่อสารสำหรับการนิคมอุตสาหกรรม เพื่อลดการลงทุนซ้ำซ้อน และปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในนิคมอุตสาหกรรมให้สวยงาม เป็นระเบียบ จากความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและการสื่อสาร และการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม และก่อให้เกิดประโยชน์ ต่อประเทศได้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;#พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;Energy for city life, Energize smart living&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27349</URL_LINK>
                <HASHTAG>Smart City, กนอ., การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.), ทีโอที, นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์, บันทึกความร่วมมือ, พลังงานอัจฉริยะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190123/image_big_5c4863936e86b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
