<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120180</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2021 12:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 12:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“วราวุธ” ชวนประชาชน ทั่วประเทศ ร่วมดูแลบำรุงต้นไม้เนื่องในวันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ ปี 2564 น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จย่าของปวงชนชาวไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดกิจกรรมบำรุงรักษาต้นไม้เนื่องในวันรักต้นไม้ ประจำปีของชาติประจำปี 2564 พร้อมกันทั่วประเทศ ในวันที่ 20 ตุลาคม 2564 โดยส่วนกลางจัดให้มีการบำรุงต้นไม้ที่ปลูกอยู่ภายในกรมป่าไม้ โดยมี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ร่วมกิจกรรมบำรุง ใส่ปุ๋ย ตัดแต่งกิ่งต้นไม้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สืบเนื่องจากมติ ครม. เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2533 กำหนดให้วันที่ 21 ต.ค.ของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จย่า) ให้เป็นวันบำรุงรักษาต้นไม้ประจำปีของชาติ ต่อมา ครม.ได้มีมติ เมื่อวันที่ 15 ต.ค. 2533 ให้ใช้ชื่อว่า &amp;ldquo;วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ&amp;rdquo; เพื่อให้ประชาชนร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ทรงมีพระราชปณิธานอย่างแรงกล้า ที่จะฟื้นฟูความสมดุลของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายวราวุธ&amp;nbsp; ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ให้ความสำคัญในการดูแลทรัพยากรป่าไม้ของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการปลูกป่าเพื่อเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ตามนโยบายป่าไม้แห่งชาติที่ได้กำหนดให้มีพื้นที่ป่าไม้ทั่วประเทศ ร้อยละ 40 ของพื้นที่ เพื่อให้เกิดความสมดุลของระบบนิเวศและการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนแล้ว ยังคงให้ความสำคัญต่อการดูแลต้นไม้ที่ปลูกไว้แต่เดิม โดยการ บำรุง ดูแล รักษา เพราะต้นไม้ที่มีการปลูกไว้นั้นเมื่อเจริญเติบโตมาแล้วระยะเวลาหนึ่ง อาจจะมีโรคที่เกิดขึ้นจากแมลง&amp;nbsp; และกิ่งก้านของต้นไม้มีขนาดใหญ่โตขึ้น ก็จำเป็นต้องได้รับการดูแล เพราะอาจจะส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุจากไม้ใหญ่ดังกล่าว ซึ่งจะเห็นได้จากมีการเสนอข่าวอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากไม้ใหญ่ตามสถานที่ต่าง ๆ ที่เกิดการแตกหักของกิ่งไม้ ลำต้นผุจากแมลงเจาะกินหรือโรคต้นไม้ ซึ่งเป็นสาเหตุของการโค่นล้ม และส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดต่อประชาชน การดูแล รักษา ต้นไม้ประจำปีจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องได้รับการดูแล โดยการตัดแต่งกิ่ง รักษาโรคที่เกิดขึ้นจากแมลง การใส่ปุ๋ยพรวนดิน กำจัดวัชพืช โดยรอบให้กับต้นไม้ ให้ไม้ใหญ่ได้เจริญเติบโตต่อไปอย่างแข็งแรง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมป่าไม้&amp;nbsp; กล่าวต่อว่า ในปีนี้กรมป่าไม้ กำหนดจัดงานขึ้นในวันที่ 20 ตุลาคม พร้อมกันทั่วประเทศ ภายใต้มาตรการการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยในส่วนกลางได้จัดกิจกรรม บำรุง ดูแล รักษา ต้นไม้บริเวณกรมป่าไม้ ซึ่งเป็นต้นไม้ที่ปลูกไว้และเจริญเติบโตควรได้รับการดูแล ซึ่งกรมป่าไม้ได้จัดทีม &amp;quot;รุกขกร&amp;quot; หรือหมอต้นไม้ ในการตรวจสุขภาพต้นไม้ใหญ่ พร้อมให้ความรู้ทางทฤษฎีและการปฏิบัติในการดูแลต้นไม้ให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรม เช่น การตัดแต่งกิ่ง การบำรุง ดูแล และการรักษาต้นไม้ที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ นอกจากนี้จะจัดแสดงนิทรรศการ เรื่องโครงการพระราชดำริ โครงการและกิจกรรมปลูกต้นไม้ ปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก &amp;quot;รวมใจไทย ปลูกต้นไม้ เพื่อแผ่นดิน&amp;quot; เรื่องป่านันทนาการ และโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) เพื่อให้ความรู้กับผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรม ในโอกาสนี้ กรมป่าไม้ ขอเชิญชวนประชาชนทั่วไปร่วมกันแสดงพลังความสามัคคีในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยช่วยกันดูแลบำรุงรักษาต้นไม้ภายในบริเวณที่อยู่อาศัยของตนเอง หรือตามสถานที่ต่างๆ ตามกำลังที่จะสามารถทำได้ เพื่อถวายเป็นพระราชสักการะ และแสดงความกตัญญู กตเวทิตา ต่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี องค์สมเด็จย่าที่เหล่าประชาชนคนไทยรักยิ่ง ซึ่งจะเป็นการช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ช่วยลดภาวะโลกร้อนให้ต้นไม้เหล่านั้นได้เจริญเติบโตแข็งแรงเป็นร่มเงา และเป็นพื้นที่สีเขียวที่แข็งแรงให้กับประเทศ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสุรชัย กล่าวเสริมว่า นอกจากนี้ ประชาชนที่สนใจต้องการปลูกต้นไม้เสริม กรมป่าไม้ได้มีการเพาะชำกล้าไม้พันธุ์ดี ตามโครงการจ้างงานประชาชนในด้านการส่งเสริมและเพิ่มพื้นที่สีเขียวในชุมชน ให้ทำหน้าที่ในการจัดเตรียมแปลงเพาะและเพาะเมล็ดไม้ รวมถึงการย้ายชำกล้าไม้ และบำรุงดูแลรักษากล้าไม้อย่างต่อเนื่อง กว่ากว่า 1,410 ราย ทั้งนี้ เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งกล้าไม้ที่เพาะชำได้รวม 70,000,000 กล้า ล้วนเป็นไม้เศรษฐกิจที่สามารถสร้างประโยชน์ และสร้างรายได้ให้กับประชาชนในอนาคต เช่น ต้นสัก ต้นพะยูง ต้นยางนา ต้นมะฮอกกานี ต้นมะค่าโมง ฯลฯ เพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการของประชาชนที่ให้ความสนใจในการปลูกต้นไม้ชนิดต่าง ๆ เพิ่มขึ้น สำหรับกล้าไม้ที่ได้จากการเพาะชำทางกรมป่าไม้ได้แจกจ่ายให้กับประชาชนในพื้นที่ขอรับเพื่อนำกลับไปปลูก ซึ่งจะสามารถสร้างรายได้ในการปลูกไม้เศรษฐกิจ ทั้งยังเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับประเทศอีกทางหนึ่งด้วย โดยประชาชนที่สนใจสามารถติดต่อขอรับกล้าไม้ได้ที่หน่วยงานเพาะชำกล้าไม้ในสังกัดกรมป่าไม้ทั่วประเทศ หรือสอบถามได้ที่เบอร์0 2561 4292&amp;ndash;3 ต่อ 5551และขอเชิญชวนร่วมลงทะเบียนปลูกต้นไม้ในโครงการและกิจกรรมปลูกต้นไม้ และปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก &amp;quot;รวมใจไทย ปลูกต้นไม้ เพื่อแผ่นดิน&amp;quot; อธิบดีกรมป่าไม้กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120180</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป่าไม้, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กิจกรรมบำรุงรักษาต้นไม้เนื่องในวันรักต้นไม้, นายจตุพร บุรุษพัฒน์, นายวราวุธ  ศิลปอาชา, รวมใจไทย ปลูกต้นไม้ เพื่อแผ่นดิน, รุกขกร, วันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จย่า), วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ, ​​​​​​​นายสุรชัย อจลบุญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211019/image_big_616e59a4f3de8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119143</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2021 17:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2021 12:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป.ป.ช. เปิดเซฟ &#039;จตุพร&#039;นั่ง 8 บอร์ด อู้ฟู่ 101 ล้าน สะสมพระเครื่อง กว่า 400 องค์  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ต.ค. 64 - สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง ในรายของนายจตุพร บุรุษพัฒน์ กรณียื่นทุก 3 ปี ตลอดเวลาที่ยังดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ได้แก่ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, ประธานคณะกรรมการองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้,คณะกรรมการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง, คณะกรรมการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ, คณะกรรมมาการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก, คณะกรรมการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน, คณะกรรมการบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และกรรมการบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายจตุพร แจ้งว่า ตนเอง และนางจันทิรา บุรุษพัฒน์ คู่สมรส มีทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 101,445,704 บาท โดยเป็นทรัพย์สินของนายจตุพร 58,801,631 บาท เป็นทรัพย์สินของนางจันทิรา 42,644,073 บาท และมีหนี้สินรวมทั้งสิ้น 591,960 บาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับทรัพย์สินของนายจตุพร และนางจันทิรา ประกอบด้วย เงินสด 500,000 บาท เงินฝาก 25,088,597 บาท เงินลงทุน 8,718,900 บาท ที่ดิน 11,305,000 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 25,100,000 บาท ยานพาหนะ 6,807,000 บาท สิทธิและสัมปทาน 3,361,205 บาท ทรัพย์สินอื่น&amp;nbsp; 20,565,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างที่นายจตุพรแจ้ง มีจำนวน 5 หลัง อาทิ บ้านที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา บ้านที่แขวงจันทร์เกษม เขตจตุจักร กทม. บ้านที่แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. ห้องชุดที่แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. และห้องชุดที่อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี ยานพาหนะประกอบด้วยรถยนต์จำนวน 4 คัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่รายการทรัพย์สินอื่น ที่น่าสนใจประกอบด้วย พระพุทธรูปเชียงแสน รุ่นสิงห์ 1 หน้าตัก 20 นิ้ว พระรอด พระขุนแผน พระพุทธรูปบูชา พระเครื่องทองคำ และเหรียญทองคำต่างๆ ทองรูปพรรณ แหวน แหวนเพชร รวม 15 วง ต่างหูเพชร&amp;nbsp; ปืน 3 กระบอก ได้แก่ ออโตเมติกขนาด 9 มม., รีวอลเวอร์ .38, ลูกกรด ขนาด .22 แหวนบุษราคัมล้อมเพชร เครื่องประดับอื่นๆ ทั้งนี้ มีพระเครื่องทองคำ พระเครื่อง เหรียญทองคำและเหรียญต่างๆ รวม 413 องค์ ปากกา 13 ด้าม นาฬิกายี่ห้อหรูทั้งของสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีรวม 37 เรือน กระเป๋ายี่ห้อหรู 10 ใบ นอกจากนี้ ยังมีรายการนาฬิกาและเครื่องประดับอื่นๆ ของคู่สมรสอีกที่ไม่ได้แสดงจำนวนแต่ระบุมูลค่า 300,000 บาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119143</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการ ป.ป.ช., นายจตุพร บุรุษพัฒน์, เปิดบัญชีทรัพย์สิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211008/image_big_615fda74dd4b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118022</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 19:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 19:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“วราวุธ” ชู ทส.2+4 สานพลังขับเคลื่อนเครือข่ายอาสาสมัครทรัพยากรธรรมชาติฯ  เครือข่ายฯจากทั่วประเทศ พร้อมใจเข้ารับฟังกว่า 100,000 คน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;วราวุธ ศิลปอาชา&amp;rdquo; รมว.ทส. ชูนโยบาย ทส.2+4 สานพลังขับเคลื่อนเครือข่ายอาสาสมัครทรัพยากรธรรมชาติเครือข่ายฯจากทั่วประเทศ พร้อมใจเข้ารับฟังกว่า 100,000 คน &amp;nbsp;แนะให้เป็นกองหนุนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยพายุดีเปรสชันเตี้ยนหมู่ อย่างเต็มกำลัง&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;วันจันทร์ที่ 27 กันยายน 2564 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบนโยบายการส่งเสริมและสนับสนุนเครือข่ายด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายอนุชา สะสมทรัพย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมรับฟัง โดยมีนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายการส่งเสริมและสนับสนุนเครือข่ายด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผ่านระบบการประชุมออนไลน์ Microsoft team และถ่ายทอดสดผ่าน Facebook กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม โดยมีเครือข่ายด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทั่วประเทศ เข้าร่วมกว่า 100,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีเครือข่ายอาสาสมัครด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่ทั่วประเทศกว่า 677,150 คน ประกอบด้วย เครือข่าย ทสม. จำนวน 259,262 คน, เครือข่ายราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า (รสทป.) และเครือข่ายป่าชุมชน จำนวน 196,523 คน, เครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อส.อส.) และเครือข่ายราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า (รสทป.) จำนวน 122,000 คน, เครือข่ายเฝ้าระวังแจ้งเตือนธรณีพิบัติภัย จำนวน 40,000 คน, เครือข่ายผู้ใช้น้ำ จำนวน 38,019 คน และเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จำนวน 21,346 คน ซึ่งถือเป็นกลไกเชิงพื้นที่ที่เป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญในการอนุรักษ์ เฝ้าระวัง ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงรายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อม สะท้อนปัญหาในท้องถิ่นตั้งแต่ผืนป่าจนถึงท้องทะเล เครือข่ายอาสาสมัครด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงเป็น หุ้นส่วนความร่วมมือภาคประชาชนระหว่างกระทรวงทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ และประชาชนในทุกพื้นที่&amp;nbsp; และได้เกิดผลงานเป็นที่ประจักษ์ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo; วันนี้ประเทศไทย และโลกของเราอยู่ในสถานการณ์ไม่ปกติ ทุกอย่างต้องมีการปรับเปลี่ยน และสิ่งสำคัญที่ทุกคนต้องตระหนักคือ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่อย่างจำกัดให้สามารถอยู่อย่างยั่งยืนจนถึงชั่วลูกชั่วหลาน ดังนั้นแนวทางการทำงานต่อไปของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะอยู่ภายใต้นโยบาย&amp;ldquo;ทส. หนึ่งเดียว&amp;rdquo; และนโยบาย&amp;nbsp; ทส.2+4 ซึ่ง &amp;ldquo;ทส.2 &amp;rdquo; หมายถึง การยกระดับคุณภาพการทำงานเป็น 2 เท่า และ &amp;ldquo;+4&amp;rdquo; หมายถึง การเพิ่มศักยภาพของการปฏิบัติงาน โดย บวกที่ 1 คือ การเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ การน้อมนำแนวทางพระราชดำริมาประยุกต์ใช้ในการทำงาน บวกที่ 2 คือ การมีส่วนร่วมของประชาชน โดยประชาชนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา มีการรับรู้ ตระหนัก ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และมีส่วนร่วมในกิจกรรมของ ทส. บวกที่ 3 คือ การแสวงหาความรู้เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ ๆมาใช้ในการเพิ่มศักยภาพการทำงานอยู่เสมอ และบวกที่ 4 คือ มีหลักธรรมาภิบาลในการทำงาน โดยยึดหลักนิติธรรม คุณธรรม ความโปร่งใส การมีส่วนร่วม ความรับผิดชอบ และความคุ้มค่า ที่เป็นการยกระดับคุณภาพการทำงานเป็น 2 เท่า และการเพิ่มศักยภาพของการปฏิบัติงาน เพื่อนำไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และประชาชนมีคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวราวุธ กล่าวต่อไปว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมให้การสนับสนุนการทำงานของพี่น้องเครือข่ายในทุกด้าน ไม่ว่า ด้านเครื่องมือ กฎหมาย ระเบียบต่าง ๆ ที่ได้ปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้พี่น้อง ในพื้นที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมได้ดียิ่งขึ้น เช่น พรบ. ป่าชุมชน พ.ศ. 2562 พรบ.ป่าไม้ พ.ศ. 2562 ที่เปิดทางให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปลูกไม้มีค่า เพื่อใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนมากขึ้น เป็นต้น ขณะที่ ด้านงบประมาณจากกองทุนสิ่งแวดล้อม ได้เปิดโอกาสให้พี่เครือข่ายได้พัฒนาการทำงานในพื้นที่ให้เกิดความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น เช่น โครงการจัดการไฟป่าและลดหมอกควัน โครงการส่งเสริม โคก หนอง นา โมเดล และการทำเกษตรกรรมยั่งยืน และโครงการอื่น ๆ ทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และด้านมลพิษ เป็นต้น และในด้านบุคลากร เจ้าหน้าที่กระทรวงฯ พร้อมสนับสนุนการทำงานและร่วมทำงานกับพี่น้องเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ และที่สำคัญอีกประการที่ต้องการให้เครือข่ายในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมเป็นพลังสำคัญดำเนินการ คือ การส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการปลูกต้นไม้วันละ 1 ต้น เพื่อคืนความอุดมสมบูรณ์ให้กับป่าไม้และเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับประเทศ และหลังปลูกแล้วขอให้ช่วยกันดูแลเพื่อให้เติบโตต่อไป ด้วยการที่มีป่าไม้เพิ่มขึ้นจะช่วยแก้ไขปัญหาภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้น ไม่ว่า อุทกภัย ภัยแล้ง และอื่นๆ ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo; สำหรับปัญหาการเกิดอุทกภัยจากพายุดีเปรสชันเตี้ยนหมู่ในจังหวัดต่าง ๆที่เกิดขึ้นขณะนี้ ได้มอบนโยบายให้กับทุกหน่วยงานในสังกัด ได้เข้าดำเนินการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในทุกพื้นที่รับผิดชอบอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งต้องขอฝากให้เครือข่ายอาสาสมัครด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ช่วยประสานในด้านเกี่ยวกับข้อมูลความเดือดร้อนต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น รวมถึงสิ่งจำเป็นที่ต้องการได้รับการสนับสนุน เพื่อทางกระทรวงฯ จะได้เร่งจัดหาให้ เช่น เครื่องใช้เพื่อการอุปโภคบริโภค น้ำดื่ม รวมถึงยานพานะเช่นเรือ หรือ กำลังเจ้าหน้าที่เพื่อเข้าไปช่วยเหลือในการขนของ หรือเคลื่อนย้ายผู้ป่วย คนชรา และอื่นๆ&amp;rdquo;นายวราวุธ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวเพิ่มเติมว่า &amp;ldquo;เครือข่ายอาสาสมัครด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถือเป็นหนึ่งในพลังสำคัญที่ทำงานร่วมกับส่วนราชการในการทำงานให้เกิดผลสำเร็จตามเป้าหมายนโยบายของของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และรัฐบาล โดยเน้นหลักการทำงานอย่าง HAPPY หรือมีความสุข อันเป็นเป้าหมายสำคัญของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยพร้อมที่จะสนับสนุนการทำงานของเครือข่ายอาสาสมัครด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการรับฟังข้อคิดเห็นเพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาการทำงาน อันจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในทุกพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน นายสมศักดิ์ สันธินาค ประธานเครือข่าย ทสม. พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า &amp;ldquo;นับเป็นครั้งแรกที่ผู้บริหารสูงสุดของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้พูดคุยกับเครือข่าย ทสม. และเครือข่ายอื่นๆในสังกัดที่มีคนฟังจำนวนมากเป็นหลักแสนคน รู้สึกดีใจและเป็นขวัญกำลังใจให้เครือข่ายทุกเครือข่ายมีความมุ่งมั่นในการช่วยดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และขอให้สัญญาว่าพวกเราพร้อมที่จะทำงานร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตลอดไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118022</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นายจตุพร บุรุษพัฒน์, นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์, นายยุทธพล อังกินันทน์, นายวราวุธ ศิลปอาชา, นายอนุชา สะสมทรัพย์, นโยบายการส่งเสริมและสนับสนุนเครือข่ายด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, เครือข่ายป่าชุมชน, เครือข่ายราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210927/image_big_6151ba694043b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115103</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2021 07:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2021 07:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“วราวุธ” ย้ำความมั่นใจชาวบ้านบางกลอย คุณภาพชีวิตต้องดีขึ้น หลังป่าแก่งกระจานได้ขึ้นเป็นมรดกโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 30 ส.ค.นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เปิดเผยว่า ตนพร้อมผู้บริหาร ทส. นำโดยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัด ทส. นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp; ได้เดินทางเข้าไปติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาที่ทำกินให้กับชาวบ้าน ในพื้นที่บ้านโป่งลึก-บางกลอย ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี&amp;nbsp; เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับชาวบ้านที่อยู่อาศัยในพื้นที่บ้านบางกลอยล่าง ว่าจะต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ภายหลังจากที่กลุ่มป่าแก่งกระจานได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อวันที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวราวุธ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับผืนป่าแก่งกระจานเป็นอย่างยิ่ง และห่วงใยความเป็นอยู่ของพี่น้องชาวบางกลอย โดยกำชับให้เร่งแก้ไขปัญหาในส่วนที่ยังขาดเหลือ ส่วนไหนที่ดีอยู่แล้วต้องเร่งพัฒนาศักยภาพ เพื่อให้สามารถรองรับการเป็นมรดกโลกของพื้นที่ได้โดยเร็ว การลงพื้นที่ในครั้งนี้ จึงเป็นการมาติดตามผลการดำเนินงานของกระทรวงฯ ว่าสิ่งที่ได้ดำเนินการไปแล้วยังขาดเหลือสิ่งใดอยู่หรือไม่ เพื่อเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่บางกลอยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวราวุธ ยังได้กล่าวถึงผลการติดตามการดำเนินงานเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวบ้านโป่งลึก-บางกลอย ว่า เบื้องต้นพบว่า การจัดหาน้ำสำหรับการบริโภคให้กับชาวบ้านทั้ง 2 หมู่บ้านนั้น มีปริมาณน้ำที่เพียงพอและมีคุณภาพน้ำที่ดีเหมาะสมต่อการบริโภค จากระบบน้ำบาดาลที่ให้ปริมาณน้ำประมาณ 2 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง สำหรับน้ำอุปโภคนั้นได้มีการติดตั้งระบบกระจายน้ำไปแล้ว แต่อาจจะยังมีบางพื้นที่ที่อยู่ห่างไกล ซึ่งอยู่ระหว่างการวางแผนระบบกระจายน้ำให้สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้และสามารถพัฒนาพื้นที่ต่อไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายวราวุธ ศิลปอาชา และคณะ ได้ตรวจเยี่ยมระบบประปาบาดาล ขนาด 20 ลูกบาศก์เมตร พร้อมจุดบริการน้ำดื่มสะอาด และระบบสูบน้ำบาดาลด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งติดตั้งอยู่ในบริเวณโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านโป่งลึก เพื่อให้บริการน้ำดื่มสะอาดกับทั้ง 2 หมู่บ้าน คือ บ้านโป่งลึก และบ้านบางกลอย และตรวจเยี่ยมแปลงสาธิตการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างยั่งยืนบ้านบางกลอย เนื้อที่ 75 ไร่ ของชาวบ้านจำนวน 8 ราย ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ กรมพัฒนาที่ดิน และชาวบ้านเจ้าของพื้นที่ ดำเนินการปรับพื้นที่และปรับปรุงคุณภาพดินด้วยการปลูกปอเทือง ก่อนที่จะมีการปลูกไม้ผลตามความต้องการของชาวบ้านแต่ละรายต่อไป พร้อมกันนี้ ยังได้มอบสิ่งของจำเป็น อาทิ น้ำดื่ม ข้าวสาร น้ำปลา แอลกอฮอล์ ให้กับนายนิรันดร์ พงษ์เทพ ผู้ใหญ่บ้าน บ้านบางกลอย เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านต่อไป รวมถึงได้พบปะพูดคุยกับชาวบ้านตลอดเส้นทางการตรวจเยี่ยมโครงการต่าง ๆ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งการแก้ไขปัญหาน้ำกิน น้ำใช้ และที่ดินทำกิน ให้กับชาวบ้านโป่งลึก-บางกลอย เป็นผลจากการดำเนินงานตามแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวบ้านบางกลอย 9 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านการสำรวจที่ดินทำกิน 2) ด้านงานบริหารจัดการน้ำ 3) ด้านงานพัฒนาปรับปรุงดิน 4) ด้านงานจัดทำแปลงสาธิตการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างยั่งยืน 5) ด้านงานพัฒนาอาชีพทางเลือกและสร้างรายได้ 6) ด้านงานพัฒนาการท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรม 7) ด้านงานมวลชนสัมพันธ์และประชาสัมพันธ์ 8) ด้านสำมะโนประชากร และ 9) ด้านงานพัฒนาคุณภาพชีวิต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115103</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมพัฒนาที่ดิน, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น, จังหวัดเพชรบุรี, ชาวบ้านบางกลอย, ทส., นายจตุพร บุรุษพัฒน์, นายณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร, นายธัญญา เนติธรรมกุล, นายนิรันดร์ พงษ์เทพ, นายวราวุธ ศิลปอาชา, บ้านโป่งลึก-บางกลอย, ป่าแก่งกระจาน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, มรดกโลก, แผนพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวบ้านบางกลอย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210831/image_big_612d77175806f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108913</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2021 11:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2021 11:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภูเก็ตแซนด์บอกซ์พ่นพิษ‘วราวุธ-ปลัดทส.’ขอกักตัว14วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ค.2564 - &amp;nbsp;นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี โฆษกประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า จากการที่ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) และนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปกท.ทส.) ได้ร่วมคณะเดินทางไปตรวจติดตามความพร้อมการเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต ภายใต้โครงการภูเก็ตแซนด์บอกซ์ (Phuket Sandbox) เมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา และได้ร่วมคณะนายกรัฐมนตรีเปิดโครงการภูเก็ตแซนด์บอกซ์ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยการเดินทางทั้ง 2 ครั้ง ได้มีข่าวพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากเที่ยวบิน VZ314 ซึ่งเป็นเที่ยวบินขากลับจากภูเก็ตเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2564 และมีผู้แจ้งว่าติดเชื้อโควิด-19 หลังกลับจากร่วมเปิดโครงการภูเก็ต แซนด์บอกซ์เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากทั้ง 2 เหตุการณ์ดังกล่าว รัฐมนตรีว่าการฯ และปลัดกระทรวงฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อกระแสข่าวที่เกิดขึ้น โดยได้เข้าตรวจหาเชื้อโควิด-19 ทันทีหลังจากที่ได้ทราบข่าวในวันที่ 30 มิถุนายน 2564 ณ โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ซึ่งผลจากการตรวจในครั้งแรกปรากฎว่า ทั้งรมว. ปลัด ทส. และผู้ติดตาม ไม่พบเชื้อโควิด-19 &amp;nbsp;หลังจากนั้นได้เข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ซ้ำอีกครั้งเมื่อได้รับทราบข่าวในวันที่ 6 กรกฎาคม 2564 ซึ่งผลจากการตรวจในครั้งที่ 2 นี้ ยังคงปรากฎผลว่า &amp;nbsp;ไม่พบการติดเชื้อโควิด-19 แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ทั้ง นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส. และนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัด ทส. ได้ยกเลิกภารกิจที่ต้องเข้าร่วมทั้งหมดตั้งแต่เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เพื่อกักตัวตามมาตรการดังกล่าว แต่ยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์ปัญหาด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเหตุเพลิงไหม้โรงงานผลิตเม็ดพลาสติกอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การสั่งการต่าง ๆ ยังคงดำเนินการได้อย่างทันท่วงทีเพื่อสวัสดิภาพของพี่น้องประชาชน นอกจากนี้ ยังคงปฏิบัติภารกิจเฉพาะที่สามารถเข้าร่วมประชุมผ่านระบบการประชุมทางไกล Video Conference ได้เท่านั้น ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ก่อนกลับมาปฏิบัติภารกิจตามปกติอีกครั้ง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108913</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายจตุพร บุรุษพัฒน์, นายวราวุธ ศิลปะอาชา, ภูเก็ตแซนด์บอกซ์, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210707/image_big_60e531156950b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102530</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2021 16:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2021 15:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทส. จับมือ อปท. แก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในทุกมิติ เดินหน้าสร้างเมืองน่าอยู่ทั่วไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;ปลัด ทส.&amp;ldquo;จตุพร&amp;rdquo;&amp;nbsp; ระบุ ถือเป็นสัญญานที่ดี ที่การแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ถูกหยิบยกมาเป็นนโยบายในการเลือกตั้งท้องถิ่นที่ผ่านมา. จาก 490 เทศบาล&amp;nbsp; ให้ความสำคัญ ชูแนวทางการแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในมิติต่างๆ มากขึ้น&amp;nbsp; ทั้งนี้พบว่าร้อยละ 34 ของผู้สมัครให้ความสำคัญกับเรื่องการจัดการขยะเป็นปัญหาใหญ่ รองลงมา เรื่องน้ำเสีย อนุรักษ์พลังงาน และพื้นที่สีเขียว โดยกระทรวงทรัพย์ฯ พร้อมสั่งการ ทสจ. ส่งเสริมงานด้านสิ่งแวดล้อมให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า จากภารกิจของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มีเป้าหมายสำคัญที่จะร่วมผลักดันนโยบายระดับชาติ ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี สู่การปฏิบัติให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยน้อมนำแนวพระราชดำริและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นธงนำทาง โดยหนึ่งในแนวทางดำเนินการที่สำคัญ คือ การขับเคลื่อนการดำเนินงานพัฒนาเมืองผ่านกลไกประชารัฐในระดับพื้นที่ และมุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเมืองอย่างมีส่วนร่วมและยั่งยืนอย่างเต็มความสามารถในการพัฒนาเป็นเมืองน่าอยู่ พึ่งตนเอง และจัดการตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวต่อไปว่า ภายใต้แนวนโยบายดังกล่าว ทส. จึงมีเป้าหมายที่จะร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยมีสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ทสจ.) เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาศักยภาพองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีที่เกี่ยวข้อง เพื่อการพัฒนาและส่งเสริมเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เพื่อให้ทราบถึงแนวทางของการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการเลือกตั้งนายกเทศมนตรี และสมาชิกเทศบาลครั้งล่าสุด ทส.โดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ร่วมมือกับ ทสจ. ดำเนินการสำรวจข้อมูลด้านนโยบายด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมของผู้สมัครลงเลือกตั้งนายกเทศมนตรี และสมาชิกเทศบาล ใน 72 จังหวัด 490 เทศบาล&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo; จากผลการสำรวจพบว่า ผู้สมัครลงเลือกตั้งให้ความสำคัญกับนโยบายด้านการจัดการขยะเป็นอันดับแรก ถึงร้อยละ 34 ด้วยเป็นปัญหาที่ใกล้ตัว ส่งผลกระทบทั้งด้านสิ่งแวดล้อม และสุขภาพ ถือเป็นปัญหาสำคัญในระดับท้องถิ่นในทั่วทุกภาคของประเทศ ขณะนี้นโยบายสิ่งแวดล้อมด้านอื่น ๆ จะขึ้นกับสถานการณ์สิ่งแวดล้อมและบริบทของพื้นที่เป็นสำคัญ โดยปัญหาน้ำเสีย ร้อยละ 18 ปัญหาด้านพื้นที่สีเขียวร้อยละ 18 ปัญหาอากาศ ร้อยละ 10 และปัญหาอื่น ๆ เช่น การอนุรักษ์พลังงาน Smart City ร้อยละ 20&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ข้อมูลการสำรวจดังกล่าว ทส. จะนำมาใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นเพื่อประกอบการพิจารณาในการจัดทำโครงการภายใต้ความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดต่าง ๆต่อไป แต่อย่างไรก็ตามทีผ่านมา ทส.ได้มีโครงการด้านสิ่งแวดล้อมที่ดำเนินการร่วมในท้องถิ่น อาทิ &amp;ldquo;โครงการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน&amp;rdquo; ตามนโยบายของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; เป้าหมายดำเนินการในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี นครปฐม เพื่อติดตามและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเร่งด่วนของประชาชน อาทิเช่น การบริหารจัดการน้ำ ปัญหาน้ำเสีย และการจัดการขยะ เป็นต้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;นายจตุพรกล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ยังได้ร่วมกับ ทสจ. ขับเคลื่อนงาน &amp;ldquo;เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน&amp;rdquo; ส่งผลให้มีเทศบาลใน 70 จังหวัดเข้าสู่กระบวนการประเมินและผ่านเกณฑ์ชี้วัดเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน 4 องค์ประกอบ ได้แก่ เมืองอยู่ดี คนมีสุข สิ่งแวดล้อมยั่งยืน เทศบาลแห่งการเรียนรู้ และการบริหารจัดการที่ดี และมีเป้าหมายดำเนินการให้ครบทั้ง 76 จังหวัด ภายในปีงบประมาณ 2564 นี้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ทุกปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น ต้องการความร่วมมือจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้ามาดูแลคุณภาพสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตครอบคลุมในทุกมิติ ส่งผลให้เกิดความน่าอยู่อย่างยั่งยืนในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศไทย&amp;rdquo; นายจตุพรกล่าวในที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102530</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเมือง, ทส., ทสจ., นายจตุพร บุรุษพัฒน์, สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ, เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210511/image_big_609a48d7da249.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43010</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2019 16:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2019 16:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทส.ขยายผลขับเคลื่อนเครือข่ายทสม. พัฒนา&quot;จิตอาสาพระราชทาน904วปร.&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;ทส.นำทีมประชาชนและเครือข่าย ทสม. กว่า 1 พันคน ลงพื้นที่ &amp;quot;วัดช่องลม&amp;quot; เมืองสุพรรณ พัฒนาสิ่งแวดล้อมและโรงเรียน สนองพระราโชบายในหลวงรัชกาลที่ 10 ด้านงานจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. เพื่อสืบสาน รักษา และต่อยอด งานตามแนวพระราชดำริ ร.9 พร้อมประกาศขยายผลขับเคลื่อนเครือข่าย ทสม. ไปสู่การเป็น เป็น &amp;quot;เครือข่าย ทสม. จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร.&amp;quot; เพื่อเดินหน้าตอบสนองพระราชปณิธานให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เผยมีสมาชิกเข้าร่วมแล้วมากกว่า 85,594 คน&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;วันที่ 8 สิงหาคม 2562 นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พร้อม นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เป็นตัวแทนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) นำคณะผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ประชาชน จิตอาสา และอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) จำนวนกว่า 1,000 คน ร่วมทำกิจกรรม &amp;quot;เราทำความดี ด้วยหัวใจ&amp;quot; จิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมบริเวณวัดและโรงเรียน ณ วัดช่องลม ต.ไผ่กองดิน อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี &lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;นายจตุพร กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชปณิธานแน่วแน่ในการ&amp;ldquo;สืบสานรักษาและต่อยอด&amp;quot; งานตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าและบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับอาณาราษฎรของพระองค์เราทุกคนในที่นี่ จึงได้มารวมกันเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และร่วมสืบทอดพระราชปณิธานในการ&amp;ldquo;ปลูกต้นกล้าแห่งความดี&amp;rdquo; โดยแสดงพลังจิตอาสาร่วมกับหน่วยราชการต่าง ๆ ด้วยการทำกิจกรรมจิตอาสาสร้างความสุขให้ประชาชน และสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยแก่สังคมไทย ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ของประเภทกิจกรรมจิตอาสาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานไว้&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;&amp;quot;การทำงานเพื่อพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อม เป็นงานที่ไม่ได้เห็นผลในเร็ววัน แต่เป็นเหมือนกับการความดีปิดทองหลังพระต้องที่ทำอย่างต่อเนื่องและทำด้วยความสมัครใจ ด้วยความเป็นจิตอาสา เพราะลำพังภาครัฐเอง ก็ไม่สามารถจัดการปัญหาได้พร้อมกันทั้งหมด ต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนจิตอาสาและเครือข่ายอาสาสมัครต่าง ๆ ให้เป็นกำลังสำคัญในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นของตนเอง โดย ทส. มีนโยบายสนับสนุนการทำงานของประชาชนจิตอาสา เครือข่าย ทสม. เครือข่ายองค์กรพัฒนาเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม รวมทั้งองค์กรเครือข่ายอื่น ๆ ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศให้เกิดสมดุลและความยั่งยืน และที่สำคัญ คือ การน้อมนำพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเป็นแนวทางในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและทำให้มีคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดี เพื่อประโยชน์สุขของประเทศชาติและประชาชน&amp;quot; นายจตุพร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;ด้าน นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ที่ผ่านมา ทส. ได้จัดกิจกรรม &amp;ldquo;เราทำความดี ด้วยหัวใจ&amp;rdquo; เพื่อสนองพระราโชบายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ด้านงานจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. มาอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมกับเครือข่าย ทสม. และประชาชนจิตอาสาพื้นที่ต่าง ๆ ร่วมกันพัฒนาสิ่งแวดล้อมชุมชน นอกจากนี้ที่ผ่านมา กิจกรรม &amp;ldquo;เราทำความดี ด้วยหัวใจ&amp;quot; ของ ทส.​ ยังเป็นส่วนสำคัญในการสร้างประชาชนจิตอาสารณรงค์คัดแยกและเก็บขยะในงานสำคัญต่าง ๆ อาทิ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 งานอุ่นไอรัก งานกาชาด งานประเพณีเตียวดอย รวมถึงยังได้มีการจัดอบรมวิทยากรจิตอาสาสร้างวินัยและจิตสำนึกจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง ให้กับเจ้าหน้าที่กระทรวงฯ และเครือข่าย ทสม. จากทั่วประเทศไปแล้วกว่า 400 คน เพื่อเป็นแกนนำในการจัดทีมพัฒนาสิ่งแวดล้อมและบริหารจัดการขยะที่ต้นทางในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;สำหรับกิจกรรม &amp;ldquo;เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ&amp;rdquo; จิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมบริเวณวัดและโรงเรียน ที่จัดขึ้น ณ วัดช่องลม ตำบลไผ่กองดิน อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี ในครั้งนี้ เป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเครือข่ายภาคส่วนต่าง ๆ ในการบำเพ็ญประโยชน์และทำกิจกรรมด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและรักษาสิ่งแวดล้อมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม เช่น การกำจัดวัชพืชในแหล่งน้ำ การปรับภูมิทัศน์สวนสาธารณะให้สวยงาม การทาสีอาคารเอนกประสงค์ การปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับชุมชน เป็นต้น โดยมีเครือข่าย ทสม. ประชาชนจิตอาสา และหน่วยงานในพื้นที่ จากลุ่มน้ำภาคกลาง จำนวน ๑๒ จังหวัด (นครปฐม กาญจนบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ลพบุรี อ่างทอง ชัยนาท สิงห์บุรี สมุทรปราการ นนทบุรี และกรุงเทพมหานคร) เข้าร่วมกว่า 1,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;ทั้งนี้ ชุมชนวัดไผ่กองดิน เป็นชุมชนปลอดขยะ (Zero Waste) ที่ผ่านการคัดเลือกรอบที่ 1 ในชุมชนขนาดเล็ก ของโครงการชุมชนปลอดขยะเมื่อปี พ.ศ.2561 และเป็นชุมชนที่มีความโดดเด่นในการจัดการขยะมูลฝอยที่มีเส้นทางไปของขยะแต่ละประเภทอย่างชัดเจน ทุกครัวเรือนมีการคัดแยกขยะแต่ละประเภท และนำไปใช้ประโยชน์ต่อจนแทบไม่มีขยะหลงเหลือภายในครัวเรือน จนทำให้ปริมาณขยะมูลฝอยของชุมชนลดลงกว่าร้อยละ 36 จากที่มีปริมาณขยะเฉลี่ย 12.5 ตันต่อวัน เหลือเพียง 7.9 ตันต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน ทสม. มีสมาชิกในเครือข่ายทั่วประเทศมากกว่า 226,898 คน ซึ่งคอยทำหน้าที่ในการประสาน ประชาสัมพันธ์ ปฏิบัติ และประเมินผล (หลัก ๔ ป.) รวมทั้งขับเคลื่อนกิจกรรมโดยผ่านกลไกการทำงานในรูปแบบคณะกรรมการเครือข่าย ทสม. ระดับตำบล อำเภอ จังหวัด และระดับประเทศ ดังนั้นเพื่อให้การขับเคลื่อนการทำงานสนองพระราโชบายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทส. จึงได้ขยายผลการพัฒนาเครือข่าย ทสม. ดังกล่าว ไปสู่การเป็น &amp;quot;เครือข่าย ทสม. จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร.&amp;quot; โดยขณะนี้มีสมาชิกทั่วประเทศจำนวน 85,594 คน&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;กิจกรรมเราทำความดีด้วยหัวใจในครั้งนี้ นับได้ว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายผลเครือข่าย ทสม. ไปสู่เครือข่าย ทสม. จิตอาสาพระราชทาน &amp;nbsp;904 วปร. ให้ครอบคลุมทั่วประเทศยิ่งขึ้น เพื่อแสดงถึงความเป็นจิตอาสาโดยแท้จริงของเหล่าสมาชิกเครือข่าย ทสม. ที่มีความมุ่งมั่น ทุ่มเท เสียสละ และเป็นผู้เดินตามรอยในหลวงรัชกาลที่ 9 พระผู้เป็นพระบิดาแห่งการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเพื่อสนองพระราโชบาย โครงการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. น้อมนำศาสตร์พระราชาสู่การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน มาเป็นแนวทางในการดำเนินงานทั้งในด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การจัดการขยะมูลฝอย การพิทักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ของประเทศไทยให้เกิดความยั่งยืนต่อไป&amp;quot; อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43010</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม, นายจตุพร บุรุษพัฒน์, รัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190808/image_big_5d4be5ab476ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
