<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119766</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘จตุพร’เฮ!ได้ประกันพ้นคุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จตุพร&amp;quot; เฮ! ศาลอุทธรณ์ให้ประกันตัวคดีบุกบ้านสี่เสาเทเวศร์ &amp;quot;ทะลุแก๊ส&amp;quot; ป่วนงานรำลึก 14 ตุลา ตั้งจุดสภากาแฟข้างอนุสรณ์สถาน ขึ้นป้ายปฏิรูปสถาบัน &amp;quot;ประสาร&amp;quot; จี้ปลดลง หวั่นสร้างความขัดแย้ง &amp;quot;ม็อบ 3 นิ้ว&amp;quot; แตกกระเจิงเจอชุดเคลื่อนที่เร็ว ตร.บล็อกจุดชุมนุมอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลอาญา วันที่ 14 ต.ค. ศาลอ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์ ที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ จำเลยที่ 1 คดีหมายเลขดำ อ.2799/2557 ในคดีชุมนุมล้อมบ้านสี่เสาเทเวศร์ ได้ยื่นอุทธรณ์การขอปล่อยชั่วคราวเมื่อวันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้จำเลยที่ 1 เคยได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวตลอดมา จนกระทั่งจำเลยที่ 1 ต้องโทษจำคุกตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่กำหนด 12 เดือนในคดีอาญา หมายเลขแดงที่ อ.240/2558 ของศาลชั้นต้น ต่อมาผู้ประกันส่งตัวจำเลยที่ 1 บังคับโทษตามคำพิพากษาคดีดังกล่าว ระหว่างนี้ได้มีพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2564 จำเลยที่ 1 อยู่ในเกณฑ์จะได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวตามมาตรา 6 (1) ประกอบมาตรา 16 และอยู่ระหว่างการอบรมเตรียมความพร้อมการปล่อยตามที่กรมราชทัณฑ์กำหนดตามหนังสือของเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ที่ ยธ 0768/9068 ประกอบกับโจทก์ไม่คัดค้านการปล่อยชั่วคราว จึงอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 ชั่วคราวในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นเฉพาะคดีนี้ กรณีผิดสัญญาประกันให้ปรับ 300,000 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เพื่อป้องกันมิให้จำเลยที่ 1 หลบหนี จึงเห็นสมควรให้จำเลยที่ 1 นำหลักประกันตามจำนวนดังกล่าวมาวางศาลให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากทนายจำเลยหรือญาตินำหลักประกันมาให้ศาลอาญาพิจารณาทันเวลาราชการ ก็สามารถยื่นขอปล่อยตัวได้ภายในวันนี้ทันที ซึ่งต่อมาได้รับการปล่อยตัวเมื่อเวลา 18.45 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว ตั้งแต่ช่วงเช้า คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.), มูลนิธิ 14 ตุลา และ 30 องค์กรประชาธิปไตย ร่วมกันจัดงานรำลึกและปาฐกถา 14 ตุลา ประจำปี 2564 โดยมีตัวแทนภาครัฐ รัฐสภา พรรคการเมืองฝ่ายค้านและรัฐบาล กรรมการสิทธิมนุษยชน ภาคประชาชน ตลอดจนองค์กรต่างๆ พร้อมทั้งตัวแทนทุกภาคส่วนได้ เข้าวางพวงมาลา และร่วมกันกล่าวสดุดีวีรชนในเหตุการณ์ 14 ตุลา โดยมีนายอนุชา นาคาศัย รมต.สำนักนายกฯ นำพวงมาลามาวางแทนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กลุ่มทะลุฟ้า ตั้งจุดสภากาแฟทะลุฟ้าด้านข้างอนุสรณ์สถาน พร้อมเชิญชวนประชาชนที่มาถึงร่วมนั่งดื่มกาแฟ &amp;nbsp;มีนำป้ายผ้าที่เขียนข้อความ &amp;ldquo;ปฏิรูปสถาบัน&amp;rdquo;, &amp;ldquo;ที่ใดมีเผด็จการ ที่นั่น ย่อมมีการต่อสู้&amp;rdquo;, &amp;ldquo;เราต้องการรัฐธรรมนูญ ฉบับ ปชช.&amp;rdquo; มาผูกไว้รอบบริเวณ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนกระทั่งนายประสาร มฤคพิทักษ์ กรรมการมูลนิธิ 14 ตุลา อดีตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) และอดีตผู้นำนักศึกษารุ่น 14 ตุลา ได้เดินเข้าไปคุยกับกลุ่มทะลุฟ้าว่าขอให้ปลดป้ายข้อความ &amp;ldquo;ปฏิรูปสถาบัน&amp;rdquo; รวมถึงป้ายข้อความอื่นๆ ลง &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ทางผู้จัดระบุเดิมทางกลุ่มทะลุฟ้ามีกำหนดการจัดกิจกรรมในช่วงเย็นไม่ใช่ช่วงนี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประสารกล่าวว่า การจัดกิจกรรมงานรำลึก 14 ตุลาคม 2516 เหมือนเป็นการรำลึกเหล่าวีรชน ซึ่งต่อสู้เสียเลือดเสียเนื้อ เสียชีวิตเพื่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนมาเมื่อ 48 ปีที่แล้ว ไม่ต้องการที่จะให้เกิดความขัดแย้งกับใคร ไม่ว่าจะเสื้อเหลืองหรือเสื้อแดงก็สามารถมาใช้พื้นที่ตรงนี้ได้ เราเปิดโอกาสให้เต็มที่ ไม่เคยกีดกันสิทธิเสรีภาพของใคร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงที่กลุ่มทะลุฟ้าเข้ามาจัดกิจกรรมและติดตั้งป้ายผ้าตามจุดต่างๆโดยรอบบริเวณอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา นายประสารกล่าวว่า กลุ่มทะลุฟ้าไม่ได้มาขออนุญาต แค่มาขอจัดกิจกรรมในช่วงเย็นเท่านั้น ส่วนการขออนุญาตติดตั้งป้ายผ้าต่างๆ ไม่มี เหมือนเป็นการละเมิดสิทธิคนอื่นมากไป กรณีนี้จะทำให้เกิดความขัดแย้ง ซึ่งถ้าผู้ใหญ่เจาะจงมาจะทำอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันการติดตั้งป้ายผ้าไม่ได้อยู่ในระเบียบวาระของผู้จัดงาน ควรนำป้ายผ้าออก หากไม่นำเอาไปก็รับผิดชอบกันเอง ทำอะไรต้องเคารพเจ้าของสถานที่ ไม่ใช่ทำอะไรตามอำเภอใจ&amp;quot; นายประสารกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายประสารได้เดินไปตักเตือนแล้ว แต่กลุ่มทะลุฟ้ายังคงไม่ถอนป้ายผ้าออก ทำให้นายประสารเดินกลับมาพร้อมกล่าวว่า &amp;ldquo;หากไม่เอาออก จะเรียกตำรวจมา&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เพจทะลุฟ้าโพสต์ถึงกรณีดังกล่าว เนื้อหาตำหนิการกระทำของนายประสาร โดยตอนหนึ่งระบุว่า หากท่านมีความเป็นกลางจริง เหตุใดถึงไม่อาจทำได้ เมื่อเราอยู่ในระบอบประชาธิปไตย หรือแท้จริงเราอยู่ในระบอบการปกครองรูปแบบไหนกันแน่? ท่านถึงหน้าบางเพียงนี้ท่านอ้างเคารพวีรชน 14 ตุลา หรือเคารพคนที่มีโอกาสเป็นใหญ่เป็นโตในระบบอุปถัมภ์นี้กันแน่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 15.00 น. กลุ่มทะลุแก๊สโพสต์นัดรวมกันที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และเคลื่อนขบวนไปยังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในลักษณะคาร์ม็อบ อย่างไรก็ตาม ก่อนที่กลุ่มทะลุแก๊สจะมาถึงตำรวจชุดเคลื่อนที่เร็วพร้อมรถควบคุมผู้ต้องขังเข้ามาตรึงพื้นที่ ทำให้กลุ่มทะลุแก๊สไม่สามารถใช้พื้นที่ทำกิจกรรมได้ จึงเปลี่ยนจุดไปรวมตัวกันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ฝั่งร้านแมคโดนัลด์ รวมทั้งมีกลุ่มแนวร่วมอิสระมาสมทบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่รวมตัวกันนั้น ได้มีมวลชนปาประทัดยักษ์ไปยังพื้นถนนเสียงดังสนั่น ทำให้กลุ่มที่ไม่ต้องการใช้ความรุนแรงเกิดความไม่พอใจเกิดชุลมุนชกต่อยกันเองจนต้องห้ามปราบกันวุ่น หลังจากนั้นไม่กี่นาทีตำรวจชุดเคลื่อนที่เร็วมาโดยรถตู้ได้เข้ากระชับพื้นที่ทำให้กลุ่มมวลชนต่างขี่จักรยานยนต์แตกกระเจิงไปยังฝั่งถนนดินสอ แต่ก็เกิดเสียงประทัดยักษ์ดังขึ้นต่อเนื่องหลายครั้ง โดยมีหนึ่งลูกตกลงไปบนหลังคารถตู้ของตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเพจทะลุแก๊ซได้โพสต์เชิญชวนมวลชนไปรวมตัวกันที่แยกปทุมวัน แต่ปรากฏว่าตำรวจชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าตรึงพื้นที่ไว้ก่อนที่มวลชนจะรวมตัวกันได้. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119766</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทะลุแก๊ส, นายจตุพร พรหมพันธุ์, ศาลอ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211014/image_big_6168396fb88c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109100</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2021 22:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘จตุพร’ต้องทนต่อ ฎีกาพิพากษายืน คุก11เดือน16วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่รอด! &amp;quot;จตุพร&amp;quot; ต้องทนต่อ &amp;nbsp;ศาลฎีกาพิพากษายืนคดีหมิ่น &amp;quot;อภิสิทธิ์&amp;quot; หาว่าเป็นฆาตกรมือเปื้อนเลือดฆ่าประชาชน จำคุกทันที 11 เดือน 16 วัน ที่หมายคือเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เจ้าตัวประกาศฝากม็อบไทยไม่ทนไว้กับ บก.ลายจุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2564 ศาลอ่านคำสั่งฎีกาในคดีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ เมื่อวันที่ 9 ส.ค.2561 ขอให้ยกเลิกหมายจำคุกคดีถึงที่สุด ซึ่งออกโดยศาลชั้นต้น เมื่อวันที่ 12 ก.พ.2561 ในคดีที่นายอภิสิทธิ์เป็นโจทก์ ในคดีหมายเลขดำ อ.4176/2552 (คดีหมายเลขแดง อ.240/2558) ยื่นฟ้องนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในความผิดหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 กรณีกล่าวหานายอภิสิทธิ์ประวิงเวลาในการทำความเห็นเสนอต่อสำนักราชเลขาธิการ เพื่อขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่นายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งคดีดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.2560 ตามคำพิพากษาศาลฎีกา ที่ให้จำคุกนายจตุพร 12 เดือน โดยไม่รอลงอาญา และให้นับโทษคดีจำคุกนายจตุพรต่อจากคดีอาญาหมายเลขแดง อ.4907/2555 (หมายเลขดำ อ.1962/2552) กรณีกล่าวหาเป็นฆาตกรมือเปื้อนเลือดฆ่าประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยคำร้องอุทธรณ์ของนายอภิสิทธิ์ดังกล่าวระบุว่า เมื่อคดีหมิ่นประมาท หมายเลขดำ อ.4176/2552 ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาให้จำคุกนายจตุพร 12 เดือน โดยไม่รอลงอาญา และให้นับโทษคดีจำคุกนายจตุพร ต่อจากคดีอาญาหมายเลขแดง อ.4907/2555 (หมายเลขดำ อ.1962/2552) แล้ว ต่อมาศาลชั้นต้นได้ออกหมายจำคุกคดีถึงที่สุดให้นับโทษนายจตุพรต่อ แต่จำเลยได้ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่าศาลชั้นต้นและศาลฎีกา ไม่มีอำนาจพิพากษาให้นับโทษจำคุกนายจตุพรต่อจากอาญาหมายเลขแดง อ.4907/2555 จำเลยจึงขอให้ศาลแก้ไขคำพิพากษายกเลิกหมายจำคุกถึงที่สุดฉบับเก่า (ที่ให้มีการนับโทษต่อ) และให้ออกหมายจำคุกคดีถึงที่สุดใหม่ ซึ่งศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วก็มีคำสั่งให้ยกคำร้องของจำเลย เพราะว่ายกเลิกคำพิพากษาเดิมที่ให้นับโทษต่อไม่ได้ โดยศาลฎีกาก็มีคำพิพากษาถึงที่สุด และมีการออกหมายตามคำพิพากษาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำเลยก็ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวอีก โดยศาลชั้นต้นก็ได้เรียกตัวจำเลยมาสอบถาม ซึ่งแถลงว่าหมายที่ให้นับโทษจำคุกคดีนี้ต่อจากคดีอาญาหมิ่นประมาทอีกสำนวนนั้นไม่ถูกต้อง ต่อมาเมื่อศาลชั้นต้นตรวจสอบรายงานกระบวนพิจารณาใหม่อีกครั้ง ปรากฏว่าในคดีหมิ่นประมาทนั้น ศาลชั้นต้นไม่ได้ให้นับโทษจำคุก แต่ศาลอุทธรณ์มีการย่อคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่าให้นับโทษจำเลยต่อ ซึ่งไม่ถูกต้อง จนเมื่อผลคดีถึงที่สุด ก็เป็นเหตุให้ศาลชั้นต้นออกหมายจำคุกถึงที่สุดโดยผิดหลงด้วยการให้นับโทษต่อ ดังนั้นศาลชั้นต้นจึงมีอำนาจแก้ไขให้ถูกต้อง และเป็นธรรมกับตัวจำเลย โดยให้ออกหมายจำคุกคดีถึงที่สุดใหม่เมื่อวันที่ 12 ก.พ.2561 ไม่ต้องนับโทษนายจตุพร จำเลย ต่อจากคดีอาญาหมิ่นประมาทอีกสำนวน ซึ่งระบุวันนับโทษตั้งแต่วันที่ 9 ส.ค.2560 โดยไม่หักวันต้องขังให้จำเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ โจทก์เห็นว่าการที่ศาลชั้นต้นไม่นับโทษจำคุกนายจตุพร จำเลย ต่อจากคดีอาญาหมิ่นประมาทอีกสำนวนนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขัดกับคำพิพากษาศาลฎีกา โจทก์จึงขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว และให้หมายเรียกจำเลยมารับโทษตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ต้องนับโทษคดีอาญาต่อ ขณะที่ศาลชั้นต้นพิจารณาคำร้องของนายอภิสิทธิ์แล้ว ให้ยกคำร้อง โจทก์จึงได้ยื่นอุทธรณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อวันที่ 12 ก.ย.62 ที่ผ่านมา ศาลอุทธรณ์เห็นว่า แม้การออกหมายจำคุกถึงที่สุดจะเป็นเรื่องการบังคับโทษตามคำพิพากษา ซึ่งศาลชั้นต้นมีอำนาจดำเนินการก็ตาม แต่การออกหมายบังคับตามโทษนั้นจะต้องให้ถูกต้องกับโทษที่จำเลยควรได้รับตามความเป็นจริงด้วย ซึ่งการที่ศาลชั้นต้นได้ออกหมายจำคุกคดีถึงที่สุด เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.2560 ให้นับโทษจำคุกนายจตุพร จำเลยต่อจากคดีอาญา หมายเลขแดง อ.4907/2555 ตามคำพิพากษาศาลฎีกาเป็นการออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุด โดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว และการที่ศาลชั้นต้นได้ยกเลิกหมายจำคุกดังกล่าวแล้วออกหมายบังคับโทษใหม่ เมื่อวันที่ 12 ก.พ.2561 โดยอ้างว่าหมายจำคุกเดิมที่ศาลชั้นต้นออกนั้นทำโดยผิดหลง เนื่องจากศาลชั้นต้นที่เคยมีคำพิพากษาคดีนั้น ไม่ได้ให้นับโทษจำเลยต่อจากคดีอาญา หมายเลขแดง อ.4907/2555 แต่ศาลอุทธรณ์ย่อคำพิพากษาว่า ศาลชั้นต้นให้นับโทษคดีต่อกันกับอีกสำนวนหนึ่งนั้น ความจริงศาลชั้นต้น (คดีหมายเลขดำ อ.4176/2552) พิพากษาให้นับโทษจำคุกนายจตุพร จำเลยต่อจากคดีอาญาหมายเลขแดง อ.4907/2555 ตรงตามที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาย่ออยู่แล้วไม่ได้เป็นข้อผิดพลาด ดังนั้นที่ศาลชั้นต้นเคยยกเลิกหมายจำคุกถึงที่สุดฉบับเก่านั้น น่าจะเกิดจากความคลาดเคลื่อนผิดหลงของศาลชั้นต้นเอง อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงพิพากษาให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่นับโทษจำคุกจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.4907/2555 และให้ยกเลิกหมายจำคุกคดีถึงที่สุดของจำเลย ลงวันที่ 19 ก.พ.2561 กับให้ศาลชั้นต้นออกหมายจำคุกคดีถึงที่สุดใหม่เพื่อบังคับตามคำพิพากษาศาลฎีกาต่อไป (ที่ให้นับโทษจำคุกนายจตุพร คดีหมิ่นประมาทหมายเลขดำ อ.4176/2552 ต่อจากคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.4907/2555)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ คือให้นับโทษคดีที่ 2 ต่อจากคดีเเรกเมื่อคดีเเรกถึงที่สุด โดยระหว่างนี้ศาลอาญาอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าโทษต่อจากคดีเเรกที่ให้นับต่ออีก 12 เดือน ซึ่งจะนับจำนวนอีกเท่าไหร่ต้องรอตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งให้นับโทษต่อคดีหมายเลขดำ อ.4176/2562 ที่หมิ่นประมาทนายอภิสิทธิ์ ที่ศาลฎีกาพิพากษาให้จำคุก 2 กระทง กระทงละ 6 เดือน รวม 12 เดือน คดีถึงที่สุดเมื่อวันที่ 14 ธ.ค.2560 โดยทางศาลอาญาได้ออกหมายขังจำคุกคดีถึงที่สุด ซึ่งก่อนหน้านี้นายจตุพร เคยถูกจำคุกคดีนี้แล้ว 14 วัน จึงต้องนำมาหักจากโทษจำคุก 12 เดือน รวมต้องจำคุกนายจตุพรอีก 11 เดือน 16 วัน โดยเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ก็จะนำตัวนายจตุพรไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังฟังคำสั่งศาลฎีกา นายจตุพรมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นทันที แต่ก็ไม่ได้กล่าวอะไร แต่ก่อนคำมีพิพากษาเขาให้สัมภาษณ์ว่าตัวเองติดคุกมาแล้ว 4 ครั้ง เรียกได้ว่าเป็นมนุษย์คุกคนหนึ่ง รู้แล้วว่าจะต้องใช้ชีวิตอย่างไร ในส่วนของคณะไทยไม่ทน ต่อให้ไม่มีตัวเองก็จะต้องเดินหน้าต่อ เบื้องต้นจากการที่พูดคุยการชุมนุมในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ จะไปร่วมชุมนุมกับกลุ่มนายสมบัติ บุญงามอนงค์.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109100</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายจตุพร พรหมพันธุ์, นายทักษิณ ชินวัตร, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อดีตนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210708/image_big_60e6910beccdc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105768</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 14:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2021 12:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุทินกัดฟันรับปากไทยไม่ทนฯจะไปคุยฝ่ายค้านไขก๊อกบีบรัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มิ.ย.2564 - &amp;nbsp;ที่รัฐสภา ฝั่งวัดแก้วฟ้าจุฬามณี คณะไทยไม่ทนสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย นำโดยนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานญาติวีรชนพฤษภา 35, นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และนายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน ยื่นหนังสือต่อนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) เพื่อขอให้ฝ่ายค้านเสียสละลาออกจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระกล่าวว่า คณะไทยไม่ทนฯ เป็นกลุ่มประชาชนที่ไม่ต้องการให้ระบอบเผด็จการกบฏอยู่สืบทอดอำนาจอีกต่อไป ตลอด 7 ปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม บริหารประเทศอย่างล้มเหลวทุกด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม อีกทั้งยังมีพฤติกรรมอวดเก่ง ตระบัดสัตย์ จนพาประเทศไปสู่ความวิบัติล่มจม หากปล่อยให้บริหารประเทศต่อไปความพินาศจะทวียิ่งขึ้น จึงเรียกร้องต่อประธานวิปฝ่ายค้าน และพรรคร่วมฝ่ายค้าน 2 ข้อ คือ 1. หากพรรคร่วมฝ่ายค้านไม่สามารถถ่วงดุล หรือไม่สามารถตรวจสอบการบริหารงานของเผด็จการกบฏที่ทำงานไม่เป็น และไม่สามารถทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้ ควรรีบลาออกเพื่อมาอยู่กับฝ่ายประชาชน และ 2.หากไม่สามารถหยุดพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ 5 แสนล้านบาท และหยุดพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 ในการแก้ปัญหาโควิด - 19 ซึ่งมีความล้มเหลว อีกทั้งพรรคฝ่ายค้านยังถูกข่มขู่ว่าอาจจะมีการยุบสภาแสดงถึงการไม่ให้คุณค่าแก่พรรคฝ่ายค้าน จึงควรลาออกมาให้หมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้พรรคฝ่ายค้านออกมาต่อสู้ร่วมกับประชาชน อย่าอยู่เป็นเครื่องมือให้ให้รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ เพราะวันนี้มีการข่มขู่ ส.ส.ในหลายรูปแบบ ทั้งการขู่ยุบสภา ขู่ลาออก เพื่อเปิดทางให้ตัวเองได้กลับมาใหม่ และจะมีการซื้อขายนักการเมืองเปิดตลาดซื้องูเห่า เพื่ออ้างความชอบธรรมให้ตัวเองได้กลับมาเป็นนายกฯ อีกรอบ นักการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยต้องไม่ปล่อยให้รัฐบาลเผด็จการได้ออกไปแบบดีๆ เพื่อที่จะกลับมาเอื้อประโยชน์ให้กับตัวเองอีกครั้ง และแม้ว่าการทำหน้าของประธานวิปฝ่ายค้าน จะทำหน้าที่ได้ดี แต่ก็ไม่สามารถยับยั้งรัฐบาลเผด็จการได้ เพราะมีพวกมากลากไปไม่สามารถตรวจสอบได้จริง ดังนั้น หากพรรคร่วมฝ่ายค้านยังอยู่ต่อไปก็มีแต่จะสร้างความชอบธรรมให้กับรัฐบาลเผด็จการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมไม่เห็นประโยชน์ในการดำรงอยู่ของฝ่ายค้านยิ่งอยู่ประชาชนจะยิ่งเสื่อมศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย จึงอยากให้ฝ่ายค้านลาออกเพื่อร่วมต่อสู้กับประชาชนจะทรงคุณค่ากว่า และฝ่ายค้านจะได้กลับมาบริหารประเทศต่อไปในอนาคต แต่หากยังให้ระบอบประยุทธ์ดำรงอยู่ และมีอำนาจต่อไป ความเสื่อมจะยิ่งเกิด ระบอบประยุทธ์ไม่สามารถแก้ปัญหาของชาติได้ ซึ่งการทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริงทุกฝ่ายต้องเสียสละ&amp;rdquo; นายจตุพร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสุทิน กล่าวว่า &amp;nbsp;จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือกับฝ่ายค้านต่อไป แต่ส่วนตัวเข้าใจเจตนา และความปรารถนาดีต่อชาติบ้านเมืองของกลุ่มไทยไม่ทนฯ ซึ่งฝ่ายค้านมีจุดร่วมไม่ต่างกัน ที่อยากให้รัฐบาลบริหารบ้านเมืองคำนึงถึงความต้องการหรือความเดือดร้อนประชาชน ที่สำคัญที่สุดคือเราต้องรักษาระบบรัฐสภาไว้ แต่ที่กลุ่มไทยไม่ทนฯ ดำเนินการ เพราะเห็นว่าระบบรัฐสภาที่มีฝ่ายค้านอยู่ด้วยกำลังจะเสื่อมไม่สามารถเป็นที่พึ่งของประชาชนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยอมรับว่าการทำงานของฝ่ายค้าน 2 ปีที่ผ่านมา ยังไม่สามารถหยุดยั้งความคิด วิถีทางที่รัฐบาลดำเนินมาที่ไม่ใช่ประชาธิปไตย ถ้ามองอีกนัยหนึ่งคือฝ่ายค้านยังไม่สามารถตรวจสอบถ่วงดุลรัฐบาลได้ ด้วยปัจจัยแรก คือ บางครั้งการตรวจสอบรัฐบาลไปจบที่กระบวนการยุติธรรม และองค์กรอิสระ แต่หลายครั้งเราท้อแท้ อีกปัจจัยหนึ่งคือการใช้เสียงข้างมากไม่คำนึงถึงประชาชน หลายครั้งเราทำงานได้ดี แต่ไม่ได้จบบนหลักเหตุผล เจอเสียงข้างมากลากไป ดังนั้น มาตรการหนึ่งที่จะกดดันรัฐบาล คือการที่ให้ฝ่ายค้านลาออกจากระบบรัฐสภาก็เป็นวิธีที่มีเหตุผล ถ้าเราสามารถทำวิธีนี้แล้วรัฐบาลเปลี่ยนความคิด และหันมาคำนึงถึงประชาชนเรายินดีลงทุน ดังนั้น ส่วนตัวคิดว่าถ้าลาออกแล้วได้ผลเราก็พร้อม แต่ถ้าลาออกแล้วรัฐบาลไม่แยแส ไม่สนใจเหมือนในอดีตที่เคยเกิดขึ้น เราจะเสียโอกาสหรือไม่ เหมือนปิ้งปลาย่างให้แมวหรือไม่&amp;rdquo; นายสุทินกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105768</URL_LINK>
                <HASHTAG>นปช., นายจตุพร พรหมพันธุ์, นายวีระ สมความคิด, นายสุทิน คลังแสง, ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ, พรรคเพื่อไทย, ส.ส.มหาสารคาม, เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c054c2c2e34.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103424</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2021 13:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2021 13:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘จตุพร’ท่องคาถา‘บิ๊กตู่’ ต้องลาออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ค.2564 - &amp;nbsp;ที่สถานีพีซทีวี ถนนรามอินทรา แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. นายยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก นางพะเยาว์ อัคฮาด มารดานส.กมลเกตุ อัคฮาด พยาบาลอาสาที่เสียชีวิตในวัดปทุมวนาราม รวมถึงญาติวีรชนผู้เสียชีวิต ร่วมจัดพิธีทำบุญรำลึกถึงวีรชนจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมปี 53 โดยมีพิธีสงฆ์ถวายภัตตาหารพระภิกษุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะไม่สามารถอยู่ได้ในสถานการณ์แบบนี้ การยกเรื่องการปราบปรามการทุจริตขึ้นมาเป็นวาระแห่งชาติ เป็นการแสดง เพราะคนที่ทุจริตได้ก็เพราะเป็นรัฐบาล จากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แม้ว่าพล.อ.ประยุทธ์จะเคยทุจริตหรือไม่ทุจริตก็ตาม แต่คนในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ทำการทุจริต ดังนั้น คนที่รับผิดชอบต้องเป็นพล.อ.ประยุทธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนการออกมาเคลื่อนไหวของกลุ่มประชาชนคนไทยนำโดยนายนิติธร ล้ำเหลือ ที่มีจุดยืนคล้ายกันเรื่องการเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์เสียสละลาออกนั้น จุดประสงค์ที่ชัดเจนคือ ต้องการให้พล.อ.ประยุทธ์ลาออก และมีเป้าหมายต่อไปคือการมีนายกฯคนนอก แต่ทางกรุงไทยไม่ทนฯ ไม่ได้มีเป้าหมายหรือขั้นตอนต่อไปว่าจะดำเนินการอย่างไร เพียงขอให้พล.อ.ประยุทธ์ออกไปก่อน และยังคงยืนยันจุดเดิม คือการแสวงหาจุดร่วมสงวนจุดต่าง แต่จะมาร่วมกันเคลื่อนไหวหรือไม่นั้นยังเป็นเรื่องอนาคต ยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103424</URL_LINK>
                <HASHTAG>นปช., นายจตุพร พรหมพันธุ์, พล.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ลาออก, เหตุการณ์สลายการชุมนุมปี 53, แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210519/image_big_60a4a92b7cc13.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102657</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2021 13:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2021 13:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ตู่&#039;ซัด&#039;บิ๊กตู่&#039;มีอำนาจเต็มสองมือแต่แก้ปัญหาไม่ได้เรื่อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) เฟชบุ๊กไลฟ์ถึงการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะมาตรการเยียวยา ว่าไม่สอดคล้องความจริง การเยียวยา 3 ครั้งได้สะท้อนถึงภาวะสมองของผู้มีอำนาจ มาตรการเยียวยาประชาชนลดลง ไม่เป็นไปตามการระบาดรุนแรง เช่น ระบาดรอบที่หนึ่งไม่รุนแรง แต่กลับมีมาตรการเยียวยาสูง มาถึงรอบที่สองโควิดรุนแรงขึ้น กลับลดการเยียวยาลงมา แล้วถึงรอบที่สาม ซึ่งระบาดหนักที่สุด แต่รัฐบาลกลับเยียวยาเพียง 2,000 บาท โดยน้อยกว่ามาตรการที่ผ่านมาทั้งรอบหนึ่งและรอบสอง เมื่อนายกฯ ตั้งตัวเองเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ยังไม่คิดจะดูแลประชาชนที่เดือดร้อนจากผลกระทบอีกหรือ โดยเฉพาะภาระการผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ที่ยังไม่มีมาตรการอะไรออกมาเลย เมื่อยังต้องการนั่งเป็นนายกฯ อีก จึงถามหามาตรการเยียวยาให้สอดคล้องความจริงของการระบาดแพร่เชื้อโควิดด้วย ใครทำการ์ดตกและมีความไร้ประสิทธิภาพ นายกฯ แก้ปัญหามีแต่ล้มเหลว แต่ต้องการได้อำนาจ กลับไม่เอาอำนาจมาช่วยเหลือประชาชน การใช้อำนาจมา 7 ปีเป็นไปตามอารมณ์บ้าบอของคนๆหนึ่ง ส่วนการแก้ปัญหาไม่ได้เรื่องสักเรื่องเลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ระบอบประยุทธ์ พาให้ประเทศพังทุกมิติ เพราะความเป็นอภิสิทธิ์ชนที่อยู่สูงกว่า 3 อำนาจเสียอีก การเสพติดทางอำนาจ ถ้านำมาแก้ปัญหาชาติจะเกิดความรู้สึกที่ดีของประชาชน วันนี้มีแต่พวกสอพลอ พวกปฏิบัติการไอโอ ที่ได้รับประโยชน์จากระบอบประยุทธ์ ส่วนคนไทยทั้งชาติเสียประโยชน์ เมื่อความหิวเข้ามาถึงคนจนเมืองแล้ว อะไรที่เป็นภาระของประชาชน รัฐต้องมาเป็นเจ้าภาพ โดยวางเรื่องการก่อสร้างวัตถุทุกอย่างไว้ เพื่อระดมมาช่วยประชาชนให้รอด ดังนั้น เมื่อวันนี้คนกำลังไม่มีกิน เราต้องช่วยคน ไม่เอาการสร้างวัตถุมาเป็นตัวเลือก อำนาจที่อยู่ในมือประยุทธ์ ไม่สามารถแก้ปัญหาอะไรได้เลย การทำงานเกิดความผิดพลาดบ่อยครั้ง หากจะโทษความล้มเหลวทั้งหมดจึงมาจากนายกฯ ซึ่งทำให้คนไม่เชื่อมั่น และสะท้อนออกมาด้วยการไม่กล้าฉีดวัคซีน กระทั่งประเทศก้าวเดินต่อไปไม่ได้แล้ว&amp;quot; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพรกล่าวอีกว่า เวทีไทยไม่ทนฯ วันเสาร์ วันอาทิตย์ 15-16 พ.ค. จะมีตัวแทนทุกภาคส่วนมาร่วม เพื่อมาพูดว่า อะไรคือวิกฤตของชาติ ต้องยอมรับว่า ขณะนี้ประเทศเข้าสู่ภาวะหายนะ และต้องการกอบกู้ให้มีสภาพกลับมาดังเดิม โดยขอให้วางประโยชน์ตัวเองลง แล้วมาร่วมแรงเอาชาติมาก่อน จึงจะรักษาชาติเอาไว้ได้ หวังว่า ความร่วมมือทุกภาคส่วนทำให้ไม่เดียวดาย เพราะสิ่งทำไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นเรื่องชาติบ้านเมืองและประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102657</URL_LINK>
                <HASHTAG>นปช., นายจตุพร พรหมพันธุ์, ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ, เฟชบุ๊กไลฟ์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210507/image_big_6094fa3f4418f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102655</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2021 13:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2021 13:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จตุพร&#039;ยันแหล่งข่าวใหญ่น่าเชื่อถือมะกันจ้องตั้งฐานยิงขีปนาวุธนิวเคลียร์จริงไม่ใช่เรื่องมโน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ค.2564 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) เฟชบุ๊กไลฟ์ peace talk ตอนหนึ่งว่า พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ชี้แจง รัฐบาลไม่มีนโยบาย เกี่ยวกับประเทศ มหาอำนาจตั้งฐานยิงขีปนาวุธในไทยนั้น และที่ตั้งข้อกังขา ตนต้องการอะไร ทำเพื่อใคร หวังผลอะไร มีแผนจะขยายผลต่ออย่างไร การให้ข้อมูลที่ละเอียดอ่อน โดยขาดข้อเท็จจริง จะยิ่งสร้างความสับสนและตื่นตระหนกในสังคมสุ่มเสี่ยงกับความหวาดระแวงและละเอียดอ่อนต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นอย่างสูง ซึ่งไม่เป็นผลดีกับประเทศเป็นอย่างยิ่ง กรณีนี้ตนตั้งคำถามให้ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะผู้รับผิดชอบ พรบ.ทั้ง 31 ฉบับและความมั่นคงของชาติ ถ้าไม่มั่นใจ หรือมีข้อสงสัยแล้ว จะหลีกเลี่ยง ในการระบุข้อมูลด้านในประเด็นต่างๆของประเทศ &amp;nbsp;ส่วนการข่าวตั้งฐานยิงขีบปนาวุธนั้น เคยสอบถามไปยังอดีต ผบ.ทบ.ที่อยู่ใต้รัฐบาลนี้มาแล้วว่า การข่าวนี้เป็นความจริงหรือไม่ และได้รับว่า เคยมีอยู่จริงในรอบหลายปีที่ผ่านมา โดยพยายามเสาะหาพื้นที่สูงภาคเหนือ จ.เชียงใหม่หรือเชียงราย มีการสำรวจ กระทั่งมีการสร้างสถานที่ โดยเปิดเผยที่เชียงใหม่ เมื่อประมาณ 6-7 เดือนที่แล้ว ประชาชนได้ไปยื่นหนังสือตามจังหวัดต่างๆเพื่อให้ระงับการตั้งฐานยิงขีปนาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นความกังวล พล.ท.คงชีพ ยังตอบด้วยความระมัดระวัง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หากเรื่องนี้เป็นจริงขึ้นมาแล้ว ประเทศเกิดหายนะขึ้นในวันนั้น ผมมีความรักชาติบ้านเมือง ใครจะมาทำเรื่องเช่นนี้บนพื้นดินนี้ไม่ได้ เพราะไทยไม่ได้ประโยชน์ ยิ่งสร้างความเสียหายให้เกิดขึ้น โดยสถานการณ์ขณะนี้เราได้ติดตามใกล้ชิด อีกทั้งบรรดาผู้รู้ยังติดตามเช่นกัน เรื่องนี้จึงไม่จำเป็นต้องมามั่วกัน ผมไม่ได้ปรักปรำ แต่เป็นการตั้งคำถามให้ชี้แจง และโฆษกกลาโหม ออกมาบอกเรื่องนี้ด้วยมธุรสวาจา หวังว่าจะได้พบกันสักวันเพื่อคุยกันในเรื่องชาติบ้านเมือง ขอให้ พล.ท.คงชีพ นัดมาได้ กรณีการตั้งฐานยิงขีปนาวุธนั้น จะผ่านเลยไม่ได้ โดยเฉพาะที่ผ่านมามีหลายเรื่องที่บอกว่าไม่เป็นจริง แต่ก็เป็นจริงมามากเช่นกัน จึงภาวนาว่า เรื่องที่โฆษกกลาโหมออกมาพูดนั้น ขอให้เป็นเรื่องจริง ขอให้ข้อเท็จจริงเป็นข้อพิสูจน์ ผมไม่ต้องการให้เป็นเรื่องจริง เพราะมันจะเป็นเรื่องใหญ่ แต่แหล่งข่าวของผมก็ใหญ่มากและน่าเชื่อถือเช่นกัน&amp;rdquo;นายจตุพรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102655</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฐานยิงขีปนาวุธ, นปช., นายจตุพร พรหมพันธุ์, ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ, เชียงใหม่, เฟชบุ๊กไลฟ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210511/image_big_609a69974b1d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98643</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2021 13:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2021 13:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่รอด!ออกหมายเรียก40คน’ม็อบไทยไม่ทน’พร้อมสแกนยิบเข้าข่ายม.112หรือไม่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 เม.ย.64 - &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่ม&amp;rdquo;ไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน&amp;rdquo; ที่มีนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช.และนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 &amp;nbsp;ที่สวนสันติพร อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม ว่า &amp;nbsp;การชุมนุมดังกล่าวมีการเริ่มชุมนุมวันที่ 4 - 5 เม.ย.หยุดวันที่ 6 เม.ย.และนัดชุมนุมอีกในวันนี้ การชุมนุมดังกล่าวเป็นการชุมนุมที่ผิดกฎหมายฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.ควบคุมโรค เนื่องจากพื้นที่กรุงเทพฯ ประกาศห้ามมีการชุมนุมเด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในการชุมนุมวันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงครามได้รับความร้องทุกข์ ตามความร้องทุกข์คดีความอาญาที่ 205/2564 ดำเนินคดีกับนายอดุลย์เหลืองบริบูรณ์ &amp;nbsp;พร้อมพวก 28 คน ซึ่งทางพนักงานสอบสวนจะได้ออกหมายเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาตามกฎหมายต่อไป โดยมีการนัดหมายเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1.เรียกมารับทราบข้อหา 14 คน ในวันที่ 15 เม.ย. กลุ่มที่ 2 เรียกมา 14 คน ในวันที่ 16 เม.ย.64&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า การชุมนุมในวันที่ 5 เม.ย.พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงครามได้รับคำร้องทุกข์ เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดอีก 12 คน ตามคดีอาญาที่ 207 /2564 กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น.ให้แจ้งว่าการกระทำใดๆ การชุมนุมใดๆ ในเขตกรุงเทพมหานครขณะนี้เป็นการกระทำผิดหฎหมาย ผู้ประกาศเชิญชวน ไม่ว่าจะเป็นการเชิญชวนทางโซเชียลฯ ผู้ร่วมชุมนุม ผู้มีส่วนปราศรัยการชุมนุมตบลอดจนผู้สนับสนุนการชุมนุม ทั้งรถสุขา เวที เครื่องเสียงถือเป็นผู้ร่วมกระทำผิดกฎหมายทั้งสิ้น จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนข้อหาอื่นต้องดูตามความผิดตามพฤติกรรมของแต่ละคน ถ้ามีการปราศรัยพาดพิงหรือก่อให้เกิดความผิด โดยเฉพาะความผิดตามมาตรา 112 ถือเป็นคดี 112 อีกส่วนหนึ่ง ส่วนการชุมนุมในส่วนสันติพร ทาง กทม.มีหนังสือแจ้งให้ นายอดุลย์ทราบแล้วว่าไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่ และต้องตรวจสอบว่า กทม.มีความเสียหายอะไรบ้าง อาจจะเป็นการบุกรุกสถานสาธารณะหรืออย่างหนึ่งอย่างใดก็ขึ้นอยู่กับ กทม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98643</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายจตุพร พรหมพันธุ์, พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย, รอง ผบช.น., รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, ไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606d538561c1f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
