<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114480</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2021 12:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2021 12:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตรียมยื่นประกัน‘ไผ่ ดาวดิน-ทนายอานนท์’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ส.ค. 2564 - นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า วันนี้ทีมทนายความได้ไปยื่นประกันตัวนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน เนื่องจากเราไปตรวจสอบที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ ที่ได้ข่าวว่านายจตุภัทร์ติดโควิด ส่วนจะมีการทำเรื่องขอย้ายมารักษาที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ หรือไม่นั้น ขณะนี้ยังไม่มี เพราะนายจตุภัทร์เป็นนักศึกษาปริญญาโทของมหาวิทยาลัยมหิดล แล้วเพิ่งทราบข่าว ขณะนี้อยู่ระหว่างให้ทนายดำเนินการตรวจสอบเพื่อยืนยันว่าติดจริงหรือไม่ เพราะเราทราบมาจากพ่อของนายจตุภัทร์ เป็นผู้โพสต์ว่าติด และมีอาการแล้ว &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่ได้เกินกว่าความคาดหมาย &amp;nbsp;เพราะบรรยากาศในเรือนจำของไทยมีผู้ติดเชื้อทุกวัน มีโอกาสติดเชื้อสูง โดยยังห่วงเด็ก ๆ อีก 7-8 คนที่ติดอยู่ที่เรือนจำธัญบุรี ซึ่งสภาพค่อนข้างแย่ ต้องยอมรับถ้าเราไม่โกหกตัวเอง ขณะนี้ทนายกำลังจะไปยื่นขออุทธรณ์ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เด็กๆ พวกนี้ยังไม่มีการตัดสินว่าเป็นคนผิด และยังเป็นเยาวชน &amp;nbsp;ผมคิดว่าถ้าคุยกันได้ หาเงื่อนไขต่าง ๆ ถ้ากลัวหนีจริง ๆ ซึ่งความจริงคงไม่หนีอยู่แล้วนั้น ก็ตั้งเงื่อนไข ให้เขาได้ไปรักษาตัว อย่าปล่อยให้เยาวชนต้องติดคุก ไปเพิ่มจำนวน เพราะเท่าที่มีอยู่รัฐบาลก็แก้ไขไม่ได้อยู่แล้ว &amp;nbsp;วันนี้เราจะยื่นประกันนายอานนท์ นำภา &amp;nbsp;เพราะนายอานนท์ก็อยู่ที่สถานสถานบำบัดกลาง เรือนจำคลองเปรม ซึ่งค่อนข้างเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด ตอนนี้นายอานนท์ถูกฝากขังระหว่างสอบสวนซึ่งศาลอาญากรุงเทพใต้ไม่ให้ประกัน แต่วันนี้เราจะยื่น เพราะเราได้ความจากตำรวจแล้วว่า ระหว่างสอบสวนไม่จำเป็นต้องกักขังไว้ แต่ต้องดูว่าศาลจะว่าอย่างไร โดยวันนี้เราเตรียมหลักทรัพย์ไว้เท่าเดิม เนื่องจากอาจารย์มีภารกิจ คงใช้เงินสดจากกองทุนราษฎรประสงค์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114480</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน, นายกฤษฎางค์ นุตจรัส, นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา, ประกันตัว, ไผ่ ดาวดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210622/image_big_60d163aae7d78.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111101</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘คาร์ม็อบ’ลาม ‘ภูเก็ต-สุรินทร์’ กสม.ชงชุมนุม!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ม็อบทะลุฟ้า&amp;rdquo; รายวันมาพอเป็นน้ำจิ้ม &amp;ldquo;ไผ่&amp;rdquo; บอกให้สาวกรอติดตามครั้งหน้าจัดที่ไหนอย่างไร &amp;ldquo;ภูเก็ต&amp;rdquo; ก็มีคาร์ม็อบจน &amp;ldquo;อนุชา&amp;rdquo; ต้องออกโรงขอร้อง &amp;nbsp;กสม.ชง 4 ข้อให้ที่ประชุม ครม.เคาะให้เสรีภาพจัดชุมนุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 ก.ค. พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ในฐานะโฆษก บช.น. กล่าวถึงการชุมนุมขับไล่รัฐบาลว่า วันนี้มี 2 กลุ่มหลัก กลุ่มที่ 1 หมู่บ้านทะลุฟ้า ที่นำโดยนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน นัดหมายกันที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เวลา 15.00 น. และกลุ่มที่ 2 กลุ่มฮาร์เลย์ เป็นม็อบจักรยานยนต์ ซึ่งนัดหมายในลักษณะคล้ายๆ คาร์ม็อบที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยฯ เวลา 13.00 น. โดยจะเคลื่อนไปยังทำเนียบรัฐบาล แต่ล่าสุดการข่าวทราบว่าจะวนอยู่ที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยฯ&amp;nbsp;
&amp;ldquo;กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ที่มีการประกาศพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด การชุมนุมด้วยประการหนึ่งประการใดไม่สามารถกระทำได้ เป็นการกระทำผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินและพระราชบัญญัติควบคุมโรคติดต่อ ตลอดจนการดำเนินการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมบนผิวการจราจร การใช้เครื่องเสียง จะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกและ พ.ร.บ.เครื่องกระจายเสียง&amp;rdquo; พล.ต.ต.ปิยะกล่าว และว่า ที่ผ่านมาในช่วงวันที่ 21-24 ก.ค. มีการกระทำความผิดในลักษณะเช่นนี้หลายพื้นที่ ซึ่งตำรวจพื้นที่ที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายทุกราย
ทั้งนี้ เมื่อเวลา 12.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พญาไท เริ่มกระจายกำลังรอบอนุสาวรีย์ชัยฯ ขณะที่ประชาชนบางส่วนเริ่มเดินทางมารวมตัว ซึ่งในเวลา 13.30 น. นายจตุภัทร์ได้เดินทางมาถึง และในเวลา 13.50 น. กลุ่มทะลุฟ้านำรถกระบะ 3 คัน ตั้งเทียนพรรษาคันละ 1 เล่ม และรถปราศรัยขนาดใหญ่เริ่มตั้งขบวน ส่วนกลุ่มม็อบมอเตอร์ไซค์ ซึ่งนำโดยนายชูเกียรติ แสงวงค์ หรือจัสติน ขี่รถฮาเลย์-เดวิดสัน กว่า 40 คัน ต่อท้ายรถปราศรัย ตามด้วยรถจักรยานยนต์ทั่วไป และรถยนต์ โดยเมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางมาถึงบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ถ.พิษณุโลก เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำลวดหนามหีบเพลงมาวางซ้อนกัน 3 ชั้น และมีการวางรั้วแผงเหล็กซ้อนอีกชั้น ส่วนเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ ได้นำตู้คอนเทนเนอร์มาวางซ้อนกัน 2 ชั้น ปิดกั้นไม่ให้ผู้ชุมนุมผ่านเข้าไปได้ รวมไปถึงได้นำรถฉีดน้ำแรงดันสูง หรือจีโน่ มาจอดประจำการไว้ด้วย 1 คัน
โดยมีกลุ่มมวลชนมาถึงหน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร แกนนำต่างหมุนเวียนขึ้นปราศรัยโจมตีรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง และช่วงหนึ่งมีการจำลองศพห่อผ้าขาวมาจุดไฟเผา เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ขับไล่และต่อต้านรัฐบาลด้วย ทั้งนี้ หลังจากมีการปราศรัยกันจนถึงเวลา 17.35 น. นายจตุภัทร์ก็ได้ยุติการชุมนุม โดยได้กล่าวขอบคุณทุกคนที่มาร่วมสู้ พร้อมให้รอฟังประกาศจากเพจทะลุฟ้าต่อไปว่าจะจัดกิจกรรมเมื่อใด&amp;nbsp;
ทั้งนี้ พบว่าที่ จ.สุรินทร์ กลุ่มคนสุรินทร์ผู้รักประชาธิปไตย ร่วมกับกลุ่มคนสุรินทร์ไม่เอาเผด็จการ และกลุ่มต่างๆ จัดขบวนรถยนต์และรถจักรยานยนต์กว่า 100 คันเปิดไฟ บีบแตร พร้อมชู 3 นิ้ว วิ่งไปรอบเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ โดยเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งจัดหาวัคซีนชนิด mRNA และเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออก
เช่นเดียวกับที่ จ.ภูเก็ต ที่มีกลุ่มคณะราษฎรภูเก็ต และกลุ่มภูเก็ตปลดแอก ได้จัดชุมนุมขบวนคาร์ม็อบเรียกร้องวัคซีนไฟเซอร์ ทำให้นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกฯ ต้องชี้แจงว่า กระทรวงสาธารณสุขได้ชี้แจงยืนยันแล้วว่าวัคซีนไฟเซอร์ที่จะเข้ามาในเดือน ก.ค.นี้ จะนำมาใช้เพื่อฉีดกระตุ้นเป็นเข็มที่ 3 ให้บุคลากรทางการแพทย์เป็นกลุ่มแรกก่อนอยู่แล้ว และขณะนี้เราได้เปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ เพื่อเพิ่มบรรยากาศการท่องเที่ยว ซึ่งกำลังดีขึ้น จึงขอความร่วมมือทุกฝ่าย โดยเฉพาะกลุ่มที่เห็นต่างทางการเมือง ได้โปรดให้ความร่วมมือช่วยกันสร้างบรรยากาศที่ดีในการต้อนรับนักท่องเที่ยว
วันเดียวกัน พล.ต.ต.ปิยะยังกล่าวถึงการดำเนินคดีกับดารา-นักแสดง หรือผู้มีชื่อเสียงออกมาคอลเอาต์วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลว่า ต้องตรวจพิสูจน์ต่อไป เพราะมีรายละเอียดเยอะ และคำพูดบางคำพูดหรือส่วนไหนที่เข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่ เข้าข่ายผิดกฎหมายอย่างไร ฝ่ายกฎหมาย บช.น.อยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่งต้องใช้เวลา
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 27 ก.ค. มีการพิจารณาวาระเพื่อทราบถึงข้อเสนอแนะมาตรการและแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน กรณีสถานการณ์การชุมนุมและเรียกร้องทางการเมืองของนักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชน โดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เสนอให้ ครม. โดย กสม.เห็นว่าเป็นเสรีภาพขั้นพื้นฐาน ที่ได้รับรองอย่างชัดเจนในรัฐธรรมนูญและกติการะหว่างประเทศ ที่ไทยเป็นภาคีและมีพันธกรณีที่ต้องปฏิบัติตาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กสม.เสนอแนะดังนี้ 1.ครม.และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องควรแสดงออกที่ชัดเจนถึงการเคารพเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ การบังคับใช้กฎหมายหรือปฏิบัติการใดๆ ควรเป็นไปในแนวทางการเปิดโอกาส ให้มีการใช้สิทธิและเสรีภาพ โดยอาจนำหลักการสำคัญสำหรับการบริหารจัดการการ ชุมนุมอย่างเหมาะสม 10 ประการ ซึ่งจัดทำโดยองค์การสหประชาชาติมาเป็นแนวทาง 2.ครม.ควรมอบหมายให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องพิจารณาการบังคับใช้กฎหมายต่อผู้จัดการชุมนุม ผู้ชุมนุม ระหว่างการชุมนุมและที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมให้สอดคล้องตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญไทย ที่ให้ความคุ้มครอง เสรีภาพ โดยอาจบังคับใช้กฎหมายเฉพาะว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะเป็นหลัก แทนการใช้กฎหมายอื่น เช่น กฎหมายว่าด้วยจราจรทางบก กฎหมายว่าด้วยการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง รวมถึงควรทบทวนการบังคับใช้กฎหมายที่อาจเป็นการจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของบุคคล&amp;nbsp;
3.ครม.ควรดำเนินการให้สังคมโดยรวมเชื่อมั่นว่าความคิดเห็นและข้อเสนอในการแก้ไขปัญหาของผู้ชุมนุมจะได้รับการพิจารณาอย่างจริงจังและไม่ล่าช้า และจัดให้มีพื้นที่และช่องทางในการรับฟัง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างรอบด้าน และ 4.กสม.ขอสนับสนุนแนวทางการดำเนินการของ ครม.และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้มีการสื่อสารต่อสาธารณะให้รับทราบและเข้าใจอย่างชัดแจ้งและต่อเนื่องเกี่ยวกับการดำเนินการดูแลความปลอดภัย และความสงบเรียบร้อยในการชุมนุม โดยควรให้ความสำคัญกับการชี้แจงระบุเหตุผลความจำเป็น และความได้สัดส่วนที่ต้องจำกัดสิทธิและเสรีภาพในการชุมนุม และขอสนับสนุนให้มีคณะกรรมการปรองดองสมานฉันท์ทั้งในระดับประเทศและระดับจังหวัด&amp;nbsp;
รายงานข่าวแจ้งว่า การสอบถามความเห็นของส่วนราชการนั้น กระทรวงกลาโหมได้ตั้งข้อสังเกตว่า การใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมของนักเรียนนิสิต นักศึกษา และประชาชนที่จะได้รับความคุ้มครอง ต้องไม่เป็นการกล่าวหรือการกระทำโดยวิธีการอื่นที่ก้าวร้าว หรือใช้คำกล่าวที่สร้างความเกลียดชัง อันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนของผู้อื่น และต้องชุมนุมที่สงบโดยปราศจากอาวุธ ขณะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ให้เพิ่มเติมว่า การบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มผู้ชุมนุมในฐานะเจ้าพนักงานตำรวจ ดำเนินการตามมาตรการต่างๆ ในการดูแลการชุมนุมที่มีการละเมิดกฎหมาย จะเป็นไปตามสมควรแก่เหตุและยุทธวิธีใช้กำลังเท่าที่จำเป็นของสถานการณ์ตามหลักสัดส่วน และไม่ตัดสิทธิ์ที่เจ้าหน้าที่ในการป้องกันตนเองหรือเพื่อจับกุมผู้กระทำความผิดซึ่งหน้า หากสามารถกระทำได้และไม่เป็นอันตรายต่อตัวเจ้าหน้าที่
&amp;ldquo;สภาความมั่นคงแห่งชาติระบุว่า มาตรการหรือแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน กรณีสถานการณ์การชุมนุมและเรียกร้องทางการเมืองฯ มีรายละเอียดวิธีปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ต้องใช้เวลาในการดำเนินการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถรับไปพิจารณาปรับใช้ตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ความสมดุล ความเป็นกลาง ความเป็นธรรม ต่อทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติและเป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชน&amp;rdquo;
ส่วน กทม.ให้ความเห็นว่า หลักการสำคัญสำหรับการบริหารจัดการชุมนุมอย่างเหมาะสม 10 ประการ เป็นข้อเสนอแนะให้ดำเนินการในขั้นตอนของการตรากฎหมาย หรือแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย &amp;nbsp;กทม.เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ให้การสนับสนุน เครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ และบุคลากร ตามที่ สตช.ร้องขอ ซึ่งไม่อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการตามหลักการชี้แนะดังกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111101</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา, พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย, ภูเก็ต, ม็อบทะลุฟ้า, รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210725/image_big_60fd36042182f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110894</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ทะลุฟ้า’นัดอีก หล่อเทียนไล่รัฐ ที่‘ราชประสงค์’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไผ่ ดาวดิน&amp;rdquo; ติดใจกิจกรรมหล่อเทียนขับไล่เสนียด นัดอีกครั้งวันเสาร์ที่ 24 ก.ค.ที่แยกราชประสงค์ หลังวันแรกที่ลาดพร้าวได้ผล &amp;ldquo;ปิยะ&amp;rdquo; ย้ำผิดกฎหมาย 5 กระทง กลุ่มรักสถาบันยื่นหนังสือ &amp;ldquo;ชวน&amp;rdquo; ส่องพฤติกรรมก้าวไกล&amp;nbsp;
เมื่อวันศุกร์ที่ 23 ก.ค. กลุ่มทะลุฟ้า &amp;nbsp; ซึ่งนำโดยนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน ได้นัดหมายทำกิจกรรม &amp;ldquo;ร่วมกันหล่อเทียน ทำบุญประเทศ ขับไล่เสนียดจัญไร&amp;rdquo; ที่ห้าแยกลาดพร้าว ในเวลา 16.00 น.เป็นต้นไป&amp;nbsp;
โดย พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ในฐานะโฆษก บช.น. กล่าวถึงการนัดทำกิจกรรมดังกล่าวว่า จะเข้าข่ายเป็นความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องดังนี้ 1.จัดกิจกรรมซึ่งมีการรวมกลุ่มกันของบุคคลที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค โดยฝ่าฝืนข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ฉบับที่ 28 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 2.การจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรคมีความผิดตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ ต้องระวางโทษ ปรับไม่เกิน 20,000 บาท 3.ตั้งวาง หรือกองวัตถุใดๆ บนพื้นถนน เป็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท 4.กีดขวางการจราจร ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ ต้องระวางโทษ ปรับไม่เกิน 500 บาท และ 5.ใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงฯ ต้องระวางโทษ ปรับไม่เกิน 200 บาท
&amp;ldquo;ขอเตือนกลุ่มผู้ชุมนุมให้มีความรับผิดชอบต่อสังคม ยุติกิจกรรมหรือเลิกการชุมนุมนั้นเสีย และขอความร่วมมือยังพี่น้องประชาชนให้หลีกเลี่ยงหรืองดเว้นการเข้าร่วมการชุมนุมดังกล่าว เพราะท่านจะได้รับความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้โดยง่ายจากกลุ่มผู้ชุมนุมด้วยกันเอง&amp;rdquo;
สำหรับบรรยากาศกิจกรรมร่วมกันหล่อเทียนนั้น ตั้งแต่เวลาประมาณ 15.00 น. กลุ่มทะลุฟ้าได้จัดเตรียมสถานที่จนเกือบเสร็จสิ้น โดยใช้ลานบริเวณเกาะกลางถนนบริเวณห้าแยกลาดพร้าวเป็นจุดหลักจัดกิจกรรม ขณะที่บริเวณโดยรอบมีการนำป้ายผ้าข้อความต่างๆ ขึงติดไว้ เช่น ประยุทธ์ออกไป, พักก่อนประยุทธ์, พักก่อนตำรวจ และคุณเห็นน้ำตาของประชาชนบ้างมั้ย เป็นต้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลาประมาณ 15.15 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน เข้าพูดคุยกับตัวแทนกลุ่มทะลุฟ้า ก่อนที่กิจกรรมจะเริ่มต้นในเวลา 15.30 น. โดยนายโชคดี ร่มพฤกษ์ หรืออาเล็ก ศิลปินเพื่อราษฎร ร้องเพลงวัคซีน โดยมีนายจตุภัทร์เล่นพิณอีสานประกอบ ในขณะที่ประชาชนก็ทยอยมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนบริเวณลานกิจกรรมก็เริ่มมีการหล่อเทียนพรรษา โดยนำหมุดคณะราษฎรจำลองโยงสายสิญจน์ ปักธูปบวงสรวง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลาประมาณ 15.45 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน เข้าอ่านประกาศเนื้อหาเกี่ยวกับการห้ามรวมตัวเกิน 5 คน เนื่องจากอยู่ภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉิน ประชาชนที่ร่วมกิจกรรมล้อมวงฟังประกาศ แต่นายโชคดีและนายจตุภัทร์ยังคงบรรเลงพิณและกีตาร์ ส่วนผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งก็ร่ายรำไปตามจังหวะเพลง ซึ่งเมื่อตำรวจอ่านจบก็เดินออกจากจุดจัดกิจกรรมโดยไม่มีเหตุการณ์ตึงเครียดแต่อย่างไร
ก่อนการจัดกิจกรรมดังกล่าว กลุ่มทะลุฟ้ายังได้จัดกิจกรรม &amp;ldquo;ช็อปของว่างทะลุนั่งร้านประยุทธ์&amp;rdquo; โดยยืนเฉยๆ 30 นาที พร้อมเรียกร้องให้ต่อต้านทุนผูกขาดที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ และในเวลา 16.00 น. ได้ประกาศเริ่มต้นกิจกรรมอย่างเป็นทางการ โดยได้เชิญชวนให้ประชาชนร่วมหล่อเทียน และเขียนความในใจถึงรัฐบาลบนต้นผ้าป่า มีการแจกสติกเกอร์ข้อความเกี่ยวข้องกับการทวงวัคซีนที่มีคุณภาพด้วย
ทั้งนี้ ในระหว่างกิจกรรม บรรดาสมาชิกหมู่บ้านทะลุฟ้าได้ผลัดกันขึ้นมาโจมตีการบริหารจัดการวัคซีนของรัฐบาล รวมทั้งชื่นชมการคอลเอาต์ของเหล่าศิลปิน-ดาราอย่างต่อเนื่อง จากนั้นเวลา 17.05 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าพูดคุยกับผู้จัดเกี่ยวกับการจอดรถยนต์ริมถนนพหลโยธิน ประชาชนส่วนหนึ่งเกิดความไม่พอใจ พยายามชี้แจงเจ้าหน้าที่ว่าบ้านเมืองวิกฤติ ประชาชนต้องออกมาเรียกร้อง ซึ่งก็ไม่มีความตึงเครียดแต่ประการใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เวลา 18.00 น. มีการทำกิจกรรมตะโกนทะลุฟ้า&amp;nbsp;โดยให้ประชาชนออกมาตะโกนถึงความคับข้องใจที่มีต่อรัฐบาล โดยมีผู้ต่อแถวตะโกนผ่านไมโครโฟนเป็นจำนวนมาก ต่อมาในเวลาประมาณ 18.30 น. มีการประกาศนัดหมายทำกิจกรรมหล่อเทียนอีกครั้งในวันที่ 24 ก.ค. เวลา 16.00 น. ที่แยกราชประสงค์ แม้ก่อนหน้านี้เคยระบุว่ากิจกรรมวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายก่อนกิจกรรมแห่เทียนพรรษาในวันที่ 25 ก.ค. และจบกิจกรรมด้วยการขับร้องเพลงด้วยกันจากเอ้ เดอะวอยซ์ และวงสามัญชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;
วันเดียวกัน นายแทนคุณ จิตต์อิสระ คณะทำงานทางการเมืองของประธานสภาผู้แทนราษฎร รับหนังสือจากนายอัครวุธ ไกรศรีสมบัติ คณะกรรมการกลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบัน และตัวแทนกลุ่มพสกนิกรปกป้อง สถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อขอให้ตรวจสอบจรรยาบรรณ ความเหมาะสมของ ส.ส.พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ที่เข้าร่วมการชุมนุมเมื่อวันที่ 18 ก.ค. และสมาชิกที่ใช้ตำแหน่ง ส.ส.ประกันตัวผู้ต้องหาในคดีมาตรา 112 โดยนายอัครวุธกล่าวว่า การที่มี ส.ส.เข้าไปร่วมกับเหตุการณ์การชุมนุมเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งกลุ่มพสกนิกรฯ คลางแคลงใจ สงสัยในพฤติกรรมของ ส.ส.อย่างมาก และในวันที่ 22 ก.ค. นายรังสิมันต์ โรม, นายทองแดง เบ็ญจะปัก และ น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ยังใช้ตำแหน่ง ส.ส. ประกันตัวผู้ต้องหามาตรา 112 ให้ออกมาสร้างความวุ่นวายให้กับบ้านเมืองอีก รวมถึงกรณีนายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล นำรถยนต์ส่วนตัวมาร่วมการชุมนุมคาร์ม็อบที่จัดขึ้นที่ จ.พิษณุโลก ดังนั้นกลุ่มจึงขอให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาตรวจสอบพฤติกรรมดังกล่าวของ ส.ส. ว่าประพฤติเหมาะสมหรือไม่ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการดำเนินการพิจารณาตรวจสอบเรื่องดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ด้านนายแทนคุณกล่าวว่า จะนำเรื่องดังกล่าวกราบเรียนนายชวนต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110894</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา, ผิดกฎหมาย 5 กระทง, พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ห้าแยกลาดพร้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210711/image_big_60ea93c4e022e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91857</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2021 13:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2021 13:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ไผ่-แอมมี่’เข้ารับทราบข้อกล่าวหาชุมนุมซ้อมต้านรัฐประหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.พ.2564 &amp;nbsp;- &amp;nbsp;ที่ สน.พหลโยธิน นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน และนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ บอททอมบูลส์ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน &amp;nbsp;เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในความผิดฐานร่วมกันจัดการชุมนุมสาธารณะโดยไม่แจ้งการชุมนุม ตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ จากการชุมนุมปราศรัย &amp;rdquo;ม็อบซ้อมต้านรัฐประหาร&amp;rdquo; เมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2563 ที่บริเวณห้าแยกลาดพร้าว โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน ได้มีการประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน บก.น.2 &amp;nbsp;จำนวน 50 นาย มารักษาความสงบเรียบร้อยหน้าโรงพัก พร้อมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเพื่อตรวจวัดอุณหภูมิและนำเจลแอลกอฮอล์ฉีดล้างมือ เพื่อคัดกรองและป้องกันโรคโควิด 19 กับสื่อมวลชนที่มารอรายงานข่าวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุภัทร์กล่าวว่า ได้รับหมายเรียกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องมาจากการจัดกิจกรรมชุมนุม&amp;rdquo;ซ้อมต้านรัฐประหาร&amp;rdquo; &amp;nbsp;ซึ่งจะให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และขอให้การเป็นลายลักษณ์อักษร ภายในกรอบเวลาที่กำหนดอีกครั้ง เพราะคดีนี้เป็นคดียุทธศาสตร์ จึงต้องต่อสู้ด้วยยุทธศาสตร์ ด้วยหลักคิดหลักกฎหมายต่างๆ ตอนนี้มีคดีความเยอะมากจนไม่ทราบว่าคดีไหนเป็นคดีไหน แต่ก็ไม่มีความกังวลใจใดๆ ในเมื่อเราโดนคดีเป็นกลุ่มก็จะสู้กันเป็นกลุ่ม ตนมองว่าการเคลื่อนไหวของราษฎรไม่ควรมาพบกับการใช้กฎหมายที่จำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก โดยสิ่งที่เราพูดถึงนั้นเป็นปัญหาที่อยู่ซุกอยู่ใต้พรมมาโดยตลอด ก็คือเรื่องการปฏิรูปสถาบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไชยอมร กล่าวว่า ยังได้รับหมายเรียกเพื่อให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาตาม ม.116 ความผิดฐานยุยง ปลุกปั่น จาก สน.ชนะสงคราม ในกรณีการชุมนุมที่สนามหลวง เมื่อวันที่ 19-20 กันยายน 2563 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินกับกลุ่มศิลปิน นักดนตรี ที่ไปแสดงในการชุมนุมด้วย โดยได้ประสานเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาพบที่ สน.พหลโยธิน ในคราวเดียวกันเลย เพราะเกรงว่าจะเดินทางไปพบพนักงานสอบสวนของ สน.ชนะสงครามไม่ทัน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91857</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา, นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์, สน.พหลโยธิน, แอมมี่ บอททอมบูลส์, ไผ่ ดาวดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210203/image_big_601a3c47e1c45.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7029</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มนุษยชนปากจัด! เผด็จการกระจอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮิวแมนไรต์วอตช์หัวดำ ชื่นชมลัทธิ 3 นิ้ว &amp;nbsp;แขวะ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เผด็จการกระจอก คุกคามเด็ก เป็นเรื่องใหญ่ เรียกแขก สถาบันสิทธิมนุษยชนทั่วทั้งโลก ช่วยเรียกร้องความยุติธรรมให้เกิดขึ้น ซัดนายกฯ ประกาศให้สิทธิมนุษยชนเป็นวาระแห่งชาติ แต่เป็นเพียงสิทธิมนุษยชนลวงโลก &amp;quot;ณัฐวุฒิ&amp;quot; ให้เสรีภาพเสื้อแดงตั้งพรรค แต่ นปช.ค้าน เกรงเสียงแตก ขณะที่คนเสื้อแดงจริงๆ อยากตั้งพรรค ระบุอยู่เพื่อไทยถูกครอบงำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจำนวน 3 คนชูป้าย &amp;rdquo;ชาวจุฬารักลุงตู่ (เผด็จการ) ต่อหน้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หลังร่วมกิจกรรมที่จุฬาฯ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ต่อมานิสิตกลุ่มนี้อ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่บุกถึงบ้าน และมีการสอบถามประวัติด้วยนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์ดังกล่าวนี้ได้เกิดปฏิกิริยาจากองค์กรด้านสิทธิเสรีภาพในทันที โดยเฉพาะนายสุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาฮิวแมนไรต์วอตช์ประจำประเทศไทย ได้ทวีตข้อความโจมตี พล.อ.ประยุทธ์ว่า &amp;ldquo;เผด็จการกระจอก! คุกคามเด็ก!&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุณัยให้สัมภาษณ์สำนักข่าวแห่งหนึ่งถึงเหตุการณ์นี้ด้วยว่า ยังคงสะท้อนถึงบรรยากาศภายใต้รัฐบาล คสช. ที่มีการใช้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงคุกคามคนเห็นต่างที่ออกมาวิจารณ์ระบอบทหารเป็นอย่างดี แม้ พล.อ.ประยุทธ์จะบอกปล่อยไป แต่ทุกครั้งจะมีปฏิกิริยาตรงกันข้ามตามมาทันทีต่อคนที่ออกมาวิจารณ์ พล.อ.ประยุทธ์ซึ่งหน้า ตัวอย่างชัดเจนที่สุดคือ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน ที่ใส่เสื้อสกรีนข้อความไม่เอารัฐประหาร ชู 3 นิ้ว ต่อต้านเจาะจงต่อหน้า พล.อ.ประยุทธ์ ก็ถูกเล่นงานดำเนินคดีจนถึงวันนี้ ซึ่งทั้งหมดนี้คือความอยุติธรรมของระบอบคสช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ท่าทีของเจ้าหน้าที่ความมั่นคงต่อนิสิตกลุ่มนี้ มีความน่าเป็นห่วงมาก เราไม่ควรมองเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็ก สถาบันสิทธิมนุษยชนทั้งในไทยและต่างประเทศ ควรออกมาช่วยกันเรียกร้องความยุติธรรมให้เกิดขึ้น แม้ พล.อ.ประยุทธ์จะประกาศให้สิทธิมนุษยชนเป็นวาระแห่งชาติ แต่ก็เป็นเพียงสิทธิมนุษยชนลวงโลก ปฏิบัติการที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องตรงกันข้ามทั้งสิ้น การคุกคามคนเห็นต่างยังมีอย่างต่อเนื่อง มีการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ล่าสุดคือกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ที่เรียกร้องตามโรดแมป แต่กลับถูกตั้งข้อหามาตรา 116 และนับวันก็ยิ่งมีผู้ถูกดำเนินคดีมากขึ้นทุกที วันที่ 5 พฤษภาคม ที่กลุ่มคนอยากเลือกตั้งจะนัดชุมนุมใหญ่ จึงต้องช่วยกันจับตา&amp;rdquo; นายสุณัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และในฐานะอดีต ผอ.สำนักข่าวกรองฯ &amp;nbsp;กล่าวประเมินสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ว่า &amp;nbsp; จากรายงานของหน่วยงานด้านความมั่นคง แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือกิจกรรมของพรรคการเมือง ขณะนี้ก็มีการดำเนินการตามที่กฎหมายเปิดช่องไว้ให้แล้ว ซึ่งบางส่วนเขาก็กำลังทำอยู่ บางส่วนก็อยู่ระหว่างการเรียกร้องขอให้ยกเลิกในบางสิ่งบางอย่าง ก็เป็นเรื่องที่ คสช.จะพิจารณาเป็นเรื่องๆ ไป&amp;nbsp;
ยังไม่มีสิ่งบอกเหตุความรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนที่สองเป็นเรื่องของการเคลื่อนไหวที่มีการชุมนุม การรวมตัวกันชุมนุมเรียกร้องของบางกลุ่ม ซึ่งช่วงนี้จะมีต่อเนื่อง มองว่าเป็นเรื่องที่อยู่ในช่วงเวลาที่เป็นเรื่องของการเลือกตั้งและงานการเมืองในอนาคต ซึ่งเป็นลักษณะที่เป็นธรรมชาติ สิ่งที่ฝ่ายความมั่นคงทำคือการติดตามเฝ้าดู การทำความเข้าใจ การยึดหลักกฎหมาย และมีวิธีการปฏิบัติเพื่อให้เดินต่อไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีอะไรน่าเป็นห่วงที่จะทำให้การเมืองสะดุดหรือไม่ นายสุวพันธุ์ตอบว่า รัฐบาลมีหน้าที่ที่จะทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปให้ได้ ก็จะดูไปตามช่วงของเวลาว่าเหตุการณ์สถานการณ์บ้านเมืองเป็นอย่างไร หน้าที่ของรัฐบาลคือการทำให้ไปถึงเป้าหมายหรือตามโรดแมปกำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า แนวโน้มเหตุการณ์หรือสถานการณ์อาจจะมีความรุนแรงขึ้นหรือไม่ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ตอบว่า เท่าที่ดูรายงานยังไม่มีสิ่งบอกเหตุที่จะไปถึงขั้นนั้น และเท่าที่ทราบ ฝ่ายความมั่นคงก็จะดูแลในช่วงเทศกาลสงกรานต์ให้เกิดความสงบเรียบร้อยราบรื่น ดูแลความปลอดภัยของประชาชนในชั้นสูงสุด และหลังจากช่วงเทศกาลสงกรานต์ก็คงจะได้มีการประเมินกันอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ในช่วงเดือนพฤษภาคม กลุ่มคนอยากเลือกตั้งจะมีการยกระดับการเคลื่อนไหวเพิ่มขึ้น โดยมีข้ออ้างครบ 4 ปีของการรัฐประหาร นายสุวพันธุ์ ระบุว่า ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อย ซึ่งในภาพรวมมั่นใจว่าจะดูแลสถานการณ์ให้เกิดความสงบเรียบร้อยได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าประเมินกลุ่มเคลื่อนไหวจะเป็นคนกลุ่มเดิม หรือกลุ่มนิสิตนักศึกษา รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ตอบว่า คงต้องดูว่าที่ผ่านมาเป็นอย่างไร มีใครบ้าง จำนวนคนที่มาร่วมมีเท่าไหร่ ทั้งนี้ ตนไม่ได้ร่วมประเมินสถานการณ์กับฝ่ายความมั่นคง จึงไม่สามารถพูดอะไรได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในฐานะอดีต ผอ.สำนักข่าวกรองฯ มองว่าวันนี้ ยังไม่มีสิ่งบอกเหตุที่จะก่อให้เกิดความผิดปกติหรือทำให้บ้านเมืองเดินต่อไปไม่ได้ ที่สำคัญรัฐบาลมีความตั้งใจที่จะทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบเรียบร้อยและเดินไปตามโรดแมป ก็ต้องดูแลในเรื่องดังกล่าวอย่างดี จึงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง&amp;rdquo; นายสุวพันธุ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ 101 องศาข่าว ถึงกรณีที่นายสกลธี ภัททิยกุล อดีต ส.ส.กรุงเทพฯ ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ไปเป็นรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ว่านายสกลธีมาพบตนเมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา บรรยากาศการพูดคุยเป็นไปด้วยดี โดยนายสกลธีเล่าให้ฟังว่า ได้รับการทาบทามจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และกรุงเทพมหานคร (กทม.) ให้ไปทำงานเป็นรองผู้ว่าฯ กทม.&amp;nbsp;
ดีใจคนหนุ่มไฟแรงออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งนายสกลธีตัดสินใจว่าอยากจะไป ซึ่งถือเป็นสิทธิของเขาที่ได้เลือกแล้ว และเป็นเส้นทางที่เขาได้เลือก ขณะที่ตนบอกว่าเมื่อเป็นอย่างนี้ เขาคงจะต้องลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งการที่ลาออกนี้เพื่อจะได้ให้ทำงานอยู่ตรงนั้นมีความเป็นกลาง ส่วนต่อไปวันข้างหน้าจะไปอยู่กับพรรคไหน อย่างไรนั้น เป็นสิทธิ์ของเขา ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ต้องเดินหน้าหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ลงเขตหลักสี่แทนนายสกลธี คงไม่มีปัญหาอะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่ทราบว่าหลังจากนั้นเขาจะตัดสินใจอย่างไร หรือมีข้อตกลงอะไร ทุกคนต้องเลือกเส้นทางของตัวเอง แล้วในส่วนของพรรค ผมว่าเราเดินต่อได้ ไม่ได้มีปัญหาอะไร ผู้สมัครเขตหลักสี่ ผมคิดว่ามีหลายคนสนใจอยู่&amp;rdquo; หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่จะมีคนหนุ่มไฟแรง มีความสามารถ และรู้ปัญหาของชาว กทม. เพราะเคยทำหน้าที่ ส.ส.กทม.มาก่อน เข้าไปช่วย พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.แก้ไขปัญหา ให้ทำงานในเวลาที่เหลืออยู่เป็นผลสำเร็จ ให้ชาว กทม.มีความสุขที่สุด &amp;nbsp;ทั้งนี้ ความเป็นสถาบันยาวนานของพรรคประชาธิปัตย์กว่า 72 ปี เราสร้างนักการเมืองมาหลายรุ่น ตั้งแต่อดีต และจะทำต่อไปในอนาคต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรามีทั้งคนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ที่สมัครใจพร้อมจะทำงานเพื่อประชาชนในทุกภาคของประเทศ ซึ่งเป็นความปรารถนาของพรรคที่อยากมีนักการเมืองที่มือสะอาด รู้ใจ รู้ปัญหาประชาชน และตอบโจทย์ประชาชน แก้ปัญหาประชาชนได้ทันใจ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุติมั่นใจว่า นายสกลธีทำหน้าที่นี้ได้ดี ใครคิดอยากทำงานเพื่อประเทศ ก็ต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือ สร้างประเทศไทยให้เป็นสังคมที่น่าอยู่ เป็นสังคมที่มีความสุข มีความเท่าเทียม มีความเป็นธรรมและเอื้ออารีต่อกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. เปิดเผยว่า ขณะนี้แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกพรรค เป็นอดีต ส.ส. และเป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยอยู่แล้ว ในการพูดคุยกันนอกรอบนั้น แกนนำนปช.ได้ให้เสรีภาพกับแกนนำ นปช.ทุกคนที่จะตัดสินใจว่าจะเป็นสมาชิกพรรคใดหรือไม่ หรือเป็นผู้สมัครส.ส.ของพรรคใดหรือไม่ แต่หลักการคือบทบาทของพรรคการเมืองที่แกนนำ นปช.จะเข้าไปร่วมนั้น จะต้องยืนอยู่บนหลักการประชาธิปไตย ไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ และไม่ตอบสนองต่อวิถีเผด็จการใดๆ ทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม หลายคนได้ยืนยันการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยไปแล้วเมื่อวันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเป็นแนวร่วมสำคัญกับกลุ่ม นปช.อยู่แล้ว
พรรคเสื้อแดง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายังกล่าวถึงกระแสข่าวการตั้งพรรคการเมืองของคนเสื้อแดงด้วยว่า คนเสื้อแดงผ่านการต่อสู้ทางการเมืองมาอย่างยาวนาน ซึ่งอาจจะมีบางส่วนที่มีแนวคิดว่าอยากจะขับเคลื่อนในระดับนโยบาย ดังนั้นการตั้งพรรคการเมืองจึงอาจจะมีขึ้นได้สำหรับคนบางกลุ่ม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตรงนี้เราถือเป็นเสรีภาพ แต่สำหรับแกนนำ นปช.นั้น ยังไม่มีแนวคิดที่จะตั้งพรรคการเมือง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกระแสข่าวแกนนำ นปช.เดินทางไปพบนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ประเทศจีนนั้น นายณัฐวุฒิยืนยันว่า แกนนำ นปช.ไม่มีใครเดินทางไปพบกับนายทักษิณในช่วงนี้ ส่วนแกนนำเสื้อแดงคนอื่นๆ จะมีการเดินทางไปพบนายทักษิณหรือไม่นั้น ไม่ทราบ แต่สำหรับแกนนำ นปช.ยังไม่มีใครเดินทางไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ โฆษก นปช. เปิดเผยว่า แกนนำ นปช.ไม่จัดตั้งพรรคการเมือง แต่ถ้าจะมีสมาชิกคนใดไปสังกัดพรรคการเมือง ถือว่าเป็นสิทธิของแต่ละบุคคล ทางกลุ่มห้ามไม่ได้ โดยหลักการของ นปช.คือไม่สนับสนุนนายกรัฐมนตรีคนนอก แต่จะสนับสนุนประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิสิต สินธุไพร สมาชิกพรรคเพื่อไทย และผู้อำนวยการโรงเรียน นปช.แดงทั้งแผ่นดิน กล่าวว่า แกนนำหลัก นปช.ไม่มีแนวคิดตั้งพรรคการเมือง เรายังเห็นว่าควรมาสนับสนุนพรรคเพื่อไทยให้ทำการเมืองให้ได้เสียงมากขึ้น ให้มีเอกภาพมากขึ้นน่าจะดีกว่า และเมื่อย้อนดูการทำพรรคการเมืองของกลุ่มที่เคยเคลื่อนไหวในอดีต เช่น พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อมาทำพรรคก็ไม่ประสบความสำเร็จ หรือแม้แต่กลุ่ม กปปส. หากจะมาทำพรรค คงยากที่จะประสบความสำเร็จ เพราะไปใกล้เคียงกับแนวทางพรรคหลักคือพรรคประชาธิปัตย์ การจะไปดึงคะแนนเสียงออกมาคงเป็นเรื่องยาก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สมาชิกส่วนใหญ่ยังอยู่กับพรรคหลักคือพรรคเพื่อไทย ที่ยังยืนหยัดต่อสู้ทางการเมืองตามระบอบประชาธิปไตย สู้เราไปพัฒนาแนวทางประชาธิปไตยให้แข็งแรงดีกว่า&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิสิตกล่าวว่า ที่ผ่านมามีคนพยายามเดินเรื่องพรรคเสื้อแดง เป็นบุคคลที่ไม่มีชื่อเสียงมากนักในระดับพื้นที่ ท้องถิ่น การเลือกตั้งครั้งที่แล้ว เคยส่งผู้สมัครของพรรครับเลือกตั้ง แต่สุดท้ายไม่ได้ทั้ง ส.ส.เขต ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าคนเสื้อแดงตั้งพรรคจะเป็นการไปดึงคะแนนเสียงเพื่อไทยนั้น คิดว่าในระยะต้นคงดึงไปยาก ฐานมวลชนยังสนับสนุนกับพรรคหลัก แต่ยอมรับว่ามีแนวร่วมเสื้อแดงบางส่วนพยายามเดินเรื่องนี้ พยายามที่จะทำพรรค แต่ไม่มีคนสนับสนุน&amp;rdquo; นายนิสิตกล่าว
เสื้อแดงอยากตั้งพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสิระ พิมพ์กลาง แกนนำคนเสื้อแดง สกลนคร ให้สัมภาษณ์ว่า ถ้าตั้งพรรคได้ก็ดี คะแนนจะได้กระจายออกไป หากไม่ตั้ง พรรคอนาคตใหม่จะแย่งฐานคะแนนตรงนี้ที่แนวร่วมเสื้อแดงบางส่วนจะเทไปให้ แต่ถ้าตั้งจะเป็นการดึงคะแนนตรงนี้กลับมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี การตั้งพรรคต้องใช้ทุนพอสมควร ไม่แน่ใจว่าจะไปหาทุนกันจากที่ไหน เพราะตอนนี้ทุกคนก็ลำบากกันหมด แค่ตั้งต้นยังไม่ต้องทำอะไรเลย เรื่องสติกเกอร์ เรื่องป้าย เรื่องบัตรแนะนำตัว ต่างต้องใช้ทุนทั้งนั้น ในส่วนของนโยบายต้องแยกออกจากพรรคเพื่อไทยให้ชัด ตรงนี้จะเป็นการดึงคะแนนจากเสื้อแดงที่มีอุดมการณ์มาได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เวลาไปเดินขบวน ไม่ใช่ว่าเสื้อแดงทั้งหมดจะอยู่กับพรรคเพื่อไทย กับ ส.ส.บางคนไม่กินเส้นกันก็มี&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า เรื่องนโยบายก็ต้องมาวาง จะทำอย่างไรให้ทหารเป็นทหาร กระบวนการยุติธรรมไม่ให้ถูกแทรกแซง ให้เป็นไปตามครรลองประชาธิปไตย ส่วนตัวผม หากมีการตั้งพรรค มีการชักชวนไป ก็จะไปอยู่ด้วยแน่นอน ไปไหนไปกัน เพราะสู้กันมาด้วยกัน อยากให้ตั้งพรรคเสื้อแดง จะได้คนรุ่นใหม่ พวกมีอุดมการณ์จะได้สร้างประชาธิปไตยแบบใหม่ เพื่อทำให้ดีกว่าเดิม หากยังอยู่กับพรรคเพื่อไทย ก็ยังวนอยู่กับการเมืองแบบเก่า ไม่หลากหลาย ถ้าแยกออกมาก็ดี จะได้มีความเป็นอิสระทางความคิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากคนเสื้อแดงแยกมาทำพรรคจริง คิดว่าจะมี ส.ส.เสื้อแดงในพรรคเพื่อไทยออกมาอยู่กับพรรคเสื้อแดงกันหลายคนหรือไม่ นายสิระกล่าวว่า คงไม่มี เขาคงอยู่กับพรรคต่อไป หรือถ้ามีคงมีไม่กี่คน เพราะส่วนใหญ่จะอิงไปกับสายทางพรรคแล้ว แต่ไม่จำเป็นต้องดึง ส.ส.เพื่อไทยเสื้อแดงออกมา ควรไปมุ่งหาเสื้อแดงในพื้นที่ที่มีอุดมการณ์ เป็นคนรุ่นใหม่ ไม่เคยลงสมัครรับเลือกตั้งน่าจะดีกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แกนนำเสื้อแดงก็ต้องเห็นใจมวลชนเสื้อแดงที่ออกมาสู้เพื่อประชาธิปไตย เราก็อยากได้รัฐธรรมนูญ การปกครองที่เป็นประชาธิปไตยจริงๆ ถ้ายังอยู่กับเพื่อไทย คงถูกครอบงำจาก ส.ส.เก่าๆ แก่ๆ ไม่มีโอกาสที่เสื้อแดงที่มีอุดมการณ์ได้แสดงความคิดเห็นได้แสดงออก&amp;rdquo; นายสิระกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และผู้ก่อตั้งพรรคประชาชนปฏิรูป เปิดเผยว่า หลังจากพรรคประชาชนปฏิรูปได้จัดประชุมเลือกว่าหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค คำประกาศอุดมการณ์ทางการเมืองของพรรคไปเมื่อวันที่ 7 เม.ย.61 ที่ผ่านมา ขณะนี้ก็อยู่ระหว่างเตรียมเอกสารต่างๆ ให้ครบถ้วนและสมบูรณ์ที่สุด ก่อนที่จะไปยื่นคำขอจดแจ้งจัดตั้งพรรคกับทาง กกต.ในช่วงปลายเดือนเมษายนนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ก่อตั้งพรรคประชาชนปฏิรูประบุว่า พรรคประชาชนปฏิรูปมีแนวทางชัดเจนว่าจะเป็นเครื่องมือของประชาชน เป็นพรรคที่เป็นองค์กรสาธารณะระดับชาติ ช่วยเหลือประชาชน เพิ่มอำนาจให้ประชาชน โดยให้มีสภาประชาชนปฏิรูปประจำจังหวัดทุกจังหวัด
15 พรรคยื่นคำขอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา รักษาการเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณารับรองคำขอจดจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ของกลุ่มการเมืองต่างๆ ว่า ขณะนี้ทางสำนักงาน กกต.อยู่ระหว่างการตรวจสอบเอกสารและคุณสมบัติของกลุ่มการเมืองที่ยื่นคำขอเข้ามา เบื้องต้นมีจำนวน 15 พรรคการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมได้ลงนามและออกหนังสือรับแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมือง (แบบ พ.ก.7/2) ประกอบด้วย พรรคพลังชาติไทย พรรคเครือข่ายประชาชนไทย พรรคเศรษฐกิจใหม่ พรรคทางเลือกใหม่ พรรคกรีน พรรคประชานิยม พรรคพลังสยาม พรรคพลังธรรมใหม่ พรรคประชาชนปฏิรูป พรรคสังคมประชาธิปไตยประชาชน พรรคประชาชาติ พรรคพลังพลเมืองไทย &amp;nbsp;พรรคประชาภิวัฒน์ พรรคพลังประชารัฐ และพรรคภาคีเครือข่ายไทย&amp;quot; พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวว่า เข้าใจหลังเทศกาลสงกรานต์จะมีอีกหลายพรรคที่จะได้รับหนังสือรับแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมือง (แบบ พ.ก.7/2) ส่วนที่มีบางกลุ่มการเมืองออกมาเรียกร้องให้เร่งดำเนินการออกใบแบบ พ.ก.7/2 นั้น ขอชี้แจงว่า กกต.พยายามเร่งดำเนินการตรวจสอบอยู่ เพียงแต่ว่าข้อมูลบางอย่างจำเป็นต้องรอการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย แต่ก็ยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการให้เสร็จโดยเร็ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า การขออนุญาตคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อทำกิจกรรมต่างๆ ของพรรคการเมืองนั้น ขณะนี้ กกต.ได้ส่งหนังสือไปให้ คสช.พิจารณาแล้ว จำนวน 30 กลุ่ม และได้รับอนุญาต จำนวน 9 กลุ่ม อย่างไรก็ตาม อยากเน้นย้ำให้กลุ่มการเมืองที่จะยื่นเอกสารขออนุญาต คสช. ระบุข้อมูลต่างๆให้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นวัน เวลา และสถานที่จัดประชุม โดยเฉพาะสถานที่จัดประชุม ซึ่งมีความสำคัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. มีท่าทีไม่ปฏิเสธเล่นการเมืองว่า ไม่ทราบ และไม่มีความเห็นในเรื่องดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ระบุทราบว่ามีการพูดคุยกันถึงการตั้งพรรค รองนายกฯ ตอบว่า ตนไม่ทราบและไม่ได้อยู่ในวงดังกล่าว แค่ทำงานแก้ปัญหาไอยูยู แก้ปัญหาบริหารจัดการน้ำก็หมดเวลาแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าหากมีการชวนไปเข้าร่วม จะเข้าร่วมหรือไม่ พล.อ.ฉัตรชัยตอบว่า ไม่มีความเห็น เวลานั่งคุยกับพล.อ.ประยุทธ์ ท่านไม่เคยพูดเรื่องดังกล่าวกับตน อาจจะคุยกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯหรือใครหรือไม่นั้น ไม่ทราบ แต่ยืนยันตนไม่ได้อยู่ในวง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า ถ้า พล.อ.ประยุทธ์เล่นการเมืองพร้อมจะยืนเคียงบ่าเคียงไหล่หรือไม่ พล.อ.ฉัตรชัย ตอบว่า ตนเป็นเพื่อนท่าน และทำงานร่วมกันมานาน ยืนยันพร้อมสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เต็มที่ แต่การสนับสนุนทำได้หลายรูปแบบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า เห็นด้วยกับการมีพรรคการเมืองสานต่อนโยบายของรัฐบาลหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า &amp;ldquo;ผมคิดว่าการวางแนวทางยุทธศาสตร์ของรัฐบาลเป็นแนวทางที่ถูกต้อง ใครจะมาเป็นรัฐบาลต่อไป ถ้าทำต่อจะดีเป็นประโยชน์ของประเทศชาติ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ได้ ถ้ามาแล้วทำต่อจะเป็นเรื่องดี อยากเห็นความต่อเนื่องในการทำงาน&amp;rdquo;.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7029</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง, คุกคามเด็ก, นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา, บิ๊กตู่, สิทธิมนุษยชน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ฮิวแมนไรต์วอตช์หัวดำ, เผด็จการกระจอก, ไม่เอารัฐประหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180412/image_big_5acf75b5131e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
