<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118177</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 09:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 09:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ช่างกล้า!บอกทำตามแผนยิ่งลักษณ์ป่านนี้น้ำไม่ท่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย.2564 - &amp;nbsp;นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.)กิจการศาลองค์กรอิสระฯ รัฐวิสาหกิจฯ พร้อมด้วยคณะ กมธ.ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์น้ำและความมั่นคงแข็งแรงของเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานน้ำของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตที่เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท โดยพบว่าน้ำที่ทยอยไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยามีระดับน้ำใกล้เคียงกันมากทั้งสองฝั่งอย่างน่ากังวลใจ โดยที่แนวกั้นน้ำพบว่าระดับน้ำเหนือเขื่อนกับท้ายเขื่อนห่างกันเพียงแค่ระดับ 1 เมตรกว่าเท่านั้น ซึ่งจากการสอบถาม นายวรพจน์ วรพงษ์ ผู้อำนวยการเขื่อนภูมิพลที่รับผิดชอบพื้นที่เขื่อน จังหวัดชัยนาท ระบุว่าถ้าเปรียบเทียบกับน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 อาจจะไม่เท่ากัน แต่ปีนี้ก็ถือว่าอยู่ในระดับที่ต้องระมัดระวังและสุ่มเสี่ยงโดยระบุว่าน้ำจำนวนมากจากหลังเขื่อนชัยนาทน่าจะวิ่งเข้าสู่จังหวัดปทุมธานี กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการไม่เกิน 20 กว่าวันข้างหน้านี้ซึ่งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลควรเตรียมรับมือเสียแต่เนิ่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิรายุกล่าวว่า ปี2554 มีน้องน้ำ 24,000 ลบ.ม ปีนี้ประมาณ 12,000 ลบ.ม ซึ่งปัญหาของกรุงเทพมหานครนั่นก็คือไม่ได้ลอกท่อระบายน้ำหรือแหล่งน้ำอย่างเป็นรูปธรรมมากนักในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาน้ำเอ่อล้น และท่วมได้ แม้ปัญหาจะไม่เท่าปี 54 แต่ฟังจากผู้มีประสบการณ์ปีนี้ถือว่าไม่ปกติในรอบ 10 ปีนี้แน่นอนจึงขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลสั่งการให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ควรรีบดำเนินการ ตั้งศูนย์รับมืออย่าปล่อยให้ประชาชนต้องรับมือกับมวลน้องน้ำกันตามยถากรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอเตือนพี่น้องประชาชนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อย่าได้ไว้วางใจหรือรอคอยศูนย์บริหารน้ำของกรุงเทพมหานครหรือรัฐบาล ควรติดตามมวลน้ำที่จะเริ่ม ทยอยไหลมาถึง และวางแผนเสียแต่เนินๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น รัฐบาลและกรุงเทพมหานครต้องตั้งศูนย์ รับมือ เพื่อแจ้งข่าวสาร ให้พี่น้องประชาชนให้ทราบเป็นระยะระยะถึงสถานการณ์น้ำในอีก 20 วันข้างหน้านี้ได้แล้ว ว่าจะหนักหนาสาหัสขนาดไหน ควรหยุดพูดถึง นโยบาย เช่นควรปลูกบ้านสูง หรือควรสวดมนต์ไล่น้ำ ไว้ก่อน แต่ควรเตรียมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบโดยเฉพาะส่วนราชการที่มีกำลัง อุปกรณ์และยานพาหนะ ซึ่งผู้นำต้องวางแผนสั่งการ เมื่อจบสถานการณ์ค่อยมากำหนดการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน หากทำระบบแก้ปัญหาน้ำท่วม ด้วยการเชื่อมลำน้ำสำคัญ หรือทำเขื่อนป้องกันน้ำท่วมในทะเล ตั้งแต่ 10 ปีที่รัฐบาลนายกฯ ยิ่งลักษณ์ วางแผน วันนี้น้ำท่วมซ้ำซากคงไม่เกิด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118177</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยนาท, นายจิรายุ ห่วงทรัพย์, พท., พรรคเพื่อไทย, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, ส.ส.กทม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210929/image_big_6153ccd07d734.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113721</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 13:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 13:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แข่งกันตัด!จิรายุชงหั่นงบ3.1แสนล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.2564 - นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. กมธ.ในสัดส่วนพรรคเพื่อไทย อภิปรายว่าขอปรับลดงบประมาณปี 2565 &amp;nbsp;ในภาพรวมตัดลด 10% หรือ 3.1 แสนล้านบาท จากยอด 3.1 ล้านล้านบาท เพื่อลดการขาดดุลของประเทศ เพราะแต่ละหน่วยงานจัดทำงบประมาณแบบใช้ไม่ได้ ไม่ดูสถานการณ์ปัจจุบัน หลายหน่วยงานยังตั้งงบประมาณจัดอบรม สัมมนาเหมือนกับปีที่แล้วทุกประการโดยไม่ได้มีการปรับปรุงแก้ไข เมื่อมีการตัดออกก็โวยวาย และอธิบดีบางคนก็ร้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กระทรวงกลาโหมไม่เคยตกอันดับ 1 ใน 5 ของประเทศที่ได้งบประมาณมากสุด และสุดท้ายก็ยังมีการจัดซื้ออาวุธ เป็นการจัดทำงบไม่สมดุลกับสถานการณ์ประเทศ แต่เสียงกมธ.ฝ่ายค้านสู้เสียงรัฐบาลไม่ได้ เราจึงทำอะไรไม่ได้ ทำเต็มที่ก็งดออกเสียง ขอบอกประชาชนว่ารัฐบาลเข้าสู่ปีที่ 7 ยังเป็นนักกู้แห่งลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา และขอให้ฉายาการรจัดงบปี 65 ว่าจัดงบเละเทะ ไม่สนโรคภัยของประชาชน แถมยังกู้ลั่นสนั่นเมืองตั้งแต่ระลอกที่หนึ่งจนถึงปัจจุบัน&amp;rdquo; นายจิรายุ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิรายุ กล่าวต่อว่า วันนี้อย่าคาดหวังกับรัฐบาลในการจัดทำงบประมาณ แต่ควรคาดหวังตนเองไม่ให้ติดโควิด เพราะเราคาดหวังงบไม่ได้ เนื่องจากงบสาธารณสุขก็น้อย มองแล้วเห็นว่ารัฐมนตรีบางกระทรวงแกล้งโง่ ให้อธิบดีชง และปลัดทำ ดังนั้นขอให้ใจเย็นๆ สิ้นเดือนเจอกัน ในภาวะโรคระบาดเช่นนี้ขอให้เอาเบาๆหน่อยได้หรือไม่ เพราะไม่สามารถปล่อยงบประมาณผ่านไปทั้งหมดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้บรรดาสมาชิกพรรคก้าวไกลต่างเสนอให้ตัดงบประมาณลงประมาณ 1 แสนล้านบาท
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113721</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณ 2565, นายจิรายุ ห่วงทรัพย์, พท., พรรคเพื่อไทย, ส.ส.กทม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210723/image_big_60fa76031ab01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112452</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิดงบ2565หั่น1.63หมื่นล. จ่อยื่นไม่ไว้วางใจแค่5รมต.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กมธ.งบประมาณปิดจ๊อบ 270 ชั่วโมง ไม่หั่นงบสภากาชาดไทยและส่วนราชการในพระองค์ มาตรา 36 เตรียมถกต่อวาระ 2-3 ในสภา 18-20 ส.ค.นี้ ย้ำ 1.6 หมื่นล้านเข้างบกลางตรวจสอบเข้ม ห้ามผิดวัตถุประสงค์ ขณะที่ &amp;quot;หมอสุกิจ&amp;rdquo; เผย ถัดไปประชุมสภาสัปดาห์ละ 3 วัน ชดเชยหยุดหนีโควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2564 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. และ น.ส.ธีรรัตน์ &amp;nbsp;สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ร่วมกันแถลงข่าวผลการประชุมว่า วันนี้ เป็นการประชุมครั้งสุดท้ายของ กมธ. โดยใช้เวลาไปแล้ว 30 วัน คิดเป็น 270 ชั่วโมง รวมหน่วยงานที่ผ่านการพิจารณาแล้ว 20 กระทรวง 5 กลุ่มหน่วยงาน 29 กองทุน 11 &amp;nbsp;แผนบูรณาการ คิดเป็น 100 เปอร์เซ็นต์ จากงบประมาณทั้งสิ้น 3,100,000 ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในการพิจารณางบประมาณ กมธ. ได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคโควิด-19 เป็นอันดับแรก เพราะเป็นความเดือดร้อนของประชาชนในขณะนี้ และเป็นภาวะเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการแก้ไข รวมทั้งเพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณของแต่ละหน่วยงานมีประสิทธิภาพสูงที่สุด จึงได้มีการพิจารณาปรับลดงบประมาณของหน่วยงานต่างๆ เพิ่มเติมอีกจำนวน 16,362,010,100 บาท โดยที่ประชุมได้มีมติให้นำงบประมาณในส่วนนี้ไปไว้ใน &amp;quot;งบกลางรายการค่าใช้จ่ายการบรรเทาแก้ไขปัญหาและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019&amp;quot; เพื่อให้รัฐบาลนำงบประมาณในส่วนนี้ไปช่วยเหลือและเยียวยาประชาชน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กมธ.ไม่ได้ปรับลดงบประมาณ ของจังหวัดและกลุ่มจังหวัดมาตรา 28สภากาชาดไทย มาตรา 35 และส่วนราชการในพระองค์ มาตรา 36 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของงบประมาณที่ปรับลดจำนวน 16,362,010,100 บาท ซึ่งจะนำไปเป็นงบประมาณในงบกลางนั้น เป็นการป้องกัน &amp;quot;การนำงบประมาณไปใช้ผิดวัตถุประสงค์&amp;quot; &amp;nbsp;ทาง กมธ.งบประมาณฯ ได้มีข้อสังเกตไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า การใช้จ่ายงบประมาณในส่วนนี้ของรัฐบาล ให้นำไปใช้ในการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคโควิด-19 และเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคตามที่มีการเสนองบประมาณเพิ่มเติมอย่างแท้จริงเท่านั้น ไม่ควรนำไปใช้ในเรื่องอื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น ในกระบวนการอนุมัติเพื่อใช้จ่ายงบประมาณในงบกลางของรัฐบาล ควรระบุรายละเอียดโครงการให้ชัดเจน เพื่อให้การเบิกจ่ายงบประมาณมีความโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และตรวจสอบได้ เพื่อให้การใช้งบประมาณมีความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน ทั้งนี้ ทาง กมธ.จะได้มีการตรวจรายงานของทั้งหมด เพื่อเตรียมเสนอเข้าที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร สำหรับการพิจารณาในวาระ 2 และ 3 ซึ่งจะมีการพิจารณาในวันที่ 18-20 ส.ค.64 นี้ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธาน กมธ.งบประมาณฯ เผยว่า กมธ.สัดส่วนพรรคเพื่อไทยได้ให้ข้อสังเกต เพื่อกำหนดทิศทางว่างบกลางที่ได้มาจากการแปรญัตติจำนวน 1.6 หมื่นล้านบาท ควรนำไปใช้อย่างไร เพื่อให้ตรงวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายบรรเทาเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในโควิด-19 เท่านั้น โดยต้องไม่นำไปใช้ในเรื่องอื่น เนื่องจากงบประมาณรายจ่ายงบกลางไม่ปรากฏว่ามีในรายงานตรวจการเงินของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่แสดงถึงการตรวจสอบ ผลสัมฤทธิ์ และประสิทธิภาพ ในการใช้จ่ายงบกลางของหน่วยงาน จึงเห็นควรให้มีการตรวจสอบดังกล่าว ซึ่งเป็นหน้าที่และอำนาจการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ.2561 โดยต้องเปิดเผยให้สาธารณชนทราบ รวมทั้งเผยแพร่ผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการพรรคเพื่อไทยกล่าวถึงความคืบหน้าการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติดังกล่าวในวันที่ 16 ส.ค.นี้ แต่จะเป็นเวลาใดนั้น ขณะนี้รอการประสานกับประธานสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้ง ขณะนี้รายชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายในส่วนของพรรคเพื่อไทยดำเนินการพิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว โดยจะยื่นอภิปรายรัฐมนตรี 2-5 คน เหลือเพียงการรวบรวมรายชื่อรัฐมนตรีในส่วนของพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นๆ โดยจะสรุปร่วมกันเป็นครั้งสุดท้ายวันที่ 11 ส.ค.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไชยา พรหมา ประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ เสนอรัฐบาลจัดสรรงบกลางจากการปรับลด 1.6 หมื่นล้านบาท กระจายทุกจังหวัดตามความรุนแรงของการระบาด โดยให้อำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ศบค.ระดับจังหวัดบูรณาการร่วมกันกับทุกส่วนราชการ ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ เพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดโดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้หารือกับรองประธานสภาฯ ทั้ง 2 คน และนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้งดประชุมในวันที่ 11 ส.ค. เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และข้อกำหนดของ ศบค.ที่ห้ามเคลื่อนย้ายบุคคลข้ามจังหวัด ซึ่งวิป 2 ฝ่ายก็เห็นด้วย โดยจะเปิดประชุมอีกครั้งวันที่ 18 &amp;nbsp;ส.ค. ซึ่งจะเป็นการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ในวาระ 2 และ 3 โดยจะใช้เวลา 3 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรหลังจากเปิดประชุมงบประมาณในวันที่ 18 ส.ค.นี้แล้ว ต่อจากนั้นก็จะมีการประชุมต่อเนื่องทุกสัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วันคือ วันพุธ วันพฤหัสบดี และวันศุกร์ จนถึงปิดสมัยประชุมในวันที่ 18 ก.ย.64 เพื่อเป็นการชดเชยวันที่งดประชุมไปก่อนหน้านี้.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112452</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณปิดจ๊อบ 270 ชั่วโมง, น.ส.ธีรรัตน์  สำเร็จวาณิชย์, นายจิรายุ ห่วงทรัพย์, ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย, สภากาชาดไทย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210803/image_big_6108f4aa57331.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110568</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 13:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 13:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘จิรายุ’ซัดรัฐบาลใจดำอำมหิตไม่เหลียวค่าน้ำ-ค่าไฟ-อินเตอร์เน็ตจนถึงค่าทางด่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ค.2564 - &amp;nbsp;นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กร อัยการ รัฐวิสาหกิจองค์การมหาชนและกองทุน กล่าวว่าจะทำหนังสือเพื่อสอบถามไปยังหน่วยงานที่ให้บริการสาธารณูปโภคว่าในเดือนมิถุนายนถึงปัจจุบัน มียอดประชาชนใช้ค่าน้ำและค่าไฟเพิ่มมากขึ้นเท่าไหร่ และให้การช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่สีแดงเข้มอย่างไร เพราะดูจากเดือนพฤษภาคมจนถึงปัจจุบัน ประชาชนเดือดร้อนอย่างหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิรายุ กล่าวอีกว่า ขอเรียกร้องไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมว่า ที่ผ่านมาท่านเหมือนลูกอีช่างสั่ง ให้ประชาชนงดเดินทาง แล้วให้ทำงานอยู่ที่บ้าน แต่หน่วยงานของรัฐกลับใจดำอำมหิต เพราะประชาชนต้องอดทนอยู่บ้าน มีค่าน้ำ &amp;nbsp;ค่าไฟ &amp;nbsp;ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าใช้จ่ายสารพัด โดยค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าสาธารณูปโภคในกิจการของรัฐกลับดำเนินการทวงหนี้ ตัดน้ำ ตัดไฟ ตัดสารพัด ซึ่งงไม่มีน้ำใจช่วยคนไทยด้วยกันในการงดเก็บหรือแม้กระทั่งลดราคา หรือพักการชำระหนี้แม้แต่บาทเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้นายกฯ ต้องสั่งการให้หน่วยงานของรัฐ เช่น การประปา การไฟฟ้านครหลวง ภูมิภาค รัฐวิสาหกิจที่ให้บริการอินเตอร์เน็ต การทางพิเศษ และอีกหลายหน่วยงานที่ยังเก็บเต็ม ไม่มีลดราคา ไม่มีพักค่าใช้จ่ายแม้แต่สลึงเดียว ถามจริงๆ ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเห็นรัฐบาลชุดใดใจดำอำมหิตขนาดนี้ ด่าประชาชน ผลักภาระให้ประชาชนทุกอย่าง ไม่มีน้ำใจ ในการแบ่งเบาภาระประชาชน ทุกอย่างเก็บเต็ม จ่ายช้าโดนเตือน โดนตัด ขอย้ำวาว่ารัฐบาลจะใจดำอำมหิตไปถึงไหน วันนี้ประชาชนจะตายกันหมดแล้ว ทั้งไม่มีรายได้ โดนไล่ออกจากงาน จนไม่มีจะกินแล้ว ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่ตระหนักถึงเรื่องนี้และไม่สั่งการ ผมจะขอเชิญชวนประชาชนที่ได้รับผลกระทบช่วยกันเผาพริกเผาเกลือ&amp;rdquo; นายจิรายุ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110568</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายจิรายุ ห่วงทรัพย์, พท., พรรคเพื่อไทย, ส.ส.กทม., อำมหิต, ใจดำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f7c2590612e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105025</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2021 12:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2021 12:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘จิรายุ’ฟันธงผลโหวตงบ2565สะท้อนเก้าอี้‘บิ๊กตู่’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มิ.ย.2564 - นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการทำงานของคณะกรรรมาธิการ (กมธ.) งบประมาณ ว่าถ้าได้มีโอกาสเข้าไปเป็น กมธ.งบประมาณก็จะติดตามตรวจสอบโดยเฉพาะงบเหลือจ่ายว่ามีการใช้จ่ายงบเหลือจ่ายไปในทางที่ถูกหรือไม่ ไม่ใช่เป็นการเทกระจาดใช้ และนี่จะเป็นครั้งแรกที่พรรคฝ่ายค้านจะทำหน้าที่ในชั้น กมธ.ใหญ่อย่างเข้มข้น และเราจะส่งขุนพลฝีมือดีเข้าไปใน กมธ.ในฐานะฝ่ายค้านเพื่อติดตามตรวจสอบการใช้งบประมาณอย่างจริงจัง ทั้งนี้ยังคงย้ำมติของพรรคเพื่อไทยและพรรคฝ่ายค้านว่ายังคงยืนยันเจตนารมณ์เหมือนเดิมคือลงมติไม่รับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 65 ในร่างแรก ซึ่งเรามีความจำเป็นที่จะลงมติไม่รับร่าง เพราะจำเป็นต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ทั้งนี้การที่งบประมาณไม่ผ่านก็เป็นเรื่องของรัฐบาลว่าจะลาออกหรือยุบสภาตามแต่ดุลยพินิจที่จะรับผิดชอบต่อสังคมและการเงิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิรายุ กล่าวต่อว่า ตลอดทั้ง 2 วันของการอภิปรายพรรคร่วมรัฐบาลยังคตำหนิติเตียนรัฐบาลในการจัดทำงบประมาณ ซึ่งเราไม่ได้คาดหวังว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะตัดสินใจอย่างไร แต่เชื่อว่าสังคมจะตัดสินใจในสิ่งที่พรรคร่วมรัฐบาลได้ให้สัตยาบรรณกับประชาชนในช่วงเลือกตั้งว่าไม่อยากร่วมกับรัฐบาลเผด็จการ ฉะนั้นในช่วงค่ำของวันนี้ขอให้ประชาชนได้ติดตามการลงมติ ว่าพรรคการเมืองใดจะเป็นสะพานทอดให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อยู่ต่อเข้าสู่ปีที่ 8 หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิรายุ กล่าวถึงกรณีงบประมาณกระทรวงกลาโหม ว่าเวลาที่มาของบประมาณกับสภา ท่านก็เขียนมาอย่างชัดเจนโดยเฉพาะแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีระบบไว้ในยุทธศาสตร์ชาติจนถึงปี 80 ว่าจะค่อยๆ เพิ่มวัสดุอุปกรณ์โดยนำเข้าจากต่างประเทศ 50% และใช้ของไทยอีก 50% โดยเมื่อปีที่แล้วทางกองทัพอากาศได้มานำเสนอลดปริมาณการนำเข้าและจะใช้วัสดุอุปกรณ์ในประเทศ ทาง กมธ.งบยังได้ชื่นชมกองทัพอากาศแต่เมื่อต้นปีที่ผ่านมาอยากให้ตรวจสอบว่าเหล่ากองทัพได้ใช้งบประมาณอย่างถูกต้องตามที่ให้ไว้กับรัฐสภาหรือไม่ หรือมีการไปคุยกับพ่อค้าอาวุธยุทโธปกรณ์หรือไม่ ฉะนั้นจึงควรมีคำตอบต่อประชาชน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105025</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณ, นายจิรายุ ห่วงทรัพย์, พท., พรรคเพื่อไทย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ส.ส.กทม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210602/image_big_60b715455e06b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94096</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2021 13:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2021 13:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ช่างกล้า!จิรายุชูส.ส.โหวตสวนมติพรรคเป็นสิทธิ์  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.พ.2564 - นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า กรณีรถไฟฟ้าสายสีส้มมีการล้มประมูลอย่างมีเงื่อนงำ มีเดิมพันปฏิบัติการ 16 วันทันใจนาย ฝ่ายค้านได้ทำการปกป้องผลประโยชน์ให้กับประเทศชาติและประชาชน ซึ่งสายสีส้มอยู่แถวพื้นที่คลองสามวาบ้านของตนเองจะนิ่งเฉยไม่ได้ และได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ให้กับชาวคลองสามวา-มีนบุรีแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิรายุกล่างอีกว่า ขอเตือนข้าราชการระดับสูงของกระทรวงคมนาคมว่า ข้าวผัดกับโอเลี้ยงมีเตรียมไว้ให้กับ อธิบดี ผู้ว่าการ และข้าราชการระดับสูงของกระทรวง ดูได้จากคดีล่าสุดเมื่อไม่กี่วันมานี้ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางมีคำพิพากษาจำคุก นายจิตต์สันติ ธนโสภณ อดีตผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย กรณีไปเปลี่ยนแปลงแก้ไขเงื่อนไขการประมูลประกวดราคาระหว่างรัฐกับเอกชน ที่ศาลลงโทษไปตามมาตรา 157 ในโครงการแอร์พอรต์ลิงค์ติดคุกถึง 9 ปี ซึ่งทีมกฎหมายได้ร่างคำฟ้องผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้เพื่อยื่นฟ้องต่อ ป.ป.ช. และศาลอาญาคดีทุจริต และประพฤติมิชอบฯ และจะเกาะติดเรื่องนี้ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอเตือนข้าราชการว่า ส่วนใหญ่ รัฐมนตรีจะลอยตัวและปล่อยให้พวกท่าน กินข้าวผัดฟรีหาก คิดว่าเขาจะปกป้องได้ก็ขอให้นึกคำพระที่ว่ากัมมุนา วัตตติ โลโก การที่ ส.ส.รัฐบาลจะงดออกเสียงหรือจะลงมติ อย่างไรก็ตามเป็นสิทธิ์ของเขา ระวังให้ดีจะไปลงโทษทั้งที่รัฐธรรมนูญเขียนชัดว่าให้สิทธิ์ สมาชิกสภามีเอกสิทธิ์ และการลงมติครั้งนี้ ถือเป็นการสะท้อนต่อมความดีมากกว่าการเมือง&amp;rdquo;นายจิรายุกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94096</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายจิรายุ ห่วงทรัพย์, พท., พรรคเพื่อไทย, ส.ส.กทม., อภิปรายไม่ไว้วางใจ, โหวต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210224/image_big_6035f55237f8f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77610</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2020 12:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2020 12:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จิรายุ&#039;ประเดิมอัดงบประมาณสุรุ่ยสุร่าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ย.2563 - &amp;nbsp;ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 วงเงิน 3.3 ล้านล้านบาท โดยเมื่อเข้าสู่การพิจารณามาตรา 1 ว่าด้วยชื่อร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ โดยนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย (พท.) อภิปรายว่า งบประมาณปี 2564 เป็นงบที่คนจ่ายไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้จ่าย เช่น การจัดซื้ออาวุธ เวลาลากรถถังออกมารัฐประหาร มีใครบ้างมาฟรี การใช้อุปกรณ์เหล่านี้มาจากภาษีประชาชน เป็นตัวอย่างได้ดีของคำว่า คนจ่ายไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้จ่าย ยิ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม อุปโลกน์ตัวเองเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ทำให้ไม่เชื่อมั่น รู้สึกเอือมระอา เพราะพล.อ.ประยุทธ์เป็นนักกู้แห่งลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาที่กู้เงินมากที่สุดในประวัติศาสตร์ จึงต้องการเติมคำ&amp;ldquo;ที่มาจากภาษีของประชาชนทั้งประเทศ&amp;rdquo;เข้าไปท้ายชื่อร่าง พ.รบ. เพื่อให้ตระหนักว่างบประมาณเป็นภาษีของประชาชน ไม่ใช่เงินสุรุ่ยสุร่าย เป็นสิ่งที่พล.อ.ประยุทธ์และรัฐบาลต้องตระหนัก เพราะไม่ใช่เงินจากตระกูลของท่านหรือของใคร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77610</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายจิรายุ ห่วงทรัพย์, พท., พรรคเพื่อไทย, ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564, วงเงิน 3.3 ล้านล้านบาท, ส.ส.กทม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200703/image_big_5eff285ede0d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
