<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117654</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2021 08:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2021 17:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมว.พม. ยืนยันจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุยังคงเหมือนเดิม  พร้อมรับข้อเสนอภาคประชาชนเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (23&amp;nbsp;ก.ย. 64) เวลา 12.00 น. นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ (กผส.) ครั้งที่ 3/2564 เปิดเผยว่า วันนี้ ที่ประชุมมีการพิจารณาเรื่องแนวทางการกำหนดนโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ โดยได้มอบให้อนุกรรมการกำหนดนโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่ได้รับการแต่งตั้งไปดำเนินการศึกษาเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น และรายงานกลับมาภายใน 30 วัน โดยได้รับข้อเสนอจากการตีความทางกฎหมายจากสำนักงานกฤษฎีกา ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ ได้ไปศึกษาในเรื่องดังกล่าว อีกทั้งเช้าวันนี้ระหว่างการประชุม มีเครือข่ายสลัม 4 ภาค มายื่นข้อเสนอของภาคประชาชนต่อนโยบายการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ทั้งนี้ ตนได้อ่านข้อเสนอทั้ง 4 ข้อให้ที่ประชุมได้รับฟัง พร้อมกันนี้ ที่ประชุมยังได้หารือกันว่า การจะเปลี่ยนแปลงวิธีการหรือระบบจำเป็นต้องทำด้วยความรอบคอบ เราไม่ได้มองเพียงมิติกฎหมายเท่านั้น เรามองในมิติเศรษฐกิจ สังคม ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และฐานะการคลังของประเทศ ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดคือยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก อีกทั้งตัวแทนของภาคประชาชนที่มายื่นข้อเสนอนั้น ตนได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า ขอเวลาให้ภาคประชาชนได้นำเสนอข้อมูล วิเคราะห์ผลดีผลเสีย ผลกระทบ มาให้กับคณะอนุกรรมการฯ พิจารณา ซึ่งทางภาคประชาชนได้แจ้งว่า จะนำมาเสนอภายในวันที่ 30 กันยายนนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุติ กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่ตนอยากจะสื่อสารให้กับประชาชนทราบคือ อย่ากังวลใจว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะมีผลกระทบต่อท่าน การจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุยังคงเหมือนเดิมจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงใหม่ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่จะต้องใช้ทุกส่วน หมายถึงทั้งในส่วนของรัฐบาลและรัฐสภาด้วย ฉะนั้นใครที่เคยได้รับสิทธิยังได้รับตลอดอย่างต่อเนื่อง ขออย่าได้กังวลกับข่าวที่ออกมา เพราะทราบความจริงเพียงบางส่วนไม่ทราบครบทุกส่วน รัฐบาลชุดนี้รับฟังความเห็นของภาคประชาชนเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อวานนี้ 22 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้ข้อสั่งการกับทุกกระทรวงในคณะรัฐมนตรีว่า ขอให้ระบบราชการได้ปรับปรุงการเปลี่ยนแปลงให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและโลก และเน้นย้ำว่าอย่าให้มีช่องระหว่างข้าราชการกับประชาชน แต่ขอให้เน้นประชาชนได้เห็นว่า เดิมเราทำงานร่วมกับภาคประชาชน เราไม่เคยมีช่องว่าง ดังนั้น หากมีอะไรที่ต้องนำเสนอ เราพร้อมที่จะรับฟัง แต่บ้านเมืองอยู่ด้วยกฎหมาย กฎระเบียบ เราต้องฟังเสียงข้างน้อย แต่ก็ต้องเคารพสิทธิเสียงข้างมากด้วยเช่นกัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุติ กล่าวต่อไปอีกว่า ที่ประชุมวันนี้ เรามีความเห็นเรื่องเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่หลากหลายมาก เรามีคณะอนุกรรมการ 30 กว่าท่าน และมีนักวิชาการในแต่ละเรื่องมาร่วมแสดงความเห็นด้วย ตนเชื่อว่าความเห็นของทุกคนมีความปราถนาดีต่อประเทศ และเน้นย้ำเสมอว่า จะทำอะไรก็ตามต้องยึดประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นที่ตั้ง ในส่วนข้อเสนอที่คณะอนุกรรมการฯ เสนอเข้ามาในที่ประชุม เป็นแนวทางที่ตีความทางกฎหมาย ทั้งนี้ อยากให้เข้าใจว่า ปัจจุบัน ระบบสวัสดิการ ปี 2564 ประโยชน์ที่ประชาชนได้รับนั้น มากกว่าระบบสวัสดิการของปีที่ผ่านๆ มาอย่างมาก เราต้องนำเข้ามาพิจารณาด้วย โดยในวันนี้ เราจะนำเอาความเห็นใหม่ในที่ประชุมมารวมกับความเห็นของภาคประชาชนเข้าไปประกอบกัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้าที่มีการยึดเกณฑ์รายได้ขั้นต่ำเป็นองค์ประกอบของความเห็น เป็นข้อเสนอในที่ประชุมได้รับทราบ ซึ่งในที่ประชุมได้รับทราบและพิจารณาแล้วว่า ยังไม่มีความเห็นที่ครอบคลุมพอ ซึ่งทางอนุกรรมการฯ ต้องนำความเห็นต่างๆ มารวมกัน มาดูว่ามิติกฎหมายมีผลกระทบอย่างไร ผนวกกับว่าเราได้ให้ความสำคัญกับภาคประชาชนที่เสนอความเห็นมาเพิ่มเติม ทั้งนี้ ทางอนุกรรมการฯ ได้เสนอเข้ามา 3 แนวทางตามที่เป็นข่าว เรื่องของเส้นแบ่งความยากจน เรื่องของรายได้ และเรื่องของภาษี ซึ่งมีผลกระทบต่างกัน มีผลดี ผลเสียแตกต่างกัน เราต้องยึดความถูกต้องไว้ก่อน ซึ่งในวันที่ 30 กันยายนนี้ ทางภาคประชาชนจะมายื่นข้อเสนออีกรอบ พร้อมวิเคราะห์ผลกระทบ และตนจะเอาเอกสารเหล่านั้นส่งไปให้กับอนุกรรมการฯ ทุกคนไปศึกษา ซึ่งกรอบเวลาศึกษาคือเร็วที่สุด และต้องทำด้วยความรอบคอบ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117654</URL_LINK>
                <HASHTAG>กผส., กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, การจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ, คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ, นายจุติ ไกรฤกษ์, นโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ, พม., เครือข่ายสลัม 4 ภาค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210923/image_big_614c5b040d83c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117457</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  พม.มอบ13รางวัลผู้เสียสละ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พม.มอบ 13 รางวัลเชิดชูผู้เสียสละเพื่อสังคม ยกย่องเจ้าอาวาสวัดสะพาน เปิดพื้นที่วัดสู้วิกฤตโควิดช่วยชาวคลองเตย ดร.ณัฐพงศ์ โมกขพันธ์ แห่ง &amp;#39;ปันฝันปันยิ้ม&amp;#39; ต่อชีวิตเด็กด้อยโอกาสได้ด้วย แล้วยังมีช่างภาพไทยโพสต์พลเมืองดีสกัดขา นร.ม.6 ปล้นทอง ชูเป็นแบบอย่างให้ ปชช.และสังคม
วันที่ 21 ก.ย. นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล &amp;quot;ผู้เสียสละ เพื่อสังคม&amp;quot; ภายใต้โครงการมอบรางวัลบุคคลผู้ทรงคุณค่าต่อสังคมไทยให้กับภาคีเครือข่ายทั้งภาคเอกชนและภาคประชาชนของกระทรวง พม. ที่มีผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม เป็นบุคคลหรือกลุ่มบุคคลต่างๆ หรือองค์กรที่คิดด้านบวก สร้างสรรค์สิ่งที่มีประโยชน์ให้กับผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์และกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มีความเสียสละ และทำความดีโดยไม่หวังผลประโยชน์
นายจุติกล่าวว่า พม.เป็นหน่วยงานหลักด้านสังคมในการดำเนินงานให้ความช่วยเหลือประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะเด็กเยาวชน สตรี ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ รวมทั้งผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ เพื่อให้มีความมั่นคงในการดำรงชีวิต ทั้งนี้การขับเคลื่อนงานด้านสังคมเพื่อบรรลุเป้าหมายตามภารกิจ พม. ไม่อาจดำเนินงานเพียงหน่วยงานเดียวได้ จำเป็นต้องบูรณาการการทำงานกับทุกภาคส่วน ทั้งนี้ เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติภาคีเครือข่ายที่เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับประชาชนและสังคม จึงดำเนินโครงการด้วยการมอบรางวัล &amp;quot;ผู้เสียสละ เพื่อสังคม&amp;quot; จำนวน 13 รางวัล ให้กับภาคีเครือข่ายทั้งภาคเอกชนและภาคประชาชนที่มีคุณสมบัติเหมาะสม ประกอบด้วย มีผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม เป็นบุคคลหรือกลุ่มบุคคลต่างๆ หรือองค์กรที่คิดด้านบวก สร้างสรรค์สิ่งที่มีประโยชน์ให้กับผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์และกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 มีความเสียสละ และทำความดีโดยไม่หวังผลประโยชน์
นายจุติกล่าวต่อว่า ผู้ได้รับรางวัลทั้ง 13 รางวัล ประกอบด้วย 1.คุณไตรภพ โคตรวงษา ประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ 2.ดร.ณัฐพงศ์ โมกขพันธ์ บริษัท ปันฝัน วิสาหกิจเพื่อสังคม (โครงการปันฝันปันยิ้ม) 3.ดร.ประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) 4.ร.ต.อ.แวอาลิฟ แวดีซา รองสารวัตร สถานีตำรวจภูธรสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส 5.พระพิศาลธรรมานุสิฐ เจ้าอาวาสวัดสะพาน เขตคลองเตย กทม. 6.คุณพิจิตตรา สิริเวชชะพันธ์ ดารานักแสดงจิตอาสา 7.คุณไดอาน่า จงจินตนาการ ดารานักแสดงจิตอาสา
&amp;nbsp;8.คุณอนุวัฒน์ สงวนศักดิ์ภักดี ศิลปินจิตอาสา 9.คุณศตวรรษ เศรษฐกร ศิลปินจิตอาสา 10.คุณจีรภัทร์ สุกางโฮง ครูโรงเรียนบางมด (ตันเปาว์วิทยาคาร) เขตทุ่งครุ กทม. 11.คุณสมปอง สนนาค (เล็ก ไทยโพสต์) ช่างภาพอาวุโสหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ 12.คุณเผด็จ อุทุมสกุลรัตน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนดอนเมืองทหารอากาศบำรุง เขตดอนเมือง กทม. และ 13.คุณปิงโก โพธิ์ทอง เจ้าของร้านอาหาร &amp;ldquo;แก้วเย็นตาโฟ&amp;rdquo; จ.พิษณุโลก
&amp;ldquo;ขอชื่นชมและขอบคุณทุกท่านที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมทำงานเพื่อสังคมและทำดีให้ประเทศไทยดีขึ้นทุกวัน นับเป็นสิ่งที่น่ายกย่องเป็นอย่างยิ่ง ขอแสดงความยินดีกับทุกท่านที่ได้รับรางวัล &amp;quot;ผู้เสียสละ เพื่อสังคม&amp;quot; พม.ตั้งใจมอบรางวัลนี้เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและเชิดชูเกียรติให้ทุกท่านในการทำความดีเพื่อสังคม และขอให้ทุกท่านได้ร่วมภาคภูมิใจในความดี และยึดแนวทางที่ดีเป็นแบบอย่างให้กับทุกคนในสังคมได้นำไปปฏิบัติตามร่วมขับเคลื่อนสังคมและประเทศไทยให้ผ่านพ้นวิกฤตโควิด-19 ไปด้วยกัน&amp;rdquo; รมว.พม.กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117457</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายจุติ ไกรฤกษ์, พม.มอบ 13 รางวัลเชิดชูผู้เสียสละเพื่อสังคม, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210921/image_big_6149eba25e35e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117326</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘จุติ’สั่งฟันซี6พม. ยักยอกเงิน13ล้าน อึ้งเล่นพนันเกลี้ยง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พม.ตั้งโต๊ะแจง เงิน 13 ล้านโดนซี 6 ยักยอกไม่ใช่เงินอุดหนุนคนพิการ แต่เป็นเงินประกันสัญญาที่คนมาทำงานร่วมกับกระทรวง &amp;quot;จุติ&amp;quot; ลั่นไม่ไว้หน้าคนทุจริต สั่งให้ออกราชการไว้ก่อน-อายัดทรัพย์ ประสาน ป.ป.ส.ตามเส้นทางการเงิน พร้อมรื้อระบบอนุมัติทั้งหมด ปิดจุดอ่อนทั้งคนทั้งระบบ ตร.ฝากขัง ขรก.ขี้ฉ้อ สารภาพนำเงินไปเล่นพนันออนไลน์เกลี้ยง เร่งสอบหาผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) วันที่ 20 กันยายน &amp;nbsp;นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมด้วยนางพัชรี อาระยะกุล ปลัด พม. แถลงชี้แจงกรณีนายพิศาล สุขใจธรรม นักพัฒนาสังคมชำนาญการ ซี 6 กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พม. ยักยอกเงินนอกงบประมาณเข้าบัญชีตัวเองกว่า 13 ล้านบาท ก่อนถูกตำรวจ ตม.เชียงราย จับกุมได้ที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ขณะเตรียมหลบหนีออกนอกประเทศ โดยนายจุติกล่าวว่า ยืนยันรัฐบาลชุดนี้และในฐานะรัฐมนตรีจะไม่ไว้หน้าผู้ทุจริต ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองหรือข้าราชการระดับไหน นโยบายรัฐบาลชัดเจนว่าปราบทุจริต ฉะนั้นเรื่องของทุจริตที่เกิดขึ้น ต้องขอบคุณปลัด พม.และอธิบดี ที่ทำงานในเชิงรุก เพื่อระงับความเสียหายที่เกิดขึ้นได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้ผู้รับผิดชอบให้ออกจากราชการไว้ก่อน และมีการอายัดทรัพย์ และให้รื้อระบบที่ผ่านมาให้หมดของทุกกรมในกระทรวง พม. และสลับตำแหน่งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับระบบนี้ เปลี่ยนทีม สลับทีม เพื่อให้เรียนรู้งานใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดความเคยชินกับการทำงานแบบเดิมเพื่อป้องกันการทุจริตและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับประชาชน สำหรับเงินที่ทุจริตไปประมาณสิบกว่าล้านบาท แต่ตัวเลขแน่ชัดว่าเท่าไหร่ ต้องรอให้สอบสวนเสร็จก่อน เพราะทุกคนก็ต้องอยากรู้ว่าความจริงเสียหายเท่าไหร่ ได้เรียนกับปลัด พม. แล้วว่า ไม่ว่าผลสอบจะไปเจอใคร ขอโทษล่วงหน้าว่าไม่ไว้หน้าอินทร์หน้าพรหม&amp;rdquo;นายจุติกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางพัชรี อาระยะกุล ปลัด พม. กล่าวว่า บางคนจะคิดว่าเงินส่วนนี้เป็นเงินของคนพิการ และมีคนไปพาดหัวว่า เงินคนพิการถูกยักยอก ทำให้เข้าใจผิดและทำให้ผู้พิการเข้าใจผิดว่าเงินที่จะเป็นเบี้ยของเขา ช่วยเหลือเขาจะไม่ได้ ซึ่งจริงๆ ไม่ใช่ เงินนี้เป็นเงินนอกงบประมาณ คือเป็นเงินที่ไม่เกี่ยวข้องกับคนพิการ แต่เป็นเงินประกันสัญญาที่เวลาคนที่มาทำงานร่วมกับกระทรวง รับจ้างก่อสร้าง หรือรับจ้างต่างๆ จะเอาเงินมาสร้างหลักประกันไว้ก่อน ว่าจะสามารถดำเนินการแล้วเสร็จตามที่ตกลงกันเอาไว้ เพื่อกันการหลบหนี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุติกล่าวเพิ่มเติมว่า หากงานไหน ที่ทำไม่ตรงตามสเปก หรือตามเวลาประกัน จะยึดเงินก้อนนี้ไว้ แต่หากทำถูกต้อง จะมีเวลาประกัน 1-2 ปี ฉะนั้นเงินก้อนนี้ยังมีเวลา ถามว่าถูกฉกไปหรือไม่ ถูกฉกไป ถูกยักยอกไป แต่ขณะนี้ได้อายัดทรัพย์คนที่ทุจริตไว้แล้ว ก็เชื่อว่าจะได้คืนบางส่วน หากได้ไม่หมดก็ต้องขอให้ทางสำนักงานปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)ไปดูเส้นทางเงิน จะรู้หมดว่าเงินอยู่ที่ไหน ส่วนวันนี้จะได้เงินมาครบหรือไม่ ทำคนเดียวจริงหรือไม่ ต้องรอผลสอบ ขอให้ฟังผลสอบไม่นาน จะพยายามทำให้เร็วที่สุด ขณะนี้ติดต่อ ปปง.ไปแล้ว เขาต้องไปขอสเตทเมนต์จากธนาคารเพื่อดู หากแล้วเสร็จเมื่อไหร่จะรีบมาแถลงให้ทราบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.พม.กล่าวด้วยว่า ขณะนี้สิ่งที่ทำ คือ ต้องเอาทุกหน่วยงาน ทุกกรม ให้ไอที ออดิทเข้าไปดู และมีออนไซต์ ออดิทเข้าไปตรวจจริง ต้องรื้อระบบการอนุมัติทั้งหมด เปลี่ยนพาสเวิร์ดทั้งหมด เปลี่ยนขั้นตอนใหม่ เปลี่ยนบุคคลใหม่ แต่หากดูว่าระบบดีอยู่แล้ว เพียงแต่คนทุจริต ก็ต้องเปลี่ยนที่คน หากดูแล้วตรงไหนมีจุดอ่อนก็ต้องปิดจุดอ่อนตรงนั้น หากจุดอ่อนเป็นเรื่องของระบบ ก็ต้องแก้ที่ระบบ หากจุดอ่อนเป็นเรื่องคน ก็ต้องแก้ที่คน ในกระบวนการอนุมัติเงิน ที่รับรายงานคือ ต้องมีพาสเวิร์ดที่จะทำ ดังนั้นคนที่รักษาพาสเวิร์ดก็ต้องดูว่าทำไมจึงจะรักษาพาสเวิร์ดไว้ไม่ได้ ต้องรอการตรวจสอบของคณะทำงาน ทั้งนี้ ในวันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้มีการอายัดบัญชีคนที่ถูกจับได้แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. โฆษก บช.น. เปิดเผยว่า กรณีที่ สน.พญาไทจับกุมนักพัฒนาสังคมชำนาญการ ข้าราชการพลเรือนในสังกัดกระทรวง พม. ที่มีการยักยอกเงิน 13 ล้านบาทในวันนี้ ทางพนักงานสอบสวน สน.พญาไทควบคุมตัวผู้ต้องหาที่ก่อเหตุดังกล่าวจะฝากขังต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง อีกทั้งยังต้องสืบสวนหาพยานหลักฐานต่างๆ เพิ่มเติม โดยสอบปากคำเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมและหาตัวผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำดังกล่าวต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหารับสารภาพว่าก่อเหตุมา 2-3 เดือนแล้ว นำเงินที่ยักยอกทั้งหมดไปเล่นพนันออนไลน์จนหมดแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117326</URL_LINK>
                <HASHTAG>นางพัชรี อาระยะกุล, นายจุติ ไกรฤกษ์, พม.ตั้งโต๊ะแจง เงิน 13 ล้าน, รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612f902df0a64.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115540</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 20:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2021 20:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“การเคหะแห่งชาติ” ผนึกภาคีสำคัญ เดินหน้าเสริมแกร่งโครงการ SSC โชว์ต้นแบบ “บางโฉลง” ชุมชนอัจฉริยะและน่าอยู่อย่างยั่งยืนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทวีพงษ์&amp;nbsp; วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าของโครงการชุมชนอัจฉริยะและน่าอยู่อย่างยั่งยืนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น (Smart and Sustainable Community for Better Well - being : SSC) ว่า การเคหะแห่งชาติได้ดำเนินการเกี่ยวกับ &amp;ldquo;SSC&amp;rdquo; มาตั้งแต่ปี 2560 โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ในการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาร่วมสนับสนุนการดำเนินโครงการ &amp;ldquo;SSC&amp;rdquo; ในมิติ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่แตกต่างกัน จนสามารถเดินหน้าโครงการนำร่องที่โครงการบ้านเอื้ออาทรบางโฉลง (นิติ 1) ได้อย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp; และเป็นแนวทางสำคัญของโครงการบ้านเคหะสุขประชา &amp;ldquo;บ้านเช่าพร้อมอาชีพ&amp;rdquo; ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยการเคหะแห่งชาติกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ ตามนโยบายของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทวีพงษ์ กล่าวอีกว่า แนวคิดในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Community) ของการเคหะแห่งชาติได้ดำเนินงานร่วมกับภาคีสำคัญข้างต้นครอบคลุมทั้ง 4 มิติ ได้แก่ มิติที่ 1 การมีส่วนร่วมและความรับผิดชอบ มีการเปิดโอกาสให้มีการแสดงความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ให้โอกาสในการตัดสินใจเกี่ยวกับความเป็นอยู่ของตนเอง และการเข้าถึงข้อมูลสาธารณะ มิติที่ 2 ความมั่นคงของระบบนิเวศ มุ่งดำเนินการใน 5 ด้าน คือ คุณภาพอากาศ น้ำ และพลังงาน การบริหารจัดการขยะ การจัดการน้ำเสีย และการจัดการพื้นที่สีเขียว เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับผู้อยู่อาศัยในชุมชน ขณะที่มิติที่ 3 ความมั่นคงทางเศรษฐกิจได้ดำเนินการให้ความรู้&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อสร้างอาชีพให้กับชุมชนในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในพื้นที่เพื่อสร้างรายได้ รวมถึงประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ สร้างความตระหนัก และพัฒนาชุมชนให้สามารถประหยัดค่าไฟในครัวเรือน ส่วนมิติที่ 4&amp;nbsp; สุขภาวะทางสังคม มีการดำเนินการด้านสุขภาพที่เพียงพอให้กับชุมชน ให้ชุมชนมีความปลอดภัยและมีสุขภาวะที่ดี มีสิ่งแวดล้อมที่เป็นมิตร&amp;nbsp; ต่อสุขภาพ รวมถึงความสามารถในการปรับตัวในสภาวะต่างๆ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตัวอย่างสำคัญของการดำเนินการ ได้แก่ &amp;ldquo;Sensor for All&amp;rdquo; ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้อาศัยในชุมชน สามารถติดตามและป้องกันตนเองจากฝุ่นควันและมลพิษ&amp;nbsp; ทางอากาศที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ปัจจุบันการเคหะแห่งชาติได้ติดตั้งเครื่องเซนเซอร์ตรวจวัดฝุ่นและคุณภาพอากาศแล้ว จำนวน 32 เครื่อง ที่บริเวณสำนักงานใหญ่การเคหะแห่งชาติ จำนวน 2 เครื่อง และติดตั้งบริเวณสำนักงานเคหะนครหลวงและสำนักงานเคหะจังหวัดในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล 10 พื้นที่ จำนวน 30 เครื่อง ได้แก่ ร่มเกล้า, หนองจอก, รามคำแหง, นวมินทร์, ออเงิน, บ่อนไก่ นนทบุรี, ปทุมธานี, นครปฐม และสมุทรปราการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินการด้านจัดการน้ำเสีย การทดลองปรับพื้นที่เพื่อการใช้ประโยชน์และเพิ่มพื้นที่สีเขียว การส่งเสริมโมเดลการจัดขยะ 3 ประเภท คือ ขยะรีไซเคิล ขยะอาหาร ขยะอันตราย และการทำถังหมักรักษ์โลก (Green Cone) รวมถึงยังมีแนวทางด้านการจัดการพลังงานด้วยการการติดตั้ง Smart Meter (เครื่องมือวัดพลังงานแบบไร้สาย) เพื่อวัดการใช้พลังงานของแต่ละอาคาร โดยแสดงผลการใช้พลังงานผ่านการแสดงผลในรูปแบบ Dashboard ซึ่งทำให้ผู้พักอาศัยภายในโครงการรับรู้ข้อมูล การใช้พลังงานของตน และเกิดการมีส่วนร่วมในการช่วยกันลดการใช้พลังงานผ่านการจัดกิจกรรมต่างๆ และยังอยู่ระหว่างวางแผนติดตั้ง Solar Powered Pump โดยนำพลังงานไฟฟ้าที่ได้มาใช้ในการสูบน้ำเข้าถังเก็บน้ำ และกรณีที่ไม่มีการทำงานของปั๊มน้ำ พลังงานไฟฟ้าที่ได้จะถูกส่งไปที่ตัวอาคารเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ภายในอาคารต่อไป รวมถึงอยู่ในระหว่างวางแผนจะติดตั้ง Solar Powered Aerator เพื่อเติมอากาศบำบัดบ่อนํ้าเสีย อีกทั้งเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมานี้ การเคหะแห่งชาติ และหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้ร่วมกันจัดงานเสวนาออนไลน์ขึ้น ในหัวข้อ &amp;ldquo;การพัฒนาความยั่งยืนให้ชุมชน&amp;rdquo; พร้อมทั้งนำออกเผยแพร่ในรูปแบบนิทรรศการออนไลน์ ซึ่งก็มีทั้งเนื้อหาวิชาการ และสื่อมัลติมีเดียหลายรูปแบบ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและเข้าใจแนวคิด SSC มากยิ่งขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะดำเนินการขยายผลต่อเนื่อง ในปี 2565 อีก 4 ชุมชน ได้แก่ โครงการบ้านเอื้ออาทรบางบัวทอง 2 บ้านเอื้ออาทรรังสิตคลอง 10/2 บ้านเอื้ออาทรราชบุรี 3/2 และบ้านเอื้ออาทรเศรษฐกิจ 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;การเคหะแห่งชาติมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับภาคีสำคัญในการผลักดันนำพาทุกชุมชนของการเคหะ ก้าวไปสู่ Smart and Sustainable Community โดยการบูรณาการด้วยหลัก 3P ได้แก่ Profit ผลกำไร, People คุณภาพชีวิตของประชาชน และ Planet สิ่งแวดล้อม โดยเน้นความสำคัญของการมีส่วนร่วมจากผู้อยู่อาศัยเป็นประเด็นหลัก เพราะท้ายที่สุดแล้วการพัฒนาทุกอย่างก็เพื่อประโยชน์และความสุขอย่างยั่งยืนของพี่น้องประชาชนผู้อยู่ในอาศัยในชุมชนของการเคหะแห่งชาตินั่นเอง&amp;rdquo; ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ด้าน นายวิชัย คำบุญเรือง ผู้นำชุมชนโครงการบ้านเอื้ออาทร บางโฉลง นิติ 1 กล่าวว่า การดำเนินการเกี่ยวกับ SSC ที่บางโฉลงในช่วงแรกได้รับความร่วมมือจากกลุ่มเล็กๆ ในชุมชน ต่อมาการเคหะแห่งชาติ และหน่วยงานภาคี เข้ามาสนับสนุนเพิ่มเติมทำให้สามารถขยายกิจกรรมมากขึ้น เมื่อเกิดตัวอย่างที่สร้างประโยชน์ได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม ความร่วมมือจากสมาชิกผู้อยู่อาศัยในชุมชนก็เพิ่มมากขึ้น โดยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนโดยใช้พลังกลุ่มเยาวชนซึ่งมุ่งเน้นการสร้างการมีส่วนร่วม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;สิ่งสำคัญอย่างมากคือกลุ่มผู้นำชุมชน ต้องตั้งใจ ทำให้เห็นเป็นตัวอย่างเชิงประจักษ์ เมื่อเราจับมือร่วมกันทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งตนเองและส่วนรวมไปด้วยกัน พลังจากความตั้งใจและการลงมือทำนี้ จะทำให้มีแนวร่วม แล้วในที่สุดการพัฒนาและความสุขที่ยั่งยืนก็จะเกิดขึ้นในชุมชนของเราครับ&amp;rdquo; นายวิชัยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115540</URL_LINK>
                <HASHTAG>Green Cone, People, Planet, Profit, Sensor for All, Smart and Sustainable Community, Smart and Sustainable Community for Better Well - being : SSC, Smart Meter, SSC, Sustainable Community, กคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, การพัฒนาที่ยั่งยืน, การเคหะแห่งชาติ, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, ถังหมักรักษ์โลก, นายจุติ ไกรฤกษ์, นายทวีพงษ์  วิชัยดิษฐ, นายวิชัย คำบุญเรือง, บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน), บ้านเช่าพร้อมอาชีพ, ป้องกันตนเองจากฝุ่นควันและมลพิษ, หลัก 3P, เครื่องมือวัดพลังงานแบบไร้สาย, โครงการชุมชนอัจฉริยะและน่าอยู่อย่างยั่งยืนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น, โครงการบ้านเอื้ออาทรบางโฉลง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210903/image_big_61321db02da0a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115293</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 15:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 15:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กว่า 100 องค์กร ผนึกพลัง  ซีพี - ซีพีเอฟ ส่งข้าว 2 ล้านกล่อง “ครัวปันอิ่ม”  พลังใจสู่ชุมชนชาวกรุง สู้โควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย&amp;nbsp; เราได้เห็นธารน้ำใจจากคนไทยที่หลั่งไหลมาจากทั่วสารทิศช่วยเหลือคนไทยด้วยกัน&amp;nbsp; โครงการ &amp;quot;ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด-19&amp;quot; เป็นอีกหนึ่งพลังน้ำใจที่ยิ่งใหญ่จากพันธมิตรเครือข่ายมากกว่า 100 องค์กร ร่วมกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ และ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)​ หรือ ซีพีเอฟ อาสาแจกจ่าย ข้าวกล่องปรุงสุกใหม่ 2 ล้านกล่อง ให้ถึงมือพี่น้องประชาชนในกว่า 40 ชุมชนทั่วกรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;การผนึกกำลังของทุกภาคส่วน ตั้งแต่ องค์กรภาครัฐ พันธมิตรเอกชน มูลนิธิ กลุ่มจิตอาสา หน่วยงานต่างๆ ภาคประชาสังคม ตลอดจนเครือข่ายสื่อมวลชนต่างๆ มากกว่า 100 แห่ง มาร่วมไม้ร่วมมือกันกับซีพี ซีพีเอฟ ข้าวตราฉัตร ซีพี อินเตอร์เทรด ช่วยส่งมอบความอร่อย แบ่งปันความสุขให้ชาวชุมน ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มูลนิธิม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช โรงพยาบาลศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดล กองทัพเรือ โรงเรียนสุวรรณาราม&amp;nbsp; กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานเขตประเวศ กรุงเทพมหานคร กองบัญชาการกองทัพไทย จิตอาสา 904 หมอแล็บแพนด้า เพจเราต้องรอด&amp;nbsp; โรงเรียนสุวรรณาราม การเคหะแห่งชาติ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร มูลนิธิธนินท์-เทวี เจียรวนนท์ มูลนิธิิอริยวรารมย์ มูลนิธิพุทธรักษา โรงพยาบาลในเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ MQDC อีอีซี เอ็นจิเนียริ่ง เน็ทเวอร์ค และทีแอนด์บี มีเดีย โกลบอล&amp;nbsp; สื่อมวลชน เครือมติชน เครือเนชั่น สมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทย เกษตรก้าวไกล เกษตรทำกิน&amp;nbsp; สำนักข่าวท็อปนิวส์&amp;nbsp; ตลอดจนพลังอาสาของชาวชุมชน ร่วมเป็นสะพานบุญ และภาคีเครือข่ายอาสากับซีพี-ซีพีเอฟ ช่วยแจกจ่ายข้าวกล่องจาก &amp;quot;ครัวปันอิ่ม&amp;quot; 2 ล้านกล่อง ให้ถึงชุมชนทั่วกรุงเทพและปริมณฑล ในแต่ละวันได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า &amp;nbsp;ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp; เรื่องที่จำเป็นสำหรับทุกชีวิต คือ การได้เข้าถึงอาหารคุณภาพปลอดภัยอย่างเพียงพอ อาหารจากครัวปันอิ่ม ช่วย ชาวชุมชนหลายแห่งในเขตบางกอกน้อยได้อิ่มท้องมีแรงสู้กับวิกฤตครั้งนี้ การมาร่วมด้วยช่วยกันในวันนี้ เป็นปรากฎการณ์ที่น่าประทับใจ และเชื่อว่าพลังของทุกคนที่ช่วยให้คนไทยก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ด้าน นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.พม.กล่าวว่า พม.ดีใจที่ได้เห็นความร่วมแรงร่วมใจของทุกภาคส่วนในการแจกจ่าย อาหารกล่อง จาก &amp;quot;ครัวปันอิ่ม&amp;quot; และสิ่งของจำเป็นให้ถึงมือพี่น้องประชาชน และผู้ป่วยโดยตรง เป็นการแก้ปัญหาได้ตรงจุด นอกจากจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนพี่น้องชาวชุมชนทั่วกรุงเทพแล้ว ยังมีส่วนช่วยป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้ดี ความร่วมมือของคนไทยทุกภาคส่วน จะช่วยให้สังคมไทยสามารถเดินหน้าต่อไปโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ขณะที่ ตัวแทนสื่อมวลชนที่มาร่วมนำส่งมอบความอิ่มท้องให้กับชาวชุมชน อย่าง นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ ผู้อำนวยการใหญ่ เนชั่นบรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า เครือเนชั่นยินดีที่เครือซีพี-ซีพีเอฟ นำอาหารอุ่นร้อนพร้อมทานมาร่วมกับโครงการ &amp;quot;เนชั่นปันน้ำใจ&amp;quot; เพื่อช่วยเหลือสังคมที่ในวันนี้ได้รับความเดือดร้อนในทุกมิติ และดีใจเห็นพลังน้ำใจของคนไทยที่ออกมาช่วยเหลือคนที่ลำบาก เชื่อว่าอีกไม่นานประเทศไทยจะก้าวผ่านวิกฤติในครั้งนี้ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นอกจากนี้ นายรัฐวิทย์ มงคลสกุลพัชร์ ผู้แทนชุมชนบ้านเอื้ออาทรสุวรรณภูมิ กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่ส่งอาหารการกินมาช่วยบรรเทาทุกข์ให้ชาวชุมชนของเราได้อย่างมาก&amp;nbsp; ในชุมชนมีทั้งคนไม่มีงานทำ ไม่มีรายได้ รวมทั้งคนที่กักตัวอยู่ในบ้าน อาหารพร้อมทานช่วยชาวชุมชนมีกำลังใจมากขึ้นที่ได้เห็นหลายภาคส่วนเห็นใจและกองหนุนในยามวิกฤตนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ กล่าวว่า วิกฤติในวันนี้ส่งผลกระทบต่อพี่น้องคนไทยรุนแรงมาก ซีพี-ซีพีเอฟ ขอขอบคุณพันธมิตรที่ร่วมโครงการฯ อาสาแจกจ่ายอาหารที่ปรุงสุกใหม่ทุกวันให้ถึงมือพี่น้องชาวชุมชนได้อย่างรวดเร็วในภาวะวิกฤติ เป็นการรวมพลังของคนไทยที่มาช่วยกันแบ่งปันความสุขจากการได้รับประทานอาหารดี อร่อย มีคุณค่า ซึ่งเป็นกำลังใจที่สำคัญให้กับทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;โครงการ &amp;quot;ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด-19&amp;quot; เป็นการผนึกพลังจากพันธมิตรภาคีเครือข่ายกว่า 100 องค์กร นำข้าวกล่องอุ่นร้อนพร้อมทาน 2 ล้านกล่อง ซึ่งประกอบด้วย 1 ล้านกล่องแรกมาจากร้านอาหารรายย่อยในกทม. และปริมณฑล และอีก 1 ล้านกล่องสมทบอาหารปรุงสุกจากเครือซีพี - ซีพีเอฟ เป็นอาหารที่ปรุงใหม่ สุก สะอาด ถูกสุขอนามัย รวม 2 ล้านกล่อง เพื่อให้ชุมชนได้อิ่มอร่อย และมีคุณค่า พร้อมทั้งช่วยสนับสนุนให้ร้านอาหารรายย่อยในชุมชนอยู่ได้ โดยมีภาคีเครือข่ายทำหน้าที่แจกจ่ายอาหารในพื้นที่เพื่อให้เข้าถึงชุมชนและลดการแออัด โดยประชาชนไม่ต้องออกจากที่พักอาศัย ช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและลดการแพร่ระบาดได้ เป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้คนไทยก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115293</URL_LINK>
                <HASHTAG>100 องค์กร, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, ข้าวกล่องปรุงสุกใหม่ 2 ล้านกล่อง, ข้าวตราฉัตร, ครัวปันอิ่ม, ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด-19, ซีพี, ซีพี อินเตอร์เทรด, ซีพีเอฟ, นายจุติ ไกรฤกษ์, นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ, นายรัฐวิทย์ มงคลสกุลพัชร์, นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ, นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน, บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)​, พันธมิตรเครือข่าย, พันธมิตรเอกชน, องค์กรภาครัฐ, เครือข่ายสื่อมวลชน, เครือเจริญโภคภัณฑ์, เนชั่นบรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น, เนชั่นปันน้ำใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612f31ec750d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19006</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2018 12:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2018 15:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไลน์หลุดพ่นพิษ!&#039;จุติ&#039;ฉะคนในปชป.ปล่อย-ลั่นไม่คบคนพฤติกรรมแบบนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3&amp;nbsp;ต.ค.61 - นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่อดีตส.ส.พรรคตอบโต้กันดุเดือดเรื่องการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคผ่านไลน์ ส.ส.พรรค ว่า พรรคประชาธิปัตย์เป็นประชาธิปไตยในการแสดงความคิดเห็น แต่คนที่เอาข้อความไปส่งให้สื่อไม่ควรทำ ถือว่าไม่เหมาะสมควร&amp;nbsp;ใช้วิจารณญาณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นใคร เชื่อว่าเพื่อนไม่อยากคบคนที่มีพฤติกรรมประเภทนี้ ซึ่งตนก็ได้เตือนไปแล้วว่าให้ระมัดระวัง เรื่องนี้เป็นเรื่องภายใน อีกหน่อยถ้าคนไม่สามารถแสดงความเห็นโดยสุจริตได้ เขาก็จะเลิกแสดงความคิดเห็นกัน ซึ่งการเสนอความเห็นนั้นไม่ผิดแต่ไม่ควรเอาไปเผยแพร่ภายนอก&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพราะภายในพรรคประชาธิปัตย์สามารถพูดกันได้เต็มที่ ใครมีเหตุผลเหนือกว่าก็ถือว่าชนะ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า พรรคอาจถูกมองว่ามีการทะเลาะกัน นายจุติ กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;คนภายนอกที่ไม่เข้าใจวัฒนธรรมของพรรคประชาธิปัตย์ ก็อาจจะคิดว่าทะเลาะกัน แต่การเถียงกันภายในอย่างสุดขั้ว ก็เป็นปกติของพรรค จะเห็นได้จากการที่พรรคตัดสินใจจะบอยคอตการเลือกตั้ง ในพรรคเถียงกันยิ่งกว่านี้อีก&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพราะในพรรคนี้ไม่มีใครสั่งใครได้ และเชื่อใจซึ่งกันและกัน แต่คนที่เอาความในไปขายภายนอกนั้นน่าประณาม ทั้งนี้จากปัญหาที่เกิดขึ้น คงไม่ต้องแก้ปัญหา แต่เราก็ต้องยอมรับ อะไรที่ทำไม่ดีก็ต้องช่วยกันแก้&amp;nbsp;&amp;nbsp;และอย่าไปมองว่าพรรคประชาธิปัตย์มีหลายกลุ่ม เพราะมีกลุ่มเดียว แต่มีหลายความคิด บางทีเถียงกันหน้าดำหน้าแดง เมื่อความคิดตกผลกแล้วก็จบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ประชาธิปไตยในเชิงปฏิบัติคือการแลกเปลี่ยนความคิดกันอย่างเสรีไร้ขอบเขตจำกัด แต่เป็นความคิดเห็นโดยสุจริต เมือใครมีเหตุผลดีกว่าคนส่วนใหญ่ยอมรับก็ต้องยอมรับกติกาอันนั้น หากไม่มีการโต้เถียงกัน ก็ไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตย เชื่อเสมอว่าประชาธิปไตยหากไม่มีการแสดงความคิดเห็น&amp;nbsp;ก็กลายเป็นความเงียบและตายในความมืด&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดังนั้นต้องให้โปร่งใส สว่าง เปิดเผย แต่การหารือเป็นเรื่องของข้างในไม่ใช่เรื่องของข้างนอก ทุกคนมีคนละหนึ่งหุ้นเท่ากันหมดในประชาธิปัตย์&amp;rdquo;นายจุติ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19006</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายจุติ ไกรฤกษ์, ปชช., พรรคประชาธิปัตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180524/image_big_5b06726c03be0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16470</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2018 09:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2018 09:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุติ&#039; ลั่นปชป.พร้อมสู้เลือกตั้ง นโยบายพรรคตอบโจทย์ประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ส.ค. 61 - นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า เป็นเรื่องดีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะพิจารณาปลดล็อคการเมือง เพราะประชาชนจะได้มีความหวัง นักลงทุนที่เริ่มไม่แน่ใจว่าจะมีเลือกตั้งเมื่อไหร่จะได้เตรียมลงทุน ทั้งนี้เป็นโอกาสดีที่คสช.จะวางรากฐานการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรมให้กับประเทศ จังหวัดไหนที่มีประวัติเรื่องการเลือกตั้งที่ไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม&amp;nbsp;ก็ควรที่จะจับมือกับคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ไปชำระล้างให้จังหวัดนั้นๆสะอาด และพรรคประชาธิปัตย์ก็พร้อมที่จะร่วมมือให้ข้อมูลกกต.และคสช.ว่าจังหวัดใดบ้างที่ใช้อิทธิพลข่มขู่ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา และหวังว่าครั้งนี้จะปลอดจากอำนาจที่ไม่บริสุทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กฎหมายกำหนดอย่างไรพรรคประชาธิปัตย์ก็ยินดีทำตามนั้น เราเป็นพรรคการเมืองที่อยู่ภายใต้กฎหมาย และมีบทเรียนให้เห็นแล้วว่า ใครที่ทำตัวนอกเหนือกฎหมายในที่สุดก็ได้รับโทษไม่ช้าก็เร็ว &amp;quot; เลขาธิการปชป. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุติ กล่าวอีกว่า ส่วนการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งนั้น พรรคมีความพร้อมมาก เพราะได้เตรียมตัวตลอด 4 ปีที่ผ่านมา เรื่องของนโยบายพรรคนั้นเกือบจะเสร็จเรียบร้อย เพราะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคได้เดินทางไปรับฟังปัญหาประชาชนในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา เราก็เชื่อว่าเราพร้อมตอบโจทก์แก้ปัญหาประเทศไทยได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุติ กล่าวต่อว่า เรื่องไพรมารีโหวต พรรคคิดตั้งแต่ต้น ที่หนักใจคือกติกาเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาไม่แน่นอน คนเตรียมการทำงานก็เหนื่อย แต่ก็ต้องทำตามกฎหมายที่ระบุ อย่างไรก็ตาม เดิมทีพรรคประชาธิปัตย์คิดว่า ต่อให้ไม่มีระบบไพรมารีโหวต พรรคก็จะทำอยู่แล้ว เช่น การหยั่งเสียงการเสนอหัวหน้าพรรค พรรคอยากให้ประชาชนและสมาชิกเป็นเจ้าของพรรคให้มากที่สุด พรรคนี้อยู่มาได้ 72 ปี เพราะไม่มีใครเป็นเจ้าของ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการเรียกประชุมกรรมการบริหารพรรค(กก.บห.) เมื่อไหร่ นายจุติ กล่าวว่า ตนในฐานะเลขาธิการพรรคก็ต้องเสนอคณะกรรมการบริการพรรคที่รักษาการว่าพร้อมที่จะดำเนินการเมื่อไหร่ ซึ่งหัวหน้าพรรคให้สัญญาณมาแล้วว่าเตรียมพร้อมไว้นานแล้ว อยากให้ทำโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามต่อว่า มองอย่างไรที่เมื่อจะเข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง เริ่มมีการใช้วิชามาร เช่นการปล่อยคลิปว่าประชาธิปัตย์โดยยุบพรรค&amp;nbsp;เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ตอบว่า ประชาธิปัตย์เป็นพรรคแรกที่เจอวิชามารในทางโซเชียล กรณีที่กกต.สั่งยุบพรรค ซึ่งเป็นข่าวเก่าเมื่อ 8 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้อยากจะฝากกกต.ช่วยไปหาแหล่งต้นตอที่เป็นคนเริ่มวงจรอุบาทว์นี้&amp;nbsp;ซึ่งเป็นอุทาหรณ์ในการเลือกตั้งครั้งต่อไปว่าทำอย่างไรถึงจะให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม ทำอย่างไรไม่ให้อิทธิพลท้องถิ่น มาบังคับให้ประชาชนฝืนใจเลือก ทำอย่างไรการเลือกตั้งถึงจะปราศจากการซื้อเสียง การใช้อำนาจรัฐบีบบังคับประชาชนให้เลือกตามที่ราชการท้องถิ่นต้องการ เรื่องนี้ถือเป็นโจทก์ใหญ่ ซึ่งประชาธิปัตย์ได้เตรียมทีมไว้แล้ว ที่จะติดตามการใช้อำนาจรัฐที่ไม่ชอบ และรายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบทันที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16470</URL_LINK>
                <HASHTAG>#เลือกตั้ง, คสช.ปลดล็อก, นายจุติ ไกรฤกษ์, ปชป., พรรคประชาธิปัตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180830/image_big_5b874f63059cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
