<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120297</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2026 13:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 12:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุรินทร์&#039; ออนทัวร์เริ่มต้นสตูลจบที่ตรัง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.2564 &amp;nbsp;- &amp;nbsp;ที่ท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;


แทงบอลออนไลน์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ufa888goal&amp;nbsp;ให้สัมภาษณ์ก่อนการลงพื้นที่จังหวัดสตูล พัทลุงและตรัง &amp;nbsp;ถึงภารกิจ &amp;ldquo;จุรินทร์ ออนทัวร์&amp;rdquo; ว่า สำหรับทริปนี้จะเริ่มต้นภารกิจที่จังหวัดสตูล โดยจะมีการเปิดการอบรมอี-คอมเมิร์ส การค้าออนไลน์ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญเนื่องจากภาคการเกษตร&amp;nbsp;


แทงสล็อต&amp;nbsp; โอท็อป สตาร์ตอัพ และภาคประชาสังคมต่างมีความต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมในเรื่องนี้ ซึ่งจะนำไปสู่การค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศต่อไป จากนั้นจะเข้าพบผู้นำศาสนา แล้วจะได้เดินทางไปจังหวัดพัทลุง เพื่อร่วมประชุมกับ ส.ส. ภาคใต้ของพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป&amp;nbsp; &amp;nbsp;


แทงหวยออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในวันที่ 21 ต.ค. จะได้ไปประชุมหาข้อสรุปเรื่องทีมเซลส์แมนจังหวัด และเตรียมการเรื่องการประชุม ครม. สัญจร รวมทั้งจะมีการมอบโฉนดที่ดินคืนให้เกษตรกรที่ใช้หนี้กองทุนฟื้นฟูฯ และติดตามโครงการประกันรายได้เกษตรกร&amp;nbsp;


เครดิตฟรีทดลองเล่น ทั้งเรื่องยาง และปาล์มที่จังหวัดตรังต่อไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120297</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์ ออนทัวร์, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, ปชป., พรรคประชาธิปัตย์, รองนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616fad8f7807b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118949</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 12:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 12:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘จุรินทร์’จัดหนักทุจริตถุงมือยางไล่ออก3อคส.เรียกค่าเสียหาย2พันล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค.64 - นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ &amp;nbsp;หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพิจารณาความผิดทางวินัยกรณีเจ้าหน้าที่องค์การคลังสินค้า (อคส.) จำนวน 3 ราย ที่ถูก อคส. แจ้งข้อกล่าวหาจัดซื้อถุงมือยาง 500 ล้านกล่อง มูลค่า 112,500 ล้านบาท โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ว่า เมื่อวานนี้ (6 ต.ค.) นายเกรียงศักดิ์ ประทีปวิศรุต ผู้อำนวยการ อคส. ได้แจ้งว่ามีความชัดเจน จากคณะกรรมการทั้งสองชุดที่ตั้งขึ้นมา ว่าใครจะเป็นผู้จ่ายค่าเสียหายและในราคาเท่าไหร่ ในวงเงิน 2,000 ล้าน รวมค่าดอกเบี้ย และอื่นๆ &amp;nbsp;ซึ่งคณะกรรมการชี้โทษทางวินัยได้ข้อสรุป ว่าให้ชี้มูลความผิดโดยไล่ออกจากราชการ ทั้ง 3 คน และหลังจากนี้ผู้อำนวยการ อคส. จะนำความเห็นเข้าสู่บอร์ดผู้บริหารจึงจะเป็นข้อยุติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ตนได้สั่งการให้ดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุด โดยคาดว่าหลังจากนี้คณะกรรมการชี้ความผิดทางละเมิดกฎหมายก็จะชี้มูลความผิดตามมาว่าใครจะต้องจ่ายค่าเสียหายเป็นมูลค่าเท่าใด โดยเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นั้นได้ดำเนินการตรวจสอบอยู่แล้ว ส่วนใครจะมีส่วนเกี่ยวข้องหรือจะต้องถูกชี้มูลความผิดและชดเชยอย่างไรก็เป็นหน้าที่และขั้นตอนของ ป.ป.ช. ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ รมว. พาณิชย์ ยังกล่าวถึง มาตรการควบคุมราคาสินค้าในช่วงเทศกาลกินเจ ว่า ตนได้สั่งการไปยังกระทรวงพาณิชย์โดยกรมการค้าภายใน ให้พาณิชย์จังหวัดทุกจังหวัดเข้าไปตรวจสอบ ในทุกพื้นที่อย่าให้มีการช่วยโอกาสขึ้นราคาสินค้าและบริการต่างๆที่เกี่ยวข้อง ในช่วงเทศกาลกินเจ และหากพบผู้ใดกระทำผิดกฏหมายค้ากำไรเกินควร ให้ดำเนินการโดยเด็ดขาดซึ่งโทษของการค้ากำไรเกินควรค่อนข้างสูง คือจำคุกไม่เกินเจ็ดปีหรือปรับไม่เกิน 140,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่สถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อราคาสินค้านั้น กรมการค้าภายในได้กำชับไปยังผู้ผลิตรายใหญ่ทั้งหมดแล้วเพื่อขอให้ตรึงราคาสินค้าไว้ ไม่ให้ขึ้นตามราคาน้ำมัน ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ซึ่งคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ก็ได้มีมติเรื่องการแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันไว้แล้วระดับหนึ่ง และได้นำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีไปแล้วเมื่อวานนี้ จึงต้องรอดูว่าจะมีผลให้ราคาน้ำมันลดลงมาได้ลักษณะไหนอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118949</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถุงมือยาง, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, รองนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, อคส., องค์การคลังสินค้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211006/image_big_615d35938fd96.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118497</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จุรินทร์ยันทุ่ม1.78ล้านบาท ดูแลประกันรายได้ปีที่สาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จุรินทร์&amp;quot; นำทีมลงสุโขทัย ติดตามโครงการประกันรายได้เกษตรกร &amp;nbsp;ลั่นปีนี้จะก้าวเข้าสู่ปีที่ 3 ชง ครม.ไปแล้ว ให้ดูแลพืชผล 5 ชนิด &amp;quot;ข้าว-ข้าวโพด-มันสำปะหลัง-ปาล์ม-ยางพารา&amp;quot; รวม 1.78 แสนล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, นายนราพัฒน์ แก้วทอง &amp;nbsp;กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, นายวิรุฬ พรรณเทวี ผู้ราชการจังหวัดสุโขทัย และนายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ อดีต ส.ส.สุโขทัย เขต 1, นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล อดีต ส.ส.สุโขทัย เขต 2 ติดตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ณ วัดปากแคว อําเภอเมืองฯ จังหวัดสุโขทัย โดยมีพาณิชย์และเกษตร 17 จังหวัดภาคเหนือ ร่วมรับนโยบายผ่านทาง Zoom จากสุโขทัยด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์กล่าวว่า มาลงพื้นที่พบประชาชน เพราะได้รับการประสานงานจากนายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ อดีต ส.ส.สุโขทัย เขต 1 และนายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล อดีต ส.ส.สุโขทัย เขต 2 เป็นห่วงพี่น้องประชาชน ซึ่งนอกจากตั้งใจมาเยี่ยมพี่น้องแล้ว ก็มาติดตามโครงการสำคัญ คือโครงการประกันรายได้เกษตรกร ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ และเป็นเงื่อนไขสำคัญก่อนเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ ได้ดำเนินการนโยบายประกันรายได้เกษตรกรมาครบ 2 ปีเต็มแล้ว ปีนี้จะก้าวเข้าสู่ปีที่ 3 เพราะถ้าไม่มีประกันรายได้ เวลาข้าวราคาลง จะมีรายได้ทางเดียวคือ จากที่ขายตามราคาตลาด แต่ถ้ามีประกันรายได้ จะมีรายได้ 2 ทางคือ 1.เอาข้าวไปขายที่โรงสีในราคาตลาด และ 2.ส่วนต่างจากรายได้ที่รัฐบาลประกัน รวมแล้วตามรายได้ที่ประกัน นี่คือนโยบายที่ช่วยแก้ปัญหาให้พี่น้องในยามที่พืชเกษตรราคาตก โดยเฉพาะวิกฤตน้ำท่วมเช่นวันนี้ ชัดเจนว่าเมื่อมีหลักประกันรายได้แล้วทำให้เกษตรกรมีทางรอด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับปีที่ 3 นี้ ผมได้ลงนามเสนอคณะรัฐมนตรีไปเกือบทั้ง 5 ตัวแล้ว เพื่อที่จะได้เดินหน้าประกันรายได้เกษตรกรปี 3 ต่อไป ช่วยกันยามที่พืชทั้ง 5 ชนิดราคาตก และเตรียมเงินไว้ วันนี้ถือโอกาสมารายงาน สำหรับข้าวเตรียมเงินไว้ 150,000 ล้านบาท, มันสำปะหลังเตรียมไว้ &amp;nbsp;7,100 ล้านบาท, ข้าวโพดเตรียมเงินไว้ 1,900 ล้านบาท, ปาล์ม 8,000 ล้านบาท, &amp;nbsp;ยางพารา 10,000 ล้านบาท รวม 178,000 ล้านบาท และสำหรับกรณีน้ำท่วมที่นาเสียหาย ให้รีบรายงานเกษตรจังหวัด กำนันผู้ใหญ่บ้าน เพื่อรวบรวมตัวเลขเสนอ ครม.จ่ายเงินชดเชยให้ และฝากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเร่งรัดจ่าย และข้าวยังได้รับเงินส่วนต่างอยู่ในกรณีที่น้ำท่วม ให้พาณิชย์จังหวัดทุกจังหวัดได้รับทราบด้วย และเร่งรัดดำเนินการให้ชาวบ้านทราบ&amp;quot; นายจุรินทร์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายจุรินทร์ใช้โอกาสในการถ่ายทอดสดเฟซบุ๊กและ Zoom แจ้งทั้งพาณิชย์และเกษตรจังหวัด ให้รับทราบถึงการเดินหน้านโยบายและการขึ้นทะเบียน พร้อมตอบข้อซักถามจากเกษตรกรทุกข้อ &amp;nbsp;
จากนั้นช่วงหนึ่ง มีนางกันทิมา กิมขาว ชาวบ้านหมู่ที่ 1 ต.ปากแคว อ.เมืองสุโขทัย ประกอบอาชีพทำนา ทำไร่ข้าวโพด ได้ขอจับมือนายจุรินทร์ และกล่าวว่า &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้พายเรือมาเพื่อพบกับท่านรองนายกฯ ขอจับมือหน่อย&amp;quot; เมื่อจับแล้วนายจุรินทร์ถามว่าเป็นอย่างไร ชาวบ้านคนนั้นกล่าวตอบว่า &amp;quot;จับแล้วอุ่นใจ&amp;quot; จากนั้นนายจุรินทร์ได้ให้กำลังใจ พร้อมประกาศเดินหน้านโยบายประกันรายได้ปี 3 ต่อไป &amp;nbsp; โดยยืนยันว่าโครงการนี้ต้องเดินหน้าเพราะเป็นนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภาเมื่อตอนเข้าร่วมรัฐบาล โดยเป็นเงื่อนไขการเข้ามาทำงานให้ประชาชนในเรื่องนี้ของพรรคประชาธิปัตย์ และถือว่าเป็นนโยบายรัฐบาลที่สำเร็จมาแล้ว 2 ปี ก่อนจะไปเตรียมงบประมาณและขั้นตอนเพื่อเดินหน้าปี 3 ต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกันรายได้ช่วยเกษตรกร 8 ล้านครัวเรือน โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายจุรินทร์เดินทางมาจังหวัดนครสวรรค์ กำแพงเพชร สุโขทัย และเพชรบูรณ์ ทั้งนี้ โดยจังหวัดเพชรบูรณ์มีผู้ปลูกข้าวโพดมากที่สุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118497</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, สุโขทัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211001/image_big_61571c0143683.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118213</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 13:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 13:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่อ’เกาเหลา’ชามใหม่’จุรินทร์’แนะบิ๊กตู่แก้ปัญหาพปชร.อย่ากระทบพรรคอื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย.2564 - &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่ากระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กำกับ 4 กรมของกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งเป็นงานของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีต รมช.เกษตรฯ จากเดิมให้นายจุรินทร์เป็นผู้ดูแล ว่า ขอพูดโดยรวมว่าเห็นใจพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่จะต้องแก้ไขปัญหาภายพรรค ซึ่งให้กำลังใจมาโดยตลอด เพียงแต่การแก้ไขปัญหาควรจะยุติ ไม่ควรที่จะกระทบถึงส่วนอื่นหรือพรรคการเมืองอื่น ไม่เช่นนั้นอาจกลายเป็นเรื่อง แทนที่จะแก้ปัญหาทั้งหมดให้ลุล่วงไปได้ ก็จะเป็นการแก้ปัญหาหนึ่งแต่ไปสร้างอีกปัญหาหนึ่งโดยไม่จำเป็น ซึ่งสื่อสารเรื่องนี้กับนายกฯแล้ว และนายกฯก็รับทราบ จึงเชื่อว่าเรื่องนี้จะคลี่คลายไปได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าในทางการเมือง พล.อ.ประวิตร เข้ามาในลักษณะเช่นนี้ อาจจะยึดกระทรวงเกษตรฯจากพรรคประชาธิปัตย์ไปได้ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะเรื่องนี้ไม่เคยคุยกัน เป็นอีกกรณีหนึ่งซึ่งยังไม่เกิดเรื่องขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำที่ระบุว่าอาจเกิดปัญหาที่สองที่สามตามมา ตอนนี้กังวลเรื่องอะไร นายจุรินทร์ กล่าวว่า พูดตามหลักการเท่านั้น เพราะเข้าใจและเห็นใจรัฐบาลว่ามีปัญหาอยู่หลายด้านในขณะนี้ ฉะนั้น อะไรที่จะไม่สร้างปัญหาเพิ่มโดยไม่จำเป็น ก็ไม่ควรทำ และเชื่อว่าทุกอย่างจะออกมาได้ด้วยดี
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118213</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, ครม., นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, มติคณะรัฐมนตรี, รองนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่ากระทรวงพาณิชย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210929/image_big_61540310890db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118208</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 12:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 12:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดินสายบ้าง’ปชป.’จัด’จุรินทร์ออนทัวร์’ภาคเหนือ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย.2564 - นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ระหว่างวันที่ 30 ก.ย. ถึงวันที่ 1 ต.ค. 64 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรค ปชป.มีกำหนดการลงพื้นที่ &amp;ldquo;จุรินทร์ออนทัวร์&amp;rdquo; ในพื้นที่ภาคเหนือ ประกอบด้วย จังหวัดนครสวรรค์, กำแพงเพชร, สุโขทัย และเพชรบูรณ์ เพื่อพบปะและให้กำลังใจประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม มอบถุงน้ำใจบรรเทาทุกข์ พร้อมติดตามโครงการประกันรายได้จะมีการพบปะพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ข้าว ทั้งที่จังหวัดนครสวรรค์, จังหวัดกำแพงเพชร และจังหวัดสุโขทัย นอกจากนี้จะมีการมอบโฉนดที่ดินของกองทุนฟื้นฟูเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้แก่เกษตรกรจังหวัดสุโขทัยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายราเมศ กล่าวต่อว่า ในช่วงที่มีสถานการณ์น้ำท่วมทั้งในภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลาง นายจุรินทร์ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน นับตั้งแต่เริ่มมีสถานการณ์น้ำท่วม ก็ได้สั่งการอย่างเร่งด่วนให้บุคลากรของพรรค ไม่ว่าจะเป็น กรรมการบริหารพรรค รัฐมนตรี ส.ส. ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อดีต ส.ส.ตัวแทนพรรค สาขาพรรค เฝ้าติดตามและให้ความช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัยน้ำท่วมอย่างใกล้ชิด และให้มีการตั้งศูนย์ติดตามและประสานงานเพื่อแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนในทุกเขตพื้นที่ที่ประสบภัยน้ำท่วม พร้อมกับมีการประสานการทำงานกับส่วนกลางอย่างเป็นระบบ คือการจัดถุงยังชีพเพื่อให้ ส.ส. อดีต ส.ส.และตัวแทนพรรคประจำจังหวัดประจำเขตเลือกตั้ง เพื่อลงพื้นที่มอบให้กับประชาชนที่ประสบภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายจุรินทร์ย้ำว่า ขณะนี้ให้ทุกคนในพื้นที่ระดมสรรพกำลังอย่างเต็มที่และให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม ในยามที่ประชาชนลำบากในฐานะพรรคการเมืองต้องร่วมด้วยช่วยกันเพื่อให้ผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้ด้วยดี&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118208</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์ออนทัวร์, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, นายราเมศ รัตนะเชว, ปชป., พรรคประชาธิปัตย์, รองนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210929/image_big_6153fdcf7f606.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117990</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 14:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 14:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;พาณิชย์&quot;จัดเจรจาออนไลน์ ช่วยอาหาร เครื่อมดื่มขายสินค้า งาน THAIFEX </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ประกาศความพร้อมจัดการเจรจาธุรกิจออนไลน์สินค้าอาหารและเครื่องดื่ม ผ่านแพลตฟอร์ม www.thaifex-vts.com วันที่ 29 ก.ย.-3 ต.ค.นี้ ช่วยเพิ่มยอดขายให้ผู้ประกอบการ หลังเผชิญสถานการณ์โควิด-19 ตั้งเป้านำเงินเข้าประเทศไม่ต่ำกว่า 830 ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กำหนดจัดการเจรจาธุรกิจออนไลน์ ในรูปแบบ Virtual - Online Business Matching หรือ V-OBM ซึ่งเป็นกิจกรรมพิเศษที่จะจัดขึ้นในงานแสดงสินค้าอาหารเสมือนจริง THAIFEX - Virtual Trade Show (THAIFEX-VTS) ซึ่งกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่มของไทย รวมถึงธุรกิจและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ได้นำเสนอสินค้า บริการ และร่วมเจรจาธุรกิจกับผู้ซื้อ ผู้นำเข้าจากต่างประเทศ ผ่านแพลตฟอร์ม www.thaifex-vts.com ระหว่างวันที่ 29 ก.ย.-3 ต.ค.2564 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การเข้าร่วมกิจกรรม V-OBM นั้น ผู้ซื้อ ผู้นำเข้า สามารถเลือกผู้ประกอบการตามหมวดหมู่ ชื่อบริษัท หรือสินค้าที่สนใจ เพื่อทำการนัดหมายเจรจาธุรกิจผ่านระบบ โดยเลือกช่วงเวลานัดหมายตามวันเวลาที่เหมาะสมกับไทม์โซนที่ต่างกันของแต่ละประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการจัดกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ V-OBM ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการด้านอาหารและเครื่องดื่ม เป็นจำนวนมาก&amp;nbsp; มีผู้ประกอบการสินค้าอาหารกลุ่มใหม่ๆ เข้าร่วมเพิ่มจากเดิม ได้แก่ สินค้าอาหารฮาลาล สินค้าอาหารออแกนิกส์ และสินค้าอาหารแห่งอนาคต (Future Food) รวมถึงสินค้าที่ได้รับเครื่องหมายสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) สะท้อนให้เห็นการจัดงาน ได้รับการตอบรับจากผู้ค้าอย่างกว้างขวาง เนื่องจากขณะนี้ไม่สามารถจัดงานในรูปแบบออฟไลน์ได้ตามปกติจากสถานการณ์โควิด-19 การจัดงานแบบออนไลน์จึงเป็นช่องทางที่จะทำให้ผู้ขายได้พบกับผู้ซื้อ ผู้นำเข้า โดยมีผู้ประกอบการไทยสมัครเข้าร่วมการเจรจาธุรกิจออนไลน์แล้วจำนวน 368 บริษัท มีผู้ซื้อ ผู้นำเข้าลงทะเบียนเข้าชมงานและนัดหมายเพื่อเจรจาธุรกิจล่วงหน้ากว่า 1,433 ราย จาก 99 ประเทศ โดยตั้งเป้าหมายว่างานนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้ผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่มของไทยได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น สามารถนำเงินเข้าประเทศได้กว่า 830 ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในช่วงการจัดงาน ผู้ซื้อ ผู้นำเข้าที่ลงทะเบียนร่วมงาน THAIFEX&amp;ndash;VTS บนแพลตฟอร์ม www.thaifex-vts.com ยังสามารถเข้าชมงานและเยี่ยมชมบูธที่สนใจได้เสมือนกับการเดินงานแสดงสินค้าที่จัดขึ้นในสถานที่จริง สามารถดูรายละเอียดสินค้าแบบ 360 องศา รวมทั้งพูดคุยกับผู้ประกอบการที่จัดแสดงสินค้าผ่าน V-OBM และการ VDO Call หรือทางข้อความได้ 24 ชั่วโมงผ่านการ Chat และมากไปกว่านั้น มีระบบกระดานสนทนาสำหรับประกาศซื้อ-ขายให้ติดต่อกลับได้ รวมถึงระบบแนะนำสินค้าและบริษัทให้กับผู้ซื้อ ผู้นำเข้า สามารถค้นหากันได้ง่ายขึ้น จึงนับได้ว่า THAIFEX&amp;ndash;VTS เป็นงานที่มีบทบาทสำคัญสำหรับผู้ส่งออกของไทยที่กำลังมองหาผู้ซื้อต่างประเทศ และ www.thaifex-vts.com ก็นับเป็นแพลตฟอร์มแห่งอนาคตของสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม ที่พร้อมสำหรับการเจรจาธุรกิจได้เต็มศักยภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประกอบการที่สนใจธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม สามารถลงทะเบียนเข้าชมงาน THAIFEX&amp;ndash;VTS ได้ที่ www.thaifex-vts.com หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมอื่นๆ ได้ที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) โทร.1169 หรือ www.ditp.go.th&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117990</URL_LINK>
                <HASHTAG>THAIFEX - Virtual Trade Show, THAIFEX-VTS, V-OBM, Virtual - Online Business Matching, กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ, กระทรวงพาณิชย์, การเจรจาธุรกิจออนไลน์สินค้าอาหารและเครื่องดื่ม, งานแสดงสินค้าอาหารเสมือนจริง, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210927/image_big_61516ec16a025.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115711</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2021 22:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุนบิ๊กตู่ปรับครม. โพลเชียร์เขี่ยรมต.ขี้เหร่/จับตา10ก.ย.โหวตรัฐธรรมนูญวาระ3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โพลหนุนบิ๊กตู่ปรับ ครม. แนะอัปเปหิ เขี่ยทิ้งพวกภาพลักษณ์ไม่ดีออกให้หมด จี้ต้องจัดการจุดอ่อน-หอกข้างแคร่ พท.ขึงขังเอาผิด ส.ส.แหกโผ โหวตแก้ รธน.บัตร 2 ใบวาระสามศุกร์นี้ &amp;nbsp;สูตรใหม่พรรคเล็กสูญพันธุ์เกลี้ยง เหตุต้องได้ขั้นต่ำ 3.5 แสนคะแนนถึงได้ปาร์ตี้ลิสต์ 1 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 ก.ย. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ผลการลงมติออกเสียงในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านไป &amp;nbsp;ถือว่าคะแนนยังเกาะกลุ่มกัน ซึ่งถือว่ายังสะท้อนความเป็นเอกภาพในรัฐบาลอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความเห็นต่อสถานการณ์ของรัฐบาลอย่างไรว่าจะอยู่ครบเทอมหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า ไม่สามารถตอบได้ว่าจะอยู่ครบเทอมหรือไม่ครบเทอม แต่อย่างน้อยที่สุด สิ่งหนึ่งที่เราควรถือเป็นหลักกันไว้ก็คือ ไม่ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ ขึ้นมา สมมติถ้ามันจะเกิด ก็ขอให้เป็นการเปลี่ยนแปลงไปตามวิถีทางไปตามระบบ ถ้าทุกคนยึดหลักอันนี้ คิดว่าการเมืองก็ไปต่อได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงสัญญาณการปรับคณะรัฐมนตรี นายจุรินทร์กล่าวว่า สำหรับประชาธิปัตย์ยังไม่ได้รับสัญญาณใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนเรื่องการจะมี ส.ส.ขอย้ายเข้ามาสังกัดพรรค ปชป.นั้นก็มี แต่ไม่ขอตอบรายละเอียดว่าเป็นใคร จังหวัดไหน เขตไหน แต่มีสมาชิกและบุคคลที่มีศักยภาพที่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคในปัจจุบันที่ประสงค์จะเดินเข้ามาร่วมกับพรรค ปชป.ในการเลือกตั้งครั้งหน้า มีแจ้งความจำนงมา แต่อยู่ที่พรรคจะพิจารณาต่อไป โดยมีทั้งคนรุ่นใหม่ คนที่มีศักยภาพ นักธุรกิจ นักกฎหมาย ผู้บริหาร มีหลายวงการที่จะเข้ามา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก อภิปรายให้ตายนายกฯ ก็ยังอยู่ ซึ่งต้องไล่และเขียนรัฐธรรมนูญประชาชนไปพร้อมกัน โดยเห็นว่าคุณหญิงสุดารัตน์คงจะผิดหวังกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ที่นายกฯ ได้ไปต่อ เพราะอยากจะอาศัยจังหวะนี้มาตีกินทางการเมือง แต่พอไม่ได้ก็ออกมาปั่นให้ประชาชนออกมาไล่นายกฯ ถือว่าเป็นนักการเมืองไม่ใช่มืออาชีพ ยืนยันว่าพลเอกประยุทธ์จะยังคงทำหน้าที่ต่อจนครบวาระ ซึ่งหากคุณหญิงสุดารัตน์อยากเข้ามาเป็นรัฐบาล ขอให้ไปสู้ตามกระบวนการตามรัฐธรรมนูญในสนามเลือกตั้ง แต่ขอให้ระวังไว้ว่าหากยังมีพฤติกรรมที่จะเล่นแต่การเมือง ไม่ทำประโยชน์อะไร ประชาชนอาจเบื่อหน่าย เลือกตั้งครั้งต่อไปอาจไม่มีโอกาสเข้ามาอีกก็ได้ ซ้ำร้ายคุณหญิงสุดารัตน์อาจจะตกม้าตาย เพราะความไม่ยึดมั่นในกติกาชอบหาวิธีเรียนลัดเข้าสู่อำนาจเสียจนเคยชินด้วยวิธีคิดแคมเปญทำลายคนอื่น &amp;nbsp; ประชาชนเขาจับได้ไล่ทัน จะเสียผู้เสียคนเอาได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสกสกลกล่าวอีกว่า ส่วนนายจาตุรนต์ ฉายแสง จากกลุ่มก้าว ต่อไปเพื่อประชาธิปไตย ออกมาวิพากษ์วิจารณ์คะแนนโหวตอภิปรายฯ สะท้อนความขัดแย้งในรัฐบาล และปัญหาต่อไปจะมีนายกรัฐมนตรีที่บริหารล้มเหลวอย่างร้ายแรงนั้น ก็เห็นว่าต่อให้นายกฯ ทำดีแค่ไหนนายจาตุรนต์ก็คงไม่ยอมรับ จึงไม่ควรให้ค่าให้ราคาในคำพูดนายจาตุรนต์ โดยหากนายจาตุรนต์ว่างมาก ควรเอาเวลาไปปรึกษากับนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำสู้แล้วรวย เพื่อเตรียมจัดตั้งพรรคใหม่ ซึ่งน่าจะเปลี่ยนชื่อพรรคใหม่เป็น &amp;quot;พรรคเผาบ้านเผาเมือง&amp;quot; จะดีกว่า เพราะทราบข่าวว่าที่ทำงานพรรคใหม่จดทะเบียนที่บ้านนายณัฐวุฒิ จ.นครศรีธรรมราช เพราะความคิดของนายจาตุรนต์คงเหมือนกัน เอาความคิดเผาทำลายคนอื่นได้ทุกสิ่งจริงๆ จึงทำให้ด้อยค่าตัวเองเสื่อมศรัทธาในสายตาประชาชนตกต่ำไปเรื่อยๆ ความคิดไม่สมราคาที่เคยผ่านการเป็นรองนายกฯ และ รมต.มาแล้ว ยิ่งคิดยิ่งน่าอับอายขายขี้หน้าประชาชน​ ประชาชนไม่ได้โง่ ฉลาดรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมนักการเมืองปลิ้นปล้อนกันหมดแล้ว จะมาใช้วาจาเล่นวาทะตีกินทางการเมืองและด้อยค่าคนอื่นเช่นนี้บ่อยๆ จะยิ่งไม่เหลือค่าราคาความเป็นผู้ใหญ่ในวงการการเมืองอีกต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย พ.ศ.2565 จากพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ตามที่นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวหา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จ่ายเงินให้ ส.ส.หัวละ 5 ล้านบาทที่อาคารรัฐสภา ชั้น 3 เมื่อวันที่ 2 ก.ย.นั้น เห็นว่าคำกล่าวหาดังกล่าวพูดถึงการกระทำที่เกิดขึ้นนอกห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร แม้ผู้พูดจะอยู่ในห้องประชุม แต่น่าจะไม่ได้รับความคุ้มครองรัฐธรรมนูญ มาตรา &amp;nbsp;124 อาจเป็นการพูดใส่ร้ายที่ขัดต่อข้อบังคับการประชุมของสภา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเรืองไกรกล่าวว่า ตามมาตรฐานทางจริยธรรมที่ใช้กับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จึงมีข้อกำหนดไว้หลายข้อ หากมีข้อเท็จจริงตามที่นายวิสารกล่าวหา เรื่องนี้จะเป็นความผิดทางอาญาตามมาได้ ทั้งตัวนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกกล่าวหาว่าให้เงิน และตัว ส.ส. ที่ถูกกล่าวหาว่ารับเงินคนละ 5 ล้านบาท เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องใหญ่ ที่จะพูดโดยไม่รับผิดชอบโดยอ้างเอกสิทธิ์หาได้ไม่ เพราะกระทบความน่าเชื่อถือทั้งฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงตามมาได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จึงเห็นว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช.ต้องรีบเข้ามาไต่สวนโดยเร็ว โดยหากไม่มีมูลความจริง และเป็นการใส่ร้าย บิดเบือน ก็ควรดำเนินการกับนายวิสาร ตามมาตรฐานทางจริยธรรม แต่หากมีมูล ก็ต้องดำเนินการกับนายกรัฐมนตรี และ ส.ส.ที่เกี่ยวข้อง ตามมาตรฐานทางจริยธรรมและดำเนินการทางอาญา ด้วยเหตุผลข้างต้น จึงต้องร้องให้ ป.ป.ช.ไต่สวนข้อเท็จจริงจากนายวิสารก่อนเป็นลำดับแรก จึงจะส่งหนังสือถึง ป.ป.ช.ในวันที่ 6 ก.ย.นี้&amp;quot; นายเรืองไกรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านท่าทีพรรคฝ่ายค้าน นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่ผู้นำรัฐบาลได้คะแนนไว้วางใจมาเป็นลำดับที่ 4 เกือบรั้งท้าย คะแนนโหวตไม่ไว้วางใจนำโด่งมาเป็นอันดับหนึ่ง เสียรังวัดมากขนาดไหน ยังจะดันทุรังอยู่ต่อ คะแนนไว้วางใจที่ได้มา มาจากอุดมกล้วยหรืออุดมการณ์ มาจากฝีมือหรือล็อบบี้เสนอผลประโยชน์ พล.อ.ประยุทธ์ถูกขึงพืด รุมถล่ม 4 วันเต็ม ประชาชนทั้งประเทศจะลุกขึ้นมายกระดับขับไล่ จนรัฐบาลอยู่ไม่ได้
โพลจี้บิ๊กตู่ปรับครม.กู้ศรัทธา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจภาคสนามเรื่อง ศึกอภิปรายฯ ในสายตาประชาชน โดยสำรวจจาก 1,146 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 3-5 กันยายน 2564&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลสำรวจพบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 89.8 เข้าใจการทำงานของรัฐบาลมากขึ้น โดยส่วนใหญ่หรือร้อยละ 88.9 ระบุ อภิปรายเรื่องเดิมๆ ที่รู้อยู่แล้ว ใช้คำพูดเสียดสี หยาบคาย ไม่สร้างสรรค์ ไม่เกิดประโยชน์ใดๆ ต่อประชาชนและประเทศชาติ ในขณะที่ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 81.1 ระบุหลังได้ข้อมูลชี้แจงจากรัฐบาลทำให้เข้าใจและเชื่อมั่นรัฐบาลมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงเรื่องการเมืองในบรรยากาศศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ พบว่า ส่วนใหญ่หรือ 98.9 ระบุพรรคร่วมรัฐบาลบางคนบางกลุ่มต้องการต่อรองอำนาจและผลประโยชน์ทางการเมือง รองลงมาคือร้อยละ 98.3 ระบุคนในฝ่ายรัฐบาลไม่เป็นหนึ่งเดียวกัน ต่อรองราคา และสมประโยชน์กัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าพิจารณาคือ ก้าวต่อไปของรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 98.6 ระบุนำแนวทางสร้างสรรค์จาก ส.ส. กลุ่มการเมืองใหม่ไปเร่งแก้วิกฤต พลิกฟื้นเศรษฐกิจ สะสางปัญหาปากท้องของประชาชนและวิกฤตโควิดให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลสำรวจยังเปิดเผยประเด็นที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 81.9 เห็นด้วยต่อการปรับคณะรัฐมนตรี เพราะต้องการให้ปรับคนไม่มีผลงาน ทำงานไม่ดี ไม่ตอบสนองความต้องการของประชาชน ไม่โปร่งใสและมีปัญหาภาพลักษณ์ ทำให้เกิดวิกฤตศรัทธาของประชาชน เป็นต้น ในขณะที่ร้อยละ 11.2 ไม่แน่ใจ และร้อยละ 6.9 ไม่เห็นด้วย เพราะปรับไปก็เท่านั้น ไม่เกิดประโยชน์ และอื่นๆ เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.ซูเปอร์โพลกล่าวว่า ผลโพลครั้งนี้ชี้ว่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลทำให้ประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจรัฐบาลมากขึ้น และยังเชื่อมั่นการบริหารงานของ พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี ขณะที่ส่วนใหญ่เช่นกัน ต้องการให้รัฐบาลนำข้อมูลที่เป็นประโยชน์ไปปรับปรุงการทำงาน ตอบสนองประชาชนในการแก้ปัญหาโควิดให้เร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เร่งแก้วิกฤตเศรษฐกิจฐานราก &amp;nbsp;ปลดล็อกทุกกลุ่มครอบคลุมเป้าหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่เบื่อหน่ายและไม่พอใจต่อการอภิปรายในสภาของ ส.ส.บางคนที่ไม่สร้างสรรค์ รับไม่ได้กับกลุ่มการเมืองเก่าที่มีพฤติกรรมใส่ร้าย ด่าทอ หยาบคายและให้ข้อมูลเท็จ เพื่อหวังผลสร้างความเกลียดชัง นำมาซึ่งความเสื่อมถอยของสภาผู้ทรงเกียรติ นอกจากนี้ ส่วนใหญ่เห็นว่าความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นทั้งภายในพรรค รวมทั้งพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคร่วมฝ่ายค้านแม้เป็นเรื่องปกติ แต่รับไม่ได้กับการต่อรองที่ติดยึดกับอำนาจผลประโยชน์เฉพาะตนและพวกพ้องโดยไม่เห็นหัวประชาชน ถ้าไม่สยบจุดอ่อนของรัฐบาลนี้ได้ มันอาจจะพังกันทั้งประเทศ เพราะเนื้อร้ายหรือหอกข้างแคร่ของรัฐบาลที่ถูกปล่อยไว้ให้กัดกร่อนรัฐบาล และอาจจะลุกลามไปยังเสาหลักของชาติอื่นๆ ได้&amp;rdquo; ผอ.ซูเปอร์โพลกล่าว
โหวตแก้รธน.บัตรสองใบศุกร์นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ได้นัดประชุมร่วมรัฐสภา (ส.ส.และ ส.ว.) เพื่อลงมติให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญรายมาตรา เรื่องการเปลี่ยนระบบการเลือกตั้ง ส.ส.จากบัตรใบเดียวเป็นบัตรสองใบและเปลี่ยนระบบการคิดคะแนนผลการเลือกตั้งในวันศุกร์ที่ 10 ก.ย.นี้ ซึ่งเป็นการโหวตวาระสาม ซึ่งร่างแก้ไข รธน.ที่จะผ่านจากรัฐสภา จะต้องได้เสียงเห็นชอบจากสมาชิกรัฐสภาที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่เกินกึ่งหนึ่งขึ้นไป และในจำนวนดังกล่าวต้องมี สมาชิกวุฒิสภาด้วยไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 หรือไม่น้อยกว่า 84 เสียง ร่างแก้ไข รธน.ดังกล่าวจึงจะผ่านความเห็นชอบ และจากนั้นจะมีการนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์ นิติตะวัน ​ประธาน กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างแก้ไข รธน.รายมาตราดังกล่าวจากพรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp;กล่าวถึงการลงมติวาระ 3 วันศุกร์นี้ว่า เรื่องนี้ชัดเจนอยู่แล้ว พรรคสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่ต้องยืนยันอีกแล้ว ทุกคนถึงเวลาวาระ 3 ก็โหวตเห็น ชอบทุกคน ส่วนการโหวตของพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ ก็แล้วแต่เขา แต่พรรคประชาธิปัตย์คงเห็นด้วยหมด ส่วนทางพรรคฝ่ายค้านก็มีพรรคเพื่อไทย ในส่วนของสมาชิกวุฒิสภาก็ได้เสียงมากพอสมควร การพิจารณาวาระที่ 3 จะได้เสียงมากขึ้นเพราะการพิจารณาในวาระที่ 2 สมาชิกสภาอาจมาไม่ครบ แต่ในวาระที่ 3 ส่วนใหญ่จะมา ฉะนั้นเสียงโหวตจะมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความมั่นใจว่าการพิจารณาลงมติวาระที่ 3 ของร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมในวันที่ 10 ก.ย.นี้จะผ่านฉลุยใช่หรือไม่ นายไพบูลย์กล่าวว่า ผ่าน เป็นไปตามหลักเกณฑ์แน่นอน เพราะไม่มีปัญหาอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวถึงเรื่องนี้เช่นกันว่า การลงมติวาระ 3 วันศุกร์นี้ ดูแล้วน่าจะผ่านความเห็นชอบไปได้ โดยในส่วนของ ส.ว.นั้น ส่วนใหญ่ไม่มีใครขัดข้องเรื่องการแก้ไขระบบเลือกตั้ง ส.ส.เพราะ ส.ว.เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของ ส. ส.ที่อยากได้ระบบเลือกตั้งแบบไหน อีกทั้ง ก็เห็นกันแล้วว่าระบบเลือกตั้งบัตรใบเดียวและการคิดคำนวณจำนวนที่นั่ง ส.ส.ในสภาที่เขียนไว้ใน รธน.ฉบับปี 2560 เป็นระบบที่สร้งปัญหามาก ทำให้หากเทียบกับที่เสนอแก้ไข แม้จะถอยหลังกลับไปใช้กติกาตอนปี 2540 และตอนปี 2554 แต่โดยรวมก็ยังดีกว่าที่เขียนใน รธน.ปัจจุบัน เพราะทุกอย่างชัดเจน ไม่สลับซับซ้อน การคำนวณคะแนนทำได้ง่ายกว่า จึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่าของเดิม เพราะเห็นกันแล้วว่าระบบบัตรใบเดียวมันสร้างปัญหามากมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงเสียงทักท้วง ข้อเป็นห่วงว่าระบบเลือกตั้ง ส.ส. ที่แก้ไขจะทำให้เกิดระบบเผด็จการรัฐสภาเสียงข้างมากแบบในอดีต เพราะการตรวจสอบฝ่ายบริหารจะทำไม่ได้ พล.อ.เลิศรัตน์กล่าวว่า หากดูจาก รธน.ฉบับปี 2560 ผู้ร่าง รธน.ระมัดระวังเรื่องเผด็จการรัฐสภาไว้แล้ว เลยเขียนไว้ว่าการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกและรัฐมนตรีให้ใช้เสียง ส.ส.ฝ่ายค้านแค่ 1 ใน 5 คือ 100 คนขึ้นไปเท่านั้นในการลงชื่อเสนอญัตติขออภิปรายรัฐมนตรี ซึ่งเชื่อว่ายังไงฝ่ายค้านก็เกิน 100 เสียงอยู่แล้ว ขนาดเลือกตั้งปี 2548 ที่ไทยรักไทยได้ ส.ส.มากถึง 377 เสียงเพียงพรรคเดียว ตอนนั้นฝ่ายค้านก็ยังมี 123 เสียง อีกทั้งเผด็จการรัฐสภาจะเกิดขึ้นได้ หลักคือจะเกิดการรวมพรรคกันหลังเลือกตั้ง เห็นได้จากตอนไทยรักไทย ที่ไปนำพรรคการเมืองอื่นมารวมเข้าด้วยกัน (ความหวังใหม่-เสรีธรรม-ชาติพัฒนา) โดยพรรคที่ไปรวมก็เห็นว่าไปรวมดีกว่า ไม่ต้องไปหาเสียง ไม่ต้องควักเงิน ก็เลยโดดเรือลำเดียวกัน แต่วันนี้มันยากมาก เพราะพรรคการเมืองปัจจุบันมีความหลากหลายมากกว่าอดีต โอกาสจะไปรวมกันเป็นพรรคเดียว มันเลยยาก หรือถึงต่อให้ไม่รวม แต่ตอนตั้งรัฐบาล ก็ไม่เชื่อว่าฝ่ายรัฐบาลจะใช้วิธีตั้งรัฐบาลให้ได้ ส.ส.เกิน 400 เสียงเพื่อไม่ให้ฝ่ายค้านอภิปราย เพราะทำแบบนั้นโควตารัฐมนตรีก็ต้องถูกแบ่งออกไปหลายพรรค อย่างมากก็ตั้งรัฐบาลแค่ 300 เสียง เผด็จการรัฐสภาจึงไม่น่าเป็นห่วงมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.เลิศรัตน์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ในร่างแก้ไข รธน.ที่เสนอมา มีการให้ลดจำนวน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ จาก 150 คนเหลือ 100 คน แล้วไปเพิ่ม ส.ส.เขตจาก 350 เป็น 400 เขต ทำให้โอกาสที่จะมีพรรคการเมืองไหนจะได้ ส.ส.เขตเกิน 300 คนจากระบบเขต มันยากมาก จำนวนส.ส.เขตจะกระจายไปยังพรรคต่างๆ เพราะประชาชนมีทางเลือกมากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ระบบที่เสนอแก้ไขครั้งนี้ จะทำให้ไม่มีพรรคการเมืองที่ได้ ส.ส.หนึ่งคนเข้ามาเยอะ ที่ผ่านมาพรรคการเมืองที่มี ส.ส.บัญชีรายชื่อหนึ่งคนเข้ามาหลายพรรค ก็เกิดจากการคำนวณคะแนนเลือกตั้งแบบปัดเศษ แต่ที่เสนอแก้ไข มีการลดจำนวนส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ลงเหลือ 100 คน จะทำให้การมีเศษมันจะน้อยลง เพราะของเดิมมัน 150 คน มันก็เลยไปแบ่งคะแนนกันให้หลายพรรคการเมือง แต่เมื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว คะแนนที่จะปัดไปให้พรรคเล็กมันจะยากขึ้น เพราะจากปาร์ตี้ลิสต์ &amp;nbsp;100 คน คำนวณแล้วการจะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คน จะต้องได้คะแนนขั้นต่ำ ประมาณ 350,000 คะแนน ที่คิดจากคะแนนของประชาชนที่มาลงคะแนนเสียงเลือกตั้งทั่วประเทศโดยประมาณ จึงจะได้เก้าอี้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 1 คน ทำให้พรรคการเมืองที่เคยได้คะแนนเลือกตั้ง 30,000-40,000 คะแนนแล้วได้ ส.ส. 1 คนอย่างที่เป็นมา ต่อไปจะไม่มีทางได้ปัดเศษแน่นอน เพราะหากจะปัดเศษกันจริงๆ ก็จะเหลือเต็มที่ก็จะประมาณกว่า 200,000 คะแนน ที่ก็จะเหลือแค่ 6-7 เก้าอี้เท่านั้นจาก 100 เก้าอี้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ จะไม่ใช่เศษแบบ 30,000-40,000 คะแนนแบบที่ผ่านมาอีกแล้ว ทำให้โอกาสที่จะเกิดพรรคการเมืองได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์พรรคละ 1 คนจะไม่มีเกิดขึ้นอีกแล้ว&amp;quot; พล.อ.เลิศรัตน์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.เลิศรัตน์ยอมรับว่า อย่างไรก็ตาม ก็ยังมี ส.ว.บางส่วนเห็นว่าระบบสัดส่วนผสมยังดีกว่าที่จะแก้ไขใหม่ โดยบางคนเกรงจะเกิดเผด็จการรัฐสภาหากแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างที่เสนอกัน แต่หากพิจารณาจากที่อธิบายเผด็จการรัฐสภา มันไม่ได้เกิดขึ้นง่าย แต่สิ่งที่ใช้อยู่ตอนนี้มันทำให้เกิดพรรคการเมืองขนาดเล็กจำนวนมาก ดูอย่างการเลือกตั้งรอบที่แล้วปี 2562 มีอย่างที่ไหนในโลก ที่มีผู้สมัครส.ส.เขตทั่วประเทศกว่า 10,000 คน และปาร์ตี้ลิสต์ยื่นชื่อไปอีกกว่า 2,000 คน มีพรรคการเมืองส่งคนลงเลือกตั้งกว่า 80 &amp;nbsp;พรรค มีพรรคได้ ส.ส.รวม 29 พรรคการเมือง เป็นสถิติโลกเลย ในโลกนี้มีที่ไหนเป็นแบบนี้ มันไม่มี แต่มันเกิดขึ้นก็เพราะช่องโหว่ที่เปิดเอาไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณี ส.ส.พรรคเพื่อไทย 7 คน ไม่ดำเนินการตามมติพรรคในการลงมติโหวตไม่ไว้วางใจว่า วันที่ 6 ก.ย. คณะกรรมการจริยธรรมพรรคเพื่อไทยจะประชุมดำเนินการ จะเรียก ส.ส.ทั้ง 7 คนมาชี้แจงเหตุผล จะรับฟังและให้ความเป็นธรรมกับทุกคน เนื่องจากทั้ง 7 คนมีกรณีที่แตกต่างกันไป ทั้งไม่มาประชุม ลงมติแตกต่างกัน นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร ส.ส.นครนายก แจ้งมายังตนแล้วว่าติดโควิด ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมสภาได้ ถ้าเหตุผลฟังขึ้น คงลงโทษไม่ได้ ถ้าเหตุผลฟังไม่ขึ้น พรรคจะพิจารณาดำเนินการตามข้อบังคับอย่างเด็ดขาด ส่วนกรณี ส.ส.ที่แถลงข่าวให้ร้ายพรรค แม้จะไม่เกี่ยวกับการลงมติ ก็จะพิจารณาลงโทษเช่นเดียวกัน เพราะทำให้พรรคเพื่อไทยเสียหาย ยืนยันครั้งนี้พรรคเพื่อไทยเอาจริง ไม่มีมวยล้มต้มคนดู วันที่ 10 ก.ย. ที่จะมีการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 ทางพรรคเพื่อไทยก็จะประชุมเพื่อมีมติให้ ส.ส.ของพรรคโหวตไปในทิศทางเดียวกันเหมือนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115711</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, รมว.พาณิชย์, รองนายกรัฐมนตรี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, โพลหนุนบิ๊กตู่ปรับ ครม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210904/image_big_61332aeda55c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
