<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78326</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2020 10:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2020 10:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โนอึล&#039;ทำ31จังหวัดอ่วม&#039;ปภ.&#039;เร่งช่วยเหลือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.2563 - นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากอิทธิพลพายุโนอึล และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากกับมีลมแรงบางพื้นที่ ทำให้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก วาตภัย และดินสไลด์ โดยมีจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 31 จังหวัด ได้แก่ ลำปาง แพร่ ลำพูน ตาก กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ พิจิตร เลย อุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ มุกดาหาร อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด มหาสารคาม สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ นครราชสีมา ลพบุรี สิงห์บุรี ปราจีนบุรี จันทบุรี ตราด ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล รวม 135 อำเภอ 290 ตำบล 640 หมู่บ้าน 4 เขตเทศบาล ประชาชนได้รับผลกระทบ 27,658 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย &amp;nbsp;(ระนอง) ผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย (เพชรบูรณ์)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความเสียหายแยกเป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำไหลหลาก จำนวน 24 จังหวัด ได้แก่ ลำปาง แพร่ ลำพูน ตาก กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ พิจิตร เลย ขอนแก่น ชัยภูมิ มุกดาหาร อุบลราชธานี สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ นครราชสีมา ลพบุรี สิงห์บุรี ปราจีนบุรี จันทบุรี ตราด ชุมพร ระนอง พังงา รวม 91 อำเภอ 178 ตำบล 446 หมู่บ้าน 7 เขตเทศบาล ประชาชนได้รับผลกระทบ 26,912 ครัวเรือน ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ในจังหวัดศรีสะเกษ ในพื้นที่อำเภอ ขุนหาญ ตำบลบักดอง (หมู่ที่8 และ 9) ประชาชนได้รับผลกระทบ 30 ครัวเรือน ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ปัจจุบันระดับน้ำลดลง ระดับน้ำสูงประมาณ 15 - 30 เซนติเมตร พื้นที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัย จำนวน 15 จังหวัด ได้แก่ เพชรบูรณ์ อุดรธานี ขอนแก่น มุกดาหาร อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด มหาสารคาม สุรินทร์ ศรีสะเกษ ตราด พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล รวม 58 อำเภอ 134 ตำบล 237 หมู่บ้าน 2 เขตเทศบาล บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 746 หลัง ผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย (เพชรบูรณ์) พื้นที่ได้รับผลกระทบจากดินสไลด์ จำนวน 2 จังหวัด ได้แก่ แพร่ และระนอง รวม 3 อำเภอ 3 ตำบล 3 หมู่บ้าน ผู้เสียชีวิต 1 ราย (ระนอง)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งคลี่คลายสถานการณ์และให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้น โดยขนย้ายสิ่งของไปไว้ในที่สูงและเร่งระบายน้ำท่วมขัง รวมถึงแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค และวัสดุอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือนแก่ผู้ประสบภัย พร้อมจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ทั้งการชดเชยความเสียหายของบ้านเรือนเป็นวัสดุก่อสร้าง หรือจ่ายเงินช่วยเหลือตามความเหมาะสม ท้ายนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78326</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายชยพล ธิติศักดิ์, ปภ., พายุโนอึล, มรสุมตะวันตกเฉียงใต้, อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200918/image_big_5f641ed32c88f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75963</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2020 14:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2020 14:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ.เผยน้ำท่วม14จว.คลี่คลายเหลือ&#039;พิษณุโลก&#039;17 ครัวเรือนยังประสบภัย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ส.ค.63-นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากอิทธิพลร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันตอนบน ประเทศไทย และอ่าวไทย ในช่วงวันที่ 20 สิงหาคม 2563 ถึงปัจจุบัน (30 ส.ค.63 เวลา 06.00 น.) ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก วาตภัย และดินสไลด์ ใน 15 จังหวัด ได้แก่ น่าน แพร่ เชียงใหม่ ลำปาง พะเยา อุตรดิตถ์ ลำพูน แม่ฮ่องสอน สุโขทัย ตาก พิษณุโลก กาฬสินธุ์ นครพนม ขอนแก่น และสิงห์บุรี รวม 62 อำเภอ 221 ตำบล 959 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 20,878 ครัวเรือน ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 14 จังหวัด และยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมขังในจังหวัดพิษณุโลก ประชาชนได้รับผลกระทบ 17 ครัวเรือน โดยปัจจุบันระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง คาดการณ์ว่าหากไม่มีฝนตกเพิ่มเติมหรือปริมาณน้ำเพิ่มในพื้นที่ จะเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 1 - 2 วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้น โดยขนย้ายสิ่งของไปไว้ในที่สูงและเร่งระบายน้ำท่วมขัง รวมถึงแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค และวัสดุอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือนแก่ผู้ประสบภัย รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75963</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายชยพล ธิติศักดิ์, น้ำท่วม, ปภ., อุทกภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200804/image_big_5f28fc408a673.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75316</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2020 17:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2020 17:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ.เร่งช่วยเหลือชาวบ้าน8จังหวัดภาคเหนือเผชิญน้ำท่วม-ดินสไลด์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ส.ค.63-นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวถึงผลกระทบจากอิทธิพลร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ พัดปกคลุมทะเลอันดามันตอนบน ประเทศไทย และอ่าวไทย ตั้งแต่ช่วงวันที่ 20-23ส.ค.ว่า ร่องมรสุมดังกล่าวส่งผลให้เกิดน้ำไหลหลากและดินสไลด์ แยกเป็น น้ำไหลหลากในพื้นที่ภาคเหนือ 8 จังหวัด รวม 25 อำเภอ 88 ตำบล 382 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 3,858 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 1 ราย น่าน เกิดน้ำไหลหลาก ในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอเวียงสา อำเภอภูเพียง อำเภอสันติสุข และอำเภอนาน้อย รวม 18 ตำบล 83 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 960 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 1 ราย แพร่ เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 8 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองแพร่ อำเภอร้องกวาง อำเภอสูงเม่น อำเภอสอง อำเภอลอง อำเภอหนองม่วงไข่ อำเภอวังชิ้น และอำเภอเด่นชัย รวม 44 ตำบล 215 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,585 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ จ.เชียงใหม่ เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่อำเภอแม่ออน รวม 1 ตำบล 1 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 10 ครัวเรือน ลำปาง เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่อำเภอเมืองปาน รวม 1 ตำบล 5 หมู่บ้าน พะเยา เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่อำเภอเชียงม่วน รวม 2 ตำบล 6 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 124 ครัวเรือน อุตรดิตถ์ เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ อำเภอท่าปลา และอำเภอพิชัย รวม 14 ตำบล 60 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,179 ครัวเรือน ลำพูน เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่อำเภอบ้านธิ รวม 1 ตำบล 5 หมู่บ้าน แม่ฮ่องสอน เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง แม่ฮ่องสอนอำเภอปางมะผ้า อำเภอแม่ลาน้อย และอำเภอขุนยวม รวม 7 ตำบล 7 หมู่บ้าน ดินสไลด์ 1 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เกิดดินสไลด์ ในอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน รวม 1 ตำบล 1 หมู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ปภ.ได้ประสานจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้น โดยขนย้ายสิ่งของไปไว้ในที่สูงและเร่งระบายน้ำท่วมขัง รวมถึงแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคพร้อมจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและประเมินความเสียหายเพื่อดำเนินการช่วยเหลือ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75316</URL_LINK>
                <HASHTAG>8จว.ภาคเหนือ, ดินสไลด์, นายชยพล ธิติศักดิ์, น้ำท่วม, ปภ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181210/image_big_5c0dd0ec3ffb9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44007</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2019 09:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2019 09:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนองคายฝนตกหนัก น้ำไหลหลากท่วมบ้านเรือน 23 หลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ส.ค.62 - นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า อิทธิพลมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังแรงตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคม 2562 ถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;ส่งผลให้เกิดน้ำไหลหลาก ดินสไลด์ และวาตภัย ในพื้นที่ 15 จังหวัด ได้แก่ สตูล ตราด ปัตตานี กาญจนบุรี อุดรธานี ตรัง นครนายก แม่ฮ่องสอน &amp;nbsp;เชียงใหม่ แพร่ พะเยา ระนอง อุบลราชธานี หนองคาย และน่าน รวม 45 อำเภอ 93 ตำบล 162 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 694 หลัง
โรงเรียน 2 แห่ง เรือ 2 ลำ วัด 1 แห่ง ผู้บาดเจ็บ 3 ราย (สตูล 2 ราย แม่ฮ่องสอน 1 ราย) ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 14 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ในจังหวัดหนองคาย โดยเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2562 เกิดฝนตกหนัก ส่งผลให้เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 2 อำเภอ 2 ตำบล 2 หมู่บ้าน&amp;nbsp;ไม่มีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ปัจจุบันระดับน้ำลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยบัญชา ศรีมงคล นายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลกองนาง อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย กล่าวว่า จากเหตุการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่ตำบลกองนาง จนเกิดน้ำท่วมขังระบายไม่ทัน มีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเดือนร้อนถูกน้ำท่วมขัง 23 หลัง และยังพบว่ามีน้ำท่วมทางสัญจรตามซอกซอยในหมู่บ้านบางจุดเท่านั้น ซึ่งการสัญจรยังสามารถเดินทางไปมาได้ด้วยความลำบากอนอกจากนี้ ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เทศบาลตำบลกองนาง ถูกน้ำท่วมขัง สูงประมาณ 20 เซนติเมตร ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันขนสิ่งของขึ้นเหนือน้ำ รอการระบาย โดยทางศูนย์พัฒนาเด็กเล็กประกาศปิดเรียนตั้งแต่วันที่ 21 ส.ค. และจะเปิดเรียนอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 26 ส.ค.นี้ นอกจากนี้ยังพบว่า ที่ตลาดสดเทศบาลตำบลกองนาง ก็ถูกน้ำฝนท่วมขังเสียหายไม่สามารถเปิดขายของได้ ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ต้อง ช่วยกันยกโต๊ะวางขายของขึ้นที่สูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;น้ำท่วมในพื้นที่เป็นน้ำฝนที่ตกลงมาตั้งแต่เช้าค่ำของวันที่ 20 ส.ค ที่ผ่านมา ซึ่งการระบายน้ำเป็นไปอย่างช้าๆเนื่องจากในพื้นที่มีการก่อสร้างถนนบางจุดมีการปิดช่องทางน้ำ การไหลของน้ำที่จะไหลลงสู่ลำห้วยสาธารณะ แต่ทางเทศบาลฯได้นำเครื่องจักรกลหนักมาช่วยขุดดินเพื่อเปิดทางระบายน้ำที่ท่วมขังออกลงสู่ลำห้วยและลงสู่แม่น้ำโขง เพื่อเป็นการคลายความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่แล้ว&amp;quot;เท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44007</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, จ.หนองคาย, นายชยพล ธิติศักดิ์, น้ำท่วมหนองคาย, ฝนตกหนัก, เทศบาลตำบลกองนาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190822/image_big_5d5dfcf0877ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42725</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2019 09:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2019 09:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ.แจ้ง 13 จังหวัดน้ำท่วมเฉียบพลัน ดินสไลด์ วาตภัย คลี่คลายแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ส.ค.62-&amp;nbsp;นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม &amp;ndash; 4 สิงหาคม 2562 อิทธิพลมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำไหลหลาก ดินสไลด์ และวาตภัย ใน 13 จังหวัด ได้แก่ พะเยา น่าน เชียงราย แม่ฮ่องสอน ตราด จันทบุรี ตาก ระนอง ชุมพรเชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี กำแพงเพชร เลย และน่าน รวม 38 อำเภอ 116 ตำบล 472 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 2,642 หลัง ผู้เสียชีวิต 1 ราย (จังหวัดสุราษฎร์ธานี) สะพานเสียหาย 5 แห่งถนน 1 สาย เรือประมงขนาดเล็ก 12 ลำ ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชยพล&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ปภ. ได้ร่วมกับจังหวัด หน่วยทหาร และหน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและจัดทำบัญชีความเสียหาย เพื่อให้ช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังต่อไป ท้ายนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42725</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.), นายชยพล ธิติศักดิ์, น้ำท่วมเฉียบพลัน วาตภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180815/image_big_5b73a58be84b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35996</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2019 09:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2019 09:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ.เร่งช่วยผู้ประสบวาตภัยในพื้นที่ 18 จังหวัด บ้านเรือนเสียหาย 1,576 หลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ค.62 - นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากอิทธิพลหย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ส่งผลให้ตั้งแต่วันที่ 7 &amp;ndash; 16 พฤษภาคม 2562 เกิดพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 18 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น มหาสารคาม อุบลราชธานี กาญจนบุรี สกลนคร อุดรธานี แม่ฮ่องสอน สมุทรสาคร สมุทรสงคราม พระนครศรีอยุธยา น่าน นครสวรรค์ แพร่ ตาก พิษณุโลก อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร และพะเยา รวม 45 อำเภอ 83 ตำบล 186 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 1,576 หลัง ผู้เสียชีวิต 1 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้น โดยแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค กระเบื้องมุงหลังคา และวัสดุอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือนแก่ผู้ประสบภัย รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ทั้งการชดเชยความเสียหายของบ้านเรือนเป็นวัสดุก่อสร้าง หรือจ่ายเงินช่วยเหลือตามความเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในระยะนี้หลายพื้นที่อาจเกิดพายุฝนฟ้าคะนองและ ลมกระโชกแรง ปภ.จึงขอฝากเตือนประชาชนให้ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมปฏิบัติตามคำเตือนและคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ส่วนเกษตรกรให้จัดทำที่ค้ำยันต้นไม้หรือที่กำบัง เพื่อป้องกันพืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากพายุฤดูร้อน สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35996</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, นายชยพล ธิติศักดิ์, พายุฝนฟ้าคะนอง, พื้นที่ได้รับความเสียหายจากวาตภัย, ลมกระโชกแรง, วาตภัย, หย่อมความกดอากาศต่ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181210/image_big_5c0dd0ec3ffb9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34924</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2019 10:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2019 10:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ.ประสานจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัย &#039;พายุฤดูร้อน&#039; ช่วง 3-7 พ.ค.นี้ เร่งช่วย 36 จว.ประสบวาตภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 พ.ค.62 - นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า เนื่องจากประเทศไทยมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด ประกอบกับลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น ทำให้เกิดพายุฤดูร้อน โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง หรือมีลูกเห็บตก ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร ในระหว่างวันที่ 3 &amp;ndash; 7 พฤษภาคม 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ปภ.ได้ประสานจังหวัดและศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมพร้อมรับมือพายุฤดูร้อนในช่วงดังกล่าว โดยจัดเจ้าหน้าที่มิสเตอร์เตือนภัยติดตามสภาพอากาศ และเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันทีที่เกิดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตรวจสอบสิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาให้อยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรง ตัดแต่งกิ่งไม้และต้นไม้บริเวณริมถนนและพื้นที่ชุมชนให้อยู่ในสภาพปลอดภัย เพื่อป้องกันการล้มทับ ก่อให้เกิดอันตรายได้ กรณีสถานการณ์รุนแรงได้เน้นย้ำให้ดำเนินการตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เพื่อประสานให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน&amp;nbsp;จากอิทธิพลหย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ส่งผลให้ตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน &amp;ndash; 2 พฤษภาคม 62 เกิดพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 36 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี พิษณุโลก ปทุมธานี แพร่ ตราด อุตรดิตถ์ มหาสารคาม ชัยภูมิ สระบุรี อ่างทอง เลย ลพบุรี พะเยา อุทัยธานี ลำปาง ชัยนาท นครสวรรค์ สุรินทร์ นครราชสีมา บุรีรัมย์ กำแพงเพชร เพชรบุรี ร้อยเอ็ด สกลนคร อุดรธานี หนองคาย นครพนม หนองบัวลำภู สุพรรณบุรี ศรีสะเกษ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช นครปฐม อุบลราชธานี อำนาจเจริญ และขอนแก่น รวม 121 อำเภอ 280 ตำบล 719 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 7,146 หลัง เสียชีวิต 1 ราย (อุดรธานี) ผู้บาดเจ็บ 5 ราย (ลำปาง สุรินทร์ และศรีสะเกษ)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34924</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.), กรมอุตุนิยมวิทยา, นายชยพล ธิติศักดิ์, ฝนฟ้าคะนอง, พายุฤดูร้อน, ลมกระโชกแรง, ลูกเห็บตก, วาตภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181210/image_big_5c0dd0ec3ffb9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
