<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119620</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2021 11:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2021 11:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ชวน’วางพวงมาลาน้อมรำลึกวันคล้ายวันสวรรคตในหลวง ร.9</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ต.ค.2564 - &amp;nbsp;ที่บริเวณโถง ชั้น 1 รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภาเป็นประธานในพิธีวางพวงมาลาในนามรัฐสภา เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร &amp;nbsp;เพื่อเทิดพระเกียรติและแสดงออกซึ่งความจงรักภักดี ตลอดจนน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่เป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรฯ ที่ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการต่อปวงชนชาวไทยมาโดยตลอดนับตั้งแต่เสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติ ตราบจนกระทั่งเสด็จสวรรคต โดยมีนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 พร้อมด้วยนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร ผู้ช่วยเลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร ข้าราชการ และบุคลากรในสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ร่วมวางพวงมาลาน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119620</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายชวน หลีกภัย, ประธานสภาผู้แทนราษฎร, พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร, วันสวรรคต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211013/image_big_61666323e1b30.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117050</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไต่สวน‘แม้ว-สุริยะ’ ‘พิเชษฐ-ทนง-กนก’โดนด้วย ซื้อเครื่องบินทำเจ้าจำปีเจ๊ง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ชวน&amp;quot; บรรยายพิเศษเรื่องคุณธรรม ป้องกันโกง อย่าแปลกใจยุคที่คิดว่าใช้ รธน.ที่มีประชาธิปไตยกลายเป็นยุคที่มีรัฐมนตรีติดคุกมากที่สุด แนะ ป.ป.ช.นำคดีเก่าที่มีนายกฯ-รมต.-ติดคุกหัวโตมาเป็นบทเรียนให้หลักสูตร นยปส. &amp;nbsp;ยกตัวอย่างคดีกู้กรุงไทย จีทูจีข้าว ด้าน &amp;quot;ปธ.ศาลฎีกา&amp;quot; ระบุคนทำชั่วจะคิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นเป็นเรื่องที่ดี จนกว่าความชั่วนั้นจะให้ผล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2564 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา บรรยายพิเศษเรื่อง ธรรมาภิบาล คุณธรรม และความโปร่งใสในการป้องกันการทุจริต ในเวทีสัมมนาสาธารณะเรื่อง กลยุทธ์การยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศ ซึ่งจัดขึ้นโดยนักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริตรระดับสูง (นยปส.) รุ่นที่ 12 ตอนหนึ่งว่า เราจะเห็นว่าเรื่องการป้องกันทุจริตและประพฤติมิชอบเป็นเรื่องใหญ่ ต้องจัดหลักสูตรอบรมผู้บริหารระดับสูงทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งทุกคนรู้ดีว่าเรามีปัญหาเรื่องการทุจริตประพฤติมิชอบในแวดวงบ้านเมืองของเราอยู่ตลอดมายาวนานแล้ว มากบ้าง น้อยบ้าง ตามยุคตามสมัย และแนวโน้มยังมีอยู่ทุกวันนี้ ทุกวงการ ทุกภาคส่วน ส่วนกลาง ภูมิภาค ท้องถิ่น เริ่มตั้งแต่ด้านการเมืองในฐานะเป็นนักการเมือง และอยู่กับการเมืองมา 52 ปี อยู่ต่อเนื่อง ก็พูดได้ในฐานะประจักษ์พยานว่าแนวโน้มการทุจริตประพฤติมิชอบมีแนวโน้มไม่ลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากส่วนราชการ ฝ่ายราชการร่วมมือด้วยก็ยิ่งไปกันใหญ่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ฉะนั้นอย่าแปลกใจที่มีบางยุคบางสมัยที่เราคิดว่าใช้รัฐธรรมนูญฉบับที่มีประชาธิปไตย แต่กลายเป็นยุคสมัยที่มีรัฐมนตรีติดคุกมากที่สุด ป.ป.ช. เจ้าของหลักสูตรควรจะนำคดีเหล่านั้นมาให้นักศึกษาได้ดู คดีที่ยังไม่จบก็เก็บไว้ก่อน แต่คดีที่จบแล้ว มีคนติดคุกไปแล้ว มีคนถูกลงโทษไปแล้วมากมายที่ ป.ป.ช.มีส่วนร่วมในหลายคดี บางคดีที่ ป.ป.ช.ไม่ได้มีส่วนร่วมก็ควรไปนำมาให้นักศึกษาได้ศึกษารวบรวมเอาไว้ศึกษา เพราะทุกเรื่องมีประโยชน์ในเชิงที่จะทำให้เราได้รู้ว่าบ้านเมืองเรามีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ทำไมคนระดับนั้น ตั้งแต่นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ลงมาถึงข้าราชการ ตั้งแต่ภาครัฐถึงเอกชน ทำไมต้องมีคนติดคุกอย่างนั้น เราจะได้เข้าใจว่าที่ไปที่มาเป็นอย่างไร อาจจะเป็นบทเรียน เป็นวิธีป้องกัน ไม่ให้คนของเรา หรือตัวเราเองต้องอยู่ในชะตากรรมเช่นนั้น&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนกล่าวว่า การทำสิ่งที่มีคุณธรรม มีจริยธรรม มีความตรงไปตรงมา มีความซื่อสัตย์สุจริต ไม่ทุจริตโกงกิน ไม่บิดเบือน ไม่ทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง ไม่คดโกง โปร่งใส เปิดเผย ตรงไปตรงมา มีการให้คำนิยาม คุณธรรม ธรรมาภิบาล จริยธรรม ซึ่งถ้าเราเข้าใจที่มาของคำเหล่านี้ จะทำให้รู้ว่าทั้งหมดอยู่ในเรื่องของคำว่าธรรมาภิบาล ซึ่งหลังจากที่ประกาศใช้ธรรมาภิบาล 6 ข้อแล้ว ยังมีการกระทำผิดเกิดขึ้นมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เช่น ผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย เกรงใจบิ๊กบอส เกรงใจนายอนุมัติเงินกู้ให้เอกชนไป ผิดกฎหมาย ติดคุก 18 ปี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ทำสัญญาเจรจาข้าวจีทูจีผิดพลาด ติดคุก 40 กว่าปี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคลัง ติดคุก 2 ปี เพราะไปใช้ดุลพินิจเพื่อ ประโยชน์ของลูกนักการเมือง ดังนั้น ผมจึงอยากให้สังคมไทยเรามีธรรมาภิบาลข้อที่ 7 คือต้องไม่เกรงใจนาย เพราะถ้านายเราให้ทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง ยอมขัดใจนายดีกว่าติดคุกในวันข้างหน้า เพราะหลายกรณีที่ติดคุกทั้งหมด คนที่สั่งไม่ติดเลย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานรัฐสภาแนะนำให้ไปอ่านพระบรมราโชวาทของในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2552 และวันที่ 5 ธันวาคม 2553 ที่ได้รับสั่งสองปีซ้ำว่า ขอให้ท่านทั้งหลาย ประชาชนทุกหมู่เหล่า พิจารณาให้ถ่องแท้ ว่าหน้าที่ท่านคืออะไร แล้วทำหน้าที่นั้นด้วยความรับผิดชอบ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา บรรยายพิเศษเรื่อง บทบาทของกระบวนการยุติธรรมกับการแก้ไขปัญหาการทุจริตของประเทศไทย ว่าในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา เราคาดหมายกันว่าการทุจริตในประเทศไทยน่าจะลดลงบ้าง เพราะมีการป้องกันและปราบปราม ส่งดำเนินคดี และศาลพิพากษาไปแล้วจำนวนมาก แต่จากปริมาณคดีที่อยู่ในศาล ป.ป.ช. ป.ป.ท. เราอาจต้องยอมรับความจริงว่าเราอาจจะยังไปไม่ถึงเป้าประสงค์นั้นในเร็ววันนี้ แต่เชื่อว่าเรามาถูกทางแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่ผิดหรอกที่คนจะกระทำผิดมากขึ้นในสภาพสังคมที่ต้องต่อสู้กับการปากกัดตีนถีบอย่างที่เห็นทุกวันนี้ เพราะไม่มีใคร อยากจะอยู่ในพื้นหรือฐานของคนอื่น แต่อยากจะอยู่ระดับที่สูงกว่าและมีอำนาจเหนือกว่าทั้งสิ้น&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานศาลฎีกาเผยว่า เคยคุยกับผู้ต้องขังหลายรายที่กระทำผิดไป ทั้งที่เขารู้ว่าการกระทำของเขาถ้าถูกจับกุมดำเนินคดีอาจถูกจำคุกหรือหนักกว่านั้น แต่คนกลุ่มนี้ยังเลือกกระทำทุจริตประพฤติมิชอบ เมื่อสอบถามได้รับคำตอบว่าขณะที่เขาทำไม่คิดว่าจะโดนจับ หรือพูดง่ายๆ ขณะตัดสินใจกระทำผิดเขาคิดว่ามีโอกาสรอด จากการที่เห็นหลายๆ คน หลายๆ กลุ่มที่ก็ยังสามารถรอดลอยหน้าในสังคมได้ เป็นสิ่งที่กระบวนการยุติธรรมต้องกลับมามองตัวเองว่าในฐานะที่เราเป็นปลายทางของการแก้ไขปัญหาการกระทำความผิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อคนคิดว่าเขาทำความผิดแล้วจะรอด สะท้อนให้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมมีปัญหาแล้ว กระบวนการยุติธรรมไม่สามารถทำให้เขาเชื่อมั่นหรือทำให้เขาเกรงกลัวว่าเมื่อไหร่ที่เขาขยับไปทำความผิดเขาจะต้องถูกจับกุมไปดำเนินคดี เมื่อคนคิดว่าเขาคุ้มค่าที่จะเสี่ยง&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ การกระทำการทุจริตยังเป็นเรื่องการก่ออาชญากรรมที่มีความร้ายแรง แต่ไม่เห็นสภาพของความรุนแรงเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา ไม่เห็นคนที่เลือดตกยางออก ไม่เห็นการบาดเจ็บ ไม่เห็นสายตาของการถูกทำร้ายเหมือนความผิดฆ่าคนตาย เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วคนก็รู้สึกว่าทำได้ง่าย ไม่ต้องกระทบกระเทือนความรู้สึก คนกระทำความผิดทุจริตไม่ได้เห็นผลที่เกิดขึ้นด้วยตาตนเอง และเขาจะคิดว่าเป็นประโยชน์กับตัวเขาเอง เลยกล้าที่จะทำความผิดในลักษณะนี้จับก็ยาก เพราะเป็นการสมประโยชน์กัน คนให้ก็ยินดีให้ เพราะสิ่งที่ให้ไปคุ้มค่าที่จะเสีย คนรับก็คิดว่าเป็นโอกาสของตัวเองที่จะรับ ดังนั้นกระบวนการยุติธรรมจะยอมรับสิ่งเหล่านี้ไม่ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราเคยได้ยินกันว่าคนทำชั่วจะคิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นเป็นเรื่องที่ดี จนกว่าความชั่วนั้นจะให้ผล กระบวนการยุติธรรมจึงต้องสงเคราะห์ให้เขาได้เห็นผลเร็วๆ ดิฉันคิดว่าหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมทุกหน่วย ไม่ว่าจะเป็นพนักงานสอบสวน ป.ป.ช. ป.ป.ท. อัยการ ศาล รวมไปถึงหน่วยงานที่รองรับคนผิดอย่างกรมราชทัณฑ์นั้น จะต้องปรับบทบาทของตนเองในการทำหน้าที่ โดยเน้นให้เห็นความสำคัญ 5 ประการ ได้แก่ ความถูกต้อง เป็นธรรม แม่นยำ รวดเร็ว และโปร่งใส ตรวจสอบได้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางเมทินีกล่าวว่า เรื่องความโปร่งใสตรวจสอบได้ แน่นอนว่าเราทำหน้าที่ในการค้นหาความจริงว่ามีการกระทำความผิดจริง คนที่ถูกกล่าวหาหรือจำเลยคนนั้นเป็นผู้กระทำความผิด ดังนั้นคนที่จะเป็นคนทำหน้าที่ค้นหาความจริง พิสูจน์ความผิด จะต้องไม่ทุจริตเสียเอง นอกจากนี้ ยังต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้ด้วยว่าเราจะทำงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริตอย่างแท้จริง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานศาลฎีการะบุว่า อีกส่วนที่สำคัญคือการคัดเลือกคนเข้ามาทำงานในองค์กรตั้งแต่ต้นทางเป็นเรื่องความสำคัญ &amp;nbsp;ไม่ใช่เพียงความรู้ความสามารถ แต่ต้องมีทัศนคติที่ดี ต้องมีคุณธรรม จริยธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต เป็นที่เชื่อมั่นศรัทธา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และโฆษก ป.ป.ช. กล่าวถึงการกล่าวหานายทักษิณ ชินวัตร เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ดำรงตำแหน่ง รมว.คมนาคม อนุมัติจัดซื้อเครื่องบินแบบ A340-500 จำนวน 4 ลำ และ A340-600 จำนวน 6 ลำ ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ระหว่างปี 2545-2547 รวม 10 ลำ มูลค่า 53,536 ล้านบาท ส่งผลให้การบินไทยแบกภาระหนี้เป็นจำนวนมาก ว่าที่ประชุม ป.ป.ช.ชุดใหญ่ได้มีมติตั้งองค์คณะไต่สวนโดย ป.ป.ช. 9 คน เป็นองค์คณะไต่สวนไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาที่ถูกตั้งไต่สวนคือ นายทักษิณ และนายสุริยะ กับพวกรวม 5 คน อาทิ บอร์ดการบินไทย โดยองค์คณะไต่สวนได้มอบให้สำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐวิสาหกิจ 1 เป็นผู้รับผิดชอบ ภายใต้การกำกับดูแลของ พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง กรรมการ ป.ป.ช.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสำนักข่าวอิศรา ได้เผยแพร่ข่าวในหัวข้อ &amp;quot;มี 5 คน ป.ป.ช.ตั้งคณะใหญ่ไต่สวนอนุมัติซื้อเครื่องบิน &amp;#39;ทักษิณ-สุริยะ-พิเชษฐ-ทนง-กนก&amp;#39;&amp;quot; มีเนื้อหาระบุว่า ผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้ &amp;nbsp;5 ราย นอกจากนายทักษิณและนายสุริยะแล้ว ยังมีนายพิเชษฐ สถิรชวาล อดีต รมช.คมนาคม, นายทนง พิทยะ อดีตประธานกรรมการบริษัท การบินไทยฯ และนายกนก อภิรดี อดีตกรรมการผู้อำนวยการใหญ่การบินไทย รวมอยู่ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ปัจจุบันนายพิเชษฐเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธรรมไทย ซึ่งเป็นพรรคเล็กร่วมรัฐบาล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117050</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายชวน หลีกภัย, ประธานรัฐสภา, ป้องกันโกง, รธน.ที่มีประชาธิปไตยกลายเป็นยุคที่มีรัฐมนตรีติดคุกมากที่สุด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210917/image_big_614472d3759d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114666</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พรรคเล็กดิ้นฟ้องศาลคว่ำบัตร2ใบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ชวน&amp;quot; เริ่มนับ 15 วันก่อนนัดลงมติแก้ รธน.วาระ 3 &amp;nbsp;ชทพ.ยันโหวตหนุนแม้เสียเปรียบบัตร 2 ใบ ภท.กั๊กรอที่ประชุม ส.ส.พรรคเคาะ ยังไม่มีแนวคิดยื่นศาล รธน. ก้าวไกลย้ำเรื่องตีความจบไปแล้ว พรรคเล็กฉะพรรคใหญ่ฮั้วแก้รัฐธรรมนูญ จ่อคว่ำร่างดิ้นฟ้องศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม เวลา 09.40 น. นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ (ฉบับที่...) พ.ศ. ... (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 &amp;nbsp;และมาตรา 91 ว่าด้วยระบบเลือกตั้ง) วาระ 3 ว่า ให้เริ่มนับไป 15 &amp;nbsp;วัน โดยเริ่มจากวันที่ 26 ส.ค.และจะต้องดูความพร้อมของสมาชิกในการนัดวันลงมติอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) เปิดเผยว่า พรรคสนับสนุนร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญซึ่งรัฐสภาผ่านการพิจารณาวาระสองแล้ว และจะลงมติเห็นด้วยในวาระสาม &amp;nbsp;โดยเหตุผลสำคัญคือ ระบบการเลือกตั้งด้วยบัตรเลือกตั้ง 2 ใบนั้นเป็นแนวทางที่นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย ได้วางไว้ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 และเป็นระบบที่ทำให้ประชาชนสามารถลงคะแนนเลือกตั้งได้ง่าย ซึ่งพรรคชาติไทยพัฒนาถือเป็นพรรคขนาดกลางค่อนไปทางเล็ก เสียเปรียบกับระบบเลือกตั้งดังกล่าว แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันถึงเวลาที่พรรคการเมืองต้องพัฒนานโยบายเพื่อแข่งขันในสนามเลือกตั้ง ส่วนที่ตนอภิปรายติดใจกรณีการคำนวณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อนั้น รายละเอียดสามารถเขียนกำหนดไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หากรัฐสภาลงมติวาระสามและไม่มีผู้ใดยื่นตีความต่อศาลรัฐธรรมนูญ จะเข้าสู่กระบวนการทูลเกล้าฯ ถวายและรอการประกาศเป็นกฎหมาย จากนั้นจะมีพรรคการเมืองเสนอร่างแก้ไข พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. โดยข้อกำหนดต้องทำให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน ดังนั้นจะไม่เกินเดือน มี.ค.65 และเชื่อว่าจะมีผู้เสนอร่างแก้ไข พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองร่วมด้วย เพราะเนื้อหายังมีปัญหากรณีการกำหนดให้ทำไพรมารีโหวต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากพรรคภูมิใจไทยแจ้งว่า พรรคภูมิใจไทยยังไม่ได้ประชุมหารือร่วมกันว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไรในการพิจารณาวาระ &amp;nbsp;3 เพราะเพิ่งลงมติวาระ 2 ไป ซึ่งยังมีเวลาดำเนินการภายใน 15 วัน &amp;nbsp;ทั้งนี้ต้องรอให้มีการประชุม ส.ส.ของพรรคก่อนว่าสรุปแล้วจะมีแนวทางอย่างไรต่อไป เพราะในวาระ 2 พรรคภูมิใจไทยได้งดอภิปรายและงดออกเสียง เนื่องจากเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ไม่เกิดประโยชน์กับประชาชน และความคิดของเรา ณ วันนี้ยังไม่เปลี่ยน ส่วนภายหลังการพิจารณาวาระ 3 เสร็จสิ้นแล้ว จะมีการร่วมมือกับพรรคร่วมรัฐบาลขนาดเล็กยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความหรือไม่นั้น พรรคภูมิใจไทยยังไม่มีแนวความคิดที่จะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า &amp;nbsp;หลังจากการพิจารณาผ่านวาระ 2 พรรคก้าวไกลทำอะไรไม่ได้แล้ว นอกจากรอการพิจารณาในวาระ 3 ทั้งนี้ที่ผ่านมาพรรคก้าวไกลไม่เคยบอกว่าจะยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พรรคภูมิใจไทยเคยพูด เนื่องจากแนวทางของพรรคคือการยื่นญัตติด่วนเรื่องขอให้รัฐสภาวินิจฉัยตีความข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. ... ที่เสนอโดยนายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และตอนนี้จบไปแล้ว ส่วนแนวทางการโหวตในวาระ 3 นั้น พรรคจะต้องมีการประชุม ส.ส.ของพรรคอีกครั้งก่อนถึงวันประชุมร่วมรัฐสภาโหวตวาระ 3 ว่าเราจะมีแนวทางอย่างไรต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายโกวิทย์ พวงงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท &amp;nbsp;กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 2 ที่เพิ่งผ่านไปมีแนวโน้มส่งสัญญาณการสมคบคิดแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของพรรคใหญ่ &amp;nbsp;เพราะจะใช้บัตรเลือกตั้งกี่ใบก็ได้ แต่การเพิ่มจำนวน ส.ส.เขตและลดจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะทำให้พรรคที่มีทุนหนาได้ประโยชน์ ขณะที่พรรคเล็กไม่มีโอกาส หากเกิดการเลือกตั้งใหม่จะเกิดระบบเผด็จการรัฐสภา พรรคเล็กจะสูญพันธุ์ ควรใช้ระบบคู่ขนานหรือการจัดสรรปันส่วนผสมมาใช้คำนวณ ส.ส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบในระบบนี้ ผลการเลือกตั้งจะมีพรรคการเมือง 1 หรือ 2 พรรคได้เสียงข้างมาก ไม่มีการถ่วงดุลจากพรรคขนาดกลางและพรรคเล็ก พรรคใหญ่สามารถงุบงิบมีวาระซ่อนเร้นได้ ถามว่าการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้มีบางอย่างส่งสัญญาณ หรือมีวาระซ่อนเร้นไม่โปร่งใส เกรงจะนำไปสู่ความขัดแย้งทางการเมืองในอนาคต เหมือนรัฐธรรมนูญปี 40 และปี 50 ที่เป็นต้นเหตุความขัดแย้งทางการเมือง นำไปสู่การรัฐประหาร และมีแนวโน้มจะเกิดขึ้นได้อีก อยากเตือนสติการพิจารณาการแก้รัฐธรรมนูญวาระ 3 ขอให้คิดให้ดี&amp;quot; นายโกวิทย์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนจะมีโอกาสที่พรรคเล็กที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลจะคว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 3 หรือไม่นั้น นายโกวิทย์กล่าวว่า พรรคเล็กมี 2 &amp;nbsp;แนวทาง คืองดออกเสียงกับไม่เห็นด้วย แต่จะไม่ลงมติเห็นด้วยอย่างแน่นอน ทั้งนี้ต้องประชุมหารือกันในพรรคเล็กอีกครั้ง เพื่อให้เป็นแนวทางเดียวกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากโหวตวาระ 3 แพ้จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ &amp;nbsp;นายโกวิทย์กล่าวว่า กำลังอยู่ระหว่างการหารือกัน แต่มั่นใจว่ามีเสียงเพียงพอที่จะยื่นแน่ เพราะพรรคเล็กทั้งพลังท้องถิ่นไท, ประชาชาติ, &amp;nbsp;รวมพลังประชาชาติไทย, เศรษฐกิจใหม่, พลังธรรมใหม่ รวมกันแล้วมีประมาณ 20 เสียง เมื่อรวมกับพรรคภูมิใจไทยที่มี 50 กว่าเสียง รวมแล้วเป็น 70 กว่าเสียง เพียงพอจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้จะหารือกับพรรคก้าวไกลด้วยว่าจะร่วมเข้าชื่อด้วยหรือไม่ โดยจะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญว่ากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ไม่ชอบ แต่จะมีเนื้อหาอย่างไรขอไปหารือกันก่อน และเชื่อว่าหากการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้สำเร็จ มีสัญญาณว่าพรรคพลังประชารัฐกับพรรคเพื่อไทยจะจับมือกันตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า พรรคเล็กจะตัดสินใจถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายโกวิทย์กล่าวเพียงว่า ขอรอดูข้อมูลการอภิปรายไม่ไว้วางใจก่อนว่ารัฐมนตรีจะสามารถชี้แจงได้หรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114666</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชทพ.ยันโหวตหนุนแม้เสียเปรียบบัตร 2 ใบ, นายชวน หลีกภัย, ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210826/image_big_6127188c78c16.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114470</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2021 11:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2021 11:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐสภาลงมติท่วมท้นถกรัฐธรรมนูญฉบับปรับปรุงใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ส.ค.2564 - ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม มีวาระพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91) ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาเสร็จแล้วในวาระสอง โดยก่อนเข้าสู่วาะที่ประชุมได้ลงมติ 357 ต่อ 42 งดออกเสียง 86 เสียง ให้นำร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ประธาน กมธ.ที่มีการทบทวนแก้ไขเมื่อวันที่ 24 ส.ค.เข้าสู่การพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายไพบูลย์ ชี้แจงว่า คณะ กมธ. ได้ปรับแก้ไขรายงานโดยได้ตัดออกหลายมาตรา เพราะเห็นว่าไม่มีความจำเป็น อาทิ มาตรา 85 ว่าด้วยการกำหนดให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศผลเลือกตั้งภายใน 30 วัน &amp;nbsp;บทเฉพาะกาลว่าด้วยกำหนดให้ออกพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญภายใน 120 วัน หากทำไม่แล้วเสร็จ ให้ กกต. ออกประกาศ เพื่อใช้ในการเลือกตั้ง ทั้งนี้ คณะ กมธ.ได้คงมาตราที่เพิ่มเติม คือ มาตรา 86 &amp;nbsp;เพื่อปรับตัวเลข ส.ส.ให้สอดคล้องกับหลักการที่ให้มี ส.ส.เขต 400 คน และบัญชีรายชื่อ 100 คน &amp;nbsp;และคงบทเฉพาะกาลบางส่วนไว้ เพื่อรองรับในส่วนที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ส. ถ้าเกิดเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ขณะนี้ ก็ไม่เกี่ยวกับการแก้ไขฉบับนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ส.ว. อภิปรายว่า การแก้ไขของ กมธ.แก้รัฐธรรมนูญถือว่าฉุกละหุก เมื่อวันที่ 24 ส.ค.ได้นำเสนอให้รัฐสภาพิจารณา แต่ไม่เห็นเนื้อหาว่าแก้อย่างไร จึงไม่แน่ใจว่ากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไร แต่เชื่อว่าจะมีผู้นำเรื่องไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้นการแก้ไขของ กมธ. ควรพิจารณาในที่ประชุม ไม่ใช่ใช้มติ กมธ.แก้ไขเปลี่ยนแปลง แล้วให้ที่ประชุมรัฐสภาอนุญาต ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า มีการแก้ไขคำแปรญัตติที่ไม่ตรงกับคำขอที่เสนอต่อที่ประชุม ดังนั้น จึงควรถอนร่างรัฐธรรมนูญออกไปก่อน เพื่อกลับไปแก้ไขให้สมบูรณ์ ให้เนื้อหาตรงกัน เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีบทบัญญัติเฉพาะ ไม่ต้องการให้มีปัญหากระทบต่อสมาชิกรัฐสภาระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวน กล่าวว่า เมื่อ กมธ.แก้ไขเปลี่ยนแปลง ต้องขออนุญาตตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ 37 เมื่อคณะกมธ. มีการแก้ไขเพิ่มเติมญัตติ จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตของที่ประชุมรัฐสภา ดังนั้น จึงขอถามที่ประชุมว่าเห็นชอบให้คณะกมธ.นำเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมหรือไม่ ผลปรากฏว่าที่ประชุมเห็นชอบ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114470</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายชวน หลีกภัย, ประธานรัฐสภา, มาตรา 83, มาตรา 91, รัฐสภา, ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210701/image_big_60dd908903986.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113720</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 12:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 12:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ยุทธพงศ์’ปัดหน้าหงายโบ้ย‘ชวน’ฟังไม่ได้ยินเครื่องเสียงไม่ดีแต่กลับจะล่าชื่อเสนอญัตติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.2564 &amp;nbsp;- ที่ห้องแถลงข่าว อาคารรัฐสภา นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2565 แถลงข่าวว่า ก่อนประชุมสภาเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณได้ขอหารือกับนายชวน หลีกภัย ประธานสภาเพื่ออยากสอบถามความคืบหน้า กรณีที่ได้ส่งหนังสือไปยังนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง ในฐานะประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีพ.ศ.2565 ตรวจสอบการกระทำของนายเรืองไกร กรณีรถเบนซ์หรูมีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง แต่เนื่องจากระหว่างหารือนายชวนอาจฟังไม่ค่อยได้ยิน หรือเครื่องเสียงของสภามีปัญหา นายชวนเลยชี้แจงพร้อมกับแนะนำให้ดำเนินการ 2 ช่องทาง คือ 1.ให้ ส.ส.ร่วมกันลงนามยื่นเป็นญัตติมาถึงประธานสภา แล้วส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามีการกระทำฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญมาตรา 144 หรือไม่ ซึ่งได้นำไปหารือกับนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เห็นด้วย ไฟเขียวมอบให้ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ร่างญัตติจากนั้นจะรวบรวมรายชื่อ ส.ส.ให้ได้ไม่เกินกว่า 50 คน เพื่อเป็นไปตามข้อบังคับสภาส่งให้นายชวนต่อไป และ 2.นายเรืองไกร เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เป็น กมธ.วิสามัญฯ เมื่อนายชวนแนะนำให้ไปร้อง ป.ป.ช. หากเห็นว่านายเรืองไกร กระทำความผิดตามกฎหมายมาตรา157 หรือไม่ กรณีก็ได้ไปยื่นร้องให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบแล้ว เมื่อ 16 ส.ค.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในการหารือของผมต่อนายชวน แล้วสื่อไปลงทำนองว่า ผมหน้าแตก หน้าหงายบ้าง โดยข้อเท็จจริง ไม่ได้ไปร้องนายชวนให้ตรวจสอบนายเรืองไกร เพียงแต่จะหารือเรื่องที่ผมเคย ยื่นหนังสือไปให้นายอาคม ตรวจสอบนายเรืองไกร นายอาคมว่าอย่างไรบ้าง นายเรืองไกร บอกเองตอนได้รถเบนซ์หรูมาจากผู้ใหญ่ใจดี เมื่อนายเรืองไกร ร้องให้ตรวจสอบคนอื่น ไปทั่ว ก่อนจะไปตรวจสอบ ควรกวาดบ้านตัวเองให้สะอาด เมื่อไปร้องคนอื่นให้ตรวจสอบได้ นายเรืองไกรก็ถูกยื่นตรวจสอบได้เช่นกัน&amp;rdquo;นายยุทธพงศ์กล่าว &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113720</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายชวน หลีกภัย, นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, พท., พรรคเพื่อไทย, ส.ส.มหาสารคาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210818/image_big_611ca02491ec1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113701</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 10:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 10:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ชวน’แจ้งยอดทั่นผู้ทรงเกียรติตอนนี้เหลือแค่482คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.2564 - ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม แจ้งต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรถึงจำนวน ส.ส.ที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ว่าขณะนี้มี 482 คน หลังจากที่ศาลฎีกามีคำสั่งรับคำร้อง คดีหมายเลขดำที่ คมจ. 2/2564 ระหว่าง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้ร้อง กับ น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะผู้คัดค้าน กรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงไว้พิจารณา เป็นผลให้ น.ส.ธณิกานต์ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.จนกว่าจะมีคำพิพากษาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 235
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113701</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์, นายชวน หลีกภัย, ประธานสภาผู้แทนราษฎร, พปชร., พรรคพลังประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210810/image_big_6111eb9bb4e1e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113695</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 10:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 10:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ยุทธพงศ์’หน้าหงาย‘ชวน’อบรบช่องทางจับผิด‘เรืองไกร’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.2564 - ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฏร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาทำหน้าที่เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 วงเงิน 3.1 ล้านล้านบาท ที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาแล้วในวาระสอง โดยก่อนเริ่มการพิจารณา นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ท้วงถามถึงกรณียื่นเรื่องให้สอบสวนพฤติกรรมนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 &amp;nbsp;ซื้อรถใหม่ป้ายแดง ระหว่างดำรงตำแหน่งเป็น ซึ่งน่าสงสัยถึงแหล่งที่มาของเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวนชี้แจงว่า เรื่องนี้เป็นกล่าวหากันในช่วงการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ซึ่งนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง &amp;nbsp;ในฐานะประธาน กมธ.งบประมาณ ได้ทำหนังสือแจ้งมาว่าไม่อยู่ในอำนาจของ กมธ. และเห็นว่าให้รัฐสภาตรวจสอบข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตามฝ่ายกฏหมายของสภาพิจารณาแล้วเช่นกัน เห็นว่าหากจะให้สภาตรวจสอบต้องยื่นเป็นญัตติ แต่ในที่นี้ยังไม่ได้ทำเป็นญัตติ และหากต้องการจะยื่นไปยังองค์กรที่ตรวจสอบการทุจริตก็ขอให้นายยุทธพงศ์กลับไปดูรัฐธรรมนูญว่ากำหนดเงื่อนไขอย่างไรบ้าง เช่น ต้องเข้าชื่อกี่คน เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113695</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายชวน หลีกภัย, นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, พท., พรรคเพื่อไทย, ส.ส.มหาสารคาม, สภาผู้แทนราษฏร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210726/image_big_60fe4645ac557.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
