<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>37204</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2019 12:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2019 11:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.อีสาน ชู &#039;หญิงหน่อย&#039; ชิงเก้าอี้นายกฯสวนกระแสเพื่อไทยดันชัชชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค.62 - นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวพรรคเพื่อไทยเตรียมเสนอเปลี่ยนชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี โดยให้นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ขึ้นเป็นแคนดิเดตนายกฯแทน ว่า ในการประชุมยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยเช้านี้ ตนจะเสนอชื่อคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง เป็นแคนดิเดตนายกฯ ในนามของ 7 พรรคการเมือง เพราะเห็นว่า คุณหญิงสุดารัตน์ มีความเหมาะสมมากที่สุดในสถานการณ์ขณะนี้ ทั้งความสามารถและการบริหารจัดการ ซึ่งเห็นได้จากการเลือกตั้งที่ผ่านมาคุณหญิงสุดารัตน์ เป็นหัวเรือของพรรคที่นำพาชัยชนะกวาดที่นั่ง ส.ส.ได้มากที่สุดจนเป็นพรรคอันดับหนึ่ง เบื้องต้นได้พูดคุยกับกลุ่มส.ส.อีสานทุกคน รวมถึงส.ส.ภาคอื่นก็เห็นด้วยกับข้อเสนอของตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงจุดยืนของคุณหญิงสุดารัตน์ ที่ประกาศจะเสียสละไม่รับตำแหน่งก่อนหน้านี้ นายไพจิตกล่าวว่า เป็นเอกสิทธิ์ส่วนตัวของคุณหญิงสุดารัตน์ ที่ได้ประกาศไว้ตอนที่ทาบทามให้พรรคการเมืองขั้วที่ 3 มาร่วมงาน แต่เมื่อสถานการณ์​ทางการเมืองเปลี่ยนแปลงไป ก็เชื่อว่าเงื่อนไขบางอย่างจะสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์ที่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการประชุมยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อไทยในวันนี้จะเป็นการประชุมกรรมการยุทธศาสตร์วงเล็ก พร้อมกับประธานส.ส.ภาคต่างๆเพื่อหารือประเด็นทางการเมืองที่เกิดขึ้นในรอบสัปดาห์นี้รวมถึงเตรียมพร้อมส.ส.หากสภาฯเรียกประชุมเพื่อโหวตเลือกนายกฯ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37204</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคเพื่อไทย, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์, นายไพจิต ศรีวรขาน, แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181220/image_big_5c1b9b8f3da6d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31016</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2019 09:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2019 09:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แคนดิเดตนายกฯเพื่อไทย&#039;ออกตัว&#039;อดีตแกนนำทษช.&#039;เดินสายไม่มีผลต่อพรรคมากนัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มี.ค.62- นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีที่ผลพวงจากอดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ ตั้งกลุ่มก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตยเพื่อเดินหน้าสนับสนุนฝ่ายประชาธิปไตยต่อไปว่า จะไม่ส่งผลต่อพรรคเพื่อไทย เพราะตนมองว่าไม่ได้มีอะไรแตกต่างกัน อุดมการณ์เราคล้ายๆกัน &amp;nbsp;หากกลุ่มดังกล่าวไปดำเนินการถือเป็นสิทธิ และไม่ได้ขัดแย้งอะไรกัน แต่เราไม่ได้มีการพูดตคุยกัน เขามีความเป็นอิสระ มีความคิดเป็นของตนเอง และเราเคารพซึ่งกันและกัน รวมถึงนโยบายรวมของเราก็ไม่ได้ขัดแย้งกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การเดินสายของอดีตแกนนำไทยรักษาชาติเป็นอิสระ อย่างไรก็ตามเหลือเวลาก่อนการเลือกตั้งเพียง 10 กว่าวัน คงไม่มีผลอะไรแล้ว พรรคเพื่อไทยเราจะเดินของเราอย่างเต็มที่ ส่วนไทยรักษาชาติจะเดินอย่างไรก็แล้วแต่เขา เพราะเขามีฐานเสียงของเขาอยู่แล้ว และเขาจะทำอย่างไรเราต้องเคารพการตัดสินใจของไทยรักษาชาติ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31016</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคเพื่อไทย, การเลือกตั้ง, นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์, หาเสียง, อดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190311/image_big_5c85cce87a9bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31013</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2019 09:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2019 09:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ชัชชาติ&#039;จี้&#039;มาร์ค&#039;เอาให้ชัดร่วม-ไม่ร่วม&#039;พปชร.&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มี.ค.62- ที่ตลาดสายหยุด ชุมชนนิคมรถไฟมักกะสัน(บ้านพักรถไฟ) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมด้วยนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ลงพื้นหาเสียงช่วย นายประพนธ์ เนตรรังษี ผู้สมัคร ส.ส เขต 6 จตุจักร ( แขวงจตุจักรและแขวงจอมพล) พญาไท และราชเทวี โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนให้ความสนใจ มอบดอกกุหลาบให้กำลังใจ และขอถ่ายรูปด้วยเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ นายชัชชาติ และคณะได้นั่งจิบกาแฟ และพูดคุยกับชาวบ้าน ผู้นำชุมชุน เพื่อสอบถามถึงปัญหา โดยเฉพาะปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัชชาติ กล่าวว่า พ่อค้า แม่ค้าบ่นถึงปัญหาปากท้อง และปัญหาการเดินทางก็เป็นปัญหาหลัก นอกจากนี้ ชาวบ้านยังกังวลเรื่องของพื้นที่ ซึ่งเป็นที่ของการรถไฟ หากในอนาคตนำพื้นที่ไปให้เอกชนเช่า หรือดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว อนาคตของชุมชนจะเป็นอย่างไร ในอนาคตหากเราได้เป็นรัฐบาล เราจะทำการสำรวจพื้นที่ในเมืองทั้งหมด เพื่อมาทำเป็นที่อยู่อาศัยให้คนที่มีรายได้น้อยให้มีบ้านใกล้ที่ทำงาน ทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และมีคุณภาพที่ดีขึ้น ตามแนวคิดเรื่องบ้านใกล้งาน ส่วนนโยบายเกี่ยวกับการรถไปซึ่งต้องดูภาพรวม เพราะการรถไฟเป็นหน่วยงานเก่า จะช่วยลดต้นทุนการขนส่วของประเทศ แต่การแก้ปัญหารถไฟนั้นเป็นเรื่องใหญ่ เป็นภาระหนี้ และการลงทุนซึ่งตนคิดว่าต้องทำรางคู่ให้ดีก่อน และต้องสั่งหัวรถเพิ่ม พร้อมกับดึงลูกค้าให้มาใช้บริการด้วย เพื่อเพิ่มรายได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัชชาติ ยังกล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ประกาศไม่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯต่อว่า หัวใจไม่ใช่พล.อ.ประยุทธ์ แต่น่าจะเป็นเรื่องของหลักการ ความจริงแล้วนายอภิสิทธิ์ควรมีจุดยืนว่าจะร่วมกับพลังประชารัฐหรือไม่ ไม่ใช่อยู่ที่ตัวบุคคล ควรเน้นที่ตัวพรรคมีอุดมการณ์ว่าเป็นอย่างไร แต่ก็เป็นสิทธิ์ของนายอภิสิทธิ์ ที่จะไม่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ แต่จะสนับสนุนพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ เป็นสิ่งที่ประชาชนจะตั้งคำถาม ทั้งนี้ตนมองว่า การที่นายอภิสิทธิ์แสดงท่าทีแบบนี้อาจจะเป็นการแข่งขันทางการเมือง เพราะคนส่วนใหญ่อาจจะไม่อยากให้มีการสืบทอดอำนาจ ซึ่งการทำเช่นนี้อาจจะสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ หรือประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยหรือไม่ ส่วนจะเป็นการเรียกคะแนนหรือไม่ก็แล้วแต่คนมอง แต่ทางพรรคเพื่อไทยเรามีจุดยืนมานานมากแล้ว และสุดท้ายแล้วพลังประชารัฐจะร่วมกับประชาธิปัตย์หรือไม่ก็ยังเป็นคำถามที่ประชาาชนยังคาใจอยู่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประชาชนตัดสินใจ เราคงประเมินอะไรไม่ได้ แต่เราจะทำของเราให้ดีที่สุด และสุดท้ายทุกคนจะสะท้อนตัวตนของตัวเองออกมาว่าคิดอย่างไร ของอย่างนี้ปิดกันไม่มิด และเชื่อว่าประชาชนก็เห็นจากข้อมูลต่างๆ เราต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมมีข้อเป็นห่วงการเลือกตั้งล่วงหน้าทั้งหมดไม่ใช่แค่นอกราชอาณาจักร การเก็บรักษาหีบบัตร ซึ่งในอาทิตย์หน้าจะมีการเลือกตั้งล่วงหน้าในประเทศ ก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะต้องมีการเก็บหีบบัตรหลายวัน คิดว่าต้องช่วยกันทำให้มีความโปร่งใส เพราะสุดท้ายเราต้องการความมั่นใจกลับคืนมา เพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้า หากมีข้อกังขาในการเลือกตั้งก็จะทำให้ไม่มีความมั่นใจ และมีผลกระทบตามมา เราต้องช่วยกัน กกต.ต้องแสดงจุดยืน และความเป็นมืออาชีพกลับมาเพื่อให้การเลือกตั้งโปร่งใส และเดินหน้าต่อไปได้&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31013</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเลือกตั้ง, นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หาเสียง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190311/image_big_5c85cae519644.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30442</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2019 14:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2019 13:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พท.&#039;ปรับแผนโค้งท้ายชู&#039;30-100-180วัน&#039;แก้เศรษฐกิจ-พักหนี้เกษตรกร 3ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4 มี.ค.62- &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย มีการแถลงนโยบายเร่งด่วนที่จะดำเนินการใน 30 วัน 100 วัน และ 180 วันหากได้เป็นรัฐบาล มีผู้สมัครส.ส.ระบบเขตเลือกตั้ง ระบบบัญชีรายชื่อ เข้าร่วมรับฟังการแถลงนโยบายอย่างพร้อมเพรียง เช่นเดียวกับ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ นายชัยเกษม นิติสิริ ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯในนามพรรคเพื่อไทย เข้าร่วมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัชชาติกล่าวว่า ปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในปัจจุบันประชาชนส่วนใหญ่เป็นหนี้และคนตัวเล็กไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้ เราจำเป็นต้องสร้างโอกาสในการทำธุรกิจ ก่อนปี 2554 เราเคยใช้นโยบายเศรษฐกิจ 4 ปีซ่อม 4 ปีสร้าง แต่วันนี้เราต้องใช้นโยบาย 4 ปีซ่อมและสร้างไปพร้อมๆกัน เศรษฐกิจไทยไทยปัจจุบันเหมือนติดหล่ม ต้องใช้รถโฟวิลไดร์ฟพาประเทศออกจากหล่ม ล้อแรก จะเน้นการขับเคลื่อนการส่งออก และการท่องเที่ยว ล้อที่ 2 ส่งเสริมการลงทุน หัวใจสำคัญคือความเชื่อมั่น หลังการเลือกตั้งเราต้องเรียกความเชื่อมั่นจากนักลุงทน ล้อที่ 3 กระตุ้นการบริโภคในประเทศ จึงจำเป็นต้องสร้างรายรับให้กับประชาชน กลุ่มใหญ่คือการเพิ่มราคาสินค้าการเกษตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล้อที่ 4 กระตุ้นการลงทุนภาครัฐ ดังนั้นในภาพรวมเราจะเพิ่มรายได้ประชาชน ทั้งเรื่องของสตรีทฟู้ดส์ การค้าขายออนไลน์ โอท็อป ทำสินค้าให้มีคุณภาพ ต้องเพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยวให้ได้ 3.3 ล้านล้านบาทให้ได้ใน 4 ปี โดยหาจุดแข็งของแต่ละจังหวัดแต่ละพื้นที่ ผลักดันการค้าออนไลน์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป รวมถึงลดอุปสรรคจากหน่วยงานราชการ เช่น การขออนุญาตต่างๆที่ยุ่งยาก สุดท้ายคือเรื่องภาษี ต้องเก็บภาษีบริษัทให้สมเหตุสมผล เราต้องแก้ที่รากของปัญหาแจกโอกาสให้ประชาชน พรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะซ่อม และสร้างใน 4 ปี ข้างหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนคุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า เราให้คำมั่นว่าสามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ภายใน 180 วัน เราจะไม่ยอมให้ประชาชนต้องทุกข์ร้อนจะทำทันที ด้วยการ ปรับหนี้ เติมเงิน ลดภาษี สร้างเศรษฐกิจใหม่ เริ่มจากการตรวจโรคใน 30 วันแรก จะต้องสำรวจตรวจสอบความเสียหายจากโครงสร้างที่บิดเบี้ยว ที่ทำให้เศรษฐกิจเบี้ยวไปด้วย ทั้งการตรวจสภาพหนี้ของรัฐบาล การใช้ทรัพยากรของรัฐที่ไม่เกิดประโยชน์ ตรวจสอบกฎหมายที่ทำให้เกิดความเสียหายต่างๆ อาทิ ร่าง พ.ร.บ.มั่นคงไซเบอร์ฯ กฎหมายข้าว รวมถึงข้อตกลงต่างๆที่ส่งผลกระทบต่อคนไทย เช่น เรื่องการประมง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระยะที่สองคือการรักษาแผลของประเทศภายใน 100 วัน โดยเริ่มจากการปรับหนี้และเพิ่มรายได้ เราต้องอัดน้ำเกลือให้ประชาชนเอาหนี้มาพักให้เขาลุกขึ้นได้ ด้วยการพักหนี้เกษตรกร 3 ปี ช่วยปรับโครงสร้างหนี้เอสเอ็มอีหรือธุรกิจรายย่อย ปรับหนี้ครู และหนี้ของนักเรียนที่กู้ กยศ. แล้วตั้งสถาบันพัฒนารายได้ทุกจังหวัดให้ผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่าย จะมีทุนกู้ให้เบื้องต้นรายละ 5 ล้านบาท รวมถึงเร่งขยายศักยภาพสินเชื่อธุรกิจรายย่อยขยายเพดานวงเงินจาก 50,000 บาท เป็น 100,000 บาท พร้อมกันนี้จะมีการปรับเงินเดือนและค่าแรงขั้นต่ำ 15% แบบค่อยเป็นค่อยไปไม่ให้กระทบกับผู้ประกอบการ และจะมีมาตรการช่วยเหลือเช่นลดภาษีนิติบุคคล สุดท้ายสนับสนุนเงินทุนในการพัฒนาการผลิตให้เกษตรกร เช่นสนับสนุนต้นทุนการผลิตให้ชาวนา 5000 บาทต่อเกวียน ไม่เกิน 15 เกวียน หรือ 75,000 บาทต่อราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระยะที่ 3 คือการให้วัคซีนไม่ให้คนกลับมาป่วยอีกใน 180 วัน ด้วยการเร่งทลายอุปสรรคจากกฎหมายที่ล้าหลังเป็นอุปสรรคต่อการทำกิน เพื่อต้องสร้างโอกาสให้เกิดธุรกิจใหม่ ต้องทำให้การดำเนินการต่างๆสะดวกขึ้น เช่น การทำคราฟเบียร์ หรือสุรากลั่นชุมชน รวมถึงเราต้องเจรจาการค้าเสรีระหว่างประเทศ สิ่งนี้คือจุดแข็งของพรรคเพื่อไทย รวมถึงต้องหยุดการรีดภาษีจากประชาชน และให้สิทธิพิเศษนอกอีอีซี ด้วยการปรับลดภาษีให้เอสเอ็มอีรายย่อยที่ยอดขายไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี เป็นภาษีเหมาจ่ายเพียง 1% ยกเว้นภาษีออนไลน์ 2 ปี งดเว้นภาษีให้กับสินค้าและบริการที่มีชื่อว่า &amp;ldquo;ไทยทำ&amp;rdquo; แล้วพรรคเพื่อไทยจะนำสินค้าเหล่านี้ไปขายในต่างประเทศ รวมถึงสตาร์ทอัพ เราก็จะงดเว้นภาษีให้ 2 ปีเช่นกันเพื่อให้เขาตั้งตัวได้ก่อน เพราะเราต้องเดินเศรษฐกิจ 2 ขา ทั้งรับการลงทุนจากต่างประเทศ และเพิ่มศักยภาพภายในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรามีเป้าหมายเรื่องราคาเกษตร โดยตั้งเป้าให้ราคาข้ามขาว 5% ราคาอย่างน้อย 10,000 บาทต่อเกวียน ข้าวหอมมะลิ 15,000 บาทต่อเกวียน ยางพารากิโลกรัมละ 60 บาทขึ้นไป อ้อยกิโลกรัมละ 100 บาทขึ้นไป ปาล์มกิโลกรัมละ 4.5 บาทขึ้นไป และข้าวโพดกิโลกรัมละ 7 บาทขึ้นไป พท.รู้กลไกที่จะทำให้เกิดจริง ราคาสินค้าเกษตรต้องกลับมาดีภายใน 180 วัน นอกจากนี้ เราจะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตสินค้าเกษตรป้อนโลกให้ได้ และเกษตรกรจะเป็นผู้กำหนดราคา เราจะทำให้เกษตรกรมีรายได้ 1.4 ล้านล้านบาทต่อปี และมีกองทุนปรับหน้าดินให้เกษตรกรด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า เราต้องเตรียมความพร้อมให้เด็กไทยที่กำลังจะจบ โดยจะมีกองทุนเสริมสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่หรือเถ้าแก่ใหม่ ทั้งในกทม. และภูมิภาค ศูนย์นี้จะต้องทำคอนแท็กกับมหาวิทยาลัยดังทั่วโลกดึงองค์ความรู้ของมหาวิทยาลัยต่างๆมาช่วย พร้อมกับหาเงินทุนให้ด้วย และหากธุรกิจสตาร์ทอัพใดที่รัฐเห็นว่ามีประโยชน์ต่อรัฐ รัฐอาจจะเข้าไปร่วมลงทุนด้วย ต่อมาคือ กองทุนคนเปลี่ยนงาน ที่จะให้ทั้งเงินทุน ทักษะ และความรู้ให้คนที่ต้องการเปลี่ยนงาน วันนี้หลายพรรคพูดเรื่องสวัสดิการต่างๆเราไม่ขัด แต่สิ่งที่เราคิดต่างคือไม่ได้คิดแค่แจกเงิน แต่คิดถึงการสร้างรายได้ด้วย เราจะไม่แก้หนี้ด้วยหนี้ แต่เราจะแก้หนี้ด้วยรายได้ เชื่อว่าเราจะสามารถพลิกฟื้นเศรษฐกิจได้ตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30442</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเลือกตั้ง, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์, พรรคเพื่อไทย, หาเสียง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190304/image_big_5c7cc9873756e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30405</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2019 08:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2019 08:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.ปรับแผนหาเสียงโค้งสุดท้ายนัดผู้สมัครส.ส.ทั่วปท.ติวเข้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มี.ค.62- ในเวลา &amp;nbsp;10.00 น. พรรคเพื่อไทย จะเรียกประชุมผู้สมัครส.ส.ทั่วประเทศ เพื่อสรุปและรับฟังเรื่องราวปัญหาอุปสรรคต่างๆในการหาเสียงเลือกตั้งในแต่ละพื้นที่ &amp;nbsp;รวมทั้งคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย (พท.) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จะบรรยายในการหาเสียงโค้งสุดท้ายด้วยแนวทาง&amp;rdquo;ลดหนี้..เติมเงิน..ลดภาษีสร้างเศรษฐีใหม่..&amp;rdquo; เน้นไปที่การแก้ไขปัญหาการทำงานในแผนระยะสั้นก่อน หากเลือกเพื่อไทยเราจะทำทันที เพื่อแก้ไขปัญหาในทุกๆด้านตามด้วยแผนระยะกลางและระยะยาว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรคเพื่อไทย ก็จะบรรยายในประเด็นถึงเวลาประเทศไทยกลับมายิ่งใหญ่ในเวทีโลก เพื่อให้ผู้สมัครนำไปบอกกับประชาชน ถึงแนวนโยบายในการแก้ไขปัญหาของประเทศที่หมักหมมและสะสมมานานกว่า5ปีในแผนระยะสั้นที่เรียกว่า&amp;rdquo; 100 วันแก้ไขได้ทันที..&amp;rdquo;เพื่อจะนำพาประเทศไทยให้หลุดพ้นจากกับดักเศรษฐกิจที่ย่ำแย่อยู่ในขณะนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30405</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเลือกตั้ง, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์, ผู้สมัครส.ส., พรรคเพื่อไทย, หาเสียง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190225/image_big_5c73746d26b9d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29771</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2019 16:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2019 16:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เข็ดแล้วโครงการรับจำนำข้าว &#039;ชัชชาติ&#039; ปัดพัลวันเพื่อไทยไม่มีนโยบาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.พ.62 -&amp;nbsp;นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในบัญชีของพรรคเพื่อไทย และ น.ส.ลีลาวดี วัชโรบล ผู้สมัคร ส.ส. พรรคเพื่อไทย เขต 1 (พระนคร-ป้อมปราบฯ-ดุสิต) หมายเลข 9 เดินทางมาหาเสียง พูดคุยกับชมรมตลาดผลไม้สะพานขาวสี่แยกมหานาค ผู้รับซื้อและค้าส่งผลไม้ทั่วประเทศ โดดยเปิดเผยว่า พ่อค้าหลายรายยอมรับว่าการค้าขายจาก 100% ลดลงเหลือ 5% เนื่องจากเศรษฐกิจระดับฐานรากตกต่ำประชาชนไม่มีกำลังซื้อ พ่อค้าแม่ค้าผลไม้ปลีกจากต่างจังหวัดที่เคยมาซื้อที่ตลาดมหานาคก็ลดลง ประกอบกับการจัดระเบียบที่จอดรถริมถนนและการจัดระเบียบทางเท้าทำให้การจอดรถซื้อขายผลไม้ลดลงอีก ซึ่งพ่อค้าต้องการให้พรรคเพื่อไทยเตรียมนโยบายที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัชชาติ กล่าวว่า อันดับแรกคือต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กลับคืนมา เพื่อให้เกิดการลงทุน เพราะทุกวันนี้เงินในระบบมีเยอะ แต่คนไม่กล้าลงทุน เพราะไม่มั่นใจในเสถียรภาพทางการเมือง พร้อมทั้งพัฒนาระบบเศรษฐกิจฐานราก เช่น เกษตรกร ให้ได้ราคาสินค้าที่ดีขึ้น มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเพื่อให้มีกำลังซื้อ ขณะเดียวกันต้องพึ่งพาการลงทุนจากต่างประเทศให้น้อยลง แต่พึ่งพาเศรษฐกิจภายในประเทศให้มากขึ้น ได้แก่ การลงทุนในระดับเส้นเลือดฝอย, การบริโภคภายในประเทศ และการเกษตร ขณะเดียวกันจะต้องช่วยเหลือคนตัวเล็กให้มีแหล่งกู้ยืมเงินลงทุนและใช้จ่ายหมุนเวียน ประกอบกับรัฐบาลจะต้องสนับสนุนเทคโนโลยีและให้ความรู้ในการใช้จ่ายเงินลงทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัชชาติ ยังกล่าวเสริมว่า เดิมประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมแต่ยังไม่มีการพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพของการเกษตรให้ดีขึ้น กลับไปเริ่มต้นอุตสาหกรรมและพัฒนาอุตสาหกรรมก่อน สิ่งที่เกิดขึ้นจึงเป็นแรงงานราคาถูก และราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ในขณะที่โครงสร้างเศรษฐกิจโลกเริ่มเปลี่ยนไป ดังนั้นต้องเพิ่มประสิทธิภาพของเกษตรให้ดีขึ้น เพิ่มความต้องการซื้อในตลาด พัฒนาและแปรรูปสินค้าเพื่อเพิ่มราคา พัฒนาระบบชลประทานเพื่อให้เกษตรกรสามารถปลูกพืชทางเลือกได้เพิ่มมากขึ้น พร้อมทั้งพัฒนาเทคโนโลยีทางการเกษตร ลดต้นทุนแรงงานให้น้อยลงเพิ่มรายได้ให้มากขึ้น ส่วนการช่วยเหลือคนจนเป็นนโยบายระยะสั้นที่ต้องดูเป็นรายกรณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการจัดระเบียบทางเท้า นายชัชชาติ มองว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่สำหรับคนหาเช้ากินค่ำไม่ใช่เรื่องง่าย รัฐบาลต้องช่วยประสานกับเอกชนเพื่อหาพื้นที่ให้ผู้ค้าหาบเร่แผงลอยขายสินค้าแทนที่เก่า และกำหนดช่วงเวลาค้าขายตามทางเท้า นอกจากนี้การจัดระเบียบสถานบริการให้ปิดก่อนเที่ยงคืน กระทบกับผู้ค้าอาหารและบริการอื่นๆ ตามมา ดังนั้นการจัดระเบียบสร้างความเรียบร้อยแต่กระทบวิถีชีวิตของคน รัฐบาลจึงต้องคืนโอกาสให้กับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีประชาชนพูดถึงเรื่องร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม นายชัชชาติ น้อมรับและพร้อมปรับปรุงไม่ให้เกิดขึ้นอีก พร้อมกล่าวว่าอยากให้ทุกคนถอดเสื้อทุกสีแล้วใส่เสื้อประเทศไทย หลังการเลือกตั้งหากใครได้เป็นรัฐบาลตนก็พร้อมที่จะทำงานไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อประชาชนถามว่าหากนายชัชชาติได้เป็นนายกรัฐมนตรีจะแก้ปัญหาได้เป็นเรื่องแรก นายชัชชาติ ตอบว่าจะสร้างความมั่นใจให้ธุรกิจเดินไปข้างหน้า ให้ประเทศเดินไปข้างหน้าอย่างสามัคคีและยุติความขัดแย้ง ลำดับต่อมาคือการปราบปรามคอรัปชั่นโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมผ่านทางออนไลน์และแอพพลิเคชั่นต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนโยบายดีๆ นายชัชชาติ เห็นว่าควรสานต่อเพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง เช่น โครงการ EEC และ นโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตนก็จะไม่ยกเลิก เนื่องจากภาครัฐได้เตรียมเงินช่วยเหลือไว้แล้วและเป็นการช่วยเหลือคนจน แต่เรื่องจะเพิ่มเงินช่วยเหลือหรือไม่ต้องศึกษาพิจารณาอย่างละเอียด แต่สิ่งสำคัญคือต้องเพิ่มประสิทธิภาพการใช้บัตรให้ครอบคลุมการใช้บริการโครงสร้างพื้นฐานให้มากขึ้น ขณะเดียวกันประชาชนต้องสามารถกดเงินสดเพื่อไปซื้อของเล็กๆ น้อยๆในตลาดได้เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนของเงินในระบบซึ่งเป็นหัวใจของบัตรคนจน และในอนาคตจะต้องรวมบัตรนี้ไว้กับบัตรประชาชนใบเดียว ไม่ต้องพกบัตรคนจนเพราะทุกคนคือคนไทยเหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่หลายพรรคการเมืองเสนอนโยบายรัฐสวัสดิการช่วยเหลือเงินให้กับประชาชนที่ยากจน, ผู้สูงอายุ, มารดาและเด็กแรกเกิด นายชัชชาติเห็นว่า ประเทศไทยยังไม่ใช่รัฐสวัสดิการแบบประเทศที่พัฒนาแล้ว เนื่องจากปัจจุบันเก็บภาษีได้เพียงร้อยละ 14 - 16% ขณะที่ประเทศที่พัฒนาแล้ว เก็บภาษีได้มากกว่า 25% ดังนั้นจึงต้องใช้เงินอย่างชาญฉลาด ไม่เน้นการแจกเงินแต่เน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ถาวรวัตถุเพื่อให้เกิดประโยชน์ระยะยาว รวมทั้งนำเงินไปพัฒนาโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคให้ดียิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้นายชัชชาติ ยังปฏิเสธกรณีพรรคเพื่อไทยจะเอาไว้ทำโครงการรับจำนำข้าวต่อ แต่จะมีโครงการอื่นเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว พร้อมทั้งกล่าวย้ำว่าไม่อยากให้คนไทยเลือกพรรคเพื่อไทย เพราะสัญญาว่าจะให้ราคาสินค้าดี แต่อยากให้เลือกพรรคเพื่อไทยเพราะเห็นว่าพรรคเพื่อไทยมองเห็นปัญหา มองเห็นอนาคต และมีผู้บริหารมืออาชีพที่จะแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29771</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์, นโยบายพรรคเพื่อไทย, โครงการรับจำนำข้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190223/image_big_5c710cee4435b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27784</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2019 16:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2019 16:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เจ๊หน่อย&#039;ฟังชัดๆ!&#039;อยู่บำรุงแฟมิลี่&#039;หนุน&#039;ชัชชาติ&#039;เป็นนายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
29 ม.ค.62- นายวัน อยู่บำรุง ว่าที่ผู้สมัครส.ส.เขตบางบอน พรรคเพื่อไทย บุตรชาย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง โพสต์ข้อความสั้นๆและรูป ในเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กับว่าที่นายกฯชัชชาติ สิทธิพันธุ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เป็นที่วิจารณ์อย่างกว้างขวางมานานว่า ร.ต.อ.เฉลิม ไม่สนับสนุนคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นนายกรัฐมนตรี หลังทั้งคู่มีความขัดแย้งกันมานาน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27784</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์  เกยุราพันธุ์, นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์, ป๋าวัน, ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง, วัน อยู่บำรุง, ว่าที่นายกฯ, หนุนชัชชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190129/image_big_5c50182e6666a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
