<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94870</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2021 13:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2021 13:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายค้านแยกกันโรยเกลือยื่นป.ป.ช.ฟันรัฐมนตรีที่ถูกกฐินอภิปราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มี.ค.2564- นายประเสริฐ &amp;nbsp;จันทรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) เผยว่าในวันที่ &amp;nbsp;10 มี.ค. พรรคเพื่อไทยจะยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ในประเด็นที่ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจเกี่ยวกับกระทรวงพาณิชย์ โดยจะยื่น 2 ราย คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​กลาโหม และนายจุรินทร์ &amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและรัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​พาณิชย์ ฐานทุจริตในการปฏิบัติหน้าที่ และละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ส่วนในประเด็นอื่นๆ พรรคร่วมฝ่ายค้านมีการตั้งคณะทำงาน โดยอยู่ระหว่างรวบรวมประเด็นและข้อกล่าวหา เพื่อนำไปสู่การยื่นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป อย่างไรก็ตาม บางเรื่องเป็นเรื่องมาตรฐานจริยธรรม ซึ่งผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองควรมีสูงกว่าคนอื่น แม้บางเรื่องคำวินิจฉัยจะเป็นแบบหนึ่ง แต่ควรนำมาตรฐานทางจริยธรรมมาประกอบในการพิจารณาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวเสริมว่า ในส่วนของพรรคก้าวไกลก็จะดำเนินการเช่นกันตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป ทั้งกรณีที่มีการกล่าวหา พล.อ.ประยุทธ์ ว่าไม่ได้นำค่าน้ำค่าไฟมาคำนวณภาษีเป็นเงินได้พึงประเมินในการเสียภาษี รวมทั้งกรณีที่ดินจะนะ และกรณีตั๋วช้าง ซึ่งจะมีการยื่นร้องไปหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสงคราม &amp;nbsp;กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า พรรคจะยื่นต่อ ป.ป.ช. กรณีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ในเร็วๆ นี้เช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94870</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายชัยธวัช ตุลาธน, นายประเสริฐ  จันทรวงทอง, นายสงคราม  กิจเลิศไพโรจน์ พรรคเพื่อชาติ, พรรคก้าวไกล, พรรคเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210303/image_big_603f2b254dc4b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92580</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2021 12:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2021 12:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ก้าวไกล’ยื่นชุดร่างกม.สังคายนามาตรา112ประดิษฐ์วลี’ปกเกล้าแต่ไม่ปกครอง’ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.พ.2564- &amp;nbsp;นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) พร้อมนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค และ ส.ส.พรรคก้าวไกลยื่นชุดร่างกฎหมายคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงออก และสิทธิในกระบวนการยุติธรรมของประชาชน ให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ่าน นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาฯ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิธากล่าวว่า พรรคก้าวไกลมีจุดยืนในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยให้สถาบันปลอดจากคำติฉินนินทา ปลอดจากคำวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ ของสาธารณชน ซึ่งต้องดึงสถาบันให้พ้นการเมือง เรามีหน้าที่ป้องกันไม่ให้กลุ่มบุคคลเข้ามาฉกฉวยแอบอ้างความจงรักภักดีเพื่อใช้โจมตีอีกฝ่าย โดยเฉพาะการใช้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เป็นเครื่องมือฟ้องร้องกลั่นแกล้ง ปิดปากผู้อื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อวานนี้ (9 ก.พ.) ศาลไม่ให้ประกัน นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน นายอานนท์ นำภา นายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม และนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข หมายความว่าจำเลยทั้ง 4 อาจถูกจองจำไม่มีกำหนดจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา ทั้งที่เป็นการแสดงออกทางการเมืองโดยสันติ ไม่ใช่การก่ออาชญากรรมร้ายแรง วันนี้ไม่ว่าเราจะเห็นด้วยหรือไม่ต่อการชุมนุม แต่จำเลยในคดีมาตรา 112 ควรมีสิทธิ์ในการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม ภายใต้หลักการจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะพิพากษาถึงที่สุด กรณีนี้เป็นตัวอย่างหนึ่งของการใช้มาตรา 112 ซึ่งกระทบเสรีภาพสิทธิประชาชนในยุคสมัยใหม่&amp;rdquo; หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิธา กล่าวต่อว่า ผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติแสดงความกังวลการใช้มาตรา 112 ในประเทศไทย ที่มีการจับกุมมากขึ้น มีการลงโทษที่รุนแรง เขาย้ำว่า ตามกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ บุคคลสาธารณะย่อมถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้ แม้จะมีการดูหมิ่นแต่ไม่มีเหตุที่จะลงโทษอย่างรุนแรง โดยขอให้ไทยทบทวนยกเลิกการดำเนินคดี และให้ปล่อยตัวผู้ที่ถูกคุมขังในผู้ที่ใช้เสรีภาพแสดงออกอย่างสงบ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิธา กล่าวอีกว่า ขอย้ำว่าการธำรงไว้ซึ่งสถาบันให้อยู่คู่กับระบอบประชาธิปไตย จะไม่สามารถบรรลุได้ด้วยการใช้กฎหมายบังคับและการปราบปราม แต่ดำรงอยู่ด้วยความชอบธรรม และความยินยอมพร้อมใจจากประชาชน ดังนั้น ก่อนจะสายไปกว่านี้เราต้องแสวงหากุศโลบายที่สอดคล้องกับยุคสมัย ทำให้สถาบันพ้นจากการเมือง ปกเกล้าแต่ไม่ปกครอง เพราะนอกจากปัญหามาตรา 112 แล้ว ปีที่ผ่านมายังมีการใช้กฎหมายอื่นๆเป็นเครื่องมือทางการเมืองอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ทุกครั้งที่หยิบยกเรื่องการแก้ไขมาตรา 112 ขึ้นมา จะมีผู้ออกมาคัดค้าน กังวลหรือไม่ว่าจะเป็นประเด็นที่นำไปสู่การยุบพรรคการเมือง นายพิธากล่าวว่า ในระบอบประชาธิปไตยเป็นเรื่องปกติที่มีความเห็นต่างกัน แต่เราต้องคุยกันอย่างมีวุฒิภาวะ ส่วนจะเป็นไปถึงขั้นยุบพรรคหรือไม่ เราก็ต้องแก้กันไป แต่คงไม่พูดไม่ได้ ซึ่งคิดว่าคุ้มค่า &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า หลายคนยังเข้าใจว่าพรรคก้าวไกลมีจุดประสงค์อื่นในการแก้มาตรา 112 &amp;nbsp;นายชัยธวัช กล่าวว่า ตลอดชีวิตเห็นการล้มล้างการปกครองแบบเดียว คือการทำรัฐประหาร ยังไม่เคยเห็นการแก้ไขกฎหมายเป็นการล้มล้างการปกครอง ซึ่งการเสนอลดโทษมาตรา 112 ยังไม่ได้เป็นการยกเลิกกลไกการคุ้มครองเกียรติยศของพระมหากษัตริย์ แต่ปรับปรุงให้เข้ากับยุคสมัย ซึ่งเป็นการปรับลดเพื่อให้ได้สัดส่วนไม่ใช่โทษรุนแรงเกินกว่าความเป็นจริง และแน่นอนว่าสิ่งที่เราเสนอคงไม่ถูกใจคนที่เห็นว่าควรยกเลิกไปเลย แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันเราพยายามเสนอข้อเสนอที่จะรับกันได้มากที่สุด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามต่อว่ากลุ่มไทยภักดีได้ยื่นคัดค้านการแก้ไข มาตรา 112 แล้ว นายชัยธวัช กล่าวว่า เป็นสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก ซึ่งทุกเรื่องในสังคมไม่มีทางเห็นร่วมกันหมดอยู่แล้ว ส่วนกลัวถูกยุบพรรคหรือไม่ เราในฐานะพรรคการเมืองจะหลับตาไม่มองปัญหาความเป็นจริงในสังคมไม่ได้ ซึ่งปัญหาเรื่องอื่นๆเราก็ทำด้วย และในฐานะผู้แทนไม่ใช่เวลาที่เราจะกลัว แต่เป็นช่วงที่เราต้องแสดงความกล้าเรียกร้องมโนสำนึกโดยเอาความกลัวไว้ข้างหลัง ต้องทำหน้าที่ผู้แทนดีที่สุด เพื่อปกป้องสิทธิของประชาชน ซึ่งเวทีก็รัฐสภาน่าจะเป็นทางออก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หากไม่กระทำผิดก็ไม่จำเป็นต้องเดือดร้อนกับบทลงโทษที่กำหนดไว้ในกฎหมาย นายชัยธวัช กล่าวว่า เป็นการมองด้านเดียว เพราะความจริงตัวกฎหมาย และการบังคับใช้มีปัญหา ดังนั้น พวกเราจึงมีความจำเป็นต้องแก้ไขให้เข้ากับยุคสมัย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92580</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ก., นายชัยธวัช ตุลาธน, นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์, พรรคก้าวไกล, มาตรา 112</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210210/image_big_60236ad634a67.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91843</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2021 11:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2021 11:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ก้าวไกล’ โต้ทุกข้อหา ’ณฐพร’ ยันพรรคยึดมั่นระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์อยู่ใต้รัฐธรรมนูญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.พ.2564 - &amp;nbsp;นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล (ก.ก.) พร้อม ส.ส.พรรคแถลงการณ์กรณีนายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาวินิจฉัยและเสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค ว่าข้อกล่าวหาของนายณฐพรต่อพรรคก้าวไกลล้วนเป็นความเท็จทั้งสิ้น พรรคไม่ได้เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข แต่เราเป็นพรรคการเมืองที่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์อยู่ใต้รัฐธรรมนูญ ต่อต้านการสืบทอดอำนาจของระบอบรัฐประหารพรรคก้าวไกลมิได้กระทำการ หรือส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้ใดกระทำการอันเป็นการก่อกวนหรือคุกคามความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน แต่เราต้องการปกป้องสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน และคัดค้านนโยบายของรัฐบาลในการปราบปรามนักเรียน นักศึกษา ประชาชน ที่ลุกขึ้นมาทวงคืนอนาคตของพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยธวัช กล่าวว่า นายณฐพรใส่ร้ายพรรคก้าวไกลว่ามีแนวคิดเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขเช่นเดียวกับพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งเป็นความเท็จที่นายณฐพรรู้ดีอยู่แก่ใจ เนื่องจากเขาเคยยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยมาแล้วว่าพรรคอนาคตใหม่ใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หรือคดีอิลลูมินาติแล้วศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2563 ว่าพรรคอนาคตใหม่มิได้มีการกระทำตามที่นายณฐพรกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นี่เป็นพฤติกรรมกล่าวหาเท็จซ้ำซากของนายณฐพร เป็นพฤติการณ์ของโฆษะบุรุษ ซึ่งปัจจุบันก็ยังตกเป็นจำเลยในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบจากคดีฟอกเงินการขายที่ดินของอดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น น่าสงสัยว่า การไล่ร้องยุบพรรคอนาคตใหม่ต่อเนื่องมาถึงพรรคก้าวไกลนี้ เป็นการแสดงผลงานของนายณฐพรให้เข้าตาผู้มีอำนาจ เพื่อหวังจะพ้นผิดจากคดีฟอกเงินที่เป็นชะงักปักหลังอยู่หรือไม่&amp;rdquo; เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยธวัช กล่าวต่อว่า พรรคก้าวไกลยืนยันอีกครั้งว่า พฤติการณ์ที่นายณฐพรนำมากล่าวหาว่าเป็นความผิดนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นการกล่าวหาเท็จทั้งสิ้น เช่น กล่าวหาว่าการที่พรรคก้าวไกลสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับประชาชน ซึ่งเปิดให้มี ส.ส.ร. แก้รัฐธรรมนูญหมวด 1 และหมวด 2 ได้และการแสดงความคิดเห็นต่อการบังคับใช้มาตรา 112 อย่างไม่เป็นธรรมกับการจะเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 นั้นถือเป็นกระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทั้งที่การลงมติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมและการเสนอร่างกฎหมาย เป็นอำนาจของสมาชิกสภานิติบัญญัติและเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติของผู้แทนราษฎร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยธวัช กล่าวอีกว่า แม้แต่การกล่าวหาว่า การที่ ส.ส. พรรคก้าวไกลไปสังเกตการณ์การชุมนุมของนักเรียนนักศึกษาและใช้ตำแหน่งประกันตัวนักเรียนนักศึกษาประชาชนที่ถูกดำเนินคดีนั้น ถือเป็นกระทำการ หรือส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้ใดกระทำการอันเป็นการก่อกวนหรือคุกคามความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนทั้งๆ ที่การไปสังเกตการณ์การชุมนุมของ ส.ส. นั้น ก็เพื่อทำหน้าที่ของผู้แทนราษฎรที่ดีในการไปรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและช่วยระงับความรุนแรง หากเกิดการปะทะกันส่วนการช่วยประกันตัวนักเรียนนักศึกษาประชาชนนั้น ก็เป็นการประกันสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนในกระบวนการยุติธรรมผู้ต้องหาทุกคนต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ เช่นเดียวกับนายณฐพรที่มีสิทธิได้รับการประกันตัวในคดีฟอกเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยธวัช กล่าวด้วยว่า หาก ส.ส. ที่ไปประกันตัวนักเรียนนักศึกษาประชาชนจะมีความผิด ก็คงเป็นความผิดที่ไม่สยบยอมให้รัฐบาลในระบอบประยุทธ์ ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือปราบปรามทางการเมืองตามอำเภอใจ โดยทำลายหลักนิติรัฐและละเมิดสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน ทั้งนี้ พรรคก้าวไกลได้กล่าวเตือนรัฐบาลไว้ในหลายโอกาสแล้วว่า การรับมือกับความเรียกร้องต้องการของคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นความจริงอันน่ากระอักกระอ่วนใจสำหรับคนรุ่นเก่า โดยเฉพาะแนวคิดเรื่องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์นั้น ต้องมีกุศโลบายที่ละเอียดอ่อน และแทนที่จะเน้นมาตรการกดบังคับปราบปราม ควรเปิดพื้นที่ปลอดภัยให้แต่ละฝ่ายได้พูดคุยกันอย่างมีวุฒิภาวะ แต่แนวทางที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์กระทำมา รวมทั้งการบังคับใช้มาตรา 112 กลับยิ่งทำให้ความขัดแย้งทางการเมืองตึงเครียดมากขึ้น และจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพระมหากษัตริย์กับประชาชนเสื่อมทรามลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวต่อท้ายว่า ปลายเดือน ก.พ. นี้ จะครบรอบ 1 ปีการยุบพรรคอนาคตใหม่ในโอกาสนี้พรรคก้าวไกลเห็นว่า คำร้องยุบพรรคของนายณฐพรดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการที่ต้องการบดขยี้พรรคอนาคตใหม่สืบเนื่องมาถึงพรรคก้าวไกล โดยใช้สถาบันพระมหากษัตริย์และกลไกองค์กรอิสระในระบอบประยุทธ์เป็นเครื่องมือทำลายล้างทางการเมือง ทั้งนี้ ก็เพราะอนาคตใหม่และก้าวไกลเป็นพรรคการเมืองที่เป็นอุปสรรคต่อการสถาปนาระบอบอำนาจนิยมสมบูรณาญาสิทธิ์ในปัจจุบัน พรรคก้าวไกลจะต่อสู้อย่างถึงที่สุด เพื่อปกป้องเสียงและเจตจำนงที่พวกเราได้รับมาจากประชาชน เพื่อผลักดันสังคมไทยให้มีอนาคต หลุดพ้นจากหลุมดำทางการเมืองของชนชั้นสูง กองทัพ และนายทุนผูกขาด ให้คนส่วนใหญ่ในชาติและลูกหลานของพวกเราได้มีโอกาสเจริญก้าวหน้าอย่างเท่าเทียมเป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าทางพรรคจะดำเนินคดีกับนายณฐพรหรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า ทางพรรคจะดำเนินคดีนายณฐพรผิดพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 101 เกี่ยวกับการให้ความเท็จพรรคการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงความคืบหน้าการยื่นร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 นายชัยธวัช เปิดเผยว่า สัปดาห์หน้าพร้อมยื่น ส่วนการลงชื่อเป็นเรื่องเอกสิทธิ์ของแต่ละส.ส.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91843</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ก., กกต., คณะกรรมการการเลือกตั้ง, นายชัยธวัช ตุลาธน, นายณฐพร โตประยูร, พรรคก้าวไกล, ยุบพรรค, ศาลรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210203/image_big_601a260236046.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83483</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2020 12:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2020 12:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ก้าวไกล&#039;บี้พรรคร่วมรัฐบาลร่วมรับผิดกรณียื่นญัตติส่งศาลรธน.ตีความ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ย.2563 &amp;nbsp;- นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล พร้อม ส.ส.ของพรรคแถลงกรณี ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และ ส.ว.บางส่วนร่วมกันลงชื่อเสนอญัตติเพื่อให้ที่ประชุมรัฐสภาส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของร่างแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ว่าพรรคก้าวไกลเห็นด้วยที่บอกว่าการร่วมลงชื่อเสนอญัตติส่งต่อศาลรัฐธรรมนูญไม่ใช่การเตะถ่วงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ว่าเป็นการยุติไม่อนุญาตให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาแทนที่ฉบับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อย่างเด็ดขาด เปรียบเป็นการปิดประตูที่เราจะได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พรรคยืนยันว่าการแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เป็นอำนาจโดยชอบของรัฐสภาและประชาชน ซึ่งการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ถือเป็นกุญแจสำคัญต่อทางออกของวิกฤตประเทศ อีกทั้งการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่โดยกระบวนการประชาธิปไตยไม่ว่าจะผ่านรัฐสภาหรือ ส.ส.ร. ในอดีตเราก็เคยทำมาแล้ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้นายไพบูลย์ และคณะ เห็นว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ไม่ว่าจะอาศัยอำนาจทางรัฐสภาหรืออำนาจของประชาชนก็ไม่สามารถทำได้เลย เพราะขัดและแย้งต่อรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น เป็นการแช่แข็งอำนาจประชาธิปไตยของประเทศไทยให้อยู่ในระบอบสืบทอดอำนาจ โดยมีรัฐธรรมนูญฉบับคสช. เป็นรัฐธรรมนูญฉบับนิรันดรที่อยู่ตลอดกาลเท่ากับแนวคิดของนายไพบูลย์ถือเป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตย เป็นการยืนยันว่าการทำรัฐธรรมนูญใหม่จะไม่สามารถทำได้ตามระบบรัฐสภา แต่จะเกิดขึ้นได้จากการทำรัฐประหารเท่านั้น
&amp;nbsp;
นายชัยธวัช กล่าวอีกว่า นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ อาจบอกว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำส่วนบุคคลไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลหรือพรรค แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่านายไพบูลย์เป็นบุคคลสำคัญของพรรคพลังประชารัฐ มีบทบาทสำคัญในการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคมาโดยตลอด พรรคก้าวไกลจึงขอเรียกร้องว่า แม้จะบอกว่าจะยอมผ่านวาระที่ 1 แต่การไปยื่นญัตติดังกล่าวดักรอไว้เพื่อปิดประตูการตั้ง ส.ส.ร. ซึ่งรัฐบาลและนายกฯ เคยแสดงท่าทีว่ายินดีพร้อมที่จะแก้รัฐธรรมนูญ ตกลงแล้วมีจุดยืนอย่างไร ที่สำคัญคือพรรคร่วมรัฐบาล ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย ที่ประกาศจุดยืนว่าจะสนับสนุนการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ผ่านการมีส.ส.ร. เห็นด้วยหรือไม่กับญัตตินี้ และจะร่วมโหวตญัตติที่ให้รัฐสภาส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ ตามที่นายไพบูลย์และคณะเสนอญัตติหรือไม่ หากญัตตินี้ผ่านจะถือเป็นการปิดประตูยุติการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ดังนั้น หากเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น เราเรียกร้องให้พรรคร่วมรัฐบาลรับผิดชอบและแสดงจุดยืนให้ชัดเจนว่าจะยังร่วมพายเรือให้โจรนั่งหรือไม่ หรือจะตลบตะแลงแสวงหาผลประโยชน์ กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาไปตลอด.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83483</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายชัยธวัช ตุลาธน, พปชร., พรรคก้าวไกล, พรรคพลังประชารัฐ, ศาลรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201111/image_big_5fab7cb8f4173.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80462</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2020 12:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2020 12:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิธา&#039;เล่นบทพระเอกหวังการชุมนุมไม่บานปลายแต่กลับยกอดีตซัดการคุกคามมาจากรัฐทุกครั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค.2563 - &amp;nbsp; ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลาฯ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ร่วมวางพวงมาลารำลึก 47 ปี เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ก่อนให้สัมภาษณ์ว่าวันนี้จะมาร่วมสังเกตการณ์การชุมนุมใหญ่อย่างแน่นอน เพราะจากเหตุการณ์เมื่อวานนี้ที่มีการสลายการชุมนุมก็มีคำถามมากมายทั้งประเด็นเรื่องสิทธิมนุษยชน ความยุติธรรมและสิทธิของประชาชน อีกทั้งวานนี้ในฐานะผู้แทนประชาชนก็ได้ร่วมกับ ส.ส. พรรคก้าวไกลอีก 2 คน คือ เบญจาและธัญวารินทร์ ไปร่วมกันประกันตัว 21 แกนนำ เมื่อพบกันทีแรกประชาชนที่ถูกจับยังไม่มีทนายความ และในขั้นแรกทางพรรคก้าวไกลได้มีการจัดหาแพทย์ อาหารและยารักษาโรคให้กับผู้ที่ถูกจับ เนื่องจากบางคนมีโรคประจำตัว ทั้งคนที่เป็นโรคเบาหวาน โรคไทรอยด์ โรคหอบหืด เมื่อได้มีการทานข้าวทานยากันแล้ว และเปลี่ยนชุด หลังจากนั้นก็ได้มีการยื่นประกันตัวในเวลาตีสี่ครึ่ง ซึ่งวงเงินประกันตัวโดยเฉลี่ยประมาณ 3 หมื่นบาท แต่ในขณะนั้นเข้าใจว่าทางผู้กำกับการตำรวจได้หลับไปแล้ว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ให้คำมั่นว่าหากผู้กำกับอนุญาตก็จะสามารถให้ประกันตัวได้เลยในชั้นพนักงานสอบสวน แต่หากในชั้นพนักงานสอบสวนไม่อนุญาตให้ประกันตัว ก็พร้อมไปยื่นประกันตัวในชั้นศาลต่อไป แต่ก็มีด้วยกันหลายศาล เนื่องจากความหนักเบาของคดีของผู้ที่ถูกจับแต่ละท่าน และอายุของผู้ที่ถูกจับ โดยในครั้งนี้มีประชาชนที่ถูกจับอายุ 17 ปีรวมอยู่ด้วย ถ้าหากต้องขึ้นศาลก็ต้องไปขึ้นที่ศาลเยาวชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวต่อไปว่า ถ้าทุกคนมีสติและร่วมลึกถึงเหตุการณ์ 14 ตุลาคมวันนี้เมื่อ 47 ปีก่อน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์น้ำผึ้งหยดเดียว ทั้งนี้ตลอด 4-5 เดือนที่ผ่านมา นิสิต นักศึกษาก็ได้พิสูจน์แล้วว่าถ้ามีโอกาสหรือมีความเสี่ยงที่จะเกิดการปะทะ พวกเขาก็จะหยุดเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความรุนแรง โดยในอดีตไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์เมื่อปี 2516 หรือ 2519 ก็มาจากการยั่วยุ มาจากการคุกคามของรัฐทุกครั้ง ความรุนแรงจะไม่เกิดขึ้นถ้าผู้มีอำนาจมีสติ ผู้มีอำนาจยังมีโอกาส จำเป็นต้องถอย ทำให้ประเทศไม่ถึงทางตันและเรียนรู้บทเรียนอะไรบางอย่างในอดีตบ้าง ก็จะเป็นเรื่องดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สิ่งที่เป็นกังวลคือนิสิต นักศึกษาประกาศว่าจะมีการชุมนุมและประชาชนอีกส่วนหนึ่งก็มาชุมนุม ซึ่งก็สามารถทำได้ตามรัฐธรรมนูญ แต่หวังว่าจะชุมนุมกันอย่างสันติ โดยเชื่อว่าทั้งสองฝ่ายคงไม่มีใครอยากให้คนไทยด้วยกันล้มตาย และต้องฝากความหวังไว้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้มีการพูดคุยกับหลายท่านที่อยู่ในพื้นที่ และช่วยกันบริหารสถานที่และสถานการณ์ไม่ให้บานปลาย และหวังว่าจะผ่านไปได้ด้วยดี&amp;ldquo; นายพิธากล่าวทิ้งท้าย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80462</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมนุม, นายชัยธวัช ตุลาธน, นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์, หัวหน้าพรรคก้าวไกล, เลขาธิการพรรคก้าวไกล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201014/image_big_5f868da902a3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
