<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119622</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2021 11:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2021 11:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ชัยวุฒิ’ เผยนายกฯให้ทำสิ่งดีๆให้บ้านเมืองถวายเป็นพระราชกุศล </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ต.ค.2564- ที่วัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวน้อมรำลึกวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม 2564 ว่า สิ่งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทำให้กับบ้านเมืองคือสิ่งที่ดี ทำให้ประเทศชาติสงบร่มเย็น มีความเจริญรุ่งเรือง คนรุ่นใหม่บางคนอาจไม่ทราบไม่รู้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้อย่างไรบ้าง นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ท่านก็บอกให้ช่วยกันทำความดีเพื่อบ้านเมือง คิดดี พูดดี ทำสิ่งที่ดีให้บ้านเมือง ถวายเป็นพระราชกุศล เพราะการทำความดีคือสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119622</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดีอีเอส, นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, วันคล้ายวันสวรรคต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211013/image_big_616666289261e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115984</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 07:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 07:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘หมอวรงค์’เตือน’ชัยวุฒิ’ระวังติดคุก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ย.2564 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความพร้อมรูปบนเฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;#ชัยวุฒิระวังติดคุก&amp;rdquo; มีเนื้อหาว่า ผมพอใจระดับหนึ่ง ต่อการยื่นหนังสือถึงท่านนายกฯ กรณีดาวเทียมไทยคม ไม่ว่าการปรับให้อินทัชถือหุ้นไทยคมเป็น 51% เพราะต้องทำตามคำพิพากษาของศาลอยู่แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการให้รองนายกวิษณุ ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ถึงความเสียหายกรณีไทยคม ก็ไม่มั่นใจว่า จะซื้อเวลายื้อหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆดูแล้วนายชัยวุฒิยังไม่สำนึกในประเด็นที่ผมเคยเตือน และดูเหมือน ครม.จะไม่พูดถึง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นั่นคือการส่งมอบสินทรัพย์ของไทยคมให้เป็นสมบัติของชาติทั้งหมด ตามสัญญาข้อที่ 15 &amp;nbsp;ที่ต้องส่งมอบทั้งหมด รวมอุปกรณ์ต่างๆ และบัญชีลูกค้า ที่นายชัยวุฒิเคยโกหกกลางสภา และพยายามเบี่ยงหนีประเด็นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะนี่คือความชอบธรรม ที่รัฐต้องได้รับหลังจากไทยคม ที่หากินมา 30 ปีแล้ว ต้องส่งมอบให้รัฐรับมาดำเนินการเองทั้งหมด เพื่อดูแลประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมจะรอดูนายชัยวุฒิสักระยะว่า ปกป้องสมบัติชาติ หรือบริษัทเอกชน อยากย้ำเตือนว่า ถ้ายังเบี่ยงประเด็นแบบนี้ คุกรออยู่นะครับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115984</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดาวเทียม, นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์, รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี, เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210908/image_big_61380a9a61317.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107355</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2021 12:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2021 12:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘รมว.ดีอีเอส’ยันจับตาโซเชียลปลุกระดมชุมนุม24มิ.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มิ.ย.2564- นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส)กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอีเอส) ครั้งที่ 2/2564 ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เป็นประธาน ถึงกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมนัดเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ต้องจับตาอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ ว่าการชุมนุมหรือเคลื่อนไหวทางการเมือดีอีเอสได้ติดตามความเคลื่อนไหวสื่อโซเซียลทั้งหมด ซึ่งหากมีการใช้ข้อความอันเป็นเท็จ ทำให้บ้านเมืองเสียหายหรือทำให้ประชาชนตื่นตระหนกก็จะผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จึงต้องปิดกั้นและดำเนินคดี จึงขอให้ระมัดระวังอย่าเอาแต่ความสะใจต้องดูด้วยว่าทำให้บ้านเมืองเสียหายหรือไม่ โดยเฉพาะวันนี้ที่กำลังป้องกันโควิด-19 เพื่อให้สามารถเปิดประเทศให้เร็วที่สุด ดังนั้นหากเกิดคลัสเตอร์หรือการแพร่ระบาดเท่ากับเป็นการซ้ำเติมประเทศให้เสียหายยิ่งขึ้น จึงขอให้ผู้ชุมนุมคิดถึงบ้านเมืองด้วย วันนี้ต้องช่วยกันเพื่อเปิดประเทศให้เร็วที่สุด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107355</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมนุม, ดีอีเอส, นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, โซเชียล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210623/image_big_60d2c7ecac6b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102638</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2021 11:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2021 11:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เชือดไก่แล้ว!ดีอีเอสฟ้องผู้ช่วยบก.&#039;ไทยพีบีเอส&#039;ปั่นข่าววัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ค.2564 - จากกรณีที่สื่อหลายสำนักรายงานข่าวว่า มีหญิงสาวรายหนึ่งที่เข้ารับวัคซีนซิโนแวคที่ จ.อุดรธานี ได้เกิดผลข้างเคียงมีอาการชาทั้งตัว และมีเลือดออกในสมอง แต่มีการแอบอ้างภาพของผู้ป่วยรายหนึ่งที่โรงพยาบาลหนองม่วง จ.ลพบุรี ที่มีอาการแพ้ยา มีผื่นแดงเต็มตัว มาเผยแพร่ควบคู่กันจนเกิดความเข้าใจผิด และผู้ที่เกี่ยวข้องออกมาปฏิเสธไปแล้วนั้น ล่าสุดนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า กรณีสาวอุดรฯอ้างแพ้วัคซีน ได้รับรายงานจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (Anti-Fake News Center) รวมทั้งมีผู้ร้องเรียนเข้ามายังกระทรวงดีอีเอส จึงได้สั่งการให้ตรวจสอบตั้งแต่ต้น ก็พบว่าต้นตอของข่าวดังกล่าวมาจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ รวม 3 ราย ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และพระราชบัญญัติพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 รวมทั้งกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยได้มอบหมายให้ผู้แทนกระทรวงดีอีเอสเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อสถานีตำรวจนครบาล (สน.) ทุ่งสองห้อง เพื่อดำเนินคดีต่อผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ &amp;quot;Wadfhan Niphawan&amp;quot;, ผู้ใช้บัญชีทวิตเตอร์ชื่อ &amp;quot;@tuykallaya&amp;quot; และผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ &amp;quot;กะทิ จ้า&amp;quot; เมื่อวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมาแล้ว แม้ทราบว่า ทั้ง 3 รายได้ลบโพสต์ออกไป และบางรายก็ได้โพสต์ขอโทษไปแล้ว แต่ก็จำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อให้เป็นกรณีศึกษาสำหรับผู้ที่จะโพสต์หรือเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศกำลังต่อสู้กับโควิด-19 ที่เป็นเรื่องความเป็นความตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รัฐบาลได้ยกระดับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เป็นวาระแห่งชาติ ตลอดจนหลายภาคส่วนออกมาร่วมรณรงค์ให้ประชาชนฉีดวัคซีน แต่ก็ยังมีขบวนการที่พยายามดิสเครดิต สร้างความตื่นตระหนกให้กับสังคม จึงต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด&amp;rdquo; นายชัยวุฒิ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวุฒิ เปิดเผยด้วยว่า นอกจากนี้ตนได้ตรวจสอบบัญชี ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ &amp;quot;กะทิ จ้า&amp;quot; ซึ่งพบว่าประกอบอาชีพสื่อมวลชน มีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยบรรณธิการข่าวเช้า สำนักข่าวไทยพีบีเอส &amp;nbsp;ซึ่งที่ผ่านมามีการวิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่สื่อมวลชนของสำนักข่าวไทยพีบีเอสว่า มีการนำเสนอข่าวผิดพลาดอย่างน้อย 2 ครั้ง 1.เมื่อวันที่ 24 เม.ย. นำเสนอข่าวชาวอินเดียเช่าเครื่องบินเหมาลำมายังประเทศไทยเมื่อช่วงกลางเดือน เม.ย.2.เมื่อวันที่ 9 พ.ค.กรณีข่าวประสิทธิภาพของวัคซีนที่มีต่อเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์แอฟริกาใต้ที่เป็นเพียงการคาดการณ์ ผ่านมา ซึ่งเป็นการนำเสนอข่าวคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงในระยะเวลาไล่เลี่ยกันอย่างผิดสังเกต แล้วยังมีคนระดับบรรณาธิการมาโพสต์ข้อมูลทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับผลข้างเคียงของวัคซีนอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในช่วงเวลา 1 เดือนสำนักข่าวไทยพีบีเอสนำเสนอข่าวผิดถึง 2 ครั้ง และมีพนักงานนำเฟกนิวส์มาเผยแพร่ จนสื่อมวลชนสำนักอื่น นำข้อมูลดังกล่าวไปผลิตซ้ำ รวมแล้วเกิดเฟกนิวส์ที่มีจุดเริ่มต้นจากสำนักข่าวไทยพีบีเอส 3 ครั้ง จนทำให้ประชาชนเกิดความแตกตื่น แม้เป็นสื่อมวลชน หากกระทำผิดก็ไม่ละเว้น ยิ่งต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด เพราะสื่อมวลชนควรมีความรับผิดชอบต่อสังคมที่สูงกว่าคนทั่วไป ต้องมีภูมิคุ้มกันที่สูงกว่า และเป็นผู้เสริมภูมิคุ้มกันในการเสพข่าวทางสังคมออนไลน์ให้กับประชาชน เมื่อได้ข้อมูลมาแล้วต้องมีการตรวจสอบข้อมูลก่อนการนำเสนอ ไม่ควรปล่อยให้มีการออกข่าวผิดพลาด และบ่อยครั้ง จนมีคำถามถึงเจตนาที่แท้จริงของสำนักงานแห่งนี้ที่ได้ชื่อว่าเป็นสื่อสาธารณะแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แม้ที่ผ่านมาสำนักข่าวไทยพีบีเอส จะออกมาขอโทษที่นำเสนอข้อมูลคลาดเคลื่อน แต่ได้สร้างความสับสน และสร้างความเสียหายให้เกิดขึ้นกับประเทศไทย ผมจึงจำเป็นที่ต้องดำเนินการตามกฎหมาย เพราะการกระทำผิด 3 ครั้ง ภายใน 1 เดือน เป็นวิสัยที่ผิดปกติ และผมเกรงว่าหากไม่มีการดำเนินการตามกฎหมายจะมีการกระทำผิดครั้งต่อไปเกิดขึ้นอีก&amp;rdquo; นายชัยวุฒิ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102638</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดีอีเอส, นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, เฟกนิวส์, ไทยพีบีเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606d1d0646fc9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102276</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2021 12:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2021 12:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“แม่เมาะเมืองน่าอยู่” ของกฟผ.ได้รับตรา &#039;Smart City Thailand &#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
9 พ.ค.64- นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานในการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนและบริหารโครงการเมืองอัจฉริยะ โดยมี ดร.ภาสกร ประถมบุตร รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล กลุ่มโครงการพิเศษและผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาดิจิทัลและนวัตกรรม (DEPA : Digital Economy Promotion Agency) เป็นผู้นำเสนอโครงการฯ ในภาพรวม มีผู้แทนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นำโดยนายอดิศักดิ์ กิจเจริญธนารักษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2 และนายมาโนช ชูชาติวรรณกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการเหมืองแม่เมาะ ร่วมนำเสนอข้อมูลโครงการ &amp;ldquo;แม่เมาะเมืองน่าอยู่&amp;rdquo; หรือ Mae Moh Smart City ผ่านการประชุมระบบอิเล็กทรอนิกส์ Microsoft Teams&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ภาสกร ประถมบุตร กล่าวว่า กฟผ. ได้ดำเนินการขับเคลื่อน อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ให้เป็น &amp;ldquo;แม่เมาะเมืองน่าอยู่&amp;rdquo; โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างระบบเมืองน่าอยู่เชิงนิเวศน์ (Eco Town) เพื่อสนับสนุนการทำงานของวิสาหกิจชุมชนของอำเภอแม่เมาะในอนาคต หลังการปิดเหมืองแม่เมาะ ให้ชุมชนสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างยั่งยืน โดยโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่พัฒนาบริการระบบเมืองอัจฉริยะทั้งหมด 3 ด้าน จาก 7 ด้าน ได้แก่ ด้านสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ (Smart Environment) ด้านพลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy) และด้านเศรษฐกิจอัจฉริยะ (Smart Economy) ด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและโครงสร้างพื้นฐานเชิงกายภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายมาโนช ชูชาติวรรณกุล กล่าวเพิ่มเติมว่า &amp;ldquo;แม่เมาะเมืองน่าอยู่&amp;rdquo; เป็นโครงการที่มีระยะเวลาดำเนินการ 20 ปี โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2562 ครอบคลุมพื้นที่อำเภอแม่เมาะ ทั้ง 5 ตำบล 44 หมู่บ้าน ประกอบด้วย ตำบลจางเหนือ ตำบลนาสัก ตำบลบ้านดง ตำบลสบป้าด และตำบลแม่เมาะ โดยการดำเนินงานนอกจากจะเน้นส่งเสริมโครงการที่ กฟผ. แม่เมาะ ได้ดำเนินการอยู่แล้ว อาทิ การดูแลสิ่งแวดล้อมและคุณภาพอากาศ การพัฒนาชุมชนผ่านโครงการ CSR ต่างๆ อีกทั้งยังเพิ่มการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีความเหมาะสมต่อกิจกรรมในชุมชนเพื่อเพิ่มความสะดวกให้แก่ชุมชน หน่วยงานราชการในพื้นที่ ทำให้ประชาชนเมืองแม่เมาะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้อย่างยั่งยืน เช่น แอปพลิเคชัน Lampang Hotspot ที่ใช้สำหรับตรวจวัดคุณภาพอากาศ ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 และจุดความร้อนที่ทำให้เกิดไฟป่า และแอปพลิเคชัน แม่เมาะ ที่ใช้สำหรับอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวในเทศกาลท่องเที่ยวแม่เมาะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ทั้ง 5 เมือง ประกอบด้วย แม่เมาะเมืองน่าอยู่ ภูเก็ตเมืองอัจฉริยะ ขอนแก่นเมืองอัจฉริยะ สามย่านสมาร์ทซิตี้ และเมืองอัจฉริยะวังจันทร์วัลเลย์ ระยอง เป็นพื้นที่พัฒนาเมืองอัจฉริยะ โดยจะแจ้งผลอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ และเข้าสู่พิธีการรับตราสัญลักษณ์ Smart City Thailand ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102276</URL_LINK>
                <HASHTAG>Smart City Thailand, กฟผ, นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์, นายมาโนช ชูชาติวรรณกุล, แม่เมาะเมืองน่าอยู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210509/image_big_609772273d00f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98609</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2021 10:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2021 10:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐมนตรีทยอยฉีดวัคซีนซิโนแวค  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 เม.ย.2564 - ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ห้องเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า เจ้าหน้าที่จากสถาบันบำราศนราดูร ได้ทำการฉีควัคซีนป้องกันโควิด-19 ซิโนแวค ให้กับรัฐมนตรีจำนวนหนึ่ง อาทิ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้รับการฉีคเข็มแรก, นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ได้รับการฉีดเป็นเข็มที่สอง และนายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นต้น ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม จะยังไม่ได้รับวัคซีนเข็มที่สอง เนื่องจากนายกฯได้รับวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้า ซึ่งเข็มที่สองจะต้องใช้ระยะเวลาห่างกัน 10-12 สัปดาห์ โดยนายกฯจะเข้ารับการฉีควัคซีนเข็มที่สองอีกครั้งตามใบนัดแพทย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98609</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์, นายสุชาติ ชมกลิ่น, วัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606d24fb83cc0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98604</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2021 09:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2021 09:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ชัยวุฒิ’วอนอย่าตื่นตูมโควิด-19ต้องมีหลักการด้วย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 เม.ย.2564 - นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินลงมาจากตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมกันนายสุชาติ ชุมกลิ่น รมว.แรงงานว่า ขึ้นไปที่ตึกไทยคู่ฟ้าเพื่อฉีดวัคซีนซิโนแวคเข็มแรก ส่วนนายสุชาติ เป็นการฉีดเข็มที่ 2&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วงที่ผ่านมาได้พบ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการหรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่าจริงๆ ก็เจอมาตลอด เพราะอยู่พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นพรรคเดียวกัน และก็ได้ไปตรวจหาเชื้อโควิดแล้ว ทั้งนี้ขอสื่อสารไปที่ประชาชนถ้าเราไปเจอผู้ป่วยที่มีเชื้อโควิดเราถือว่าตัวเองเป็นกลุ่มเสี่ยงแล้วต้องกักตัวเป็นเวลา 14 วัน แต่ถ้าเราไปเจอคนที่ไม่ได้มีเชื้อโควิดเช่น น.ส.ตรีนุช ที่ไม่ได้ติดเชื้อ คนที่เจอ น.ส.ตรีนุช ก็ไม่ต้องกักตัว เพราะไม่ได้สัมผัสตนติดเชื้อโดยตรง น.ส.ตรีนุช เป็นเพียงอยู่ในกลุ่มเสี่ยง ขอว่าอย่ากังวลมากเกินไปมันจะทำงานกันไม่ได้ เวลามองปัญหาต่างๆ เราต้องมีหลักการด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98604</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดีอีเอส, นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, โตวิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606d1d0646fc9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
