<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>34997</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2019 15:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2019 12:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งานมหกรรมส่งเสริมการเกษตรภาคตะวันออก ปี 2562 และงาน Farm @ Home ประสบความสำเร็จเตรียมขยายผลสู่พื้นที่อื่นๆ ทุกภูมิภาค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง เปิดงานมหกรรมส่งเสริมการเกษตรภาคตะวันออก ปี 2562 และงาน Farm @ Home ส่งเสริมสนับสนุนและประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์เด่นของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนทั้ง 9 จังหวัดในภาคตะวันออก ณ บริเวณลานด้านหน้าห้างสรรพสินค้าโฮมโปร ระยอง ตำบลเนินพระ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง นายชาตรี บุญนาค รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นประธานเปิดงานมหกรรมส่งเสริมการเกษตรภาคตะวันออก ปี 2562 และงาน Farm @ Home ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 27 เมษายน &amp;ndash; 1 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา ภายในงานมีการจัดแสดงจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูป และสินค้าเกษตรเด่นของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนในภาคตะวันออก การแข่งขันจัดกระเช้าผลิตภัณฑ์แปรรูปและสินค้าเกษตรของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร การแข่งขันสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้นวัตกรรมในการแปรรูปอาหารของวิสาหกิจชุมชน การประกวดผลไม้และการจัดจำหน่ายผลไม้ภาคตะวันออกที่มีคุณภาพ ได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ สับปะรด และขนุน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมสนับสนุนและประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์เด่นของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนทั้ง 9 จังหวัดในภาคตะวันออก และเป็นการแสดงศักยภาพการผลิตสินค้า โชว์ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน อีกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;​&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายชาตรี บุญนาค รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตรมีนโยบายในการส่งเสริมด้านการตลาดให้กับผลผลิตภาคการเกษตรของเกษตรกร ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายกฤษฎา บุญราช โดยการเน้นการส่งเสริมตลาดนำการผลิต ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรได้บูรณาการในการทำงานร่วมกับส่วนงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดถึงสภาหอการค้า อุตสาหกรรม พาณิชย์จังหวัด ในส่วนของเกษตรกรประกอบด้วย กลุ่มแม่บ้าน วิสาหกิจชุมชน เกษตรแปลงใหญ่ ทั้งหมดมาร่วมกันทำงานเพื่อขับเคลื่อนการผลิตไปสู่การตลาดอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้แนวทางตลาดนำการผลิต&amp;nbsp; โดยทุกภาคส่วนจะร่วมกันพิจารณาว่าตลาดมีความต้องการอย่างไรก็จะส่งเสริมให้เกษตรกรร่วมกันผลิตในสิ่งนั้นๆ&amp;nbsp; ซึ่งเมื่อผลิตออกมาแล้วก็จะสามารถจำหน่ายได้ทั้งหมด 100 เปอร์เซ็นต์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ในวันนี้กรมส่งเสริมการเกษตรได้ร่วมกับภาคเอกชนจัดงานมหกรรมส่งเสริมการเกษตรภาคตะวันออก ปี 2562 และงาน Farm @ Home ขึ้นเพื่อแนะนำสินค้าภาคการเกษตรตามแนวทางตลาดนำการผลิต โดยภาคเอกชนคือ โฮมโปร ระยอง สนับสนุนสถานที่ ด้านสาธารนูปโภค ตลอดถึงความสะอาดความเรียบร้อยของพื้นที่ในการจัดงาน และการจัดงานครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนและเกษตรกรเป็นอย่างดี ที่สำคัญมีประชาชนในฐานะผู้บริโภคเดินทางมาเที่ยวงาน มีการช๊อป ชิม และเลือกซื้อสินค้ากันอย่างคึกคัก ซึ่งการจัดงานลักษณะอย่างนี้ทางกรมส่งเสริมการเกษตรจะดำเนินการขยายผลในพื้นที่อื่นๆ ทั่วทุกภูมิภาคต่อไป เพื่อช่วยให้เกษตรกรมีตลาดจำหน่ายผลผลิตและสินค้าแปรรูปอย่างต่อเนื่องต่อไป&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายชาตรี บุญนาค&amp;nbsp; รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34997</URL_LINK>
                <HASHTAG>Farm @ Home, กรมส่งเสริมการเกษตร, นายชาตรี บุญนาค, ภาคตะวันออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190503/image_big_5ccbf5a364748.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18097</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2018 10:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2018 10:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสก. เขต 3 จังหวัดระยอง สนับสนุนแผนธุรกิจของกลุ่มเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่ ตำบลวังจันทน์ วันนี้เห็นผลจริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จังหวัดระยอง เป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ การปลูกผลไม้จึงเป็นอาชีพหลักของชาวระยอง ผลไม้หลากหลายชนิดที่เป็นพืชเศรษฐกิจของชาวระยอง เช่น ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง ขนุน มะม่วง กล้วย และสับปะรด ซึ่งถือเป็นผลไม้หลักที่ทำรายได้ให้กับจังหวัดระยองอย่างต่อเนื่องตลอดมา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ต่อมาเนื่องจากชาวสวนหันมาปลูกกันมากขึ้นเป็นผลไม้เกิดภาวะผลผลิตล้นตลาด ราคาที่เคยดีกลับถูกลง รายได้ไม่คุ้มกับทุน หลายฝ่ายต่างตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจึงริเริ่มนำผลผลิตมาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าให้มีรายได้มากขึ้น โดยแปรรูปเพื่อรับประทานในครัวเรือน และจำหน่าย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งถือเป็นการถนอมอาหารที่ส่วนใหญ่เป็นผลไม้รับประทานสุกได้ เช่น ทุเรียน ขนุน สับปะรด กล้วย มะม่วง และได้มีการปรับปรุงพัฒนาการผลิตเรื่อยมา จากที่ใช้เครื่องมือจากในครัวเรือน มาเป็นการใช้เครื่องจักรและกรรมวิธีที่ถูกสุขอนามัยมากขึ้น โดยขอรับการสนับสนุนเครื่องมือตลอดถึงวัสดุอุปกรณ์และวิทยาการในการผลิตจากหน่วยงานต่างๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายชาตรี บุญนาค ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร ที่ 3 จังหวัดระยอง เปิดเผยว่า จากที่สำนักงานฯ และหน่วยงานในสังกัดพื้นที่ภาคตะวันออกได้ร่วมกันแปลงนโยบายโครงการสร้างทักษะและส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรหรือโครงการเสริมสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรรายย่อย ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ได้ดำเนินการภายใต้โครงการไทยนิยม ยั่งยืน ของรัฐบาล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ที่มีเป้าหมายเพื่อให้เกษตรกรได้รับการเรียนรู้ สามารถปรับตัวอยู่กับบริบทของสังคม เศรษฐกิจ ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปในอนาคตได้อย่างยั่งยืน สามารถพัฒนา ต่อยอดเชิงธุรกิจ เกิดแนวทางการพัฒนาในรูปแบบของโครงการที่เกิดจากความร่วมมือของชุมชนอย่างแท้จริง ก่อให้เกิดความยั่งยืนในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมนั้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทางสำนักงานฯ จึงจัดทำโครงการ พร้อมเสนอแผนธุรกิจของกลุ่มเกษตรกรต่างๆ เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินงานร่วมกัน และเสนอโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุน โดยได้มีการฝึกอบรมและพัฒนาเกษตรกรรายย่อย ในหลายมิติ ทั้งด้านองค์ความรู้และเทคโนโลยีการผลิต ด้านการบริหารจัดการผลผลิต และการบริหารจัดการในเชิงธุรกิจ รวมถึงการส่งเสริมให้เกษตรกรรายย่อยสามารถเข้าถึงแหล่งความรู้และนวัตกรรมด้านการเกษตร เกิดการรวมกลุ่ม นับเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืน อันจะสามารถแข่งขันในเชิงธุรกิจการตลาดยุคไทยแลนด์ 4.0 ได้ เป็นอย่างดี&amp;rdquo;นายชาตรี บุญนาค กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทางด้านนางสาวอภัสนัน ชุ่มจิตร เลขานุการกลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่ ตำบลวังจันทน์ เปิดเผยว่า เนื่องจากที่ผ่านมาในพื้นที่ชุมชนมีการเพาะปลูกพืชให้ผลมาก เช่นขนุน ทุเรียนและไม้ให้ผลต่างๆ เป็นจำนวนมาก บางครั้งช่วงผลผลิตออกมามากจนล้นตลาด ทำให้ราคาตกต่ำ จึงเอาผลผลิตเหล่านี้มาแปรรูป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกันทางสำนักงานพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยองมีโครงการเข้ามา ทางกลุ่มจึงตัดสินใจร่วมกันว่า จะทำการแปรรูปขนุนเพิ่มเติมจากที่ทำอยู่โดยรับซื้อขนุนของสมาชิกและเกษตรกรรายย่อยอื่นๆ บริเวณชุมชนวังจันทน์ และใกล้เคียง อย่างบางรายมีเพียงไม่กี่ลูกซึ่งพ่อค่ามักไม่รับซื้อ หรือไม่เข้ามาซื้อเพราะมีน้อยไม่คุ้มทุนกับการเดินทาง ทางกลุ่มก็รับซื้อมาทำให้เกษตรกรรายย่อยเหล่านี้มีรายได้เพิ่มขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ทางกลุ่มก็จะทำการตลาดด้วยตนเองด้วยการเปิดช่องทางการรับซื้อจากผู้บริโภคผ่านระบบออนไลน์ มีทั้งเฟสบุ๊ค ไลน์ แอปช็อปปิ้ง เป็นต้น ทำให้มีลูกค้าที่ติดตามอยู่เป็นประจำ โดยสั่งซื้อสินค้าเข้ามาอย่างต่อเนื่อง บางส่วนก็เพื่อเอาไปจำหน่ายอีกทอดหนึ่ง การขายปัจจุบันจะอยู่ที่ประมาณ 2-3 ตัน ต่อเดือน โดยขายราคาส่งที่ 180 บาท ปลีกอยุ่ที่ 250 บาทต่อ 1 กิโลกรัม &amp;ldquo;นางสาวอภัสนัน ชุ่มจิต กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนด้านการผลิตนั้น เลขากลุ่ม เผยว่าจะมีการระดมสมาชิกมาช่วยกันหลังจากมีการสั่งซื้อเข้ามา จะไม่ผลิตไว้ก่อน ทั้งนี้ก็เพื่อให้สินค้าที่แปรรูปมีคุณภาพและสดใหม่อยู่ตลอดเวลา ซึ่งขนุนสดจำนวน 1 ตัน เมื่อนำมาผ่านขบวนการแปรรูปจะได้ขนุนอบแห้งที่ 100 กิโลกรัม มีรายได้ประมาณ 25,000 บาท ในขณะที่ต้นทุนอยู่ที่ประมาณ 15,000 บาท ซึ่งกลุ่มจะได้กำไรที่ประมาณ 10,000 บาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และในปี 2561 ได้ทำการขอจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนเป็นปีแรก โดยกลุ่มมีสมาชิก 25 ราย ภายหลังจากได้การสนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง ทางกลุ่มจะทำการพัฒนาขบวนการผลิตให้ตรงตามความต้องการของตลาดเพิ่มมากขึ้น เช่นจะมีการปรุงรสชาติ หรือรูปแบบให้ตรงตามความนิยมของตลาด ต่อไป &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18097</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, ความสำเร็จเกษตรกรรม, นายชาตรี  บุญนาค, ปลูกผลไม้, สสก. เขต 3 จังหวัดระยอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180921/image_big_5ba45d2edaa7d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17747</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2018 10:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2018 10:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลูกหอมแบ่ง อาชีพหลังนา ทางออกทางรอดเพื่อรายได้ของเกษตรกรหนองขยาด จ.ชลบุรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;นายชาตรี บุญนาค ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง เปิดเผยว่า สำนักงาน มีหน้าที่ในการดูแลการทำการเกษตรของเกษตรกรในพื้นที่ภาคตะวันออก 9 จังหวัด และตลอดมาได้สนองนโยบายของรัฐบาล กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตามข้อสั่งการของกรมส่งเสริมการเกษตรในการนำโครงการต่างๆ  มาดำเนินงานในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เช่นโครงการส่งเสริมรายได้ให้กับเกษตรกรรายย่อยในโครงการไทยนิยมยั่งยืนของรัฐบาล ซึ่งได้ สนับสนุนงบประมาณมาให้เพื่อใช้เป็นเงินทุนสำหรับการจัดหาปัจจัยการผลิตขั้นพื้นฐานแก่เกษตรกร เพื่อให้ชุมชนมีความเข้มแข็งภายใต้การรวมกลุ่มทำการผลิตและการตลาด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;ldquo;สำนักงานได้นำคณะสื่อมวลชนเดินทางมาดูงานในโครงการสื่อมวลชนสัญจร ภาคตะวันออก โดยคณะได้ดูงานเกี่ยวกับการทำปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพของเกษตรกร ตลอดถึงการกระจายปุ๋ยอินทรีย์แก่กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกพืชทั้งประเภทให้ผลและพืชผัก พร้อมทั้งขบวนการแปรรูปผลผลิตและการเพิ่มช่องทางด้านการตลาดให้กับผลผลิต ซึ่งเป็นการดำเนินโครงการแบบครบวงจร เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายของเกษตรกรด้วยกันเอง เป็นการช่วยส่งเสริมให้เกษตรกรลดต้นทุนในการผลิตทุกขั้นตอนและมีตลาดรองรับทำให้มีรายได้อย่างต่อเนื่องและเพิ่มมากขึ้นกว่าที่ที่ผ่านมา&amp;rdquo; นายชาตรี บุญนาค กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;อย่างเช่นโครงการผลิตหอมแบ่ง ของกลุ่มศูนย์จัดการพืชชุมชนตำบลหนองขยาด อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ซึ่งอยู่ในโครงการการผลิตและขยายพันธุ์พืช ที่เป็นผลมาจากพื้นที่แห่งนี้มีการทำการเกษตรที่หลากหลาย เช่น ทำนา ทำสวน และทำไร่ แต่เนื่องจากพื้นที่เป็นที่ดอน การทำนาจึงต้องอาศัยนาน้ำฝนเป็นหลัก จึงทำนาได้เพียงปีละ 1 ครั้ง ทำให้มีรายได้ที่ไม่ต่อเนื่อง และหากปีใดข้าวราคาตกต่ำก็ทำให้เกษตรกรขาดทุน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;การปลูกพืชผักหลังจากเก็บเกี่ยวข้าวแล้วจึงเป็นทางเลือกหนึ่งของเกษตรกรที่จะสามารถทำได้และพอจะมีรายได้อยู่บ้างในแต่ละปี และจากการลงพื้นที่เพื่อทำเวทีชุมชนของสำนักงานพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง ทำให้ได้รับข้อมูลที่สามารถนำมาวิเคราะห์ปัญหาด้านการทำกินของชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม และเกษตรกรในพื้นที่ต่างเห็นพ้องต้องกันว่าควรจัดทำโครงการผลิตหอมแบ่ง เพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในชุมชน และนำไปเป็นอาชีพเสริมให้แก่เกษตรกรทั่วไปในชุมชนด้วยหอมแบ่งปัจจุบันยังเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่องและตลอดทั้งปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;การดำเนินงานในโครงการฯ ได้เริ่มต้นที่เกษตรกรรวมตัวกัน จำนวน 33 ราย ร่วมกันปลูกหอมแบ่งในพื้นที่ 4 ไร่ พื้นที่หมู่ที่ 1 ตำบลหนองขยาด อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;นางลำไย ชาประเสริฐ ประธานกลุ่มหอมแบ่ง เปิดเผยว่าเดิมมีการปลูกหอมอยู่แล้ว และเมื่อได้รับงบประมาณจากสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จ.ระยอง กรมส่งเสริมการเกษตร ในโครงการส่งเสริมอาชีพเกษตรกรมาต่อยอดก็สามารถทำให้การปลูกมีคุณภาพมากขึ้น ทั้งทางด้านวิชาการและปุ๋ยอินทรีย์ ทำให้เพิ่มพื้นที่การปลูกได้มากขึ้น ชาวชุมชนที่ไม่ได้ปลูกก็เข้ามาเป็นแรงงานให้กับรายที่ปลูก ทำให้มีรายได้กันอย่างทั่วถึง เนื่องจากหอมแบ่งเป็นพืชอายุสั้นสามารถเก็บผลผลิตได้เร็วปลูกได้อย่างต่อเนื่องทำให้มีรายได้อย่างต่อเนื่อง โดยใช้เวลาประมาณ 35-40 วันก็สามารถเก็บมาจำหน่ายได้ ถ้ามีน้ำน้อยก็จะอยู่ที่ประมาณ 40-45 วันก็จะเก็บเกี่ยวได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;ldquo;พื้นที่ 1 ไร่ลงทุนประมาณ 2,000 บาท เก็บผลผลิตได้ประมาณ 1 ตัน ราคาขาย 150 บาทต่อกิโลกรัม 1 ไร่ที่ปลูกจะได้หอมประมาณ 1 ตัน หากอากาศและน้ำดีก็จะได้ประมาณ 3 ตัน ตั้งแต่ปลูกหอมแบ่งมามีรายได้สามารถส่งลูก 2 คนเรียนจนจบปริญญาตรี มีบ้านมีรถใช้ ชีวิตสมบูรณ์เป็นอย่างดี &amp;ldquo; นางลำไย กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;นับเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ทำรายได้ให้กับเกษตรกรได้อย่างเป็นรูปธรรม และมีความมั่นคง ที่สำคัญภายใต้การส่งเสริมสนับสนุนจากส่วนงานภาครัฐที่ถูกทิศทาง จะยังผลให้เกิดความเข้มแข็งให้กับชุมชน ก่อเกิดความสามัคคี เกษตรกรมีชีวิตอยู่ดีกินดีกันอย่างทั่วถึง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17747</URL_LINK>
                <HASHTAG>นางลำไย  ชาประเสริฐ, นายชาตรี บุญนาค, ปลูกหอมแบ่ง, สำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180917/image_big_5b9f2300d0d30.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
