<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>73200</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2020 17:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2020 17:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;กก.ปฏิรูปการเมือง&#039;แนะรบ.เปิดใจรับข้อเสนอคนรุ่นใหม่ชง4ข้อแก้รธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ส.ค.63-นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ กรรมการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุ ข้อเรียกร้องของกลุ่มเยาวชนปลดแอกต่อรัฐบาล 3 ข้อ 1) ให้ยุบสภา 2) หยุดคุกคามประชาชน และ 3) ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ผมเห็นใจและเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของคนรุ่นใหม่ซึ่งก็เหมือนกับคนรุ่นผมเมื่อ 49 ปีที่แล้ว ที่ต้องการ &amp;ldquo;อนาคตที่ดีกว่า&amp;rdquo; ความขัดแย้งทางการเมืองที่กำลังก่อตัวขึ้นใหม่ ไม่ใช่ความขัดแย้งระหว่างขั้วอำนาจโดยเฉพาะระหว่างกลุ่มอำมาตย์และนายทุนชาติกับกลุ่มคนชั้นกลางใหม่ กรรมกรและชาวนา ที่ต่อสู้กันต่อเนื่องมาร่วม 60 ปี แต่เป็นคู่ขัดแย้งใหม่ ระหว่างกลุ่มทุนการเมืองอนุรักษ์นิยม กับ กลุ่มทุนดิจิทัลเสรีนิยมกับกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ เวลาผ่านไปหลายสิบปี โลกและประเทศเปลี่ยนแปลงก้าวหน้าไปมาก แต่สังคมและการเมืองไทยกำลังย้อนกลับมาที่จุดเดิมที่เป็นจุดสร้างความแตกแยก ความอ่อนแอของผู้คนและสังคม เป็นจุดที่สร้างบาดแผลความเจ็บช้ำเคียดแค้นในใจคนที่จะต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่นไปอีกนับสิบปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือ วงจรอุบาทว์ที่เป็นธรรมชาติที่แท้จริงของการเมืองไทย หรือ? แน่นอน การจะมีอนาคตใหม่ที่ดีกว่า ตามที่เยาวชนคนรุ่นใหม่ต้องการ ต้องทำการใหญ่อีกหลายเรื่องในแทบทุกด้านของชีวิตคนไทย แต่ที่เร่งด่วนในนาทีนี้ คือ การปฏิรูปการเมือง เพื่อลดความตึงเครียด ขจัดโอกาสที่จะเกิดการปะทะทางความคิดและการใช้กำลัง&amp;nbsp;
ผมขอเรียกร้องให้รัฐบาลมีจิตใหญ่ ใจกว้าง เชิญตัวแทนของทุกกลุ่มที่ต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยเฉพาะกลุ่มวุฒิสมาชิก ให้เข้ามาร่วมกันคิด ร่วมกันผลักดันให้การปฏิรูปใน 4 เรื่องนี้เกิดขึ้นโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.การแข่งขันทางการเมืองที่ไม่เสรีและเท่าเทียม (การสืบทอดอำนาจ) ต้องมุ่งขจัดกติกาและกลไกที่ทำให้ไม่มีการแข่งขันอย่างเท่าเทียมทางการเมือง โดยเร่งแก้รัฐธรรมนูญในส่วนที่เป็นหน้าที่ของวุฒิสมาชิกในการออกเสียงเลือกนายกรัฐมนตรี และแก้ไขเกณฑ์คะแนนเสียงเลือกตั้งที่แต่ละพรรคการเมืองจะได้ สส. ในสภาผู้แทนราษฎร 2. การตรวจสอบการเข้าสู่อำนาจ และการใช้อำนาจที่ไม่ถูกต้องและเป็นธรรม ต้องมุ่งปรับให้มีกลไกที่เป็นกลางในการตรวจสอบการเข้าสู่อำนาจ การใช้อำนาจ และการออกจากตำแหน่งที่มีอำนาจ โดยเร่งแก้รัฐธรรมนูญในส่วนที่เป็นการปรับเปลี่ยนระบบการสรรหากรรมการองค์กรอิสระให้เปิดกว้างและโปร่งใสและ
ปรับระบบการตรวจสอบและรับผิดของกรรมการองค์กรอิสระให้มีกลไกการถ่วงดุลจากตัวแทนของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ความเหลื่อมล้ำในโอกาสและความสามารถขยับสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมต้องมุ่งขจัดระบบอภิสิทธิ์และกลไกที่ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงทรัพยากรและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคม ระหว่างกลุ่มอำนาจเก่ากับกลุ่มคนรุ่นใหม่โดยเร่งสร้างความเป็นธรรมในสังคมให้มากขึ้นโดยปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมครบวงจรและเร่งปรับแก้กฎหมายที่สร้างภาระให้แก่ประชาชน ที่เป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติ และที่ไม่เน้นการแข่งขันด้วยความสามารถในการได้มาซึ่งตำแหน่ง สถานะ เกียรติยศ เพื่อให้ทุกคนมีโอกาสที่เท่าเทียมกันในการขยับสถานะทางเศรษฐกิจสังคมของตนให้ดีขึ้น 4. การมีระบบการเป็นตัวแทนทางการเมืองที่ดีต้องมีกลไกที่ควบคุมทำให้นักการเมืองในรัฐสภาต้องทำหน้าที่และพร้อมรับผิดได้จริง โดยเร่งปรับแก้กฎหมายพรรคการเมืองและออกกฎหมายการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐของประชาชนเพื่อให้มีกลไกและช่องทางที่ประชาชนจะใช้ในการตรวจสอบควบคุมการปฏิบัติหน้าที่ของพรรคการเมืองและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสมาชิก ให้ง่าย สะดวก รวดเร็ว รู้เห็นกันทั่วไป
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73200</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง, นายชาติชาย ณ เชียงใหม่, รัฐบาล, แก้รธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200802/image_big_5f269404d45f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33695</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2019 16:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2019 16:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> อดีตกรธ.แจงปมวันเลือกตั้งขัดรธน. ยันเป็นไปตามบทเฉพาะกาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 เม.ย.62 - กรณีนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.คลัง โพสต์เฟซบุ๊กถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรื่องวันเลือกตั้งอาจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ โดยอ้างอิงมาตรา 102 ที่กำหนดการเลือกตั้งหลังอายุของสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง, มาตรา 103 ที่กำหนดการเลือกตั้งหลังยุบสภาผู้แทนราษฎร และบทเฉพาะกาล มาตรา 268 ที่กำหนดให้การเลือกตั้งแล้วเสร็จภายใน 150 วัน นับแต่วันที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 267 (1) (2) (3) และ (4) มีผลใช้บังคับแล้ว นายธีระชัยเห็นว่าตามบทเฉพาะกาลเป็นเงื่อนไขเพิ่มเติม มิใช่เงื่อนไขที่ยกเว้นการปฏิบัติตามข้อบัญญัติทั้งหลายในรัฐธรรมนูญ ดังนั้น พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ส.ส.จึงย่อมมีฐานะเป็น พ.ร.ฎ.ตามมาตรา 103 และการกำหนดวันเลือกตั้งก็ต้องปฏิบัติตามมาตรา 103 คือต้องไม่น้อยกว่า 45 วัน แต่ไม่เกิน 60 วันนับแต่วันที่ พ.ร.ฎ.ดังกล่าวใช้บังคับ โดย พ.ร.ฎ.เลือกตั้งใช้บังคับวันที่ 23 ม.ค. 2562 วันเลือกตั้ง 24 มี.ค. 2562 จึงเกิน 60 วันนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า ในการเลือกตั้งครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญ 24 มี.ค. 2562 เป็นไปตามบทเฉพาะกาล ส่วนมาตรา 102, 103 เป็นบทถาวรใช้ในกรณีปกติ เมื่อสิ้นสุดอายุสภาผู้แทนราษฎรหรือมีการยุบสภา หมายถึงจากนี้ไปแล้วมีรัฐบาลใหม่ อยู่ครบวาระหรือเกิดการยุบสภาต้องปฏิบัติตามมาตรา 102, 103 กรณีเลือกตั้ง 24 มี.ค. เป็นไปตามบทเฉพาะกาล ซึ่งเป็นเหตุการณ์เงื่อนไขเฉพาะที่มาตรา 267, 268 เขียนเรียงไว้หลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญแล้วให้ทำอะไรบ้าง ก็ให้มีการเลือกตั้งภายใน 150 วัน หลังกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 4 ฉบับแล้วเสร็จใช้บังคับ จึงเห็นว่าวันเลือกตั้ง 24 มี.ค. ไม่ผิดอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาติชาย ยังยกตัวอย่างย้ำบทเฉพาะกาลคือใช้เฉพาะกาลไปก่อน เหมือนกับการสรรหา ส.ว. ที่แรกเริ่มใช้ตามบทเฉพาะกาลมี 250 คน แต่บทถาวรมี ส.ว. 200 คน เมื่อพ้นไป 5 ปีแล้วถึงใช้ ส.ว. 200 คน ไม่ได้แปลว่าบทเฉพาะกาลจะไปแย้งบทถาวรไม่ได้ เป็นการใช้ในช่วงการเปลี่ยนผ่านเท่านั้น การเลือกตั้งคราวนี้จึงเป็นไปตามมาตรา 268 ที่ให้เลือกตั้งแล้วเสร็จภายใน 150 วัน ไม่ใช่ไปแย้งกับมาตรา 102, 103.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33695</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., กฎหมายเลือกตั้ง, ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล, นายชาติชาย ณ เชียงใหม่, รัฐธรรมนูญ, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190213/image_big_5c63ff8e6754c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29059</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2019 18:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2019 18:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> อดีตกรธ.ชี้หากยุบทษช.ก่อนเลือกตั้งต้องเก็บของกลับบ้านทั้งพรรค </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13ก.พ.62- &amp;nbsp; นายชาติชาย &amp;nbsp;ณ เชียงใหม่ &amp;nbsp;อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)มีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติตามความผิดพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองพ.ศ.2560มาตรา 92 ว่า &amp;nbsp;ถ้ากกต.ยื่นเร็วก็พิจารณาได้เร็ว เพราะศาลรัฐธรรมนูญก็ต้องไปดูข้อมูล หลักฐาน รายละเอียดต่าง ๆ เพราะวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญมีเอกสารหลักฐานจากกกต.ส่งให้อยู่แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจะเรียกพรรคไปชี้แจงหรือไม่ ตนไม่แน่ใจ เพราะว่าคนฟ้องคือกกต. หรืออาจเรียกพรรคไปถามก็ได้ เพราะการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญเป็นระบบไต่สวน ไม่ได้ดูเพียงกระดาษที่กกต.ยื่นฟ้อง ศาลรัฐธรรนูญมีวิธีการหาข้อมูล ข้อเท็จจริงหลายๆอย่างด้วยตัวเองได้ เพราะตามกฎหมายศาลรัฐธรรมนูญต้องฟังจนเชื่อได้ว่ามีการกระทำอันเป็นอริต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาติชาย กล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่วินิจฉัย ว่าจะยุบหรือไม่ยุบพรรคเท่านั้น ส่วนการลงโทษเป็นหน้าที่ของกกต.ซึ่งอยู่ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ซึ่งกกต.ก็ต้องพิจารณาว่า กรรมการบริหารพรรคมีความผิดตามกฎหมายพรรคการเมือง เมื่อเป็นกรรมการบริหารพรรคทำหน้าที่ไม่ถูกต้อง มีเจตนาประพฤติก็มีโทษตามกฎหมายอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดีตกรธ.กล่าวว่าถ้ายุบพรรคก่อนเลือกตั้งทุกตำแหน่งหลุดหมดทุกตำแหน่ง ทั้งผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้งหมด แต่ถ้ายุบหลังเลือกตั้งถ้าประกาศผลแล้วคนที่เป็นส.ส.เขต และบัญชีรายชื่อก็ไปหาพรรคอยู่ใหม่ให้ได้ภายใน 60 วัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29059</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต.ยุบพรรคไทยรักษาชาติ, นายชาติชาย ณ เชียงใหม่, ศาลรัฐธรรมนูญ, หลุดทั้งพรรค, อดีตกรธ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190213/image_big_5c63ff8e6754c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25893</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/01/2019 21:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพื่อแม้ว&#039;ตีขลุม&#039;เลื่อน=เลิก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีต กรธ.ยันจัดเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน ไม่นับรับรองผล ส.ส. 60 วัน ยก รธน.50เทียบเคียงไม่ทำให้เป็นโมฆะ วอนอย่าวิตกเกินเหตุ &amp;quot;เพื่อแม้ว&amp;quot; บ่นสิ้นหวัง ผวาเลื่อนเลือกตั้งเท่ากับไม่มีเลือกตั้ง หากไม่ประกาศผลภายใน 9 พ.ค.62 ศาล รธน.ตีความโมฆะ คสช.อยู่ยาว ขณะที่กลุ่มคนอยากเลือกตั้งบุกอนุสาวรีย์ชัยฯ ย้ำไม่ให้เลื่อน &amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; ดอดร่วมชุมนุม เชื่อ 2 งานสำคัญเดินหน้าพร้อมกันได้ แนะรัฐบาลมาจากเลือกตั้งจัดพระราชพิธีสง่างามกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวกรณีที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุว่า กกต.ต้องจัดการเลือกตั้งและประกาศผลให้ได้ก่อน 9 พ.ค. ซึ่งอยู่ในกรอบ 150 วัน เพื่อป้องกันไม่เสี่ยงถูกร้องเลือกตั้งโมฆะว่า ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญระบุไว้ชัดว่า เมื่อ พ.ร.ป.ประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งมีผลบังคับใช้ครบทั้ง 4 ฉบับ จะต้องจัดเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน ซึ่ง 150 วันก็คือต้องจัดให้มีการเลือกตั้ง คือให้คนไปเข้าคูหาเลือกตั้งหรือหย่อนบัตร แต่ไม่รวมถึงการนับคะแนนหรือประกาศแต่อย่างใด ส่วนการประกาศผลกฎหมายกำหนดให้ กกต.ประกาศผลการเลือกตั้งให้ได้ร้อยละ 95 ภายใน 60 วัน เพื่อให้สามารถประชุมสภานัดแรกได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มีผล 11 ธันวาคม 2561 ก็นับวันไป150 วัน ก็จะไปครบวันที่ 9 พฤษภาคม 2562 ซึ่ง กกต.จะจัดวันเลือกตั้งในวันใดก็ได้ แต่ต้องไม่เกิน 9 พฤษภาคม 2562&amp;quot; นายชาติชายกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุดม รัฐอมฤต อดีตโฆษก กรธ. กล่าวว่า กรธ.ยืนยันมาหลายครั้งแล้วว่าเมื่อกฎหมายประกอบ รธน. 4 ฉบับมีผลบังคับใช้ กกต.ต้องจัดการเลือกตั้งภายใน 150 วัน หรือไม่เกินวันที่ 9 พ.ค.62 ส่วนประกาศรับรองผล ส.ส.สามารถทำภายหลังวันเลือกตั้งได้ แต่ไม่เกิน 60 วัน และที่ผ่านมาการจัดเลือกตั้งในอดีตก็ดำเนินการตามบรรทัดฐานนี้ ดังนั้น หากวันที่ 24 ก.พ.62 ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้เพราะมีเหตุอันสมควร ก็สามารถขยับได้ แต่ไม่เกิน 150 วัน แต่สุดท้ายหากเกิดประเด็นปัญหาขึ้นในช่วงนั้น ผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงก็สามารถไปร้องศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยได้ อาทิ สนช., กกต. &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่หากผู้มีส่วนได้เสียเป็นนักการเมืองจะไปร้องเกี่ยวกับเรื่องระยะเวลาว่าตัวเองเสียหายนั้น เป็นไปได้ยาก เพราะไม่ใช่ประเด็นเกี่ยวข้องที่ทำให้ตัวได้หรือไม่ได้เป็น ส.ส. ขณะที่ผู้ไม่เกี่ยวข้องอื่นๆ ที่ไม่ได้เป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยตรง ก็อาจยื่นตีความได้เช่นกัน โดยผ่านช่องทางผู้ตรวจการแผ่นดินหากเห็นชอบตามที่ร้องก็ส่งต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป แต่หากไม่เห็นด้วยผู้ตรวจการแผ่นดินตีตกไป ดังนั้นจึงไม่อยากให้มีการวิตกจนเกินเหตุ&amp;quot; นายอุดมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ นายนรชิต สิงหเสนี อดีตโฆษก กรธ.เคยให้ความเห็น โดยยกตัวอย่างกรณีรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่บัญญัติถ้อยคำในทำนองเดียวกัน และพบว่า กกต.ในอดีตเพียงแค่จัดให้มีการเลือกตั้งภายในกำหนดเวลาเท่านั้น โดยในมาตรา 296 ในบทเฉพาะกาลรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 บัญญัติว่า ให้ดำเนินการเลือกตั้ง ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญนี้ให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวัน...ทั้งนี้ นับแต่วันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ม.295 มีผลใช้บังคับ&amp;rdquo; ซึ่งถ้อยคำคำว่า &amp;ldquo;ให้แล้วเสร็จ&amp;rdquo; ทำนองเดียวกันกับที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญ 60 เพียงแต่แตกต่างกันที่กำหนดระยะเวลาเท่านั้น เมื่อดูกระบวนการจัดการเลือกตั้งของ กกต.ในขณะนั้น มีการทยอยประกาศผลการเลือกตั้ง 8 ครั้ง ตั้งแต่วันที่ 3-29 ม.ค. 2551 จะเห็นได้ว่า กกต.ชุดดังกล่าวจัดการเลือกตั้งแล้วเสร็จภายใน 90 วัน แต่ประกาศผลเลือกตั้งได้เพียง 403 คน จากนั้นก็ทยอยประกาศรับรองผล ส.ส.ต่อไป แม้จะเลยกำหนด 90 วันไปแล้วก็ตามจนครบจำนวน โดยไม่ทำให้การเลือกตั้งครั้งดังกล่าวเป็นโฆฆะแต่อย่างใด&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
เลื่อนเท่ากับไม่มีเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า แค่เรื่องจะกำหนดวันเลือกตั้ง ให้ชัดเจนว่าวันไหนยังทำท่างุนงงกันไปหลายหน่วยงาน ทำให้ต้องตีความเจตนารมณ์ของกฎหมายว่าเมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้แล้ว ต้องจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จใน 150 วัน หมายความว่าอย่างไร เรื่องง่ายแค่นี้ยังหาคนให้คำตอบไม่ได้ คำตอบที่สังคมวันนี้ต้องการ คือ การจัดการเรื่องการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จนั้นกฎหมายตีความว่าอย่างไร ระหว่างการจัดการเลือกตั้งให้เกิดขึ้นใน 150 วัน หรือให้รวมหมายถึงต้องมีการประกาศผลให้ลุล่วงอย่างน้อย 95% เพื่อให้สามารถเปิดประชุมรัฐสภาได้ตามกฎหมาย ไม่ใช่ปล่อยให้คำตอบอยู่ในสายลม โยนกันไป-โยนกันมาอย่างที่กำลังเป็นอยู่ในปัจจุบันระหว่าง กกต.กับรัฐบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่น่าเศร้ากว่านั้น เมื่อมีคำถามถึงผู้ร่างรัฐธรรมนูญว่าตอนร่างมีเจตนารมณ์อย่างไร คำตอบที่ได้คือ &amp;quot;มีหน้าที่ร่าง ไม่ได้มีหน้าที่ตีความ&amp;quot; และหากจะถามองค์กรอิสระที่มีอำนาจหน้าที่ตีความ แนวทางที่ผ่านมาอาจมีคำตอบคือ เรื่องยังไม่เกิด ยังวินิจฉัยไม่ได้ สรุปว่าการเลือกตั้งแล้วเสร็จ ยังคงหาคำตอบจากใครไม่ได้เลย เฮ้อ สิ้นหวังประเทศไทย&amp;quot; นายภูมิธรรมระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หากคิดว่ามันติดทุกอย่างก็ติดไปหมด ระยะเวลาประกาศผลเลือกตั้งที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ออกมาบอกว่า 60 วัน จนทำให้ไปคาบเกี่ยวกับพระราชพิธีนั้น ถ้า กกต.เร่งประกาศผลการเลือกตั้งให้เร็วกว่า โดยใช้เวลาเพียง 30 วัน ทุกอย่างจะลงตัว และจะเป็นเรื่องดีอย่างยิ่งที่ในช่วงงานพระราชพิธีฯ เราจะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งคอยทำหน้าที่ ไม่ใช่ให้รัฐบาลที่มาจากการยึดอำนาจเป็นผู้ดำเนินการ และประมุขแห่งรัฐในประเทศประชาธิปไตยก็ได้มาร่วมแสดงความยินดีในงานพระราชพิธีฯ ครั้งนี้ด้วยความสบายใจ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรองนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;เลื่อนเลือกตั้ง เท่ากับ (อาจ) ไม่มีเลือกตั้ง&amp;rdquo; ระบุว่า การเลื่อนไป 1 เดือน จากวันที่ 24 ก.พ. เหมือนเป็นเวลาสั้นๆ แต่เวลาเพียง 1 เดือนนี้แหละที่อาจทำให้ไม่มีการเลือกตั้งในปีนี้อีกเลย การเลื่อนเลือกตั้งไปอีก 1 เดือนนี้ มีนัยแอบแฝงหรือไม่ เพราะเชื่อว่ามีบางกลุ่ม บางพรรคไม่อยากเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง การเลือกตั้งมีแพ้มีชนะ แต่เดิมพันในการเลือกตั้งครั้งนี้สูงยิ่ง คำว่า &amp;quot;การเลือกตั้งแล้วเสร็จ&amp;quot; หมายถึงภารกิจของการดำเนินการเลือกตั้งทั้งหมดของ กกต.แล้วเสร็จ ซึ่งกินความตั้งแต่การกำหนดวันเลือกตั้ง จนถึงการประกาศผลการเลือกตั้งแล้วเสร็จภายในวันที่ 9 พ.ค. 2562 ด้วย เมื่อมีความแตกต่างกันใน &amp;quot;ภารกิจ&amp;quot; เช่นนี้ ต้องยึดบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญเท่านั้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;การเสนอให้กำหนดวันเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค.2562 จึงสุ่มเสี่ยงต่อการขัดรัฐธรรมนูญฯ เพราะ กกต.อาจไม่สามารถประกาศผลการเลือกตั้งได้ภายในวันที่ 9 พ.ค.2562 และอาจมีผู้ไปร้องให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ กกต.ถูกฟ้องร้องทั้งแพ่งและอาญา หากศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องร้องเรียนให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ สนช.และ ครม.ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะปฏิบัติหน้าที่ต่อไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีกำหนด ตามบทบัญญัติในมาตรา 263 และ 264 ของรัฐธรรมนูญ หากศาลรัฐธรรมนูญใช้เวลาในการพิจารณายาวนาน อาจไม่มีการเลือกตั้งใหม่ในปีนี้ หรือหากศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะ จะมีการเลือกตั้งใหม่อีกเมื่อไร ไม่มีใครทราบได้ เพราะบทเฉพาะกาลไม่มีกำหนดเงื่อนเวลาในสถานการณ์จำลองนี้ ดังนั้น การเลื่อนเลือกตั้งอาจนำไปสู่การไม่มีเลือกตั้งไปอีกนาน&amp;quot; นายสุรพงษ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า การที่รัฐบาลและ กกต.เผยว่าจะต้องมีการเลื่อนเลือกตั้ง ทุกคนคงทราบดีว่ากระแสสังคมต่อต้านเช่นไร ถึงกับเป็นแฮชแท็กต่อต้านการเลื่อนเลือกตั้งสูงที่สุดของทวิตเตอร์ ถ้าจริงใจต้องการให้มีการเลือกตั้งในต้นปี 2562 จริงอย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันกับนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร ระหว่างการเยือนอย่างเป็นทางการ การเลื่อนเลือกตั้งต้องอยู่ในกรอบ 150 วัน เพื่อไม่ทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะสิ้นเปลืองงบประมาณประเทศ ถ้ามีการเลื่อนวันเลือกตั้งต้องเลื่อนไปช้าที่สุดคือวันที่ 10 มี.ค. แต่ถ้าเลื่อนไปวันที่ 24 มี.ค. เพราะจากวันเลือกตั้ง กกต.ใช้เวลารับรองผล อีก 60 วัน ซึ่งจะเกินวันที่ 9 พ.ค.2562 เมื่อมีผู้ไปร้องศาลรัฐธรรมนูญการเลือกตั้งครั้งนี้ก็จะเป็นโมฆะ ทำให้ประเทศสิ้นเปลืองงบประมาณโดยเสียเปล่า อีกทั้งทำให้ประชาชนไทยต้องถูกเผด็จการกดขี่บังคับปกครองต่อไปไม่สิ้นสุด&amp;nbsp;
เลื่อนก็แพ้ ไม่เลื่อนก็แพ้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้ง ส.ส.นั้น มีข่าวว่าส่งมาที่ทำเนียบรัฐบาลนานแล้วจริงหรือไม่ รัฐบาลควรชี้แจงเรื่องนี้ให้สิ้นความสงสัย เพราะพล.อ.ประยุทธ์มีผลประโยชน์ทับซ้อนด้วยเหตุที่ว่าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ไปปราศรัยทุกเวทีว่าคือ พล.อ.ประยุทธ์ บุคคลที่พรรค พปชร.เสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีในนามของพรรค พปชร. ผู้คนจึงสงสัยในพฤติกรรมลับๆ ล่อๆ ของ พล.อ.ประยุทธ์ และแทบไม่น่าเชื่อว่า ในที่สุดคณะรัฐประหารก็ยอมตกอยู่ภายใต้การนำของบรรดานักการเมืองที่ พล.อ.ประยุทธ์เคยด่าว่าแล้วประเทศจะปฏิรูปไปตามที่ พล.อ.ประยุทธ์เคยแถลงไว้ได้อย่างไร มันเป็นการเมืองน้ำเน่ายิ่งกว่าที่เคยเป็นมาเสียด้วยซ้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สมาชิกพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า สำหรับอภิสิทธิ์ชนไทยๆ &amp;nbsp;เลื่อนก็ไม่ชนะ ไม่เลื่อนก็ไม่ชนะ การเลือกตั้งกลายเป็นพิธีกรรม เป็นธรรมเนียม ที่ต้องกระทำในโลกสมัยใหม่ ไม่ว่าประเทศจะปกครองด้วยระบอบอะไรๆ ก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นประชาธิปไตยแบบสหรัฐหรือสหราชอาณาจักร ที่มีสองพรรคใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นคอมมิวนิสต์ (ในนาม) มีพรรคเดียวแบบจีน เกาหลีเหนือ หรือเวียดนาม หรือแม้แต่ประเทศคณาธิปไตยทหารอย่างพม่า ในที่สุดต่างก็ต้องมีเลือกตั้ง คณาธิปไตยทหารไทย ที่เหมือน แต่ก็ต่างจากพม่า ตรงที่ยังมีสถาบันกษัตริย์ แม้จะยื้อ จะเลื่อนเลือกตั้งมาหลายปี ก็คงต้องยอมให้มีเลือกตั้งแน่นอน ที่น่ากลัวสำหรับคณาธิปไตยทหารไทย กับผู้สนับสนุนหลัก+พรรคการเมืองตัวแทน คือ ทำอย่างไรถึงจะ &amp;quot;ไม่แพ้&amp;quot; แล้วถูกชำระ ทั้งนี้ ดูเหมือนว่าฝ่ายเขา ฝ่ายกระทำรัฐประหารถึงเลื่อนก็แพ้ ถึงไม่เลื่อนก็แพ้ ส่วนฝ่ายตรงข้าม ฝ่ายถูกรัฐประหารกระทำ ถึงเลื่อนก็ชนะ ถึงไม่เลื่อนก็ชนะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ่ายวันเดียวกัน ที่สกายวอล์ก อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง นำโดยนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว, นายอานนท์ นำภา แกนนำกลุ่มพลเมืองโต้กลับ, นายเอกชัย หงส์กังวาน, น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ นักกิจกรรมทางการเมือง, นางพะเยาว์ อัคฮาด แม่น้องเกด ร่วมกันชูป้ายและพัดข้อความว่า &amp;quot;#ไม่เลื่อน&amp;quot; , &amp;quot;#ไม่เลื่อนเลือกตั้ง&amp;quot;, &amp;ldquo;#เลื่อนแม่มึงสิ&amp;rdquo; &amp;nbsp;เพื่อแสดงสัญลักษณ์เรียกร้องรัฐบาล และ กกต. ฟังเสียงประชาชน พร้อมตะโกน ไม่เลื่อนเลือกตั้ง ตลอดการชุมนุม โดยมีนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ และนายรังสิมันต์ โรม ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ได้เข้าร่วมกิจกรรมกิจกรรมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรเปิดเผยว่า ตนมาให้กำลังใจในฐานะประชาชนคนหนึ่งกับผู้ที่รณรงค์ให้มีการเลือกตั้ง เพราะถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย ข้ออ้างของผู้มีอำนาจที่จะใช้เลื่อนเลือกตั้งจาก 24 ก.พ.62 เนื่องจากช่วงเวลาทับซ้อนกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ตนมองว่าไม่มีความจำเป็นจะให้รัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งมีส่วนร่วมในการจัดพระราชพิธี เพราะเห็นว่าการที่ให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งได้จัดพระราชพิธีนั้นจะสง่างามกว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เชื่อว่าหากเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ.62 นั้น กกต. จะสามารถประกาศผลการเลือกตั้งได้ใน 30 วัน ลักษณะเดียวกับการเลือกตั้ง ปี 54 แม้กฎหมาย จะกำหนดไว้ 60 วันก็ตาม จึงเชื่อว่าจะไม่กระทบกับการจัดงานพระราชพิธีฯ และสามารถให้สองกิจกรรมสำคัญของชาติดำเนินควบคู่ไปได้โดยไม่ต้องเลื่อนการเลือกตั้ง &amp;nbsp;เนื่องจากที่ผ่านมา คสช.เป็นคนขยับโรดแมปเลือกตั้งมาถึง 5-6 ครั้ง&amp;quot; นายปิยบุตรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ภายหลังการทำกิจกรรมประมาณ 1 ชั่วโมง กลุ่มผู้ชุมนุมได้เคลื่อนขบวนไปตามเส้นทางสกายวอล์ก รอบอนุสาวรีย์ฯ ก่อนสลายการชุมนุมโดยสงบ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25893</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาญวิทย์ เกษตรศิริ, น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง, นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี, นรชิต สิงหเสนี, นายชาติชาย ณ เชียงใหม่, ภูมิธรรม เวชยชัย, วรชัย เหมะ, วัชระ เพชรทอง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุดม รัฐอมฤต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190106/image_big_5c320ad925867.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19747</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2018 11:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2018 11:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;นิพิฏฐ์&#039;ประจานกรธ.เคยเตือนแล้วระวังพรรคการเมืองตั้งพรรคสำรอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ต.ค.61- นายนิพิฏฐ์&amp;nbsp; อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง &amp;ldquo;พรรคสำรอง&amp;rdquo; ว่า ตอนร่างรัฐธรรมนูญใหม่ๆ ผมเคยไปออกทีวี แสดงความเห็นกับกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และสมาชิก สนช. ผมติงว่า การออกแบบรัฐธรรมนูญอย่างนี้ระวังพรรคการเมืองตั้งพรรคสำรอง หรือพูดง่ายๆว่า แตกเป็นพรรคลูก พรรคแม่ แล้วมารวมกันภายหลัง มันก็จะไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะ ดร.ชาติชาย ณ เชียงใหม่ บอกว่าอย่าดูถูกประชาชน ประชาชนเขารู้ทัน ไม่มีใครกล้าตั้งพรรคสำรองหรอก สนช. พวกห้อยพวกโหน ก็ออกมาสำทับว่าผมเป็นนักการเมืองรุ่นเก่า ไม่ปฏิรูปตัวเอง ผมก็โดนสังคมตำหนิไปไม่กล้าพูดอะไรอีก เพราะเมื่อท่านเหล่านั้นเอาคำว่า&amp;quot;โบราณ&amp;quot;มาติดที่หน้าผากผม ทุกอย่างก็จบ สังคมก็ไม่ฟังแล้ว สุดท้ายเป็นไงครับ พรรคการเมืองบางพรรคเขาไม่สนใจอะไร ตั้งพรรคสำรองขึ้นมา 3-4 พรรค แล้วเขาก็ตั้งได้จริงๆ แม้พรรคสนับสนุน คสช.ก็แยกกันตั้งพรรคมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนประชาธิปัตย์ตรงไป-ตรงมา ไม่แตกเป็นพรรคเล็กพรรคน้อย(ส่วนที่แตกออกไปนั่นคือแตกออกไปจริง แล้วหันมาสู้กับพรรคแม่ของตัวเอง) คอยดูเถอะหากพรรคที่แตกลูกแตกหลานออกไปหลังเลือกตั้งเขากลับมารวมกันได้เสียงเกิน 251 เสียง ก็เรียบร้อย การเมืองกลับไปที่เดิม ทำไมไม่ฟังการท้วงติงจากคนหัวโบราณอย่างผมมั่ง&amp;nbsp; เอวัง!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19747</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรธ., นายชาติชาย ณ เชียงใหม่, นายนิพิฏฐ์  อินทรสมบัติ, พรรคประชาธิปัตย์, พรรรคสำรอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180916/image_big_5b9e59df1260c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15159</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยํ้าเลือกตั้งตามโรดแมป ‘พท.’ปูดแผนสืบอำนาจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สนช.-กรธ.ประสานเสียง การเลือกตั้งยังเป็นไปตามโรดแมป ปลายเดือน ก.พ.-ต้นเดือน พ.ค. &amp;nbsp;ยันไม่มีการยื้อออกไป ไม่มีเจตนาแอบแฝงอย่างที่พรรคประชาธิปัตย์ตั้งข้อสังเกต เสนอแก้ พ.ร.ป.กกต.เพื่อความโปร่งใส ไม่เอาผู้เล่นมาเป็นกรรมการ ขณะที่ห้องประชุมอนุสรณสถาน 14เพื่อไทยปูดเป็นแผนวางคนตัวเองไว้ใน กกต.เพื่อสืบทอดอำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมหรรณพ เดชวิทักษ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะผู้รวบรวมรายชื่อ สนช. 36 คน เสนอแก้ไข พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์ระบุการเสนอแก้ไข พ.ร.บ.กกต. มีเจตนา เพื่อยื้อการเลือกตั้งออกไปว่า ยืนยันไม่เกี่ยวกันโดยสิ้นเชิง ก่อนจะเสนอแก้ไข พ.ร.บ.ดังกล่าว ได้วิเคราะห์ข้อเท็จจริงทุกแง่มุมอย่างรอบคอบแล้วว่าไม่มีผลกระทบต่อไทม์ไลน์เลือกตั้งแน่นอน จึงเสนอแก้ไขกฎหมายลูกฉบับนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันไม่มีเจตนาแอบแฝงทางการเมือง การเลือกตั้งยังเป็นไปตามโรดแมป การที่พรรคประชาธิปัตย์ระบุจะทำให้การเลือกตั้งเลื่อนไปเป็นปลายปี 2562 ก็แล้วแต่พรรคประชาธิปัตย์จะคิด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ระยะเวลาแก้ไข พ.ร.บ.กกต.นั้น ยังไม่สามารถตอบเงื่อนเวลาที่ชัดเจนได้ เพราะเกี่ยวกับหลายฝ่าย ส่วนการขอให้ถอนร่าง พ.ร.บ.แก้ไขกฎหมายลูก กกต. เร็วเกินไปที่จะพูด เพราะไม่ได้ขึ้นอยู่กับตนคนเดียว ยังมีขั้นตอนอีกมาก เช่น การผ่านความเห็นชอบจากวิป สนช. และที่ประชุม สนช. รวมทั้งต้องรับฟังความเห็นของ สนช.คนอื่นๆ ที่เข้าชื่อแก้ไขกฎหมายด้วย แต่การใช้สิทธิเสนอแก้ไขกฎหมายดังกล่าว เป็นสิทธิโดยชอบที่ สนช.ทำได้ และดำเนินการโดยชอบ แต่จะเป็นไปได้หรือไม่ ปล่อยให้เป็นเรื่องอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมหรรณพกล่าวว่า เจตนาการเสนอแก้ไข พ.ร.บ.กกต. เพราะเห็นว่าการที่ กกต.ชุดปัจจุบันไปออกระเบียบคัดเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้งนั้น ตนรับไม่ได้กับองค์ประกอบคณะกรรมการคัดเลือกฯ ตามระเบียบที่ กกต.กำหนดขึ้น แม้จะอ้างการให้ประชาชนมีส่วนร่วม แต่มิได้หมายความว่าจะให้ประชาชนมีส่วนร่วมทุกกรณี โดยเฉพาะกรณีการให้ได้มาซึ่งผู้ตรวจการเลือกตั้งที่จะมาอำนวยความสุจริตการเลือกตั้ง ต้องคัดเลือกคนที่สุจริต เที่ยงธรรม แต่การให้ประชาชนมีส่วนร่วมโดยคัดจากตัวแทนสภาประชาชน สภาตำบล จึงน่าเป็นห่วง อาจมีกลไกการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เหมือนเอาผู้เล่นมาเป็นกรรมการ จะมีความเป็นกลางเกิดขึ้นได้อย่างไร เมื่อกำลังจะมี กกต.ชุดใหม่ ก็ไม่อยากให้ กกต.ชุดเก่าเร่งคัดเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้ง ควรให้ กกต.ชุดใหม่ดำเนินการ ไม่ใช่การแทรกแซงอำนาจ กกต.ชุดเก่า แต่ทำเพื่อให้เกิดความสุจริตเที่ยงธรรม&amp;quot; นายมหรรณพกล่าว
อย่างช้าต้น พ.ค.เลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า การนับโรดแมปเลือกตั้ง ต้องยึดตาม พ.ร.ป.ว่าการเลือกตั้ง ส.ส. ที่จะครบกำหนดประกาศในราชกิจานุเบกษา กลางเดือน ก.ย.นี้ ก่อนจะมีผลบังคับใช้หลังจากนั้นอีก 90 วัน ก็จะไปตกกลางเดือน ธ.ค. แล้วกรอบ 150 วัน เพื่อกำหนดวันเลือกตั้งก็จะเริ่มนับ ซึ่งที่ผ่านมา คสช.เคยระบุว่า วันเลือกตั้งจะอยู่ระหว่างปลายเดือน ก.พ.-ต้นเดือน พ.ค. ดังนั้นการแก้ไขร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. จะไม่ส่งผลให้วันเลือกตั้งเลื่อนออกไปจากกรอบเวลาดังกล่าวแน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า เมื่อกระบวนการแก้ไขเพิ่มเติมร่างพ.ร.ป.ว่าด้วย กกต.ของ สนช.ยังไม่เริ่ม ก็ต้องยอมรับว่า ตัวเลือกกำหนดวันเลือกตั้งแรกในปลายเดือนก.พ.62 ก็อาจไม่ทัน แต่เลื่อนไปไม่เกินกรอบ 150 วัน อย่างช้าก็คือต้นเดือน พ.ค.62 ตามที่เคยประกาศไว้ ปัญหาทั้งหมดจึงอยู่ที่ สนช.เอง หากต้องการแก้ไขพ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. เพื่อยกเลิก 616 ผู้ตรวจการเลือกตั้ง แล้วให้มีการคัดเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้งใหม่โดยกกต.ชุดใหม่ ก็ต้องเร่งแก้ไข พ.ร.ป.ฉบับดังกล่าว เพราะหากแก้ไม่ทัน 616 ผู้ตรวจการเลือกตั้งเดิมที่ กกต.ชุดนี้คัดเลือก ก็จะเป็นผู้ทำหน้าที่ในระหว่างการเลือกตั้ง ส.ว.แบบแบ่งกลุ่ม ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. จำนวน 50 คน ที่มีกำหนดต้องแล้วเสร็จก่อนมีการเลือกตั้ง ส.ส.อย่างน้อย 15 วัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมชาย แสวงการ เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ร่างกฎหมายแก้ไข พ.ร.ป.กกต.ยังไม่ได้สู่กระบวนการเตรียมบรรจุระเบียบวาระการประชุมของ สนช. เพราะอยู่ในระหว่างกระบวนการรับฟังความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 77 เพราะการพิจารณาร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญมีรายละเอียดและขั้นตอนพอสมควร ซึ่งต่างจากการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ปกติ โดยการพิจารณากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญอาจต้องใช้เวลาเป็นปี ทำให้อาจไม่ทันกับวาระของ สนช.ที่กำลังจะหมดลงตามโรดแมป ดังนั้นยืนยันได้ว่าการเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้มีผลกระทบต่อกรอบเวลาจัดการเลือกตั้งแต่อย่างใด เนื่องจากการพิจารณากฎหมายใด สนช.ก็ย่อมต้องคำนึงถึงโรดแมปด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า รับทราบจาก กกต.ว่ากระบวนการสรรหาผู้ตรวจการเลือกตั้งกำลังรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนเกี่ยวกับ 616 คน ว่าจะมีประชาชนร้องเรียนหรือไม่อย่างไร และการลงนามรับรองอาจจะให้กกต.ชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่ตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งในส่วนของวิป สนช.จะนำมาข้อมูลเหล่านี้พิจารณาต่อไป
ยันต้องทำตามระเบียบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. กล่าวถึงข้อเสนอที่ต้องการให้ กกต.ขยายกรอบเวลาการคัดเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้งออกไปก่อน เพื่อรอให้ กกต.ชุดใหม่เข้ามาคัดเลือกว่า ไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะต้องทำตามกฎหมายและระเบียบที่วางไว้ หากไม่ทำก็อาจถูกผู้ที่ได้รับการคัดเลือกฟ้องร้องได้ แล้วใครจะมาช่วยเรา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการแต่งตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้ง อยู่ในขั้นตอนรับฟังข้อมูลจากจังหวัดต่าง ๆ ว่าบุคคลที่คัดเลือก 8 คน มีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามมีความประพฤติอย่างไร มีความเป็นกลางหรือไม่ กว่าจะแต่งตั้งก็ปลายเดือน ก.ย. คาดว่า กกต.ชุดนี้คงพ้นหน้าที่ไปแล้ว โดย กกต.ชุดใหม่น่าจะเป็นผู้ลงนามประกาศรับรอง และถ้าปรากฏว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้ตรวจการเลือกตั้งประพฤติมิชอบ &amp;nbsp;ไม่เป็นกลาง ขาดคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 29 วรรค 7 กกต.มีมติปลดได้ทันที แม้จะแต่งตั้งไปแล้วก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ สนช.จะแก้ พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต.ก็เป็นอำนาจหน้าที่ที่สามารถทำได้ หากเห็นว่ามีปัญหาหรือข้อบกพร่อง แต่ถ้าไม่มีผู้ตรวจการเลือกตั้งก็ไม่สามารถเลือกตั้งได้ เนื่องจากตามกฎหมายกำหนดว่า หากมีการเลือก ส.ส.หรือมีการคัดเลือก ส.ว. ต้องมีผู้ตรวจการเลือกตั้ง หากมีการล้มกระดานผู้ตรวจการเลือกตั้งก็จะต้องคัดเลือกใหม่เพื่อทำหน้าที่ ส่วนจะกระทบโรดแมปเลือกตั้งหรือไม่ ก็ต้องดูกรอบเวลาการแก้ไขกฎหมาย ซึ่งตนไม่คิดในประเด็นนี้ เนื่องจากจะไปแล้ว &amp;nbsp;แต่ในระหว่างที่ยังไม่มีการแก้ไขกฎหมาย กกต.ก็จะเดินหน้าไปตามอำนาจหน้าที่และกฎหมายที่กำหนดไว้ เมื่อ กกต.ชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่ ก็สามารถปฏิบัติงานได้เลย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไม่มีการวางยา เนื่องจากเข้ามาทำงานเพื่อประเทศชาติทั้งนั้น และไม่มีความจำเป็นที่จะตั้งคนของตัวเองเอาไว้ ทั้งนี้ หาก กกต.ชุดใหม่เห็นว่ามีระเบียบใดไม่เหมาะสม ก็สามารถออกมติแก้ไขได้&amp;rdquo;นายศุภชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การเลือกตั้งจะเลื่อนออกไปได้ต้องใช้มาตรา 44 แก้บทเฉพาะกาล ให้การบังคับใช้กฎหมายเลื่อนออกไป เช่น ใช้บังคับใน 90 วัน ก็อาจจะเป็นว่าใช้บังคับ 150 วันหรือ 180 วัน ซึ่งเรื่องนี้อาจจะเป็นฟางเส้นสุดท้ายบนหลังอูฐ ความอดทนของคนจะถึงที่สุด จึงไม่ควรใช้วิธีการเลื่อนเลือกตั้งอีกต่อไปแล้ว
ปูดแผนสืบทอดอำนาจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า กกต.ชุดปัจจุบันทำถูกต้องหรือไม่ นายนิพิฏฐ์ตอบว่า กกต.ปัจจุบันทำตามกฎหมายที่ สนช.เป็นคนออก ถ้าไม่ทำก็ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ &amp;nbsp;แต่อาจจะไม่ถูกใจบางคนเท่านั้นเอง ซึ่งสิ่งที่ กกต.ปัจจุบันทำตนว่าทำได้ และเหมาะสม เพราะไม่ได้ลงนามเอง ให้ กกต.ชุดใหม่เป็นคนลงนาม ซึ่งเขาก็ทำแล้ว ตนว่าเรื่องอย่างนี้ สนช.คิดเองไม่ได้หรอก ต้องมีคนไปสะกิดให้ทำ ต้องมีคนคิดให้ทั้งนั้น อาจมีคนไปเข้าฝัน สนช.ให้ทำ ดังนั้นการเลือกตั้งจะเลยไปถึงเดือน พ.ค.62 ก็เป็นไปได้ เพราะถ้าผู้ตรวจการเลือกตั้งไม่มี ก็เลือกตั้งไม่ได้ ก็ต้องเลื่อนการเลือกตั้งออกไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หากเลื่อนเลือกตั้งอีกครั้ง ความเชื่อมั่นประเทศจะเป็นศูนย์ ศักดิ์ศรีประเทศจะไม่เหลือ เพราะเลื่อนมาหลายครั้ง จะยิ่งตอกย้ำความเหมาะสมกับการเป็นประธานอาเซียนที่กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากอยู่ในขณะนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สนช.อาจจะถูกกล่าวหาว่าวางคนของตนเองในการให้คุณให้โทษกับการเลือกตั้ง เพื่อประโยชน์ในการสืบทอดอำนาจหรือไม่ &amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 13.20 น. ที่ห้องประชุมอนุสรณสถาน 14 ตุลาคม แยกคอกวัว ถนนราชดำเนิน มีการจัดงานเสวนา #เวทีประชาชน เลือกตั้งอย่างไรให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยที่มั่นคงและยั่งยืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย กล่าวว่า ประเทศไทยตั้งแต่เปลี่ยนการปกครองจนถึงปัจจุบัน ประชาชนใช้ประชาธิปไตยแค่ได้เลือกตั้งเท่านั้น แต่ไม่มีสิทธิ์ไม่มีเสียงในการพัฒนาประเทศ หรือแก้กฎหมาย อย่างไรก็ตาม ประเทศในปัจจุบันด้านสังคม การเมือง เศรษฐกิจ ยังเป็นเรื่องชนชั้นสูง นายทุน ทหาร และคนชั้นล่างยังคงเป็นผู้ที่สูญเสียโอกาส ทั้งนี้ การเลือกตั้งที่อาจจะเกิดขึ้นในปี 2562 อย่างน้อยประชาชนก็ยังได้ใช้สิทธิ ใช้เสียงของตนเอง ซึ่งดีกว่าให้ประชาชนอยู่ในระบบที่เป็นอยู่ตอนนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกษิต ภิรมย์ อดีต รมว.การต่างประเทศ &amp;nbsp;กล่าวว่า เราต้องช่วยกันขับเคลื่อนการกระจายอำนาจ และการเปิดเผยข้อมูล ขณะที่แผนงานและการใช้งบประมาณต้องเปิดเผยได้ ซึ่งการจัดทำแผนงานของรัฐต้องให้ประชาชนระดับท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจด้วย โดยไม่ใช่ความเห็นของคนไม่มีคนในสภา และอยากให้เปลี่ยนสภาพขององค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย (P-net) เป็นองค์กรที่ให้คะแนนผู้สมัครพรรคต่างๆ การอภิปรายในสภา และการเลือกตั้ง โดยมีกฎหมายคุ้มครอง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15159</URL_LINK>
                <HASHTAG>การนับโรดแมปเลือกตั้ง, การเลือกตั้งยังเป็นไปตามโรดแมป, นายชาติชาย ณ เชียงใหม่, นายมหรรณพ เดชวิทักษ์, พ.ร.บ.กกต., พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.), สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180810/image_big_5b6da0af6295a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
