<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>36086</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2019 10:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2019 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>5จี ปฏิวัติระบบสาธารณสุขของประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เมื่อช่วงกลางเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา สื่อทางการของประเทศจีน รายงานว่า ศัลยแพทย์ชาวจีนได้ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดสมองของคนไข้รายหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างไกลราว 3,000 กิโลเมตรผ่านเทคโนโลยี 5จี ได้เป็นผลสำเร็จครั้งแรก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;รายงานระบุว่า ตัวผู้ป่วยนั้นเข้ารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลกรุงปักกิ่ง แต่แพทย์ผู้ผ่าตัดนั้นอยู่ที่โรงพยาบาลในเกาะไหหลำทางใต้ของประเทศ โดยทีมแพทย์ผู้ทำการรักษาได้ใช้เวลาผ่าตัดราว 3 ชั่วโมง ผ่านหุ่นยนต์ผ่าตัดโดยใช้ระบบ 5 จี ในการผ่าตัดแก้ไขโรคพาร์กินสัน โดยกระตุ้นสมองส่วนลึก (deep brain stimulations) หรือ DBS จนกระทั่งการผ่าตัดสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี และคนไข้อาการดีขึ้นตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;นี่คือส่วนหนึ่งของยูสเคสที่เกิดขึ้น สำหรับการเข้ามาของเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงยุคที่ 5 หรือ 5จี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อย่างที่ทราบกันดีว่า เทคโนโลยี 5จี จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในหลากหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในวงการแพทย์และสาธารณสุข ซึ่ง 5จี จะช่วยลดช่องว่างในการได้รับการรักษาพยาบาลที่เท่าเทียม ระหว่างคนชนบท และ คนเมือง โดยการใช้การรักษาทางไกลผ่านระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (telehealth) ซึ่งขณะนี้มีการวิจัยและทดลองการผ่าตัดทางไกลมากมาย และอย่างเคสที่ยกมาข้างต้น ในประเทศจีน ก็ถือเป็นการพัฒนาการรักษาโดยใช้เทคโนโลยีดังกล่าวและประสบความสำเร็จอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อย่างไรก็ดีคาดว่า ในเร็วๆนี้ จะมีการพัฒนาอุปกรณ์ทางการแพทย์เชิงพาณิชย์ ที่รองรับเทคโนโลยี 5จี ปล่อยออกมาอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งก็หมายความในอนาคตอันใกล้นี้การแพทย์จะเข้าถึงผู้คนทั่วโลก และทำให้คุณภาพชีวิตของมนุษยชาติดีขึ้น เนื่องจากเทคโนโลยีจะเชื่อมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกับผู้ป่วยได้ แม้ว่าจะอยู่คนละสถานที่กันก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;สำหรับประเทศไทยเองก็ตระหนักถึงเรื่องการลดช่องว่างการเข้าถึงเรื่องสาธารณสุขด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศเรากำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มตัว และขณะเดียวกันการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ก็มีจำกัด และไม่เพียงพอต่อการดูแลผู้ป่วย ซึ่งทางสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(สำนักงาน กสทช.) มองว่า เทคโนโลยีการสื่อสาร 5จี จะเข้ามาช่วยในเรื่องการดูแลสุขภาพของประชาชนให้ดีขึ้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;โดยก่อนหน้านี้ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวในงานสัมมนาทางวิชาการ TCT/TTA Joint Seminar 2019 โดยระบุว่า ในอนาคตหลายประเทศทั่วโลก จะต้องเผชิญปัญหาการเพิ่มขึ้นของผู้สูงอายุ และสำหรับในไทยก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ โดยปัจจุบันไทยมีผู้สูงวัยอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป คิดเป็น 7% ของจำนวนประชากรทั้งหมด และคาดว่าปี 2566 ประเทศไทยจะมีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเป็น 14% ของจำนวนประชากร จึงเรียกได้ว่าอีก 3-4 ปีข้างหน้า ไทยจะก้าวเข้าสู่ยุคของสังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ และคาดว่าปี 2578 ประเทศไทยจะมีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น เทียบเท่ากับประเทศญี่ปุ่นที่ปัจจุบันมีจำนวนผู้สูงอายุเกินกว่า 20% ดังนั้น จะทำอย่างไรเพื่อให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้สิ่งที่ช่วยแก้ปัญหา ก็คือ เทคโนโลยี 5จี ซึ่งจะเข้ามาช่วยลดภาระของภาครัฐ ในการจัดสรรงบประมาณ และอัตราคนเข้ารับการรักษา &amp;nbsp;ซึ่งจากข้อมูล คาดว่าปี 2553-2565 รัฐบาลจะต้องแบกรับค่าใช้จ่ายสำหรับการรักษาพยาบาลผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น เป็น 1.1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) จากเดิม 0.6% ของจีดีพี และเพื่อลดค่าใช้จ่าย กสทช. จึงมีแผนงานนำเทคโนโลยี 5จี โดยระบบการให้บริการแพทย์ทางไกล เชื่อมโยงกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เพื่อทำการรักษาพยาบาลใน 4 โรค ได้แก่ โรคตา โรคผิวหนัง โรคความดัน และโรคเบาหวาน โดยที่ผู้สูงอายุไม่ต้องเดินทางไปพบแพทย์ในเมือง ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำของผู้คนในสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ขณะเดียวกัน ในการประชุมคณะกรรมการกสทช. เมื่อเร็วๆนี้ ก็มีมติอนุมัติงบ 18.8ล้านบาท ทำระบบรักษาทางไกลผ่านระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง &amp;quot;Telehealth&amp;quot; รักษาสุขภาพนักโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โดยนายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวจะเป็นการรักษาทางไกลผ่านระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือ Telehealth นำร่องก่อนที่เรือนจำ 2 แห่งก่อน ได้แก่ เรือนจำเขาบิน จังหวัดราชบุรี และเรือนจำจังหวัดเชียงราย โดยทั้ง 2 เรือนจำเป็นเรือนจำที่มีจำนวนผู้ต้องขังจำนวนมาก ซึ่งเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังให้สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ ให้ได้รับการบริการที่มีมาตรฐาน และประสิทธิภาพ เท่าเทียมกับบุคคลภายนอก สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน และมนุษยธรรม โดยมีระยะเวลาการดำเนินโครงการ 24 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;จะเห็นได้ว่า การเร่งผลักดันเทคโนโลยี 5จี นั้นมีส่วนสำคัญอย่างมาก ต่อการพัฒนาประเทศ ซึ่งจะมีความแตกต่างจากยุค 4จี อย่างสิ้นเชิง เพราะ 4จี จะเน้นการใช้งานสำหรับบุคคลและการใช้งานภายในบ้าน แต่สำหรับ 5จี จะเป็นการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งใหม่ในทุกวงการเลยทีเดียว อย่างในวงการแพทย์และสาธารณสุข ก็จะมีการพลิกโฉมจากหน้ามือเป็นหลังมือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้หากทุกหมู่บ้านในประเทศไทยกว่า 74,987 หมู่บ้าน จะสามารถใช้งานบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงได้ครอบคลุมทั้งหมด  ไม่ว่าจะเป็นทางบรอดแบนด์ หรือ ทางเครือข่ายไร้สาย ก็จะช่วยให้เกิดระบบการให้บริการแพทย์ทางไกล ได้ง่ายขึ้นและสะดวกขึ้น ซึ่งจะก็ช่วยลดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสาธารณสุขของรัฐบาลได้ถึงเฉลี่ย 38,000 ล้านบาทต่อปีเลยทีเดียว &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36086</URL_LINK>
                <HASHTAG>5จี, กสทช, นายฐากร ตัณฑสิทธิ์, เลขาธิการ กสทช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190517/image_big_5cde27402dfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8874</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โวย4ปีคสช.ปิดปากทีวีแดง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กสทช.สั่งปิดช่องพีซทีวี 30 วัน อ้างเนื้อหารายการเข้าข่ายยั่วยุ ปลุกปั่นสร้างความขัดแย้ง แถมขัดคำสั่งศาลปกครอง &amp;quot;เต้น&amp;quot; โวยจอดำอีกแล้ว เชื่อโดนปิดปากก่อนวันครบรอบ 4 ปี คสช.ยึดอำนาจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 พ.ค. นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) แถลงผลการประชุม กสทช.ว่า ที่ประชุมมีมติให้พักใช้ใบอนุญาตช่องพีซทีวี (PEACE TV) โดยอาศัยอำนาจตามข้อ 19 ของประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้บริการกระจายเสียงและโทรทัศน์ พ.ศ.2555 เป็นเวลา 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับคำสั่ง และหากยังคงฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวอยู่อีก จะใช้มาตรการทางปกครองที่สูงขึ้นต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เนื่องจากการออกอากาศรายการเดินหน้าต่อไป เมื่อวันที่ 26, 27 มี.ค. และวันที่ 5 เม.ย.2561 เวลา 14.30-15.30 น. โดยประมาณ รายการหยิบข่าวมาคุย เมื่อวันที่ 27 มี.ค. และวันที่ 9 เม.ย.2561 เวลา 10.30-12.00 น. โดยประมาณ รายการเหลียวหลังแลไปข้างหน้า เมื่อวันที่ 26, 27 มี.ค. และวันที่ 9 เม.ย.2561 เวลา 17.00-18.00 น. โดยประมาณ รายการเข้าใจตรงกันนะ เมื่อวันที่ 27 มี.ค. เวลา 18.20-19.20 น. โดยประมาณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายฐากรกล่าวว่า ทางช่องรายการโทรทัศน์ที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ ช่องพีซทีวีมีเนื้อหารายการอันเป็นการส่อให้เกิดความสับสน ยั่วยุ ปลุกปั่นให้เกิดความขัดแย้ง หรือสร้างให้เกิดความแตกแยกในราชอาณาจักร และยังเป็นการนำเสนอที่ขัดต่อคำสั่งศาลปกครอง ที่มีคำสั่งให้บริษัท พีซ เทเลวิชั่น จำกัด ปฏิบัติตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 97/2557 ลงวันที่ 18 ก.ค.2557 และฉบับที่ 103/2557 ลงวันที่ 21 ก.ค.2557 ซึ่งพิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำดังกล่าวถือเป็นการกระทำผิดซ้ำซาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการออกอากาศรายการดังกล่าวทั้งหมด เป็นการขัดต่อประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 97/2557 ลงวันที่ 18 ก.ค.2557 เรื่องการให้ความร่วมมือต่อการปฏิบัติงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติและการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะ และประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 103/2557 ลงวันที่ 21 ก.ค.2557 เรื่องแก้ไขเพิ่มเติมประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 97/2557 ขัดต่อข้อกำหนดในบันทึกข้อตกลง ลงวันที่ 26 ส.ค. 2557 ระหว่างสำนักงาน กสทช. และบริษัท พีซ เทเลวิชั่น จำกัด ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ช่อง PEACE TV ซึ่งคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 41/2559 ลงวันที่ 13 ก.ค.2559 ถือว่าเนื้อหาดังกล่าวเป็นการออกอากาศรายการที่มีเนื้อหาสาระที่ก่อให้เกิดการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ตามมาตรา 37 ประกอบมาตรา 63 และมาตรา 64 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า นับเป็นคำสั่งจอดำครั้งที่ 2 ในรอบ 5 เดือนแรกของปีนี้ โดยก่อนหน้านี้ ตัวแทนของสถานีได้เข้าชี้แจงต่อ กสทช.ถึงเนื้อหารายการที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นปัญหา แต่ผลก็เป็นเหมือนหลายครั้งที่ผ่านมา คือยุติการออกอากาศ &amp;nbsp;เคยตั้งคำถามว่า เหตุใดไม่มีการพิจารณาเนื้อหาของสถานีอื่นๆ ที่นำเสนอความคิดเห็นทางการเมืองตรงกันข้ามกับพีซทีวีบ้าง ก็ได้รับคำตอบว่า ไม่มีคนร้องเรียนเข้ามา จึงสงสัยว่าบ้านเมืองนี้มีคนไม่ทำมาหากินอะไร วันๆ นั่งจ้องแต่พีซทีวีคอยหาเรื่องร้องเรียนอย่างนั้นหรือ และ กสทช.ต้องทำงานแบบลูกนกในรัง รอคนร้องเรียนมาป้อนถึงปาก โดยไม่เบิกตาแสวงหาข้อเท็จจริงในการนำเสนอของแต่ละสถานีหรืออย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ทุกวันนี้แม้แต่รายการข่าวโทรทัศน์ของกรมประชาสัมพันธ์ยังทำหน้าที่ตอบโต้ทางการเมืองไปในตัว ทีวีดิจิทัลหรือดาวเทียมหลายช่องก็มีเนื้อหาไม่ต่างกับช่วงเดินขบวนก่อนรัฐประหาร เพียงแต่แนวทางอาจสอดคล้องกับฝ่ายผู้มีอำนาจ ก็เลยอยู่รอดปลอดภัย ตนไม่เคยเห็นด้วยกับการใช้อำนาจปิดสื่อไม่ว่าจะข้างไหน แต่ที่ถามเพราะอยากเห็นความเป็นธรรม &amp;nbsp;ไม่อยากให้องค์กรอิสระมีราคาแค่ลิ่วล้อของใคร พีซทีวีเป็นองค์กรธุรกิจ การปิดแล้วปิดอีกถี่ๆ แบบนี้เสียหาย รายได้จากโฆษณาลด พนักงานก็ได้รับผลกระทบ ถ้าเศรษฐกิจกำลังดี คนเรอเป็นเงินเป็นทองก็แล้วไป แต่นี่จนกันทั่วประเทศ แล้วยังจะซ้ำเติมกันอีก&amp;quot; แกนนำ นปช.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในฐานะผู้จัดรายการคนหนึ่ง จึงแนะนำให้ผู้บริหารสถานีรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อฟ้องร้องตามกฎหมาย เข้ามาตราไหน กฎหมายใด ฟ้องให้ครบ แม้ กสทช.จะมีอำนาจ แต่ต้องใช้ด้วยความชอบธรรม ไม่เลือกปฏิบัติให้ใครได้ประโยชน์หรือเสียหาย ไม่เช่นนั้นก็ต้องถูกดำเนินคดีรับโทษตามคำพิพากษา ที่ผ่านมาพีซทีวีมักถูกปิดตามสถานการณ์ทางการเมือง ช่วงนี้ใกล้ครบรอบ 4 ปีรัฐประหาร มีหลายกลุ่มประกาศจะเคลื่อนไหว ไม่ทราบว่าเกี่ยวข้องกันหรือไม่ สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้คือ กสทช.มีหลักประกันเก้าอี้ ได้อยู่ต่อเพราะมาตรา 44 แต่ประชาชนไม่มีหลักประกันเสรีภาพ กลายเป็นต้องใช้เป็นเครื่องสังเวยให้กรรมการ กสทช.ตอบแทนผู้มีอำนาจหรือไม่&amp;quot; แกนนำ นปช.กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8874</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช.สั่งปิดช่องพีซทีวี, คสช.ยึดอำนาจ, จอดำ, นายฐากร ตัณฑสิทธิ์, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, บริษัท พีซ เทเลวิชั่น จำกัด, ปลุกปั่นสร้างความขัดแย้ง, รายการเข้าข่ายยั่วยุ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180509/image_big_5af2f88cbf8cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7875</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฉับไว!ชงคลื่น1800 กสทช.ประมูลสนองม.44รัฐบาลเร่งแก้กม.สรรหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สนอง ม.44 ให้อยู่ต่อ! กสทช.ฉับไว เคาะประมูลคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ 4 ส.ค. แบ่งขาย 3 ใบ 15 เมก ราคาเริ่มต้น 37,457 ล้านบาท และเคาะราคาเพิ่มครั้งละ 75 ล้านบาท ขณะที่ &amp;quot;ดีแทค&amp;quot; งอแง เรียกร้องกสทช.ทบทวนราคาเริ่มต้น &amp;nbsp;&amp;quot;มีชัย&amp;quot; เผยการสรรหา กสทช.มีปัญหาเพราะตีความเจตนารมณ์กฎหมายไปคนละทาง ทั้งที่ไม่มีอะไรต้องพิสดาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) แถลงว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ กสทช.มีมติอนุมัติร่างประกาศหลักเกณฑ์การประมูลคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 45 เมกะเฮิรตซ์ โดยแบ่งเป็น 3 ใบอนุญาต ขนาดใบละ 15 เมกะเฮิรตซ์ อายุใบอนุญาต 15 ปี ราคาเริ่มต้น 37,457 ล้านบาท โดยจะจัดการประมูลในวันที่ 4 ส.ค.61
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หลักเกณฑ์การเข้าประมูลคลื่นความถี่ในครั้งนี้ ได้กำหนดหลักประกันการประมูลเท่ากับ 1,873 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาสุดท้ายจากการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ในครั้งก่อน คือถ้ามีผู้เข้าร่วมการประมูล 4 ราย จะประมูล 3 ใบอนุญาต มีผู้เข้าร่วมการประมูล 3 ราย จะประมูล 2 ใบอนุญาต ระยะเวลาการอนุญาต 15 ปี ราคาที่เพิ่มต่อการเคาะในแต่ละครั้ง 75 ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกรอบเวลาการเตรียมการประมูล สำนักงาน กสทช.จะนำประกาศไปลงในราชกิจจานุเบกษาภายในวันที่ 4 พ.ค.61 จากนั้นจะมีการประกาศเชิญชวนเข้าร่วมประมูลและเผยแพร่เอกสารชี้ชวนการลงทุน (IM) รวมทั้งชี้แจงต่อสาธารณะระหว่างวันที่ 15 พ.ค.-14 มิ.ย.61 และกำหนดการยื่นคำขอรับใบอนุญาตในวันที่ 15 มิ.ย.61 กสทช.กำหนดจะพิจารณาคุณสมบัติขั้นแรก ระหว่างวันที่ 16 มิ.ย.-31 ก.ค.61 หลังจากนั้นจะประกาศรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติเป็นผู้เข้าร่วมประมูลภายในวันที่ 2 ก.ค.61&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้น จะเป็นขั้นตอนการเตรียมความพร้อมผู้เข้าร่วมประมูล ในระหว่างวันที่ 1-3 ส.ค.61 กสทช.จะจัดชี้แจงขั้นตอนการประมูล (Information Session) และทดสอบการประมูล (Mock Auction) ก่อนที่จะเปิดให้เคาะราคาในวันที่ 4 ส.ค.61 เพื่อให้ทันก่อนที่สัญญาสัมปทานระหว่าง บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) &amp;nbsp;กับ บมจ.กสท โทรคมนาคม (กสท.) จะสิ้นสุดลงในวันที่ 15 ก.ย.61 หากประมูลช้ากว่านี้จะก่อให้เกิดความเสียหาย
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายฐากรกล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีที่จัดให้มีการประมูลแล้วหากไม่มีผู้เข้าร่วมการประมูล สำนักงาน กสทช.จะออกหลักเกณฑ์การประมูลใหม่ภายใน 1 เดือน เพื่อนำคลื่นความถี่มาประมูลอีกครั้งหนึ่ง หรือจะมีการพิจารณาปรับลดใบอนุญาตให้เล็กลง หรือเหลือใบละ 5 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 9 ใบอนุญาต
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม กสทช.ให้ตัดสิทธิ์บริษัท แจส โมบาย เข้าประมูลในครั้งนี้ เนื่องจากได้ทิ้งใบอนุญาตในการประมูลครั้งก่อน และเพื่อป้องกันการทิ้งใบอนุญาตอีก ร่างประกาศฉบับนี้ได้ปรับให้มีความเข้มขึ้น โดยสำนักงาน กสทช.จะยึดหลักประกันการประมูล 1,873 ล้านบาท และการคิดค่าปรับอีก 5,619 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 7,492 ล้านบาท
คลื่น 900 รฟท.ขอ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการประมูลคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ &amp;nbsp;เนื่องจากยังไม่มีผลการศึกษาที่ชัดเจนเกี่ยวกับการรบกวนสัญญาณกับคลื่นที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ขอใช้งานกับระบบรถไฟความเร็วสูง กสทช.จึงมีมติให้ชะลอการประมูลออกไป จนกว่าจะได้ข้อสรุปผลการศึกษาดังกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราเชื่อว่าการเปิดประมูลคลื่นความถี่ในครั้งนี้ จะมีผู้เข้าร่วมประมูลอย่างแน่นอน เนื่องจากทุกค่ายยังมีความจำเป็นในการถือครองคลื่นเพิ่มขึ้น แม้ว่าปัจจุบันจะมีการถือครองคลื่น 55 MHz บ้าง 45 MHz บ้าง แต่จากการประเมินของ ITU ยังคงห่างไกลมาก ซึ่งในประเทศควรมีคลื่นราว 720 MHz เพื่อรองรับกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในอนาคต&amp;quot; นายฐากรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) หรือดีแทค กล่าวว่า ดีแทคมีความกังวลต่อมติคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่กลับไปใช้แนวทางเดิมสำหรับการประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz ซึ่งไม่ส่งผลดีอย่างยิ่งต่ออุตสาหกรรมโทรคมนาคม ไม่เกิดประโยชน์ต่อผู้ใช้บริการ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินนโยบายสร้างประเทศไทย 4.0 ในส่วนการประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz นั้น ดีแทคกำลังรอประกาศเชิญชวนและเผยแพร่สรุปข้อสนเทศ (Information Memorandum) ฉบับสมบูรณ์ประกาศใช้อย่างเป็นทางการ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายลาร์สกล่าวว่า ดีแทคนำเสนอให้ 1.ขอให้พิจารณาราคาเริ่มต้นการประมูลของการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ให้เหมาะสมเพิ่มขึ้นกับผู้บริโภคในประเทศไทย 2.ขนาดของคลื่นความถี่ที่จะให้อนุญาต โดยการกำหนดใบอนุญาตคลื่นความถี่ ชุดละ 2x5 MHz (แทนขนาด 2x15 MHz) ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมการประมูลสามารถเลือกประมูลจำนวนคลื่นความถี่ที่เหมาะสม ตรงกับความต้องการที่แท้จริงของผู้ใช้งานแต่ละราย สอดคล้องกับแผนธุรกิจและการลงทุน และยังเป็นการส่งเสริมการแข่งขันในตลาด&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และ 3.การพิจารณาทบทวนข้อกำหนด N-1 (การกำหนดจำนวนใบอนุญาตที่นำมาประมูลต้องน้อยกว่าจำนวนผู้เข้าร่วมประมูล) ในการประมูลคลื่น 1800 MHz ซึ่งควรยกเลิกกฎนี้ เนื่องจากส่งผลเสียต่อการแข่งขันและผู้ใช้งานในภายหลังประมูล เนื่องจากกฎนี้จะทำให้เกิดสภาวะเสมือนการขาดแคลนคลื่นความถี่จากที่มีอยู่เดิม และผู้เข้าประมูลบางรายอาจถูกจำกัดสิทธิ์การเข้าประมูล โดยทั้งหมดนี้จะทำให้เกิดการลดการแข่งขันในตลาด และลดโอกาสและทางเลือกของผู้บริโภค
ดีแทคเตรียมความพร้อม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ดีแทคจะเร่งยื่นหนังสือนำเสนอแผนธุรกิจและแผนความคุ้มครองผู้ใช้บริการตามมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวในกรณีสิ้นสุดการอนุญาตสัมปทาน หรือสัญญาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ.2556 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2558) เพื่อคุ้มครองผู้ใช้บริการให้สามารถใช้บริการได้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้สัญญาให้บริการเดิม ในขณะเดียวกัน ดีแทคกำลังพยายามอย่างเต็มที่ในการโอนย้ายลูกค้าที่ยังคงค้างในระบบด้วยข้อเสนอทางการตลาด เพื่อให้ลูกค้าที่มีอยู่จำนวนหนึ่งได้มีประสบการณ์ในการใช้งานดิจิทัล และเป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่แก่ลูกค้าที่ใช้งาน 2G จะได้เข้าสู่ดิจิทัลและอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงบน 4G และ 3G
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดีแทคอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมและจัดทำแผนความคุ้มครองผู้ใช้บริการภายใต้ประกาศดังกล่าว และจะนำเสนอต่อ กสทช.ในเดือนมิถุนายนนี้ เพื่อให้ลูกค้าได้รับบริการดีที่สุดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นกระบวนการเช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นแล้วกับผู้ให้บริการมือถือรายอื่นๆ ที่หมดสัมปทานลง และเข้าสู่มาตรการเยียวยาคุ้มครองลูกค้า&amp;quot; นายลาร์สกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และสมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 7/2561 ว่าด้วยการยกเลิกและระงับกระบวนการสรรหาและคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการกิจการกระจายเสียง &amp;nbsp;กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ว่าที่ประชุม คสช.ได้ระบุถึงปัญหาที่เกิดกับกระบวนการสรรหา และจำเป็นต้องแก้ไข พ.ร.บ.กสทช. (ฉบับที่ 2) ใน 2 ประเด็น ส่วนรายละเอียดของบทบัญญัติที่จะแก้ไขนั้น ตนไม่ทราบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เข้าใจว่ากระบวนการแก้ไขกฎหมายนั้น ต้องให้ กสทช.ปรับแก้ ก่อนส่งให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา และส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาตามกระบวนการ ซึ่งตาม พ.ร.บ.กสทช. ระบุว่าเมื่อกระบวนการสรรหาต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่ ต้องทำให้เสร็จภายใน 30 วัน หากไม่ระงับการสรรหาไว้ก่อน ปัญหาอาจจะเกิดซ้ำได้ และการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวอาจจะแก้ไขไม่ทัน แม้ตนจะเสนอในวงประชุม คสช.ว่าให้ใช้การพิจารณาแบบ 3 วาระรวด เขาบอกอาจจะไม่ทัน จึงใช้คำสั่ง มาตรา 44 ออกมาเป็นแนวทางให้ระงับไว้ก่อน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมีชัยบอกว่า ประเด็นที่เป็นปัญหาคือส่วนของการแปลความบทบัญญัติของคุณสมบัติ หรือรายละเอียดของบุคคลที่มีสิทธิเข้ารับการสรรหา ที่ตีความต่างไปจากบทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น ข้อกำหนดให้บุคคลที่เคยทำหน้าที่ตำแหน่ง อธิบดีหรือเทียบเท่าสามารถเข้ารับสมัครได้ แต่กรรมการสรรหาตีความว่าต้องเป็นตำแหน่งขององค์กรนิติบุคคล ทั้งที่เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญไม่ได้ระบุว่าให้เป็นนิติบุคคลหรือไม่ ขณะที่ประเด็นที่ สนช.อภิปรายในที่ประชุมต่อจำนวนบุคคลที่เสนอชื่อให้ สนช.ลงมติ ที่ต้องเสนอจำนวน 14 คน แบ่งเป็นด้านละ 2 คน แต่พบมีผู้ที่คุณสมบัติไม่ครบและมีลักษณะต้องห้าม ทำให้จำนวนที่เสนอไม่ครบ จึงตีกลับบัญชีรายชื่อ เพราะไม่มีตัวเลือก ทั้งนี้ ตามหลักการตนไม่ทราบว่าสามารถแก้ไขกฎหมาย กสทช.เพื่อปลดล็อกให้ส่วนที่ไม่มีปัญหาเดินหน้าไปก่อนได้หรือไม่
ปัญหาการตีความ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ควรแก้ปัญหากระบวนการสรรหาที่มาจากการแปลความของบทบัญญัติกฎหมาย ด้วยการออกประกาศกรรมการสรรหา กสทช.ได้หรือไม่ ประธานกรธ.กล่าวว่า ไม่สามารถตอบได้ แต่เชื่อว่านายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ฐานะกรรมการสรรหา กสทช. ควรจะนำประเด็นที่ สนช.อภิปรายไปพิจารณาเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และทำความเข้าใจกับการสรรหาให้ชัดเจน หรือสอบถามมายังผู้ร่างรัฐธรรมนูญถึงการแปลความหมายก่อนกำหนดรายละเอียดคุณสมบัติผู้มีสิทธิเข้ารับสมัครก่อน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;จริงๆ การสรรหาไม่ได้พิสดารอะไร และเรื่องที่เกิดขึ้นจะไปโทษกรรมการสรรหาจนถึงขั้นเปลี่ยนตัวกรรมการไม่ได้ เพราะตามวิธีการของการให้ได้มาซึ่งกรรมการองค์กรอิสระทุกองค์กร สามารถใช้แมวมองเพื่อทาบทามบุคคลที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเข้ามาสู่กระบวนการคัดเลือกได้ แต่ตอนนี้ที่เขาไม่ใช้ คงเป็นเพราะกังวลว่าจะถูกมองว่าเป็นคนของคนนั้นคนนี้&amp;quot; นายมีชัยกล่าว &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในคำสั่งดังกล่าวให้ระงับการสรรหาไปก่อน ไม่เช่นนั้นจะต้องดำเนินการสรรหาให้ได้ภายใน 30 วัน หากใช้กติกาเดิมจะเกิดปัญหาเยอะตามที่มีการรายงานเข้ามา เช่น ระยะเวลา 30 วันในชั้นคณะกรรมการสรรหาไม่เพียงพอต่อการตรวจสอบคุณสมบัติ เป็นต้น จึงควรแก้ไขวิธีการสรรหาก่อน โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดูว่าต้องแก้ระเบียบการสรรหาอย่างไร ถ้าไม่มีการแก้ไขปัญหาเดิมๆ จะกลับมาอีก ส่วนระยะเวลาการแก้ไข แม้ไม่ได้กำหนดไว้ แต่ไม่มีอะไรชะงัก เพราะ กสทช.ชุดเดิมสามารถทำหน้าที่ต่อได้ และเผื่อไว้แล้วกรณีหากมีกรรมการ กสทช.ลาออก คนที่เหลือยังสามารถทำงานได้ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เขาคงรีบแก้ เนื่องจาก กสทช.ชุดเดิมก็ไม่อยากรักษาการนาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนที่ สนช.จะมีมติคว่ำการสรรหา กสทช. รู้ปัญหานี้ก่อนหรือไม่ รองนายกฯ ตอบว่า อาจจะเป็นส่วนหนึ่ง แต่ยอมรับว่ามันเป็นเหตุเป็นผลกัน เพราะมีรายงานเข้ามาว่ามันมีปัญหาอะไร หากทิ้งไว้จะเกิดปัญหาอะไร มันไม่ใช่ปัญหาของคุณสมบัติ แต่เป็นเรื่องวิธีการ โดย สนช.และ กสทช.คือผู้เห็นปัญหาดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวถึงการช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลว่า ที่ประชุม คสช. เมื่อ 24 เม.ย.เห็นชอบในหลักการเบื้องต้นเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล แต่ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ไปพูดคุยหารือกันเพิ่มเติมในรายละเอียด โดยมีหลักเกณฑ์ว่าจะช่วยเหลืออย่างไรให้เกิดความเป็นธรรม ทั้งกับผู้ประกอบการ ภาครัฐ ประชาชน และผู้ที่จะเข้ามาลงทุนรายอื่นๆ ก่อนที่จะนำมาเสนอที่ประชุม คสช.อีกครั้ง แต่ตอบไม่ได้ว่าจะใช้มาตรา 44 ในการช่วยเหลือหรือไม่ ทั้งนี้ ได้นำความคิดเห็นของทีดีอาร์ไอมาประกอบการพิจารณา โดยการช่วยเหลือนี้จะต้องมีความสมน้ำสมเนื้อ
พิจารณาสมน้ำสมเนื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ กล่าวว่า ส่วนที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงถึง 3 มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ และจะออกมาตรา 44 ในเร็วๆนี้นั้น ส่วนตัวไม่ทราบ ไม่รู้รายละเอียด แต่มาตรการเหล่านั้นคือแนวทางที่ผู้ประกอบการต่างพอใจ แต่รัฐต้องมาพิจารณาถึงความสมน้ำสมเนื้อเพื่อประโยชน์ของราชการ ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล และประชาชน รวมถึงนักลงทุนที่คิดจะมาลงทุนในทีวีดิจิทัลในอนาคต อย่างไรก็ตาม แม้ คสช.จะไม่ได้กำหนดเวลาว่าจะต้องไปพิจารณาจากนี้เท่าไร แต่เชื่อว่าจะพิจารณาไม่นาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากการที่ คสช.เตรียมออก ม.44 กับ 3 แนวทางในการช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลนั้น มองว่า 1.แนวทางการอนุญาตให้พักชำระหนี้ได้ 3 งวด ใน 5 งวดที่เหลือในปี 61-65 เพื่อมีกำลังเก็บเงินไว้ทำธุรกิจให้เกิดสภาพคล่อง แต่การพักชำระหนี้ 3 งวดจะต้องจ่ายดอกเบี้ย 1.5% นั้น มองว่ามาตรการแรกนี้เป็นผลดีจริง เห็นจากพอมีข่าวออกมา หุ้นของกลุ่มทีวีดิจิทัลดีขึ้น ถือเป็นการเห็นปัญหาความเดือดร้อนจริงที่รัฐบาลพร้อมเข้าช่วยเหลือ หลังจากที่ผู้ประกอบการนำใบอนุญาตไปขอกู้แบงก์ไม่ได้เพราะทางแบงก์มองใบอนุญาตด้อยค่าอีกต่อไปแล้ว หลังจากนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละช่องในการวางแผนการดำเนินงานหลังจากได้รับความช่วยเหลือเบื้องต้น และอาจจะมีทั้งยอมจ่ายต่อเนื่องและพักชำระหนี้ พร้อมยอมจ่ายดอกเบี้ยเพิ่ม ขึ้นอยู่กับโพซิชันนิงของแต่ละช่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.แนวทางเกี่ยวกับค่าโครงข่าย กสทช.จะช่วยจ่ายค่าเครือข่ายให้ครึ่งหนึ่ง หรือ 50% เป็นเวลา 2 ปี เป็นมาตรการที่ยังต้องรอดูรายละเอียดความชัดเจนมากกว่านี้ เบื้องต้นมองว่าเป็นผลดีทั้งต่อผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลและผู้ให้บริการโครงข่ายทั้ง 4 ราย แต่ในความช่วยเหลือดังกล่าวจะต้องมีเงื่อนไขอะไรเพิ่มเติมบ้าง เช่น จำนวนลูกค้าที่ใช้บริการ นำมาคิดคำนวณด้วยหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.แนวทางการอนุญาตให้โอนใบอนุญาตได้ หากมีผู้สนใจอยากขอซื้อต่อก็สามารถโอนกิจการได้นั้น ปัจจุบันหลายๆ ช่องได้มีกลุ่มทุนเข้าไปให้ความช่วยเหลืออยู่แล้ว ซึ่งมาตรการความช่วยเหลือในข้อนี้ ต้องลงลึกรายละเอียดให้ชัดเจนว่าสามารถโอนใบอนุญาตได้นั้น หมายถึงสามารถเปลี่ยนได้ในระดับคู่สัญญาเลยหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เป็นเรื่องปกติที่กลุ่มทุนระดับมหาเศรษฐีต้องการที่จะเป็นเจ้าของสื่อ จากที่มีธุรกิจอื่นๆ อยู่ในมือ อย่างที่เกิดขึ้นในหลายๆ ประเทศ ซึ่งในไทยเองก็เช่นเดียวกัน ดังนั้นทีวีดิจิทัลจึงยังเป็นธุรกิจที่นักลงทุนสนใจเป็นเจ้าของ แม้ว่าสถานการณ์ทีวีดิจิทัลจะได้รับความเดือดร้อน&amp;rdquo; นายเขมทัตต์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศ กสทช. เรื่อง แผนความถี่วิทยุสำหรับกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล โดยระว่า เพื่อให้มีความเหมาะสม มีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสาธารณะ และรองรับการขยายโครงข่าย สำหรับการให้บริการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล ทั้งสถานีหลักและสถานีเสริม อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 27 (1) แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560 มาตรา 27 (5) และ (24) แห่งพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ.2553 กสทช.จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป 2.บรรดาประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่ได้กำหนดไว้แล้วในประกาศนี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับประกาศนี้ ให้ใช้ประกาศนี้แทน 3.ให้ยกเลิกประกาศ กสทช. เรื่อง แผนความถี่วิทยุสำหรับกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล ลงวันที่ 16 ก.ค.2558 และให้ใช้แผนความถี่วิทยุสำหรับกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล ดังมีรายละเอียดตามแผนความถี่วิทยุ กสทช. ผว.102-2561 แนบท้ายประกาศนี้แทน ประกาศ ณ วันที่ 13 มี.ค.2561.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7875</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., คลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์, นักลงทุน, นายฐากร ตัณฑสิทธิ์, บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น, บริษัท แจส โมบาย  บรอดแบรนด์ จำกัด, พิจารณาราคาเริ่มต้นการประมูล, ม.44, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หุ้นของกลุ่มทีวีดิจิทัล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180425/image_big_5ae08e84e90f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7395</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสทช.สั่ง&#039;ทรู&#039; เยียวยาลูกค้า ทั้งแพ่ง-อาญา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; กสทช.สั่งทรูเยียวยาลูกค้าทั้งแพ่ง-อาญา ชดเชยความเสียหายข้อมูลบัตรประชาชนหลุด ขู่ไม่ดำเนินการปรับวันละ 2 หมื่น &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; แจง TRUE-AIS ร้องรัฐอุ้ม เหตุกำไรส่วนอื่น ขาดทุนค่าโทร.-เน็ต โยนคสช.เคาะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 18 เมษายน นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า หลังจากเมื่อวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้เชิญบริษัททรูมูฟเอชมาชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีทำข้อมูลบัตรประชาชนลูกค้าหลุดเป็นจำนวนมากนั้น ในวันที่ 18 เม.ย. สำนักงาน กสทช.ได้มีหนังสือถึงบริษัท เรียล มูฟ จำกัด เรื่องให้ปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่องมาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้ใช้บริการโทรคมนาคมเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิในความเป็นส่วนตัว และเสรีภาพในการสื่อสารถึงกันโดยทางโทรคมนาคม โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 64 แห่ง พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 มีคำสั่งให้บริษัทระงับการกระทำที่ฝ่าฝืน แก้ไขปรับปรุง และปฏิบัติให้ถูกต้องเหมาะสม ในเรื่องดังต่อไปนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.จัดให้มีมาตรการป้องกันและรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลทั้งทางด้านเทคนิคและการจัดการภายในองค์กรในรูปแบบที่เหมาะสมกับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยอย่างน้อยต้องปรับระดับรักษาความปลอดภัยให้เหมาะสมกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นตามการพัฒนาทางเทคโนโลยี และให้มีการตรวจสอบระบบการรักษาความปลอดภัยจากผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยของข้อมูล
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.จัดให้มีช่องทางการตรวจสอบจากประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย 3.ให้เรียลมูฟ รับผิดชอบและเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อผู้ใช้บริการที่ได้รับผลกระทบ ทั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นในทางแพ่งและทางอาญา และ 4.ให้รายงานผลการดำเนินการตามคำสั่งตามข้อ 1, 2 และ 3 มายังสำนักงาน กสทช. ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือฉบับนี้ และรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามคำสั่งนี้เป็นระยะๆ ทุก 15 วัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากเรียลมูฟไม่ดำเนินการตามคำสั่งนี้ จะใช้มาตรการบังคับทางปกครองกำหนดค่าปรับทางปกครองตามกฎหมายไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นบาทต่อวัน ตามมาตรา 66 แห่ง พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 ทั้งนี้ เรียลมูฟมีสิทธิโต้แย้งคำสั่งดังกล่าวได้โดยยื่นอุทธรณ์ต่อ กสทช. ภายในเวลา 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือฉบับนี้ ตามมาตรา 65 แห่ง พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544&amp;quot; นายฐากรระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการ กสทช.กล่าวว่า พร้อมกันนี้ยังได้มีหนังสือถึงผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายอื่นๆ ว่าต้องจัดให้มีมาตรการป้องกันและรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลทั้งทางด้านเทคนิคและการจัดการภายในองค์กรในรูปแบบที่เหมาะสมกับแต่ละบริการโทรคมนาคม ตามข้อ 10 ของประกาศ กทช. เรื่องมาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้ใช้บริการโทรคมนาคมเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิในความเป็นส่วนตัว และเสรีภาพในการสื่อสารถึงกันโดยทางโทรคมนาคมกำหนด โดยผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในประกาศอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายาจีฟ บาวา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มกิจการองค์กรและพัฒนาธุรกิจ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า ถือเป็นหัวใจหลักของดีแทคในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ สำหรับการจัดเก็บข้อมูล ดีแทคใช้เซิร์ฟเวอร์ของบริษัท ซึ่งมีการจำแนกข้อมูลเพื่อประโยชน์ต่อการควบคุม และรักษาความปลอดภัยของข้อมูลโดยการเข้ารหัส &amp;nbsp;ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้โดยตรง ขณะที่การเข้าถึงข้อมูลจะจำกัดให้เพียงผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ได้แก่ ฝ่ายการจัดการ ฝ่ายบริหารข้อมูล และหน่วยงานลูกค้าสัมพันธ์ เช่น คอลเซ็นเตอร์ ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง หากพบการเข้าถึงข้อมูลลูกค้าที่ไม่ถูกต้อง บริษัทจะเข้าสืบสวนโดยทันที ตลอดจนการใช้ระบบสุ่มตรวจอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าเรื่องการช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลกับผู้ประกอบการโทรคมนาคมว่า การประชุมผู้เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา มีการพูดคุยกันถึงความจำเป็นสำหรับการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบหรือไม่ หากจำเป็นเพราะเหตุใด ถ้าจะช่วยจะช่วยอย่างไร ซึ่งต้องได้ประโยชน์ทั้งหมด โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้หลักการไว้ว่า ถ้าต้องช่วยเหลือต้องสมประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ประเทศชาติเศรษฐกิจได้ประโยชน์และเป็นธรรมกับผู้ประกอบการและส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ต่อไปหากได้ข้อสรุปอย่างไรต้องนำเข้าสู่ที่ประชุม คสช.เพื่อพิจารณาอีกครั้ง &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าทั้งทรูและเอไอเอสมีกำไรพอสมควรนั้น ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าจะให้ความเป็นธรรมหรือช่วยเหลืออย่างไร เพราะต้องเสนอ คสช.พิจารณาก่อน อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุมเมื่อวันที่ 17 เม.ย. ตัวแทนทั้งสองบริษัทได้ชี้แจงโดยอธิบายให้เห็นภาพตัวเลขที่เห็นว่ามีกำไรนั้น มีที่มาจากผลประกอบการส่วนใดบ้าง ซึ่งทั้งสองบริษัทมีกิจการในเครือกว่า 50 รายการ ตัวเลขรายได้จึงรวมมาจากทั้งหมด และชี้แจงว่ามีกำไรจากเรื่องอื่น ส่วนรายได้จากโทรศัพท์หรืออินเทอร์เน็ตยังขาดทุน เพราะประมูลมาแพง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ได้นัดประชุมผู้เกี่ยวข้องมาแล้วหลายครั้ง และทุกครั้งได้รายงานให้ คสช.รับทราบ และในวันศุกร์ที่ 20 เม.ย. จะเชิญผู้เกี่ยวข้องมาหารืออีกครั้ง และจะรายงานให้ คสช.ทราบในวันจันทร์ที่ 23 เม.ย. ส่วนจะได้ข้อสรุปเมื่อใด ขึ้นอยู่กับ คสช.&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว และว่า ข้อห่วงใยหากรัฐบาลช่วยเหลือผู้ประกอบการแล้วอาจเสียประโยชน์ของแผ่นดินนั้น เป็นสิ่งที่กำลังพิจารณาอยู่ ส่วนจะพิจารณาออกเป็นมาตรา 44 หรือไม่นั้น อยู่ที่คสช.จะตัดสินใจ แต่ไม่ได้กำหนดไว้ว่าจะต้องสรุปให้ได้ภายในเดือน เม.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงประเด็นการคืนใบอนุญาตประกอบการทีวีดิจิทัล รวมถึงการโอนสิทธิ และการควบรวมด้วย ซึ่งส่วนใหญ่รับไม่ได้กับการคืนใบอนุญาต เพราะส่วนใหญ่ลงทุนอุปกรณ์ โครงข่ายไปแล้วจำนวนมาก สู้วิธีขายใบอนุญาตไม่ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7395</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., ข้อมูลบัตรประชาชนหลุด, นัดประชุมผู้เกี่ยวข้อง, นายฐากร ตัณฑสิทธิ์, นายาจีฟ บาวา, บริษัท เรียล มูฟ จำกัด, บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด, บริษัททรูมูฟเอช, ประกอบการทีวีดิจิทัล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เยียวยาลูกค้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180418/image_big_5ad75cd2c72b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
