<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>93748</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2021 14:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2021 14:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ยุทธพงศ์&#039;เตรียมยื่นป.ป.ช.สอบ&#039;ณัฏฐพล&#039;ตั้งคนสนิทนั่งเลขาฯสกสค. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.พ.64-นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย แถลงภาพรวมหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า ฝ่ายค้านทำงานเป็นทีม ทุกพรรคมีส่วนร่วม ทำให้การอภิปรายครั้งนี้ประสบความสำเร็จ รัฐมนตรี 10 คน ถึงแม้ฝ่ายค้านไม่สามารถมีคะแนนเสียงชนะรัฐบาล แต่มีรัฐมนตรี 3 คนที่ตอบไม่ได้เลย คือ 1.นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ที่โยนอย่างเดียวว่าเป็นเรื่องของคณะกรรมการองค์การคลังสินค้า (อคส.) และบอกว่าไม่ได้แต่งตั้งบอร์ดอคส. &amp;nbsp;ในฐานะที่เคยเป็นรัฐมนตรีมาก่อน เคยเป็นประธานบอร์ดต่างๆ ก่อนจะเสนอครม. รัฐมนตรีต้องเป็นผู้เซ็นชื่อเสนอ ประเด็นที่นายจุริทร์ตอบไม่เคลียร์คือที่บอกว่าไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงการดำเนินงานของอคส. ทั้งที่มีการประชุมกันทุกเดือน 2.นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย เรื่องที่ดินในพื้นที่ อ.จะนะ จ.สงขลา นายนิพนธ์ตอบไปคนละเรื่อง และ3.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ที่ได้คะแนนน้อยที่สุด อาการหนักสุด เชื่อว่าจะถูกปรับออกจากครม.แน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อยากเตือนนายกฯว่าหากไม่รีบดำเนินการ กรณีนี้จะเป็นมะเร็งร้ายทำลายรัฐบาล โดยวันที่22 ก.พ. เวลา 8.30 น. จะไปยื่นคณะกรรมการป้องกันและปราบรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรื่องการขัดกันแห่งผลประโยชน์ตามมาตรา 126 และ 127 กรณีตั้งนายธนพร สมศรี เป็นเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพ ครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.)&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส.ส.มหาสารคามรายนี้ ระบุว่า เรื่องต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวซึ่งถือเป็นรถไฟฟ้าเส้นทางที่ดีที่สุด ทำเงินมหาศาล แต่กลับไม่นำเข้าพระราชบัญญัติร่วมทุน มีการทำนิติกรรมอำพราง ผิดกฎหมายฮั้ว ดำเนินการอย่างไม่โปร่งใสในการจ้างวิ่งรถ ก่อนหน้านี้นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย เคยไปร้องไว้ที่ป.ป.ช. วันที่22 ก.พ. จะไปร้องเพิ่มเติมที่ป.ป.ช.ด้วย เรื่องที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ไปต่อขยายการจ้างวิ่งรถไฟฟ้าสายสีเขียวด้วย ที่จำเป็นต้องรีบไปยื่นเพราะฝ่ายค้านต้องรีบตามประเด็น เนื่องจากจะต้องมีการยื่นอีกหลายเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า ก่อนการอภิปรายมีข้อครหาว่าพรรคเพื่อไทยมีการขายข้อสอบหรือไม่ นายยุทธพงศ์กล่าวว่า ขอเรียนอย่างตรงไปตรงมาว่า ไม่มีใครไปทำเลวร้ายอย่างนั้น ตนจบการศึกษาจากประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นส.ส.มาตั้งแต่ปี 44 ร้องมาหลายคดี คนที่ปล่อยข่าวกล่าวหาพรรคเพื่อไทยต่างๆนานา ขอร้องว่าอย่าทำเลย อย่าปล่อยข่าวทำลายกันทางการเมือง ครั้งนี้ข้อสอบไม่รั่ว เพราะมีส.ส.ในตำแหน่งเท่านั้น แต่มีส.ส.สอบตกบางคนที่อยากเข้าไปอภิปรายในสภาจึงพยายามปล่อยข่าว พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคอันดับหนึ่ง อภิปรายนายณัฏฐพล ตายกลางสภา แบบนี้ล้มมวยหรือท้าคนที่พูดว่าอย่าพูดลับหลัง เปิดตัวออกมาเลย ท้าไปออกทีวีแข่งกันกับตนก็ได้ พูดเรื่องรถไฟฟ้าสายสีเขียวมาตั้งแต่การอภิปรายครั้งที่แล้ว วันนี้ก็ทำให้ไม่ได้ขึ้นค่าโดยสาร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
นายยุทธพงศ์กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเตรียมจัดกิจกรรมต่อเนื่อง เติมเต็มหลังการอภิปราย เพื่อเผยพฤติการณ์ความชั่วร้ายของรัฐบาลสืบทอดอำนาจให้ปรากฎต่อสายตาประชาชน จะเป็นรูปแบบของการอภิปรายนอกสภาหรือไม่ นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า พรรคยังไม่เคยมีการคุยกันเรื่องนี้ เพราะเรามีสภา และทำหน้าที่ในสภา คิดว่าก็ควรจบในสภา แล้วไปดำเนินการต่อในการฟ้องร้องกับองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง เช่น ป.ป.ช. หรือศาลรัฐธรรมนูญ เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93748</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ, ป.ป.ช., ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201110/image_big_5faaa54c46e64.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91785</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2021 19:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2021 19:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>   ศธ.เตรียมนำ&quot;ความรู้การเงิน&quot;บรรจุใน&quot;วิชาสังคมศึกษา&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.พ.|64- นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมได้มอบให้ ศธ.วางแนวทางการศึกษาจากกระทรวงการคลังเรื่องความรอบรู้ด้านการเงิน หรือ Financial Literacy เข้ามาปรับปรุงในหลักสูตรการเรียนการสอนของสถานศึกษา ซึ่งแม้เรื่องดังกล่าวจะมีอยู่แล้วในกลุ่มวิชาสังคมศึกษา แต่ ศธ.รับนำมาปฏิบัติให้เกิดการขับเคลื่อนเชิงรุกในรูปแบบทันสมัยมากขึ้น เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีความเข้าใจเรื่องการออม เพราะเมื่อเร็วๆ นี้ ศธ.ได้ทำความร่วมมือกับกองทุนการออมแห่งชาติไปแล้ว ซึ่งตนพยายามจะหาผู้สนับสนุนเข้ามาร่วมดำเนินโครงการลักษณะนี้ให้มากขึ้น เพื่อทำให้เด็กสัมผัสกับการออมและเข้าใจถึงค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันว่ามีอะไรบ้าง ทั้งนี้เรื่องการออมเป็นเรื่องสำคัญของเด็กในการวางรากฐานการเงินในอนาคตของตัวเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สำหรับเรื่องความรอบรู้ด้านการเงินนั้น จะเป็นมาตรการหนึ่งที่ทำให้เราต้องพยายามจัดทำสื่อที่ง่ายต่อความเข้าใจ และง่ายต่อความสนใจของเด็กด้วย เพราะเรื่องนี้ไม่น่าจะเป็นเรื่องที่เด็กและเยาวชนจะมีความคุ้นเคย ถ้าหากเราทำเด็กได้สัมผัสและมีความคุ้นเคยเรื่องการออมมากขึ้น จะส่งผลให้อนาคตของเด็กและเยาวชนกล้าตัดสินใจเรื่องการเงินด้านต่างๆได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ความรอบรู้เรื่องการเงินนี้ ผมจะทำให้ครอบคลุมทุกหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นผู้เรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.)&amp;quot;รมว.ศธ. กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91785</URL_LINK>
                <HASHTAG>Financial Literacy, นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ, สังคมศึกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210202/image_big_6019404d4116c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64700</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2020 14:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2020 14:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นายทะเบียนพลังประชารัฐ&#039; เผยยังไม่เห็นใบลาออก &#039;ณัฏฐพล&#039; ลือหึ่งสละเก้าอี้กรรมการบริหารพรรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 เม.ย.63​ - นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายทะเบียนสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกระแสข่าวนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ยื่นใบลาออกจากคณะกรรมการบริหารพรรคว่า เห็นจากข่าวเหมือนกันว่าเซ็นใบลาออกแต่ส่วนตัวยังไม่เห็นใบลานั้น​ แะจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่เห็นใครมายื่นใบลาออกกับตนเลย ซึ่งตามระเบียบข้อบังคับพรรค เมื่อมีการยื่นใบลาออกจากกรรมการบริหารพรรคก็จะต้องดำเนินการภายใน 45 วัน ดังนั้นเมื่อมีใครยื่นมาตนก็จะดำเนินการนำเรื่องเข้าสู่การประชุมใหญ่ของพรรคเพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรคใหม่ทดแทน &amp;nbsp;และต้องแจ้งรายชื่อกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)เพื่อจะได้นำไปประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาต่อไป แต่ขณะนี้ทุกคนทราบดีว่าเรายังไม่สามารถประชุมใหญ่พรรคได้ เพราะยังติดในเรื่องของโควิด-19 อยู่ ซึ่งจากเดิมที่ทุกพรรคการเมืองจะสามารถจัดประชุมใหญ่ของพรรคได้ในเดือนเมษายน ก็ต้องรอไปก่อนจนกว่าจะมีประกาศจากกกต.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อมีข่าวออกมาว่ามีการยื่นใบลาออกแล้วแบบนี้ถือว่ามีผลเลยหรือไม่ นายวิเชียร กล่าวว่า &amp;ldquo;ผู้ที่แสดงเจตนาจะลาออกก็ถือว่ามีผลแล้วแม้ว่าจะไม่เห็นใบลาออกก็ตาม แต่ถือว่าเจ้าตัวได้แสดงเจตนาให้ปรากฏแล้ว ซึ่งอาจจะเป็นการแสดงเจตนาต่อหัวหน้าพรรคหรือกรรมการบริหารท่านอื่นก็ถือว่ามีผลแล้ว&amp;rdquo;อย่างไรก็ตาม สำหรับตนคงไม่ไปโทรเช็คตามข่าวว่าจะลาออกหรือไม่อย่างไร แต่ตนจะดูที่หนังสือใบลาออกเป็นหลักซึ่งถ้าเจ้าตัวมีเจตนาจริงก็จะต้องมีหนังสือส่งมาที่ตนเพื่อดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64700</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ, นายวิเชียร ชวลิต, พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.), ยื่นใบลาออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200305/image_big_5e60cbd432015.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47707</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2019 20:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2019 20:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จัดงบฯ จ่ายค่าเงินเดือนครูธุรการและนักการภารโรง 20 ต.ค.นี้ “รมว.ศธ.” ย้ำจะดูแลอย่างเต็มที่หวังให้ครูมีเวลาสอนเต็มพิกัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ต.ค.62-นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า ขณะนี้ตนได้รับทราบข้อมูลมาว่าครูธุรการและนักการภารโรงมีความกังวลใจเกี่ยวกับการค้างจ่ายค่าเงินเดือนครูธุรการ และนักการภารโรง ในโรงเรียนสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ทั่วประเทศ ในเดือนสิงหาคม และกันยายน &amp;nbsp;2562 อีกทั้งการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ก็ยังอยู่ในขั้นตอนของการเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร์เพื่อพิจารณาจึงทำให้กลุ่มครูธุรการและนักการภารโรงกังวลว่าจะได้เงินเดือนค้างจ่ายเมื่อไหร่ ซึ่งในเรื่องนี้ไม่ต้องกังวล เพราะตนได้หารือกับสำนักงานงบประมาณไว้แล้วและมีงบประมาณจัดสรรสำหรับการค้างจ่ายเงินเดือนอย่างแน่นอน อีกทั้งในปีต่อๆไปก็ไม่ต้องกังวลว่าจะมีการค้างจ่ายเงินเดือนอีก เพราะ สพฐ.ได้ตั้งงบประมาณสำหรับเป็นเงินเดือนครูธุรการและนักการภารโรงไว้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตราบใดที่เรายังมีความจำเป็นต้องมีครูธุรการ เพื่อให้ครูได้ใช้เวลาในการจัดการเรียนการสอนในห้องเรียน ศธ.ก็ต้องดูแลอย่างเต็มที่อยู่แล้ว ส่วนในอนาคตที่ผมมีนโยบายเรื่องการจ้างลูกจ้างต่างๆ ที่ทำงานโดยไม่ได้รับการบรรจุให้เป็นพนักงานราชการนั้นก็กำลังอยู่ระหว่างการดูข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องอยู่ เพื่อให้กลุ่มลูกจ้างได้มีความมั่นคงในการทำงานมากขึ้น &amp;nbsp;ดังนั้นจากนี้ขอทุกโรงเรียนมาดูเรื่องการใช้บุคลากรภายในโรงเรียนด้วยว่าต้องมีจำนวนเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม เพื่อทำให้โรงเรียนมีคุณภาพ&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านรายอำนาจ วิชายานุวัติ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (รองปลัด ศธ.) รักษาราชการเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รักษาราชการ เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า เรื่องนี้ภายในวันที่ 20 ตุลาคมนี้ สพฐ.จะจัดสรรงบประมาณลงไปให้โรงเรียนเพื่อให้มีการจ้างต่อเนื่อง ดังนั้นสิ้นเดือนตุลาคมนี้โรงเรียนสามารถจ้างครูธุรการและนักการภารโรงตามอัตราเดิมได้ทันที &amp;nbsp;ทั้งนี้ตนได้หารือกับสำนักงานพัฒนาบริหารงานบุคคล (สพร.) ของ สพฐ.ถึงการวางแผนอัตรากำลังของกลุ่มครูธุรการและนักการภารโรงในอนาคต &amp;nbsp;เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการวางแผนอัตรากำลัง เพราะไม่ใช่โรงเรียนไหนอยากจะจ้างก็จ้าง ซึ่งต้องทำตัวเลขอัตรากำลังการจ้างของกลุ่มคนเหล่านี้ให้ชัดเจนว่าโรงเรียนแต่ละขนาดจะมีครูธุรการหรือนักการภารโรงกี่คน โดยโรงเรียนบางแห่งอาจมีครูธุรการแค่ 2 คนหรือไม่จำเป็นต้องมีเลยก็ได้ อย่างไรก็ตาม ในอนาคตการของบประมาณสำหรับจ้างกลุ่มคนเหล่านี้ได้เตรียมแผนงานไว้แล้ว ซึ่งตนควบคุมเรื่องนี้เอง ดังนั้นหากสำนักงบประมาณไม่ให้ก็ต้องรับผิดชอบ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47707</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบครูธุรการ, นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191009/image_big_5d9dac8d0cd51.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39588</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2019 11:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2019 11:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯบินญี่ปุ่นถกเวทีผู้นำจี 20 ปัดตอบรื้อโผ 4 รมต.ปมถือหุ้นสื่อ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มิ.ย.62 - ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 (กองบิน 6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วย นางนราพร จันทร์โอชา ภริยา นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายดิสทัต โหตระกิตย์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และว่าที่เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ออกเดินทาง ไปยังท่าอากาศยานนานาชาติคันไซ นครโอซากา ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเข้าร่วมการประชุมผู้นำกลุ่มจี 20 ประจำปี 2562 (G20 Osaka Summit) ระหว่างวันที่ 27-29 มิถุนายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ถามถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง 32 ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลถือครองหุ้นและเป็นเจ้าของกิจการสื่อ ซึ่งมี 4 รายชื่อที่ติดโผครม. ประกอบด้วย นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ที่มีชื่อนั่งรมว.ศึกษาธิการ นายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ ที่มีชื่อนั่งรมว.แรงงาน นายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ที่มีชื่อนั่งรมช.สาธารณสุข และม.ร.ว.จตุมงคล โสณกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย ที่มีชื่อนั่งรมว.ต่างประเทศ โดยนายกฯได้เพียงแต่ยิ้ม ไม่ตอบคำถามใดๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39588</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ, นายสาธิต ปิตุเตชะ, นายสุชาติ ชมกลิ่น, บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ม.ร.ว.จตุมงคล โสณกุล, ส.ส.ถือหุ้นสื่อติดโผ ครม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190627/image_big_5d1444b526dfb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34938</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2019 11:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2019 11:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เรืองไกร&#039; จี้ กกต.เชือด &#039;อนุทิน-ณัฏฐพล-เอกนัฏ-ทวีศักดิ์&#039; ปมถือหุ้นสื่อเข้าข่ายลักษณะต้องห้าม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 พ.ค.62 - ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ​นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตผู้ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยรักษาชาติ ยื่นคำร้องต่อกกต.ขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัคร 4 ราย ว่าเข้าข่ายลักษณะต้องห้ามในการใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เป็นส.ส.ตามรัฐธรรมนูญ 98 (3) หรือไม่ เนื่องจากถือหุ้นครองในธุรกิจสื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเรืองไกร กล่าวว่า จากมาตรฐานการตรวจสอบของกกต. กรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ตนเห็นว่ายังผู้สมัครอีกหลายรายที่ถือหุ้น และอาจเข้าลักษณะต้องห้ามในการลงสมัคร กกต.จึงไม่ควรเลือกปฏิบัติ ซึ่งจากที่ตนตรวจสอบกับกรมธุรกิจการค้า ล่าสุด ผู้สมัครส.ส.ทั้ง 4 รายมีชื่อถือหุ้นในบริษัทที่ระบุวัตถุประสงค์การดำเนินกิจการไว้ในข้อ 19 ว่า ประกอบกิจการโรงพิมพ์ รับพิมพ์หนังสือจำหน่ายและออกหนังสือพิมพ์ ประกอบด้วย 1.นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 ของพรรคภูมิใจไทย ถือหุ้นในบริษัทซิโนไทย ดีเวล็อปเม้นท์จำกัด จำนวน 37,500 หุ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อบัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 พรรคพลังประชารัฐ และกรรมการบริหารพรรค ถือหุ้นในบริษัทศรีธาราแลนด์จำกัด จำนวน 750,000 หุ้น และถือหุ้นบริษัทพิมลทรัพย์จำกัด จำนวน 80,000 หุ้น รวมทั้งถือหุ้นในบริษัทแฟซิฟิกเอ็กซ์คลูซีฟ ซิตี้ คลับ จำกัด อีก 35,000 หุ้น ซึ่งในบริษัทดังกล่าวนี้ ยังพบมีชื่อ 3. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ผู้สมัครส.ส.เขต 27 กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ถือหุ้นอยู่ 35,000 หุ้น รวมถึง 4.ทวีศักดิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 5 ของพรรครวมพลังประชาชาติไทยและเป็นเลขาธิการพรรค ถือหุ้น 10,000 หุ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จึงขอให้กกต.ตรวจสอบและถ้าหากบุคคลดังกล่าวขาดคุณสมบัติในการลงสมัคร จะถือว่ามีผลทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริต เที่ยงธรรมหรือไม่ รวมถึงต้องยุบพรรคการเมืองตามมาหรือไม่ อย่างไรก็ตามข้อร้องเรียนดังกล่าวมีผลกระทบต่อคะแนนเสียงแต่ละพรรคการเมือง ดังนั้นขอให้กกต.ระงับการคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อไว้ก่อน จนกว่าจะตรวจสอบให้ครบถ้วนเสียก่อน&amp;quot;นายเรืองไกร กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34938</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถือหุ้นธุรกิจสื่อ, ทวีศักดิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง, นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ, นายอนุทิน ชาญวีรกูล, นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์, ยื่นคำร้องต่อ กกต., เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190502/image_big_5cca75090ceb7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24736</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/12/2018 09:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/12/2018 09:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หยุดใส่ร้ายได้แล้ว!แม่งานโต๊ะจีนระดมทุนพปชร.พร้อมคืนเงินบริจาคหากพบพิรุธ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ธ.ค.61 - นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ในฐานะแม่งานจัดระดมทุนพรรค กล่าวถึงกรณีมีการอ้างว่ากระทรวงการคลัง และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ บริจาคเงินซื้อโต๊ะจีนรวมกว่า 60 &amp;nbsp;ล้านบาท ว่า เท่าที่ตนตรวจสอบยืนยันได้ว่าไม่พบหน่วยงานตามที่กระแสข่าวระบุ เรามีการเปิดบัญชีพักเงินบริจาคส่วนนี้เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง ถ้าพบว่าบริษัทหรือบุคคลใดก็ตาม ผิดคุณสมบัติที่กฎหมายกำหนด หรือมีข้อขัดแย้ง เราคืนเงินที่บริจาคมาทันที ตนเคยทำระดมทุนในลักษณะดังกล่าวมาแล้ว 3-4 ครั้ง จึงต้องดำเนินการให้ถูกต้อง โปร่งใส ตรวจสอบได้ จะทำแบบลักไก่นั้นไม่มี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บางทีต้องก้าวข้ามความขัดแย้ง หยุดใส่ร้ายกันได้แล้ว ยืนยันเราทำทุกอย่างด้วยความถูกต้อง ไม่มีกระทรวงการคลังหรือหน่วยงานรัฐบริจาค เรารับไม่ได้ พรรคอื่นที่กล่าวหากัน ไม่มีการระดมทุนแบบนี้ แล้วมาบอกว่าเราทำผิด พรรคที่ตั้งข้อสงสัยเตรียมการเลือกตั้งอย่างไร แต่พลังประชารัฐถือเป็นพรรคใหญ่ เราเตรียมการเลือกตั้ง วางแผนอย่างสุขุม รอบคอบ ทำตามกฎกติกาของ กกต. แต่ถูกใส่ร้ายทางการเมือง ทั้งที่เรามุ่งมั่นเดินหน้าให้ประเทศพัฒนา&amp;rdquo; นายณัฏฐพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฏฐพล กล่าวอีกว่า ส่วนเสียงเรียกร้องให้เปิดเผยรายนามผู้บริจาคให้พรรคทั้งหมดนั้น ไม่มีปัญหา เพียงแต่ขอเวลาตรวจสอบก่อน โดยจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด คาดว่าใช้เวลา 2-3 สัปดาห์ ไม่ว่าบริษัทใดก็ตาม เมื่อตรวจสอบแล้วเป็นไปตามเกณฑ์กฎหมายกำหนด ก็เปิดเผยได้ ไม่มีข้อปิดบัง และไม่กังวลหากยอดบริจาคจะลดลงจาก 650 ล้านบาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24736</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ, นายอุตตม สาวนายน, พปชร., ระดมทุนพรรคพลังประชารัฐ, เลี้ยงโต๊ะจีนระดมทัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181206/image_big_5c08f9b289f4d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
