<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114495</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2021 13:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2021 13:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมธ.ตำรวจจี้‘ผกก.โจ้’มอบตัวพิสูจน์ตัวเอง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ส.ค.2564 - นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะโฆษกกรรมาธิการ (กมธ.) การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า การกระทำของ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือผู้กำกับโจ้ และทีมงาน ซ้อมผู้ต้องหาคดียาเสพติดจนเสียชีวิตเป็นกระทำที่ท้าทายองค์กรตำรวจและกระบวนการยุติธรรม สะเทือนขวัญยากเกินกว่าที่มนุษย์ธรรมดาจะรับได้ จึงอยากให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดูแลและเยียวยาครอบครัวผู้เสียหาย รวมถึงดูแลความปลอดภัยของผู้บันทึกคลิปวีดิโอ รวมทั้งขอเรียกร้องให้ พ.ต.อ.ธิติสรรค์มามอบตัวต่อสู้คดี เพื่อความสง่างาม เพราะหากหนีออกนอกประเทศ และไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมก็จะเป็นการทำลายสำนักตำรวจแห่งชาติ และกระบวนการยุติธรรม ถึงเวลาแล้วที่สำนักงานตำรวจแห่ชาติต้องตัดนิ้วที่เสียออกตามที่ผบ.ตร.ระบุไว้ ซึ่งเรื่องดังกล่าวไม่ได้สะเทือนวงการตำรวจอย่างเดียว แต่ยังสะเทือนวงการแพทย์ด้วย ทั้งกรณีใบรับรองแพทย์ระบุว่าตาบอดของไฮโซลูกนัท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในวันพรุ่งนี้ (26 ส.ค.) กมธ.จะนำเรื่องผู้กำกับโจ้มาพิจารณา และยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย อย่างไรก็ตามถึงเวลาแล้วที่จะต้องปฏิรูปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยขณะนี้กฎหมายดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐสภา เหตุที่การพิจารณาล่าช้า เพราะด้วยสถานการณ์โควิด19 แต่เชื่อว่าเมื่อเกิดกรณีนี้ขึ้นจะเป็นสิ่งที่กระตุ้นให้กฎหมายฉบับนี้เดินหน้าโดยเร็ว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฏฐ์ชนน กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ในวันพรุ่งนี้ (26 ส.ค.) ทางกมธ.การตำรวจจะเชิญสื่อมวลชนที่ทำข่าวการชุมนุมที่บริเวณแยกดินแดงมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกด้วย หลังจากสัปด์ที่ผ่านมาได้เชิญผู้บัญชาการตำรวจนครบาลมาให้ข้อมูลการใช้ยุทธวิธีดำเนินการกับกลุ่มผู้ชุมนุม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114495</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ, ผู้กำกับโจ้, พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล, พรรคภูมิใจไทย, ภท., ส.ส.สงขลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210825/image_big_6125e3e609b2c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113954</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2021 12:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2021 12:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สส.ภท.โวยก.พลังงานตั้งงบฯผูกพันเกือบทุกโครงการ ทำให้กมธ.ไม่สามารถตัดได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
20ส.ค.64 -เมื่อเวลา 09.55 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานการประชุม มีวาระพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 วงเงิน 3.1 ล้านล้านบาท ที่กมธ.พิจารณาเสร็จแล้ว ในวาระสองต่อจากเมื่อวันที่ 19 ส.ค. ซึ่งเป็นวันที่สามของการพิจารณา โดยวันนี้เริ่มพิจารณา มาตรา 18 งบประมาณรายจ่ายของกระทรวงพลังงาน จำนวน 1,873,129,300 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายพิสิฐ ลี้อาธรรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองประธานกมธ.ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอตัดงบกระทรวงพลังงานลง 5 เปอร์เซ็นต์ เพราะต้องการให้กระทรวงตื่นตัวและเป็นหันมาใช้พลังงานสะอาดอย่างแสงแดดและลมมากกว่านี้ แทนที่จะสนใจแอลพีจีซึ่งต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้ราคามีขึ้นและลง&amp;nbsp; ถามว่าไทยจะมีความมั่นคงด้านพลังงานได้อย่างไร ขณะเดียวกัน ประเทศไทยตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่มีแสงอาทิตย์เหลือเฟื้อพอใช้ตลอดทั้งปี&amp;nbsp; ฉะนั้น กระทรวงพลังงานควรต้องเป็นต้นแบบใช้และสนับสนุนพลังงานสะอาดเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย อภิปรายว่า การตั้งงบประมาณของกระทรวงพลังงาน เป็นการตั้งงบแบบชาญฉลาด เพราะเป็นลักษณะการตั้งผูกพันประจำปีเกือบทุกโครงการ ใช้วิธีการจ้างบริษัทมหาชนข้างนอกมาทำงบประมาณ การจัดซื้อยานพาหนะของกระทรวงพลังงานก็ใช้วิธีการเดียวกันหมด ทำให้กมธ.ไม่สามารถตัดได้ เพราะถ้าตัดจะส่งผลกระทบการใช้งบต่อเนื่อง ด้วยวิธีการแบบนี้ ทำให้ตนไม่สงสัยว่าเหตุใดกมธ.จึงตัดได้แค่ 10 ล้านบาท และไม่เห็นว่ามีโครงการไหนเป็นโครงการเพื่อประชาชน วันนี้ราคาน้ำมันขึ้นทุกวันในวิกฤตโควิด - 19 ถามว่ากระทรวงพลังงานคิดอย่างไรบ้าง ตนจึงขอปรับลดงบ 7% และขอเรียกว่างบทิพย์ เพราะไม่สามารถตัดได้จริง เพื่อให้ไว้เป็นข้อสังเกตในการทำงบประมาณปี 65&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเวลา 11.40 น. ที่ประชุมเห็นชอบมาตรา 18 งบประมาณกระทรวงพลังงาน ด้วยมติ 229ต่อ109 งดออกเสียง 1 ไม่ลงคะแนน 2เสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113954</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพลังงาน, งบผูกพันข้ามปี, นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ, พรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210820/image_big_611f3e402f83b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109608</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ภูมิใจไทย’เมินม็อบไม่ทิ้งประยุทธ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภูมิใจไทยยันร่วมรัฐบาลต่อ &amp;nbsp;ไม่ตัดช่องน้อยแต่พอตัวล้มรัฐบาลตามความสะใจของบางคน ชี้ถ้าซ้ำเติมสถานการณ์เลือกตั้งคราวหน้าประชาชนจะไม่ให้กลับมาอีก ขณะที่ ปชป.ไม่กังวลศึกซักฟอก ยึดหลักซื่อสัตย์ สุจริต &amp;nbsp; ไทยไม่ทนยื่น 6 เสนอให้รัฐบาลทำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2564 นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย และรองโฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่มีข้อเรียกร้องให้พรรคภูมิใจไทยถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล ว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นหนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาล สิ่งสำคัญคือการทำงาน โดยในพรรคได้กำชับ ส.ส.ให้ลงพื้นที่ไปช่วยชาวบ้าน สิ่งไหนที่ไปซ้ำเติมสถานการณ์ก็ต้องหยุด และต้องตระหนักว่านายกรัฐมนตรีพยายามแก้ไขปัญหาอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 มีปัญหาต้องแก้ไข หากพรรคถอนตัวก็เท่ากับว่ามีปัญหาหรือตัดช่องน้อยแต่พอตัว และเชื่อว่าในการเลือกตั้งสมัยหน้าประชาชนคงไม่ให้โอกาสกลับมาอีก และตนคิดว่านายกรัฐมนตรีก็คงคิดเช่นกัน แม้อึดอัดใจคิดจะตัดสินใจหลายอย่างก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การเรียกร้องให้ถอนตัว เป็นความสะใจของหลายคนที่ถามว่าทำไมไม่ลาออก แต่วันนี้เกิดปัญหา พวกเราเข้ามาแก้ไขปัญหา เมื่อเกิดปัญหาแล้วจะให้พวกผมลาออกเพื่อให้รัฐบาลล้ม แล้วถามว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นได้อย่างไร &amp;nbsp;เพราะการรณรงค์หาเสียงออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งตอนนี้เป็นไปได้ยาก และเป็นการซ้ำเติมปัญหา ดังนั้นหลังสถานการณ์โควิดค่อยมาประเมินกันใหม่ และพวกผมก็จะประเมินตนเอง&amp;rdquo; &amp;nbsp;นายณัฏฐ์ชนนกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีที่พรรคการเมืองและภาคประชาชนล่ารายชื่อฟ้องนายกรัฐมนตรีบริหารจัดการแก้ไขปัญหาโควิด-19 ผิดพลาด ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากนั้น นายณัฏฐ์ชนนกล่าวว่าเป็นประเด็นทางการเมืองที่จะลงสนามเลือกตั้ง ที่ต้องเปิดประเด็นสิ่งที่เห็นต่าง ก็ต้องไปว่ากันตามช่องทางกฎหมาย &amp;nbsp; แต่สิ่งสำคัญไม่อยากให้นักการเมืองไปซ้ำเติมสถานการณ์ วันนี้ทุกคนสับสนหมด ทั้งเรื่องการแก้ไขปัญหา เรื่องวัคซีน กระบวนการโรงพยาบาลสนามที่ไม่มีความชัดเจน ดังนั้นเราต้องตั้งสติดีๆ และแก้ไขปัญหาไปทีละอย่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านจะมีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่าหลักการในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ คือหนึ่งในกระบวนการที่สำคัญในการตรวจสอบรัฐบาล เป็นหน้าที่ที่สำคัญของฝ่ายค้านตามระบบประชาธิปไตย เชื่อว่าฝ่ายรัฐบาลก็พร้อมชี้แจง รัฐมนตรีคนใดที่ถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจก็มีหน้าที่ต้องชี้แจง ส่วนรัฐมนตรีของพรรค ไม่มีความกังวล &amp;nbsp;เพราะยึดหลักซื่อสัตย์ สุจริต ในการทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยิ่งสถานการณ์ขณะนี้ ต้องทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ให้สุดความสามารถ มุ่งประโยชน์ของประชาชนและประเทศเป็นที่ตั้ง การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางจะมีรัฐมนตรีคนใดบ้าง และยื่นช่วงเวลาใด ก็เป็นดุลพินิจของฝ่ายค้าน ไม่สามารถไปก้าวล่วงได้&amp;rdquo; นายราเมศกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล วันเดียวกันนี้ กลุ่มไทยไม่ทน คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย นำโดยนายไทกร พลสุวรรณ และนายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก ทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้แก้ปัญหาโควิด-19 และเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการบริหารงานที่ผิดพลาดของรัฐบาล โดยใช้สแตนดี้รูปพล.อ.ประยุทธ์แทนตัวจริง เพื่อสะท้อนว่าที่ผ่านมามีการยื่นข้อเรียกร้องไปหลายครั้งแต่ไม่ได้รับการแก้ไข เหมือนการยื่นให้หุ่น โดยระหว่างอ่านแถลงการณ์ นายยศวริศยังใช้กระดาษที่พับเป็นพัดตีไปที่ศีรษะของสแตนดี้ พล.อ.ประยุทธ์หลายครั้ง เพื่อเป็นการย้ำให้เข้าใจถึงข้อเรียกร้องและความเดือดร้อนของประชาชน
ด้านนายไทกร ได้อ่านแถลงการณ์คณะไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย โดยเรียกร้องให้รัฐบาล ออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนเพิ่มเติมอย่างเร่งด่วน 6 ข้อ คือ
1.ออกมาตรการทางกฎหมายใช้พักชำระหนี้ ทั้งนี้ ควรพักทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยจนกว่าสถานการณ์โควิด-19 จะดีขึ้น หรือจนกว่าจะยกเลิก พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน &amp;nbsp;
2.งดเก็บค่าสาธารณูปโภคพื้นฐาน ค่าน้ำ ค่าไฟ สำหรับบ้านเรือนราษฎรอยู่อาศัยจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย&amp;nbsp;
3.พักการดำเนินคดีที่เกี่ยวกับการชำระหนี้ต่างๆ ชั่วคราว ช่วยเหลือประชาชนในการเจรจา ไกล่เกลี่ยหนี้สิน โดยให้ศาลพักการพิจารณาออกไปก่อนจนกว่าสถานการณ์โควิดจะคลี่คลาย&amp;nbsp;
4.จ่ายเงินเยียวยาให้แก่ประชาชนผู้เดือดร้อนให้ทั่วถึงและเท่าเทียมกัน ยุติการเยียวยาแบบชิงโชค&amp;nbsp;
5.เปิดเสรีการนำเข้าวัคซีน และอุปกรณ์ในการตรวจโควิดเบื้องต้น หยุดผูกขาดวัคซีนเพียงบางยี่ห้อ นำเข้าวัคซีนที่มีคุณภาพได้รับการยอมรับมาฉีดให้ประชาชน เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่โดยเร็ว&amp;nbsp;
6.ออกมาตรการงดภาษีนำเข้า วัคซีนและชุดตรวจโควิดเบื้องต้น&amp;nbsp;
ทั้งนี้ กลุ่มไทยไม่ทนยืนยันว่ายังเดินหน้าเคลื่อนไหวต่อ โดยในวันที่ 14 ก.ค. จะไปปราศรัยเชิงสัญลักษณ์ที่พรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้เลิกสนับสนุนรัฐบาล, วันที่ 15 กรกฎาคมไปปราศรัยที่พรรคชาติไทยพัฒนา, วันที่ 16 กรกฎาคม ไปร่วมทำกิจกรรมที่กระทรวงสาธารณสุข ส่วนการนัดชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอกและกลุ่มราษฎรในวันที่ 18 กรกฎาคมนั้น อยู่ระหว่างหารือกันว่าจะเข้าร่วมด้วยหรือไม่
ส่วนนายนิติธร ล้ำเหลือ (ทนายนกเขา) แกนนำกลุ่มประชาชนคนไทย &amp;nbsp;อ่านแถลงการณ์ &amp;quot;การใช้อำนาจฉ้อฉลของรัฐ&amp;quot;&amp;nbsp;
โดยนายนิติธรได้ใช้เครื่องขยายเสียงปราศรัยอ่านแถลงการณ์ว่า เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่มิได้เป็นผู้ติดเชื้อ มิได้เป็นผู้รอติดเชื้อ มิได้เป็นผู้รอการตรวจเชื้อ หรือเป็นญาติของบุคคลเหล่านั้นเท่านั้น แต่เป็นผู้รอโอกาสที่จะได้ฉีดวัคซีนที่มีคุณภาพ ได้รับการรักษาเอาใจใส่อย่างจริงจังจากรัฐ และสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ประชาชนทุกคนยังคงเป็นมนุษย์อีกด้วย ขณะนี้ประชาชนอยู่ในภาวะอดกลั้นอย่างสุดขีด ต่อสิ่งที่รัฐกระทำต่อประชาชนอย่างเหลืออดเหลือทน อันใกล้จะถึงจุดที่จะเกินทน ต่อสถานการณ์ที่ประชาชนมิได้ก่อขึ้นแล้ว&amp;nbsp;
&amp;quot;การแก้ปัญหาประเทศชาติให้ยั่งยืน ต้องฟื้นฟูจริยธรรมเป็นสำคัญ ทั้งประชาชนจะดำรงอยู่ได้ด้วยสิทธิเสรีภาพ และการทำหน้าที่เพื่อการสร้างชาติให้มั่นคง มีความเสมอภาค ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นหลักสากล หากแม้สิทธิเสรีภาพต้องสูญหายไปเพียงชั่ววินาทีเดียว ด้วยความเชื่อในลัทธิอำนาจของผู้มีอำนาจ คำว่าการปกครองรูปแบบประชาธิปไตย ย่อมยากเสมอทุกครั้งที่จะทำให้เข้มแข็งยั่งยืน ประชาชนคนไทยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า มาตรการนี้จะได้รับการทบทวน และเชื่อมั่นว่ามาตรการต่อไปต้องดีกว่านี้ อย่างน้อยก็สร้างแรงบันดาลใจที่จัดหาได้ง่ายกว่าวัคซีน และหวังว่าคงไม่มีใครในรัฐบาลคิดทุจริตฉ้อฉล จนกระทั่งต้องโกงแรงบันดาลใจ&amp;quot; นายนิติธรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เปิดเผยภายหลังการประชุม ส.ส.พรรคเพื่อไทยผ่านระบบซูมว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ยื่นมีการญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 และเพื่อให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด จึงขอให้ ส.ส.และสมาชิกพรรคทุกคนเปิดรับข้อมูล ความผิดพลาด ความล้มเหลว และการทุจริตของรัฐบาล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109608</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ, นายราเมศ รัตนะเชวง, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคภูมิใจไทย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200408/image_big_5e8d6d582e1e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74407</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2020 17:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2020 11:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมธ.ตำรวจชงผลสรุปคดี&#039;บอส&#039;ให้&#039;ชวน-บิ๊กตู่-วิชา&#039;เสนอฟันอาญาม.157เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ส.ค.63-เมื่อเวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า วันนี้ทางคณะกมธ.จะส่งรายงานผลการพิจารณา เรื่องขั้นตอนการดำเนินการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรณีพนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องคดี นายวรยุทธ อยู่วิทยา ไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมทั้งนำเสนอไปยังนายกรัฐมนตรี และนายวิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน เพื่อพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฏฐ์ชนน กล่าวว่า คณะกมธ.เห็นว่า การสอบสวนของพนักงานสอบสวน และการสั่งคดีของพนักงานอัยการได้ดำเนินการถูกต้องตามกระบวนการทางกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องแล้ว อย่างไรก็ตาม การใช้ดุลพินิจของพนักงานอัยการและพนักงานสอบสวนในการรวบรวมพยานหลักฐาน การสอบสวนเพิ่มเติมและการพิจารณาสั่งคดี ในการดำเนินคดีนี้ไม่ถูกต้องในรูปคดีและไม่ชอบธรรมต่อสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กรณีไม่สามารถติดตามตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดี เนื่องจากผู้ต้องหาหลบหนีจนคดีขาดอายุความในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุเฉี่ยวชนรถผู้อื่นได้รับความเสียหาย ข้อหาขับรถในทางก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลไม่หยุดรถและให้ความช่วยเหลือตามสมควร แก่ผู้ได้รับความเสียหาย และไม่แจ้งเหตุต่อเจ้าพนักในทันทีและขับรถเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด กรณีดังกล่าวอาจเป็นช่องทางในการประวิงคดีหรือดำเนินคดีล่าช้าจนคดีขาดอายุความ ซึ่งเป็นช่องว่างในทางกฎหมายในการนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ ดังนั้น กมธ.เห็นว่าจึงไม่ควรนับระยะเวลาที่ผู้ต้องหาหลบหนีรวมเป็นส่วนหนึ่งของอายุความ และควรกำหนดให้ศาลสามารถพิจารณาคดีโดยไม่ต้องกระทำต่อหน้าจำเลย&amp;quot; นายณัฏฐ์ชนน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกกมธ.ตำรวจ กล่าวต่อว่า สำหรับการตรวจพบสารแปลกปลอมในเลือดของผู้ต้องหา ซึ่งอาจเกิดจากการเสพโคเคนร่วมกับแอลกอฮอล์ คณะกมธ.มีความเห็นว่า พนักงานอัยการสามารถสั่งให้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ต้องหาเพิ่มเติมในข้อหายาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ซึ่งการดำเนินคดีเพิ่มเติมดังกล่าว ไม่อาจถือได้ว่าเป็นพยานหลักฐานใหม่ในคดี อันจะนำไปสู่การสอบสวนในคดีดังกล่าวอีกครั้ง และหากปรากฏข้อเท็จจริงว่า การไม่ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีดังกล่าวกับผู้ต้องหา เกิดจากความบกพร่องในการรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวนและการพิจารณาสำนวนคดีของพนักงานอัยการ ต้องดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของรัฐเกี่ยวข้องกับขั้นตอนดังกล่าว ในข้อหาเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามมาตรา 157&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฏฐ์ชนน กล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนการพิสูจน์อัตราความเร็วในข้อหาขับรถเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดนั้น แม้ภายหลังจะมีผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นเกี่ยวกับความเร็วแตกต่างไปจากเดิม ก็ไม่อาจถือได้ว่าเป็นพยานหลักฐานใหม่ในคดี ทั้งนี้ หากการพิสูจน์อัตราความเร็วในการขับขี่รถยนต์ของผู้ต้องหามีหลักการคำนวณที่แตกต่างจากหลักการเดิมที่ปรากฏในสำนวนคดี อาจถือได้ว่าเป็นพยานหลักฐานใหม่ในคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฏฐ์ชนน กล่าวด้วยว่า หากปรากฏข้อเท็จจริงว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีทั้งในชั้นพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการ ดำเนินการสอบสวนและการพิจารณาสั่งไม่ฟ้องคดีโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นความผิดตาม มาตรา 157 คณะกมธ.เห็นควรให้นำคดีเข้าสู่การพิจารณาของศาล ซึ่งหากศาลพิพากษาว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิดตามข้อกล่าวหาดังกล่าว อาจส่งผลให้คำสั่งไม่ฟ้องคดีของพนักงานอัยการไม่ชอบด้วยกฎหมาย และต้องมีการสอบสวนและพิจารณาสั่งคดีดังกล่าวอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สำหรับการนำคดีเข้าสู่การพิจรณาของศาลกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิดตาม มาตรา 157 สามารถดำเนินการได้ ดังนี้1.การกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน โดยทายาทหรือญาติของผู้เสียหาย 2.การดำเนินคดีโดยรัฐ 3.การกล่าวหาต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เพื่อให้ทำการไต่สวนชี้มูลความผิด และฟ้องคดีต่อศาล&amp;quot;นายณัฏฐ์ชนน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74407</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ตำรวจ, ชวน หลีกภัย, นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วรยุทธ อยู่วิทยา, วิชา มหาคุณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200814/image_big_5f3613c9aa752.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
