<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>8801</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2018 22:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ทุ่มงบซื้อใจอีสานใต้ ไฟเขียวสารพัดโครงการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ครม.เอาใจ &amp;ldquo;อีสานใต้&amp;rdquo; ไฟเขียวโครงการน้ำทันที 40 โครงการ งบกว่าพันล้านบาท ส่วนที่เหลือให้หน่วยงานเกี่ยวข้องรับข้อเสนอไปดูความเหมาะสม &amp;nbsp; พร้อมรับทราบข้อเสนอด้านโครงสร้างพื้นฐาน 14 โครงการ ทั้งทางบก น้ำ อากาศ รวมกว่า 5.2 หมื่นล้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ที่จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ปรารภในตอนต้นของการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 (นครชัยบุรินทร์: นครราชสีมา-ชัยภูมิ-บุรีรัมย์-สุรินทร์) ที่มีทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดและภาคประชาชนเข้าร่วมประชุมว่า ความตั้งใจในการลงพื้นที่ จ.สุรินทร์และบุรีรัมย์ เพื่อรับทราบปัญหาจากต้นทางว่านโยบายที่ส่งลงมาได้รับการปฏิบัติมากน้อยแค่ไหน และประสบปัญหาอะไรบ้างหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า การนำเสนอข่าวการลงพื้นที่ถูกสื่อออกไปใน 2 ลักษณะ ลักษณะแรกคือเข้าใจว่ารัฐบาลมีความตั้งใจเข้ามาแก้ไขปัญหาในพื้นที่ อีกลักษณะคือพยายามนำเสนอเรื่องนัยทางการเมือง เช่น การดูด ส.ส.หรือทุ่มงบประมาณหลายหมื่นล้าน เพื่อแลกกับผลทางการเมือง ซึ่งนายกฯ ได้ให้สติกับที่ประชุมว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะควบคุมความคิดของคน พูดไปมีทั้งคนเชื่อและไม่เชื่อ จึงไม่จำเป็นต้องพิรี้พิไรเพื่อชี้แจงเรื่องนี้ เพราะสิ่งที่จะพิสูจน์การทำงานของรัฐบาลได้คือ เมื่อประชาชนได้เปรียบเทียบระหว่างเรื่องที่มีคนขอจากรัฐบาลกับเรื่องที่รัฐบาลให้ไป ซึ่งรัฐบาลไม่สามารถให้ได้ทุกเรื่อง เนื่องจากต้องพิจารณาถึงความสอดคล้องของแผนงานและความพร้อมของพื้นที่ ทั้งนี้ นายกฯ ยังย้ำถึงความสำคัญของการกระจายอำนาจ และขอให้ ครม.มุ่งมั่นทำงานตามแผนงานทั้งแผนปฏิรูปประเทศ &amp;nbsp;ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาประเทศของสภาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และแผนพัฒนาจังหวัด ให้สอดรับกับความต้องการของประชาชนพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงด้วยว่า ครม.เห็นชอบผลการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 (นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์) ทั้งนี้ ในข้อเสนอทั้งหมดแยกออกเป็นเรื่องสำคัญ 5 ด้าน ประกอบด้วย ด้านการเกษตรและแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร ที่ประชุมได้เห็นชอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินโครงการสำคัญเร่งด่วนที่มีความพร้อมและทำได้ทันทีรวม 40 โครงการ วงเงิน 1,015 ล้านบาท จากที่เสนอมา 84 โครงการ วงเงิน 3,476 ล้านบาท ครอบคลุมเรื่องการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อแก้ปัญหาอุทกภัย พัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร การจัดทำแก้มลิงในลุ่มน้ำชีและลุ่มน้ำใกล้เคียง ขณะที่โครงการที่เหลืออีก 44 โครงการ ขอให้ไปจัดลำดับความสำคัญเพื่อเสนอขอใช้งบประมาณในปี 62-64 ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า ด้านการท่องเที่ยว ที่ประชุมได้รับทราบข้อเสนอการดำเนินโครงการสนับสนุนการท่องเที่ยวในพื้นที่ที่สำคัญ คือ โครงการสร้างพิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์เฉลิมพระเกียรติ นครราชสีมา โครงการโลกของช้าง หรืออีเลฟเฟนท์เวิลด์ จังหวัดสุรินทร์ โดยมอบหมายให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ รับข้อเสนอไปพิจารณาอีกครั้ง ขณะที่โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์อ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก จ.บุรีรัมย์ และโครงการพัฒนาเส้นทางคมนาคมเพื่อการท่องเที่ยวรอบบึงละหาน ซึ่งที่มีการทำทางจักรยานนั้น ให้รับข้อเสนอไปพิจารณาเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬาได้ชี้แจงว่า ได้มอบหมายหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวหาทางส่งเสริมให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมายังอีสานใต้มากขึ้น เพราะปัจจุบันพื้นที่ภาคอีสานมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเพียง 3% เมื่อเทียบกับจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งประเทศ ส่วนใหญ่เป็นคนอีสานเที่ยวกันเอง จึงต้องการส่งเสริมการท่องเที่ยวมากขึ้น โดยดึงชุมชนที่มีความพร้อมก่อน 20 ชุมชน มานำร่องจัดโปรแกรมร่วมกับบริษัททัวร์ เพื่อดึงคนเข้ามาในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ส่วนการจัดงานโมโตจีพี เดือน ต.ค.61 ที่บุรีรัมย์นั้น เห็นว่าปัจจุบันได้มีการเตรียมความพร้อมไปแล้วหลายส่วน โดยภาครัฐจะเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทาง เช่น การจัดรถชัตเติลบัสจากสนามบินบุรีรัมย์มายังสนามแข่งขันด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านคุณภาพชีวิต ที่ประชุมเห็นชอบข้อเสนอโครงการจัดตั้งคณะพยาบาลศาสตร์ และคณะด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ เพื่อสร้างบุคลาการทางการแพทย์ในพื้นที่ ซึ่งจากการสำรวจความต้องการของเด็กที่เรียนจบมัธยมปลาย 80% ต้องการเรียนในด้านนี้เป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกัน ยังเห็นชอบโครงการก่อสร้างความเป็นเลิศทางการแพทย์ และโครงการก่อสร้างอาคารรองรับการให้บริการผู้ป่วยโรงพยาบาลนางรอง จ.บุรีรัมย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุมได้รับทราบข้อเสนอด้านโครงสร้างพื้นฐาน 14 โครงการ โดยในด้านถนนนั้น ได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมไปพิจารณาความเหมาะสม และจัดลำดับความสำคัญ ซึ่งในปี 57-61 มีการโครงการด้านนี้ รวมกว่า 52,876 ล้านบาท ส่วนปี 62 มีโครงการเบื้องต้นรวม 14,588 ล้านบาท ทางด้านอากาศ ได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมไปศึกษารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมในโครงการพัฒนาสนามบินบุรีรัมย์ ซึ่งเสนอขอสร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ 2 ชั้น และขยายความยาวทางวิ่งจาก 2,100 เมตร เป็น 3,000 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐพรกล่าวว่า ส่วนด้านการค้าและการลงทุนมีโครงการก่อสร้างศูนย์รวบรวมตู้คอนเทนเนอร์ และเปลี่ยนโหมดการขนส่ง หรือไอซีดี ที่นครราชสีมา เพื่อทำให้นครราชสีมาเป็นศูนย์กลางของการขนส่งสินค้าทางรถไฟไปท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งที่ประชุมให้ไปดูความเหมาะสมของโครงการก่อน พร้อมกันนี้ยังให้คมนาคมไปศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการก่อสร้างสนามบินสุรินทร์เพื่อการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยว อีกทั้งยังรับทราบข้อเสนอของโครงการก่อสร้างศูนย์ประชุมและจัดแสดงนิทรรศการที่นครราชสีมา และการศึกษาแผนแม่บทการพัฒนาเมืองใหม่นครราชสีมา รองรับเมืองอัจฉริยะด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายหัสดิน สุวัฒนะพงศ์เชฐ ประธานอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ในการประชุมครั้งนี้ ภาคเอกชนมีความพอใจที่รัฐบาลได้รับข้อเสนอของภาคเอกชนและหน่วยงานในพื้นที่ เพราะจะช่วยพัฒนาพื้นที่ให้รองรับการค้าการลงทุน และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ได้มากขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8801</URL_LINK>
                <HASHTAG>การดูด ส.ส., ทุ่มงบประมาณหลายหมื่นล้าน, นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์, นายหัสดิน สุวัฒนะพงศ์เชฐ, ประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจ, ผลทางการเมือง, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อีสานใต้, ไฟเขียวโครงการน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180508/image_big_5af1aafa43508.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5949</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เทงบหมื่นล้าน อัดฉีดหมู่บ้าน เข็น&#039;ไทยนิยม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ครม.อนุมัติงบประมาณอัดฉีดหมู่บ้านละ 2 แสน ดันโครงการ &amp;ldquo;ไทยนิยม&amp;rdquo; กระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า พร้อมไพเขียวอีกกว่าพันล้าน หลังกระทรวงเกษตรฯ ขอขยายโคงการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า ครม.เห็นชอบการกำหนดหลักเกณฑ์และขั้นตอนในคู่มือการดำเนินงานโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ ตามโครงการไทยนิยมยั่งยืน หมู่บ้าน/ชุมชนละ 2 แสนบาท ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ โดยระยะเวลาดำเนินการ 120 วัน (เม.ย.-ก.ค.61) มีเป้าหมาย 82,371 หมู่บ้าน/ชุมชน โดยสนับสนุนงบประมาณ หมู่บ้าน/ชุมชนละไม่เกิน 200,000 บาท เป็นเงิน 16,474.20 ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐพรกล่าวว่า สาระสำคัญคือ จำนวนโครงการในแต่ละหมู่บ้านไม่เกิน 2 โครงการ ให้ดำเนินการเองหมู่บ้าน/ชุมชนละไม่เกิน 200,000 บาท ขณะที่ลักษณะโครงการจะต้องเป็นโครงการที่สามารถสร้างรายได้ให้กับประชาชนในหมู่บ้าน ชุมชนให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก รวมถึงจะต้องเป็นโครงการที่น้อมนำศาสตร์พระราชา และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ และต้องเป็นโครงการที่แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและความต้องการของประชาชนในหมู่บ้าน/ชุมชนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม จะต้องจ้างแรงงานในวงเงินไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของงบประมาณ และจะต้องดำเนินโครงการให้เสร็จภายในวันที่ 31 ก.ค.2561 โดยห้ามนำงบประมาณไปต่อยอดเงินกองทุนหมู่บ้าน/ชุมชน และห้ามไปดำเนินการแจกจ่ายเป็นเงิน หรือสิ่งของให้กับประชาชนในครัวเรือนกู้ยืม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภาพรวมโครงการไทยนิยม ยั่งยืนว่า จากการพูดคุยส่วนใหญ่ประชาชนต้องการเกี่ยวกับสาธารณูปโภค โครงสร้างพื้นฐาน แต่การจะนำมาทำแผนงานโครงการต้องทบทวนอีกครั้ง โดยคาดว่างบประมาณจะได้ในเดือน เม.ย.นี้ เวลานี้ก็ดูแผนงานที่ประชาชนต้องการและเกิดประโยชน์มากที่สุด ยืนยันว่าการพิจารณาแผนงานโครงการต่างๆ จะมีทั้งส่วนราชการ ภาคประชาชน สถานศึกษาร่วมกันพิจารณา เพื่อให้โปร่งใสและประชาชนได้รับประโยชน์ที่สุด และภาพรวมการลงพื้นที่โครงการดังกล่าวถือว่าดี ซึ่งกระทรวงมหาดไทยจะประมวลภาพรวมแล้วรายงานต่อคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ขอเสนอทบทวนมติ ครม. เพื่อขอขยายเวลาโครงการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในฤดูแล้งหลังนาปี โดยมีกรอบระยะเวลาดำเนินการ ก.ค.2560 - มิ.ย.2561 มีหลักการให้เกษตรกรในพื้นที่ 31 จังหวัด ในภาคเหนือ กลาง อีสาน ตะวันตก และตะวันออก ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทดแทนการปลูกข้าว เนื่องจากสภาพพื้นดิน และน้ำไม่เหมาะสม โดยรัฐบาลจะอุดหนุนให้ในอัตราไร่ละ 2,000 บาท รายละไม่เกิน 15 ไร่ ทั้งหมดจำนวน 7 แสนไร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กระทรวงเกษตรฯ ขอขยายระยะเวลาการดำเนินโครงการออกไป เนื่องจากปัจจุบันมีการดำเนินการได้ 6 แสนไร่ และขอปรับเปลี่ยนจังหวัดดำเนินโครงการ จาก จ.อุดรธานี และ จ.ลพบุรี เปลี่ยนเป็น จ.หนองคาย และ จ.ฉะเชิงเทรา เนื่องจากสภาพความเหมาะสมของพื้นที่ และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้ขอใช้งบประมาณในการดำเนินการครั้งนี้ 1,400 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบกลางปี 2561 และมีงบดำเนินงาน 21 ล้านบาท&amp;rdquo; พล.ท.สรรเสริญกล่าว. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5949</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, สาธารณูปโภค, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เงินกองทุนหมู่บ้าน, เศรษฐกิจรากหญ้า, ไทยนิยม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180327/image_big_5aba5a7fc340b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
